หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ผู้บัญชาการวัดโสธรฯ VS เจ้าอาวาสสำนักงานตำรวจฯ
หัวข้อ : ผู้บัญชาการวัดโสธรฯ VS เจ้าอาวาสสำนักงานตำรวจฯ เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ผู้บัญชาการวัดโสธรฯ VS เจ้าอาวาสสำนักงานตำรวจฯ

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ในฐานะที่ผมเป็นชาวพุทธ ที่มีความห่วงใยในพระศาสนาเช่นเดียวกับพุทธศาสนิกชนทั่วไป เคยเขียนเรื่องธรรมะก็หลายหน บางครั้ง “ของขึ้น” ก็เขียนเตือนพระดังๆ เช่น 
        บางรูปเอาเรื่องที่พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสสอน แต่ตุ๊เจ้าก็นำเอามากล่าวตู่ ทำให้ผู้คนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นพระพุทธพจน์ อย่างนี้ก็ต้องต่อว่ากัน เพื่อไม่ให้กล่าวอย่างนั้นอีก หรืออย่างกรณีที่พระไปแสดงความเห็นทางการเมือง ต่อหน้าสาธารณะ ร่วมกับไอ้พวกยึดอำนาจไปจากประชาชนบนเวทีเดียวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมกับสมณะสารูป และยังเปนการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ในเรื่อง “ติรัจฉานกถา”  ก็ต้องเตือนกันแรงๆ อย่างนี้เป็นต้น
        การที่ต้องทำลงไป ก็ด้วยความประสงค์ดี เพราะแค่มุ่งสกัดฝีใต้รักแร้ของพระรูปนั้น เพื่อที่จะได้ไม่เดินข้อกาง วางก้าม จนเตลิดเปิดเปิง ออกนอกลู่นอกทางพระธรรมวินัย “เสียพระ”  ไปเสียก่อน
ก็เท่านั้นเอง!

        เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ยินข่าวเรื่องวัดโสธรวรารามวรวิหาร มีปัญหาเรื่องแต่ตั้ง “เจ้าอาวาส”  เหมือนกรณีที่รัฐบาลยังหาผู้นำองค์กรของผู้รักษากฎหมาย คือ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” ยังไม่ได้

content/picdata/185/data/photo_sotorn2.jpg

เหรียญหลวงพ่อโสธร 80 ปี กรมตำรวจ

        ด้วยความห่วงใยพระศาสนา อย่างที่เล่าให้ฟัง พอมีเรื่องพระลูกวัดโสธรฯ เดินขบวนไปธนาคารกสิกรไทย ฉะเชิงเทรา เพื่อขอให้ระงับการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีของวัด และเป็นข่าวดังอื้ออึงขึ้นมา วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันทำงานตามปกติ ผมเห็นว่าการเดินทางจะสะดวกดีกว่าวันหยุด จึงขับรถไปแปดริ้วเพื่อหาข้อมูล
        ไปถึงเที่ยงพอดี จึงไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน
“ป้าหนู” ในตลาดบ้านใหม่ ที่เป็นร้านเก่าแก่ในเมืองแปดริ้ว อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง จนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ซื้อแปะก๊วยมะพร้าวอ่อนจากร้านดัง ที่อยู่ใกล้ๆกัน ไปเป็นของฝากเพื่อนฝูงที่กรุงเทพแล้วย้อนกลับแล้วเลยไปที่วัดโสธรฯ 
        เมื่อเข้าไปในพระวิหาร เห็นองค์หลวงพ่อพุทธโสธรที่บูรณะแล้ว ก็มีความรู้สึกแปลกๆ เพราะดูเหมือนหลวงพ่อท่านจะดู “หนุ่ม” กว่าที่เคยเห็นเป็นกอง อาจเป็นเพราะพระพักตร์เพี้ยนไปไม่เหมือนเดิ
ม 
        ช่างกรมศิลป์เขาบอกว่า เป็นเพราะผู้ศรัทธาปิดทองที่พระพักตร์หนาไปนั่นเอง!

content/picdata/185/data/photo_sotorn3.jpg

หลวงพ่อโสธร 80 ปี กรมตำรวจ

        จึงต้องบอกพี่น้องทั้งหลายว่า เวลาท่านจะปิดทองพระพุทธรูป โปรดอย่าปิดตรง “พระพักตร์” เพราะนานๆเข้าทองมันเกาะจับตัวเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำหนาขึ้น พอถึงคราวบูรณปฏิสังขรณ์กัน ช่างเขาจะทำด้วยความลำบาก ด้วยปัญหาอยู่ตรงที่
        เมื่อทำแล้วเสร็จพระพักตร์จะออกมาไม่เหมือนเดิมนัก คือมีเพี้ยนบ้างเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะพิษทองที่เกาะพระพักตร์นั่นเอง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เขียนมองว่า
        หลวงพ่อท่าน...หนุ่มขึ้น! 
        อย่างไรก็ตาม ก็ชื่นใจที่ได้กราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง หลังจากที่เข้าไปนมัสการไม่ได้เป็นปีๆ เนื่องจากทางการเขาปิดซ่อมนานทีเดียว
        ที่น่าสังเกต ตอนที่เข้าไปในวิหาร เห็นทหารมาตั้งกองรักษาการณ์อยู่ ก็สงสัยไต่ถามได้ความว่า ทางวัดกำลังมีปัญหาเรื่องเจ้าอาวาส ทางจังหวัดคงเกรงจะมีใครมาก่อกวน ทำความไม่สงบให้กับพระอารามหลวงแห่งนี้ จึงขอกำลังทหารไปช่วยดูแล ก็เป็นการช่วยเหลือเจ้าพนักงานตำรวจอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็เป็นการช่วยกันทำความดีร่วมกัน

        วัดโสธรฯนั้น ร้างเจ้าอาวาสมาเกือบนาน 5 ปี มีแต่พระภิกษุมาทำหน้าที่รักษาการณ์เจ้าอาวาส และหมดหน้าที่แล้ว เจ้าคณะจังหวัดเสนอตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ ก่อนครบกำหนดระยะเวลา 5 ปี ซึ่งก็เป็นไปตามกฎหมาย พระรูปที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นเจ้าอาวาสวัดสำคัญ คือ พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน ซึ่งปัจจุบัน เป็นเจ้าคณะอำเภอบางปะกง 
        คนแปดริ้วที่ผมรู้จัก ก็บอกว่าท่านมีศีลาจารวัตรงดงาม มีความตรงไปตรงมาในเรื่องการเงินนัก 
        เขาเล่าให้ฟังว่า ขนาดตัวท่านเองมีมรดกจากโยมบิดาซึ่งเป็นคหบดี ท่านเจ้าคุณก็ยังขายเอาเงินมาสร้างวัดตั้งหลายสิบล้านบาท วัดท่าสะอ้านของท่านจึงสวยงาม สะอาดร่มรื่น เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวบ้านบางปะกง และจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย
        บางคนก็หาเรื่องติว่า อายุท่านมากแล้ว จะมาบริหารอะไรไหว แต่ในสายตาของผมแล้ว ท่านเจ้าคุณฯรูปนี้ อายุก็น้อยกว่าท่านประธานองคมนตรีตั้งครึ่งรอบ ตัวท่านประธานนั้น ไม่ได้มีตำแหน่งเดียว ยังเป็นประธานอะไรต่อมิอะไรตั้งหลายอย่าง รวมทั้งธนาคาร (ตอนนี้ลาออกแล้ว) ท่านทำงานไม่ได้หยุดหย่อน บางทีก็เดินสายไปพูดให้เหล่าทหารลูกป๋าฟัง แถมวันดีคืนดีท่านครึกครื้นด้วยอารมณ์ศิลปินย ก็ยังไปเขย่ากระเดือกครวญเพลงด้วยเสียงสั่นเทิ้มริกๆ 
        ขยี้รูหูผู้คน ให้ระคายเคืองเล่นอีกด้วย...แน่ะ!

        สำหรับท่านเจ้าคุณพิพิธฯนั้น ทั้งพระและตำรวจในจังหวัดนั้น ก็ยืนยันว่า ท่านยังแข็งแรง ยังดำเนินกิจการของคณะสงฆ์ได้สมบูรณ์เต็มพิกัด แต่พระลูกวัดโสธรไม่ชอบ มีเสียงพูดในทำนองว่า 
        “เอาไก่ป่า มาปกครอง ไก่บ้าน”
        ช่างเปรียบเปรยกันดีเหลือเกิน ไม่ยักคิดว่า หากผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร รูปที่คัดค้านออกมาในทำนองนี้ ถ้าบุญมาวาสนาส่ง ได้รับการแต่งตั้งให้ได้รับการแต่งตั้ง ให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้านบ้าง จะมีเสียงคัดค้านว่า “เอาไก่บ้าน มาปกครอง ไก่ป่า”  หรือไม่นั้น
อยากรู้จริงๆ!

        ขออนุญาตเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ตลอดเวลาที่เขียนคอลัมน์มาหลายปี เคยเขียนไว้หลายครั้งว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะตำรวจนั้น จะต้องเป็นกำลังสำคัญให้พระศาสนา ช่วยกันกำจัดเหลือบ ที่แฝงมาในรูปพระหรือฆราวาสออกไป เพราะจะปล่อยให้พระท่านทำฝ่ายเดียว พลังอาจไม่พอ  ต้องมีทางบ้านเมืองเข้าร่วมด้วย รูปใดที่มีความประพฤติไม่อยู่กับร่องกับรอย ก็ต้องรีบจัดการให้พ้นจากความเป็นพระไปเสียโดยเร็ว อย่าปล่อยให้เกาะผ้าเหลือง เป็นที่มัวหมองเป็นมลทินกับพระศาสนาของเราเลย

        ปัญหาเรื่องตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯนั้น ผมไม่กังวลเท่าใดนัก แต่ที่น่าเป็นห่วงมากเพราะมีกรณีคล้ายๆกันอยู่บ้าง ก็คือเรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่ก็เริ่มปีงบประมาณใหม่มาเดือนครึ่งแล้ว ยังหาตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้...
        ทุเรศมาก!
 
        การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาต่างกัน คือดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องผ่านคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมา มี ก.ตร. คือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ
        ขณะนี้ภายใต้การบริหารอันไม่เข้าท่า ของรัฐบาลโลซก ซึ่งมีนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม เป็นผู้นำ ยังเลือกผู้จะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.ไม่ได้ การประชุมล้มคว่ำไป 2 ครั้งสองครา
        คณะกรรมการ ก.ตร. ซึ่งนายอภิแสบฯ ได้มอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ดำเนินการแทนตน (ซึ่งก็ยังมีปัญหาในข้อกฎหมายว่า มอบอำนาจแทนได้หรือไม่ เพราะยังไม่มีกรณีขึ้นศาลปกครองให้ชี้ขาดกัน) การประชุมล้มคว่ำไปถึง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายนี้ล้มหงายเก๋ง เพราะมีการเอานามบัตรมาแฉว่า ทั้งกรรมการ ก.ตร.นั่นแหละตัวดี ที่ฝากเด็กในคาถาของตัว และนักการเมืองอีกนั่นแหละ ที่เข้าแทรกแซงการดำเนินการของข้าราชการ โดยนักการเมือง
        การแฉอย่างนี้ คงไม่มีน้ำหนัก ถ้าผู้ที่ออกมาแฉไม่ได้ชื่อ “ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์” ซึ่งถ้าเทียบความซื่อสัตย์ กับ “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” แล้ว ประชาชนคงให้คำตอบได้ดี แต่อย่าไปถาม A-BAD POLL (เอแบดโพล) เข้าล่ะ เดี๋ยวมันเอาผลการสำรวจ “โลซก-ยกเมฆ” มาให้ (ไอ้โพลตัวนี้มัน “แสบ” ดีนัก จะขุดเบื้องหลังของมัน ออกมาให้ท่านผู้อ่านฟังอย่างถึงกึ๋นเสียที คอยตามดูก็แล้วกัน!)
   
        เรื่องการแต่งตั้งตำรวจนั้น ผมไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องวิพากษ์วิจารณ์อะไร แต่ก็ได้เคยเตือนเอาไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ 14 สิงหาคม 2552 ในบทความของผมชื่อ
        “เหตุปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาล...ประชาธิปัตย์ ฟังให้จงดี!?”  
        ซึ่งผมได้กล่าวว่า หากมีการปฏิวัติรัฐประหาร หากเทียบเอาเหตุผลแล้ว คนที่จะก่อการครั้งใหม่ จะมีเหตุผลในทำนองเดียวกับที่ใช้อ้างในการโค่นรัฐบาลทักษิณ 
        เหตุผลที่ว่านั้น จะมีหลักฐานแน่นหนา ดีกว่าด้วยซ้ำ!
        ผู้เขียนได้เล่าให้ฟังว่า แค่เปลี่ยนตัวผู้บังคับการตำรวจจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ก็แพ้เลือกตั้งนายกฯ อบจ. แบบหงายเก๋งส้นสูงชี้ฟ้า ถลกกระโปรงปิดไม่ทันด้วยซ้ำไป!
        ในคอลัมน์ดังกล่าว ผมให้ข้อมูลเพิ่ม อีกด้วยว่า

        ...ดังนั้น เมื่อพรรคดักดานวิ่งราวอำนาจ เข้ามาสู่การบริหารได้อย่างพลิกขั้ว พรรคประชาธิปัตย์จึงเล็งเห็นความจำเป็น ที่จะต้องพยายามคุมองค์กรตำรวจ ไว้ในอุ้งมืออุ้งตีนให้ได้ ซึ่งหลังจากที่มีการเสนอแต่งตั้งตามโครงสร้างใหม่ และมีการพิจารณาโผโยกย้ายนายตำรวจตั้งแต่ผู้บังคับการขึ้นไป เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เกิดมีการร้องเรียนขึ้นมาว่า ไม่มีความเป็นธรรม มีการรับเงินรับทอง ซึ่งนายมาร์ค มุกควาย ก็ดูจะบ้าจี้ตามไปด้วย และฝ่ายการเมือง มีความพยายามเข้าแทรกแซงการแต่งตั้งที่แล้วเสร็จไป โดยให้โยนกลับมาให้คณะกรรรมการข้าราชการตำรวจ พิจารณาอีกครั้ง แต่ทาง ก.ตร. ก็ยังยืนยันตามโผเดิมกลับไปอีก   
        ตรงนี้อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง เพราะข่าวลึกๆ เขาบอกว่า
        ไอ้พวกเปเปอร์ติดผนังที่จองหองพองขน ทำตัวเป็นรัฐมนตรีแอบสั่งราชการ ไปเจรจากับทางฝ่ายตำรวจ โดยไม่ผ่านผู้ที่ทำหน้าที่ประธาน ก.ตร. ซึ่งก็อยู่พรรคดักดานด้วยกันนั่นแหละ เพราะถือว่า ตัวอยู่ใกล้ชิดกับมิสเตอร์มุกควายอยู่แล้ว โดยไอ้เปเปอร์มันจะเอาน้องชายของนายดาบตำรวจคนสนิทตัว ไปเป็นผู้บังคับการสืบสวน กองตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานตามโครงสร้างใหม่      
        ไม่น่าเชื่อว่า ไอ้รัฐมนตรีแอบสั่งราชการนั้น มันไม่ได้ทำการบ้านมาเลย เพราะคนที่เข้าคิวเป็นผู้บังคับการกองเกิดใหม่ ในหน่วยงาน ตม.นั้น เขาเคยเป็นนายตำรวจติดตามคนโต ระดับอดีตนายกฯของพรรคตัวมาก่อน เพราะเหตุนี้เอง คนที่ไอ้เศษกระดาษติดผนัง หมายมั่นปั้นมือจะเอาตำแหน่งใหม่ที่มีอำนาจมากไปประเคนให้ เพื่อเป็นความสะดวกสำหรับตัวเอง ในการขยายฐานอิทธิพล รวมทั้งแผ่บารมีไปควบคุมด่านชายแดนต่างๆทางภาคใต้ ก็มีอันต้องชวดฉลูขาลเถาะ ไปตามระเบียบ  
        เท่านั้นแหละครับ อาการตีโพยตีพายก็ออกมาทันที มีการกล่าวหาว่ามีการรับเงินรับทองในการโยกย้ายตำรวจ พอเขาคาดคั้นจะเอาหลักฐาน มันก็ไม่มีให้
        ...ดูไอ้ทุเรศมันทำ!
        อยากจะบอกให้พรรคดักดาน เตือนลูกพรรคเอาไว้ให้ดี เพราะตอนนี้วงการเขาพูดกันมากว่า คนอย่างไอ้เศษกระดาษปะข้างฝา มันไม่มีหลักฐาน เอาแต่พูดลอยๆ เพื่อล้างแค้นฝ่ายตำรวจ ที่เขาไม่ยอมให้มันแหกหักเข้าไปเอาตำแหน่งให้พรรคพวก      
        เรื่องมันเลย...ออกมาในรูปนี้! 
       
        พวกตำรวจเขาบอกกับผมว่า จะช่วยกันส่งข้อมูลที่ไอ้หอกนี่มันทำแบบซ่อนเร้นเอาไว้ มาให้เปิดเผยกันในไม่ช้า คอยติดตามก็แล้วกัน    
        โผตำรวจจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ไม่นานคงรู้กัน แต่ผมจะเก็บข้อมูลจากตำรวจปักษ์ใต้ ที่มีการจ่ายเงินให้นักการเมืองไปวิ่งเต้นเอาตำแหน่งแห่งที่ และจะเอาออกมาตีแผ่ให้แฟนๆคอลัมน์ได้อ่านกัน รับรองว่า
            
        ยี่ห้อ “วาทตะวัน” ถ้าจะเจาะเอาข้อมูล เป็นต้องสนุกสนานอย่างที่เคยทำเรื่อง “ยัยเป็ด หัวยักษ์” เรียกว่าถึงขั้นทำเป็น “วิทยานิพนธ์แห่งความจังไร!” ของไอ้พวกนักกินเมืองเลวชาติยำหมาได้เลย!!...
 
        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ 
        การที่ต้องนำคอลัมน์เก่า มาเสนอให้ดูยาวๆหน่อยนั้น เพราะผมมีข้อมูลล่วงหน้ามาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนามบัตรฝาก การพูดจาทางโทรในลักษณะข่มขู่ บีบคั้น แต่หลักฐานอย่างนามบัตรที่ค่อยๆปล่อยมาสู่หน้าหนังสือพิมพ์ ที่ผมบอกเอาไว้เกือบ 3 เดือนล่วงหน้า ก่อนความอัปรีย์ จะแตกโพละ! มาสู่สายตาพี่น้องประชาชนพร้อมหลักฐานของไอ้นักการเมือง ที่มันจุดประเด็นขึ้นมา แต่แล้วกลับกลายเป็นหอกย้อนแทงทั้งตัวเอง และไอ้รัฐบาลโลซกที่พรรคมันเป็นตัวนำด้วย
 
        ที่ยำหมาอีกเรื่อง คือ มีกรรมการบางคน ใน ก.ตร.ที่ถูกฉีกหน้า ว่าตัวเองนั่นแหละ เป็นผู้ฝากฝังตำรวจเสียเอง โดยเขียนจดหมายเป็นหลักฐานตามที่เขานำมาเปิดโปง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม และขัดต่อหลักธรรมาภิบาล และจริยธรรมเป็นอย่างยิ่ง
        ผมขอชี้ประเด็นข้อกฎหมายชัดๆ อย่างที่ไม่เคยมีสื่อไหนลงมาก่อน นั่นคือ
        มีกฎหมายสำคัญ อีกฉบับหนึ่งคือ มาตรา 16 พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้กรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครอง ซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการผู้นั้นจะทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้นไม่ได้
        กรรมการ ก.ตร.ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในทางไม่ดีไม่งาม ตามที่ร.ต.อ.ปุระชัยฯแถลง ก็คือ ดันเป็นผู้ทำตั๋วฝากเด็กในคาถาเสียเอง แล้วอย่างนี้ จะด้านหน้าอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อตัวเองการ ทำผิดกฎหมายเอง แต่ดันเสือกออกมาพูดอีกว่า 
        “ใครๆเขาก็ฝากกัน ทั้งนั้น!” 
        เมื่อคณะกรรมการ ก.ตร. ที่ตำรวจเลือกเข้ามา หวังเป็นที่พึ่ง ของพวกเขา กลับมาทำเสียอย่างนี้ มีตำรวจคนหนึ่ง เขาพูดให้ผมได้ยินว่า  
        “กูอุตส่าห์เลือกมา แม่ง!...กลับมาทำเอี้ยซะเอง!!” 
        ฟังอย่างนี้แล้ว จะยังหน้าด้านอยู่กันต่อไป ก็เชิญตามสะดวก!! 
        (ก่อนส่งต้นฉบับ เขาบอกว่าประธานฯ กลั่นกรอง ต่อมความอับอายทำงาน เพราะลาออกไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าลาออกจาก ก.ตร.ด้วยหรือเปล่า!)
        สำหรับปัญหาที่จะต้องพิจารณากันในขั้นต่อไป คือการดำเนินของ ก.ตร.ที่เกี่ยวกับกรณีแต่งตั้ง ซึ่งดำเนินมาก่อนหน้านั้น จะเสียไปทั้งหมดหรือไม่? โดยส่วนตัวผมเห็นว่า
        น่าจะมีการไปชี้ดำชี้แดงให้เห็นกันในศาลปกครอง ซึ่งตอนนี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนหนึ่ง ก็ตั้งสำนวนฟ้องร้องนายมาร์ค มุกควาย เรื่องการแต่งตั้งผู้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปดอกหนึ่งแล้ว 
        กระแทกมันเข้าไป อีกสักดอก ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่!!!

        ระหว่างที่ผมร่างบทความนี้ ได้ข่าวว่ามหาเถรสมาคม ผ่านมติแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องของไทยโปลิสยังไม่เรียบร้อย มิหนำซ้านายมาร์ค มุกควาย ซึ่งตัวเองทำ ก.ตช.ล่มมาสองครั้งสองครา ยังดันทะลึ่งมีหน้าไปบอกนาย “เทพเทือก” (ตำรวจปักษ์ใต้ แอบเรียกว่า “เทพ หน้าถ่าน”) ว่าจัดการเรื่องการแต่งตั้งของ ก.ตร.ให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นจะมานั่งเป็นประธานซะเอง...แน่ะ
        อยากให้ลูกน้องนาย “เทพ หน้าถ่าน”  ลองย้อนถามนายมาร์ค มุกควาย ไปบ้างว่า 
        “ถ้าเอ็งมานั่งแล้ว ‘ล่ม’ อีก ทำยังไงดีล่ะ?” 
        การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ทำให้เห็นความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารของรัฐบาลโลซก กลายเป็นตัวตลก ตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน วิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงไป แต่ตัวนายมาร์ค มุกควาย มันกลับไม่รู้จักอับจักอาย หน้าด้านเอาสีข้างเขาถูไปวันๆ
        นายตำรวจคนหนึ่ง ออกความเห็นผมว่า

        “เรื่องวัดเรียบร้อยเร็วดี คนแปดริ้วเขาก็ได้ “ผู้บัญชาการ
วัดโสธรฯ”
แล้ว แต่ “เจ้าอาวาสสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” นั้น จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มี...”...เขาถอนใจใหญ่ ก่อนถามความเห็นผมว่า
        “...อาจารย์ว่า ชาตินี้ตำรวจจะได้ ‘เจ้าอาวาส’ ไหมครับ!?
 
        เออ! เข้าใจถามแฮะ!!

*************

***หมายเหตุ 
        คอลัมน์การเมือง ของไทยรัฐฉบับวันอังคารที่ 10 พ.ย.2552 คงเหลืออดเหลือทน กับรายการ “แดกได้-แดกดี” ของรัฐบาลนี้ ถึงกับพูดออกมาตรงๆว่า รัฐบาลโลซกของนายมาร์ค มุกควาย นั้น
        “...กลายกระแสความล้มเหลวด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เสียงวิจารณ์ยุทธศาสตร์ไทยเริ่มไม่เข้มแข็งตามเป้าที่วางไว้ แถมยังแทรกคิวด้วยข่าวทุจริต 
        ไหนจะปมวุ่นๆในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่แย่งกันเสียบโพย
        รับค่ามัดจำเก้าอี้บิ๊กสีกากีกัน...ปากมันแผล็บ...”

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        ไม่แค่ผมหรือไทยรัฐเท่านั้น ที่พูดจากแรงๆแบบนี้ แต่ตำรวจปักษ์ใต้เขาพูดกันว่า ที่นักการเมืองไปเก็บเงินพวกอยากได้ตำแหน่ง ตั้งแต่ราคา 1 ล้านอัพนั้น เวลานี้โผโยกโผย้าย มันเริ่มจะกลายเป็น  
        “โผโยกย้วย” 
        ก็เพราะมัน “ย้วยไป ย้วยมา” หาความแน่นอนไม่ได้ 
        ...รายการทวงเงินจ่ายล่วงหน้า จึงเริ่มกันแล้ว!
        อีกไม่นานหรอกครับ หางใครที่ “แดงโร่” ขึ้นมาก่อน คงจะได้นำมาโชว์ให้ท่านผู้อ่าน 
        ได้สะใจกัน
        ตอนนี้ เขาบอกว่าไอ้พรรค “ดักดาน แต่...แดกดี” มันกำลังกลุ้มใจ
        ...ครับท่าน!!!


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
หวังว่าคราวนี้ พรรคดักดานคงอยู่ในแผ่นดินนี้อีกไม่ได้ ขอให้หายไปกับความShip หายของพวกมันเอง ขอให้พวกดักดานอย่าได้ผุดได้เกิดเรย สาธุ๊ๆๆ

โดยคุณ กุนซือมังกร 125.24.80.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
มันเลยปลุกกระแสคลั่งชาติ,หมิ่นเพื่อกลบข่าวหละครับ

โดยคุณ Yang Wenli 119.46.60.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ควรเปลี่ยนผู้มาเป็นคณะ ก.ตร.ใหม่ เมื่อไอ้พวกรอง ผบ.ตร.มาเป็นแล้วขี้ขลาดกลัวนักการเมือง ไม่เถียงแย้งในการทำผิดของนักการเมือง ควรให้ ตร.ทุกชั้นยศเป็นผู้เลือก ก.ตร. โดยไม่จำกัดยศ ไอ้นายพลไม่ได้ดีกว่ายศอื่นหรอก บางคนเห็นทำตัวเหมือนหมาตามเกวียน

โดยคุณ เอาซะบ้าง 118.172.225.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ทำอย่างไร จะคัดเลือกได้คณะ ก.ตร. ที่ไม่ทำตัวเหมือนหมาตามเกวียนได้

โดยคุณ เบื่อมึง 118.172.225.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
น่าสงสารตำรวจไทย จริง ๆๆ งบประมาณปีนี้ ก็ถูกลด ตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าเอาไปเพิ่มให้ชุดพรางหรือป่าว อิอิ บุญคุณต้องทดแทน อาจารย์คิดเหมือนผมไหมครับ คนเลว สักวันหางมันต้องโพล่ บ้านเมืองเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองถึงรอดมาได้จนทุกวันนี้

โดยคุณ คนรักชาติ 58.9.187.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ messine 93.12.236.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ติดตามท่านวาทฯ มาพอสมควร ชอบครับชัดเจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋ รออ่านบทความของท่านวาทฯ มาตลอด ชนิดเป็นแฟนตัวยงเลยแหละ ขอบคุณสำหรับข้อมูล

โดยคุณ ฝ่ามือเหล็ก : kanomchan26@hotmail.com 124.121.86.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
มันเป็นนโยบายของรัฐบาลอภิศพต้องการให้ตำรวจใส่เกียร์ว่าง จะได้มีการจำหน่ายยาเสพติดมากขึ้น เนื่องจากพรรคประชาธิเปรต มันเป็นแนวร่วมขบวนการค้ายาเสพติด ขบวนการที่กระทำผิดกฎหมาย เช่น พวกค้ายาเสพติด หวยเถื่อน น้ำมันเถื่อน สินค้าเถื่อน รวมทั้งฉ้อโกงหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ ๒๕๘ ล้านมันก็เอา พรรคประชาธิเปรตเป็นรัฐบาลทีไรยาเสพติดระบาดทันที หวยเถื่อนระบาดทันที ขบวนการฉ้อโกงทั้งหลายเบ่งบานทันที ขบวนการวิ่งเต้นฉ้อโกงตำแหน่งของตำรวจเบ่งบานทันที โจรขโมยก็เบ่งบานทันที สังคมประเทศชาติเละเทะ สมควรแล้วที่อภิศพมันโดนปาขี้ใสหน้ารถที่ จว.อุบล และที่บ้านของอภิศพเจอขี้อีกสี่ถุง คนที่ชอบปาขี้คราวหน้าเล็งพิกัดให้ดีอย่าให้พลาดใบหน้าหล่อๆให้กลายเป็นหน้าเหม็นสักที ผมจะปรบมือให้และยกให้เป็นวีรบุรุษ/วีรสตรีที่แท้จริง...ผมเห็นข่าวเกียวกับตำรวจจับยาเสพติดได้ที่ละจำนวนมาก แล้วออกมาแถลงข่าวเพื่อเอาหน้าและเอาผลงานเห็นแล้วเศร้าใจ มันแสดงให้เห็นว่ายิ่งจับมากก็ยิ่งระบาดมาก มันไม่ได้ปราบปรามอย่างแท้จริงเหมือนที่นายกทักษิณทำ เป็นเพียงเลี้ยงไข้เล่นละครเอาหน้าเอาผลงานเท่านั้น ยาเสพติดไม่ได้ลดลงเลย..จริงไหมครับท่านวาทตะวัน...ท่านนายกทักษิณประกาศสงครามกับยาเสพติดทำworkshop กำหนดผู้รับผิดชอบคือผู้ว่าผู้การผู้กำกับแล้วฟังเสียงสะท้อนของประชาชนว่าจังหวัดไหนมียังมียาเสพติดอยู่หรือไม่ คาดโทษผู้ว่าผู้การผู้กำกับถ้ายังมึต้องย้ายผู้ว่าผู้การผู้กำกับถือว่าไม่มีผลงานเอาไปอยู่ในตำแหน่งอื่นไป หรือเออรีออกไปอย่าอยู่ให้เปลืองเงินเดือนที่เป็นภาษีราษฎรอีกต่อไป ถ้าปราบปรามได้ก็ให้รางวัลเหมือนกับจังหวัดกาฬสินธุิ์ที่กล้าประกาศจังหวัดแรกที่ไม่มียาเสพติด และไม่มีจริงๆโดยฟังเสียงสะท้อนของประชาชน..การปราบปรามยาเสพติดต้องมีการสูญเสียชีวิตผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ค้ายาผู้เสพ และชีวิต จนท.ตร.ด้วย..นายชวน หลบภัย มักจะอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนของผู้คัายาเสพติด ซึ่งเป็นการอ้างเข้าข้างคนทำผิด นายชวนเป็นแนวร่วมผู้ค้ายาเสพติดอย่างแท้จริง พอพรรคประชาธิเปรตมาเป็นรัฐบาลยาเสพติถึงได้ระบาดเบ่งบานอย่างเต็มที่อีกครั้งหนึ่ง น่าเศร้าใจคนไทยก็ติดยาเสพติดต่อไป...คนเสื้อแดงๆ ๆ ๆ ๆช่วยกันไล่มันออกไป ออกไป ออกไป ออกไป

โดยคุณ psangrueng@gmail.com 58.8.229.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
คนเรามองที่ความชอบไม่ได้มองที่ความถูกต้อง

โดยคุณ ลุงดี 110.49.205.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER