หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ต้อง ‘บุก’ สนามบินสุวรรณภูมิ กันอีกครั้ง!!!?
หัวข้อ : ต้อง ‘บุก’ สนามบินสุวรรณภูมิ กันอีกครั้ง!!!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ต้อง ‘บุก’ สนามบินสุวรรณภูมิ กันอีกครั้ง!!!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ท่านผู้อ่านคงเห็นภาพที่ผมนำมาจากเว็บของ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มาแสดง สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 52 ผู้ก่อการร้ายก่อเหตุกลางย่านธุรกิจเมืองยะลา ซุกระเบิด 20 ก.ก.ในถังแก๊ส ใส่ไว้ในกระบะรถปิกอัพ รอจังหวะรถของ ตชด. ชุดพลร่มผ่านมา จึงจุดระเบิด ทำให้ ส.ต.ต.จตุพงษ์ หลวมจันทึก อายุ 24 ปี ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ชุดพลร่ม ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่ ร้านค้า บ้านเรือน รถเสียหายยับ และยังมีชาวบ้านบาดเจ็บอีก 12 คน

content/picdata/172/data/photo_carbom1.jpg

        คิดว่าคนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ เห็นภาพ “คาร์บอมบ์” แบบจะแจ้งแทงใจอย่างนี้ คงรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุเกิดในเมืองที่เคยสงบ และอยู่เย็นเป็นสุขอย่างเมืองยะลา นั้น
        มันเป็นไปได้ถึงเพียงนี้...ได้อย่างไรกัน!? 
        พลพรรคประชาธิปัตย์คุยนักคุยหนาว่า หากพวกเขาสามารถกุมชัยชนะได้ในการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล จะแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นปลายขวานทองของไทยได้อย่างแน่นอน แต่แล้วความจริงก็ปรากฏออกมาว่า 
        เป็นแค่คำคุยเขื่องของพรรคดักดานเท่านั้น!
  
        ประเทศไทยของเรานั้น กำลังตกอยู่ในสภาพความเป็นชาติที่เต็มไปด้วยอันตรายอย่างร้ายแรง  จากการโจมตีของการก่อการร้าย เช่นเดียวกับประเทศอิรัค อาฟกานิสถาน และปากีสถาน คือ มีความเลวร้ายเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศทั้งสาม
        สื่อของประเทศยักษ์ใหญ่ ต่างก็ลงวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์เอาไว้อย่างเสียๆหายๆ ผมไม่อยากเอามาเอ่ยซ้ำอีกในที่นี้ แต่ขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า
        เมืองไทยของเรานั้น กำลังต้องการผู้ที่มาแก้ไขเหตุการณ์ที่มีสายตากว้างไกล มีจิตใจรุกรบ และมีความรักผืนแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เอาพวกมือสมัครเล่น ที่มุ่งแต่แสวงหาหาประโยชน์เพื่อตนเองและพรรคพวก เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างนี้!  
  
        เมื่อรัฐบาลที่นำโดยประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศนี้ ไม่ได้เลือกพวกเขาเข้ามาเป็นเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาล มิหนำซ้ำปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า พรรคดักดานยังเป็นตัวการ ร่วมมือกับพวกพันธมารผู้ก่อการร้าย ผนวกด้วยการสนับสนุน ของอำนาจนอกระบบที่น่าชัง เข้ายึดสถานที่ราชการทำเนียบรัฐบาล และสนามบินในเมืองหลวงทั้งสองแห่ง โอกาสจึงเปิดออก ให้พวกเขาได้เข้ามาบริหารประเทศ! 
        ต้องขอเตือนให้ประชาชนคนไทย พิจารณาให้จงดีว่า ที่พรรคดักดานเข้าครองอำนาจรัฐได้นั้น เพราะการส่ง ส.ส.และสมาชิกในพรรคบางส่วน ล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมืองชัดเจน โดยเข้าร่วมปฏิบัติการกับพันธมาร ก่อการล้มล้างรัฐบาลที่มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จนสามารถ “ปล้นอำนาจรัฐ” ไปได้จนสำเร็จ 
        อย่างนั้น...ใช่หรือไม่!?
        ขอให้พี่น้องชาวไทย ลองใคร่ครวญและหาคำตอบให้ตนเอง หากคิดว่าข้อมูลยังไม่พอ ลองเปิดอ่านข้อเขียนต่างๆของผม ย้อนหลังไปดู เพื่อพิจารณาประกอบด้วย ก็คงจะดี    

        ประชาธิปัตย์ยังได้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาไร้ความสามารถ ในการรับมือกับสถานการณ์ไม่สงบ เพราะบรรดาผู้รับผิดชอบในการดูแลบ้านเมือง ต่างพากัน “หดหัว” ด้วยความหวดกลัว ไม่กล้าลงไปเผชิญหน้ากับผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดน ถ้าจะไปแต่ละครั้งนั้น ก็ไปแบบ “ไปเช้า-เย็นกลับ” หรือ “รีบไป-รีบกลับ”  นั่นเอง
        ยิ่งตัวนายมาร์ค มุกควาย ซึ่งถูกดูแคลนแม้กระทั่งในสภาว่าเป็น “นายกฯ หนีทหาร” กลับไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องการสูญเสียชีวิตของตำรวจตระเวนชายแดน ที่ต้องตายไปเพราะพิษของการก่อการร้าย หรือแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียแต่อย่างใดราวกับว่า...ตายได้...ก็ตายไป!
        ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ เขาพูดกันให้อื้ออึงไปว่า 
        “จะไปหวังความกล้าหาญชาญชัยอะไร กับไอ้คนหนีทหาร!”

        พูดกันอย่างนี้จริงๆ สมาชิกพรรคดักดาน... 
        ต้องหัด...แหกหูฟังกันไว้!!
        เขานินทากันว่า นายมาร์ค มุกควาย ไม่อยากพูดถึงเรื่องการการก่อการร้าย การฆ่าฟันหรือการสู้รบปรบมือ ให้กระเทือนซางเปล่าๆ สู้วันๆเอาแต่ยืนเกาะโพเดียมตามถนัด พูดเลอะๆเลือนๆเพราะพูดตามบทที่ข้าราชการเขียนประเคนมาให้ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง 
        สบายดีกว่ากัน เป็นไหนๆ!!! 
        ปัจจุบันนี้ จึงมีความกริ่งเกรงกันอย่างมากว่า ภายใต้การบริหารบ้านเมืองอย่างด้อยประสิทธิภาพ ของพรรคดักดานกับพวก จังหวัดชายแดนใต้ที่กำลังมีปัญหาหนักนั้น อาจต้องแยกออกจากประเทศไทย ด้วยการกดดันของกำลังรบฝ่ายตรงข้าม
        อย่างนี้เอง ประชาชนเขาถึงบอกว่า อย่าไปหวังอะไรกับไอ้รัฐบาลโลซกชุดนี้เพราะ...
        ราษฎรจะเอาเป็น “ที่พึ่ง” ไม่ได้เลย

        ผู้คนเขาตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ มองกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นศัตรูที่สำคัญของพวกตัว ยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายภาคใต้ โดยเลือกเมืองหลวงเป็นสนามรบ เพราะง่ายและสะดวกกว่าการปกป้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้พยายามออกข่าวเชิงข่มขู่ ด้วยการประกาศจะใช้กฎหมาย เพื่อกำราบปราบปรามการชุมนุม แต่....รัฐบาลลืมไปว่า...
        ยังมีวิธีการที่แยบยลอื่นๆ ในการทำให้เกิดความวุ่นวาย และสร้างความหายนะให้กับรัฐบาลได้โดยไม่ยากเย็น ต่อให้มีการประกาศใช้กฎหมายปราบปรามผู้ชุมนุม ออกมาบังคับด้วยซ้ำ ดังตัวอย่างจดหมายที่มีถึงผู้เขียน อยากให้อ่านกันไว้เป็นตัวอย่าง 
        ข้อความมีดังนี้

        เรียน อาจารย์วาทตะวัน ที่เคารพ

        กระผมได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาโดยตลอด เห็นข่าวการเตรียมการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในวันที่ 19 ก.ย.2552 อันเป็นวันครบรอบ 3 ปี ของการรัฐประหาร ที่เป็นสาเหตุสำคัญบ้านเมืองของเรา ถึงคราต้องตกต่ำลงอีกครั้ง 
        เป็นการตกต่ำที่ยาวนาน มาจนกระทั่งถึงวันนี้!
        กระผมคิดว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ประกาศด้วยความหวั่นเกรงหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจว่า
        พวกเขาจะชุมนุมกันแค่วันเดียว แล้วก็จะเลิก!!
 
        บางสื่อบอกว่า เป็นการชุมนุมแสดงพลัง เพียงเพื่อเป็น  “สัญลักษณ์” ของการชุมนุมต่อต้านเท่านั้น

        ฟังคำแถลงของผู้นำคนเสื้อแดงแล้ว กระผมเห็นว่าไม่สู้จะฉลาดนัก เพราะการไปชุมนุมที่ลานพระรูป และมีการเคลื่อนขบวนไปเทเวศร์ เท่ากับเดินเข้าสู่ “กับดัก” เพราะทางรัฐบาลจัดกำลัง “ตั้งรับ” ได้โดยไม่ยาก อีกทั้งขนาดของพื้นที่จัดชุมนุมมีสภาพจำกัด เส้นทางที่จะใช้ถอนตัวจะถูกปิด หรือโอบล้อมได้ไม่ยาก ซึ่งหากฝ่ายตั้งรับเตรียมการดีๆ รวมทั้งมีการใช้อาวุธยิงด้วยแล้ว... 
        ...ลานพระรูป และพื้นที่ต่อเนื่อง อาจเป็น “ทุ่งสังหาร” ได้โดยง่าย!
        กระผมคิดว่า หากมีการชุมนุมที่ได้ผลจริงๆ ควรดำเนินการไปวางหรีดที่ “สนามบิน-สุวรรณภูมิ” ในโอกาสรำลึกถึงเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายพันธมารกับแนวร่วม ยึดสนามบินแห่งนี้ ครบ 1 ปี เพื่อกดดันรัฐบาล ให้เร่งรีบดำเนินคดีกับคนกลุ่มดังกล่าว โดยกำหนดแผนการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

        1.หลักการ และเหตุผลในการดำเนินการ
           เพื่อบีบให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินกับผู้ยึดสนามบิน ประกอบด้วยพันธมิตร และสมาชิกพรรคการเมืองบางส่วน โดยชี้ให้ประชาชน เห็นว่า 
           การเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมินั้น แท้จริงแล้วเป็นการร่วมมือของพวกพันธมาร และสมาชิกพรรคดักดาน (ตามสำนวนอาจารย์) โดยปราศจากข้อสงสัย และเหตุการณ์ดำเนินการมา จะครบ 1 ปี แต่ไม่มีการดำเนินคดีเป็นเรื่องเป็นราว ไม่สามารถส่งผู้ต้องหาฟ้องศาลได้แม้แต่รายเดียว เป็นที่คาใจพี่น้องประชาชน อย่างยิ่ง จึงเป็นสาเหตุการชุมนุมของฝ่ายรักชาติ-รักประชาธิปไตย (ประกอบด้วยคนเสื้อแดง และประชาชนชน นิสิตนักศึกษาที่มีความคิดตรงกัน ฯลฯ) เพื่อกดดันให้รัฐบาล เร่งดำเนินคดีกับพันธมารกับพวก ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทั้งหมดโดยเร็ว

        2. วิธีการดำเนินการ
            2.1. กำหนดพื้นที่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสถานที่จัดวางหรีดเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ชั่วร้าย ที่มีการเข้ายึดสนามบินนานาชาติแห่งนี้ โดยพวกพันธมาร และสมาชิกพรรคดักดาน
           2.2. จัดกำลังตั้งขบวนยาว 2 ฟากถนนที่วิ่งเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิทุกด้าน เว้นระยะต่อระหว่างบุคคล 10 เมตร ก็จะใช้คนเพียง 100 คน ต่อความยาวถนน 1 ก.ม. และให้ทุกคนมีเอกสารเผยแพร่ความชั่วร้ายของฝ่ายพันธมารและพรรคดักดาน ที่ร่วมมือกันสร้างความฉิบหายให้กับประเทศ เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สัญจรไปมาบนถนนที่เข้าสู่สนามบิน

                รวมแล้วใช้กำลังพล เพียงไม่กี่พันคนเท่านั้น! 

          2.3. การจัดกำลังในรูปแบบที่กระผมว่านี้ จะเป็นการยืดแนวตั้งรับของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกำลังทหารหรือตำรวจ ให้เหยียดยาวออกไป ทำให้การควบคุมสถานการณ์ทำได้ยาก เพราะท่านอาจารย์คงทราบดีว่า 
               ทหาร 1 กองพล สามารถตั้งรับในพื้นที่กว้างด้านหน้าได้เพียง 1 ก.ม.เท่านั้น แล้วระยะทางยาว 5 ก.ม.แต่หลายทิศทาง ทั้งฝ่ายเรายังปรากฏกาย ประจันหน้าทั้งสองด้านถนนด้วยกัน ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้น มากมายเพียงใด? ลองคิดกันดู 
          2.4 หากรัฐบาลมีการใช้กำลังเข้าขัดขวาง ปราบปรามด้วยความรุนแรง กำลังฝ่ายผู้รักประชาธิปไตย ก็สามารถรุกขึ้นบนถนน สู้ผิวการจราจร สร้างสถานการณ์อลหม่าน ก่อให้เกิดการติดขัดขนาดหนัก ให้กับการจราจร บนเส้นทางเข้าสู่สนามบินได้ทันที และหากมีการบุกเข้าปราบปราม กองกำลังของฝ่ายพี่น้องประชาชน ก็สามารถสร้างการติดขัดให้กับการจราจรไปสนามบินได้โดยฉับพลันหลายจุด ที่สำคัญคือ
              กำลังฝ่ายราษฎรจะสามารถจัดการเคลื่อนย้าย ถอนตัว หลีกเลี่ยงการปะทะได้โดยง่าย และรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ตรงข้ามกับกำลังฝ่ายรัฐที่อุ้ยอ้ายกว่า ดังนั้น กำลังฝ่ายพี่น้องประชาชน จะช่วงชิงและดำรงความริเริ่มได้ตลอดไป
             สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะเป็นหอกคอยทิ่มแทงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ทั้งทหารและตำรวจ ให้ออกอาการละล้าละลัง หรือวางเฉยได้ไม่ยาก
          2.5 จัดกำลังเคลื่อนที่เร็วกลุ่มละ 30-50 คน หลายกลุ่ม พร้อมพาหนะที่คล่องตัวเช่น กองกำลังจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็ว วางกำลังเอาไว้เป็นหมู่หรือกลุ่ม บนทั้งสองฟากถนนสายหลัก ที่มุ่งเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นกองกำลังที่อ่อนตัว แต่สามารถรุกขึ้นบนถนนสายหลัก สร้างปัญหาให้กับการจราจร บนเส้นทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้แบบฉับพลันทันที และทำความลำบากให้กับการเคลื่อนย้ายของกำลังฝ่ายรัฐ

        3. การประเมินผล 
           หลังการดำเนินการตามแผนนี้ หรือมีการประกาศว่าจะใช้แผนนี้แล้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลจะต้อง “ตื่นตัว” ในการดำเนินคดีกับพันธมารมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น อันเป็นการสร้างปัญหาให้กับฝ่ายพันธมาร และเป็นการทำกฎหมายของบ้านเมือง ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาบ้าง

        4. รายละเอียดอื่นๆ 
            ดำเนินการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ไปต่างประเทศ ให้รู้ว่าประชาชนคนไทยทนไม่ไหวแล้ว จะเคลื่อนไหวไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อคนต่างชาติเหล่านั้น จะได้ร่วมยินดีกับชาวไทยผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ที่จะค้นหาความยุติธรรมด้วยตนเอง

        การดำเนินการตามแผนของกระผม จะมีประสิทธิภาพ มากกว่าการเคลื่อนไหวชุมนุม 19 ก.ย. เพียงเพื่อแสดงพลังที่ลานพระรูป แล้วเคลื่อนย้ายไปร้องรำทำเพลง ที่หน้าวิมานสีชมพูของ “แต๋ว เทเวศร์” เป็นไหนๆ
        ท่านอาจารย์วาทตะวัน จะว่าอย่างไรบ้างครับ!?

                                                เคารพ จากกระผม
                                                
      นายผสมเสร็จ

        อ่านจดหมายของ “คุณผสมเสร็จ” แล้ว ต้องบอกว่า ยุทธวิธี
“ยืดแนวรุก” ของคุณ ฟังเข้าท่าดีมาก เป็นการนำหลักการในตำราพิชัยสงครามของปรมาจารย์ “ซุนวูู” ที่ว่า “ใช้กำลังน้อย เข้ากดดันกำลังใหญ่” มาประยุกต์ใช้ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ    
        ทำให้การตั้งรับของฝ่ายตรงข้าม ต้องยืด “แนวรับ” ยาวออกไปด้วย ความหนาแน่นของกำลัง ที่เคยตั้งรับแบบ “ยึดพื้นที่” ในทำเนียบรัฐบาล ก็จะเบาบางลง ทั้งอาจถูกตีเจาะทะลุทะลวงได้โดยง่าย ด้วยกองกำลังประชาชนที่เคลื่อนที่คล่องแคล่วกว่า อีกทั้งทำให้การควบคุมการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ต้องลำบากไปด้วย เพราะมีปัญหาในการสั่งการ  
        ถึงกระนั้นก็ตาม ต้องขอความกรุณาให้ “คุณผสมเสร็จ” บอกช่วยพรรคพวก และพี่น้องประชาชนที่ชิงชังรัฐบาลโลซกด้วยว่า
 
        แม้ประเทศของเราจะแตกแยกกันอย่างร้าวลึก สุดปัญญาที่มนุษย์หน้าไหนมาแก้ไขแล้วก็ตาม แต่ก็กรุณา อย่าได้เคลื่อนพล ไปที่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิเป็นอันขาด เพราะแค่ตีฆ้องร้องป่าวเท่านั้น สายการบินต่างประเทศหลายสาย ก็อาจงดบินมาที่สนามบินของเราแล้ว!
        บอกตรงๆว่า พวกชาวต่างประเทศเขา  “เข็ดขี้อ่อน-ขี้แก่”  มาตั้งแต่ครั้งไอ้พวกพันธมาร มันรวมหัวกันทำร้ายบ้านเมือง ด้วยการยึดสนามบินที่แสนอาภัพแห่ง “สุวรรณภูมิ” เมื่อปีกลาย

content/picdata/172/data/photo_carbom2.jpg

        พวกฝรั่งมังค่าต้องนั่งใจเต้นตุ๋มๆ ต่อมๆ กว่าจะนำเครื่องบินเกือบร้อยลำของชาติพวกเขา ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เจียนจะกลายเป็น “นรก-ระดับอินเตอร์”  ไปแล้ว!
        แม้ “คุณผสมเสร็จ” จะไม่ได้ไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่แค่ไปวางหรีดรำลึกถึง “วันอันชั่วร้าย ของฝ่ายพันธมาร”  เท่านั้นก็ตาม แต่ผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ   
        เพียงแค่ออกข่าวว่า ฝูงชนจะมุ่งสู่สุวรรณภูมิเท่านั้น ชาวต่างประเทศก็จะตื่นตระหนก งดเดินทางมาประเทศไทย ทัวร์ต่างๆที่จะเดินทางเข้ามา ต้องถูกยกเลิกกันจ้าละหวั่น เพราะตั้งแต่ฝ่ายพันธมารมันเข้ายึดครั้งที่แล้ว ธุรกิจการท่องเที่ยวไทย ก็ฉิบหายวายตลิ่ง โรงแรมบอกขายกันมากมาย เฉพาะที่เชียงใหม่แห่งเดียว 
        ก็กดเข้าไป 170 แห่งไปแล้ว!
        ขืนยกทัพไป แม้จะไม่ไปยึดสนามบิน แค่วางพวงหรีด กำลังทหาร-ตำรวจ พร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ ก็ต้องไปแออัดกันทั้งในและหน้าสนามบิน ภาพแห่งความสับสนอลหม่าน ก็จะถูกส่งแพร่ไปทั่วโลก เตะต่อมความทรงจำอัปลักษณ์ของนานาชาติ เกี่ยวกับความหลังอันเลวร้าย ของสนามบินแห่งนี้ ให้โลกได้ขวัญหนีดีฝ่อกันอีกครั้ง 
        บ้านเมืองของเรา ก็จะไม่ได้ผุดได้เกิดอีกนาน!!

        เห็นด้วยกับการกดดันรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ดุจคู่ผัวตัวเมียกับพันธมาร แต่ก็อย่าเลือกทางบุกวางหรีดสนามบินสุวรรณภูมิเลย ผลเสียมันมากมายนัก 
        เศรษฐกิจไทยจะพังพินาศ ชนิดกู่ไม่กลับเลยทีเดียว!
        แต่ถ้าไอ้รัฐบาลเส็งเคร็งของนาย มาร์ค มุกควาย มันไม่ดำเนินคดีกับพวกพันธมาร ให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อครบหนึ่งปีของการยึดสุวรรณภูมิแล้ว ค่อยคิดอ่านกันใหม่ 
        จะดีกว่ากระมัง?

        ขอบคุณสำหรับจดหมาย
        วาทตะวัน

....................


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ที่น่ากลัว คือ คนไทยเริ่มชิงชังทหาร เมื่อทหารไทยปะทะกับทหารเขมร คนไทยโพสต์ลงเว็บไซด์ต่างๆ แช่งให้ทหารไทยแพ้ พอทหารถูกฆ่าที่ยะลารวดเดียว 5 ศพ ยังมีคนโพสต์ลงอีก ว่าควรตายยกกองพัน นี่แสดงให้เห็นถึงความแตกยกสุดขีด ในชาติบ้านเมืองของเรา มีหลายก๊กหลายเหล่า อย่างที่ท่านผู้เขียนว่า สาเหตุสำคัญ คือทหารไม่อยู่ในจุดที่ควรคือ ไม่ไม่ตั้งตัวเป็นกลาง ขาดความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะระงับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดมีขึ้นในชาติได้

โดยคุณ ไทยไม่เข้มแข็ง 125.25.50.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
คนไทยส่วหนึ่งมากพอดูพวกไม่เหลืองไม่แดง รอจังหวะใครชนะเอาด้วย ช่วยเหยียบผู้แพ้ เพราะนั่นคือนิสัยโดยแท้ แต่ครั้งนี้ขอให้พลพรรคเหล่านี้ชั่งใจดูว่า ความหายนะของประเทศเรา ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง มันกู่ไม่กลับขนาดไหน วิชาชีพนักกฎหมายมันอนาจขนาดไหน ขอให้ท่านอย่าเป็นพลังเงียบ อย่าลอยตัวเหนือปัญหา ออกมารณรงค์เพื่อความถูกต้อง ให้ประเทศมันอยู่ได้ด้วยความเพียงพอ แต่อย่าดัดจริตหรือตอแหล เป็นที่ยอมรับกับนานาประเทศ

โดยคุณ ด้ามขวานเริ่มกุด 61.7.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ประชาชนคนไทยต้องตระหนักถึง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของ รัฐบาลเด็กนรก และอำมาตย์และสมุน อย่าอยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ได้แล้ว บ้านเมืองก็เป็นของพวกเราเหมือนกัน

โดยคุณ tnon/ tawee_um@yahoo.com 119.160.218.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
แนวคิด-ความตั้งใจดี เราเข้าใจว่าอยากให้จบ แต่เราเจอมาแล้วตอนป่วนสนามบิน ตอนนั้นกำลังกลับไทย เพื่อนที่กลับก่อนหน้ารับความลำบากมาก เข้าไม่ได้เครื่องลงส่งแค่สิงคโปร์ ค้างที่นั่นประมาณสัปดาห์ ญาติเป็นห่วงแทบบ้า ตัวก็แทบบ้าค่ากินค่าโรงแรม เราเองก็ต้องเลื่อนไฟลท์ญาติก็รอ ก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะไม่ใช่แค่ไทยเราเสียหาย ทำเอาต่างชาติเสียหายไปด้วย เราเองก็อยากให้จบโดยเร็วกับการเมืองน้ำเน่า แต่ สันติวิธี...

โดยคุณ ion 125.26.211.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ทำกับข้าวถูกปลด เป็นกบฏโดนปล่อย ท่านนายกทักษิณทำความดีแทบตาย ยังถูกไอ้พวกนักวิชาเกินด่าเช้าเย็น ส่วนคนยกพวกไปปิดสนามบินดันได้เป็นรัฐมนตรี แค่นี้ก็อายชาวโลกเขาไปถึงไหนแล้ว....ผบ.เหล่าทัพทั้งหลายกรูณาเลิกยุ่งกับการเมืองได้แล้ว....ชาวบ้านเขาระอา และเสื่อมศรัทธามาก รู้ไหม?

โดยคุณ max@hotmail.com 125.27.213.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ไอ้พวกเหลือง มันคิดว่ามันสมองมันเลอเลิศประเสริฐสี เป็นยังไง ถูกล้างสมองจากพวกหนักแผ่นดิน จากพวกกบถบุกยึดประเทศไทย...นี่หละจำไว้ พวกไม่เคารพกฎกติกาของสังคมโลก..เจ๊งเป็นเจ๊ง.....สมใจ แต่มันทำให้ประเทศเจ๊งนี่สิ เราจะอยู่กันอย่างไร

โดยคุณ ไม่ชอบเหลือง 125.26.102.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
มันยึดสนามบินจะครบปี การสอบสวนไปถึงไหนแล้ว?

โดยคุณ เอามันติดคุกซะ 58.10.36.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยครับว่าอย่าได้ยกกองกำลังอะไรไปที่สนามบินอีกเลย (อย่าแม้กระทั่้งเพื่อพิสูจน์ว่าระบบตุลาก๋อยจะดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงอย่างไรในการกระทำแบบเดียวกัน) ขอให้เป็นที่รู้กันว่าคดีนี้ต่อให้เป็นคดีที่ร้ายแรงกว่านี้ แต่ถ้ามี "นายใหญ่" หนุนหลัง ระบบตุลาก๋อยก็เดี้ยงแบบต้องเผาตำราเรียนทิ้งทั้งห้องสมุดได้เหมือนกัน

โดยคุณ ???? 203.155.40.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER