หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ฆ่าตัดตอน-ฆ่าตัดตีน... “มุก”จำเจ!?
หัวข้อ : ฆ่าตัดตอน-ฆ่าตัดตีน... “มุก”จำเจ!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ฆ่าตัดตอน-ฆ่าตัดตีน... “มุก”จำเจ!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ผมได้อ่านบทบรรณาธิการของ นสพ.ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 29 เม.ย.2552 ชื่อคอลัมน์ว่า “นักสิทธิมนุษยชนตัวจริง” ซึ่งได้เหน็บ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าทำเป็นยืนหยัดในการการแสดงตนเป็นนักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ที่จะให้มีการตรวจสอบหาความเป็นธรรม ให้แก่พลทหาร อภินพ เครือสุข ที่เสียชีวิตในบ้านพักแม่ทัพภาค 1 และไม่ยินยอมให้ พรทิพย์ “หมอหัวฟู” โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้เป็นผู้ผ่าศพพิสูจน์สาเหตุของการตายตามลำพัง จนต้องมอบศพให้ รพ.ศิริราช ดำเนินการ

        หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา ส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคฝ่ายค้าน ไม่เคยแสดงความสนใจในปัญหาสิทธิมนุษยชน ไม่เคยตรวจสอบการเสียชีวิตของประชาชนนับร้อยๆ จากเหตุการณ์ มัสยิดกรือเซะ และการชุมนุมที่ตากใบ
        ยิ่งไปกว่านั้น ส.ส.พรรคไทยรักไทยไม่เคยท้วงติง ไม่เคยเรียกร้องให้ ตรวจสอบการเสียชีวิตของประชาชนกว่า 2,500 คน ในสงครามปราบปรามยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นอ้างว่า เป็นการเสียชีวิตจากการฆ่าตัดตอน 
        ไทยรัฐบอกว่า "การฆ่าตัดตอน" ในสงครามปราบปรามยาเสพติด เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากองค์กรสิทธิมนุษยชน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์
จุลานนท์ ได้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อทำการสอบสวน พบว่าสงครามปราบปรามยาเสพติดผิดพลาด ทำให้ประชาชนเสียหายทั้งชีวิตและร่างกาย 
        แต่ไม่รู้ จะเอาผิดกับใคร!...(ตลก...ไม้เนี่ยะ!?)

        อยากจะเรียนให้ท่านผู้อ่าน ทราบว่า
        ผมได้ติดตามเหตุการณ์ที่ตากใบ ก็เห็นเป็นที่ประจักษ์กับประชาชนแล้วว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะการปฏิบัติการของทหาร ที่ขาดทักษะในการเคลื่อนย้ายผู้ถูกจับกุม และการใช้เครื่องพันธนาการ เป็นเหตุให้ผู้ที่ถูกขนย้ายนั้น ต้องล้มทับกันระเนระนาดจนขาดอากาศหายใจ 
        หลายคนถึงแก่ความตาย!
        ส่วนเรื่องการใช้อาวุธกับผู้เข้ายึดมัสยิดกรือเซะ เพราะเกิดการยิงปะทะ และฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ถูกยิงสูญเสียชีวิตลงไปก่อน จึงทำให้การบุกเข้ายึดมัสยิดคืนเกิดขึ้น 
        ผู้อยู่ในมัสยิด จึงต้องล้มตายลง!!

        ทั้งสองกรณีนั้น เป็นการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งฝ่ายกองทัพต้องรับผิดชอบ และก็ได้มีการดำเนินไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพโดยศาล ซึ่งลงเอยด้วยการชดเชยให้กับญาติพี่น้องฝ่ายผู้ตายเป็นตัวเงิน เพื่อเป็นการบรรเทาผลร้ายจากทางราชการ ซึ่งก็เป็นจำนวนเงินก้นใหญ่เลยทีเดียว 
        ดังนั้น ทั้งสองเรื่องที่ดำเนินการโดยฝ่ายทหาร ก็สิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ แต่หากไทยรัฐจะเป็นหัวหอก ดำเนินการเอาเรื่องกับทหารที่ทำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตายต่อไป ทางการก็คงจะไปคัดง้างอะไรไม่ได้ คงต้องปล่อยให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
 
        สำหรับเรื่องการ “ฆ่าตัดตอน” นั้น หลังจากที่ได้อ่านบทความไทยรัฐแล้ว ผมต้องขอทบทวนให้ท่านผู้อ่านฟัง เพื่ออธิบายความตามที่สื่อใหญ่เขาว่าเอาไว้สักนิด กล่าวคือ
        เมื่อ “ไอ้บัง” กับพวก ทำการยึดอำนาจรัฐ ได้นำเอา พล.อ.
สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายกฯได้ทำการโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงหลายนาย เข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (แต่ต่อมาศาลปกครองพิพากษาว่า คำสั่งนายกเขายายเที่ยง “ไม่ชอบ”)  แล้วดำเนินการเข้มงวดกับตำรวจ โดยแกคงมีความรู้สึกว่า 
        ตำรวจนั้นได้ “ฆ่า” พวกยาเสพติดไปมาก!
        ดังนั้น รัฐบาลโลซกของนายกเขายายเที่ยง จึงได้นำ
นายจรัล ภักดีธนากุล ขวัญใจ อดีตผู้พิพากษาขวัญใจพวกพันธมิตร เข้ามาเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม และยังมีการนำผู้พิพากษาเนติบัณฑิตย์อังกฤษ เพื่อนนายจรัลฯ มาเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกด้วย คงหวังจะให้จัดการกับเรื่องฆ่าตัดตอน ที่ตัวนายพลสุรยุทธ์เชื่อว่าเป็นความจริง ให้รู้ดำรู้ดีกันเสียที
        จากนั้น ได้มีการตั้งประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษาและวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียงและทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) โดยมี นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการ
        คณะกรรมการชุดนี้ ประชุมกันหลายยก แต่ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรที่เป็นรูปธรรม มีแต่คำพูดลอยไปลอยมา ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหนถูกดำเนินคดี แม้จะมีกรรมการอย่างนายไกรศักดิ์
ชุณหะวัน ผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ รวมอยู่ด้วย ซึ่งหมอนี่เคยพูดเรื่องฆ่าตัดตอนอย่างเป็นตุเป็นตะ มีการนำพยานมาให้ทางการสอบสวน ลงท้ายก็เหลวเป๋วไป 
        จนบัดนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบแม้แต่เพียงคดีเดียวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหน ก่อคดีฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติด!  
        แต่...ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า คณะกรรมการชุดนี้ใช้เงินงบประมาณไปทั้งหมด 40 ล้านบาท (สี่สิบล้านบาทถ้วน)...  
        กับผลงาน...ที่ไม่เป็นผลงาน...โถ!!


        ผมได้เคยเขียนบทความ เกี่ยวกับการฆ่าตัดตอนนี้หลายครั้งหลายหน จนแม้กระทั่งตัวเองก็ยังเบื่อ อีกทั้งเมื่อปี 2551 ผมยังเป็นผู้เขียนคำนำและคำลงท้าย ให้กับหนังสือชื่อ “ฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ โกหกบันลือโลก” ของ “ป๋วย ใจไทย” นักหนังสือพิมพ์ที่เคยโด่งดังจากการเขียนหนังสือ ประวัติของเจ้าพ่ออ่างทองคำ 
        ข้อมูลของหนังสือเล่มนี้ เริ่มมาตั้งแต่ที่มาของคำว่า “ฆ่าตัดตอน” ที่มาจากการให้สัมภาษณ์ ของนายตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์ ซึ่งพูดถึงคดียาเสพติด ที่มีการฆ่ากันตายว่า เป็นการ “ฆ่าตัดตอน” ของพวกที่อยู่ในวงการยาเสพติดด้วยกัน 
        คำว่า “ฆ่าตัดตอน” จึงได้โด่งดังขึ้นมา แต่ได้กลายเป็นหอก ที่ทิ่มตำเอากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง โดยมีการกล่าวหาว่า การตายที่ไม่ทราบสาเหตุ เป็นผลมาจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดด้วยกันนั้น เป็นการ “ฆ่าตัดตอน” ของตำรวจทั้งสิ้น

        ในฐานะที่เป็นคนเขียนคอลัมน์ อยากจะเรียนท่านผู้อ่านว่า ผมชอบเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาผูกเป็นเรื่องเขียน เช่น เมื่อมีเหตุการณ์ยึดอำนาจในบ้านเมือง โดยการก่อการของ “ไอ้บัง กับพวก” และมีการเรียกร้องให้ส่งตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับทีมฟุตบอลที่อังกฤษ 
        ผมก็เลยผูกเรื่องขึ้นมาเป็นคอลัมน์ ชื่อ “ด่วนมาก*** จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัวอดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!?”  
        บทความนี้ นำขึ้นเว็บไซด์ผู้จัดการ ในคอลัมน์ของผมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2550 
 
        เรื่องที่ผู้เขียนผูกขึ้นมา เป็นรูปแบบ “เรื่องสั้น” เนื้อเรื่องมีอยู่ว่าพนักงานกวาดในประเทศ“สาระขันขัน” เก็บจดหมายฉบับหนึ่งได้ และเป็นจดหมายที่เชื่อว่า เป็นของเอกอัีครราชทูตอังกฤษในประเทศใดก็ไม่ทราบชัด ทำหล่นไว้บนถนน ที่คนเก็บได้มีหน้าที่เก็บกวาด 
        จดหมายมีข้อความเขียนถึง รัฐมนตรีต่างประเทศของเมืองหนึ่ง ซึ่งจดหมายดังกล่าว เป็นการตอบหนังสือขอตัวอดีตผู้นำประเทศนั้น ไปยังรัฐบาลอังกฤษเพื่อกลับไปดำเนินคดีที่บ้านเกิด

content/picdata/143/data/photo1.jpg

        หลังจากที่จดหมายฉบับนี้ ลงในเว็บไซด์ของผู้จัดการออนไลน์แล้ว ปรากฏว่าสร้างความฮือฮา เพราะนำความขบขันให้กับผู้คน ซึ่งแห่กันเข้ามาอ่าน ผมจึงถอดจดหมายฉบับดังกล่าว ไปลงหนังสือชื่อ “รัดทำมะนวยฉบับหัวคูณ” ของตัวเอง
        เลยดังระเบิดระบัง ไปอีกครั้ง! 
        จึงจำเป็นต้องต่อด้วยหนังสือ ชื่อ “เหี้ยส่องกระจก” และหนังสือ “นินทาประชาธิปัตย์ (พรรคดักดาน)” เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันเพื่อความรู้และบันเทิงเริงใจ
        ในจดหมายจากสถานทูตอังกฤษ ไม่มีเรื่องฆ่าตัดตอน มีแต่เรื่อง “ฆ่าตัดตีน” ซึ่งผมเขียนเอาไว้บางท่อน อย่างนี้ครับ

         ...รัฐบาลของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ แห่งเกรตบริเตนนั้น ก็ไม่ได้มีความเห็นแตกต่าง จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เพราะยังไม่เห็นมีคดีใดๆเลย ที่เกี่ยวพันพาดพิงมาถึงตัวอดีตผู้นำของท่าน คงมีแต่การกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งโดยมิชอบ ของคณะเผด็จการเท่านั้น       
        ยิ่งการกล่าวหาว่าอดีตผู้นำ สั่งการ ‘ฆ่าตัดตีน’ กว่า 2,000 ศพนั้น ยิ่งไร้สาระเป็นที่สุด เพราะนายกรัฐมนตรีรัฐบาลเผด็จการของท่าน ได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม สอบสวนหาความจริง แต่ดำเนินการมาเกือบปี ยังไม่มีผลออกมาว่าใครกระทำผิดแม้แต่รายเดียว จนพลเมืองของประเทศท่าน ถึงกับพูดกัน ว่า
      
       “จับไม่ได้ แม้กระทั่งหมาสักตัว!”
       
        รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมของท่าน ดีแต่ออกข่าวสร้างความสับสนให้กับประชาชน สร้างเงื่อนไขฉุดรั้งการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม พร้อมการกลับมาแพร่กระจายอย่างกว้างขวางของยาเสพติดซึ่งบัดนี้       
        ได้ลงหลักปักถ่ออย่างมั่นคง ในประเทศของท่านอีกครั้ง!       
        ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมภายใต้รัฐบาลฮุนต้า และเผด็จการทหารหนุนหลังของท่าน จึงต้องต้องแก้เกี้ยว ปิดบังความอายและความไร้สมรรถภาพ ด้วยการตั้งโดยอดีตประมุขฝ่ายอัยการ และเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมือง กับอดีตผู้นำของท่าน ขึ้นมาเป็นประธานคณะสอบสวนอิสระ เพื่อพิสูจน์ความจริงคดีฆ่าตัดตีนโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงมีเสียงวิจารณ์กันอย่างหนาแน่นว่า คงต้องดักดานสอบสวนไปจนถึงชาติหน้า เป็นอย่างเร็วที่สุด...

        ขอสรุปสั้นๆว่า เรื่องฆ่าตัดตอนนั้นเป็น “มุกจำเจ” แม้สื่อใหญ่อบย่าสงไทยรัฐ จะเอามาเล่นซ้ำ ก็กลายเป็น “มุกแป้ก” คือเล่นแล้วไม่ขำ ใครนำมาใช้ตอนนี้ก็ “ฝืด” จะไปเทียบกับเรื่องทหารตายในบ้านแม่ทัพนั้นไม่ได้ เพราะทหารเป็นลูกชาวบ้าน เอาลูกเขามาเป็นคนรับใช้ แล้วตายในบ้านนาย ผู้คนที่รู้เข้า ก็ต้องฉงน เพราะแม้จะเป็น “ทหารรับใช้” 
        แต่ก็ไม่ใช่ “ทาส!” ...(นะโว้ย!!) 
        กรณีนี้ มีการตายโดยผิดธรรมชาติของทหารรับใช้ เกิดขึ้นในบ้านผู้บังคับบัญชาทหาร ในขณะที่นายกรัฐมนตรีของประเทศ หนีเหตุการณ์ไปแอบอยู่ในนั้น 
        มันจึง “เป็นเรื่อง!”
        ผมเห็นด้วยกับคอลัมน์ชื่อ “หัวอกแม่”  ใน นสพ.ข่าวสด ประจำวันจันทร์ ที่ 1 พ.ค.2552 โดยเจ้าของนามปากกา “เหล็กใน” เขียนเอาไว้ ว่า 
        คุณศิริมนต์ เครือสุข มารดาของพลทหารอภินพ เพราะจากสภาพศพเธอไม่เชื่อว่า เป็นอุบัติเหตุลื่นล้ม!
ที่สำคัญก่อนที่จะเสียชีวิตไม่นาน พลทหารอภินพส่ง SMS ไปถึงแฟนสาวและแม่ ระบุว่า นายกฯมาร์คมานอนค้างที่บ้านแม่ทัพ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการสลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดง
        ทั้งหมดนี้เป็นข้อสงสัยของแม่และญาติพี่น้องของคนตาย และเรียกร้องให้มีการผ่าชันสูตรพลิกศพ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
        ตัวผมเองนั้น เชื่อเหมือนกับสื่ออีกหลายฉบับว่า การสอบสวนที่กระจ่างนั้น จะตอบโจทก์ที่ค้างคาใจของผู้คนในประเทศด้วย หาไม่จะเป็นเรื่องอึมครึม และส่งผลกระเทือนถึงความไว้วางใจของผู้คน ที่มีต่อหน่วยทหาร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องส่งลูกเข้าไปเป็นทหารตามหน้าที่ลูกผู้ชาย ย่อมเกรงกลัวว่าลูกหลานของพวกเขา 
        อาจถูกรุมทำร้ายจนตาย อย่างพลทหารอภินพบ้าง!
 
        ก่อนจบคอลัมน์ในวันนี้ อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังสักนิด คือ พวกตำรวจเขามีวิธีสังเกตว่าตอนไหนยาเสพติดเฟื่องฟู เขาให้ดูที่ร้านขายหูฉลาม เพราะพวกผู้ค้ายาเสพติด แม้แต่เป็นรายย่อย เมื่อมีเงินใช้จ่ายคล่องมือ ก็เข้าไปหาอาหารบำรุงร่างกาย ที่มีรสชาติดี อย่างหูฉลามกินกัน หากติดคุกจะไม่ได้กิน! 
        ถ้าร้านขายหูฉลามแน่น ก็ชัดเจนว่าการค้ายาก็ฟู่ฟ่าร่าเริง แต่ประเทศและลูกหลานคนไทยเรา...ย่ำแย่!!
        หลังจากนโยบายปราบปรามยาเสพติด อย่างเอาจริงเอาจังของรัฐบาลทักษิณ ซึ่งได้ผลชัดเจน โดนใจประชาชน เพราะคนในชาติทนไม่ไหว ที่ลูกหลานของเราต้องตกเป็นทาสยาเสพติดจำนวนมากมาย และพ่อค้ายาเสพติดร่ำรวย แผ่อิทธิพลกว้างไกล! 
        ร้านขายหูฉลามยุคนั้น ก็ถึงคราเงียบเหงา เจ้าของร้านนั่งตบยุงกันไป...มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

        มาถึงปัจจุบันนี้ ยุครัฐบาลนายมาร์ค มุกควาย (ฉายาที่ผมตั้งให้จากข้อเขียนในประชาทรรศน์) แม้เศรษฐกิจฟุบ ผู้คนเดือดร้อน ฝืดเคือง และรัฐบาลก็ดูหมดความสามารถที่จะแก้ไข แต่...

        ร้านขายหูฉลาม กลับ “แน่นปั๋ง” เลยครับ!!!

............................

****โปรยตาม
        ติดตามวันวางแผงหนังสือของ “วาทตะวัน” ได้จากเว็บไซด์
www.vattavan.com  หรือโทรสั่ง หมายเลข  086-2593-939...

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
อีกเรื่องนึงที่อยากให้อาจารย์เขียนถึงหน่อยค่ะ เรื่องที่โฆษกพรรคดักดาน กล่าวหา เซีย ไทยรัฐ และเงียบฉี่กับกรณี การ์ตูนในไทยรัฐเหมือนกันที่ด่าฝั่งตรงข้ามคือ ชัย ราชวัตร ไม่รู้ว่าพวกนี้วันๆคิดแต่จะทำอะไรกันนะคะพวกดักดานพวกนี้เนี่ย

โดยคุณ 118.175.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
อยากทราบความเห็นผู้เขียนว่า ล้มหัวฟาดตายตามที่ทหารแถลง หรือถูกฟาดกบาลจนตาย

โดยคุณ เอาแน่ๆ 124.120.84.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER