หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > DNA ในสันดานประชาธิปัตย์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!!
หัวข้อ : DNA ในสันดานประชาธิปัตย์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

DNA ในสันดานประชาธิปัตย์  ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช 

       กว่าสิบปีมาแล้ว ที่คนไทยเริ่มรู้จักกับการพิสูจน์เอกลักษณ์ลักษณ์บุคคล ด้วยวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม จากเรื่องความฉาวโฉ่ของบรรดาผู้คนที่อยู่ในวงการบันเทิง ไม่ว่าเป็นกรณีลูกทุ่งชายชื่อดัง ที่ถึงกับเป็นลมหลังจากมีการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของทารกน้อย ซึ่งหญิงสาวผู้เป็นมารดาร้องเรียนขอความเป็นธรรม นักข่าวถามว่าทำไมเป็นลม เจ้าตัวกัดฟันพูดเสียงสั่นเครือ ว่า
       “ผมเป็นลม...เพราะความดีใจครับ!” 
       นอกจากนั้น ยังมีกรณีคุณพ่อของนักร้องหญิงไทยระดับอินเตอร์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบิดาของเด็กสาวอีกคน และก็ยังคงต้องมีติดตามมาอีกหลายต่อหลายรายในอนาคต
 
       DNA นั้น อธิบายได้ว่า เป็นชื่อย่อของสารพันธุกรรม ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก (Deoxyribonucleic acid) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิก (กรดที่พบในใจกลางของเซลล์ทุกชนิด) ที่พบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ได้แก่ คน, สัตว์, พืช, เชื้อรา, แบคทีเรีย, ไวรัส เหล่านี้ เป็นต้น ดีเอ็นเอนั้นบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นเอาไว้ ซึ่งมีลักษณะที่ผสมผสานสืบมาจากสิ่งมีชีวิตรุ่นก่อน ซึ่งก็คือ พ่อและแม่ และสามารถถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตรุ่นถัดไป ซึ่งก็คือ ลูก หลาน       
       ผมได้ดูโทรทัศน์ทางเคเบิลทีวี เขานำเสนอรายการ cold case file ซึ่งแปลว่า ‘แฟ้มคดีแช่เย็น’ หรือ ‘แฟ้มคดีค้าง’ ในภาษาตำรวจ วันนั้นเขาเสนอคดีที่โด่งดังคดีหนึ่งซึ่งเกิดในปี ค.ศ.1984 เรื่องมีอยู่ว่า       
       สุภาพสตรีสาวชาวอังกฤษคนหนึ่งเธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ ชื่อ ดร.เฮเลน่า กรีนวู้ด (Dr. Helena Greenwood) ถูกข่มขืนโดยนักงัดแงะ ที่เข้ามาในบ้านที่ซานฟรานซิสโก ตำรวจจับผู้สงสัยได้คนหนึ่งชื่อ นายพอล เฟรดิอานี่ (Paul Frediani) ซึ่งมีประวัติอาชญากร ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ       
       ดร.กรีนวู้ดได้ย้ายถิ่นที่อยู่ไปอยู่เมืองอื่น ส่วนนายพอล เฟรดดิอานี นั้นมีการประกันตัวไปในชั้นพิจารณาของศาล แต่ก่อนที่ ดร.กรีนวู้ดจะมาปรากฏกายที่ศาล และให้การปรักปรำผู้ต้องหาในคดีที่ถูกข่มขืน เธอกลับถูกฆ่าตายที่บ้านพักแห่งใหม่ แต่ก่อนตายได้ดิ้นรนต่อสู้เต็มกำลัง ผู้ต้องสงสัยมีอยู่เพียงรายเดียว คือ นายพอล เฟรดิอานี่ นั่นเอง แต่ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะเชื่อมโยงไปถึงเขาได้       
       ตำรวจต้องแขวนคดีไว้ในฐานะ “คดีค้าง”      
       สำหรับคดีงัดแงะและข่มขืน นายพอล เฟรดิอานี่ ถูกนำตัวขึ้นศาลในฐานะจำเลย แต่หลุดจากคดี เพราะไม่มีผู้เสียหาย คือ ดร.กรีนวู้ด มาเบิกความยืนยันในการกระผิด เพราะถูกฆาตกรรมเสียก่อนที่จะขึ้นเบิกความ แม้จะนำคำให้การของเธอที่ให้การไว้ก่อนตาย มาอ่านยืนยันความผิดจำเลยรายนี้ แต่ไม่อาจฟังลงโทษกับเขาได้ เรื่องข่มขืนเป็นอันพับไป เพราะความตายของผู้เสียหาย       
       ผู้ต้องหากลับไปดำเนินชีวิตเป็นปกติ ได้แต่งงานมีลูก 2 คน ระหว่างนั้นกระบวนการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง กระทั่งเวลาผ่านไปยาวนานถึง 15 ปี
       
       ครั้นถึงปี ค.ศ. 1999 เมื่อการตรวจพิสูจน์ DNA หรือรหัสพันธุกรรมมนุษย์ เป็นที่ยอมรับกัน นักสืบหญิงชื่อ ลอร่า ไฮลิค (Laura Heilig) แห่งซานดิเอโก ซึ่งเป็นนักสืบผู้มีความมุ่งมั่น ได้ปัดฝุ่นคดีโดยนำร่องรอยพยานหลักฐานที่สำคัญ คือ เศษหนังของฆาตกรจากซอกเล็บของ ดร.กรีนวู้ด ที่เธอข่วนติดมือตอนดิ้นรนต่อสู้กับฆาตกร ไปตรวจหาร่องรอย DNA ซึ่งอาจหลงเหลืออยู่ พอที่จะนำมาตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับ DNA ของผู้ต้องสงสัยคนเดิม       
       ไม่น่าเชื่อว่า เวลาที่ผ่านไปเนิ่นนานกว่าทศวรรษครึ่งแล้ว แต่ความลับทั้งหมดของคดีก็ยังสามารถคลี่คลายลงได้ เพราะผลการพิสูจน์ออกมาชัดเจนว่า DNA จากเศษหนังที่ซอกเล็บนั้น ตรงกับนายพอล เฟรดดิอานี ฆาตกรผู้กระทำความผิดในคดีฆ่า ดร.กรีนวู้ด       
       ผมเห็นภาพ คุณซิดนีย์ กรีนวู้ด (Sydney Greenwood) บิดาของ ดร.เฮเลน่า กรีนวู้ด ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ซึ่งถ่ายทำไว้ก่อนเจ้าตัวเสียชีวิต เป็นชายชราวัย 87 ปีที่ท่าทางเหนื่อยล้า ดวงตาขมขื่นเจ็บช้ำ ได้พูดถึงผู้สังหารบุตรสาวด้วยความทารุณโหดร้ายอย่างคนหัวใจสลาย และหลังจากที่รอคอยความยุติธรรมมา 15 ปีเต็ม บิดาของผู้เคราะห์ร้ายได้ติดตามคดีฆาตกรรมของลูกสาวคนเดียวอย่างไม่ลดละ ทั้งๆ ที่สุขภาพอ่อนแอมาก แต่ฝืนรอคอยคำตัดสินลงโทษผู้ต้องหาสังหารลูกสาวสุดที่รัก อย่างใจจดใจจ่อ ได้สิ้นลมไปหลังจากศาลตัดสินลงโทษจำเลยใจโหดรายนี้เพียง 16 ชั่วโมง 
       เรียกว่า “นอนตายอย่างตาหลับ” คงจะได้!        
      

content/picdata/130/data/Photo1.jpg

       คดีนี้โด่งดังมาก จนกระทั่งมีหนังสือชื่อ Pointing from the Grave: A True Story of Murder and DNA หรือ ชี้จากหลุมศพ โดย Samantha Weinberg - Hamish Hamilton and Martin Hall เล่าเบื้องหลังคดีนี้โดยละเอียด ส่วนชื่อเรื่องนั้นให้ความหมายดีมาก เพราะนิ้วมือของผู้ตาย ซึ่งมีหลักฐาน คือ เศษหนังของจำเลยอยู่ใต้ซอกเล็บผู้ตาย ได้ชี้ตัวคนที่กระทำฆาตกรรมเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ตรงมาจากหลุมศพของเธอเอง!       
       ที่ประหลาดที่สุด ก็คือ ดร.เอเเลนน่า กรีนวู้ด ผู้ตายนั้น ได้ Phd. ในสาขา chemical pathology หนังสือพิมพ์เขาบอกว่าเป็น young British DNA scientist ที่เฉลียวฉลาดมาก เธอร่ำเรียนและเชี่ยวชาญในเรื่องรหัสพันธุกรรมมนุษย์ และวิชาที่ผู้เคราะห์ร้ายศึกษามานี้ ได้ช่วยนำตัวผู้กระทำความผิดที่ก่อฆาตกรรมเธอมาลงโทษจนได้       
       คุณซิดนีย์ กรีนวู้ด บิดาของ ดร.เฮเลน่า กรีนวู้ด ได้ให้สัมภาษณ์นิตยสาร Echo เอาไว้ก่อนตายว่า       
       “มันช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ ในที่สุดความยุติธรรมก็มาถึงจนได้ และที่มาได้ก็เพราะเทคโนโลยีที่เฮเลน่า ช่วยพัฒนามันขึ้นมาเอง”        
       โลกนี้ช่างแปลกจริงๆ ทำไมบังเอิญอย่างนี้ก็ไม่รู้!    
       
        ท่านผู้อ่านเคยได้ยินเรื่อง “ลายเซ็นของพระเจ้า” กันบ้างหรือไม่ครับ?
       ในศาสนาที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกนั้น มีคำพูดว่า The beauty of creation is God's signature on his work. หรือ “ความงดงามของสรรพสัตว์ในโลกนี้ เสมือนลายเซ็นของพระเจ้า” 
       เรื่องลายเซ็นของพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้น ผมมีเรื่องเล่าให้ท่านฟังอีกเรื่องดังนี้      

content/picdata/130/data/Photo2.jpg

       ที่เมืองดีทรอยท์ ชิคาโก สหรัฐอเมริกา เด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ เอ๊ดดี้ โจ ลอยด์ (Eddie Joe Lloyd) สารภาพว่ากระทำความผิดร้ายแรง ในคดีข่มขืนและสังหารเด็กสาวอายุสิบหกปีชื่อมิเชล แจ๊คสัน (Michelle Jackson) คำรับสารภาพของเขามีทั้งหมด ๑๖ หน้ากระดาษ พร้อมหลักฐานคำรับสารภาพเป็นวีดีโอ ที่เจ้าหน้าที่สอบสวนจัดทำขึ้นประกอบคำรับสารภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษร ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกผู้ต้องหารายนี้ตลอดชีวิต       
       ภายหลังจากที่วิทยาการด้าน DNA เจริญก้าวหน้า คดีนี้ถูกรื้อฟื้นมาใหม่ ปรากฏว่าการตรวจพิสูจน์ทางรหัสพันธุกรรมกลับตาลปัตร เอ๊ดดี้ โจ ลอยด์ ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ศาลปล่อยตัวหลังจากที่ถูกขังมายาวนานกว่าสิบปี ด้วยสุขภาพที่อ่อนและทรุดโทรม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้เดินทางไปบรรยายในที่ต่างๆ ทั่วสหรัฐ       
       เอ๊ดดี้ โจ ลอยด์ พูดเอาไว้ว่า ลายเซ็นในบันทึกคำรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่นั้นถูกต้อง เป็นลายเซ็นของเขาจริงแท้แน่นอน แต่ลายเซ็นพระเจ้าในตัวของเขานั้นไม่ใช่ และกล่าวเป็นคำคมเป็น Quote of the day ของ NY Time เอาไว้ดังนี้       
       “DNA is God’s signature. God’s signature is never a forgery, and his checks never bounce.”       
       หรือ “ดี.เอ็น.เอ นั้นคือลายเซ็นของพระเจ้า ลายเซ็นพระผู้เป็นเจ้านั้นปลอมแปลงกันไม่ได้ เช็คของพระองค์ (ที่ทรงเซ็นแล้ว) ไม่มีวันเด้งโว้ย!!!”        
          
       DNA นั้นไม่ได้มีแต่สิ่งที่มีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช แต่ยังมีสิ่งที่เขาเรียกว่า Political DNA คือ รหัสพันธุกรรมทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของ ความเชื่อ อุดมการณ์ แนวนโยบาย รวมตลอดไปจนถึงพฤติกรรมต่างๆ ของพรรคการเมือง หรือนักการเมือง ผนวกกับ ‘สันดาน’ ทั้งดีและเลวด้วย
       ในอเมริกานั้น เขาเล่ากันว่า DNA ของสมาชิกพรรครีพับลิกันต่างจากเดโมแครตแบบเห็นได้ชัด แค่กริยาท่าทางและการพูดจา ก็พอเดากันออกแล้วว่า ใครอยู่พรรคไหน?
       ในบ้านเมืองของเรานั้น พรรคการเมืองก็ยุบกันไปถึง 5 พรรค เลยเป็นการยากที่จะดูว่า DNA ของสมาชิกพรรคไหนเป็นอย่างไร เพราะเหลือพรรคเก่าแก่ดักดานอย่างประชาธิปัตย์ ที่ประชาชนพอจะมองออกว่า มีรหัสพันธุกรรมอย่างไรบ้าง? 
       ผมจะลองลำดับพฤติกรรมที่เรียกว่าเป็น DNA ในสันดานของพรรคเก่าแก่ ในความเห็นตัวเอง ให้ท่านผู้อ่านฟังบางเรื่อง ดังนี้

       - พฤติกรรมในการซื้อเสียง ประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรก ที่สมาชิกพรรคถูกพิพากษาจำคุก 1 ปี ในข้อหา “ซื้อเสียง” เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี และเป็นพรรคล่าสุด ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมุทรปราการ ถูกแจก “ใบแดง” เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอีก 5 ปี ด้วยข้อหา “แจกของ” (มันก็ซื้อเสียงนั้นแหละ) แสดงว่า DNA ในสันดานซื้อเสียงของพรรคนี้ ยังเหนียวแน่น แสดงว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแต่อย่างใด เคยทำผิดโดนจับได้ก็มาทำซ้ำอีก แต่คนสำคัญของพรรคนี้ชอบพูดนักว่า พรรคอื่นซื้อเสียง หรือแพ้เพราะพรรคการเมืองคู่ปรับซื้อเสียง
       เป็นอย่างนั้น...ไปซะอีก!
       - พฤติกรรมในการบริหารงานไม่โปร่งใส ทั้งส่อไปในทางทุจริต ดังปรากฏในเรื่อง ส.ป.ก. 4-01 ที่อื้อฉาวมาจนทุกวันนี้ เมื่อครั้งพรรคดักดานเป็นรัฐบาลเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว จนมาถึงเป็นรัฐบาลปัจจุบัน บริหารงานไม่ถึงเดือน ก็มีเรื่องปลากระป๋องเน่า โชยกลิ่นเหม็นคลื่นเหียน ทำให้ชาวบ้านต้องอุดจมูกกันทั้งเมือง หลังจากที่อดีตผู้ว่า กทม. ของประชาธิปัตย์ ต้องลาออกจากตำแหน่ง ด้วยข้อกล่าวหาว่าทุจริตอีกนั่นแหละ 
       แสดงว่า DNA ในสันดานเรื่องการบริหารงานไม่สุจริตของพรรคนี้ ไม่ว่าจะบริหารงานในระดับชาติหรือท้องถิ่น ยังคงดักดาน ย้ำคิดย้ำทำ ซ้ำๆซากๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดอีกเหมือนกัน   
       - พฤติกรรมในการพูดจาไม่ตรงกับความเป็นจริง ของสมาชิกพรรค ที่เห็นได้ชัด คือ การอภิปรายเรื่องสัญชาติของบิดานายบรรหาร ศิลปอาชา เมื่อครั้งหลงจู๊เมืองสุพรรณ ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ และครั้งล่าสุดในการที่โฆษกประจำตัวของนายมาร์ค มุกควาย คือ นายเทพไท เสนพงษ์ ที่ออกข่าวว่าอดีตนายกทักษิณ ถูกห้ามเข้าอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐ ต้องออกมายืนยันว่า ไม่เคยห้ามคุณทักษิณจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ หนังสือพิมพ์ใหญ่อย่างไทยรัฐบอกว่า นายเทพไทหน้าแหก แต่นาย ‘โฆษก-เสียงหลอน’ ยังออกมาตะแบงแถไปตามเรื่อง 
       DNA ในสันดานของพรรคดานดักในเรื่องนี้ ชัดเจนยิ่งนัก!
       ยิ่งนานวัน ผมยิ่งเห็นว่า  DNA ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นดักดานเหนียวแน่นจริงๆ จนสามารถครอบงำสมาชิกพรรคได้ชะงัด ดูอย่างนายอภิสิทธิ์ หรือนายมาร์ค มุกควาย เป็นตัวอย่าง แม้เจ้าตัวจะได้รับการศึกษาจากเมืองนอกเมืองนา ผ่านสถาบันที่มีชื่อเสียง อย่าง Eton (อีตัน) แต่เมื่อมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็แทบไม่เหลือความเป็นอีตันเพราะโดน E-trang (อี-ตรัง) ครอบเอาจนอยู่หมัด
       ที่ผมบอกว่าถูกครอบก็เพราะว่า เรื่องเงินอุดหนุนพรรคประชาธิปัตย์ 250 ล้านบาท ที่หัวหน้าพรรคอย่างนายมาร์ค มุกควาย ออกมาพูดในทำนองไม่รู้ไม่เห็น บรรดาสมาชิกพรรคก็ออกมาบอกว่า “ไม่จิ๊ง...ไม่จริง!” แต่ในที่สุดคนที่สนับสนุน คือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ก็ออกมายอมรับต่อสาธารณะชนว่า ได้จ่ายเงินจำนวน 250 ล้านบาทให้กับพรรคประชาธิปัตย์จริง 
       DNA จาก “อีตัน” ก็กลายเปลี่ยนเป็น “อีตรัง” เรียบร้อยแล้ว
       เรื่องการจ่ายเงินของนายประชัย ให้กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่ได้เป็นแค่ข่าวลืออีกต่อไป เพราะคนจ่ายยอมรับ ตัวกลางที่รับมาจ่าย ให้ข้อมูลพร้อมเลขบัญชี ชื่อเจ้าของบัญชีที่นำเงินเข้า 
       หลักฐานแน่นบึ้ก!
       ยิ่งไปกว่านั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการคดีพิเศษ สอบสวนให้คดีนี้เป็นคดีพิเศษไปเรียบร้อยแล้ว 
       บังเอิญมีการเปลี่ยนรัฐบาล พอดิบพอดี!!
       เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายสุเทพฯได้ไปนั่งเป็นประธานจากคณะกรรมการคดีพิเศษ แทนนายกรัฐมนตรี ก็ออกลีลายังไม่รับรองรายงานการประชุม (ซึ่งเป็นขั้นตอนธุรการเท่านั้น) ทั้งๆที่คณะกรรมการการได้อนุมัติให้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว 
       จึงขอให้เพื่อนสื่อมวลชนทั้งหลาย จับตาดูการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษครั้งต่อไปให้ดี ว่า

 
       พรรคดักดานจะ “ตะแบง” แบบดานดัก อีท่าไหนกันอีก!!!?

.......................

****ท้ายบท
       ขอบพระคุณท่านผู้อ่าน ที่กรุณาอุดหนุนหนังสือของ ‘วาทตะวัน’ แม้ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” “เหี้ยส่องกระจก” และ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน) กำลังจะหมดไป แต่หนังสือใหม่ที่จะเรียงกันออกมา เพื่อสนองแฟนคลับวาทตะวันคือ “ความหลังยังหยดหยาด” “เรื่องสั้น...ฉันเป็นตำรวจ” และ “เมียน้อยร้อยแบบ!!!”          
       สั่งซื้อได้ที่
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
เปลี่ยนไม่ได้ มันทั้งลึกทั้งแน่น พอโดนจับได้ ก็ออกลวดลายโวยวาย บอกว่าคนโน้นคนนี้ผิด ทั้งๆที่ตัวมันทำเอง ส่วนไอ้เสีย "หมูต๋น" ก็หาทางออก เพราะต้องโดนตลาดหลักทรัพย์เอาเรื่อง เพราะเอาเงินบริษัทมหาชนไปดำเนินกิจการการเมือง

โดยคุณ มันเป็นอย่างนี้เอง 125.27.51.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เขียนได้ดี เขียนได้เยี่ยม ทำให้ตาสว่างขึ้นมาก ฟังข่าวเมื่อเช้า ฮิลลาลี่ไม่มาเมืองไทยเพราะ รมว.ตท. เป็นผู้ก่อการร้าย สหรัฐไม่ยอมรับการปฏิสัมพันธ์กับผู้ก่อการร้าย

โดยคุณ woonwaymak@gmail.com 125.24.128.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
อีตรังมันครอบหมด อีตันมัน "ตัน" ทั้งความคิด ความอ่าน เดี๋ยวนี้ อีตันมันถึงทั้งพูด ทั้งคิด ตลอดจนเลียนกริยาท่าทาง จนตัวมันกลายเป็น" อีตรัง สาขา 2" ไปแล้ว

โดยคุณ ตันจริงๆ 124.120.73.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
รอให้เวลาเป็นปัจจัยเพราะคนพันธุ์นี้ชอบสร้างเงื่อนไขทำลายผู้อื่นเสมอมา จงระวังไว้ว่าเวรกรรมมีจริง และจะกลับมาทำลายตัวมันเอง

โดยคุณ 118.175.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ประชาธิปัติทำมากี่ปี ประเทศเจริญได้เพราะชาวบ้านเขาทำมาหากิน นักการเมืองแทบไม่ช่วยอะไรเลย จึงได้พูดกันว่า ขอให้การเมืองนิ่ง เอาแค่นั้นจริงๆ ขอแค่ไม่หวือหวา อย่าทำฉิบหายเสียเองประเทศก็ไปได้ พอมาถึงยุค นายกชาติชาย จึงเห็นความแตกต่างของคนทำงานด้วยปาก กับคนทำงานด้วยสมอง ชัดเจน มาถึงยุคนายกบรรหาร จึงเห็นความแตกต่าง ของคนที่เข้าใจประชาชนและยอมรับเสียงส่วนใหญ่อย่างแท้จริง ชัดเจนอีกครั้ง มาถึงยุคทักษิณ จึงเห็นความแตกต่าง ทั้งนโยบายที่ตอบสนองสังคม สัญญาใว้แ้ล้วทำได้จริง มีความเป็นผู้นำสูง หาเงินมาใช้ในโครงการได้จริงโดยไม่ต้องโยนภาระไปให้คนรุ่นหลัง ปรับโครงสร้า้งสังคมได้จริง ปรับโครงสร้า้งระบบราชการให้ดีขึ้นได้จริง ปรับทิศทางของประเทศให้มียุทธศาสตร์พร้อมสู้กับโลกภายนอกได้จริง ซึ่งก็ไม่ได้ผลดีทั้งหมด ที่เสียหายผิดพลาดก็มีตามธรรมชาติของการทำงานใหญ่ แต่ถ้าไม่ลงมือทำ ไม่ลงมือแก้ไข ปล่อยให้คาตาอยู่อย่างนั้นเพราะมันไปขัดผลประโยชน์ของบางพวกบางฝ่าย ประเทศนี้ก็มีแต่จะต้องล่มจมไปเรื่อยๆ เทียบกับมาร์ค ที่กำลังเดินหน้ายกระดับข้าราชการเลียเก่งและกลุ่มอภิสิทธิ์ชนให้กลายเป็น เป็นเจ้านายใหญ่ที่ประชาชนทั่วไปต้องกลั้นใจรอส่วนแบ่งการพัฒนาอีกครั้ง มันต่างกันลิบลับ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นได้ชัดเจน ถ้ายังลอกการบ้านแบบ ไม่รู้ว่าต้นตอมันมาอย่างไร ต้องมียุทธศาสตร์แบบไหน ปัจจัยด้านเศรษกิจและการเอารัดเอาเปรียบที่เป็นข่าวหลุดออกมาหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ความไร้ที่พึ่งด้านยุติธรรมก็ใช้การไม่ได้ ความจริงถูกปิดปังโดยตลอด เพราะทหารคุมสื่อหลักๆ ทีวีกี่ช่องมอมเมากันเข้าไป จะเป็นตัวเร่งให้ ประเทศไทยเกิดสงครามกลางเมืองแน่ๆ

โดยคุณ การบริหารแบบประชาธิปัติ คือวิธีการเร่งสงครามกลางเม 118.173.63.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
สู้อีแม้วไม่ได้...เนอะลุงวาทเนอะ ทั้งชั่วช้าสารเลว ขายชาติ ปล้นประเทศ ปลุกปั่นยุยงสร้างความแตกแยก จาบจ้วงล้มล้าง รึตำรวจแบบลุงวาท...ชอบตำรวจแบบอีแม้ว

โดยคุณ นายร้อยสามพาล 124.121.160.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER