หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > กฎหมาย สตง.ใหม่ ‘มัดคอ’ นักการเมือง !?
หัวข้อ : กฎหมาย สตง.ใหม่ ‘มัดคอ’ นักการเมือง !? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

กฎหมาย สตง.ใหม่ ‘มัดคอ’ นักการเมือง !?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มีเรื่องกราบเรียนท่านผู้อ่าน ที่ติดตามงานคอลัมน์ผมในหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ว่า...ทำไมจึงหายไป?
        ตอบสั้นๆว่า 
        ผมเขียนบทความเผยแพร่ทาง vattavan.com และส่งบทความเดียวกันให้ประชาทรรศน์ โดยไม่ได้คิดค่าตอบแทน
ทั้งนี้ เพียงเพื่อให้บทความมีช่องทางแพร่หลายมากขึ้น ส่วนทางฝ่ายบริหารของหนังสือพิมพ์ จะนำไปลงรายวันหรือรายสัปดาห์ ก็พิจารณาดำเนินการเอาเองได้ตามสะดวก ซึ่งก็ดำเนินการด้วยดีมาเกือบจะครบปี
        เหตุที่ต้องยุติการส่งบทความ ก็เพราะทางประชาทรรศน์ ได้ทำการเปลี่ยนแปลง “ชื่อ” บทความเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว จาก 
        “จารุวรรณ เมณฑกา ใสซื่อหรือ...โสโครก!?” ไปเป็น “จารุวรรณ เมณฑกา ใสซื่อหรือ...” 
        ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ทำให้น้ำหนักของบทความในการวิพากษ์วิจารณ์ “เป็ด หัวยักษ์” ลดลง ทำให้ความมุ่งหมายของผม ที่จะตีแผ่เบื้องหน้าเบื้องหลังของผู้หญิงคนนี้...
        ดูเบาบาง ลงไปด้วย!
        การกระทำของประชาทรรศน์ น่าจะมีเหตุผลอื่นที่จำเป็นและทางสำนักพิมพ์คงหลีกเลี่ยงไม่ได้!!
        ดังนั้น เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย การยุติบทความของ “วาทตะวัน” ลงในประชาทรรศน์ น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด 
        จึงขอเรียนว่า ต่อจากนี้ไป บทความของผม จะปรากฏในเว็บไซด์นี้เท่านั้น แต่หากจะนำไปลงตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับใด ควบคู่กันไปด้วยนั้น จะเรียนให้ท่านผู้อ่านได้ทราบต่อไป

        มาเข้าเรื่องใหม่กันบ้าง...
        หลังจากที่ผมได้ขุดเบื้องหลังของ“จารุวรรณ เมณฑกา”
ออกมาตีแผ่ทั้งเว็บไซด์ของตัวเองและหนังสือพิมพ์ ได้พบความจริงเพิ่มเติม ว่า 
        ผู้หญิงคนนี้ถูก ‘จับจ้อง’ จากสังคมมาก เพราะได้มีการนำไปเผยแพร่ต่อด้วยการโพสต์ลงในเว็บไซด์อื่นๆอีกเยอะแยะ ทำให้รู้สึกว่า 
        ยิ่งน่าจับตามอง ให้ถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น!
        การใช้อำนาจของจารุวรรณ ในฐานะเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และใช้อำนาจแทน คตง.ทั้งคณะ ตามคำสั่งเฮงซวยของไอ้บังหัวหน้าแก๊งรัฐประหาร ดังที่ผมได้เรียนให้ท่านผู้อ่านทราบไปแล้วนั้น ทำให้ผู้หญิงคนนี้ มีอำนาจในการตรวจเงินแผ่นดินแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
        หญ่ายยยยยยยยย...บะล่ะฮึ่มเลย!
        ดังนั้น ไม่เป็นที่น่าแปลก ที่ยัย “เป็ด หัวยักษ์” จะใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางที่ก่อความขัดเคืองให้กับผู้คน เช่น การขอ
ตั๋วฟรีบริษัทการบินไทย ซึ่งเป็นหน่วยรับตรวจ ให้ทั้งตัวเอง ลูกๆและญาติพี่น้อง เป็นต้น 
        ผมได้สาธยายโดยละเอียด ซึ่งพฤติกรรมของยัยคนนี้ ขาดความโปร่งใสเป็นอย่างยิ่ง เพราะตรวจงานเขาแล้ว ดันไปขอตั๋วฟรีเขา แล้วใครเขาจะไปขัดได้ เพราะตัวเองกุมอำนาจการตรวจเหนือบริษัทเขาอยู่ทนโท่ออกอย่างนั้น 
        การบินไทยนั้นเป็นบริษัทมหาชน และการกระทำของจารุวรรณฯ ในฐานะหน่วยตรวจ แล้วทำเรื่องไม่งามอย่างนี้ เป็นการดึงเอาผลประโยชน์ของบริษัทการบินไทยฯออกไป ย่อมกระทบถึงผู้ถือหุ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวยัยเป็ด หัวยักษ์ในฐานะผู้ตรวจบัญชี และเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย มาทำเรื่องอย่างนี้ได้อย่างไร 
        น่าอับอายมาก! 
        ดังนั้น เมื่อมีผลการประกอบการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ทรุดลง การที่ผู้ถือหุ้นจะลุกขึ้นวิพากษ์วิจารณ์ถึง พฤติกรรมอันไม่เหมาะไม่ควรของ “จารุวรรณ” ย่อมเป็นสิ่งที่สมควรจะกระทำเป็นอย่างยิ่ง พฤติกรรมอย่างนี้หากเกิดในต่างประเทศ 
        ยัยคนนี้...ต้องอยู่ภาวะ “ตกนรก” เลยทีเดียว!

        ขอเรียนให้ท่านผู้อ่าน ทราบว่า
        สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในต่างประเทศนั้น การตรวจสอบจะทำกันในลักษณะรับรองงบการเงินจะแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเอกชนตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบของ สตง. ควรเป็นไปตามหลักสากล 
        บ้านเรานั้นมาแปลก ดันไปกำหนดเป็นกฎหมายบังคับให้หน่วยรับตรวจ เช่น รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ต้องแต่งตั้งให้ สตง. เป็นผู้สอบบัญชี เพื่อรับรองงบการเงินของหน่วยรับตรวจและต้องจ่ายเงินค่าจ้างสอบบัญชีตามอัตราที่ สตง. กำหนดด้วย แทนที่จะให้การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อรับรองงบการเงิน เป็นดุลยพินิจของหน่วยรับตรวจ จะใช้ สตง. หรือ ผู้สอบบัญชีเอกชน ก็ได้ สตง. ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ตามขอบเขตการตรวจสอบตามหลักสากลดังกล่าวข้างต้น

        คราวนี้อยากให้ท่านผู้อ่าน ติดตามเรื่องใหม่ๆกันบ้าง
        ขอเท้าความตอนที่ปฏิวัติ ไอ้บังมันสำแดงความโง่เขลา ด้วยการยุบ คตง. ที่มีอยู่ ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แล้วให้ผู้ว่า สตง.คือ ยัย “เป็ด หัวยักษ์” จารุวรรณฯ เป็นผู้ใช้อำนาจประธาน คตง.และคณะกรรมการ คตง. ซึ่งผมเขียนว่า
        เป็นการสวม “หัวยักษ์” ให้ยัยเป็ด! 
        นี่เองที่ทำให้แม่คนนี้ กร่างคับประเทศเลยทีเดียว!! 
        อย่างไรก็ตาม จารุวรรณเองกกถูกคดีฟ้องร้องทั้งในศาลอาญาและศาลปกครอง รวมทั้งมีผู้ยื่นกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินคดีกับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งยังสอบกันคาราคาซังอยู่ใน ป.ป.ช. แต่ข่าวออกมาบอกว่า ป.ป.ช.ก็ยำเกรง เพราะการใช้เงินของ ป.ป.ช.ก็ถูกตรวจสอบอยู่โดย คตง. เรื่องมันเลย...
        ...“ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” 
        ไปไม่ถึงไหนเลยครับ!!!

        เมื่อต้นเดือนนี้ ผมเห็นมีการวิพากษ์วิจารณ์ร่าง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ...โดยหนังสือพิมพ์บางฉบับ แต่ตอนนั้นผมยังไม่เห็นร่างฉบับเต็ม จึงยังไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไร 
        มาบัดนี้ได้เห็นร่างฉบับเต็ม ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์แล้ว รู้สึกตกใจ เพราะพรรคดักดานนั้น ได้เอาฉบับเดียวกันกับที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร 
        ไม่ได้ “แก้ไข” อะไรเลยแม้แต่น้อย!
        น่าประหลาดใจมาก ที่บรรดา ส.ส.ประชาธิปัตย์ผู้นำเสนอกฎหมายเข้าสภา ไม่ได้ศึกษาความเป็นมาของกฎหมายฉบับนี้มาก่อนโดยละเอียดหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เพราะความจริงมีอยู่ ว่า
        มีการนำเสนอกฎหมายฉบับน่ารังเกียจนี้เข้าสภาขี้ครอก หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ไอ้บังมันตั้งขึ้น แต่เดชะบุญที่กฎหมายฉบับเถลิงอำนาจเบ็ดเสร็จของ สตง. โดยมี คมช. สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เต็มที่  
        มันเกิด...แท้ง!
        เหตุที่ใช้คำว่า “แท้ง” ก็เพราะ...ออกมาบังคับใช้ไม่ได้ไม่ได้ เป็น ร่าง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ จึงต้องผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบแล้วพบว่า ร่าง พรบ.ฉบับนี้ ผ่านการพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยองค์ประชุมไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ  
        ศาลรัฐธรรมนูญ จึงส่งร่าง พรบ. ฉบับนี้คืน!   
        ผมเคยเขียนจวกไอ้สภาขี้ครอก ในสมัย รสช.ที่ออกกฎหมายฉบับหนึ่งๆ กินเวลาไม่ถึง 15 นาทีด้วยซ้ำ และกฎหมายยึดอำนาจโดย สตง.ฉบับนี้ กลับมีการนำเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่มีการแก้เพิ่มติดเลยแม้แต่น้อย 
        เป็นของเก่า ที่เคยเสนอมาแล้วทั้งดุ้น!
        ขณะนี้ร่าง พรบ. ฉบับนี้ ได้ผ่านการพิจารณาวาระแรกแล้ว  และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการ ยัยเป็ด หัวยักษ์ กับลูกน้องคู่ใจ คือ พิสิฐ ลีลาวัชโรภา เป็นกรรมาธิการชุดนี้ด้วย  
        ไม่น่าเชื่อว่า พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ดักดานจนอ่านเกมใน “กฎหมายฉบับยัยเป็ด” ไม่ออก แถมนายมาร์ค มุกควาย ลงชื่อเป็นชื่อแรก ในฐานะหัวหน้าพรรค และสนับสนุนกฎหมายที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ โดยไม่รู้เลยว่า 
        มันจะเป็น “บ่วงมัดคอ” สำหรับนักการเมืองเอง!

        ก่อนที่ผมจะพูดกฎหมายฉบับสำคัญ ที่จะเป็นจุดตายของนักการเมือง ต้องขออนุญาตเรียนคราวๆ ถึงการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอันเป็นสากล ซึ่งหมายถึงการปฏิบัติที่ สตง.ของทุกประเทศ ถือปฏิบัติ นั่นคือ
        (1) ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  มติคณะรัฐมนตรี ฯลฯ  ที่เกี่ยวข้อง (Compliance Audit)
        (2) ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินว่าเป็นไปโดยประหยัด  มีประสิทธิภาพ  เป็นไปตามเป้าหมายและคุ้มค่าหรือไม่   
        (3) Audit หรือ Performance  Audit
        ประการสำคัญที่ต้องจำกันไว้ให้ดีคือ 
        สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ไม่มีภารกิจหลักในการตรวจหาการทุจริตโดยตรง แต่....
        หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่า หน่วยรับตรวจมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่ามีความผิดทางอาญา ก็ให้แจ้งพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ เช่น ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ) ดำเนินคดีต่อไป และ สตง. จะแจ้งหน่วยรับตรวจหรือหน่วยบังคับบัญชาแล้วแต่กรณีดำเนินการตามระเบียบแบบแผนของทางราชการต่อไป ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติของ สตง. อยู่แล้ว มิใช่  สตง. จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน อัยการ หรือ ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ท. เสียเอง
        กฎหมายฉบับยัยเป็ด ที่ถูกเสนอซ้ำ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง หลังที่เคยผ่านสภาโลซก หรือสภาของพวกรัฐประหารไปแล้ว แต่มีอันต้องตกไป ด้วยเหตุผลองค์ประชุมไม่ครบ แต่มีการซ่อนเงื่อนเอาไว้ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่แม้พรรคประชาธิปัตย์ผู้นำเสนอ ก็มองไม่เห็น กล่าวคือ
        ใครก็ตามเข้าควบคุม คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ จะมีอำนาจมหาศาล ไม่มีหน่วยงานใดเทียบเทียมได้ เช่น

        - สามารถก้าวก่ายการบริหารงานของหน่วยงานอื่นได้  โดยมีอำนาจตามกฎหมายสั่งให้บุคคลใด ต้องมาให้ถ้อยคำ, มีอำนาจขอข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินจากสถาบันการเงิน, มีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนดำเนินการใดๆให้ สตง. (ก้าวก่ายไปหมด รวมทั้งเอกชนก็โดนด้วย)
 
        - มีคำสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจดำเนินการใด ๆ  เช่น  มีคำสั่งให้ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่นายกรัฐมนตรี ดำเนินการใด ๆ ก็ได้  (ดู ร่าง พรบ. มาตรา 4  ความหมายของเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจ   และ มาตรา 65 (1)  ซึ่งกฎหมายฉบับปัจจุบัน ไม่ได้ให้อำนาจนี้ (กฎหมายฉบับใหม่นักการเมืองที่เข้าไปควบคุมหน่วยรับตรวจ จะถูกเรียกตรวจได้ทั้งนั้น ถ้า สตง.เรียกตัว ไม่มีทางหลักเลี่ยง “พวกเอ็งต้องรีบไปทันที” อะไรทำนองนี้)

        - สตง. มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าไปให้คุณให้โทษแก่ข้าราชการโดยตรง ทำให้ สตง. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดในการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานราชการ โดยจากผลการตรวจสอบของ สตง ถ้าพบข้อบกพร่องเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ หรืออื่นๆคตง.จะแจ้งให้หน่วยรับตรวจดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวน ถ้าผลการดำเนินการแตกต่างจากผลการพิจารณาของ คตง. ถ้า คตง. มีความเห็นประการให้หน่วยรับตรวจต้องปฏิบัติตาม (ร่าง พรบ ประกอบ ฯมาตรา 81)

        - กฎหมายฉบับอัปลักษณ์นี้ ยังให้อำนาจ คตง. ส่งเรื่องที่ตรวจพบดำเนินคดีอาญาในศาล  รวมทั้งมีอำนาจฟ้องคดีเอง ( ร่างพรบ.ประกอบ มาตรา 99 กับ มาตรา 100 )  ซึ่งการให้อำนาจ สตง. ดังกล่าวเป็นการซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. และขัดกับหลักสากลที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

        ที่น่าแปลกคือ กฎหมายพิเรนทร์ฉบับนี้ กลับไม่มีการระบุว่า ใครจะเป็นผู้ตรวจงานของ สตง. เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนี้ ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิดนะ เพราะเจ้าหน้าที่ผู้หญิงของก็เพิ่งไปทำเรื่องงามหน้า ถูกดีเอสไอ.จับกุมคาหนังคาเขา เพราะไปรีดเงินแสนที่พระประแดง 
        หรือใครจะมาตรวจ “ยัยเป็ด หัวยักษ์” ที่เค้นเอาตั๋วฟรีและบริการ จากบริษัทการบินไทย! (รวมทั้งเรื่องพิกลอื่นๆ ที่ผมได้ตีแผ่ไปแล้ว)
        ไอ้ที่เพิ่งโผล่มาทางหน้าหนังสือพิมพ์ มติชน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (13 มิ.ย.52) เรื่องญาติของคนโตใน สตง. เกี่ยวข้องเงินสดจำนวน 46 ล้านบาท ซึ่งนำฝากเข้าธนาคารและถอนออก เป็นเงินสดล้วนๆ โดยมีเงื่อนงำไปพันกับเรื่องการสร้างบ้านสร้างช่อง ของบิ๊ก สตง. 
        ทำให้ประชาชนฮือฮากัน!
        ความจริงแล้วข้อมูลนี้ “เก่าจนบูด” ขนาดหลักฐานธนาคารชัดเจน แต่ไม่มีการดำเนินการอย่างจริงๆจังๆ อีกทั้งเชื่อว่า ป.ป.ง. ก็มีข้อมูลนี้อยู่แล้ว แต่ไม่เคลื่อนไหวจัดการแต่ประการใด ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล จนผู้รับผิดชอบของหน่วยงานดังกล่าว กลับโดนเรื่องวินัยร้ายแรงเสียเอง เพราะไปตรวจสอบฐานะการเงินสื่อเข้า ซึ่งน่าเสียดายมาก เพราะเรื่องนี้แทบไม่ต้องสอบอะไรนักหนา กระทุ้งหน่อยเดียวก็ตายแล้ว! 
        เรื่องโสโครกใน ส.ต.ง. มีมากอย่างที่ผมเล่ามา แล้วจะยอมให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มีคนร่างจงใจสร้างเสริมอำนาจให้กับสำนักงานตรวจแผ่นดิน อย่างล้นฟ้าล้นแผ่นดิน ออกมาอีก อย่างนั้นหรือ?
แค่นี้ยัง “โสโครกไม่พอ” หรือจ๊ะ?

content/picdata/153/data/photo_duck.jpg

        ถ้าคนออกหัวคิดร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นผู้หญิง ก็ทำให้ผมนึกถึงกลอนในเพลงพื้นบ้านประเภท “เพลงยัก” ที่เขาบอก
        ยักตื้นยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก  
        เป็ดทองน้องรัก ยักให้หมดวงเอย!
        เห็นร่างกฎหมายฉบับนี้ อยากจะถามกันตรงๆเลยว่า
        “คิดจะยักอำนาจ เอาไปครอบครองไว้หมดเลย หรืออย่างไรกันจ๊ะ...แม่คุณ!?”

        อยากจะเตือนนายมาร์ค มุกควาย กับ ส.ส.ในพรรคดักดาน ที่หลับหูหลับตาเสนอกฎหมาย โดยขาดการรู้ทันหมากกลของคนร่างกฎหมายอัปรีย์ฉบับนี้

        ไอ้คนที่เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ถูกบ่วงของตน มัดคอตัวเองเมื่อไหร่แล้ว...จะรู้สึก!!!

..............

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
วันนี้ หน้า 4 เดลินิวส์ ก็โจมตีเต็มเหยียด เรียกร้องให้สอบสวนกรณีเงินฝาก 46 ล้าน ของพนักงาน ปตท.ญาติบิ๊ก สตง.

โดยคุณ ความจริง เดี๋ยวนี้ 125.25.39.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เกลียดยัยเป็ดเน่าตัวนี้มานานแล้ว กร่างมาก อ่านแล้วอนาถใจ แค่ตั๋วเครื่องบินก็ไม่ยอมซื้อเอง แต่ปลูกบ้านหลังใหญ่ยังกับประสาท

โดยคุณ กรกานต์ 203.154.48.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
คห. 1 ขอแก้ไขเดลินิวส์ หน้า 5 ผู้เขียนชื่อ "ดินสอโดม" ลงละเอียดเรื่องเงิน 46 ล้านบาท ฝากและถอนเป็นเงินสดทั้งสิ้น

โดยคุณ คนอ่านข่าว 124.121.242.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ยุบ สตง.ไปเลย...

โดยคุณ คนท้องถิ่น 125.26.66.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
อำนาจหน้าที่ล้นฟ้าขนาดนี้ ถ้าได้คนดี ก็ดีไป แต่ถ้าได้พวก "ชั่วๆ" แผ่นดินก็วิบัติ (ที่ไอ้พวกกบฎมันเลือกมาเป็นอย่างไร สังคมน่าจะตัดสินได้ว่าอยู่ด้านไหน)

โดยคุณ ???? 203.155.40.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
มาตราฐาน การสอบสวน ก็ห่วยแตก ย้อนยุด และแย่ที่สุด แย่ยิ่งกล่าว พนักงานสอบสวนบ้านโคก แต่ มีความเห็น ให้ดำเนินดคีอาญา ทุกคน แต่เรียกไป สอบครั่งเดียว ขนาดคน ชงกาแฟ ยังไม่เว้น ทำไปได้ ช่วยไปตรวจสอบ สำนวน ที่ คตง. สอบ ทล. หน่วยครับ

โดยคุณ สตง​ ขาดมาตราฐาน 223.204.71.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER