หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “ฝีคัณฑสูตร” ในรูทวาร ของประชาธิปัตย์!!!
หัวข้อ : “ฝีคัณฑสูตร” ในรูทวาร ของประชาธิปัตย์!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“ฝีคัณฑสูตร” ในรูทวาร ของประชาธิปัตย์!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        เมื่อจันทร์ที่แล้ว ผมเขียนเรื่อง “เดช ‘เมียเก็บ’ การเมือง!!!?” โดยที่ไม่ได้คิดว่า จะมีผู้คนสนใจอะไรนักหนาเพราะเขียนด้วยอารมณ์ครื้นเครงเท่านั้น แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากแฟนๆว่า เขียนสนุก และผู้อ่านได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องเมียน้อยเมียหลวงอย่างที่ไม่เคยทราบมาก่อน       

        หลายท่านยอมรับว่า ชอบดูและฟังคนด่ากัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ด้วยเป็นนิสัยของคนไทยเรามาตั้งแต่ดั้งเดิม ที่ชอบหาความสนุกสนานหรือความบันเทิง จากการปะทะคารมกันของคนอื่น และไม่มีอะไรที่เติมสีสันให้กับการฟัง ดีเท่ากับการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างผู้หญิงที่หึงผัว อย่างที่ผมเขียนเล่าเรื่องการด่ากัน ระหว่างเมียน้อยเมียหลวงไปแล้ว แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่ได้เขียนเล่าตัวอย่างของการปะทะคารม      

        ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มเติมอีกสักนิด เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เพลิดเพลินกับลีลาการด่าทอ ก็ขอเล่าต่ออีกสักนิด     

content/picdata/137/data/photo1.jpg

        ตอนขุนแผนรบศึกเสร็จ กลับไปหาเมียคือนางพิมพิลาไลยซึ่งได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “วันทอง” อีตาแผนแกไม่ได้ไปคนเดียว ดันพานางลาวทองเมียอีกคนมาด้วย มีหรือผู้หญิงที่ไหนจะทนได้ การปะทะคารมของเมียหลวงเมียน้อยดุเดือดอย่างยิ่ง และเมื่อวันทองโกรธจัดก็บอกว่า      
        ถึงกระนั้นก็การอะไรใคร                
        ฤาช้างแทงมึงเข้าไปถึงคอหอย            
        ดอีลาวชาวป่าขึ้นหน้าลอย            
        แม่จะต่อยเอาเลือดมาล้างตีน

        นี่แหละ ผู้หญิงสุพรรณบ้านบรรหารขนานแท้ เรื่องใส่เกียร์ถอยไม่มีเสียล่ะ ต่อยอีเมียน้อยมันซะ แล้วเอาเลือดมาล้างตีนเสียให้หายแค้น มือถึงตีนถึงด้วยกัน...เอากะแม่ซี่!
        การพูดของคนไทยนั้น มีทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม มัน และที่ขาดไม่ได้ คือ รสเผ็ด (คนไทยกินอาหารเผ็ดร้อนกระมัง การด่าจึงไม่เป็นสองรองใครในโลก!) ซึ่งรสชาติการพูดเหล่านี้ก็ไปปรากฏชัดในวรรณคดี ซึ่งสามารถสัมผัสรสอันวิเศษได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของความรักระหว่างชายหญิง      

        ในตำราวรรณคดีไทยแบ่งเป็นสี่รส ชื่อสอดคล้องกัน คือ เสาวรจนี ,นารีปราโมทย์, พิโรธวาทัง, สัลลาปังคพิไสย      
        พิโรธวาทัง คือ คำที่ระบายความโกรธแค้น ขุ่นเคือง แสดงออกมาเป็นคำพูดด้วยการตัดพ้อต่อว่าให้สะใจ เพื่อปลดปล่อยความผิดหวัง ความแค้นคับ อับจิต ความน้อยเนื้อต่ำใจ ปะปนด้วยความการเสียดสี เกรี้ยวกราด อ่านแล้วถึงอกถึงใจพระเดชพระคุณนัก                   

        คำว่าพิโรธ แปลว่า โกรธกริ้ว ไม่สบอารมณ์ วาทังหรือวาทะก็คือ คำพูดนั่นเอง               

        ลองดูความโกรธและหึงหวง ของนางวันทองเสียบ้าง นอกจากจะโกรธและหึงที่สามีดันพาเมียน้อยมาถึงบ้าน เหมือนเย้ยกัน ยิ่งเธอเห็นขุนแผนเข้าข้างนางลาวทองเมียน้อยจนเกินเหตุซ้ำเติมเข้าไปอีกด้วยแล้ว แม่วันทองจึงพูดจาว่ากล่าว อย่างดุเดือดเลือดพล่าน ลองฟังดูครับ

        ว่าพลางโจนขึ้นบนสะพาน                
        จะตักน้ำล้างบ้านเอาตีนสี             
        สิ่งไรมิให้เป็นราคี                             
        น้ำท่ามีอยู่จะถูเช็ด        
        ทั้งน้ำมันกระจกกระแจะแป้ง               
        จะทิ้งไว้ให้แห้งเป็นสะเก็ด       
        ให้สิ้นวายหายชาติของคนเท็จ             
        จะขุดเวจฟื้นดินให้สิ้นรอย       
        ขาดเด็ดเสร็จกันในวันนี้                     
        ไม่มีอาลัยเท่าปลายก้อย       
        ถึงพระอินทร์ลงมาว่าก็อย่าคอย           
        ที่วันทองนั้นจะถอยมาคืนดี
        

        นางวันทองโกรธจัดร้องบอกว่า ขุนแผนไปจากบ้านแล้วจะเอาน้ำล้างเรือนให้เกลี้ยง โดยจะไม่ยอมจับผ้าขี้ริ้วให้เป็นราคีมือแต่แม่จะใช้ ‘ส้นตีน’ ถูเรือน ให้มันหายช้ำใจ     

        ...ใครจะทำไม? 555        

        ยิ่งไปกว่านั้น คนไทยโบราณซึ่งไม่นิยมเอาส้วม หรือ ‘เวจ’ ( ‘เวจขี้’ ก็เรียก) มาไว้ในตัวบ้าน ส่วนมากมักตั้งอยู่ด้านหลัง ไกลออกไปจากเรือนที่อยู่อาศัย หากยังอยู่ในบริเวณที่ดินของบ้าน นางเอกที่หัวใจสลายเพราะผัวรักอย่างวันทอง ยังระบายออกมาด้วยความคั่งแค้นว่า        

        “จะขุดเวจฟื้นดินให้สิ้นรอย”       

        แน่ะ..ดูซิ...แม้แต่เวจหรือส้วมที่ขุนแผนถ่ายทุกข์เอาไว้ ตั้งแต่ตอนแต่งงานอยู่กินเป็นผัวเมีย กระทั่งพ่อพระเอกไปราชการงานศึกเป็นแรมปี จนของเสียที่ขุนแผนแกถ่ายทิ้งเอาไว้เนิ่นนาน กลมกลืนกลายเป็นเนื้อเดียว กับดินใต้เวจไปเรียบร้อยแล้ว   

        วันทอง...แม่ก็ยังไม่ละ!       

        บอกว่าจะยอมลงทุนลงแรง ขุดดินแล้วพรวนเสียใหม่ กลบร่องกลิ่น..รอยเก่าเสียให้สิ้น ไม่ให้มีแม้แต่กลิ่นปฏิกูลของผัวตัวดีที่นอกใจถ่ายทิ้งเอาไว้ ลอยละล่องฟ่องฟุ้งเป็นเสนียดกับบ้าน และจมูกของตัวนางวันทองเองอีกต่อไป    

        ฮู้ยยยยยยยยยย...เชื่อแล้วจ้ะ ว่าแม่โกรธและหึงจริงๆ...กลัวแล้วจ้า !!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ      

        อย่างที่ผมบอกว่า การปะทะคารมหรือการด่าทอกัน ไม่มีอะไรที่เติมสีสัน ให้กับการฟังดีเท่ากับการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างผู้หญิงที่หึงผัว จะดูเป็นละครโทรทัศน์ก็สนุก จะเป็นการขับเสภา ลิเก หรือการแสดงอื่นๆ ก็ให้อารมณ์สนุกสนานเหมือนกันหมด  

        ผู้หญิงด่ากันนั้น แม้ไม่ใช่เรื่องแย่งผัว หาแต่ด่าในสภาผู้แทนราษฎรยังสนุก อย่างเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มีการปะทะคารมกันระหว่าง ส.ส.สาวสวยสด จากจังหวัดเชียงฮาย อย่างคุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ กับ ส.ส.ระดับ “แม่เฒ่า” รังสิมา รอดรัศมี จากประชาธิปัตย์ ก็ได้อรรถรสอย่างไม่น้อย แต่ผู้คนรวมทั้งสื่อมวลชนทั้งหลาย ต่างก็เทคะแนนไปให้ทาง ส.ส.ผู้อ่อนเยาว์แบบเต็มร้อย ทำให้ “ยายฟัก” อย่างรังสิมา เจื่อนไปถนัด       

        สื่อต่างๆ บอกว่า ทันทีที่ ส.ส.คนสวยนักเรียนนอกคนนี้ เธอได้ “แจ้งเกิด” ไปเรียบร้อยแล้ว เอาไปลงสูติบัตรของรัฐสภาไทยได้เลย ว่ากันขนาดนั้นทีเดียวเชียว      

        สำหรับผมแล้ว แม้จะเห็นว่า ท่าน ส.ส. สวยน่ารัก เก่ง จนอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้น ความประทับใจของผมกลับไปอยู่ที่         

        คุณฐิติมา ฉายแสง

        ส.ส.สตรีจากเมืองแปดริ้ว น้องสาวของนายจาตุรนต์ ฉายแสงผู้นี้ เวลาพูดมาดเคร่งขรึมแต่ดูสง่า ที่โดนใจผมมากๆคือจังหวะจะโคนการพูดดีเยี่ยม        

        ท่านผู้อ่านที่เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสด หากท่านเคยดูหนังพากย์ คงจะสังเกตว่า น้ำเสียงของเธอจะละม้ายคล้ายคลึงกับ “ป้าจุ๊” หรือ จุรี โอศิริ นักพากย์และนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่    

        สังเกตกันให้ดีๆ เธอไม่ได้พูดราบเรียบไปตลอด หากตอนไหนที่อ่านคำพูดของคนอื่น หากเป็นชาย คุณฐิติมาก็จะดัดเสียงให้แตกต่างจากการพูดปกติ ผมเองพากย์หนังเป็น จึงจับการพูดของเธอได้

        ต้องยกมือ ตะเบ๊ะให้เลยทีเดียว!     

        สำหรับลีลาการพูดของ ส.ส.หญิงผู้นี้ ซึ่งเธอแจ้งเกิดไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่การปรากฏกายในสภา ออกทางสื่อโทรทัศน์ครั้งนี้ ยิ่งขยายประกายสุกใส ของผู้แทนราษฎรสตรีจากเมืองแปดริ้ว ให้วาววะวับยิ่งขึ้นไปอีก เพราะ...        

        นอกจากการพูดที่เหนือชั้นแล้ว ข้อมูลของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีพันธมาร ที่นำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เธอยังได้ มีการนำเสนอทั้งภาพนิ่ง การฉายวีดิทัศน์ รวมทั้งอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ แสดงให้เห็นว่า มีการตระเตรียม และจัดลำดับมาเป็นอย่างดี ทั้งภาพและเสียงที่ให้อารมณ์กับท่านผู้ชม เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่สมบูรณ์แบบมาก        

        ไทยรัฐฉบับวันรุ่งขึ้น ยังบอกอีกว่า

        ...แถมยังมีปมที่ไม่เคยปรากฏเป็นข่าว การที่นายกษิตไปทะเลาะชกต่อยกับนักเรียนไทยในรัสเซีย การบังคับให้ทูตส่งตั๋วเครื่องบินการบินไทยฟรี 500 ใบไปญี่ปุ่นให้แก่ญาติพี่น้อง รวมถึงเรื่องเปียโนที่ขอจากเอกชน อ้างจะนำไปมอบให้ผู้ใหญ่ แต่ท้ายสุดแล้วเปียโนหลังนั้น ก็อยู่ที่บ้านของนายกษิต...

        การอภิปรายของคุณฐิติมาฯนี้ ทำให้คนไทยที่ไม่เคยพบเห็นทั้งภาพและเสียง ผนวกกับการอภิปรายที่เนิบๆ แบบต่อยช้าอย่าง เขาทราบ กาแล๊กซี่ แต่ทั้งหนักทั้งแน่น แสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นความผูกพันของผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กับฝ่ายพันธมารอย่างเด่นชัด ว่า         

        นอกจากรัฐมนตรีผู้นี้ จะเป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เขายังมีความแนบแน่นกับกลุ่มพันธมาร ซึ่งมีพฤติกรรมเหยียบย่ำประเทศตัวเอง ด้วยการยึดสถานที่ราชการ รวมทั้งสนามบินนานาชาติ และมีหลักฐานคำพูด ซึ่งนำเสนอโดย ส.ส.สตรีที่แสดงให้เห็นว่า รัฐมนตรีต่างประเทศคนนี้...    

        มีความสุขสนุกสนาน กับการเป็นผู้ก่อการร้ายระดับโลกของเขากับพวก!           

        แม้นายกษิตฯเอง จะลุกขึ้นมาพูดแก้ตัวแบบเฉไฉ ก็ไม่สามารถสลับคราบไคลที่ติดตัวแน่นหนา อันได้มาจากการทุ่มตัวทุ่มใจ ร่วมหัวจมท้าย อยู่ในแวดวงดงพันธมาร ออกได้!
        ผมเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย ไม่ว่าผลการลงคะแนนไว้วางใจจะออกมาอย่างไรในสภา แต่ข้างนอกสภานั้น ประชาชนคนไทยสามารถตัดสินพฤติกรรม ตัวรัฐมนตรีผู้นี้ได้เรียบร้อยแล้ว เพราะจากพฤติกรรมที่เปิดเผยโดยผู้แทนหญิง ที่ชื่อ     

        “ฐิติมา ฉายแสง”         

        ความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ทำให้ผมมองอีตากษิตฯ ไม่ต่างไปจากฝีคัณฑสูตร ในรูตูดของรัฐบาลพรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์            

        “หนามยอกอก” ของไทยหรือ “Thorn in his side” ของฝรั่ง หากประคับประคองตัวดีๆก็ยังพอเลี่ยงให้เจ็บน้อยๆได้ แต่ไอ้ฝีคัณฑสูตรนี่ มันอยู่อยู่ลึกซึ้งถึงในรูในเลี้ยว นั่งก็เจ็บ นอนก็เจ็บ ถึงเวลาระบายถ่ายถอนนั่งอยู่บนเวจก็เจ็บดื่มด่ำ จินตนาการภาพฝีคัณฑสูตรเม็ดเบ้อเริ่มเป็นหน้านายกษิตฯ บานฉ่ำอยู่ในรูทวารของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในตูดน้อยๆของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งกำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาตัวให้รอด (พูดอย่างนักเรียนนอกว่า Trying to save his own ass!! พยายามรักษาตูดของตัวเอง)  นำมาซึ่งความชิงชัง สะอิดสะเอียน ให้กับประชาชนคนไทยจำนวนมาก ใช่แต่เฉพาะคนที่สวมใส่เสื้อแดงเท่านั้น แต่ผู้ที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมทั้งหลาย ต่างก็ทนไม่ได้ ที่จะเห็นบุคคลผู้นี้ ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน้าตาของบ้านเมืองเราอีกต่อไป 
        อย่างไรก็ตาม ประชาธิปัตย์ซึ่งเจ็บปวดรวดร้าวในรูทวารขนาดหนัก ดังนั้น เมื่อมาถึงวันนี้และได้เป็นรัฐบาลแล้ว จึงพยายามยืนยัน (ลับหลังพวกพันธมาร!) ว่า ไม่เคยข้องเกี่ยวใส่ผ้าเตี่ยวร่วมกัน กับคนกลุ่มนี้ โดยมุ่งหมายที่จะฟอกตัวเองให้สดใส และดูดีในสายตาชาวบ้าน (แต่ความจริงแล้ว ฟอกไม่ออก!) แต่อาจได้โอกาสดีของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตำรวจภูธรภาค 1 จะออกหมายจับคนที่ โดยมีผู้เข้าข่ายกระทำความผิดกว่า 20 คน  

content/picdata/137/data/photo2.jpg

        รวมทั้งนาย กษิต ภิรมย์ด้วยด้วย!     

        หากมีการออกหมายจับจริง ผมเองไม่อยากให้พรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์ ปลดนายกษิตฯคนนี้ ออกจากตำแหน่ง เพราะอยากให้ลงกินเนสบุ๊คว่า        

        เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนแรกของโลก ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายสากล แต่เมื่อคุยกับเพื่อนฝูงแล้ว ส่วนใหญ่กลับให้ความเห็นว่า
        การที่นายกษิต ภิรมย์ จะถูกดำเนินคดีนั้น เป็นยอดปรารถนาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะขจัด “ฝีคัณฑสูตร” หัวยักษ์ อันเกิดจากการภิรมย์สมพาส ระหว่างพรรคดักดานกับพวกพันธมาร ที่ติดอยู่ในรูทวารของนายมาร์ค มุกควาย และพรรคเก่าแก่ออกไปเสียที เพราะ... 

        ...เบื่อที่จะต้องเดิน ‘ขาถ่าง’เอากะละมังปิดตูด อย่างทุกวันนี้เต็มทีแล้วโว้ย!
        ไอ้ฝีเม็ดนี้หลุดไปได้เมื่อไหร่ ประชาธิปัตย์คงอยาก... 

        ...“จะขุดเวจฟื้นดินให้สิ้นรอย”
        เหมือนนางวันทองเลย พับผ่า!

................

****ท้ายบท
        ขอบพระคุณท่านผู้อ่าน ที่กรุณาอุดหนุนหนังสือของ ‘วาทตะวัน’ แม้ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” “เหี้ยส่องกระจก” และ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน) กำลังจะหมดไป แต่หนังสือใหม่ที่จะเรียงกันออกมา เพื่อสนองแฟนคลับวาทตะวันคือ “ความหลังยังหยดหยาด” “เรื่องสั้น...ฉันเป็นตำรวจ” และ “เมียน้อยร้อยแบบ!!!”          
        สั่งซื้อได้ที่
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...

 
 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ฝีนี้อีกหน่อยคงกลายเป็นเนื้อมะเร็งร้ายกัดกิน กลุ่มบุคคลที่มีนิสัย "ดักดาน" ไปเองล่ะมั้งคะอาจารย์ เพราะมะเร็งที่กัดกินพวกมันนี้เกิดจาก กฎแห่งกรรม ที่พวกนั้นได้กระทำขึ้น คงต้องรอเวลาให้เหตุและปัจจัยกระจ่างแจ้ง แล้วทุกๆอย่างจะชัดเจนไปเอง

โดยคุณ 118.175.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
กรุณาแปลส่งสถานทูตต่างๆด้วย ให้เขารู้ว่าเรามีรัฐมนตรี หน้าเหมือนฝีคัณฑสูตร

โดยคุณ สนุกดี 125.25.43.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ฝีนี้ท่านได้...แต่ใดมา...วานบอก เจ้าพิภพโลกา...ท่านให้ ทำชอบสิ่งใดนา....วานบอก เรายืดทำเนียบ...สนามบินไซ้ร์... ท่านให้รางวัล

โดยคุณ lula@lula.com 118.174.191.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ดาวเงินแปดแฉกต้องหมองมัว...เพราะว่ามีตำรวจชั่วนำมาใช้...ติดบนบ่าแต่ไม่ติดบนจิตใจ...ผลสุดท้ายสามานย์ไปตามกัน...จากแม้วสู่สล้างมายังแปร๊ด...ล้วนเป็น bad police ที่ติดจั่น...มรดกตกทอดจากสามพราน...ไม่ช้านานต้องเผยตัวเผยชั่วเลว เห็นด้วยมั้ยลุงแปร๊ด-vattavan

โดยคุณ tamruadchuo@yahoo.com 124.121.170.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
โฆษกห่วยแตกมากกว่า ไม่เข้าท่า

โดยคุณ gg@hotmail.com 118.174.135.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER