หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ฟ้าลงโทษ!!!
หัวข้อ : ฟ้าลงโทษ!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ฟ้าลงโทษ!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ชาวบ้านได้เห็นนายมาร์ค มุกควาย ออกมาประจานรัฐบาลตัวเอง ด้วยการพยายามอวดผลงานจากโครงการต่างๆ ซึ่งชาวบ้านเขารู้ดีว่า ลอกเลียนมาจากรัฐบาลของพรรคตรงข้าม เพียงแต่ออกมุกควายเล่นเล่ห์ด้วยการต่อหัวพ่วงหาง เพิ่มโน่นนิดใส่นี่หน่อย แล้วอ้างด้านๆ ว่า นี่เป็นผลงานของพวกตัว           
        ยิ่งกว่านั้น แม้แต่มาตรการที่รัฐบาลก่อนเขากำหนดไว้ ตัวเองแค่ต่ออายุเท่านั้น ก็ดันใส่เอาไว้ว่าเป็นผลงานของพวกตัว   
        ไม่รู้จักอายแฮะ!         
        ผู้คนเขานินทาเอาตรงๆ สื่ออย่างเดลินิวส์ คอลัมน์ดาวประกายพฤกษ์ถึงกับจวกเอาในวันถัดมาว่า ผลงานหกเดือนของรัฐบาลมิสเตอร์มุกควายกลายเป็น       
         ความว่างเปล่า!
       
        นอกจากผลงานไม่เข้าตาประชาชนแล้ว เรื่องอัปรีย์ของการทุจริตคอรัปชั่น ก็โผล่กระฉ่อนฉึ่งออกมาให้ผู้คนเห็น และต้องอุดตะหมูกด้วยความสะอิดสะเอียน ซึ่งทีมข่าวไทยรัฐ ทนไม่ไหวถึงกับพูดออกมาว่า รัฐบาลของนายมาร์ค มุกควาย “จุดตายอยู่ที่คิวงาบ”  แต่พรรคดักดานซึ่งเป็นแกนนำ ก็ได้แต่แถ แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆตามสันดานเดิม         
        เรื่องที่ผู้คนเขาต้องการรู้ แต่นายมาร์คฯหลักเลี่ยงไม่ยอมพูดถึง คือชาวบ้านอยากให้รัฐบาลแถลงให้ฟัง ว่า     
        เงินที่กู้เอามาหลายแสนล้าน เพื่อโครงการ “ไทยขลุกขลัก” (ไปกู้เงินเขามาใช้ แต่ยังเสือกออกมาพูดว่า “ไทยเข้มแข็ง”) นั้น 
        มีแผนการชำระคืนเงินกู้ อย่างไรกัน?     
        นอกจากไม่เคยพูดให้ผู้คนเขาได้รับรู้ เพราะแค่โครงการชุมชนแพงเพียบ ก็ผลาญเงินไปอย่างไร้ประโยชน์กว่าค่อนหมื่นล้านบาทแล้ว เงินที่หมุนไปให้บริษัทพรรคพวก ที่บริจาคเงินให้พรรคดักดาน แลกกับชาวบ้านได้เครื่องมืออย่างตู้น้ำไม่พึงประสงค์นั้น เป็นการละเลงงบอย่างอัปรีย์ที่สุด บางท้องถิ่นมีคนเขียนข้อความใส่กระดาษ ไปแปะไว้ที่ตู้น้ำว่า      
        “ผลงานโคตรคอรัปชั่น ของรัฐบาลใคร!?”    

        นอกจากนั้นยังมีข้อความทำนองนี้ แพร่กระจายอีกเยอะแยะ รวมทั้งสื่อมวลชก็พูดถึงอย่างกว้างขวาง ถ้าจาระไนให้ฟัง ไม่รู้ไอ้พวกนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหน       
        ดังนั้น การที่นายมาร์ค มุกควาย แกหวังลมๆแล้งๆ และพูดถี่มาก ว่า เศรษฐกิจไทยจะดี ถ้าหากเศรษฐกิจโลกดีขึ้น แต่สัญญาณที่ผู้นำมือใหม่ยังมองไม่เห็น คือ     
        การหยุดการผลิต เพราะเศรษฐกิจทรุด แต่จะส่งผลให้เห็นชัดเจนปลายปีนี้แน่นอน เหตุการณ์จะไม่ได้เป็นอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง!          
        ขอแตะเรื่องรัฐบาลโลซกเอาไว้เพียงแค่นี้ จะย้อนมาแจกแจงให้ละเอียดภายหลัง เพราะวันนี้ มีเรื่องที่จะมาคุยให้ท่านผู้อ่านฟัง ดังนี้  
       
        เมื่อตอนเช้าวันศุกร์สิ้นเดือนที่แล้ว (31 ส.ค.2552) ผมได้มีโอกาสฟังวิทยุ อสมท.คลื่น Fm 105 รายการชื่อจับตาสถานการณ์ โดยผู้ดำเนินรายการที่ไม่ค่อยคุ้นชื่อ คือ นายภาคภูมิ พันธ์สถิตย์ และ นายชนุตม์ ลือกิจนา ก็เป็นรายการที่เอาข่าวมาเล่าให้ฟัง แต่ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่ฟังดูไม่ค่อยเอียง เหมือนรายการตอนเย็นของ คลื่น Fm 96.5 ไอ้นั่นมันเอียงแบบตะแคงคว่ำไปเลย
        ผู้ดำเนินรายการได้เล่าข่าวนางอองซาน ซูจี ที่เธอทำใจได้ ว่า ถึงอย่างไรก็คงโดนศาลจำคุกแน่ๆ นายภาคภูมิฯใช้คำพูด ซึ่งคงไม่ใช่ของแกเอง อาจมาจากการแปลข่าวก็ได้ โดยบอกว่าที่นางซูจีต้องถูกจำคุก ก็เพราะ            
        “กระบวนการยุติธรรมนั้น อยู่ภายใต้การกำกับของเผด็จการทหารพม่า”                
         ฟังผู้ดำเนินรายการทั้งสองคนพูดแล้ว อยากตรงเข้าไปบอกว่า       
         “ลองพูดเรื่องเดียวกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้างซี่ ผมอยากฟัง”                  
        ถ้าทั้งสองอึกอักไม่อยากตอบ เพราะยังเป็นพนักงานองคืการของรัฐอยู่ ผมจะขอพูดแทนว่า            
         “กระบวนการยุติธรรมของไทยนั้น หลังการปฏิวัติ ก็ตกอยู่ภายใต้กำกับของเผด็จการทหาร เช่นกัน!”
     
         ผมอยากถามท่านผู้อ่านว่า            
         มีความเห็นอย่างไรกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย หลังจากการยึดอำนาจ โดยกลุ่มกบฏไอ้บังกับพวก เมื่อปี พ.ศ.2549                 
        นี่แหละครับ ที่ผมอยากได้ยินจริงๆ!           
        ตรงนี้แหละครับ เป็นเรื่องหัวใจของชาติประชาธิปไตย เพราะพลเมืองเขารู้ดีว่า กระบวนการยุติธรรมของเรานั้น ไม่ได้ให้ความเป็นธรรม กับผู้ที่ถูกกระทำโดยคณะผู้ยึดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นนายกทักษิณ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่นอดีตคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ซึ่งต้องเดินทางขึ้นศาลในความผิดเรื่องหวยบนดิน ที่เป็นเรื่องการเมืองชัดเจน!               
        ผมได้เขียนบทความขึ้นหลายครั้ง ตั้งแต่ไอ้บังกบฏกับพวกคมช.ยังอยู่ในอำนาจ ว่าการใช้อำนาจปฏิวัติของพวกมัน ได้ทำลาย หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของประเทศไทยลง อย่างยับเยิน ย่อยยับ นั่นคือ             
        การตั้งคณะ คตส.ขึ้นมา!              
        ขอให้ท่านผู้อ่าน ไปถามนักกฎหมายทั่วโลกว่า อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่? เป็นการกระทำตาม “ศุภนิืติกระบวน” หรือ Due Process" หรือไม่?  (ท่านผู้อ่านที่สนใจ ลองย้อนไปอ่านทำความเข้าใจได้)

content/picdata/165/data/photo_car.jpg

        ผมเองได้เขียนบทความ ยุยงให้บรรดาตุลาการทั้งหลาย สลัดความหวาดกลัวไอ้พวกกบฏอัปรีย์ ด้วยข้อเขียนเมื่อ 12 ก.ค. 2550 ลงในผู้จัดการออนไลน์ ข้อเขียนนั้นชื่อว่า
        “คณะผู้พิพากษา ต้องเป็น ‘ธงนำ’ ในการต่อต้านรัฐประหาร!?”        
        ท่านที่ยังไม่เคยอ่าน ยังพอหาอ่านได้ในหนังสือโด่งดัง ชื่อ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ”             
        ที่เขียนบทความดังกล่าว ก็หวังจะปลุกจิตใจให้ท่านผู้พิพากษาทั้งหลาย ตระหนักถึงความชั่วร้ายในการใช้กำลังเจ้ายึดพระราชอำนาจจากพระมหากษัตริย์ ทำร้ายผู้คนบนแผ่นดิน ซึ่งข้อเขียนนี้ ก็ได้สร้างความฮือฮาเป็นอันมาก เพราะขณะที่เขียนบทความ ไอ้พวกกบฎ คมช.ยังอยู่ในอำนาจด้วยซ้ำไป!  
        ขอบอกสั้นๆ ว่า การสอบสวนโดยบุคคลที่เป็นศัตรูกับทักษิณ เพื่อสอบหาเอาความผิดกับทักษิณ ไม่ปฏิบัติตามหลักกฎหมายของบ้านเมืองที่มีอยู่ คือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่กำหนดวิธีการใหม่ขึ้นมา มีองค์กรของเผด็จการคือ คตส. ขึ้นมาทำการสอบสวนแทนพนักงานสอบสวนตามกฏหมาย        
         นี่เป็นผลงานชั่วร้ายของนักกฎหมายขายวิญญาณ อย่างไอ้กบาลใส มีชัย ซึ่งเป็นต้นคิด ซึ่งเป็นความเลวร้ายอย่างเหลือประมาณ และทำให้กระบวนการยุติธรรมของเรา บิดเบี้ยวเสียหาย ต้องหม่นหมอง เสื่อมศักดิ์ศรีมาถึงทุกวันนี้ 

        มักมีการพูดแก้ตัวให้ฝ่ายยึดอำนาจว่า การดำเนินการของพนักงานอัยการ ซึ่งรับสำนวนการสอบสวนจาก คตส. จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย หรือศาลที่มีคำพิพากษา ก็ได้พิจารณาไปตามอำนาจหน้าที่ แต่ต่างฝ่ายต่างพูดแต่เฉพาะส่วนของตนเท่านั้น เพราะทั้งศาลและอัยการต่างยอมรับวิธีพิจารณา ที่ผิดเพี้ยนมาตั้งแต่ต้น คือ องค์กรที่ทำหน้าที่สอบสวน ไม่ใช่พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาปกติ ซึ่งมันเป็นเรื่องบิดเบือน ตรงนี้ต่างหาก
         ที่โลกอารยะ เขารับกันไม่ได้!          
         เพราะฉะนั้น การที่จะนำความกราบบังคมทูล ให้ทรงทราบ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ถึงความไม่ชอบธรรม ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นสอบสวนอันเป็น “ต้นธาร” ของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประชาคมโลกเขาไม่ยอมรับกัน แต่ได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย อันเป็นที่รักของพวกเรา นั้น            
        จะเป็นสิทธิอันชอบธรรม ของพสกนิกรชาวไทยที่แสดงการคัดค้าน ไม่ว่าในรูปใด แม้แต่การทูลกล้าถวายฎีกา หรือไม่อย่างไรนั้น?                 
        ผมเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า ท่านผู้อ่านคงคิดเองได้!  
        เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีการรัฐประหารที่ฮอนดูรัส ประธานาธิบดีที่ที่ได้รับการเลือกตั้งมาโดยประชาชน ถูกทหารขจัดออกจาก ตำแหน่ง แต่การที่ประธานาธิบดีอยู่นอกประเทศและจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ได้มีความพยายามจะกลับประเทศ และเข้ามาถึงชายแดนแล้ว แต่ทหารส่งกำลังตรึงชายแดน ซึ่งไม่ได้ต่างอะไรกับสยามประเทศ เพียงแต่               
        ทักษิณไม่ได้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น เท่านั้น!         
        ทางสหรัฐได้สั่งเพิกถอนวีซ่าเจ้าหน้าที่ระดับสูง 4 นายของฮอนดูรัส ซึ่งแสดงว่า สหรัฐไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ซึ่งตรงนี้ ผมเห็นข่าวแล้ว อดคิดไม่ได้ว่า           
        หากทักษิณตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเสียตอนนั้น และหากสหรัฐจะถอนวีซ่านักการทหาร และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง แบบฮอนดูรัสจำนวนเท่าๆกันคือ 4 คน            
        ท่านผู้อ่านว่า “4 คน ที่อเมริกาจะถอนวีซ่า มีใครบ้าง?”   
        ลองเดากันเล่นๆก็ได้!               

        ก่อนจบบทความนี้ ผมอยากตั้งข้อสังเกต ดังนี้ 
        หลังเกิดการรัฐประหารระยำเมื่อปี 49 ก็มักจะมีข่าวออกจากฝ่ายพวกกบฎไอ้บังว่า การกระทำรัฐประหารเมื่อ 9 ก.ย.2549 นั้น เป็นความถูกต้อง ไม่ว่าประชาชนคนไหนๆ หรือแม้แต่ “ฟ้า-ดิน” ก็ยังเห็นชอบกับการยึดอำนาจด้วย       
        พูดกันในทำนองนี้ แต่ผมกลับเห็นต่างจากพวกมัน ทำไมน่ะหรือครับ?            
        ตอบได้ว่า               
        ผู้บัญชาการเหล่าทัพในอดีต ที่ทำคุณงามความดีต่อแผ่นดิน ตั้งแต่กึ่งพุทธกาลมา พบบรดาศรีภริยาของท่านเหล่านั้น จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ชั้น “จตุตถจุลจอมเกล้า” และมีคำนำหน้าว่าเป็น  
        “คุณหญิง”                
        ซึ่งเราเห็นกัน จนเป็นเรื่องปกติ

        แต่ท่านผู้อ่านครับ      
        การกระทำของ ผบ.เหล่าทัพที่ร่วมทำการปฏิวัติ ในวันที่ 19 ก.ย. 2549 ในครั้งนั้น สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า          
        การก่อกบฏของพวกเขาเป็นการไม่สมควร ทำให้บ้านเมืองเสียหายในสังคมการเมืองระหว่างประเทศ ร้ายที่สุดคือการทำให้ประชาชนแยกเป็นสองฝ่ายชัดเจน และกำลังขบเขี้ยวจะเอาเป็นเอาตายกัน ความฉิบหายอาจมาเยือนบ้านเมืองของเราอย่างหนักหน่วงในวันข้างหน้านั้น พวกเราคนไทยต้องจำให้มั่นว่าเป็นเพราะ   
        ฝีมือไอ้พวก คมช.นี่แหละ ไม่ใช่ใครที่หนวยเลย!   
        การกระทำของอดีต ผบ.เหล่าทัพที่ก่อการกบฎในพระราชอาณาจักร ละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เจ้าชาวไทย สร้างความแตกแยกบรรลัยให้กับบ้านเมือง จึงเป็นบาป เป็นคุรุกรรมหรือกรรมหนัก อย่างน้อยที่สุดก็เห็นกันในเบื้องต้นว่า บรรดาเมียของ อดีตผบ.ทบ. ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. ที่ร่วมก่อการร้ายกับประเทศในครั้งนั้น ไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นสตรีที่มีเกียรติ เยี่ยงภริยาของ ผบ.เหล่าทัพที่ผ่านมา             
        เธอเหล่านั้นยังเป็น “คุณนาย” กันอยู่!            
        คำเรียกขาน ที่เหล่าแม่ค้าในตลาดเรียก ก็ไม่ได้แตกต่างจากคุณนายของคุณจ่า หรือนายร้อย นายพัน นายพล ที่เห็นกันดาษดื่น!!                
        จึงอยากถามท่านผู้อ่านว่า 
        “ฟ้าลงโทษ” ไอ้คนพวกนี้ หรือเปล่าครับ!!!?  

..................

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
เพิ่งทราบว่า เมียของคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นคุณหญิง น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันว่า การก่อการกบฎ ไม่ได้รับการตอบรับจากฟ้าจริงๆ ไอ้พวกกบฎเลยต้องเป็นอีแอบไปตอนนี้ ไม่เห็นมีใครยกย่องพวกก่อกรมทำเข็ญให้กับบ้านเมืองจริงๆ

โดยคุณ นิธนาถ 119.42.79.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ขอยกหัวแม่มือให้ท่านวาทะตะวัน ท่านเห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในบ้านเมืองแล้วท่านไม่อยู่เฉย ไม่ตีกินตามน้ำอย่างที่คนมีความรู้มากมายในเมืองไทยนิยมเป็นกัน คุณูปการของท่าน รากหญ้าอย่างผมขอคารวะอย่างจริงใจครับ ช่วยกันสู้ต่อไปครับ " เมื่อเราผองคล้องแขนกันแน่นเหนียว ปักใจสู้เด็ดเดี่ยวไม่หวั่นไหว หมู่มารร้ายแม้นจักมีสักเท่าใด วันหนึ่งต้องปราชัยเราแน่นอน"

โดยคุณ ลูกไฟ/ luugfai@hotmail.com 124.121.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ขอยกหัวแม่มือให้ท่านวาทะตะวัน ท่านเห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในบ้านเมืองแล้วท่านไม่อยู่เฉย ไม่ตีกินตามน้ำอย่างที่คนมีความรู้มากมายในเมืองไทยนิยมเป็นกัน คุณูปการของท่าน รากหญ้าอย่างผมขอคารวะอย่างจริงใจครับ ช่วยกันสู้ต่อไปครับ " เมื่อเราผองคล้องแขนกันแน่นเหนียว ปักใจสู้เด็ดเดี่ยวไม่หวั่นไหว หมู่มารร้ายแม้นจักมีสักเท่าใด วันหนึ่งต้องปราชัยเราแน่นอน"

โดยคุณ ลูกไฟ/ luugfai@hotmail.com 124.121.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
วันที่ 5 พค 50 (วันฉัตรมคล) นอกจากจะไม่มีชื่อโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้เหล่าภรรยาแห่งคณะปฏิวัติแล้ว ยังมีข่าวลอบวางระเบิดตู้โทรศัพท์ แถวบริเวณราชวังดุสิตอีกด้วย

โดยคุณ .. 58.9.53.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ขอคารวะท่าน อาจารย์ ด้วยความจริงใจครับ บางครั้งคนเราหมายถึงบรรดาอำมาตย์ ขุนศึก ศักดินา เหล่าราชนิกูล ทุกหมู่เหล่า ทำงานก็เพื่อหวังผลตอบแทนแทบทั้งสิ้น ดังนั้นที่เล่ามาจึงเป็นปรากฏการณ์ ที่แสดงให้เราเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้น ท่านประเสริฐที่สุด ที่มองเห็นความชั่ว ความดี ของเหล่าทหารด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ ผุดผ่องจริง ๆ ท่านจึงรู้ว่า ท่านควรลงโทษ เช่นไร กับผู้อยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาทของท่านที่ทำตัวเป็นมารร้ายต่อราษฎร และต่อประเทศไทย เมื่อ 19 ก.ย. 49

โดยคุณ sangieam@ymail.com 125.25.43.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ท่านเคยเขียนว่า นายชลิต อดีต ผบ.ทอ.เป็นกากตดที่หลงเหลือของ คมช. แล้วอย่างนายสมเจตน์ที่ออกมาเห่า ไอ้นี่จะเรียกมันว่าอะไรดี?

โดยคุณ รำคาญไอ้พวกชอบเห่า 124.157.186.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ความกระหายอำนาจหลังจากที่ถูกกดดันให้เป็นฝ่ายค้านมานาน ย่อมถูกระเบิดออกมา เป็นพฤติกรรมที่เลววิปริต

โดยคุณ tipjoong@yahoo.com 125.26.181.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
เจ็บใจมากเลย ทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ แต่ขอสาปแช่งไอ้พวกขิ้โกงทั้งหลายให้มันฉิบหายทั้งโคตร

โดยคุณ sakorn.ts@hotmail.com 198.175.151.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER