หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > เฒ่าสุเมธ อุปนิสากร ก.ก.ต. ‘ของปลอม’...ของ ‘ไอ้บัง’!!!
หัวข้อ : เฒ่าสุเมธ อุปนิสากร ก.ก.ต. ‘ของปลอม’...ของ ‘ไอ้บัง’!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

เฒ่าสุเมธ อุปนิสากร ก.ก.ต. ‘ของปลอม’...ของ ‘ไอ้บัง’!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

       หลังกึ่งพุทธกาลไม่กี่ปี สุรพล สมบัติเจริญ ราชาเพลงลูกทุ่งได้แต่งและร้องเพลงที่ถูกใจผู้คนมาก เพราะใครฟังเพลงนี้แล้วเป็นต้องอมยิ้ม ท่านว่าเอาไว้อย่างนี้ครับ

       ...ของไม่จริงมันจึงไม่สั่น ไม่ไหว
       เขย่าเท่าไรจะให้มันไหวมันก็ไม่ยอม
       สงสัย ข้างในคงเป็นของปลอม
       ที่แม่เนื้อหอม ปลอมไว้หลอก คุณลุง...

       ครูสุรพล สมบัติเจริญ เป็นอัจฉริยะอย่างยิ่ง เพราะนอกจากแต่งเพลงได้แล้ว เนื้อหาของเพลงยังกินใจผู้คนอีกด้วย  เพราะก่อนจะถึงท่อนนี้ ราชาเพลงลูกทุ่งปล่อยมุกเด็ดเอาไว้ ว่า

       ...ปากแดงแดง ตากลมกลม ปล่อยผมโชว์
       อกโตโตเหมือนแตงโมที่หิ้ว
       แต่ทำไมน้องสาว จึงเดินลิ่ว
       น่ากลัวคงหิ้ว เอามาแต่ของปลอม...

       อารมณ์ศิลปินที่มองโลกได้อย่างขำขัน เพราะครูท่านเห็นสาวที่อกโตเป็นแตงโมบางเบิด แต่เดินอกตั้งไปลิ่วๆได้อย่างสบาย ซึ่งหากสังเกตกันให้ดีๆ ก็จะเห็นว่า หน้าอกตึงๆชวนเข้าตะลุมบอนของเจ้าหล่อนนั้น กลับพุ่งชี้ตรงแข็งมะลื่อทื่อ ดูแล้วขาดชีวิตและไม่มีชีวา เพราะไม่มีการพลิ้วสั่นไหว หรือกระเพื่อมระริก ตามกฎโน้มถ่วงของธรรมชาติแต่อย่างใด 
       นอกจากครูสุรพลจะตั้งปุจฉาแล้ว ท่านยังฟันธงตอบเองอย่างชัดเจนอีกด้วยว่าหน้าอกคู่นั้นของเจ้าหล่อนเป็น... 
       ...‘ของปลอม!!!’
       เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย ที่เห็นหน้าอกผู้หญิงเป็นของเร้าใจและกระตุ้นความรู้สึกคึกคัก จนกระทั่งมีการวาดเป็นภาพ หรือปั้นหน้าอกสตรี การถ่ายรูปปทุมถัน รวมทั้งที่บรรยายความงดงามของอวัยวะส่วนนี้ ออกมาเป็นเพลงชมโฉมสตรีอย่างเพลง “ปทุมไฉไล” ของครูเวช สุนทรจามร ที่ครูสุรัฐ พุกกะเวส ประพันธ์คำร้อง รวมทั้งการมองแบบขำขัน ครูสุรพล สมบัติเจริญนี่แหละครับ

content/picdata/134/data/photo1.jpg

       คำว่า “ของปลอม” ไม่ใช่มีแค่เรื่องหน้าอกเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องเป็นราวขั้นมาอีก คือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุเมธ อุปนิสากร ก.ก.ต. ฒ.ผู้เฒ่า ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากอายุ 70 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 8 มี.ค. 2552 หยกๆนี้เอง แต่ก่อนจะพ้นตำแหน่ง แกดันออกมา ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่า 

        “ผมยอมรับว่า ก.ก.ต. ชุดนี้เป็นของปลอม เพราะถูกตั้งโดย ค.ม.ช. ไม่ได้ถูกตั้งมาตามรัฐธรรมนูญหรือได้รับการโปรดเกล้าฯ เรื่องนี้ไม่ขอโต้เถียงใครที่กล่าวหา แต่ตนเห็นว่าแม้ไม่ได้มาตามรัฐธรรมนูญแต่กฎหมายก็เปิดโอกาสให้ทำได้” 
       คำพูดของอีตาเฒ่าสุเมธฯนั้น ทำให้นางสดศรี สัตยธรรม ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมก๊วน ก.ก.ต. ด้วยกัน แสลงหูถึงกับลมตีขึ้น ออกอาการกระฟืดกระฟาด อดรนทนไม่ได้จึงต้องเดินย้วยย้ายออกมาแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าว ว่า

       “นายสุเมธคงไม่เข้าใจความจริง เพราะ ก.ก.ต.ถูกแต่งตั้งโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ดังนั้น หาก ก.ก.ต .เป็นของปลอม นายสุเมธก็เป็นของปลอมด้วย”
       นางสดศรีฯ หรือ ‘เจ๊สด’ ตามที่หนังสือพิมพ์ตั้งให้ (ยังดีกว่าเรียก “เจ๊ไม่สด” ) พูดแบบนี้เสมือนเป็นการปกป้องตัวเอง ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว เห็นว่าการแต่งตั้งของ “ไอ้บัง” เป็นเรื่องไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการแต่งตั้งโดยหัวหน้าคณะรัฐประหารที่แย่งอำนาจไปจากประชาชน แถมยังมีการอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาเก่าแก่ดานดักที่รับรองความถูกต้องของการปฏิวัติ รัฐประหาร และยึดอำนาจประชาชนไว้ด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้ นานาประเทศทั้งหลายเขาคงมีความเห็นว่า คำพิพากษาอย่างนั้น 
       โลกอารยะ เขารับกันไม่ได้! 
       การกระทำของ “ไอ้บัง” กับพวก ทำให้บ้านเมืองฉิบหายวายวอด ผลของการยึดอำนาจครั้งนี้ ทำให้พลเมืองในชาติแตกแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ทั้งยังเป็นสาเหตุให้สถาบันสำคัญต่างๆของชาติ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ชาติไทยที่รักของเราถูกดูแคลนจากนานาชาติ จนดูคล้ายสถานะของประเทศทรุดโทรม และผุกร่อนลงในสายตาของสังคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ก็เพราะ...
       การทำ ‘รัฐประหาร-อัปรีย์’ ของ “ไอ้บัง” กับพวกนี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญ! 
       ผมเห็นความวอดวายของบ้านเมือง ปรากฏอยู่ตรงหน้า จึงอดรนทนไม่ได้ จึงเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งหลายหน  ตั้งแต่ครั้ง ค.ม.ช.ของ “ไอ้บัง” ยังเรืองอำนาจด้วยซ้ำไป ซึ่งท่านทั้งหลายที่เคยอ่าน “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” คงจะเห็นว่า 
       ผู้เขียนได้ปลุกใจให้ผู้พิพากษาทั้งหลาย ให้เอาหัวใจสิงห์มาสวม เพราะสถาบันตุลาการเป็นองค์กรที่ทรงเกียรติ เป็นที่พึ่งของประชาชน ผู้พิพากษาจึงต้องมีความหาญกล้า ในการชี้นำประชาชน ให้เดินถูกทิศและไปถูกทาง ท่านผู้พิพากษาทั้งหลายจะต้องปักหลักแสดงอาการแข็งขืน ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเถื่อน เพื่อให้ผู้ยึดอำนาจตระหนักว่า คณะตุลาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่หวาดกลัวต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรม ทั้งยังกล้าเผชิญหน้าด้วย ใครอยากรู้ว่าผมเขียนเอาไว้อย่างไรบ้าง แนะนำให้ไปหาหนังสือเล่มดังกล่าวมาอ่าน ซึ่งรายละเอียดอยู่ในตอนที่ชื่อ ว่า 
       คณะผู้พิพากษา ต้องเป็น ‘ธงนำ’ ในการต่อต้านรัฐประหาร!

       อย่างไรก็ตาม ผมว่านายสุเมธ อุปนิสากร ยังกลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านได้อย่าง  ไม่สบายนัก เพราะองค์กรอิสระ ทั้งป.ป.ช. และ ก.ก.ต. ที่แต่งตั้งโดย “ไอ้บัง” นั้น ทำให้คณะกรรมการทั้ง ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. ยังมีวิบากกรรมที่ต้องเผชิญเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือนอีก กล่าวคือ

content/picdata/134/data/photo2.jpg

       ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549  ข้อ 4 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วย         

       (1) นายอภิชาต สุขัคคานนท์         ประธานกรรมการ     

       (2) นายประพันธ์ นัยโกวิท  กรรมการ     

       (3) นางสดศรี สัตยธรรม   กรรมการ     

       (4) นายสมชัย จึงประเสริฐ  กรรมการ      

       (5) นายสุเมธ อุปนิสากร   กรรมการ           

       ผมต้องขออนุญาตเรียนให้ท่านผู้อ่าน   ทราบว่าตามประกาศคณะการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์  ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549 นั้น         

       ไม่ได้ระบุเกี่ยวกับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานและกรรมการการเลือกตั้งไว้แต่อย่างใด   
       นอกจากนี้แล้วตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 20 กันยายน 2549 ข้อ 1 ยังคงให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 ยังคงใช้บังคับต่อไป  ซึ่งก็หมายความว่าเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานและกรรมการการเลือกตั้ง ที่คณะปฏิรูปการปกครองฯ แต่งตั้งครั้งนี้ก็จะต้องรับเงินเดือน  เงินประจำตำแหน่ง  และผลประโยชน์  ตอบแทนอื่น  ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542  มาตรา 18 ซึ่งได้บัญญัติเอาไว้ว่า        

       “มาตรา 18 เงินเดือน  เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น”   

       พระราชบัญญัติ  เงินเดือน  เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง  ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2541 มาตรา 4 ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ประธานกรรมการและกรรมการได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ตามอัตราในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
       มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้       

       “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการเลือกตั้ง  กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  และให้หมายความรวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาด้วย
       “ประธานกรรมการ”  หมายความว่า ประธานกรรมการการเลือกตั้ง  ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  และประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
       นายอภิชาต สุขัคคานนท์  ประธานกรรมการกับพวกรวม 5 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้  ไม่ได้มีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแต่อย่างใด  

       ฉะนั้น นายอภิชาต  สุขัคคานนท์  ประธานกรรมการกับพวกรวม 5 คน จึงไม่สามารถรับเงินเดือน  เงินประจำตำแหน่ง  และประโยชน์ตอบแทนอื่นในตำแหน่งประธานกรรมการและ/หรือกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามนัยกฎหมายข้างต้นได้           
    เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้จ่ายเงินให้กับนายอภิชาต สุขัคคานนท์  ประธานกรรมการกับพวกรวม 5 คน ได้จ่ายเงินอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย  จึงขอเรียกร้องให้ผู้จ่ายเงิน ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้     

       1. เรียกเงินที่นายอภิชาต สุขัคคานนท์  ประธานกรรมการกับพวกรวม 5 คน รับไปที่เป็นเงินเดือน  เงินประจำตำแหน่ง  และประโยชน์ตอบแทนอื่นคืนโดยด่วน
       2. ระงับการจ่ายเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์อื่น ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       นายสุเมธ รู้ความจริงอย่างนี้แล้ว น่าจะขอบคุณผม และนำเงินไปคืนหลวงเสียให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมีการติดตามทวงถามกัน ให้เมื่อยตุ้มต่อไป!

       ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ เมื่อผมขึ้นต้นข้อเขียนด้วยเพลง ก็อยากลงท้ายด้วยเพลง เพราะตอนที่ได้อ่านคำแถลงของตาเฒ่าสุเมธฯ ว่า ก.ก.ต. นั้นเป็นของปลอม ซึ่งเป็นคำพูดจากปากของแกเอง ไม่ได้มีใครบีบปาก หรือเอาปืนจี้ให้ตาเฒ่าคนนี้ต้องพูด ทำให้ผมคิดถึงเพลงของครูคำรณ ที่ท่านร้องเอาไว้ก่อนกึ่งพุทธกาล จนดังทั่วแผ่นดินไทย ว่า

       โลกวะโลกเหวย โลกเอ๋ยใครสร้าง
       พระพรหมองค์ใดจับวางข้าไว้บนทางที่เลวแสนเลว
       สิ่งใดหมายมั่นกลับพลันต้องคว้าน้ำเหลว
       เหมือนข้าปิดทองเปลวเบื้องหลังพระปฏิมา
       ข้าทิ้งเขี้ยวเล็บเก็บแล้วจนสิ้น
       หันหาอาชีพอยู่กิน เพื่อล้างมลทินที่เป็นเสือมา
 
       เพลงนี้ชื่อ “เสือสำนึกบาป” ที่ผมคิดถึงเพลงของครูคำรณ ผู้เป็นต้นแบบลูกทุ่งไทย ก็เพราะสื่อมวลของมักจะเรียกคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า “ห้าเสือ ก.ก.ต.” เลียนแบบ “ห้าเสือ ทบ.” อันประกอบด้วย ตัว ผบ.ทบ. รองผบ.ทบ. เสธ ทบ. และ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. อีก 2 คน
       การออกมาสารภาพกับสังคมของ นายสุเมธ อุปนิสากร อย่างคาดไม่ถึง เป็นเหตุให้ผมนึกถึงเพลงนี้ ก็เพราะไอ้พวกเสือปล้นในเพลงเสือสำนึกบาป ได้ปล้นเขากินมาหลายปีดีดัก แต่ครั้นมาถึงวันที่โจรมันจะกลับใจ ทำให้ได้คิดถึงความชั่วร้ายที่เคยทำมาในอดีต จึงล้างมือละเลิกทำชั่ว และกลับไปทำมาหากินอย่างสุจริตชน  ซึ่งอีตาเฒ่าสุเมธฯคนนี้ ก็คงมาอีหรอบเดียวกับไอ้เสือปล้นนั่นแหละ กล่าวคือ 
       พออายุมากเข้าถึง 70 ปี ตาเฒ่าจึงเพิ่งมาสำนึกได้ว่า ตนเองนั้นมาจากการแต่งตั้งโดย “ไอ้บัง” ที่ทำรัฐประหาร ยื้อเอาพระราชอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระไป แล้วจัดการแต่งตั้งกรรมการอย่าง ก.ก.ต.และ ป.ป.ช.เสียเอง!
       ...ดูมันทำ!!
       พออีตาสุเมธฯสำนึกถึงความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้น ก็คงจะรู้สึกอึดอัดคัดข้อง จนถึงขั้นต้องระบายความในใจออกมา ให้สาธารณชนได้รับทราบทั่วกัน ซึ่งเมื่อผมพิจารณาโดยถี่ถ้วนแล้ว คนอย่างตาเฒ่าคนนี้ ซึ่งเป็นอดีตผู้พิพากษา 
       ไม่น่าจะงมโข่ง ดักดาน อยู่ได้นานนับปี!
       กว่าจะรู้สำนึกว่า มีความไม่ชอบธรรมในการแต่งตั้งตัวเอง กับพวกอีก 4 คนเข้าไปเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ถึงจะสำนึกช้าไป ชาวบ้านเขาก็ยังพอให้อภัยเหตุเพราะว่าแกกลับใจ สารภาพความจริงกับสังคม ผมจึงหวังว่าพวกที่เหลืออยู่อีก 3 นาย กับ 1 นางนั้น คงไม่ต้องรอให้อายุครบ 70 ปี อย่างตาเฒ่ารายนี้ กว่าจะสำนึกได้ 
       ก่อนจบ ต้องขอบอกชายชราอย่างนายสุเมธ อุปนิสากร ว่า แม้จะกลับใจแล้วก็ตามที แต่ถึงกระนั้นยังต้องคืนเงินเดือน ผลประโยชน์ และค่าตอบแทนอื่นๆนั้น ซึ่งก็เป็นจำนวนแค่ไม่เกิน 3-4 ล้านบาท ให้กับหลวงไปซะโดยดี 
   
       อย่าดัน ‘อม’ เอาไว้อีกล่ะ!!!

.......................

****ท้ายบท
       แฟนหนังสือของ ‘วาทตะวัน’ ที่เคยอ่าน “กาแฟขม ขนมหวาน”, “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ”, “เหี้ยส่องกระจก” และ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน) แล้วติดใจหนังสือใหม่ที่จะเรียงตามออกมาสนองแฟนคลับ คือ “ความหลังยังหยดหยาด” “เรื่องสั้น...ฉันเป็นตำรวจ” และ “เมียน้อยร้อยแบบ!!!”    

       สั่งซื้อได้ที่ www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...
        

 


                        


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
มันทำลายชาติบ้านเมืองขนาดนี้ จะมีทางใดที่จัดการตามกฎหมายกับมันได้บ้าง ไม่ว่าเรื่องร่ำรวยผิดปกติ หรือการซุกซ่อนเงินจากการทำการกบฏ

โดยคุณ วงเวียน 125.25.37.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ยังดีที่แกยังสำนึกได้

โดยคุณ ให้ตายเถอะ 222.123.162.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER