หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “สุภาพบุรุษจำแลง!!!”
หัวข้อ : “สุภาพบุรุษจำแลง!!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“สุภาพบุรุษจำแลง!!!”

 วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ท่านผู้อ่านที่อยู่ในวัยกลางคนขึ้นไป คงคุ้นกับการเรียกขาน ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ท่านสุภาพบุรุษ...” ซึ่งคำนี้นิยมใช้กันมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เวลาเราไปงานเลี้ยงแต่งงาน ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว ขึ้นมากล่าวอวยพร มักจะพูดขึ้นต้น ว่า  
        “ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ วันนี้กระผมได้รับฉันทานุมัติจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายให้ขึ้นมากล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว ซึ่งเผลอตัวมาแต่งงานกันในวันอันเป็นมงคล ...” อะไรทำนองนี้ 
        แต่มาถึงยุคนี้เวลาเราไปงานมงคล ก็มักได้ยินการกล่าวอวยพร ที่ขึ้นต้นว่า “ท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพ” คำว่าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีหายไป แต่ดูเป็นกลางๆดี เพราะใช้ได้ทั้งชายหญิง
        รวมทั้ง ‘เพศที่สาม’ ด้วย!
       
        เมื่อพูดถึงคำว่า  “สุภาพบุรุษ” ก็ให้นึกถึงคุณ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เจ้าของนามปากกา “ศรีบูรพา”นักเขียนและนักประพันธ์ใหญ่ของเมืองไทย เจ้าของบทประพันธ์ “ข้างหลังภาพ”ได้รวบรวมทุนและเพื่อนสนิทเรียกตัวเองว่า “คณะสุภาพบุรุษ” ประกอบไปด้วย กวี นักเขียน นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ ทั้งหมดรวม 18 คน อาทิ เช่น อบ ไชยวสุ ("ฮิวเมอริสต์") มาลัย ชูพินิจ ("แม่อนงค์") โชติ แพร่พันธุ์ (นามปากกา "ยาขอบ") ชิต บุรทัต (นามปากกา "แมวคราว") โพยม โรจนวิภาต (นามปากา "อ.ก. รุ่งแสง") พัฒน์ เนตรรังษี (นามปากกา "พ. เนตรรังษี") เป็นต้น       
        คณะสุภาพบุรุษ ถือกำเนิดเกิดมาพร้อมกับหนังสือ “สุภาพบุรุษ” เริ่มออกฉบับปฐมฤกษ์เมื่อ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2472 (สามปีก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475) ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก พิมพ์ 3,000 ฉบับไม่มีเหลือ จนต้องเพิ่มยอดเป็น 4,000 แต่ทว่าหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษมีอายุสั้น อยู่ได้หนึ่งปีกับอีกสามฉบับ ต้องเลิกเพราะเก็บเงินจากสายส่งไม่ได้
   
        หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปี พ. ศ.๒๔๙๓ มีภาพยนตร์ไทยที่ใช้คำว่า สุภาพบุรุษ เป็นชื่อ ซึ่งผู้คนรู้จักดี หนังเรื่องนั้นชื่อ “สุภาพบุรุษเสือไทย” นำแสดงโดยพระเอกนามกระเดื่องคือ  
สุรสิทธิ สัตยวงศ์ ละออ ทิพยวงศ์ สอางค์ ทิพยทัศน์ เป็นหนังไทยในระบบ 16 มิลลิเมตร เรื่องนี้เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมกรุง ต่อมาย้ายจากโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุงไปเข้าต่อที่เฉลิมบุรี ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จทำรายได้สูงมากในยุคนั้น รวมทั้งได้รับคำชมเชยเป็นอย่างมาก ผู้คนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังกึ่งพุทธกาลอาจไม่รู้จัก แต่เชื่อว่าชาวไทยทั้งหลายจะต้องรู้จัก หรือเคยได้ยินเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ขึ้นต้นว่า 
        “วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอยลอยกระทง...”       
        ใช่แล้วครับ...เพลง "รำวงลอยกระทง" พอถึงเดือนสิบสองน้ำนองเต็มตลิ่ง เราต้องได้ยินเพลงประจำเทศกาล ที่ลูกเด็กเล็กแดงร้องกันได้หมด
      
        คำว่า ว่า 'สุภาพบุรุษ' ไม่ใช่คำเก่าแก่ดั้งเดิมของเมืองไทย หากแต่เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษ คือ Gentleman ซึ่งศรีบูรพาเขียนเอาไว้ ถึงคำๆนี้ว่า
        “....หนังสือเล่มหนึ่งแนะนำให้เรารู้จักสุภาพบุรุษของอังกฤษ โดยนัยดังต่อไปนี้
       1. ชอบการกีฬา
       2. สุภาพเรียบร้อย
       3. ถือตัว (คือไม่ยอมประพฤติชั่วง่าย)
       4. ไม่อึกทึกครึกโครม
       5. ชอบอ่านหนังสือพิมพ์
       6. มีนิสัยซื่อสัตย์
        กฎกติกาของสุภาพบุรุษอังกฤษ บางข้อไม่จำเป็นสำหรับสุภาพบุรุษไทยนัก แต่ถ้าเรามีกฎที่ดีและปฏิบัติตาม ได้มากๆก็ย่อมแน่ละ ที่ความเป็นสุภาพบุรุษของเราจะต้องเด่นขึ้น...”       

        นอกจาก “ศรีบูรพา” แล้ว ยังมีคนหลายคนพยายามให้คุณลักษณะของสุภาพบุรุษ ไว้อีกหลายประการ เช่น
        - สุภาพบุรุษเคารพและให้เกียรติในสิทธิของผู้อื่น และต้องการ ให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเขา เช่นเดียวกัน
        - สุภาพบุรุษไม่มีพฤติกรรมต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เขาปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความกรุณาโดยไม่คำนึงถึงฐานะทางสังคม 
        - สุภาพบุรุษไม่เสียการควบคุมอารมณ์ หรือแสดงอาการโกรธแค้น กลัว เกลียด ประหม่า ขวยเขิน นิยมชมชอบ หรือ อึกทึกคึกโคม ในที่สาธารณะ 
        - สุภาพบุรุษไม่พูดไม่เล่าความดี ความมีคุณค่า ความไร้คุณค่าหรือข้อบกพร่องของผู้หญิง
        - สุภาพบุรุษไม่เอ่ยและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยราคาหรือค่าใช้จ่าย
        - สุภาพบุรุษไม่เล่าเรื่องกิจกรรมภายในครอบครัวในที่สาธารณะ หรือแม้แต่กับผู้คุ้นเคย
        - สุภาพบุรุษไม่โอ้อวดความร่ำรวย ในทรัพย์สินเงินทอง 
หรือสิ่งของเครื่องใช้เครื่องสะสม
  
     
              
        ศรีบูรพา ท่านอธิบายคำว่า “สุภาพบุรุษ” ในทัศนะของท่านว่า
        “...คำว่า "สุภาพบุรุษ" ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีความหมายแรงกว่า "ผู้ดี" เพราะผู้ดี, ตามความเข้าใจ ของข้าพเจ้า, เป็นแต่ทำตัวสุภาพอ่อนโยนอยู่ในกรอบของจรรยาเท่านั้น...”
        ดูเหมือนท่านจะเข้าใจคำว่าผู้ดีไปอีกทางหนึ่ง คือเน้นแต่ในเรื่องจรรยา ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะจรรยานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ประกอบอยู่ในความเป็นผู้ดี และท่านได้อธิบายเพิ่มเติมว่า
        “..... ส่วนสุภาพบุรุษ นอกจากจะต้องทำหน้าที่ อย่างผู้ดี ยังมีหน้าที่จุกจิกอื่นๆที่จะต้องทำอยู่มาก หัวใจของ 'ความเป็นสุภาพบุรุษ' อยู่ที่การเสียสละ เพราะการเสียสละเป็นบ่อเกิดของคุณความดีร้อยแปดอย่าง หากผู้ใดขาดภูมิธรรมข้อนี้ผู้นั้นยังไม่เป็นสุภาพบุรุษ โดยครบครัน...”
        ศรีบูรพาเน้นเรื่องความเสียสละ แล้วยังได้อธิบายความต่อไปอีก
        “...ถ้าจะอธิบายความหมายของสุภาพบุรุษให้กระชับเข้า ก็จำต้องยืมถ้อยคำที่ว่า 'ผู้ใดเกิดมาเป็นสุภาพบุรุษ ผู้นั้นเกิดมาสำหรับคนอื่น’
ซึ่งข้าพเจ้าได้แต่งไว้ในหนังสือเรื่องหนึ่งมาใช้..."
        ประโยคที่ว่า "ผู้ใดเกิดมาเป็น สุภาพบุรุษ ผู้นั้นเกิดมาสำหรับผู้อื่น"
        ฟังดูก็น่าจะดี แต่คนที่เสียสละได้นั้น ก็เป็นการแสดงว่าทำเพื่อคนอื่นได้อยู่แล้ว การที่ศรีบูรพาท่านพูดอย่างนั้น ก็อาจมีคนค้านได้หลายอย่าง เช่นอ้างว่า พระเจ้าให้คนเราเกิดมาเท่าเทียมกัน แต่พระองค์ไม่ได้ประทานความเป็นสุภาพบุรุษติดตัวมากันทุกคน ดังคำกล่าวของฝรั่งที่ว่า

content/picdata/142/data/photo.jpg

        Gentlemen are born, not made!  
        ซึ่งเป็นแนวความคิดที่เชื่อว่า ความเป็นสุภาพบุรุษนั้นติดตัวมาแต่กำเนิด มันอยู่ในหัวใจหรือกมลสันดาน มากกว่าการศึกษาอบรมด้วยซ้ำไปสร้างขึ้นมาเองไม่ได้!
  
        ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ  
        แนวความคิดฝรั่งนั้น มาถึงวันนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เพราะ พ.ญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ แห่งสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ท่านยืนยันว่า 
        เราสามารถสร้างสุภาพบุรุษขึ้นมาอีกสักคนได้ ด้วยการสอนลูกให้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองและคนอื่น 
        คุณหมอบอกว่า แก่นแท้ของความเป็นสุภาพบุรุษนั้นอยู่ที่ ความรู้สึกภูมิใจในความเป็นมนุษย์ ภูมิใจในเพศของตัวเอง ซึ่งจะมีมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่า เขาได้สร้างคุณค่าให้แก่ตัวเองแค่ไหนด้วย
        นักบำบัดและนักการศึกษา Michael Gurian ได้เขียนถึงคุณสมบัติที่จะช่วยหล่อหลอมเด็กหนุ่ม ให้กลายเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริงไว้ในหนังสือ A fine young man ว่าประกอบด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การรู้จักให้เกียรติทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น และการมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญ เด็กๆ ควรจะต้องมีโอกาสในการฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ด้วย
        คุณหมออัมพรท่านยืนยันต่อไปว่า เราสามารถสร้างสุภาพบุรุษขึ้นมาอีกสักคนได้ด้วยการ สอนลูกให้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองและคนอื่น ที่สำคัญคือ พ่อแม่ต้องเอาใจใส่ ด้วยการให้ความรักความอบอุ่น ประกอบด้วยการให้กำลังใจ มีทั้งชมและติบ้างตามสถานการณ์ (ด้วยเหตุและผล) และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ อย่านำลูกของเรา ไปเปรียบเทียบกับใคร และให้ความไว้วางใจตามสมควรแก่วัยของเขา เพื่อเขาจะได้รู้ว่าจะดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เบียดเบียนทั้งตัวเองและคนอื่นๆ       
        การสอนลูกให้รู้จักการให้อภัยในความผิดพลาดของตัวเองและคนอื่นๆ และพยายามแก้ไข นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าให้ท้ายลูกในการพูดจาทับถมคนอื่นเป็นอันขาด รวมทั้งดูถูกผู้คนอื่นต่อหน้าลูก 
        อย่าบอกลูกว่า “ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้!” เพราะความจริงแล้ว ผู้ชายไม่ต่างจากผู้หญิง มีความรู้สึกเศร้าท้อแท้เสียใจได้เหมือนๆกัน ให้เขาร้องไห้ออกมาบ้าง จะช่วยให้เข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดีขึ้น อ่อนโยนขึ้น ถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกรู้สึกเศร้าเสียใจ ไม่จำเป็นต้องเก็บกดความรู้สึกนั้นไว้ เพียงแต่เราต้องบอกเขาว่า
        อย่าแสดงความรู้สึกนั้น ต่อหน้าคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่!
        การสอนให้ลูกขอให้รู้เท่าทันและดูแลความรู้สึกตัวเองได้ จะเป็นประโยชน์ที่เขาจะสามารถดูแลความรู้สึกของคนอื่นได้อีกด้วย เมื่อลูกได้ความรักเต็มอิ่มจากพ่อแม่และรู้จักรักตัวเองแล้ว เขาก็พร้อมที่จะส่งต่อความรักนั้น ให้แก่คนอื่นๆ ต่อไป
        ที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งคือ ต้องสอนให้ลูกของเรารู้จักการผูกมิตรกับคนอื่น และจะผูกมิตรกับคนอื่นนั้น ต้องสอนให้เขารู้จักการให้เกียรติบุคคลอื่น ตรงนี้เป็นแก่นของความเป็นลูกผู้ชาย เพราะเมื่อเขาเติบโตขึ้นมีสนใจในเรื่องเพศตรงข้าม เราต้องสอนรู้จักการให้เกียรติผู้หญิง โดยสอนให้รู้ว่า
        ความรู้สึกนึกคิดของผู้ชายกับผู้หญิงนั้น...แตกต่างกัน!
คุณหมออัมพรท่านบอกว่า ความรักความใคร่สำหรับผู้หญิงแล้วนั้นเป็นเรื่องของความโรแมนติก แต่สำหรับผู้ชายแล้วคือเรื่องของอีโรติก ตรงนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะเด็กผู้ชายคิดไปในทำนองนั้นเป็นเรื่องนำ 
        ดังนั้น ต้องสอนให้ลูกชายรู้ว่า ผู้ชายมีหน้าที่ให้เกียรติผู้หญิง ต้องรับรู้ว่าผู้หญิงไม่ได้คิดเรื่องความรักใคร่เหมือนตน แล้วก็ไม่นำการไม่รู้เท่าทันของผู้หญิง ในเรื่องของเพศสัมพันธ์มาผูกมัดผู้หญิง
        นอกจากนั้น คุณหมอยังอธิบายความว่า  
        ประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ คนเป็นพ่อแม่ต้องรู้ว่า ลูกต้องการการให้เกียรติจากเราในวัยเด็กที่ค่อนข้างเปราะบาง เราต้องฟังความเห็นของลูก ให้เขาพูดตามเหตุผลของตนก่อน แล้วจึงบอกความเห็นของเราออกไปว่า ตรงไหนที่ผิดหรือถูกอย่างไร ที่พูดอย่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเป็นคนมีเหตุผลด้วยนั่นเอง ที่จะทำให้ลูกเป็นคน รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม สุภาพอ่อนน้อม รู้จักหน้าที่และมีระเบียบวินัยในตัวเอง พอที่จะได้รับเกียรตินี้จากคนอื่นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการอบรมของพ่อแม่ทั้งนั้น ที่จะเป็นเครื่องจักรสร้าง “สุภาพบุรุษน้อยๆ” ขึ้นมา 
        ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความเป็นสุภาพบุรุษนั้น หากผู้ชายจะเรียกตัวเองว่าเป็นสุภาพบุรุษ คงไม่ขลังเท่ากับให้คนอื่นเขาเรียก หรือยกย่อง 
        น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง!!      
       
        มีหลักฐานสำคัญที่แสดงว่า คำว่า “สุภาพบุรุษ”นั้น พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงใช้คำนี้มาก่อนยุคของศรีบูรพา เพราะปรากฏในพระบรมราโชวาท ซึ่งพระราชทานให้กับนักเรียนโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วชิราวุธ วิทยาลัย โรงเรียนที่ทรงพระราชกำเนิด และยั่งยืนมาจนทุกวันนี้ (คนละโรงเรียนกับ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา) ว่า
        “....ข้าต้องการให้พวกเอ็งทุกคนเป็นสุภาพบุรุษ      เจนเทิลแมน ให้รู้จักคำว่า ผู้ดี 
        ผู้ดีไม่ได้หมายถึงคนมีทรัพย์ ไม่ได้หมายถึงคนมีสกุล แต่หมายถึงคนที่ประพฤติปฏิบัติดีทั้งกาย วาจา และที่สำคัญคือ ใจ ขอทานเขาก็เป็นผู้ดี สุภาพบุรุษ เจนเทิลแมนได้เช่นเดียวกัน...”
        ดังนั้น หากพิจารณาตามพระบรมราโชวาทแล้ว เรื่องความเป็นสุภาพบุรุษและเป็นผู้ดีของพระองค์ท่านกว้างขวางลึกซึ้ง ไม่จำกัดชาติกำเนิด ฐานะทางสังคม และทั้งสองคำมีความใกล้ชิดกันมาก สุดแท้แต่ผู้คนจะเข้าใจก้น “ศรีบูรพา” อาจเข้าใจไปทางหนึ่ง แต่สำหรับผมกลับเห็นว่า
        ถ้าผู้ชายมีความเป็น “ผู้ดี” ความเป็นสุภาพบุรุษลูกผู้ชายไม่หนีไปไหนเลย เพราะคนที่เป็นผู้ดีนั้น ความเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี
        อยู่กับเขาและเธอ เรียบร้อยแล้ว!

        วันนี้ ต้องขุดเอาเรื่อง “สุภาพบุรุษ” มาคุยกับท่านผู้อ่าน เพราะมักมีผู้ออกมาโอ่ว่า ตนนั้นเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆที่คนจำนวนไม่น้อยกลับมองว่า 
        คนพูดเป็นนักสร้างภาพตัวฉกาจ แถมยังสะเออะสั่งสอนคนอื่นๆ ราวกับว่าตัวเองนั้น เป็นเจนเทิลแมน หรือสุภาพบุรุษแห่งไทยแลนด์แดนสยาม แบบ “ผูกขาด” แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่นนั้นไม่ใช่
ใครที่ฟังแล้วต้องทบทวนกันให้ดีๆ ควรจะชะโงกไปดูเบื้องหลังของผู้ที่ใช้คำพูดยอยกตัวเองคนนั้น ว่า 
        ไอ้ที่มันทำมาอ้างว่าตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่หลังฉากหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ ทั้งๆที่ต้องห้าม หรือเขาไม่ให้ทำตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ตัวก็ยังดันทำสม่ำเสมอ 
        แถมเผลอทีไร เป็นแอบแทงคนอื่นเขาข้างหลัง ผางเข้าให้!

        ที่น่าประหลาด หนักข้อไปอีก ก็คือ กลางวันบอกคนอื่นว่าเป็นสุภาพบุรุษ แต่กลางคืนกลับขึ้นเตียง ทำหน้าที่หญิงบำเรอบุรุษด้วยกัน...อย่างนี้ก็มี!! 
        ผมว่าไอ้หมอนั่น...มันไม่ใช่ “สุภาพบุรุษ” หรอกครับ

        จะเป็นได้ ก็แค่ “สุภาพบุรุษ-จำแลง” เท่านั้น!!!

...............

****โปรยตาม
        ติดตามวันวางแผงหนังสือของ “วาทตะวัน” ได้จากเว็บไซด์
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...

 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
สุภาพบุรุษ...ทวารบาน!

โดยคุณ ฉายาใหม่ 125.25.48.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
พวกนี้มีจิตใจลับหลังที่อำมหิตมาก ฆ่าได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่างที่มันต้องการ

โดยคุณ คนไท 125.25.123.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
พวกนี้มีจิตใจลับหลังที่อำมหิตมาก ฆ่าได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่างที่มันต้องการ

โดยคุณ คนไท 125.25.123.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ชอบความคดห็นของ คุณ ฉายาใหม่ค่ะ

โดยคุณ mamu_mamee@hotmail.com 58.9.237.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER