หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ‘เพลงชาติไทย’ กับรัฐบาล “แดกได้-แดกดี”
หัวข้อ : ‘เพลงชาติไทย’ กับรัฐบาล “แดกได้-แดกดี” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

‘เพลงชาติไทย’ กับรัฐบาล “แดกได้-แดกดี”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ท่ามกลางกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ของพี่น้องประชาชนชาวไทยถึงความไม่ชอบธรรม ในการดำเนินการตามแผนต่างๆของรัฐบาล ตั้งแต่โครงการที่ชาวบ้านเขาขมขื่น แต่ถูกเรียกอย่างขำขัน ว่าเป็น “โครงการ-แดกไม่พอเพียง” จนเป็นเหตุให้พรรคดักดาน ของนายมาร์คมุกควาย จำต้องแก้ไขด้วยการเล่นละครกลบเกลื่อน ด้วยการให้สมาชิกที่มีข่าวไปพัวพันการทุจริต ออกไปจากพรรคพอเป็นพิธีแล้ว นั้น 
        พฤติกรรม “แดก” อย่างไม่เคยพอเพียง เพราะอดอยากปากไหม้มานาน ก็ไปปรากฏเป็นเรื่องอัปรีย์ โผล่หางแดงโร่ โชว์ชาวบ้านขึ้นมาอีก คราวนี้เกิดที่กระทรวงคุณหมอ เพราะกลุ่มแพทย์เขาอดรนทนไม่ได้ ดาหน้าออกมาแฉโครงการก่อสร้างและจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่บรรดาไฮยีน่าจอมตะกละตะกลาม ทั้งตัวเมียและตัวผู้ สุมกบาลวางแผนการเขมือบงบประมาณเอาไว้อย่างแยบยล จนกลุ่มหมาในพันธ์กาลี ต้องถอนตัวออกไปแบบ “ยกฝูง” คงเหลือแต่ไอ้ “จ่าฝูง” หัวโจก ยังนั่งหน้าทนอยู่บนหิ้ง ซึ่งกลุ่มคุณหมอและชาวบ้านที่สนใจ ก็กำลังดูอยู่ว่า
        มันจะ “ด้าน” ไปได้อีกสักกี่น้ำกัน! 
        ข่าวฉาวระยำโฉ่อย่างนี้ ทำให้ผู้คนและสื่อมวลชนต่างๆ เขาจับทางได้แล้ว ถึงกับพูดกันขรมไปว่า บ้านเมืองเรานี้ช่างอาภัพนัก เพราะต้องมาเจอนักกินเมือง ที่มีพฤติกรรมเหมือนฝูงเปรตที่หิวโหย คอยสูบเลือดสูบเนื้อบ้านเมือง ทั้งๆที่สยามประเทศยามนี้ ก็เสมือนคนป่วยที่ผอมแห้งแรงน้อย จนแทบจะทรงกายไม่ได้อยู่แล้ว 
        การเผยแพร่ข่าวสารอันไม่เป็นมงคล แถมยังอุดมด้วยการทุจริตชั่วช้า หลุดออกไปสู่การรับรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง สร้างความตกต่ำให้กับพรรคดักดานและรัฐบาลโลซก จนถูกวิจารณ์อย่างประชดประชันว่า เป็น
        “รัฐบาล...แดกได้-แดกดี!” 

content/picdata/178/data/photo_apisit3.jpg

        ความตกต่ำอย่างที่เล่ามา ส่งผลไปถึงตัว มิสเตอร์มาร์ค มุกควาย หัวหน้ารัฐบาลต้องเบ้หน้า เพราะเรทติ้งจากโพลหลายสำนัก แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวได้รับ  “เรทต่ำ”  เพราะโพลสำนักต่างๆ ดันทะลึ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า 
        นายมาร์ค มุกควาย คนนี้ ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างที่พยายามโฆษณากัน เพราะผลสำรวจครั้งล่าสุด ความนิยมก็หล่นฮวบ เหลือไม่ถึงครึ่ง 
        เป็นนักเรียนก็...สอบตก!
        ที่แย่ที่สุด คือ เมื่อเขาจับไปเปรียบเทียมความนิยม ระหว่างนายมาร์คกับนายกฯทักษิณ คนที่ไปอยู่นอกประเทศนานแล้ว แต่ผลกลับปรากฏออกมาว่า 
        มิสเตอร์มุกควาย กลับตกเป็นฝ่าย...พ่ายแพ้ทุกๆโพล!! 
        ไม่น่าเชื่อเลยว่า ขนาดเจ้าตัวเป็นรัฐบาลและมีอำนาจเต็ม แถมยังทุ่มเทเงินหลวง คืองบประมาณของชาติ ไปใช้เพียงเพื่อการโฆษณาทั้งตัวเองและพรรคดักดานอย่างมากมาย แต่กลับไม่ได้ผลอย่างที่คาดหวัง 
        นายมาร์ค มุกควาย จึงไม่มีทางเลือกอีกต่อไป นอกจากต้องด้านหน้าลากรัฐบาลผุๆ พังๆ ไปให้ได้นานที่สุดเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงว่าประเทศจะตกต่ำ ตนและพรรคจะเป็นที่รังเกียจของผู้คน ทั้งนี้ก็ไม่ใช่เหตุอื่นเลย หากเป็นเพราะ....
        เพื่อมีโอกาสใช้งบประมาณ กันอย่างมันมือต่อไปอีก ระหว่างนี้ต้องหลีกเลี่ยงพูดถึง “การเลือกตั้ง” อย่างเด็ดขาด!!!
 
        กลยุทธ์ที่รัฐบาลโลซกของนายอภิแสบ หยิบมาใช้ในการหันเหความสนใจของผู้คน ออกไปจากเรื่องบ้านเรื่องเมือง คือการใช้ “มุกควาย” อย่างมุกโครงการร้องเพลงชาติตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาเชิญธงชาติลงจากเสา โดยให้ประชาชนจังหวัดต่างๆ ร่วมร้องเพลงเรียงตามลำดับอักษรของจังหวัด ตั้งแต่ “ก” คือกระบี่  
        ผู้คนเขาก็ไม่รู้ว่า 
        ทำไมกะอีแค่ร้องเพลงชาติ จะทำให้ผู้คนในประเทศ หันหน้ามาสามัคคีได้อย่างไรกัน? ในเมื่อคนอย่างโฆษกส่วนตัว ของนายมุกควาย ก็ยังพูดทองแดงปร่าแปร่ง ยั่วยุ แหย่แยงตะแคงรั่ว ตอกย้ำ “ความแตกแยก” ให้ผู้คนในบ้านเมือง อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 
        ผู้คนเขาก็ถือว่า นั่นเป็นการแสดงออกของนายมาร์ค หัวหน้ารัฐบาล เพียงแต่ยืมปากโสโครกของ “ไอ้เถบ”  พูดแทนตัวนั่นเอง! 
        จริงอย่างที่ผู้คนเขาสงสัย หรือเปล่าล่ะ?

        วันนี้ อยากจะคุยถึงเรื่องเพลงชาติไทยสักหน่อย เพราะตัวผู้เขียนมีความเห็นว่า 
        เพลงชาติที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ไม่ได้สร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ เพราะเพลงนี้ได้ถือกำเนิดเกิดมา ท่ามกลางความขัดแย้งของผู้คน 
        กล่าวคือ
        เมื่อคณะราษฎร์ได้ทำการยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์ เปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตย บรรดานายทหารที่ก่อการ ต้องการเพลงชาติใหม่ แทนเพลงชาติเดิม คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี
        กันไว้ให้ดีตรงนี้ ว่า...เรามีเพลงชาติมาก่อน นั่นคือ 
        “เพลงสรรเสริญพระบารมี!”

content/picdata/178/data/photo_prajenduriyang.jpg

        ขอเล่าให้ฟังสั้นๆว่า นายทหารคนหนึ่งที่ร่วมการโค่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) ในปีพ.ศ. 2475 ได้ติดต่อคุณพระเจนดุริยางค์ วาทยกรคนสำคัญของชาติไทย ขอให้ท่านช่วยประพันธ์เพลงชาติ เกือบปีก่อนที่คณะราษฎรจะทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียด้วยซ้ำ แต่คุณพระได้ปฏิเสธไป เพราะท่านเห็นว่า เรามีเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงชาติอยู่แล้ว
        ครั้นเมื่อคณะราษฎรทำการยึดอำนาจสำเร็จ (24 มิถุนายน พ.ศ. 2475) นายทหารคนดังกล่าว ก็ได้กลับมาติดต่อคุณพระอีกครั้ง คราวนี้อ้างว่า เป็นความประสงค์ของคณะผู้ก่อการ ซึ่งพอคาดเดากันได้ว่า จะต้องเป็นการขอร้องแกมบังคับ เพราะกำหนดเวลาเอาไว้ชัดเจนว่า 
        “ต้องเสร็จ...ภายในเจ็ดวัน!”
 
        ท่านผู้อ่านต้องเข้าใจว่า ในตอนนั้นคณะราษฎรกำลังใหญ่แบบคับฟ้า คับแผ่นดิน ทหารใหญ่ในคณะผู้ก่อการ ชื่นชมเพลงชาติฝรั่งเศส เพราะชอบกลิ่นอายของการโค่นล้มราชบัลลังก์ในประเทศน้ำหอม คำสั่งที่มีไปถึงคุณพระเจนฯ จึงมีว่า 
        ให้เพลงที่จะประพันธ์นั้น มีส่วนคล้ายคลึงกับเพลง La Marseillaise ด้วย
        ถึงขนาดนั้นเลย! 
        คุณพระเจนฯ คงทำอย่างเสียไม่ได้ เพราะหากท่านขัดขืนก็อาจได้รับภัยมืดจากพวกคะนองอำนาจ (เหมือนพวก “ไอ้บัง” !) จำใจแต่งเพลงให้จนเสร็จภายในกำหนด แต่คุณพระเจนฯ ได้ร้องขออย่าให้ใส่ชื่อท่าน เป็นผู้แต่งเลย เพราะคงทำใจไม่ได้ แต่ผู้มีอำนาจก็ไม่สนใจ ยังคงใส่ชื่อคุณพระเจนฯเป็นผู้แต่งเพลงนี้
        ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับว่า คนระดับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ไม่ชอบเพลงชาติปัจจุบัน ตรงนี้อย่าหาว่า “วาทตะวัน” เอาที่ไหนมาพูด แต่เพราะมันปรากฏหลักฐานชัดเจนในหนังสือชื่อ “ชีวลิขิต” ของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเล่าเอาไว้อย่างนี้ครับ

        เมื่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม ขึ้นเถลิงอำนาจ ผู้คนก็ลือกันว่า จอมพลคนหัวปี คิดจะตั้งตัวเป็นประธานาธิบดี เท็จจริงเป็นอย่างไร หม่อมเสนีย์ฯบอกว่า ตัวท่านเองก็ไม่ทราบ แต่ที่ปรากฏจากเพลงชาติกันในปัจจุบัน ซึ่งมีคำร้องขึ้นว่า “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย”  นั้น ท่านอาจารย์เสนีย์ฯ ยืนยันว่า
        “...ทำนองเพลงเป็นอย่างเดียวกับมาแซเยล์ เพลงปลุกใจของพวกขบถฝรั่งเศส ซึ่งได้ประหารพระเจ้าแผ่นดินและบุคคลในราชตระกูล และเปลี่ยนการปกครองเป็น ‘ประชารัฐ’...
        ท่านยังได้เล่า ต่อไปอีกว่า
        “....ในเพลงประเทศไทยเป็นประชารัฐ แต่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับระบุว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร ตรงกับ Kingdom ในภาษาอังกฤษ ส่วนประชารัฐตรงกับภาษาอังกฤษ Republic...
        ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ยังทิ้งท้ายเอาไว้อย่างสำคัญ และประชาชนคนไทย ต้องใคร่ครวญกันให้ดี นั่นคืออดีตนายก ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า
        “...เมืองไทยเราจึงเป็นเมืองประหลาด มีเพลงชาติสองเพลง ร้องหรือบรรเลงเมื่อในหลวง (หรือผู้แทน) เสด็จ เรียกว่าสรรเสริญพระบารมี ในโอกาสอื่นใช้อีกเพลงหนึ่งเป็นเพลงชาติ บ้านเมืองอื่นเขามีเพลงเดียว เช่นอังกฤษซึ่งมีพระมหากษัตริย์เหมือนเรา เขาใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเท่านั้น...”
        เห็นไหมครับ ขนาดคนระดับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคิดว่าเพลงสรรเสริญพระบารมี คือเพลงชาตินั่นเอง
        คนไทยที่จงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคนั้น ต่างมีความรู้สึกเช่นเดียวกับท่านอดีตนายก ม.ร.ว.เสนีย์ฯ ผมเองก็รู้จักหลายท่าน ที่มีความเห็นคล้ายคลึงกัน กับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นักเขียนอย่าง “ฒ.ผู้เฒ่า”  หรือ คุณสรศัลย์ แพ่งสภา ผู้เขียน “ราตรีประดับดาว” “ญี่ปุ่นบุก” เป็นต้น
  
        การถ่ายทอดสดการร้องเพลงชาติไทย ตามตัวอักษรทีละจังหวัดนั้น ก็เหมือนกับทุกโครงการ ของรัฐบาลพรรคดักดาน ที่จะต้องมีเรื่องการใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ประหยัดเลยแม้แต่น้อย ตลอดจนมีกรณีใช้เงินหลวงอย่างผิดทิศทาง ทั้งยังมีเรื่องการทุจริตเข้าหูประชาชนคนไทยมิได้ขาด จนต้องพากันอุดจมูก ด้วยสะอิดสะเอียนต่อกลิ่นอายคอรัปชั่น ที่ตามมาหลอกหลอนพี่น้องร่วมชาติ ในทุกๆโครงการของรัฐบาลของพรรคดักดานดำเนินการ 
        จนผู้คนเขาต้องอุทาน ด้วยความแปลกใจว่า
        “ไอ้พวกนี้มัน ‘แดก’ กันเก่งจริงๆ!”
        ได้ยินแล้ว ให้เศร้าใจยิ่งนัก!!

        โครงการ “ห่วยๆ” อย่างเรื่องร้องเพลงชาตินี้ ก็ดันใช้เงินไปอีกหลายสิบล้านบาท บ้างก็บอกว่าใช้เป็นค่ายิงสปอตโฆษณาเพียง 30 ล้านบาทเท่านั้น บางคนก็บอกว่าเป็นร้อยล้าน แต่ผู้คนไม่สามารถล่วงรู้การปู้ยี้ปู้ยำเงินหลวง เพราะพรรคดักดาน ไม่กล้าเปิดเผยรายละเอียดของเงินที่ใช้จ่ายไป ให้กับประชาชนทราบแต่อย่างใด 
        นอกจากโครงการต่างๆของรัฐบาล จะไม่ได้ประโยชน์อย่างที่โม้กันไว้แล้ว “มุก” เรื่องชวนชาวบ้านร้องเพลง อย่างที่รัฐบาลนายอภิแสบคิดขึ้นมา และผมระบุเอาไว้ในตอนต้นว่าเป็น “มุกควาย” นั้น
        จึงอยากให้กระทรวงการต่างประเทศ เชิญท่านสมเด็จฮุนเซ็น ช่วยเป็นต้นเสียง ร้องเพลง “เขมรไล่ควาย” เพื่อเป็นเพลงนำ ในการไล่รัฐบาลของนายมาร์ค ที่มีเสนอแนวความคิดแบบ “กระบือๆ” อย่างนี้... 
        ออกไปให้พ้น จากการบริหารประเทศของเรา เสียที!
        บ้านเมืองเราจะได้ปลอดคอรัปชั่น เจริญก้าวหน้าเหมือนชาติอื่นเขาบ้าง!!

        ก่อนที่จะจบบทความในวันนี้ อยากจะกราบเรียนกับท่านผู้อ่านที่เคารพ ว่า
        การที่ให้ประชาชน ร่วมกันร้องเพลงในตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาเราเอาธงชาติลงจากเสา ผมดูแล้วมันพิกล เพราะหากจะถือกันในเรื่องโชคลาง ก็พอจะมองได้ว่า

        ปกติการที่เราชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา นั่นหมายความว่า เรามีอธิปไตยเหนือดินแดนนั้นๆ แต่การชักธงลงจากยอดเสา มาพับเก็บนั้น ในบางโอกาส กลับหมายความถึงการที่เราจะถอนตัวออกจากการครอบครองดินแดน เช่น 
        อังกฤษเอาธงยูเนี่ยนแจ๊คลง เมื่อวันมอบคืนเกาะฮ่องกงให้จีนแผ่นดินใหญ่ เป็นต้น หรือแม้แต่ชาติเราเองก็มีตัวอย่างให้เห็น คือ...
        จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็สั่งเอาธงชาติไทยลงจากปราสาทพระวิหาร เมื่อประเทศของเรา ต้องต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้คดีในชั้นศาลโลก จำต้องคืนปราสาทพระวิหาร ให้กับกัมพูชา 
        ผมยังจำได้แม่นว่า ท่านจอมพลฯคนสะดือแตก พูดออกวิทยุด้วยน้ำเสียงดุดันว่า
        “วันหนึ่งข้างหน้า ข้าพเจ้าจะเป็นคนไปชักธงชาติไทยขึ้นเสา เหนือเขาพระวิหาร ด้วยตนเองอีกครั้ง!”
        น่าสงสาร...จอมพลคนเมียมาก ไม่เคยมีโอกาสกลับขึ้นไปชักธงไตรรงค์เหนือปราสาทเขาพระวิหาร เพราะตายด้วยโรคม้ามเสียก่อน 
        หากท่านจอมพล “คนพันเมีย” อยู่มาถึงวันนี้ และมีโอกาสขึ้นไปบนเขาพระวิหาร ท่านก็จะได้เห็นเป็นที่ประจักษ์กับสายตาว่า

        บัดนี้ ใช่แต่ตัวปราสาทเปรี๊ยะวิหารเท่านั้น แม้แต่พื้นดินแผ่นทรายรอบองค์ปราสาท อาณาเขตพื้นที่ 4.2 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีข้อขัดแย้งกันเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน เดิมไทยกับเขมรเคยหาทางออกอย่างสันติ ถึงขั้นตกลงที่จะพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน แต่...
        เมื่อมาถึงรัฐบาลนายมาร์ค มุกควาย ซึ่งมีคนของพันธมาร ยึดกุมตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่...
        ...พื้นที่บริเวณที่เคยเป็นปัญหากัน นั้น

 
        ถึงวันนี้...รัฐบาลกัมพูชาของสมเด็จฮุนเซ็น ได้สถาปนาการปกครองเหนือดินแดนดังกล่าว ได้อย่างสมบูรณ์แบบและมั่นคงแข็งแกร่ง เรียบร้อยโรงเรียนขะแมร์ไปแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะ...
  
        ความไร้ฝีมือ ปนความโง่เง่าของนายกฯโลซก ที่บริหารบ้านเมืองล้มเหลว (เพราะทำงานไม่เป็น) กับไอ้รัฐบาล “แดกได้-แดกดี” นี่แหละ!

        จริงหรือเปล่าล่ะ!!?

...................


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
เศร้าจัง...

โดยคุณ messine 79.81.146.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
โอยย ผมทั้งจุกทั้งกระอักแทน ไอ้มาร์กหน้ามึนเลยครับพี่ สุดยอดๆๆๆๆๆ เขียนได้แทงใจดำสุดๆๆๆ 5555+

โดยคุณ muramashi2008@msn.com 124.121.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ประเทศเราคงอาภัพ ได้พวกอัปรีย์ ขี้โกง เข้ามาบริหาร ไอ้พวกนี้มันอดแห้งอดแร้งอยู่อย่างแร้นแค้นมานาน พอมีโอกาสก็แดกได้แดกเอาอย่างท่านอาจารย์ว่าจริงๆ

โดยคุณ แดกได้แดกเอา 58.10.36.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
เมื่อไหร่ ชนชาติไทย จะมีผู้นำที่แข็งแกร่งอีกสักครั้ง ดังเช่นเมื่อปีที่พรรคไทยรักไทยได้รับการเลือกตั้งมาบริหารประเทศ ทำให้เราได้อยู่ดีกินดี และก้อเป็นที่นับหน้าถือตาของต่างชาติต่างภาษา เพื่อนบ้านเราก้อเกรงใจเรา เพราะเราช่วยเหลือเค้าไว้อย่างมากมาย เป็นเพราะนายกที่มาจากพรรคไทยรักไทย ใช่หรือไม่ ขอให้เราพ้นสภาพนี้อย่างเร็วที่สุดด้วยเถิด

โดยคุณ กุนซือมังกร 125.24.89.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
เสียใจที่รัฐบาลเปตรๆชุดนี้มาบริหารบ้านเมือง ต้องเรียกว่า รัฐบาลชุดแดกได้แดกดีและแดกด่วน หรือจะว่าชุดกุ๊ยครองเมืองก็ได้

โดยคุณ mango.teen2009@hotmail.com 180.183.179.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
"ดกทั้งระแบบ"= "แดกทั้งระบบ"

โดยคุณ กลัวสิ้นชาติ 125.25.14.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
หนังสือพิมพ์บอกคะแนนนิยมหลังเยี่ยม ยายไฮ ที่อุบลแซงทักษิณขาดลอย โอย ประเทศไทย ไปกันใหญ่แล้ว ปล่อยให้ โดยปู้ยี่ปู้ยำกันได้ขนาดนี้

โดยคุณ vivo 203.170.177.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
แดกกันทุกรูขุมขนจริงๆ ขอให้พวกมันจงฉิบหาย อย่าได้มีความเจริญเลย ....สาธุ

โดยคุณ เสื้อแดงลาดกระบัง 198.175.151.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ไม่ต้องร้องเพลงชาติ ก็เป็นคนรักชาติได้ครับ ความรักชาติมันอยู่ในสายเลือดของทุกคนในระบอบประชาธิปไตย(ที่เคารพกฏ กติกา และความถูกต้อง)อยู่แล้ว ไอ้รัฐบวมชุดนี้มันชอบด่าว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นพวกไม่รักชาติ ไม่รักสถาบัน แล้วอยากย้อนถามกลับไปเหมือนกันว่า การที่ต้องเกณฑ์คนมาเข้าแถวเคารพธงชาติ เป็นการกระทำที่รักชาติมากเลยใช่ไหม ในทางตรงข้ามกลับเป็นการสร้างภาระให้กับพวกเขาเหล่านั้นซะมากกว่า แทนที่จะได้กลับบ้านเร็ว แต่กลับต้องมารอเข้าแถวเคารพธงชาติ เฮ้อ! ระอากับความสิ้นคิดของไอ้รัฐบวมสิ้นคิดพวกนี้จริงๆ ไอ้พวกชอบผลาญภาษี และงบประมาณแผ่นดินอย่างน่าทุเรศที่สุด

โดยคุณ BIG/NPT 125.27.212.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
มาร์ก เทพเทือก เทพไท ไปตายซะ เผาพริกเผาเกลือเลยเพ่น้อง

โดยคุณ แดงโคตๆ 119.31.88.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ผมมาอ่านเมื่อวันที่ 6 ธันวา 2552 หลังจากเห็นภาพนายอภิสิทธิ์ร้องเพลงชาติไทยต้องมีโพย ดูแล้วขำดี มีคนเขียนว่าสงสัยเป็นเพราะร้องได้แต่เพลงชาติอังกฤษ GOD SAVES THE QUEEN ขอให้ GOD DAMN นายอภิสิทธิ์และพรรคพวกที่ยำประเทศจนเละ

โดยคุณ รักสงบ รบไม่ขลาด 124.120.229.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
iIv953 <a href="http://mqeydonzieby.com/">mqeydonzieby</a>, [url=http://eipfmdknplzh.com/]eipfmdknplzh[/url], [link=http://uppsnicrvoju.com/]uppsnicrvoju[/link], http://frqozxoicgbh.com/

โดยคุณ cheqcoiqs 201.20.18.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
รูปอภิแดกข้างบน มันเหม็นอะไรหรือครับ สงสัยเหม็นกลิ่นปากตัวเอง

โดยคุณ ???? 203.155.40.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER