หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > อำมาตย์ตัวร้าย ‘เจ้าคุณมหาเทพ’ ต้นแบบตีเสมอเจ้า!!!
หัวข้อ : อำมาตย์ตัวร้าย ‘เจ้าคุณมหาเทพ’ ต้นแบบตีเสมอเจ้า!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

อำมาตย์ตัวร้าย ‘เจ้าคุณมหาเทพ’ ต้นแบบตีเสมอเจ้า!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

       เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ถลกหนัง  จารุวรรณ “ซิ้มเป็ด” เมณฑกา ออกมาตีแผ่ให้ท่านผู้อ่านฟัง พร้อมทั้งแจ้งผลการดำเนินการกับนายกล้าณรงค์ “หัวเลี่ยน-เอส.โฟน.” จันทิก ซึ่งผู้เขียนไม่นึกเลยว่า จะได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวางขนาดนี้  
       แฟนๆคอลัมน์โดยเฉพาะข้าราชการทั้งสองหน่วยงาน คือ ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ ป.ป.ช. ที่เฝ้าติดตามการเปิดโปงของบุคคลที่อยู่ระดับบนขององค์กร เพราะถ้าหากคนเหล่านั้นมีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริต ย่อมมีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของผู้ที่อยู่ในองค์กร ที่มีหน้าที่ตรวจสอบด้วยกันทั้งสองแห่ง เพราะการที่เป็นผู้ตรวจสอบ ย่อมมีหน้าที่หลักในการค้นหาความประพฤติมิชอบของข้าราชการ ตัวผู้ตรวจสอบจึงจะต้องมีความโปร่งใส และต้องถูกตรวจสอบได้               

       อย่างเข้มข้นด้วย!               

content/picdata/123/data/coruption.jpg

       ปัจจุบัน เรื่องการทุจริตในส่วนราชการนั้น กว้างขวางยิ่งขึ้น รูปแบบก็มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาที่พบกันตอนนี้ คือ หน่วยตรวจสอบที่มีอยู่ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. นั้น ไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง สำนักงานนี้มีคดีค้างมากมายเป็นหมื่นคดี แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดที่แก๊ง ค.ม.ช. เขกกบาลตั้ง (ไม่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง) ซึ่งมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นประธานฯ ทำงานมาแล้วสองปี กลับชี้มูลเมื่อ ปี 2550  ได้เพียง 68 เรื่อง มาในปี พ.ศ.2551 ก็ชี้มูลได้เพียง  63 เรื่อง นี่ขนาดส่งไปให้หน่วยงานอื่นช่วยสอบสวนเป็นจำนวนมากแล้ว  แต่คดียังคงค้างอยู่อีกถึงกว่า
       ครึ่งหมื่นเรื่อง!
       สมรรถภาพที่หาไม่เจอ ของหน่วยงานที่ต่อต้านคอรัปชั่นบ้านเรา ทำให้พวกข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไป และรับเงินเดือนไปตามปกติ เลยแฮปปี้เวรี่มัช อยู่ดีมีสุขสบายไป...มันเป็นซะอย่างนั้น!!             
       ตั้งใจจะเขียนแจงให้คนในบ้านนี้เมืองนี้ รู้ถึงความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงาน ป.ป.ช. ที่ไม่สามารถทำให้การต่อกรกับขบวนการคอรัปชั่นได้เลย แถมการกระทำของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ ยังชี้ให้เห็นชัดว่า  
       เรื่องไหนที่เกี่ยวกับรัฐบาลเก่า หรือพวกพ้องของทักษิณแล้ว ป.ป.ช.ชุดที่เผด็จการแต่งตั้ง ก็จะเร่งรีบทำเป็นพิเศษ แต่ถ้าไม่ใช่ก็แช่เย็นไว้ ยิ่งเป็นของพวกพรรคดักดาน แช่แข็งเอาไว้สนิทเลย เกินสิบปีก็ยังมีด้วยซ้ำไป หรือทาง ป.ป.ช. ว่าไม่จริง ก็ให้บอกมา 
       จะได้ ‘ตอกกลับ’ เข้าให้!!! 
               
       ยังไม่มีอารมณ์เขียนถึง ป.ป.ช. แต่วันนี้อยากแสดงมุมมองของ “วาทตะวัน” เกี่ยวกับเรื่องที่เป็นปัญหาของประเทศ ในการคดโกงแผ่นดินในภาพกว้างๆ เสียก่อน 
       ผมคิดว่าจิตใจของผู้คนหลังกึ่งพุทธกาล น่าจะเปลี่ยนแปลงไปมาก คนสมัย ก่อนหน้านั้น เรื่องทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมีน้อย การดูแลรักษาทรัพย์ของหลวงนั้นค่อนข้างจะดี ข้าราชการสมัยก่อนมีจิตใจห่วงใยทรัพย์สินของหลวง มากกว่าของตัวเองด้วยซ้ำไป 
       มีเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผมมาก และเล่าให้ลูกศิษย์ลูกหาฟังเสมอ จึงอยากเล่า ให้ท่านฟัง เพื่อเชิดชูเกียรติกับผู้มีจิตใจซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินอย่างมั่นคง เรื่องมีอยู่ว่า        
       ภายหลังคณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 พระองค์เจ้า บวรเดชฯ ท่านก่อการกบฏ โดยนำทหารโคราชบุกเข้ากรุงเทพฯ มีการรบพุ่งกัน ผู้คนบาด เจ็บและล้มตายลงเป็นจำนวนมาก สุดท้ายกองทัพโคราชเป็นฝ่ายพ่ายแพ้        
       นายทหารนายหนึ่งจากหน่วยทหารโคราช ตัดสินใจหลบหนีโดยขึ้นม้า ขี่ไปทางเส้นบ้านกระโทก มุ่งหน้าไปทางด้านบุรีรัมย์ เพื่อไปลี้ภัยในเขมร แต่เมื่อถึงชายแดนเขมรแล้ว นายทหารผู้นั้นพบว่า ที่อานม้าซึ่งตนรีบขึ้นขี่เพื่อหลบหนีมานั้น มีถุงใส่เงินหลวง ติดมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นของหน่วยทหารโคราชที่ตนสังกัดอยู่ น่าจะมีจำนวนมากพอควร เพราะเป็น เงินที่นำมาจ่ายให้กับหน่วยทหารทั้งหมด      
        ด้วยเกรงว่าตนจะได้รับคำครหาว่า หลบหนีและยักยอกเงินหลวงไปด้วย ครอบครัวญาติ พี่น้องที่อยู่ข้างหลังจะเสียชื่อเสียง ถูกดูถูกเกลียดชังไปด้วย นายทหารผู้ซื่อสัตย์ท่านนี้จึงตัดสินใจขึ้นขี่ม้ามุ่งหน้า กลับเมืองโคราช นำเงินที่ติดมากับถุงอานม้า ส่งมอบคืนแก่หน่วยทหาร 
       ตัวเองยอมถูกจับกุม ในฐานะกบฏ!        
       นี่คือชายชาติทหาร ชายชาตรีสมบูรณ์แบบ ที่ไม่ห่วงใยในสวัสดิภาพ ของตนว่า จะต้องถูกจับกุมคุมขัง หรือรับโทษที่รุนแรงกว่านั้น หากแต่ว่า ท่านเกรงกลัวการเสียชื่อเสียงว่ายักยอกทรัพย์แผ่นดินมากกว่า        
       ผมอ่านเรื่องนี้ด้วยความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง คนสมัยนี้อาจเห็นว่า บุคคล อย่างนี้ช่างโง่นัก ใช้ไม่ได้ แทนที่จะเอาเงินไปตั้งเนื้อตั้งตัวในเขมร อยู่กินอย่างสบายดี กว่ากลับไม่ทำ ดันขี่ม้ากลับเอาเงินมาคืนมา...ตัวเองเลยต้องเข้าคุกไป!
        
       ในยุคสมัยนี้ จิตใจของผู้คนน่าจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ความฟุ้งเฟ้อ ความ หลงใหล และเป็นพวกวัตถุนิยมอย่างแรงกล้า เป็นเหตุที่ทำให้ทัศนคติของคนไทย เปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ จึงทำให้คนไทยกลับไปยกย่องผู้ที่เราเคยสงสัยในความสุจริต เช่นพวกนักการเมืองหรือคนที่มีตำแหน่งใหญ่โต ที่ชอบสร้างภาพว่าตนเองเป็นผู้มีบุญบารมี ถึงวันเกิดก็จัดงานยิ่งใหญ่ ต้องเกณฑ์ คนมาอวยพร มาห้อมล้อมเป็นพันเป็นหมื่น บางคนหนังสือพิมพ์ลงว่ามาครึ่งแสนก็มี ทั้งๆ ที่พวกเราเองก็รู้ดีว่า 
       พวกข้าราชการนั่นแหละที่เดือดร้อน ต้องออกไปควานหาผู้ที่จะรับอาสา มาเป็นเจ้ามือ คอยจ่ายให้! 
       ขอให้ดู กทม. ยุคตายอดตายอยาก ที่ผู้บริหารกำลังจะเดินหน้าเข้าคุกเอาไว้เป็นตัวอย่าง เพราะเสี่ยอ่างแตกอย่างนายชูวิทย์ฯ ก็เคยถลกด่าเช็ดเอาไว้ 
       โดยที่ทั้งเจ้าตัวและพรรคดักดาน ไม่เคยโต้เถียงสักคำ!  
      
       มีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า หากมีการเปลี่ยนแปลง และนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจวาสนาเกิดตกกระป๋อง คนที่เคยไปห้อมล้อมหมอบกราบนั้น จะรู้สึกอย่างใด       
       จะติดตามจงรักภักดี หรือด่าส่ง!        
         
       ผมมีเรื่องจริงที่จะเล่าให้ท่านฟังสักเรื่อง สำหรับผู้มีอำนาจในบ้านเมือง แล้วชอบจัดงานเลี้ยงใหญ่โต แสดงอวดอ้างบารมีจนดู “เว่อ” เสียจน “แหว่ง” และ “วิ่น” ในความรู้สึกของสามัญชนคนประเทศไทย ลองฟังกันดู ดังนี้      
       ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) มีข้าราชการซึ่งมีอำนาจวาสนาผู้คนรู้จักกันทั้งเมือง ชื่อว่า 
       “พระยามหาเทพ”
      
       เจ้าคุณมหาเทพเป็นผู้ที่คนทั้งหลาย ไม่ว่าผู้ลากมากดี คนรวย คหบดีหรือยาจกเข็ญใจ ล้วนแล้วแต่เกรงกลัวอำนาจของเจ้าคุณท่านนี้นัก แม้แต่ชาวต่างประเทศในกรุงสยามตอนนั้น ก็ต้องเคารพนบนอบกับเจ้าคุณมหาเทพด้วย ทั้งนี้เพื่อความสะดวก ในการติดต่อทำมาค้าขายกับทางราชการของพวกตน       
       เวลาเจ้าคุณท่านนี้จะทอดผ้าป่า ก็ผูกแพขึ้นหน้าบ้าน เป็นแพขนาดใหญ่ บนโป๊ะมั่นคง พวกผู้คนที่จะมาเอาใจท่าน ก็จัดเรือมาเข้าขบวนกันอย่างเต็มที่ ส่วนที่นั่งของท่านเจ้าคุณนั้น ก็จัดเอาไว้เป็นพลับพลาขนาดมโหฬาร       
       ได้เวลาดูขบวน ท่านเจ้าคุณก็ยุรยาตรออกมา นั่งเอ้เต้พร้อมกับบรรดาเมียๆ ทั้งหลาย ซึ่งแต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างเต็มที่ เพชรทองวะปะหล่ำกำไลมีเท่าไหร่ ก็ประเคนพอกกันเต็มที่ บ่าวไพร่พวกชะเลียทั้งหลายนั่งห้อมล้อม 
       ประดับบารมีกันเพียบ! 
       พอได้เวลาเคลื่อนขบวนเรือ ท่านเจ้าคุณก็นั่งวางมาด ดูดยาตั้ง มองดูขบวนเรือผ่านไป ยิ้มแย้มโบกไม้โบกมืออย่างมีความสุข        
       เขาบอกกันว่า พระยามหาเทพผู้นี้ กระทำการกล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะกระบวนเรือ หรือกระบวนผ้าป่าของเจ้าคุณ ยิ่งใหญ่อลังการเหลือล้น       
       เล่าลือไปทั้งบางกอก ลือกันเลยต่อไปไปถึงหัวเมือง ว่า      
       ขบวนผ้าป่าของท่านเจ้าคุณนั้น มโหฬารพันลึกกว่า ขบวนทอดผ้าป่าของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาซึ่งเป็นที่สนิทเสน่หา ในพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว 
       พระยามหาเทพไม่ได้ตระหนักเลย ถึงการกระทำอันสุด “เว่อ” ของตน กลับ เห็นดีเห็นงาม ที่แสดงให้ผู้คนในแผ่นดินเห็นว่าตนนั้นมีบารมีเพียบ เป็นที่ยำ เกรง ของผู้คนในแผ่นดินไม่ได้คิดว่าผู้คนเขาเคลือบแคลงว่า 
       บังอาจจัดงานเทียบขั้น เทียบบารมี เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน!
       สมัยนี้ก็ไม่หยอก ขนาดเป็นคนธรรมดาแท้ๆ เหิมเกริมกันเหลือขนาด ตั้งชื่อบ้านก็ต้องล้อชื่อวัง ไปไหนมาไหน ยิ่งกว่าเจ้านายเสด็จ เพราะไอ้พวกลิ่วล้อ ต้องเกณฑ์คนมาหมอบ มากราบ ยกดอกไม้ประเคนถวาย..
       ขนาดเห็นแค่ภาพถ่ายเท่านั้น ขนแขนก็สะแตนด์อัพ ลุกซ่า ลุกซู่แล้ว!    
             
       เวลาเจ้าคุณมหาเทพจัดงานศพให้ลูกสาว ก็บอกบุญเชิญคนไปหมดทั่วทั้งพารามหานคร เรียกว่าเชิญกันหมดบ้านหมดเมือง แต่ไม่รู้ว่าให้บรรดาเมียน้อย เมียหลวงไปนั่งเก็บเงิน เหมือนอย่างเสนาบดีบางยุค บางสมัยที่หนังสือพิมพ์เขา เอามาลงข่าวกันให้
อื้ออึงหรือไม่       
       ผู้คนเขาลือกันว่า เจ้าคุณท่านบอกบุญผู้คนไปเกือบหมดแผ่นดิน จนกระทั่ง ในพระราชพงศาวดารบันทึกเอาไว้ว่า 
       บรรดาเจ้าภาษี นายอากร เจ้าสัว พ่อค้าเรือ สำเภา ขุนนางผู้ใหญ่ ผู้น้อย ราษฎรมาฝากเนื้อฝากตัวกับท่านเจ้าคุณมากมาย       
       ไม่รู้แต่ก่อนนี้เขาให้ซองใส่เงิน ใส่เช็คของขวัญเหมือนสมัยนี้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คนในสมัยก่อนนั้น เขาให้ ‘ผ้าขาว’ กัน       
       ท่านเจ้าคุณก็ได้ผ้าขาวจากผู้คนที่มางานของท่าน เป็นจำนวนหลายพันพับ เลยทีเดียว บารมีท่านมากล้นพันถึงเพียงนี้ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า       
       พอเจ้าคุณล้มป่วยถึงแก่กรรมลง คนที่เคยห้อมล้อมท่าน ก็พากันหายหน้าไป หมด เพราะคนที่ไปหามาสู่พระยามหาเทพ นั้น ไม่ได้มาหาสู่ด้วยจิตใจอัน มั่นคงจงรักภักดี แต่มาเพราะความเกรงกลัว หรือมาเพราะประโยชน์เท่านั้น       
       แม้จะตัวท่านเองจะมีทรัพย์สินมากล้น เมียท่านก็มาก ลูกท่านก็เยอะแยะ ยั้วเยี้ย เหมือนนักการเมืองสมัยนี้หลายคนอีกเหมือนกัน พอท่านตายลง ผู้คนที่เคย เข้ามาหา แสดงความจงรักภักดี ก็ต่างหายหน้ากันไปเกลี้ยง       
       เมียน้อยเมียหลวงลูกๆ ของแต่ละฝ่าย ทะเลาะตบตีกันสะบั้นหั่นแหลก แย่งสมบัติฟ้องร้องกันวุ่นวาย คนได้น้อยก็พาลเกลียดคนตาย        
       เมื่อต่างฝ่ายต่างทะเลาะกัน ศพท่านเจ้าคุณมหาเทพก็ไม่มีใครสนใจเอาธุระ ไม่มีใครใยดีแม้กระทั่งจะเอาศพของท่านเจ้าคุณใส่ลงโลงเสียด้วยซ้ำ        
       ตั้งศพให้แมลงวันตอม อยู่กลางบ้านนั่นแหละ!
       
       ข้าราชการท่านหนึ่งชื่อหลวงเสนาวานิช เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เป็นคนดีมีศีลธรรมอย่างยิ่ง ท่านเห็นศพของท่านเจ้าคุณมหาเทพ ถูกตั้งไว้อุดจาด เป็นที่น่าสังเวชยิ่งนัก จึงให้บ่าวไพร่ของตนไปช่วยกันทำหีบศพ และนำศพเจ้าคุณใส่ลงโลงไป ไม่ให้นอนเน่าเหม็นอยู่อยู่กลางบ้าน       
       หนังสือพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 3 ระบุไว้ว่า... 
      
        ...ในการบันทึกเรื่องของพระยามหาเทพ ลงในหนังสือพงศาวดาร ก็เพื่อให้ ผู้คนทั้งหลายสืบไปในภายภาคหน้าได้รู้กันไว้ ว่า       
       การเบียดเบียนข่มเหงผู้คน ให้เขาได้รับความเดือดร้อนนั้น เมื่อตนมีชีวิตอยู่ ก็พอสุขสบายไปได้ แต่เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้ว ทรัพย์สินเงินทองลูกเมีย บ่าวไพร่ ก็ผันแปรเป็นอื่น บุตรหลานก็ไม่ได้สืบสกุลให้มีเกียรติสืบไป บ้านใหญ่บ้านโตก็ถูกทิ้ง ให้รกร้างว่างเปล่า ทรุดโทรมผุพังลงไปในที่สุด...

       เรื่องราวของพระยามหาเทพนั้น ประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้เพื่อให้เรา  กันเอาไว้ เพราะกฎแห่งกรรมนั้น มีให้เห็นๆกันมาก็ไม่น้อย        
       ผู้ที่มั่งคั่งจากการประพฤติผิดคิดมิชอบในวงราชการ คิดมิชอบ เบียดเบียน ชาวบ้าน รวมทั้งไอ้พวกบ้าอำนาจ บังอาจตีตนเสมอเจ้านาย ต้องประสบความพินาศ
ฉิบหายมาแล้วนักต่อนัก แต่ดูเหมือนผู้คนสมัยนี้ ไม่ได้สำเหนียก       
       ยังดันเคารพเชิดชูกราบไหว้...คนพรรค์นี้อีกด้วย !
       จึงอยากบอกกับผู้คนใน บ้านนี้เมืองนี้ ว่า...    
   
       เวลาก้มลงกราบสิ่งที่นึกว่า เป็นศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์นั้น น่าจะแอบชำเลืองมองดูว่า เรากำลังก้มลงกราบกองอิฐหัก กองเศษปูนที่ผุพัง ตะไคร่เกาะเขียวปี๋ แถมยังมีกลิ่นมูลคนและสัตว์ ที่ถ่ายรดกันไว้บ้างหรือเปล่า !?

       คงต้องสอนลูก สอนหลานเราว่า จะกราบจะไหว้อะไร ก็หัดดูกันซะบ้างนะ!!!

.........................

****ท้ายบท
     ...หนังสือ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)”  ควบ “เหี้ยส่องกระจก”ซึ่งผู้ได้รับ เป็นของขวัญปีใหม่จากญาติมิตร ต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า ทึ่งกับความดานดักของพรรคดักดาน จนป่านนี้ยังหัวเราะ และยิ้มไม่หุบ!
      สั่งได้ที่
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939....
 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมค่ะอาจารย์ ไม่อยากจะไปสาปแช่งใครหรอกนะคะ แต่เห็นการกระทำแล้วอดแช่งไม่ได้ค่ะ แต่หนูคงทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะนอกจากรอกฎแห่งกรรม จะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วนั้นคนที่ทำให้ส่วนรวมฉิบหายย่อมรู้แก่ใจ ให้ทุกแก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวค่ะ คนพันธุ์นี้สักวันต้องเจอวิบากกรรมไม่ต่างอะไรจากประวัติศาสตร์ที่อาจารย์เล่ามาค่ะ กรรมุนาวัตตะติโลโก (อาจพิมพ์ผิดๆถูกๆนะคะ) แปลว่า "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ค่ะ

โดยคุณ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม 58.8.10.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
สวรรค์ในอก นรกในใจ ใจมันก็รู้ดี เหมือนมีกองไฟนรกในใจมัน ขอให่ไฟนรกแผดเผาให้ร้อนเร่าชั่วชีวิต ขออย่าได้มีความสุข ตลอดชั่วลูกหลาน

โดยคุณ dim 203.156.71.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
พวกตีเสมอ มันชอบแอบอ้างด้วยนะลุง อาจารย์หม่อม คึกฤทธิ์ ปราโมช ด่าเช็ดมาแล้ว

โดยคุณ รู้ทันพวกตีเสมอ 58.136.49.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
สันดานเลว อยู่กับคนเลว คนคิดชั่ว อยู่กับคนไม่ดี ผู้ที่มีปัญญาดีเท่านั้น ทีมีเมตตา

โดยคุณ aum จำได้คะ 202.151.46.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ม้าทองแดงหัวขาว คนที่โดนระเบิดตัดของลับ มันมีวิธีชดเชยด้วยการบงการรัฐบาลและบ้าอำนาจ

โดยคุณ พล 182.53.62.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER