หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > จดหมายถึงแม่วันสงกรานต์
หัวข้อ : จดหมายถึงแม่วันสงกรานต์ เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

จดหมายถึงแม่วันสงกรานต์

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช   

        บ้านเมืองเรานี่แปลก พอถึงสงกรานต์ทางการเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ต้องมีคนตายไม่เกินเท่าโน้นเท่านี้ บางปีตั้งเป้าไว้สูง อย่างปี พ.ศ.2548 คนต้องตายไม่เกิน กว่า 637 คน ฝรั่งบอกว่า          

        Amazing Thailand จริง ๆ!               

        ผมเป็นคนไม่ชอบคำว่า Amazing Thailand เอามากๆ ไม่รู้ใครคิด ออกโฆษณาได้อย่างไร เพราะ Amazing นั้น มันใช้ได้ทั้งในทางดีและร้าย ไม่ใช่ด้านดีอย่างเดียว อย่างที่เขาคิดกันเสียเมื่อไหร่!     
       ได้ยินวิทยุเขาบอกว่า ใครจะไปเที่ยวสงกรานต์ ก่อนออกจากบ้านต้องกราบลาพ่อแม่ บอกลาลูกเมียเสียก่อน เพราะไปเที่ยวแล้วจะไปรวมอยู่ในจำนวนหกร้อยกว่าคนหรือเปล่า ก็ไม่รู้ไอ้ที่ตายกันมากก็เพราะสุราเป็นเหตุนี่แหละครับ ไม่กินเหล้าขับรถชนกันตาย ก็กินเหล้าตีกัน ยิงกันตาย มีหลักๆอยู่แค่ 2 เรื่องเท่านั้น
       ได้ยินคนโฟนอินไปหาผู้ดำเนินรายการวิทยุบอกว่า อยากจะกลับบ้านไปเยี่ยมแม่วันสงกรานต์ เพราะเคยกลับทุกปี แต่ปีนี้ขาดแคลนเงินทองจริงๆ ได้แต่โทรศัพท์ไปหา บอกถึงความรักแม่แต่มาเยี่ยมไม่ได้ ซึ่งคุณแม่ก็ตอบว่าไม่เป็นไร ขอให้ขยันทำงานเป็นคนดี ปีหน้ามีเงินมีทองแล้วค่อยมาหาแม่ก็แล้วกัน      

content/picdata/141/data/photo3.jpg

        ผมว่าผู้ชายคนนี้ดีมาก ที่พูดความจริงกับมารดา และคุณแม่ก็น่ารักที่พูดให้กำลังใจลูก เลยเกิดแรงบันดาลใจ จึงผูกเรื่องสั้นๆขึ้นมา ให้ชื่อว่า “จดหมายถึงแม่วันสงกรานต์” ลองอ่านดูครับ 

        “จดหมายถึงแม่วันสงกรานต์”       

        หญิงสูงอายุนั่งนิ่ง จ้องดูกองจดหมายที่วางไว้ตรงหน้า แล้วเอื้อมมือที่เหี่ยวเกินวัย อุดมด้วยเส้นเอ็นที่โปนขึ้นเพราะการทำงานหนัก มือสั่นระริกคู่นั้น คลี่จดหมายของลูกที่เรียงปีได้รับเอาไว้ แต่ละฉบับเธอเขียนเลขลำดับเรียงกันด้วยลายมือตน      
       ผู้ที่เป็นแม่ส่งสายตาผ่านดวงตาคู่ที่เศร้าหมอง แห้งผาก เพราะไม่มีน้ำตาเหลือพอจะหลั่งมาอีก หลังจากผ่านการร่ำไห้อย่างหนักมาช่วงระยะเวลาหนึ่งจนขอบตาบวม เธอเพ่งดูตัวอักษรในจดหมาย ด้วยการมองผ่านแว่นสายตาที่ขุ่นมัว      
       หากท่านผู้อ่านมีโอกาสไปยืนอยู่ข้างหลังหญิงชรา ผู้ดูท่าเหมือนหัวใจสลายคนนี้ แล้วลอบส่งสายตาแอบดูจดหมายแต่ละฉบับ ที่เธอคลี่ออกอ่านเรียงกัน คงได้เห็นข้อความตามนี้      

        ฉบับที่ 1 (ปีแรก)      

        แม่จ๊ะ

        สี่ปีที่มาอยู่กรุงเทพ ฉันไม่มีโอกาสมาเยี่ยมบ้านเลย จะโทรศัพท์ไปบ้านลุงอินทร์ แล้วให้เขามาตามแม่เดินไปรับ ก็ไม่มีประโยชน์เพราะหูแม่ตึง คงไม่ได้ยินที่ฉันพูด

        ตอนนี้ฉันทำงานเก็บเงินยังไม่ได้พอกลับไปหาแม่ แต่ปีหน้าฉันตั้งใจว่า จะกลับมากราบเท้าแม่ให้ได้      

        รักแม่
        ฉันเอง
       
        ฉบับที่ 2 (ปีที่ 2)       

        แม่จ๊ะ

        ปีนี้พอมีเงินเหลือ จะกลับบ้านไปกราบแม่วันสงกรานต์ที่จะถึงนี้ได้ ฉันซื้อตั๋วรถไฟไว้เรียบร้อยแล้ว ซื้อผ้าถุงสีสวยมาฝากแม่ด้วยจ้ะ

        วันไหนแม่นุ่งไปตลาด รับรองว่าคนอิจฉาแม่ทั้งหมู่บ้านแน่ๆ

        แล้วเจอกัน นะแม่นะ      

        รักแม่
        ฉันเอง
       
        ฉบับที่ 3 (ปีที่ 3)       

        แม่จ๊ะ

        ปีที่แล้วฉันมากราบแม่ตามที่ตั้งใจไว้ไม่ได้ เพราะคืนก่อนที่จะขึ้นรถไฟมาหาแม่ เพื่อนมันชวนไปกินเหล้า ฉันเมามาก ตื่นขึ้นเอาตอนบ่ายแก่ๆ ไปไม่ทันรถไฟเที่ยวเช้า พยายามเปลี่ยนตั๋วเป็นเที่ยวค่ำและเช้าของวันรุ่งขึ้น แต่ไม่สำเร็จ เพราะตั๋วเต็มหมด ฉันเสียใจมาก       

        มาปีนี้ ฉันซื้อผ้าถุงเพิ่มอีกผืน รวมกับปีที่แล้วเป็นสองผืน ไปกราบแม่แล้วจะได้ให้แม่ทีเดียวพร้อมกันสองผืนเลย

        แม่จะได้มีผ้าถุงสวยๆ เอาไว้นุ่งผลัดกัน ให้คนแถวบ้านเขางงกันเล่น ทายไม่ถูกว่า ลูกชายแม่ซื้อผ้าถุงมาฝากกี่ผืนกันแน่ ?       

        รักแม่
        ฉันเอง
       
        ฉบับที่ 4 (ปีที่ 4)       

        แม่จ๊ะ

        เมื่อปีที่แล้วฉันเหมือนคนมีกรรม อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าไปหัวลำโพง หอบผ้าถุงสองผืนของฝากแม่ขึ้นรถไฟ ฉันนั่งอย่างเรียบร้อยตั้งใจว่า จะมาจนถึงบ้านและกราบเท้าแม่ให้จงได้ เพื่อแก้ตัวสองปีก่อนที่พลาดไปเพราะเมาเหล้า จนขึ้นรถไฟไม่ทัน

        แม่จ๋า ชีวิตของฉันเหมือนมีกรรม เพราะตอนนั่งอยู่บนรถไฟดีๆ ดันไปพบกลุ่มเพื่อนที่คุ้นกันมาก่อน พวกมันคงเป็นญาติกับพญามาร อย่างที่เจ้าคุณพยอม วัดสวนแก้ว (ตอนนี้ท่านขึ้นเป็นเจ้าคุณชั้นราชฯแล้ว) ท่านเทศน์สั่งสอนพุทธบริษัทเอาไว้ว่า อย่าไปคบเข้าเชียว เพราะไอ้พวกกินเหล้านี้เหมือนมาร ก็คงจริงตามที่พระเดชพระคุณท่านว่า แต่ไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมที่ฉันเคยทำเอาไว้แต่ปางก่อน มันเลยตามมาผจญลูกชายของแม่ ในชาตินี้อีกจนได้    

        พวกมารชวนฉันกินเหล้าบนรถไฟจ้ะแม่ เผลอกินกับพวกมัน จนเมามากฟิวส์ขาด หลับไปไม่ได้สติ กระทั่งรถไฟเลยสถานีจังหวัดบ้านเราไป ฉันก็ยังไม่รู้สึกตัว             

        การ์ดรถเขามาปลุก เมื่อถึงสถานีปลายทางอีกจังหวัด ซึ่งก็เลยอำเภอเราไปไกลโขแล้ว ฉันเลยต้องเสียเวลาไปอีกวัน กว่าจะนั่งรถไฟย้อนกลับมาถึงสถานีบ้านเรา แต่จะลงต่อรถมาหาแม่ที่บ้านก็ทำไม่ได้ เพราะจะกลับไปเข้ากะงานที่กรุงเทพไม่ทันการ ฉันได้แต่นั่งน้ำตาซึม มองป้ายสถานีรถไฟแล้ว ยิ่งให้คิดถึงแม่เหลือเกิน ได้แต่กอดและจูบผ้าถุงของฝากแม่ทั้งสองผืนแทน แต่ก็ยังไม่หายคิดถึงแม่ที่แสนดีของฉัน       
        แม่จ๋า ปีนี้ฉันขอสัญญาว่า จะมาให้ถึงบ้านแน่ๆจ้ะแม่ เพราะฉันจองตั๋วล่วงหน้าเอาไว้แล้ว จะมากราบแม่พร้อมผ้าถุง 3 ผืน (ฉันซื้อเพิ่มแล้วอีก 1 ผืน) จะไม่ให้พลาดอีกเด็ดขาด

        ขอให้ไว้ใจลูกชายคนเดียวของแม่ นะจ๊ะ       

        รักแม่
        ฉันเอง
       
        ฉบับที่ 5 (ปีเดียวกับฉบับที่ 4)       

        เรียน คุณนายที่เคารพ       

        บริษัทเราขอแสดงความเสียใจอีกครั้ง ในการสูญเสียบุตรชายของท่าน ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทของเราไปเนื่องจากอุบัติเหตุ และทางบริษัทจัดการฌาปนกิจแทน พร้อมกับส่งอัฐิผู้ตายมาให้ตามความประสงค์ของท่านแล้ว
       พร้อมจดหมายนี้ บริษัทขอจัดส่งเช็คเงินประกันอุบัติเหตุ เงินค่าตอบแทนต่างๆ รวมทั้งเงินช่วยเหลือจากเพื่อนพนักงาน มาด้วยเป็นที่เรียบร้อย      
       บริษัทขอเรียนว่า บุตรของท่านเป็นพนักงานที่เข้มแข็ง ซื่อสัตย์ นิสัยดี แม้จะมีปัญหาการดื่มสุราบ้าง แต่ปีนี้เขาได้ปรับปรุงตนใหม่ เลิกสุราได้โดยเด็ดขาด บังเอิญมาพบอุบัติเหตุน่าเศร้าเสียก่อน เพราะคนขับรถคู่กรณีที่พุ่งชนรถของบริษัท ซึ่งบุตรของท่านนั่งรวมอยู่ด้วย ได้เสพสุรามีอาการมึนเมาอย่างหนัก ทำให้พนักงานคนดีของเราถึงแก่ความตาย น่าเสียดายและเสียใจเป็นอันมาก      
       อนึ่ง บุตรของท่านได้เก็บผ้าถุง 3 ผืน ไว้ในตู้เก็บของส่วนตัวพนักงานที่บริษัท แล้วเขียนหน้าห่อว่า “ของขวัญแม่วันสงกรานต์” ทางบริษัทเข้าใจว่า ผู้ตายคงมีความประสงค์จะมอบให้ท่าน ในวันสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง จึงได้ส่งมาพร้อมนี้จดหมายฉบับนี้แล้ว      

        ขอแสดงความนับถือ

        (ลงชื่อ) นางสาว แท่งทองแท้ ทุ่งทองท่วม
        กรรมการ ผู้จัดการใหญ่      

        อ่านจบลง ผู้เป็นมารดามองผ้าถุงสีสวยสดทั้งสามผืน ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กๆ เพียงอึดใจ สายตาของผู้ชราเริ่มพร่ามัว มองเห็นสีสันของผ้าถุงเลอะเลือน เพราะน้ำตาที่คิดว่าแห้งไปแล้วนั้น 

        ได้เอ่อล้น กลับมาขึ้นอีกครั้ง!      

...จบ...      

        อ่านเรื่องนี้แล้ว อย่ารอช้า ขอให้ท่านเดินทางไปกราบคุณแม่คุณพ่อและญาติผู้ใหญ่ และไปถึงที่บ้านโดยสวัสดิภาพ
       ผมขออธิษฐาน โดยขอพรพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ได้โปรดดลบันดาลให้ผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน มีแต่ความสุข สมหวัง ความเจ็บให้รู้หาย ความไข้อย่ารู้มี เจริญสง่าราศี มีแต่ความสวัสดี จงทุกประการ
        ขอให้คำอธิษฐานนี้ จงแทนที่น้ำอบไทยปรุง อันรวยรสรื่นชื่นใจจากผม มาประพรมประนมพรให้กับท่าน ในวันอันเป็นมงคลนี้       

        สุขสันต์...วันสงกรานต์ ครับ !            

 ...................................

****ท้ายบท
        ต้นฉบับนี้เตรียมลงฉบับจันทร์ที่ 13 เม.ย.2552 ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์พอดี แต่หนังสือพิมพ์หยุดจำหน่าย จะทิ้งก็เสียดาย จึงย้อนนำมาลงวันนี้
        หากแฟนชอบเลือกสั้นอย่างนี้ ต้องอ่านให้เต็มอิ่มในหนังสือ “เรื่องสั้น ฉันเป็นตำรวจ” ติดตามวันวางแผงได้จากเว็บไซด์
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...

 

 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยครับ

โดยคุณ sanae46@gmail.com 125.24.181.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
แมเสียชีวิตไปหลายปีแล้วแต่ก็ระลึกถึงท่านเสมอ อ่านแล้วน้ำตาใหลพรากเลยเพราะเราก็ทำแบบนั้นกับแม่ทุกปีตอนท่านมีชีวิตอยู่

โดยคุณ 20 124.121.127.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ร้องไห้ระงมเลย

โดยคุณ เศร้าจัง 124.120.70.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ถ้าแนวกระชากใจตอนจบแบบนี้ ของแท้ต้องของลุงวาทเท่านั้นคร้าบ..!

โดยคุณ >><< 58.8.71.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
เรื่องสั้นที่ว่า..ชื่อเต็มว่ากระไร.."ฉันเป็นตำรวจดี" หรือ "ฉันเป็นตำรวจเลว" วานไขให้กระจ่าง เพราะหากละไว้เพียงนั้นจะชวนให้เข้าใจว่าเป็นตำรวจเลว เพราะชั่วชีวิตนี้ ยังไม่เคยเจอตำรวจดีสักคน

โดยคุณ ซาล่าง บุญลาก 124.121.160.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
สุดยอด........ ท่าน วาทตะวัน สุดยอด...

โดยคุณ messine 93.12.236.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
No more s***. All posts of this quliaty from now on

โดยคุณ Jane 216.176.62.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER