หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ถ้าชาติไทย “ล่มจม” ... ‘อภิแสบ ภักดีโพเดียม’ จงฟัง!!!
หัวข้อ : ถ้าชาติไทย “ล่มจม” ... ‘อภิแสบ ภักดีโพเดียม’ จงฟัง!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ถ้าชาติไทย “ล่มจม” ... ‘อภิแสบ ภักดีโพเดียม’ จงฟัง!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        เมื่อวันอังคารที่ ได้ยินนายอภิสิทธิ์ กีรติการกุล จากคลื่น Fm 101 ซึ่งผมชอบฟังวิธีการพูดที่แกถากถางรัฐบาลปัจจุบัน แบบเจ็บแสบลึกๆ ถ้าเป็นสถานีอื่นคงได้รับการ “เตือน” หรือต้องแขวนไมค์ไปแล้ว แต่คลื่นนี้ “เส้นใหญ่” ไม่แพ้พันธมาร รัฐบาลจะจัดการอะไร คงต้องคิดหน้าคิดหลังเสียให้ดีก่อน
        อีตา “หว่อง” แกเล่าให้ฟังเรื่องสมเด็จฮุนเซ็น ผู้นำกัมพูชาที่ออกมาคำรามเอาไว้ อย่างน่ากรงขามว่า
        เขาพระวิหารไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาลไทย ไม่ใช่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมือง ที่จะมายึดกันง่ายๆ แต่หากพวกพันธมารทะลึ่งล่วงล้ำเข้ามา ในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นของกัมพูชา 
        จะต้องถูกยิงกระเด็น อย่างแน่นอน!
        ผู้นำขะแมร์พูดอย่างนี้ ไม่ถูกใจรัฐบาลอภิแสบแน่ แต่ได้ใจผมจริงๆ เพราะอยากเห็นกองทัพพันธมารที่ปากดีนัก ลองทะลึ่ง ไปทดสอบคำพูด ของสมเด็จฮุนเซ็นดูบ้างจริงๆ 
        สำหรับที่ดินรอบปราสาทพระวิหาร ที่อดีต รมต.นพดล ปัทมะ อุตส่าห์ดำเนินการทางการทูต จนทำให้กัมพูชายอมรับว่าเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกันนั้น บัดนี้ทางกองทัพกัมพูชา ได้ผนวกเข้าเป็นดินแดนของเขาไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการสร้างถาวรวัตถุ ชุมชน วัด ฯลฯ ที่สำคัญคือได้สถาปนาการปกครองเหนือพื้นที่ขัดแย้ง ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไร้การทัดทานจากฝั่งไทย 
        ผมยังมองไม่เห็นช่องทางเอาพื้นที่นี้คืนได้ นอกจากไทยกับเขมร ต้อง “ฆ่ากัน”  ให้ยับไปข้างหนึ่งเสียก่อนเท่านั้น จึงขอกล่าวไว้ตรงนี้ว่า
        หากมีทหารหรือคนไทย ต้องตายเพราะการสู้รบ เพราะเหตุขัดแย้งเหนือพื้นที่ดังกล่าว คนไทยในชาติต้องถือว่า เป็นความรับผิดชอบของนายอภิแสบ ภักดีโพเดียมและคณะรัฐบาลโลซก 
        ให้อภัยไม่ได้...อย่างเด็ดขาด!

        ผมเองนั้น เห็นสัญญาณไม่ดี ตั้งแต่รัฐมนตรีกะแสบฯ ผู้ไม่น่าภิรมย์เป็นอย่างยิ่งของกระทรวงบัวแก้ว ด้วยเขาไม่สามารถเดินทางไปเยือนกัมพูชาได้ เนื่องไม่เป็นที่ต้อนรับของประเทศนั้น เพราะเขมรรู้ว่าแกเป็นรัฐมนตรีโควตาพันธมาร แถมแกยังพูดจาห่ามๆ ทำให้ชาวขะแมร์ไม่พอใจอย่างยิ่ง ลองเข้าไปดูเว็บไซด์ของกัมพูชาดู จะเห็นได้ว่า อีตาคนนี้เป็นผู้ที่พลเมืองเขมร
        จงเกลียด จงชัง เป็นที่สุด...แต่ยังทะลึ่งดันกันให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจนได้!!
        ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ นายกะแสบฯ ซึ่งว่าการต่างประเทศคนนี้ ไปเยือนเขาพระวิหาร ก็ได้แค่ไปนั่งโต๊ะไม้หยาบๆ ตรงบริเวณชายแดน พูดคุยได้กับทหารประจำถิ่นของกัมพูชา แค่นั้นเอง
        ช่าง “ไร้ศักดิ์ศรี” เสียนี่กะไร!!! 
        พอผู้นำรัฐบาลขะแมร์ ออกมาส่งเสียงดุดัน รองนายกฯ ฝ่ายความไม่มั่นคงอย่าง มิสเตอร์ สุเทพ เทือกสุบรรณ ถึงก็พูดไม่ออก สื่อเขาถาม ก็ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ...
        ใบ้รับประทาน ไปอีกคน!
        ส่วนนายมาร์ค มุกควาย นั้น ไม่ต้องพูดถึง ได้แต่แถไปวันๆ หาชิ้นหาอันไม่ได้ จนคนเขาบอกว่า
        จะไปคาดหวังอะไร กับคนที่ถูกกล่าวหาว่า กะอีแค่การเป็นทหารก็ยังหนี!”  แล้วคนที่มี ตาขาวมากกว่าตาดำ อย่างนี้น่ะหรือ ที่จะไปสำแดงความหาญกล้า กล้าต่อกรกับนักรบชำนาญศึก อย่างท่านสมเด็จฮุนเซ็น...ได้อย่างไรกัน!?

content/picdata/177/data/photo_apisap.jpg

        ต่อจากนี้ไป นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม คงต้องกุมกบาล อย่างภาพที่เห็นบ่อยๆ เพราะบ้านเมืองของเรา คงตกถูกเย้ยหยันว่าเป็นไอ้ชาติ “ขี้แพ้” ไร้เกียรติ สิ้นทั้งศักดิ์และศรี จนถูกชาติเล็กและล้าหลังกว่าขู่เข็ญ คุกคาม เอาได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นเพราะ... 
        ผู้นำรัฐบาลของเรา เอาหัวกบาลตัวเอง ไปซุกไว้ตรงหว่างขาเสียแล้ว...อย่างนั้นหรือ?
        อยากจะเล่าให้คนไทยฟังว่า เมื่อ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หรือ“บิ๊กจอว์” เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับลาว บนเกาะแก่งในแม่น้ำโขง ซึ่งต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ และทหารไทยตายบนเกาะ ที่ทหารลาวกำลังยึดพื้นที่อยู่ 
        ผบ.สงัดฯ ออกคำสั่งให้ “รุก” เข้าชิงศพทหารให้ได้ แต่ถ้าชิงคืนไม่ได้ ท่านพูดหนักแน่น เป็นคำตายว่า
        “ก็ต้องเอาศพทหารไทย...ถมเข้าไป!”
        เท่านี้เรื่องก็เรียบร้อย...เป็น “ผู้นำ” มันต้องให้ได้อย่างนั้น!

        เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมพูดถึงศักยภาพความเป็นผู้นำที่ต่ำต้อยของนายมาร์ค มุกควาย ที่ดูแย่มากๆ เพราะแม้แต่คนในพรรคอย่าง พ.อ.วินัย สมพงษ์ ถึงกับหลุดปากวิจารณ์เอาแรงๆ หรือแม้แต่เกมการตั้ง ผบ.ตร. ก็ไม่สามารถทำได้ แก้ผ้าเอาหน้ารอดได้แต่เพียง ตั้งผู้รักษาการณ์เอาไว้ก่อนเท่านั้น จนถูกสื่อพากันเย้ยหยันว่า
        จนปัญญาสรรหาผู้นำหน่วยตำรวจ ที่เป็นองค์กรคู่บ้านคู่เมืองมาตลอด...ช่างน่าสมเพชซะจริงเชียว! 
        มาวันนี้ ไม่อยากพูดเรื่องนี้ซ้ำอีก เพราะบัดนี้คนจำนวนมาก ได้มองเห็นชัดแล้วว่า “ภาวะผู้นำ” ของนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม นั้น 
        ได้ “ล่มสลาย” ไปแล้วโดยสิ้นเชิง!!

        ขอพักเรื่องผู้นำรัฐบาลโลซกเอาไว้แค่นี้ก่อน เพราะผมมีเรื่องเศรษฐกิจ มาปรับทุกข์กับท่านผู้อ่าน เพราะอึดอัดใจกับการดำเนินงานของรัฐบาล ที่มีนานมาร์ค มุกควาย เป็นผู้นำ ซึ่งได้ก่อร่างสร้างหนี้จำนวนมหาศาล ให้กับประเทศเรา โดยอ้างว่า
        จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กลับนำมาถลุงด้วยการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้จากโครงการต่างๆ ดังที่ได้เล่าให้ท่านผู้อ่านฟังไปแล้ว แต่หนทางชำระหนี้นั้น ดูช่างมืดมนอนธการจริงๆ 
        ทำไมผมจึงว่าอย่างนั้น?...ตอบได้ว่า

        รัฐบาลโลซกคณะนี้ ได้ตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่า เศรษฐกิจไทยที่ทรุดตัวตามเศรษฐกิจโลกนั้น อาจพลิกฟื้นคืนขึ้นมาได้ หากเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นดีขึ้น
        เอาเศรษฐกิจบ้านเรา ไปผูกติดกับอเมริกันเต็มที่!
        เหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า สหรัฐเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของของเรา อีกทั้งรายได้หลักของไทย ส่วนใหญ่มาจากการ “ส่งออก” เป็นหลัก แต่เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐประสพปัญหา กำลังซื้อของประเทศยักษ์ใหญ่ก็ถดถอยลง อเมริกันชนตกงานเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ไม่ตกงาน แต่รายได้ก็ลดลง 
        คนอเมริกันจึง “ประหยัด” มากขึ้น ซึ่งผมเคยเล่าให้ฟังว่า ยอดขายของสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟราคาแพงลดลงอย่างมาก แต่ฟาสต์ฟูดส์อย่างพวกแฮมเบอร์เกอร์ กลับขายดีมากขึ้น 
        นั่นแสดงว่าคนอเมริกันงดบริโภคของแพง ของฟุ่มเฟือยต่างๆ และเลือกการกินฟาสต์ฟู้ดส์ ซึ่งราคาถูกแต่กินอิ่ม ทดแทนการออกไปหารับประทานตามภัตตาคารนอกบ้าน หรือไปนั่งทอดหุ่ย จิบกาแฟราคาแพงอย่างสตาร์บั๊คส์ 
 
        ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินชื่อของ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์สองคน ซึ่งนักการเงินการธนาคาร รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ไทยต่างเป็นปลื้มมาก คือ
        พอล ครุกแมน (Paul Crugman)  ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Princeton แต่กลับเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในฐานะคอลัมนิสต์ปากกล้า ในบทความกึ่งวิชาการให้กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ 
        ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ โจเซฟ สติ๊กลิสต์ (Joseph Stiglitz) ซึ่งขณะนี้สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ก (ที่ล็อบบี้ยิสต์กระทรวงการต่างประเทศ เดินแต้มให้นายอภิแสบ ไปยืนเกาะโพเดียมพูด คราไปเยือนสหรัฐไม่กี่วันมานี้) 
        ทั้งสองคนเคยมาปาฐกถาเมืองไทย แต่ทั้งคู่ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ 
        ประเทศผู้ส่งออกจะมีปัญหา เพราะผลิตสินค้าได้ แต่ไม่รู้จะไปขายใคร เพราะชาติที่เคยเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ ต่างต้องประสพภาวะ “ยากจน” กันถ้วนทั่ว
        พอล ครุกแมน ถึงกับพูดว่า สินค้าที่ชาติผู้ผลติจะขายได้อย่างเคย ต้องมี 
        “คนจาก ‘ดาวอังคาร’ มาซื้อ!”     

        ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งสอง ได้รับการยืนยันโดย ทิมโมธี ไกธ์เนอร์ (Timothy Geithner) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ซึ่งเคยศึกษาในประเทศไทย พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ได้ออกมาตอกย้ำชัดเจนในที่ประชุม จี 20 โดยเขาได้กล่าวว่า        

        การเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ จะอาศัยการ “ส่งออก” เป็นหลักต่อไปไม่ได้ โดยแต่ละประเทศจะต้องเน้นเรื่องการออมแทนการใช้จ่าย เป้าหมายการออมมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ของรายได้          

        แผนการเงินของโลก จะต้องมีการปฏิรูปกันใหม่หมด!

        ดังนั้น ฝันของนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม ที่จะหวังให้คนอเมริกันจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สินค้าไทยจะได้ขายดีในสหรัฐ ไม่ใช่เรื่องที่คาดหวังกันไม่ได้อีกต่อไป เพราะอเมริกันชนต้อง “ประหยัด” กันแน่
        รัฐบาลไทยจึงไม่ควรยุยง ส่งเสริมให้ผู้คนออกมาใช้จ่าย แต่พึงแนะนำประชาชน “เก็บออม” กันให้มากขึ้น เพราะอนาคตข้างหน้า โลกอาจต้องยากจนลง และไทยเราก็ต้องประสพชะตาเดียวกันกับชาติอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

        ถ้าท่านผู้อ่านจำได้ ผมเคยเล่าให้ฟังว่า นักการคลังของญี่ปุ่น ได้ออกมาเตือนว่า แม้เศรษฐกิจจะฟื้นกลับขึ้นมา แต่อย่างหวังว่าจะดีเป็นปกติเหมือนเดิม จึงขอเตือนรัฐบาลโลซก ให้รับรู้ว่า 
        อย่าคิดว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของตัว จะสัมฤทธิ์ผล เพราะเศรษฐกิจยากที่จะคืนดี และก้าวหน้าเหมือนเมื่อครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เศรษฐกิจของชาติเรารุ่งเรืองสุดขีด หนี้สินของชาติได้รับการชำระล้าง 
        เครดิตของประเทศ กลับมาเป็นที่น่าเชื่อถือในสังคมโลก!

        แม้รัฐบาลโลซกของมิสเตอร์มุกควาย จะผลาญงบประมาณของชาติ ด้วยการโฆษณาผลงานเก๊ๆ ของตัวมากมาย เพื่อให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่า พวกตัวมีฝีมือทำให้บ้านเมืองได้อยู่ดีกินดี แต่แทบจะไม่มีใครในบ้านนี้เมืองนี้ หลงเชื่อถือถ้อยคำของเขา ต่างพากันส่ายหัวไม่ยอมรับ ว่า “จริง” ตามที่โฆษณาหรือกล่าวอ้าง
        มิหนำซ้ำ สวนดุสิตโพลวิทยาลัยของรัฐแท้ๆ ยังดันทะลึ่งไม่ไว้หน้ารัฐบาล ด้วยการวิจารณ์แบบขว้าง “ก้อนอิฐ”  ใส่หัวกบาล ในวันที่หัวหน้ารัฐบาลโลซก เดินทางกลับจากการประชุมที่สหรัฐ ด้วยการให้นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม “สอบตก”  ในการบริหารประเทศเข้าไปอีก...มันน่าหัวร่อจริงๆ! 
        ดังนั้น ความเชื่อถือในตัวหน้าหน้าแก๊งรัฐบาลโลซก ก็ตกต่ำหนักข้อเข้าไปอีก หาผู้คนยอมรับฝีมือในการบริหารประเทศของเขา แทบจะไม่ได้ นอกจากพวกไอ้ห้อยไอ้โหนที่มีผลประโยชน์ เช่น สื่อสารมวลชนบางส่วน ที่ได้รับอานิสงส์จากรัฐบาลโดยตรง เลยจำใจต้องเชียร์กัน แบบสุดลิ่มทิ่มประตู... 
        จนน่าคลื่นไส้!
 
        เมื่อนายกเขายายเที่ยง เข้ามาบริหารประเทศ ก็ทำได้แค่ประคองสถานการณ์ไม่ให้ทรุดหนักลงไปเท่านั้น จนกระทั่งพรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์ ที่ประกอบคุรุกรรมร่วมกับพันธมาร ในการชุมนุมป่วนชาติบ้านเมือง ด้วยการยึดสนามบินภาคใต้ เรื่อยมาจนถึงยึดถนน ยึดทำเนียบ และยึดสนามบินหลักของชาติ “สุวรรณภูมิ” และ “ดอนเมือง”  
        จนได้เข้าเถลิงอำนาจ...เป็นรัฐบาลในที่สุด!
        พฤติกรรมเหล่านี้ ต่างชาติเขารู้กันหมด ด้วยการเผยแพร่ข่าวสารของนักข่าวบ้านเขา ที่มาประจำในประเทศไทย ลองเข้าไปอ่านบทความของผู้สื่อข่าว BBC อย่าง โจนาธาน เฮด (Jonathan Head) ก็จะทราบถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของพรรคดักดานกับฝ่ายพันธมาร ขนาดขาใหญ่ของฝ่ายหลัง ถึงกับออกมาพูดอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า
        “ประชาธิปัตย์กับพันธมาร...เหมือนผัวเมียกัน!!!”

        นอกจากคนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล แค่ไปยืนเกาะโพเดียมพูดจาในสหรัฐ ก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจ ให้กับอเมริกันชนได้ แต่ที่แย่สุดๆคือ 
        การ “คีบ” เอาหัวโจกพันธมารไปสหรัฐด้วย จะเป็นการไปเป็นผู้กำกับบท ให้คนเป็นหัวหน้ารัฐบาลในต่างแดน ตามที่เขาตั้งข้อกังขากัน ใช่หรือไม่นั้น? ตรงนี้ผมไม่ทราบ แต่ถ้าไม่ใช่แล้ว...
        หนีบเอาไปด้วย...ทำไม!?
        การเดินแต้มทางการเมืองอย่างนี้ เป็นความโง่อย่างสุดๆ เพราะเป็นการ “เปิดตัว” ให้ต่างชาติเขาเห็นกันถ้วนทั่วว่า แท้ที่จริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นคนจูงพรรคดักดาน ขึ้นมาเป็นรัฐบาล
        “พันธมารใช่ไหม!?”

        อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า
        ทุกวันนี้คนเยอรมันปัจจุบัน ยังไม่เข้าใจว่า คนรุ่นพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ไปหลงเชื่อแค่คำพูดของ “ฮิตเลอร์” จนประเทศต้องเข้าสู่สงคราม และความพินาศฉิบหายป่นปี้ขนาดนั้น ได้อย่างไรกัน?
        ย้อนมาดูเมืองไทยของเรา คนไทยบ้างส่วน ไปหลงเชื่อคำพูดของแกนนำพันธมาร หลงใหลได้ปลื้ม จนร่วมก่อกรรม
ทำเข็ญให้ชาติบ้านเมือง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและศักดิ์ศรีของชาติเรา...เสียหายหนักอย่างนี้ ได้อย่างไรกัน?
        น่าคิดนะ!
        การที่เยอรมัน “ล่มจม” เพราะพิษสงคราม แล้วกลับขึ้นมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งนั้น อยากจะบอกท่านผู้อ่านว่า เพราะเขานั้นเป็นชาติที่มีความรู้ ความอดทน และมีวัฒนธรรมแข็ง 
        ญี่ปุ่นก็เช่นกัน!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพรักครับ
        ถ้าชาติไทยของเรา มีเหตุจากการแบ่งสีแบ่งฝ่าย ทำให้ประชาชนต้องลุกขึ้นมา”ฆ่ากัน” ทำให้ประเทศที่เคยสุขสงบ ต้องพินาศฉิบหาย ย่อยยับ 
        จนถึง “ล่มจม” เพราะ...สงครามกลางเมือง! 
        สถานการณ์อย่างที่ว่า ได้ปรากฏให้เห็นลางๆแล้ว เพราะทุกวันนี้ ความเกลียดชังระหว่างหมู่ชนในชาติ กำลังเพิ่มองศาแห่งความร้อนแรงขึ้นทุกวัน หากเกิดเหตุฆ่ากันจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง ก็ยากที่จะแก้ไขสถานการณ์ ให้ฟื้นคืนกลับได้ 
        ที่น่าห่วงมากก็เพราะ คนในบ้านเรานั้น เรื่อง “ความรู้” ก็ยังบกพร่องอยู่ อีกทั้ง “ความอดทน” ของชนในชาติ ก็ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขสถานการณ์ร้ายแรง ไม่เหมือนประเทศเยอรมันและญี่ปุ่น ดังที่ผมยกตัวอย่างมา แถมวัฒนธรรมของเราหรือ ก็ยังอ่อนแอ ถึงขั้นปวกเปียกเลยทีเดียว 
        ดังนั้น ถ้าชาติไทยต้อง “ล่มจม” กันแล้ว ยากที่จะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติได้อีก...

        ฟื้นยากจริงๆ...ลองนำไปคิดกันดู เถอะครับ!! 

......................

***ท้ายบท  ชอบใจคำพิพากษา ที่รอโทษจำคุกผู้บริหารบ้านเมือง โดยวางโทษจิ๊บจ๊อยไม่กี่ท่าน ก็แค่โทษเท่า “ลักลูกอม” ตามห้าง โดยไม่ต้องร่วมกันชดใช้เงิน สูงเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท
 
        ตามคำร้องอัปรีย์ของไอ้พวก...ลูกกระเป๋งเผด็จการ!


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ฮุนเซนเค้ามองเห็นน้ำยาของนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม พร้อมด้วยคณะพันธมารน่ะสิคะอาจารย์เค้าถึงกล้าพูดแบบนั้นได้เต็มปากเต็มคำ

โดยคุณ คนเห็นกรรม 58.8.9.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ข้าด้อยเพียงดิน เลิกมองดูฟ้า ก้มหน้ามองดิน เพราะพี่จน ต้อยต่ำ ถูกประณาม หยามหมิ่น ว่าศักดิ์ศรี เพียงกา ซ้ำมีค่าเพียงดิน มิวายถวิล หวังจะบิน เทียมหงษ์ทอง เคยมองดูฟ้า เดี๋ยวนี้ไม่กล้าจะมอง เพราะเจ้างามสง่า พี่ไม่กล้าแตะต้อง เจ้าอยู่สูงสุดสอย ดั่งเดือนลอยละล่อง กระต่ายน้อยคอยมอง ไม่แคล้วต้องหมองซบเซา * เลิกแบ่งชั้นกันเถิดหนา ลืมศักดินาเถิดน้องเจ้า เลิกอยู่อย่างดอกฟ้า มารักเจ้ากาคนเก่า เฝ้าแต่เพ้อ แต่ฝัน จนคนหยันเย้ยเรา จึงต้องเศร้า เพราะค่าเราเพียงดิน ** ลาก่อนดอกฟ้า น้ำตาไหลริน ใครจะเห็นคุณค่า น้ำตาเราชาวดิน คนเหยียดหยันกันทั่ว ว่าเป็นวัวลืมตีน ดินเอ๋ยดิน ควรนึกถึงถิ่นเจียมตน

โดยคุณ ข้าด้อยเพียงดิน 58.8.9.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ไม่มีวุฒิภาวะเลย ตอนตอบคำถามนักข่าวและสื่อออกทีวีน่ะ ใช้แต่อารมณ์เป็นที่ตั้ง จิตใจคับแคบ เห็นคนรักประชาธิปไตยและคนเสื้อแดงว่าเป็นไพร่ คนเสื้อแดงมีการศึกษา ไอคิว อีคิว มีอยู่ทั่วประเทศนะ อย่ามาพูดพล่อยๆ เลิกเสียทีเถอะ ไอ้นิสัยถาวรแบบนี้น่ะ

โดยคุณ max@hotmail.com 125.27.222.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
งานเขียนของท่าน ทำให้ดิฉัน กลับไปสนใจ การเมืองอีกครั้ง ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ messine 93.12.236.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
กู้เงินมาลงทุนเพื่อสร้างรายได้ กับ กู้มาเพื่อ "มิญาซาว่า" ระลาย อย่างหลัง ใครก็ มองออกว่า ฉิบหาย

โดยคุณ mpd@chaiyo.com 118.172.210.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
อยากได้หนังสือ เหี้ยส่องกระจก และ รัดทำมะนวย มาอ่าน และเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ..ฮือๆๆ หมดหรือยัง ก็ไม่รุ้ ชีวิตมันเศร้า...

โดยคุณ messine 93.12.236.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
จริงตามนั้นครับ

โดยคุณ koraja123@hotmail.com 124.121.199.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
เป็นคุณหนูมาตั้งแต่เกิด กวาดบ้านยังดูเก้งก้าง (เห็นตอนไปช่วยกวาดขี้ที่ทำเนียบ) ถอดเสื้อโชว์ขี้ก้าง พร้อมนมสีชมพูตอนเกณฑ์ทหารยังเลี่ยงแล้วเลี่ยงอีก แล้วไอ้ที่ไปพ่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่ต่างๆ ไม่รู้ว่ามีหน้าไหนเขียนไปให้อ่านหรือเปล่า (ไม่คิดว่าเขียนเอง เพราะรู้สึกว่าไม่มีวุฒิภาวะ)

โดยคุณ ???? 203.155.40.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER