หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ชลิต พุกผาสุข ‘กากตด’ ที่ยังหลงเหลือของ ค.ม.ช.!!!
หัวข้อ : ชลิต พุกผาสุข ‘กากตด’ ที่ยังหลงเหลือของ ค.ม.ช.!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ชลิต พุกผาสุข ‘กากตด’ ที่ยังหลงเหลือของ ค.ม.ช.!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์ลงข่าว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับมอบหมายจากนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ดูแลเรื่องที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนว่า 
        "ผมมอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปพิจารณา แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนไม่เกี่ยวกับความผิดของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน" 
        ขอเรียนให้ท่านผู้อ่าน ทราบว่า
        ในการร้องเรียนขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนนี้ ผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิที่จะดำเนินการได้ หากผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวน เห็นว่ามีเหตุผลอันสมควร ก็อาจเปลี่ยนให้ โดยจัดพนักงานสอบสวนใหม่เข้าไปดำเนินการ แต่หากผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหา ร้องเรียนว่า พนักงานสอบสวนกับตน มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน และแสดงหลักฐานได้อย่างชัดเจน อย่างนี้ต้องเปลี่ยนให้ ในกรณีอย่างนี้ แม้แต่การดำเนินการในคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 27 ยังได้บัญญัติว่า ผู้พิพากษาในศาลใดซึ่งชำระคดีอาญา จะถูกตั้งรังเกียจตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งได้

        รัฐธรรมนูญไทย พ.ศ.2540 และฉบับปัจจุบัน ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่อง การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งในต่างประเทศนั้น สหรัฐอเมริกาเน้นเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพราะรัฐธรรมนูญของเขาบัญญัติเอาไว้ในหมวด 14 (Fourteen Amendment) บัญญัติไว้ เกี่ยวกับเรื่อง Due Process  ว่า  
        รัฐจะบัญญัติหรือบังคับใช้กฎหมาย ที่เป็นการตัดทอนสิทธิของประชาชนในประเทศ หรือทำให้เสียสิทธิของบุคคลในชีวิต เสรีภาพ ทรัพย์สิน โดยปราศจาก Due Process ตามกฎหมายมิได้
        เรื่องของ Due Process นี้ มีนักกฎหมายของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ให้ความหมายในภาษาไทยไว้อย่างสวิงสวาย ว่า “ศุภนิติกระบวน” หมายถึง...
        ทันทีที่มีปัญหา เกี่ยวกับสิทธิของประชาชนเกิดขึ้น หลัก Due Process จะให้สิทธิบุคคลที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาล เพื่อพิจารณาปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในชีวิต เสรีภาพ หรือทรัพย์สินที่ถูกกระทบกระเทือน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับสิทธิดังกล่าวในหมวด 5 (Fifth Amendment) ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่อง Due Process บัญญัติว่า กฎหมายต้องมีเหตุผล ไม่เป็นโดยอำเภอใจ Due Process จึงเป็นการที่จะให้สิทธิที่จะได้ทราบ รับรู้ว่ามีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นและประชาชนได้รับบอกกล่าว เพื่อตัดสินใจว่า ควรจะโต้ตอบการตัดสินของรัฐ หรือไม่อย่างไร?

        หากจะเปรียบเทียบเรื่อง Due Process กับเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และสร้างความพอใจให้ผมมากที่สุด คือกรณี      พันตำรวจเอก ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา เดิม ซึ่งหรือที่รู้จักกันในชื่อ “รองโอ๋ สืบหก” ที่ต้องได้รับเคราะห์กรรมเพราะการปฏิบัติตามหน้าที่ เพราะถูกกล่าวหาว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จนต้องถูกออกจากราชการไป เคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังแล้วว่า “รองโอ๋-สืบหก” ได้ร้องต่อศาลว่าการดำเนินการของ ป.ป.ช. เป็นการกระทำไม่ชอบ
        ศาลปกครองเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำที่ 332/2550 คดีหมายเลขแดงที่ 201/2551 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ดังนี้....
        ...กรณีที่มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีผลบังคับให้ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน “รอง โอ๋ สืบหก” ตามฐานความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติไว้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอีก นั้น
        จะต้องเป็นกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยความผิดของผู้ถูกกล่าวหา โดยชอบด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการไต่สวน พ.ศ.2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 
        เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า อนุกรรมการไต่สวนมีลักษณะต้องห้าม กระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนไม่ถูกต้อง และการปรับข้อเท็จจริงไม่เข้ากับบทกฎหมาย มติของคณะกรรมการ ที่ชี้มูลความผิด “รองโอ๋- สืบหก” จึงมิได้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้ และไม่มีผลบังคับ!...        
        คดีนี้ถึงที่สุดแล้ว เพราะไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ นั่นแสดงให้เห็นว่า ศาลปกครองท่านสนใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหา และเมื่อกระบวนการในการสอบสวนไม่ชอบ ศาลท่านก็ไม่เอาด้วย ท่านจึงสั่งให้โจทก์ในคดีนี้ คือ  “รองโอ๋-สืบหก” ได้กลับเข้ารับราชการตำรวจอีกครั้ง!

        ก่อนหน้าที่จะมี ป.ป.ช. งานสอบสวนข้าราชการทุจริต ก็อยู่กับตำรวจ เมื่อมีกฎหมายเกี่ยวกับ ป.ป.ช. งานจึงได้โอนไป แต่การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.บางคนมาจากศาล คือเป็นผู้พิพากษามาก่อน จึงมักจะพูดจาปราศรัยเหมือนกำลังนั่งอยู่บนเอ้หมึง หรือบัลลังก์ตุลาการในศาล
        การที่มีคณะกรรมการบางนาย ลดตัวจากผู้พิพากษา ลงมาเป็นพนักงานสอบสวน หมายถึงการเปลี่ยนฐานะตัวเอง จากสถานะที่สูงส่ง มาสู่ลำดับที่ต่ำกว่า เขาพึงต้องสลัดคราบไคลผู้พิพากษาออก พร้อมกับคิดใหม่ ว่า
        ตนนั้นเป็นเพียงพนักงานสอบสวน จำต้องทนต่อแรงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการพูดจาว่ารุนแรงจากคอลัมน์นิสต์ ที่ชื่อ “วาทตะวัน” เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.บางนาย มีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล อย่างนายกล้าณรงค์ จันทิก เป็นต้น 
        จากการเขียนโจมตี และเปิดโปงอย่างต่อเนื่องของผม มาบัดนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. สั่งให้ให้นายหัวล้าน กล้าณรงค์ ชี้แจงตามที่มีผู้ร้องเรียน ตอนนี้ก็ค่อยหาย “ซ่า” ไปหน่อย เพราะมีการบ้านที่ต้องคิด จึงไม่ออกมาอวดศักดาเหมือนเดิมแล้ว ไม่ต่างจาก “ยัยเป็ด-หัวยักษ์” จารุวรรณ เมณฑกา แห่ง สตง.ซึ่งตอนนี้ก็แพ้คดีในศาลปกครอง แถมเมื่อเร็วๆนี้ ยังถูกฟ้องร้องในศาลอาญาอีกด้วย เลยเงียบฉี่ไป
        ทั้งนายกบาลเกลี้ยง และยัยเป็ด-หัวยักษ์คู่นี้ ไอ้บังมันตั้งให้เป็นกรรมการ ค.ต.ส. สอบสวนเอาผิดอดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร!
        มาถึงวันนี้ ขณะที่ ป.ป.ช.กำลังจะดำเนินการกับ “ยัยเป็ด-หัวยักษ์” ตามที่มีผู้ร้องเรียนไป แต่เจ้าหน้าที่ ค.ต.ง. ของจารุวรรณ ก็ชิงบุกตรวจการใช้จ่ายของ ป.ป.ช.ก่อนแล้ว 

        คงจะมีอะไรดีๆ ให้เห็นกันอีกเป็นแน่!!

content/picdata/138/data/photo1.jpg

        เหตุที่ผมเขียนบทความวันนี้ และพาดพิงถึง ป.ป.ช. เพราะบังเอิญได้มีโอกาสฟังคำพูดของ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ให้สัมภาษณ์นักข่าวสายทหาร คือ คุณวาสนา นาน่วม ผ่านรายการ “ลับ ลวง พราง” ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ของ อ.ส.ม.ท เกี่ยวพันอดีตนายกรัฐมนตรี ว่า 
        “...ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหวทางการเมืองโดยต้องการขอให้มีการพระราชทานอภัยโทษว่า คงแก้ยาก เพราะคนที่ถูกตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว ถ้าไม่ได้สำนึกผิด แล้วจะขออภัยโทษคงไม่มีประเทศไหนที่ให้ ทุกประเทศจะให้กับผู้ที่สำนึกผิดแล้ว แต่หากไม่สำนึกคงไม่มีใครเขาให้ คนที่ถูกตัดสินมีหลักฐานเหตุผลทุกอย่างอยู่แล้ว...”   
        อยากจะบอกนายพลชลิตฯ ให้พึงสำเหนียก ว่า
        การที่อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกดำเนินคดีนั้น ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เพราะกระบวนการดำเนินการนั้น ไม่ได้ใช้การดำเนินด้วยวิธีพิจารณาความอาญาอย่างปกติ แต่มีการกำหนดคณะผู้สอบสวนขึ้น โดยอาศัยอำนาจของคณะปฏิวัติ ที่ละเมิดอำนาจของพระมหากษัตริย์เจ้าชาวไทย ฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีอยู่เดิม ซึ่งประชาชนร่วมกันร่างขึ้น  
        คดีของอดีตนายกฯ ทักษิณ นั้นได้มีการละเมิดสิทธิของความเป็นมนุษย์ตั้งแต่มีการรัฐประหาร การแต่งตั้งผู้ที่มาทำหน้าที่อย่างไม่ถูกต้อง แถมยังเอาฝ่ายตรงข้ามกับผู้ถูกสอบสวน มาเป็นกรรมการดำเนินการอีกด้วย ซึ่งเป็นการกระทำไม่ชอบอย่างยิ่ง 
        หลักในเรื่อง Due Process นั้น เขามีข้อพิจารณาง่ายๆอยู่ 3 ประการด้วยกันคือ
        1. Unbiased คือ ผู้พิจารณาและการพิจารณา ต้องมีความเป็นธรรม และปราศจาก อคติ
        2. Hearing คือ ในการพิจารณานั้น ต้องมีการรับฟังพยานหลักฐานของทุกฝ่ายอย่างเปิดเผย
        3. Reasoning คือการพิจารณาต้องมีเหตุมีผล  
        สำหรับคดีของอดีตนายกฯ ทักษิณ นั้น การสอบสวนกระทำโดยคณะบุคคล ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ไม่ได้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาปกติ ไปบอกคนบ้านไหนเมืองไหน ก็ไม่มีใครเขาเห็นด้วยกันทั้งนั้น
        ยิ่งพิจารณาตัวบุคคลที่ไอ้บังแต่งตั้งมาสอบสวน คนทั่วไปเขาก็รู้อยู่แล้วว่าไอ้พวก ค.ต.ส.นั้น ล้วนแต่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณทั้งสิ้น แล้วก็ไม่ได้ผุดผ่องมาจากไหน บางคนก็มีคดีหลบหนีภาษี บ้างก็ขึ้นเวทีพันธมาร และบางคนซึ่งมาถึงวันนี้ เบื้องหลังถูกเปิดโปงออกมา ก็น่าขนลุกขนพอง อย่างยัยเป็ด-หัวยักษ์ และนายกบาลเกลี้ยง กล้าณรงค์ ที่ผมนำหลักฐานมาตีแผ่ ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นกันจะจะไปแล้ว 
        ฉะนั้น ค.ต.ส.จะมาพูดว่า ไม่มี Bias กับอดีตนายกฯทักษิณนั้น อย่ามาพูดกันให้เหม็นขี้ฟันดีกว่า แค่องค์ประกอบสำคัญข้อแรกก็ไม่ผ่านแล้ว แล้วจะไปตะบอยหาความเป็นธรรมได้ที่ไหน คนถูกสอบร้องขอให้เปลี่ยนกรรมการไปกี่ครั้ง... 
        ...ไอ้บังกับพวก มันก็ไม่สนใจ! 
        หากท่านผู้อ่าน ยิ่งมองลึกเข้าไปในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็จะเห็นได้ว่า ถ้าการสอบสวนไม่ชอบ ก็ถือว่าไม่มีการสอบสวน พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 อยู่แล้ว 
        
        ผลกรรมของ ค.ม.ช.กับพวก ซึ่งมีนายพลชลิตฯ รวมอยู่ด้วยนั้น ทำให้กระบวนการยุติธรรมของบ้านเราบิดเบี้ยว ถูกดูถูกเหยียดหยามในสังคมนานาอารยประเทศ เพราะถึงแม้ว่า อัยการ และศาล ยังเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ไม่ขัดเขิน แต่ของที่ไม่ถูกต้องอย่าง คตส. นั้น เปรียบเหมือน “ของเน่าของเสีย” ใช้การไม่ได้
        การเอาของดีสองอย่าง คือ ระบบอัยการ และระบบศาลไทย ไปแช่ตู้เย็นปนกันกับของไม่ดี หรือของเน่าของเสียอย่าง ค.ต.ส. 
        ของดี ก็พลอยเน่าเสียหาย ไปด้วยกันทั้งหมดอย่างที่เห็น!
        ผมเคยเขียนเอาไว้ว่า ยิ่งไอ้ “รัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ” ของไอ้บังนั้น จึงอยากให้ใครก็ได้ที่เป็นนักเรียนกฎหมาย ลองจับเอามาตรา 309 ของรัดทำมะนวยฉบับนี้ ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วลองส่งให้นักกฎหมายชาติเจริญแล้ว ให้เขาดูกัน รับรองว่า 
        อ่านจบก็คงหัวร่องอหาย แล้ววิจารณ์กันด้วยความขบขันว่า
        “ไอ้ ‘รัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ’ ของบ้านเอ็งนี้ มันช่าง UPPREE จริงๆ!”
        มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ...นายพลชลิตฯ!

        ฉะนั้น อยากจะให้สมาชิกแก๊งกบฏ ค.ม.ช. อย่างนายพล    ชลิตฯ ลองตรองดูให้ดี สมมติว่า มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา สอบสวนพฤติกรรมของนายพลชลิตฯ ระหว่างดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ. ว่า ได้กระทำผิดบทกฎหมายใดบ้าง? โดยตั้งอดีตจเรทหารทั่วไป อย่าง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ที่คนเขาว่าเป็น‘คู่กัด’ มาเป็นประธานกรรมการสอบสวน
        ถามกันตรงๆว่า นายพลชลิตฯ จะรับได้หรือไม่? หรือจะร้องขอเปลี่ยนกรรมการสอบสวน?

        คราวนี้ผมจะเอาเรื่องจริง ไม่ใช่สมมติ และไม่เกี่ยวกับการซื้อขายเครื่องบินกริพเพนที่อื้อฉาว หรือบัตรสนเท่ห์เป็นกะตั๊กระหว่างที่นายพลชลิตฯ ยังมีตำแหน่งแห่งที่ในกองทัพอากาศ แต่เอาเรื่องใหม่ๆสดๆ กล่าวคือ
        คณะกรรมการบริษัทการบินไทยชุดปัจจุบัน (ที่กำลังจะพ้นหน้าที่) ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสืบสวน เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของคณะกรรมการชุดบริษัทการบินไทย ระหว่างที่ คมช.ครองเมือง และส่งนายพลชลิตฯ ไปนั่งวางท่าโก้ ในฐานะประธานกรรมการบริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า
        ถูกต้อง โปร่งใส หรือไม่?  
        คณะกรรมการชุดนี้ มีท่าน สวัสดิ์ วีรกุล อดีตอธิบดีสำนักงานอัยการสูงสุด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส เป็นประธานกรรมการ และมีนายตำรวจระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.หนึ่งนาย และมาจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอีกหนึ่งท่าน สืบสวนข้อเท็จจริง และบัดนี้ การสืบสวนเสร็จสิ้นลงแล้ว 
        อยากให้นายพลชลิตฯ ลองไปสอบถามพรรคพวก (ถ้ายังมีหลงเหลือ) ในการบินไทย ว่า คณะกรรมการชุดท่านสวัสดิ์ สรุปความเห็นไว้อย่างไร?
        จะได้ไม่หลงตัวเอง ให้สัมภาษณ์ทิ่มตำคนอื่นเขาร่ำไป!

        สำหรับผมแล้ว ไม่ได้ให้ราคานายพลคนนี้ เพราะเขากับพวกได้ก่อกรรมทำเข็ญให้กับประเทศไทย ด้วยการก่อกบฏ จนเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้คนไทยชาติแตกแยกทุกวันนี้ จึงเห็นว่าการพ่นต่อสื่อของนายพลชลิตฯ ครั้งนี้ จึงไม่ได้ต่างอะไรกับ... 
        ...‘กากตด’ ที่หลงเหลือของ ค.ม.ช.
 
        แม้มันจะแห้งไปนานนับปีแล้ว แต่บางครั้งลมกระโชกมาแรงหน่อย ก็ยังส่งกลิ่นเหม็น น่าสะอิดสะเอียน ชวนคลื่นเหียนอาเจียน ฟุ้งขจรขจายมาสู่พี่น้องประชาชนบ้าง

        ...ก็เท่านั้นเอง!

........................

****ท้ายบท
       แฟนหนังสือของ ‘วาทตะวัน’ ที่เคยอ่าน “กาแฟขม ขนมหวาน”, “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ”, “เหี้ยส่องกระจก” และ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน) แล้วติดใจหนังสือใหม่ที่จะเรียงตามออกมาสนองแฟนคลับ คือ “ความหลังยังหยดหยาด” “เรื่องสั้น...ฉันเป็นตำรวจ” และ “เมียน้อยร้อยแบบ!!!”          
       สั่งซื้อได้ที่
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...

 

  
 
 
 
 
 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
จริงหรือเปล่า ที่พนักงานการบินไทยบอกว่า บริษัทการบินไทยเสียหายหนัก เป็นผลพวงจากการบริหารงานบอร์ดยุคที่คุณชลิตเป็นประธาน?

โดยคุณ ลองชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นเขารู้บ้าง 124.122.133.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เวรกรรมๆ เผาพริกเผาเกลือสาบส่งพวกนี้ไปละกันค่ะ ขอให้เกิดมาเป็นชาวไร่ชาวนาบ้าง ไม่ต้องมีตำแหน่งอะไร เผื่อพวกนั้นจะได้สำเหนียก มีสามัญสำนึกของความเป็นคนโผล่ออกมาบ้าง พูดจาในขณะที่มียศมีตำแหน่ง ดิฉันเห็นว่าพูดจาไม่ค่อยอยู่ในร่องในรอยเท่าไหร่ ยศมันคำคอหอยอยู่หรอไงคะพวกนี้ เมื่อไร่จะหยุดสร้างความ UPPREEE ให้กับไทยแลนด์

โดยคุณ 58.8.14.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
การสืบสวนสอบสวนขององค์กรไหนก็ไม่เป็นธรรมในสายตาของวาทตะวัน สุพรรณเภษัช ถ้าไม่ใช่ฝีมือของตำรวจ เพราะองค์กรอื่นๆ ไม่ได้มีการจับกุม คุมขัง จับแพะ ช๊อตไข่ เอาไฟจี้ บี้ให้สารภาพ แบบตำรวจ ใช่ไหม...พตอ.ประจักษ์ศิลป์ สุพรรณเภษัช...๕๕๕

โดยคุณ นายร้อยสามพาล 124.121.160.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ ผมติดตามผลงานอยู่เสมอ ท่านเป็นคนเดียวที่เขียนได้ทั้งขำทั้งแสบ

โดยคุณ thaisolicitor@yahoo.com 116.58.231.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER