หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “อภิแสบ ภักดีโพเดียม”...จงรักภักดีจริงๆ!?
หัวข้อ : “อภิแสบ ภักดีโพเดียม”...จงรักภักดีจริงๆ!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“อภิแสบ ภักดีโพเดียม”...จงรักภักดีจริงๆ!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมานี้ หลายท่านคงเบื่อหน่ายกับข่าวการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนายมาร์ค มุกควาย ไม่สามารถจัดการให้เป็นไปอย่างที่ตนเองประสงค์ได้ บรรดาสื่อสารมวลชนก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า 
        การที่นายมาร์ค มุกควาย ไม่สามารถจะจูงใจให้คณะกรรมการส่วนใหญ่ เห็นคล้อยตามความเห็นของตน ทั้งๆที่มีฝ่ายข้าราชการประจำเป็นกรรมการเสียครึ่งค่อน แต่บางคนกับไม่สนับสนุนนายก ครั้นเมื่อไปโหวตลงคะแนนเสียงกันอีกครั้ง บรรดาสื่อของรัฐต่างก็ออกมาบอกว่าแบเบอร์ แต่ข่าวบอกว่า 
        เสียงสำคัญที่พลิกในนาทีสำคัญ คือ “ผู้รักษาการณ์ ผบ.ตร.” ที่มิสเตอร์มุกควาย ตั้งขึ้นมารักษาการณ์เอง 
        กลับดัน “ไม่เอาด้วย” ซะนี่! 
        ดีแต่ว่าตัวนายมาร์ค ได้รับการแจ้งก่อน มิฉะนั้นหากเกิดการโหวตขึ้น คงเป็นลม ช๊อคกลางที่ประชุม เพราะต้องเป็นฝ่าย
        ...พ่ายแพ้แหงแก๋!!

        มิสเตอร์มุกควายเลยแก้เกม ด้วยการเลื่อนการประชุม แล้วออกมาแถลงข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ต้องพูดจาแก้เกี้ยว “ถู” มากจนเกินเหตุ จนสีข้างแดงไปสองด้าน แต่กระนั้นทั้งผู้คนและสื่อจำนวนมาก ก็บอกว่า...
        ฐานะนายกรัฐมนตรีตกต่ำลงไปสุดๆ แต่ที่เสียหายมากไปกว่านั้น คือการพังพาบของ “ภาวการณ์เป็นผู้นำประเทศ” อย่างที่ พ.อ.วินัย สมพงษ์ ถึงกับหลุดปากออกมาว่า
        “ลีดเดอร์ชิพ เสียหมด!!!”
        พ.อ.วินัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เป็นหัวหน้านักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ย่อมเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ ของ Leadership ซึ่งผมเองก็เข้าใจเรื่องนี้ และเข้าใจทหารเก่าอย่าง ส.ส. อย่างพ.อ.วินัยฯ ดีด้วย
        ท่านผู้อ่านอย่าได้เคลือบแคลงสงสัย ด้วยว่าผู้เขียนกับ พ.อ.วินัยฯ ถูกบ่มเพาะมาเหมือนๆกัน 
        ก็เรียนมารุ่นเดียวกัน...ไงล่ะครับ! 

        ขอเรียนท่านผู้อ่าน ให้ทราบว่า

        องค์กรตำรวจนั้น ได้ถือกำเนิดเกิดมาก่อนทหารมากมายเพราะบ้านเราไม่มีกองทัพประจำ ยามเมื่อชาติต้องเข้าสู่สงคราม จึงเกณฑ์คนมาเป็น “ทหาร” ซึ่งคำว่าทหารนั้น แปลว่า “คนหนุ่ม” หมดศึกแล้ว ก็กลับไปทำไร่ไถนาประกอบอาชีพตามเดิม
        ส่วนตำรวจนั้น เป็นกองกำลังที่ถวายการรับใช้ใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเนิ่นนานตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา 
        ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว มีการปฏิรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่ การเปลี่ยนแปลงสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งคือ การจัดให้มี “กองทัพประจำ” จึงมีการนำการจัดกำลังทหารแบบยุโรป มาเป็นต้นแบบกองทัพ
        แม้แต่ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ก็เพิ่งมีการจัดตั้งขึ้นครั้งแรก ในยุคสมัยของพระุปิยะมหาราชเจ้านี้เอง ทหารมหาดเล็ก ราชวัลลภคนแรก ชื่อนายเจิม แสง-ชูโต ครั้งยังเป็นจมื่นไวยวรนาถ ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็น 
        “จอมพล มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี”


        เมื่อมีการจัดตั้งกองทหารแบบยุโรปแล้ว ในรัชกาลต่อมา คือรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกทหารกลุ่มหนึ่งก็สุมหัวกัน ก่อการ... “กบฏ”

content/picdata/174/data/photo_pisanulok1.jpg

        โชคยังดีที่พระอนุชาธิราช จอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงสืบสวนหาข่าว ‘คณะ ร.ศ.130’ ซึ่งจะทำการยึดอำนาจในวันที่ 1 เมษายน อันเป็นวันเถลิงศกใหม่ ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) แต่เครือข่ายก่อการกบฏของ กลับถูกสมเด็จเจ้าฟ้าฯพระองค์นี้ ทรงวางแผนจับกุมได้แทบจะทั้งหมด เพราะคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เคยเป็นนายทหารศิษย์ของพระองค์มาทั้งนั้น ครั้นจับกุมจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงทราบ       
 
        ครั้นมาถึงรัชกาลที่ 7 คือ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝ่ายทหารที่ทะเยอทะยาน ได้ร่วมกับพลเรือนเหล่านักเรียนนอก ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินจากพระเจ้าแผ่นดิน

        อยากจะเล่าตรงนี้ เพื่อให้ผู้คนที่ยังอายุน้อยอยู่ได้รู้กันว่า ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ฝ่ายตำรวจซึ่งมีอธิบดีกรมตำรวจ ชื่อ พลตำรวจโท พระยาอธิกรณ์ประกาศ (หลุยส์ จาติกวณิชย์) และ พ.ต.อ.พระยาธรณีนฤเบศร์ ได้เบาะแสของพวกผู้ก่อการมาก่อน จนมีพยานหลักฐานมั่นคงแล้ว จึงออกหมายจับคณะผู้ก่อการทั้งหมด และได้นำความขึ้นทูล จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต หรือ “ทูลกระหม่อมบริพัตร” เจ้าของวังบางขุนพรหม ซึ่งนอกจากทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะอภิรัฐมนตรีแล้ว ยังทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีมหาดไทยอยู่ด้วย ให้ลงพระนามในหมายจับ 

content/picdata/174/data/photo_pisanulok2.jpg

        ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า อาจเป็นคราวเคราะห์ของพระราชวงศ์ ด้วยความมีน้ำพระทัยกว้างของทูลกระหม่อมบริพัตร และทรงมองโลกในแง่ดีกระมัง สมเด็จเจ้าฟ้าฯในฐานะเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย จึงตัดสินพระทัย ที่ไม่ลงนามตามหมายจับ   
        ตำรวจก็จนปัญญา ไม่สามารถเข้าจับกุมกวาดล้างคณะผู้ก่อการได้ ก่อนจะมีเหตุสำคัญขึ้นในบ้านเมือง
 
        เมื่อคณะผู้ก่อการเห็นว่าความลับรั่วไหล จึงชิงลงมือกระทำการก่อน ฝ่ายตำรวจซึ่งรู้เรื่องดีมาตลอด จัดกำลังพร้อมเรือเร็วไปจอดคอยพาทูลกระหม่อมบริพัตร หลบจากวังบางขุนพรหม เพื่อไปตั้งกองกำลังต่อสู้กับฝ่ายผู้ก่อการ ซึ่งนำโดยฝ่ายทหาร และพลเรือนที่เป็นสมองให้ เช่น หลวงประดิษฐ์ฯ หรือนายปรีดี พนมยงค์ เป็นต้น
        ฝ่ายทหารกับคณะผู้ก่อการ ก็มีความยำเกรงและไม่ไว้วางใจฝ่ายโปลิศ เพราะตำรวจนั้น มีความจงรักภักดีกับพระมหากษัตริย์หนักแน่นเหลือเกิน 
        เห็นได้ชัดจากประวัติของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อพระองค์อาทิตย์ทิพยอาภา ข้าหลวงจังหวัดนครปฐม เมื่อทรงทราบข่าวการยึดอำนาจในกรุงเทพฯ ทรงนำกำลังนักเรียนนายร้อยตำรวจจากสนามจันทร์ นครปฐม ขึ้นรถไฟมุ่งหน้าหัวหิน เพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจเหล่านั้น เป็นกองกำลังถวายความอารักขาแด่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ที่พระราชวังไกลกังวลทันที

        ดังนั้น เมื่อฝ่ายคณะผู้ก่อการสามารถยึดอำนาจได้แล้ว ก็ยังออกอาการกลัว และไม่วางใจตำรวจ จึงได้ปลดเจ้าคุณอธิกรณ์ประกาศออกจากตำแหน่ง แล้วตั้งพันตำรวจเอก พระยาบุเรศบำรุงกิจ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมตำรวจแทน โดยใช้อำนาจคณะราษฎร์ ไม่ต้องผ่าน กตช.ให้ปวดกะโหลก และเสียหน้าเสียตาเก๊กซิมอย่างนายมาร์ค มุกควายทุกวันนี้ 
        เจ้าบุเรศฯท่านมีความนิ่มนวล ไม่แข็งแกร่งเหมือนท่านเจ้าคุณอธิกรณ์ประกาศ ปกครองง่ายกว่ากันเยอะ ก็เพราะอย่างนี้เอง ต่อมาจึงเหมือนเป็นทางปฏิบัติสำหรับนักการเมือง ทันทีที่ได้เข้ามาอำนาจ ก็จะต้องเข้ามาจัดการควบคุมตำรวจเอาไว้เป็นฐานอำนาจของตัวเอง หาคนที่คุมง่ายหน่อย มาเป็นใหญ่ในกรมตำรวจ 
        น่าแปลกที่ตำรวจเอง ซึ่งมีกำลังรบที่พร้อมสรรพ มีสมรรถภาพสูง แถมยังมีหน่วยฝึกที่แยกตามภาค ทำการฝึกทบทวนได้ตามวงรอบ กองกำลังตำรวจจึงอยู่ในสภาพพร้อมรบ กลับไปสยบให้นักการเมืองง่ายๆ ทั้งๆที่หากมีการยึดอำนาจ ถ้าผู้นำตำรวจไม่เห็นด้วย และใช้กำลังต่อต้านการยึดอำนาจ ก็สามารถทำในขอบเขตที่กว้างขวางมาก เพราะมีสถานีตำรวจกระจายอยู่มั่วประเทศ 
        คงได้ยิงกันแหลก...เป็นแน่แท้!
        แต่ที่ทหารทำการสำเร็จส่วนหนึ่งนั้น อาจเป็นเพราะว่า ทั้งนายตำรวจและนายทหาร เคยกินข้าวหม้อเดียวกันมาในโรงเรียนเตรียมทหารนั่นเอง จึงพูดจากันง่ายหน่อย
        ดังนั้น เมื่อฝ่ายทหารทำการปฏิวัติ มักจะมีการเจรจาต๊ะอ้วยกับทางตำรวจก่อน แต่การก่อ “กบฏ” ของไอ้บัง เมื่อ 19 ก.ย.49 ทางตำรวจไม่ได้เข้าร่วมก่อการด้วย เพราะผู้นำตำรวจตอนนั้น แม้จะเป็นนักรบก็จริง แต่เป็นผู้ไม่นิยมเรื่องการใช้กำลัง ที่ต้องจำใจเข้าร่วมด้วยความจำเป็น เพราะหากมีเรื่องต้องรบ ต้องปะทะกันระหว่างทหารตำรวจแล้ว ก็จะพลอย....
        ฉิบหายไปด้วยกันทั้งชาติ

        เรื่องความจงรักภักดีของตำรวจ ที่ผมกล่าวอ้างมานั้น หากท่านผู้อ่านสนใจ ลองค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ดูที่พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ถนนหลานหลวงดู ก็จะได้ข้อความตามนี้ 
        ปัจจุบัน ทุกค่ำเช้า นักเรียนนายร้อยตำรวจ จะกล่าวคำปฏิญาณตน ว่า
        “ข้าฯจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์...”
        หน่วยกำลังรบอย่างตำรวจตระเวนชายแดน ก็กล่าวคำปฏิญาณเช่นเดียวกันนี้ทุกวัน
        จึงอยากจะยืนยันว่า สถาบันกษัตริย์และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นธงชัยของตำรวจมาโดยตลอด อยากจะเล่าเกร็ดให้ฟังด้วยความชื่นใจสักนิด

        ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับพระราชวังไกลกังวล ทรงทอดพระเนตรเห็นตำรวจที่ยืนถวายความอารักขารายทางในกรุง พอพ้นเขตกรุงเทพมหานคร ก็ยืนกันเป็นแนวรายทางยาวทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่สมุทรสาคร ไปถึงวังมะนาว ราชบุรี แล้วยังยืนเรียงรายต่อไป ผ่านเขาย้อย เข้าผ่านราชบุรี เลยชะอำเพชรบุรี เข้าเขตประจวบฯ ไปจนถึงพระราชวังไกลกังวล หัวหิน (การยืนแบบนี้ เรียกว่าการ “แซงเสด็จ” เพื่อให้ขบวนเสด็จพระราชดำเนิน มีความปลอดภัยตลอดทาง) 
        ทรงเห็นความจงรักภักดี และความตรากตรำที่ตำรวจเฝ้าอารักขาพระองค์เป็นระยะทางยาวไกล นับร้อยๆกิโลเมตร เมื่อ
เสด็จถึงที่ประทับแล้ว ทรงมีพระราชกระแส รับสั่งกับ พล.ต.ท.อุกฤษณ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในตอนนั้น ว่า
        “ขอบใจตำรวจ ที่ให้ใช้บริการส่งถึงบ้าน โดยปลอดภัย!”
        ดูซิครับ...พระเจ้าแผ่นดินท่านทรงโสมนัส เมื่อเห็นตำรวจทำหน้าที่แข็งขัน แต่ไอ้พวกนักการเมือง และไอ้พวกองค์กรอีแอบ อิงอำนาจและพิศวาสพันธมาร สุมหัวกันคอยจังหวะ เพื่อฉกฉวยโอกาส “กระทืบซ้ำ” ตำรวจเสมอมา มิได้ขาด!

        พวกนักการเมืองนั้น พยายามสอดแทรก เข้าควบคุมองค์กรตำรวจ เพราะรู้ดีว่า ตำรวจนั้นเป็นพวกมีวินัย และเป็นข้าราชการที่มีความคล่องตัว ในการแก้ปัญหาของชาติ ในระดับชุมชนและท้องถิ่น ได้ดีกว่าข้าราชการหน่วยอื่นมากนัก 
        นักการเมืองจึงต้องพยายาม ควบคุม “องค์กรตำรวจ” เอาไว้เพื่อการสร้างอิทธิพลให้ตนเองและพวกพ้อง ไม่ว่าการแต่งตั้ง
โยกย้าย ขอให้ไปดูที่กองกำลังพลของตำรวจเถอะ นามบัตรฝากของนักการเมือง ปลิวกันว่อน! 
        ไม่เว้นแม้แต่ ไอ้พวกนักการเมือง “ดักดาน” !!


        พูดถึง “ความจงรักภักดี” ของตำรวจแล้ว อยากให้ท่านลองดูพฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์ หรือนายมาร์ค มุกควาย ที่มีผู้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบ กล่าวหาว่า
 
        ...นายอภิสิทธิ์ ตามตำแหน่งหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสจะนำคณะนายพลทหารจำนวน 758 นาย และนายพลตำรวจ 93 นาย ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น ประจำปี 2551 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ 19 พ.ค. 2552 เวลา 17.35 น. เมื่อถึงกำหนดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ อาคารอเนกประสงค์ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นพระราชกรณียกิจ และพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ในหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3,10,11 และ มาตรา 193

content/picdata/174/data/photo_pisanulok3.jpg

        ผู้ร้อง (ตามภาพจาก นสพ.ข่าวสด) ได้กล่าวหานายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือนายอภิสิทธิ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐ มนตรี ดำเนินการดังกล่าวแทน ทั้งที่ตามโบราณราชประเพณีแล้วเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะต้องปฏิบัติเอง ไม่สามารถที่จะมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการแทนได้ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงในการถวายพระเกียรติต่อพระมหากษัตริย์ อันเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ในรัฐธรรมนูญ ม.157

        ผู้ร้องได้บรรยายรายละเอียดว่า ในวันเวลาดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ กลับมีกำหนดวาระที่เตรียมการและจงใจ ที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเจตนาพิเศษ เพื่อเป็นการถือโอกาสให้ตนไปปาฐกถาพิเศษเรื่องการเมืองไทย 2020 ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มชุมชนออนไลน์ ณ ห้องประชุม ศ.สังเวียน อินทรชัย อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือมิใช่เป็นงานราชการสำคัญใดเหนือกว่าการถวายความจงรักภักดีต่อพระมหา กษัตริย์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี 
        ดังนั้น การกระทำดังกล่าว จึงถือเป็นเรื่องที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในทางราชการ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเข้าข่ายเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตาม...
 
        ผมอยากจะบอก ให้นายอภิสิทธิ์ฯ รับรู้ว่า
        ข้อกล่าวหาตามที่เขาแจ้งความนั้น นายมาร์คจะให้ผู้คนเขาคิดอย่างไรกับความประพฤติของตัว ที่ไม่เข้าเฝ้าแหนตามหน้าที่ กลับไปยืนเกาะโพเดียม ฟุ้งให้คนฟังอย่างไม่ค่อยมีสาระอัตถะ
เสียอย่างนั้น ส่วนราชกิจตามหน้าที่ 
        กลับละเลย!
        กองปราบจะสอบสวน ได้ความออกมาอย่างไร ยังไม่มีใครทราบ? แต่...
        เรื่องความจงรักภักดี ของนายกรัฐมนตรีอย่างนายมาร์ค 
มุกควาย กลายเป็นเรื่องที่น่าเคลือบแคลง เป็นอย่างยิ่งไปแล้ว!?
        อยากจะให้ท่านผู้อ่านทุกคน ลองทบทวนพฤติกรรมของนายกฯหนีทหาร คนนี้กันให้ดีๆ ท่านใดจะลงความเห็นว่า เขาเป็นผู้ขาดความจงรักภักดี หรือยังไม่ขาด แต่โรค “บ้าโพเดียม” จึงทำให้เขาละเลยราชกิจ ไม่เข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ตามหน้าที่แห่งตน 
        ส่วนตัวของผมนั้น ยังไม่ขอออกความเห็นเรื่องนี้ แต่อยากฟังความเห็นของท่านผู้อ่านมากกว่า ว่านายกฯดีแต่พูดคนนี้ 
        มีความจงรักภักดี....จริงหรือไม่อย่างไรกันแน่!?
        ขอฝากสมาชิกพรรคดักดาน บอกไปถึงหัวหน้าตัวเอง ว่า
 
        หากมิสเตอร์มุกควาย อยากจะเปลี่ยนชื่อ และนามสกุลใหม่ ก็จะช่วยเหลือตั้งให้ใหม่ ไม่คิดค่าจ้าง โดยพิจารณาจากพฤติกรรมของมิสเตอร์มุกควายแล้ว ชื่อใหม่และนามสกุลใหม่ ของ “นายกฯ-ลีดเดอร์ชิพต่ำ” 
        น่าจะเป็น...

        “อภิแสบ ภักดีโพเดียม”...จงรักภักดีจริงๆ!!!

************


 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ชอบเว็บไซต์ของคุณมากเลยค่ะ เพิ่งรู้จักวันนี้ ชอบข้อเขียนนี้มาก จนอยากคุยด้วย ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่า ผู้มีบารมีนอกรธน.นั้นชื่นชอบชื่นชมนายมุกควาย ว่าเป็นนายกฯที่ดีที่สุดที่ประเทศเคยมี ได้อย่างไร เกิดมาจนอายุ 60 กว่าๆ ยังไม่เคยได้ยินข่าวหรือแสดงอะไรว่าเขาจงรักภักดีต่อราชวงศ์แม้แต่ครั้งเดียว ดิฉันเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ดิฉันไม่เคยเลือกพรรคนี้เลย ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่านายโอบ้ามาร์คคนนี้ เหตุ ไฉนจะต้องเอาพล.ต.อ.ปทีป ให้ได้ เหมือนว่าถ้าคนนี้ไม่ได้เป็นผบ.ตร. ตัวเองต้องสะเทือนแน่ เหมือนว่าจะต้องถูกถลกหนังจากใครบางคนแน่ ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ เพื่อความอยู่รอดและผลประโยชน์ของคนเลวๆเพียงไม่กี่คน นายบ้ามาร์คยังทำได้ถึงเพียงนี้ ดิฉันไม่ไว้ใจให้เขาบริหารประเทศเลย ทุกวันนี้ไม่เคยรู้สึกเลยว่าเขาเป็นนายกฯ คิดว่าเขาก็เป็นแค่นักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งตัวเองไม่เคยศรัทธาแม้แต่น้อย เห็นในทีวีเมื่อไหร่ รีบเปลี่ยนช่องหนีทันที ถ้าเป็นไปได้ ไม่เป็นความลับ ดิฉันมีปัญหาอยากถามอยู่ข้อหนึ่งค่ะ ว่าคุณนิพนธ์ พร้อมพันธ์ ไปเยอรมันทำไม มีใครอยู่ที่นั่นหรือคะ เห็นว่าไปเอาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งผบ.ตร.ทำไมถึงต้องไปถึงนั่น ขอขอบพระคุณ ลีนา

โดยคุณ lina15031@hotmail.com 125.24.54.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
รับไม่ได้ กับพฤติกรรมที่ไม่เข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท แต่ทะลึ่งไปโผล่เกาะโปเดียม-เพราะอย่างนี้เอง ที่มันกล้า "ขัดฟ้า" จนการประชุมต้องล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เลยกลายเป็นตัวตลกในสายตาประชาชนจริงๆ

โดยคุณ ชังไอ้ตลกขี้ครอก 125.25.71.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
มันสมควรตาย เอาตัวมันไปตัดหัว แล้วส่งท่อนล่างของมันเพียงบางส่วน ไปให้ อำมาตย์เปรม มันจะได้สำนึกได้บ้างว่า ประชาชนไท โชคดีอย่างไร ที่ได้ ไอ้เด็ก สามหาว ไร้สติปัญญาแบบนี้ มาเป็นนายกฯ.????

โดยคุณ Triarrows/Nipa11@Yahoo.com 113.53.167.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ตั้งแต่เห็นลีลาการพูดของมันสมัยเป็น ส.ส. ครั้งแรก ก็ไม่ศรัทธา เกลียดมันไอ้คนนี้ตั้งแต่นั้นมา เซ้น มันบอกว่าเป็นคนตอแหลคบไม่ได้ ยิ่งระยะหลังๆยิ่งเห็นชัดเจ พุดอะไรก็เอาดีใส่ตัวเสมอ ดีเหนือคนอื่นๆ ศีลห้ารักษาได้สักข้อรึเปล่า แต่สงสัยคน กทม.ล้วนมีความรู้สูง มีสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่กลังหลงคารมไอ้คนนี้ อนาถใจความคิดคนไทย ยุคกำลังจะสิ้นชาติ

โดยคุณ praneet33@yahoo.com 202.29.83.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
เห็นว่าทำผิดก็ไปแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายได้นี่ครับ

โดยคุณ กร 125.25.148.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
. คุณไม่เห็นรูปเหรอครับเขาไปนั่งฟังตำรวจร้องเพลงเหรอ ? นี่ถ้าเป็นคนอื่นโดนไอ้แป๊ะลิ้มเอาไปเล่นใน ASTV. ข้อหาหมิ่นไม่ได้ผุดได้เกิด... .

โดยคุณ คุณกร.... 118.172.56.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
คอยมาหลายวันแล้ว หวังจะอ่านเรื่องที่ถูกจริต วันนี้ได้อ่านแล้วขอบพระคุณท่าน วาทตะวัน จริงๆเลยเชียว วันข้างหน้าจะเอาข้าวหอมปลอดสารพิษพร้อมด้วยผักปลอดสารพิษจริงๆ ให้ท่านไปรับประทาน ด้วยความเคารพ ตำรวจเก่า(แต่ไม่แก่)

โดยคุณ yodkon 124.121.57.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
คนหนีทหารมันก็ไม่มีระเบียบวินัยอย่างนี้แหละ นี่หรือคนที่มีชาติตระกูลดี ทำไมถึงไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่รู้เลยหรือว่างานไหนมันจะสำคัญกว่ากัน ผมว่าตำรวจที่คอยถวายความปลอดภัยในวันปฏิวัติรัฐประหารแล้วไม่อยู่ถวายความปลอดภัยดันไปเสนอหน้ารายงานตัวกับหัวหน้าคณะปฏิวัติว่าเขาแย่แล้ว แต่ผมว่า การกระทำของนายมาร์ค แย่กว่าครับ รับไม่ได้จริงๆ

โดยคุณ tritron 99 @ hotmail 125.27.192.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
เป็นการกระทำที่เรียกได้ว่าไม่สมควรเกิดมาเป็นข้าราชบริพารในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจริงๆ ไม่สมควรเกิดเปนคนไทยเลยด้วยซ้ำ อย่างนี้ต้องจับเข้าคุกสถานเดียวเรย

โดยคุณ tarymimta 125.24.16.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ไม่เข้าใจความคิดของคนกทม.จริงๆว่า ทำไมยังหลงไหลได้ปลื้มกับพรรคการเมืองแห่งแมลงสาบน่าขยะแขยงพรรคนี้กันอยู่อีก สมคบกับพวกพันธมาร ผลาญประชาธิปไตย สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง เผาบ้านเผาเมืองทุกวิถีทาง เพื่อให้พวกตัวเองได้มาชูคอบ้าอำนาจ ทำกันแบบนี้หรือที่เรียกว่าเป็นวิถีแห่งผู้มีอารยะ ชื่อพรรคมีความหมายเป็นประชาธิปไตย แต่ใจกับการกระทำสนับสนุนเผด็จการ(เปลี่ยนชื่อพรรคซะใหม่เถอะ) ปากบอกจะสมานฉันท์ แต่การกระทำกับตรงข้าม ส่งโฆษกปากปีจอออกมาด่าท่านนายกทักษิณได้เป็นรายวัน คิดเหรือว่าถ้ากำจัดท่านนายกทักษิณได้แล้วทุกอย่างจะสงบ คิดผิดอย่างมหันต์ ชาติหน้าตอนเที่ยงคืนคงสมานฉันท์ได้หรอกนะ ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราเหมือนต้องคำสาปจริงๆ ที่มีไอ้พรรคการเมืองตัวถ่วงความเจริญพรรคนี้อยู่ เซ็งจริงๆ อยากลาออกจากความเป็นคนไทยแล้วไปอยู่ประเทศอื่นจริงๆนะ

โดยคุณ max@hotmail.com 118.174.67.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ครอบครัวเราเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิดแต่ไม่เคยเลือกพรรคดักดานนี้เลยสักครั้ง คาดว่ามาร์กยิ่งเป็นนายกฯนานเท่าใดโอกาสที่พรรคนี้จะหวนคืนเวทีการเมืองดูจะยิ่งริบหรี่มากเท่านั้น

โดยคุณ suda_trang@yahoo.co.th 125.25.129.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
ทุกวันนี้เปิดข่าวเจอหน้านายอภิสิทธิ์ ผมจะรีบเปลี่ยนช่องทันทีไม่อยกเห็นหน้า

โดยคุณ suphot.w@hotmail.com 125.25.120.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
ผมเห็นด้วยกับผู้เขียน ที่ว่า ข้าราชการตำรวจมีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างใหญ่หลวง ดูได้จาก พ.ร.บ.ตำรวจฯ เรื่องอำนาจหน้าที่ของตำรวจ หน้าที่แรก คือ การถวายความปลอดภัยต่อ พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศ์ษานุวงค์ฯ พวกที่ชอบใส่ร้ายว่าจะมีการสร้างรัฐตำรวจนั้น มันบ้าบอสิ้นดีไม่รู้ว่าเอาส่วนไหนคิด กม.รธน. ได้กำหนดแนวคิดไว้ว่า "ประเทศไทยเป็นรัฐเดียวแบ่งแยกไม่ได้" ใครคิดจะแบ่งแยกก็ต้องเป็น กบฎตามกม.อาญา การกล่าวอ้างว่า อดีตนายกฯ จะสร้างรัฐตำรวจ ถ้ามันเป็นจริง คิดหรือไม่ว่าจะมีตำรวจสักกี่คนที่จะทำแบบนั้น แทบจะไม่มีหรอกเพราะมันเป็นการกบฎ กล้าพูดได้ว่าไม่มีตำรวจนายไหนคิด เพราะมันเป็นการไม่จงรักภักดี รัฐตำรวจนะมันไม่มีหรอกครับ มันมีแต่ รัฐป.....รเท่านั้น ไอ้ที่ชื่นชมกันหนักกันหนานะ ไปดู กม.รธน. กม.อาญา สิว่ามันผิดหรือไม่ แล้วใครกันแน่ที่ไม่จงรักภักดี คิดดูอย่างแยบคายด้วยนะครับ ไม่ใช้คิดแบบเหลืองหรือแดงหรือสีอะไรก็ตามแต่

โดยคุณ คนรักชาติ 58.9.197.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
๑๙ พค. ๑๙ มิย. ๑๙ กค. ๑๙ สค. ๑๙ กย. ผมโง่ดักดาน มาติดใจว่าอะไรมันทะแม่งมา ๔ เดือนกว่าว่า วันนั้นไอ้เทือกออกหน้าออกโรง มันไปทำไป ได้แต่สงสัย นายทหารใหญ่ภายใต้ไอ้เทือก ทุเรศขนาดใหนไม่รู้ คาใจอยู่อย่างงั้น วันนี้ชัดแล้วว่า เออซินะ ตามอำนาจความเหมาะสม เข้าเฝ้ารับเสด็จฯอย่างสมควรของฐานะ นำนายใหญ่ฝ่ายกำลังรบ เข้าเฝ้าและตามเรื่องที่ขอนำเข้าเฝ้าฯก็ต้องเป็นมัน แต่มันไม่ไป ผมโง่เอง เพิ่งนึกได้ มันทรามจริง

โดยคุณ อัปรีย์ทำลายบ้านให้เดรัจฉานครองเมือง 124.122.11.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่แสดงออกมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนายกฯจนถึงปัจจุบันก็แสดงให้เห็นถึงความอ่อนด้อยทางวุฒิภาวะ ไม่มีความสามารถทางการบริหาร ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่รับฟ้งความเห็นของคนอื่น มุ่งแต่เอาชนะตามความคิดของตนเองโดยไม่สนใจถึงผลกระทบที่จะตามมา ตลบแตลงเพื่อจะเอาตัวรอดไปวันๆ ขาดวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในการทำงาน(พูดง่ายๆก็คือเป็นคนที่ดีแต่พูดทำงานไม่ได้เรื่อง)แล้วยิ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุดแล้วยิ่งควรจะต้องใส่ใจให้เต็มที่ที่สุด ต้องสำคัญกว่าเรื่องใดๆ ไม่ใช่ส้กแต่พูดว่าจงรักภักดี แต่ความจงรักภักดีนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแสดงออกมาจากใจจริง มาจากส่วนลึกของจิตใจ คำพูดพร่ำเพ้อ แต่ไม่กระทำเลยก็ไม่มีความหมายใดๆ ไม่มีค่าแม้เศษธุลี ผมว่าท่านอภิสิทธิ์ไม่เหมาะที่จะเป็น นายกฯ ท่านไม่คู่ควร อย่างคำพูดของอดีตนายกฯ สมัคร ท่านว่าไว้ "มะม่วงบ่มให้สุก" จึงเหมาะแก่ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ที่สุดจริงๆ

โดยคุณ ottimusprime@windowslive.com 222.123.51.XXX

ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อความ
ถ้าผมรู้ว่าจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าหรือรับเสด็จ ธุระอะไรในโลกนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว ต่อให้ป่วยใกล้ตายก็จะตะกายไปเข้าเฝ้าให้ได้...จะใช้ฝีมือที่มีทั้งหมดที่มีเขียนรูปพระองค์ถวายให้ท่าน ชาตินี้คงตายอบ่างมีความสุข

โดยคุณ phoenix/v_phoenix@hotmail.com 58.9.164.XXX

ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อความ
เจ้าหมีหน้าฮาก!!....

โดยคุณ sura@chiang.ac.th 114.128.46.XXX

ความคิดเห็นที่ 18 แจ้งลบข้อความ
ทำอย่างนี้ เท่ากับไม่จงรักภักดีจริงๆ

โดยคุณ ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน 58.10.36.XXX

ความคิดเห็นที่ 19 แจ้งลบข้อความ
ห่วย

โดยคุณ 118.172.255.XXX

ความคิดเห็นที่ 20 แจ้งลบข้อความ
ถ้าเป็นจริง ก็ไม่ควรให้อภัย แต่อยากฟังเหตุผลจริง ๆ

โดยคุณ เสื้อเหลืองกลับใจ 124.120.252.XXX

ความคิดเห็นที่ 21 แจ้งลบข้อความ
ข้อกล่าวหาที่ว่าท่านนายกทักษิณคิดเป็นประธานาธิบดีนั้น คิดหรือว่าคนไทยทั้งหลายเขาจะยอม นายกทักษิณไม่ใช่คนโง่บัดซบ เหมือนอภิสิทธิ์ เจ็กลิ้ม พรรคประชาธิปด กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วในข้อเท็จจริง ว่าอะไรเป็นอะไร เหนือเกล้าคือในหลวง ทักษิณได้รับความรักจากประชาชน แล้วขณะนี้อภิสิทธิ์ได้อะไรจากคนทั้งประเทศ เสียงแช่งด่าเริ่มระงมทั่วแผ่นดิน ไม่นานอภิสิทธิ์จะได้เห็นในสิ่งที่คุณไม่อยากเห็น

โดยคุณ คนไทยอีสาน 222.123.62.XXX

ความคิดเห็นที่ 22 แจ้งลบข้อความ
ผมอยากให้อาจารย์ ออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ตำรวจด้วยนะครับ เพราะถูกนาย ยก รูปหล่อ ชอบโพเดียม ล่อสะเละแล้ว อะไรของมันว่ะเนี้ย คนเอ๋ยคนไทยโดยเฉพาะคนกรุงฯ ชื่นชมอะไรกันนักหนาอย่างว่าและ คนกรุงฯ ติดละคร ติดดารา ดูคนแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก บ้านเมืองจะฉิบหายก็เพราะ รูปหล่อ นี้แหละ

โดยคุณ คนรักชาติ 125.24.72.XXX

ความคิดเห็นที่ 23 แจ้งลบข้อความ
กรรมกำลังตามทัน.... ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านก็เพราะ.....บ้านเขาเกิดสงคราม...รบกับอเมริกา...โดยมีไทยให้อเมริกามาอยู่ในบ้านแล้วเพื่อเอาไฟสงครามไปเผาบ้านเขา ปี2518....สงครามบ้านเขาก็เริ่มสงบ...ไล่อเมริกากลับบ้านไปได้ สามสิบกว่าปีเขาก็เริ่มตามหลังเราติดๆ แล้วไฟก็เริ่มใหม้บ้านเรามั่ง.....คราวนี้แหละที่เพื่อนบ้านเขาจะเจริญกว่าไทย...

โดยคุณ ดน พิราบแดง 110.49.182.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER