หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ยุคประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!?
หัวข้อ : ยุคประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ยุคประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        เมื่อปี พ.ศ.2546 บ้านเราตกอกตกใจ เรื่องการระบาดของไข้หวัดอุบาทว์ หรือไข้หวัดมรณะ อย่างที่คนเขาเรียกขานกัน ซึ่งมีชื่อภาษาฝรั่งว่า 
        SARS      
        เรื่องโรคระบาดร้ายแรงนี้ ผมเป็นห่วงมาก เพราะเราไม่รู้ว่าโรคบางชนิดเมื่อเกิดขึ้น แล้วมันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่        
        เมื่อประมาณกว่ายี่สิบปีเห็นจะได้ ตอนที่โรคเอดส์กำลังฮิตติดลมบน ผู้คนบ้านเรา เริ่มจะเกรงกลัวกันมาก ผมนั่งคุยกับคุณหมอท่านหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียง และเป็นนักเรียนรุ่นพี่ที่ผมเคารพนับถือเหมือนญาติ ท่านบอกกับผมว่า       
        "เอ็งอย่าไปห่วงไอ้โรคเอดส์มันเลย เพราะตอนนี้หมอทั้งโลกและนักวิจัยทั้งหลายกำลังสุมหัวกันคิด ยังไงๆ มันก็ต้องพบยารักษาไอ้โรคเวรนี่จนได้!"       
        ตอนนั้นฟังแล้วก็รู้สึกเบาใจไป แต่ยิ่งนานวันเข้าผู้คนก็เริ่มล้มตายกันเป็นจำนวนมาก จนไม่นานมานี้ พบท่านอีกก็ถามว่า ยังจำได้หรือเปล่า ที่เคยบอกผมว่าเรื่องโรคเอดส์น่ะ ท่านบอกว่าจำได้ และพูดเสียอ่อยว่า       
        “คาดผิด ไปหน่อยว่ะ!!”  
       
        ผมได้รับกำนัลหนังสือมาหนึ่งเล่มซึ่งดีมาก หนังสือเล่มนี้ชื่อ Encyclopedia of plague and pestilence โดยมี George
C. Kohn เป็น Editor เพราะคนให้เขาได้ยินผมบอกว่า สนใจเรื่องโรคระบาด หนังสือเล่มนี้บรรจุข้อมูลต่างๆ ไว้มากพอ สมควรเลยทีเดียว       
        จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้ทราบว่า เหตุการณ์โรคระบาดในโลกของเรา ถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างดี โดยเฉพาะระยะเวลาที่โรคระบาดเผยแพร่ในประเทศต่าง ๆ แล้วมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากนั้น เขาจะขึ้นชื่อประเทศไว้นำหน้าโรคแล้วบอกปี ค.ศ. ที่โรค นั้นระบาด สำหรับเมืองไทยนั้นหนังสือ เล่มนี้บันทึกเอาไว้ มีรวมอยู่ด้วยกัน 3 ครั้งด้วยกันคือ      
       
        1.Thai Cholera Epidemic1820        
        เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นอหิวาตกโรคระบาดครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดขึ้นเมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โรคอหิวาต์ครั้งนั้น ได้ถูกบันทึกว่า มีต้นตอมาจากอินเดีย ซึ่งผู้ป่วยนำมาถึงปีนังแล้วแพร่จากปีนังเข้ามาทางเมืองสายบุรี ตอนนั้นยังเป็นเมืองไม่ได้เป็นอำเภอขึ้นกับปัตตานีเหมือนเช่นปัจจุบัน แล้วก็ขยายเข้าสงขลา จากนั้นเดินทางเข้ากรุง โดยติดมากับผู้ป่วยซึ่งโดยสารเรือเข้ามาทางปากน้ำ สมุทรปราการ แล้วก็มาลุกลามใหญ่โตที่กรุงเทพ       
        เหตุการณ์ครั้งนั้น มีผู้คนล้มตายกว่า 30,000 คน หรือหนึ่งในสามของคนกรุงเทพฯ ในตอนนั้น มีการบันทึกว่า จำนวนศพนั้นดารดาษไปทั่วท้องถนนแร้งลงกินดูแล้วน่าสมเพช ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกตกใจกลัวเป็นอันมาก คนไทยเรียกปรากฏการณ์เช่นนี้ ว่า
        “ห่าลง” 
        พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ ให้ความหมายของ “ห่าลง” ว่า เป็นคำกริยา หมายถึง เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้คนตายจำนวนมาก เช่น โรคลงราก (อหิวาตกโรค) กาฬโรค, (ปาก) น. คนที่มากันเป็นจำนวนมาก เช่น งานนี้คนมากันอย่างกับห่าลง  
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำบุญใหญ่ พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ มีการย่ำระฆังตามวัด เพื่อให้พระพุทธคุณปกป้องคุ้มครอง ให้ราษฎร ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทรงโปรดฯให้ยิงปืนใหญ่ทุกป้อม ขับไล่โรคร้าย และให้ปล่อยสัตว์ที่จับมาขังไว้ให้เป็นอิสระ ปลดปล่อยนักโทษและผู้ต้องคุมขัง คงเหลือแต่พวกเชลยพม่าเท่านั้นที่ไม่ปล่อย!       
        อย่างไรก็ตามโรคอหิวาต์ ซึ่งคนไทยเรียกกันว่า “โรคห่า” ได้ค่อย ๆ หยุดระบาดในกรุง และเดินทางขึ้นไปตามหัวเมืองชายฝั่งทะเล และเข้าไปในเขตของเวียตนามในที่สุด       
              
        2. Thai Beriberi Epidemics 1890-1910        
        Beriberi ก็คือ โรคเหน็บชา ซึ่งน่าแปลกใจมาก เพราะผมเองไม่เคยทราบมาก่อน โรคเหน็บชาฝรั่งจัดเป็นโรคระบาด เหตุการณ์เกิดในสมัยรัชการที่ 5 มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวน ทั้งสิ้น 1,063 คน ป่วยอีกเป็นจำนวนถึง 22,670 คน ภายในระยะเวลาสิบปีที่โรคนี้แพร่อยู่       
        สาเหตุหลักเป็นเพราะว่า คนไทยเปลี่ยนวิธีการกินข้าว ซึ่งเป็นธัญพืชสำคัญ จากแต่เดิมมาเรากินข้าวซ้อมมือ แต่หลังจากนั้นมีการใช้เครื่องสีข้าวซึ่งพวกฝรั่งนำเข้ามา สีให้คนไทยกินข้าวขาวกัน เท่านั้นแหละได้เรื่องเลย เพราะกินข้าวขาว ทำให้สาร Thiamine หรือวิตามิน B ก็หดหายไปด้วย        
        เฉพาะปี 1909 ปรากฏว่า ทางการรับพวกตำรวจที่รับเข้ามาฝึกอบรมในสมัยนั้น จำนวน 400 นาย เป็นโรคนี้เสีย 353 คน แถมยังมีพวกคนคุก เด็กที่อยู่ในสถานดัดสันดานที่เกาะสีชัง มาเพิ่มจำนวนผู้ป่วยด้วย โรคนี้อีกเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามโรคนี้ก็ได้จางหาย ไป แต่ใช้เวลาในการระบาดอยู่ยาวนานถึงสิบปีเต็มทีเดียว ทำให้เราได้คิดว่า การกินข้าวอนามัย หรือข้าวซ้อมมือนั้น เป็นการดีที่สุด
       
        3.Thai Dengue Hemorrhagic Fever Epidemics(DHF)        
        หรือไข้เลือดออกนั่นเอง ซึ่งระบาดรุนแรงเมื่อปี 1958 มีจำนวนผู้เสียชีวิต 2,418 ราย ติดเชื้ออีก ระหว่าง 150,000 ถึง 200,000 ราย สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยนั้น เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรง อย่างไรก็ตามในตอนนี้การแพทย์ของเราก็สามารถรับมือและรักษาโรคนี้ได้แล้ว      
             
        โรคที่กำลังระบาดในเมืองไทยจริงๆ อีกโรคหนึ่ง คือ โรคคอรัปชั่น ที่เป็นโรคร้ายแรง และได้ระบาดอย่างถาวรในบ้านเมืองไทยมานานหลายทศวรรษ เริ่มมาตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และกำลังทวีความรุนแรงลุกลามมากขึ้น ทำให้สุขภาพของประเทศทรุดโทรมลงอย่างหนัก ซึ่งโรคคอรัปชั่นต้องว่ากันต่างหาก และว่ากันได้อีกหลายตอนด้วย!
        พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ข่าวการคอรัปชั่นเป็นไปอย่างกว้างขวาง 
        ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร สำหรับพรรคดักดานนี้ เพราะเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่า กทม.ต้องจำใจลาออกไป ด้วยต้องหาคดีอาญาทุจริตคอรัปชั่น นั่นเอง
        หรืออย่างโกงการเลือกตั้ง พรรคการเมืองดักดานพรรคนี้ ก็เป็นพรรคแรกที่อดีตผู้แทนของตัว โดนเรื่องทุจริตในการเลือกตั้งโดนจำคุก 1 ปี และตัดสิทธิ 10 ปี และรายล่าสุดที่ทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ที่สมุทรปราการนี่ก็โดนใบแดง แต่ที่น่าประหลาดคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไปติดเพลส เพราะศาลสั่งให้มีการแจ้งข้อหา ว่าไปช่วยน้องชายแจกเข้าแจกของ ในการเลือกตั้งด้วย
        ผมเคยบอกไปแล้วว่า อีกไม่เท่าไหร่เรื่องอัปรีย์ของพรรคนี้ จะต้องโผล่ออกมาให้ผู้คนเห็นกัน นี่ก็โดนโจมตีทั้งสื่อมวลชน ในเรื่องโครงการรถเมล์โคตรโกง หรือการประมูลข้าวในสต๊อกของรัฐบาล 
        ผู้คนเขาบ่น ให้ผมฟังว่า 
        “มันกะจะแดกกัน จนเหี้ยนเตียนประเทศ หรืออย่างไรวะ!?”
        เขาพูดกันขนาดนี้ จริงๆเลยนะ
        สื่อมวลชนหลายฉบับ ออกมาโจมตีแหลกลาญ บอกว่านายมาร์ค มุกควายอนุมัติโครงการนี้วันไหน บรรลัยวันนั้น!! 
        ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่ม ส.ว.ทั้งเลือกตั้งและลากตั้ง ก็ออกมาช่วยกันบี้อย่างหนักหน่วง เพราะมันเป็นโครงการที่เห็นรายละเอียดแล้ว ก็ต้องร้องประสานเป็นเสียงเดียว ว่า 
        “ไอ้รัฐบาลโคตรโกง มึงจะให้บ้านเมืองเป็นหนี้เขาไปถึง
ไหนกันวะ!?”

        นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องข้าว ที่เพิ่งประมูลกันไป แต่ต้องชะงักงันกันอีก ชาวบ้านคงจะได้ดูการยื้อกันระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล รวมไปถึงการงัดข้อกันระหว่างพรรค
        สนุกสนานกันดี
        ไอ้เรื่องโรคระบาดนั้น ผมไม่กลัวเท่าไหร่ แม้แต่ในเรื่องไข้หวัดหมู ที่ทำท่าจะมาเยือนเมืองไทย เพราะผมมีความมั่นใจในระบบสาธารณสุขของเรา โดยต้องขอยกนิ้วโป้งสองนิ้วให้คุณหมอไทย ที่สามารถดำเนินการป้องกันโรค ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก จนได้รับคำชมเชยจากทางองค์การอนามัยโลก ว่าเรามีแนวทางการ ป้องกันได้อย่างดีเยี่ยม        
        ผมมีความเชื่อมั่น ในความสามารถของบุคลากรในวงการแพทย์มานานแล้ว และบ้านเมืองเรานั้น ก็มีเรื่องเชิดหน้าชูตาได้อย่างหนึ่งก็คือ 
        ระบบสาธารณสุข...นี่แหละครับ! 
        แต่เรื่องการต่อต้านคอรัปชั่น ตั้งแต่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มา คดีค้างมากมายเป็นพันเป็นหมื่นคดี แต่ถ้าเป็นคดีของพรรคดักดาน ไม่ว่าทุจริตยาง หรือเรื่องอื่น ป.ป.ช.ชุดไอ้บังตั้งมันดองเอาไว้นี่ใกล้จะขาดอายุความ 
        บอกตรงๆอย่างไม่เกรงใจว่า ประสิทธิภาพของหน่วยงานนี้ต่ำมาก ที่พูดอย่างนี้ได้เพราะเมื่อครั้งตำรวจดำเนินการสอบสวนคดีทุจริต ไม่มีเรื่องค้างมากมายอย่างนี้ 
        ยิ่งมายุครัฐบาลยุคพรรคดักดาน ของนายมาร์ค มุกควาย เรื่องทุจริตแพร่ระบาดหนัก เหมือนกับห่าลง อะไรที่เป็นประโยชน์กับพรรคพวก ก็เอื้อกันสุดๆ เช่น ขึ้นภาษีเบียร์ ไม่ขึ้นเหล้าขาวขนาดทายาทโรงเบียร์ถึงกับเลือดขึ้นหน้า ว่า ด่าประณามเอาว่าเป็น 
        “ลูกจ้างโรงเหล้า!” 
        ก็ยังเห็นหน้าระรื่นกันดี

        อยากจะบอกกับมิสเตอร์มาร์ค มุกควาย ว่า
        ขอให้จับตาดูการจัด event ให้ดี เพราะเวลานี้ข่าวเขาบอก เรียกสินบาทกันสุดๆ คือ 
        บำรุงพรรค 50% ฝ่ายราชการ 25% เหลือให้บริษัทจัดงาน 25% 
        งานประเภทนี้ค่าดำเนินการ 100 ล้าน เป็นเรื่องปกติ เคยรู้แต่ว่าเขาเรียกกันแค่เหมา 15-20% อย่างสูง 30% ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พอได้ยินอย่างนี้เขา ผมถึงกับสะดุ้ง แต่เพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ถึงกับร้องลั่นออกไปว่า
        “แดกกันแหลกขนาดนี้...เชียวเรอะ!?
        เรื่องนี้บางทีผมอาจต้องเสียเวลา เจาะลึกข้อมูลเบื้องหน้าเบื้องหลัง แล้วเอามาเปิดเผยให้แฟนๆได้ทราบกันแบบละเอียดยิบเหมือนอย่างเรื่อง “นังเป็ด” นั่นแหละครับ
        มองดูการระบาดของคอรัปชั่น ยุคนายมาร์ค มุกควาย แล้วใจคอห่อเหี่ยว คนไทยเราน่าจะลองนิมนต์พระมาสวดและยิงปืนใหญ่ไล่มัน อย่างที่ทำกันตอนโรคห่าระบาดครั้งรัชกาลที่ 2 
        ท่าจะดีเหมือนกัน!
        ดูๆไปแล้วโรคห่าคอรัปชั่นลงแดกเมือง ยุคนายมาร์ค มุกควายนี้ มันดันไปคล้องกับบทร้อยกรอง ตำนาน “ดอกสาบเสือ”ตอนหนึ่งที่ว่า

        น้ำร้ายดอยล่มแผ่นดินแล้ง
        บ้านแห้งเมืองโหดโขมดผี
        ห่าลงกินเมืองเรืองฤทธี
        แม่พระธรณีหลั่งน้ำตา

        ถึงนางธรณีไม่บีบผมมวยแล้ว แต่ไอ้พวกลูกจ้างโรงเหล้า ดันเสือกทะลึ่ง เอาผ้าดำมาห่มให้!

content/picdata/150/data/photo4.jpg

        น้ำตาท่านเลยไหลแทน โดยไม่ต้องบีบ อย่างที่เห็นๆ นี่แหละครับ!! 

...................

 

 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ตอนนี้มหาวิทยาลัยเปิดเทอมแล้ว ควรช่วยกันกระพือเรื่องทุจริตของรัฐบาลนี้ ให้กว้างขวางออกไป ถึงหมู่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเพราะขณะนี้เปิดเทอมแล้ว ผู้คนจะได้รู้กันว่า รัฐบาลนี้มันแสวงหาผลประโยชน์กันอย่างไร ทำไมจึงผลักดันโครงการโคตรคอรัปชั่นออกมาได้

โดยคุณ ช่ออัญชัน 124.121.240.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ประเทศใกล้ตายอยู่แล้ว พรรคดักดานกับพวกมันยังตามมาสูบไม่รู้จบรู้สิ้น

โดยคุณ น่าเวทนา 124.121.240.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
นักการเมืองบ้านเรา มีแต่คอยฉวยประโยชน์ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ หนทางไหนจะหากินได้ มันฉายกันแหลก

โดยคุณ ต้องอัดมัน 125.25.46.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER