หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ขุนศึกการข่าว-ขุนศึกการ...‘ขี้’!!!?
หัวข้อ : ขุนศึกการข่าว-ขุนศึกการ...‘ขี้’!!!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ขุนศึกการข่าว-ขุนศึกการ...‘ขี้’!!!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความเรื่อง ครบรอบ
1 ปี รัฐบาลโลซก ต้องยก ‘หรีด’ มาให้!!!
เพื่อดักหน้าการแถลงข่าวของรัฐบาล ซึ่งคงได้ผ่านสายตาท่านไปแล้ว นั้น 
        บทความดังกล่าว ได้นำเสนอหลักฐานที่มีน้ำหนัก เช่น ถ้อยคำของบุคคลสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์เอง อย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. ที่จวกรัฐบาลพรรคเดียวกันอย่างรุนแรงเสมือน “ขาดวิสัยทัศน์” ในการบริหารราชการงานแผ่นดิน อีกทั้งบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวต่างประเทศ ต่างปลงใจชี้นิ้วไปในทิศทางเดียวกันว่า รัฐบาลไทยปัจจุบันนั้น  
        เป็นรัฐบาลที่...ล้มเหลว! 
 
        นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม แห่งรัฐบาลโลซกเกิดตกใจ
ลนลานออกมาปฏิเสธเสียงสั่นว่า นอกจากไม่ได้ล้มเหลวแล้ว ยังบริหารได้ดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้งอีกด้วย
        อืมม์...ยังด้านชมตัวเอง ขนาดนั้นเลย!  
        ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันถอนใจ เพราะพวกเขาไม่ได้กินหญ้า และมีวิจารณญาณที่จะตัดสินได้เอง โดยไม่ต้องไปชี้นำ
อีกทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ ทั้งภายในและต่างประเทศ ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ
        รัฐบาล “สอบตก” อย่างไม่เป็นท่าในการบริหารประเทศ 
        นี่เอง ที่รัฐบาลโลซกจึงต้องอาศัยสำนักโพลต่างๆ เข้ามาเป็น “ตัวช่วย” โดยสำนักโพลที่ประชาชนไม่ได้ความเชื่อถือ จำใจกล้ำกลืนให้คะแนน ว่ารัฐบาล “สอบผ่าน” อย่าง “ฉิวเฉียด” ตัวอย่าง A-BAD POLL และ “SUAN DUSUT POLL” เป็นต้น โดยมีสื่อในสังกัดของรัฐ และสื่อที่ได้ประโยชน์จากรัฐบาลดักดานในรูปเงินโฆษณา หรือผลประโยชน์อื่น ช่วยโหมกระพืออีกแรง แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของรัฐบาลดีขึ้น
        สำนักโพลตอหลดนี้ ได้พยายามแพร่ตัวเลขที่ผู้คนเขาเชื่อว่าเท็จ ออกมาสู่การรับรู้ของสาธารณะ แต่ไม่สู้ได้ผล แถมยังมีผู้คนที่เขาอยากให้ผมช่วยสำรวจดูว่า 
        ระหว่างเจ้า เอแบดโพล VS สวนดุสัตว์โพล นั้น ไอ้ตัวไหนที่มันจะ “ตอแหล” มากกว่ากัน!?...555  
        คอการเมืองเขาบอกว่า นายอภิแสบฯ คงคิดเตรียมจะพกผลโพลตอหลด ไปแถลงเพื่อสนับสนุนผลงานรัฐบาล แต่กลับถูก ‘ฉีกหน้า’ ป่นปี้ ก่อนวันแถลงของรัฐบาลเพียงวันเดียว ด้วยฤทธิ์ “กรุงเทพโพล” ของ ม.กรุงเทพ ที่มี อ.เจริญ คันธวงศ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และเป็นอธิการบดีมายาวนาน แต่มหาวิทยาลัยของคนประชาธิเปรตกลับลงให้คะแนนรัฐบาลนี้ แค่ 3.87 ถ้าให้เกรด F ตัวเดียวคงไม่พอ อยากจะพ่วงเครื่องหมาย – (ลบ) เข้าไปท้ายตัว F ด้วยซ้ำ!  
        รัฐบาลโลซก “สอบตก” ไม่เป็นท่าเลยทีเดียวเชียว!! 555

        แม้ตัวนายอภิแสบฯ พยายามจะปฏิเสธ เรื่อง “รัฐบาลที่ล้มเหลว” อย่างที่สื่อต่างประเทศลงความเห็น แต่โพเดียมแมน ก็คงหนีไม่ออก โดยเฉพาะกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร คุณชาย-ผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคดักดานด้วย ถึงกับพูดต่อสาธารณะชน อย่างไม่เกรงใจว่า รัฐบาลของนายอภิแสบฯ นั้น “ขาดจินตนาการในเรื่องเศรษฐกิจ” หรือ “นโยบายต่อสถานการณ์ภาคใต้ของประชาธิปัตย์น่าผิดหวัง” รวมทั้งเรื่องสัมพันธภาพทางการทูตกับเขมร ที่ทรุดโทรมและเสื่อมทรามลงไปทุกวัน!
        พอสมาชิกคนสำคัญของพรรค พูดจาผ่าหมากแบบนี้เข้าท่านั้น ผมจึงเปรียบเอาว่า ไม่ผิดอะไรกับแหย่ “แลน” ให้แตกรัง ทีเดียว
        แต่...คุณชายใจสิงห์ของเรา ก็ไม่ได้หยุดยั้งเพียงแค่นั้น ยังหักหน้านายอภิแสบฯ ด้วยการออกคำสั่ง ‘ปลด’ ญาติตัวป่วน ของหัวหน้าพรรคดักดาน ออกจากตำแหน่งใหญ่โต แบบสายฟ้าแลบ ก่อนหน้าการแถลงผลงานของรัฐบาล เพียงไม่กี่วัน  
        นอกจากผู้ว่า กทม.คนนี้ จะเหยียบหน้านายอภิแสบฯ แบบไม่เกรงใจแล้ว คุณชายยังประกาศศักดาของเลือดขัตติยะ ด้วยการคำรามอย่างชัดเจนว่า 
        ต่อไปไอ้พวก ‘แลน’ ทั้งหลาย เอ็งจงอย่าได้มายุ่งกับผู้ว่าฯ
ที่ชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ฯ หรือมารุมกันทำมาหากิน สูบทึ้งเลือดเนื้อใน กทม. เหมือนอย่างยุคผู้ว่าฯคนเก่า ซึ่งแม้จะลาออกไปแล้ว ยังมีเรื่องทุจริตให้ล้างให้เช็ดกันอีกพะเรอเกวียน 
        ดังนั้น ไอ้พวก ‘แลน’ ทั้งหลาย อย่าทะลึ่งเชียวนะโว้ย!..555


        ท่านผู้อ่าน อย่าได้แปลกใจ ที่สมาชิกพรรคดักดานทำวางเฉยเสีย ทำเป็นหูทวนลม ราวกับว่า คุณชายไม่เคยพูดอย่างนั้นมาก่อน ซึ่งก็เป็นไปตามเหตุผล ที่ผมเคยเล่าให้ฟัง ดังนี้ 
        หากจำนนด้วยหลักฐาน พรรคดักดานแกนนำรัฐบาลโลซก ก็จะใช้วิธีการเงียบเฉย เพื่อให้เรื่องราวต่างๆนั้นเลือนหายไป แต่สำหรับเรื่องการทุจริตคิดมิชอบของพวกเขา ซึ่งโผล่ออกมาส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แทบไม่เว้นแต่ละวัน จนผู้คนต้องอุดจมูกกันนั้น ก็มีเรื่องให้รัฐบาลต้องเสียหน้าอีก กล่าวคือ
        สื่อมวลชนที่ติดตามเรื่อง “ทุจริตคอรัปชั่น” ของรัฐบาลโลซก หรือจะพูดให้สะใจว่า “ขบวนการแดกบ้าน-รับประทานเมือง” ของไอ้พวกหิวโหย ทำให้หนังสือพิมพ์ “มติชน” ซึ่งขุดคุ้ยเบื้องหลังอัปรีย์ (ที่มีการวางแผนแยบยล ตั้งแต่มีการจ่ายค่าตอบแทนพรรคในรูปเงินบริจาค จนสินค้าที่พวกนี้นำมาขาย ในราคาแพงลิบลิ่ว) ได้รับรางวัลสำคัญคือ 
        “รางวัลข่าวเชิงสืบสวนดีเด่น ในโครงการ “ชุมชมพอเพียง” 
        หนังสือพิมพ์เพิ่งลงข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2552 หยกๆนี้เอง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยัน ชัดเจนถึง... 
        การทุจริตภายใต้การบริหารของรัฐบาลนายอภิแสบฯ มีหลักฐานชัดเจน สื่อหนังสือพิมพ์เขาจึงได้สืบค้นหลักฐานกันอย่างเข้มข้น จนได้ความกระจ่างชัดเจนว่า เป็น “ความจริง” ถึงขั้นได้รับรางวัลสำคัญระดับชาติ ด้วยซ้ำไป!
        เป็นหลักฐาน ยืนยันเรื่องการโกงกิน ของรัฐบาลโลซก ได้เป็นอย่างดี!!
 
        อพักเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล ไว้แต่เพียงเท่านี้ เพราะวันนี้อยากจะคุยกับท่านผู้อ่าน ที่รบกวนจิตใจผมมาหลายวันแล้ว นับแต่คุณศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาจับกุม ในข้อหาเป็นกระทำ...“จารกรรม!” 
        การที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชา จะต้องสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ที่ถูกกระทำรัฐประหารโดย ไอ้บังกบฏ”  กับพวกนั้น ขอให้พวกเราเข้าใจว่า 
        ไม่ได้เป็นเรื่อง...ที่น่าตำหนิ! 
        ทั้งนี้ เพราะสถานทูตแต่ละประเทศ ก็มีหน้าที่สืบสวนหาข่าวในต่างแดน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของรัฐบาลตน ในการรักษาผลประโยชน์อยู่แล้ว 
        ที่สำคัญ ก็คือ
        ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่ไปสืบสวนหาข่าวอย่างนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องทำการฝึกอบรมพวกเขา ในการปฏิบัติงานด้านการข่าว จนถึงขั้นไว้ใจได้ว่าจะไม่ทำงานผิดพลาด จึงปล่อยให้ไปปฏิบัติการในต่างประเทศ 
        ดังนั้น เรื่องการฝึกอบรมนั้น สำคัญเป็นอย่างยิ่ง!

content/picdata/193/data/01.jpg

        การที่เจ้าหน้าที่ไทย คือ คุณคํารบ ปาลวัฒน์วิไชย ซึ่งผมเชื่อว่า เขาไม่ได้รับการฝึกอบรมเพียงพอ หรืออาจไม่เคยได้รับการฝึกอบรมเรื่องการข่าวมาด้วยซ้ำ ก่อนที่จะถูกสั่งปฏิบัติงาน ลับและสุ่มเสี่ยง” อย่างที่เห็น 
        นี่เอง เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้คุณคำรบฯ กระทำไปด้วยความซุ่มซ่าม-เซอะซะ จนทำให้พลเรือนไทย ที่ไปทำมาหากินโดยสุจริต ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา อย่างคุณศิวรักษ์ฯ มีอันพลัดตกไปอยู่ในฐานะลำบากอย่างสาหัส ต้องเข้าไปติดคุกติดตะรางในเขมร (ขนาดคุกเมืองเรา ที่พอจะพูดกันรู้เรื่อง ก็ยังลำบากแล้ว!) อีกทั้งข้อหาร้ายแรงอย่างการเป็น “จารชน”  นั้น หากไม่ได้รับการปล่อยตัว โอกาสที่คุณศิวรักษ์ฯ จะถูกนักโทษเขมรกระทืบตายในคุก ย่อมมีสูงมาก เพราะดันไปกระทำจารกรรม อันเป็นการบ่อนทำลายประเทศพวกเขา 
       
เดชะบุญ...ที่นายกฯทักษิณ ช่วยเอาไว้ได้ทันท่วงที!!
 
        นอกจากนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย ที่ดำเนินงานทางการข่าวอย่างไม่ฉลาดแล้ว ต้องตำหนิผู้บังคับบัญชาของเขา ที่ ‘เขลา’ กว่าตัวนายคำรบฯเสียอีก เพราะขาดความระมัดระวัง และ ‘โง่’  ถึงขั้นสั่งการทางโทรศัพท์ ไม่ได้กระทำแม้แต่การ ‘เข้ารหัส’ เพื่อความปลอดภัย จนนำไปสู่การจับกุมคุณศิวรักษ์ฯ โดยทางการเขมร อย่างที่เราทราบกัน 
        แล้วอย่างนี้ ยังจะดันเรียกตัวเองว่า “นักการทูตมืออาชีพ!” ได้อย่างไร เพราะเนื้อแท้แล้ว
        ฝีมือไม่ได้สูงกว่า “ขี้ทูด-กุดถัง” น่าขายหน้าแทนจริงๆ!

        ความอ่อนด้อยในด้านการในข่าว รวมทั้งเรื่องความ “ไร้เดียงสา” ในการประมาณสถานการณ์นั้น ผมสนใจติดตามมาตลอด จนเห็นชัดว่า
        งานการข่าว การต่อต้านการข่าวกรอง สำหรับบ้านเรานั้นประสิทธิภาพ ‘ต่ำมาก’ และอาจทำให้บ้านเมืองของเรา 
        ตกอยู่ใน ‘อันตราย’ ได้โดยง่าย!
        ท่านผู้อ่านจำได้ไหมครับว่า ยุคที่ “ไอ้บังกบฏ” ยังเรืองอำนาจอยู่ ข่าวลับสุดๆ ของ คมช.และฝ่ายทหาร ได้รั่วไหลออกไปสู่สื่อสารมวลชนต่างๆราวกับสายน้ำ มิได้ขาดเลย ไม่ว่าจะเป็นแผนบันไดสี่ขั้นห้าขั้น ในการยึดอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง หรือเอกสารที่บรรยายถึงแผนการนำผู้คนไปก่อกวน ที่หน้าสถานทูตสิงคโปร์ เพื่อต่อต้านการขายหุ้นบริษัทสื่อสาร ให้กับบริษัทข้ามชาติเทมาเส็ก ฯลฯ นี่ยังไม่นับรวมถึงความลับส่วนตัว ที่ไม่น่าชื่นชมของพวกเขาด้วย 
        แต่ที่ร้ายที่สุด คือ 
        การที่ฝ่ายทหารละเลยต่อหน้าที่ ไม่ยอมช่วยเหลือรัฐบาล ปล่อยให้พวกโจรพันธมารก่อการร้าย เข้าไปโจรกรรมข้อมูลความลับสุดยอด ของสภาความมั่นคงแห่งชาติไปทั้งหมด คือ ถอดไปทั้งฮาร์ดไดรฟ์ ซึ่งไม่รู้ว่าบรรจุอะไรมากมายแค่ไหน? เพราะฮาร์ดไดรฟ์สำรองก็ไม่มี เพราะไม่มีงบประมาณจัดหา 
        เมื่อข้อมูลต้นฉบับหายไป ก็หมายถึงความลับของชาติ ที่เก็บมายาวนาน มีอันต้องสูญหายไปด้วย!
        ไม่น่าเชื่อว่า เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นในประเทศที่พอจะเจริญบ้างอย่างสยามประเทศ จนเป็นเหตุให้โจทก์ขานกันไปทั่วโลก และทำให้ชาติของเรา

        เสื่อมเสีย เป็นอย่างยิ่ง!  
        ในขณะที่พันธมารยึดทำเนียบ ฝ่ายทหารได้แสดงความยำเกรงฝ่าย “พันธมาร” อย่างน่าสมเพชเป็นที่สุด ถึงขนาดจะซ้อมสวนสนามสาบานธง ยังต้องไปขออนุญาต ต่อ “เสี่ยจำลอง” (แกเป็น ‘เสี่ย’ ตัวจริง) ให้เปิดทางของผู้ชุมนุม เพื่อไปซ้อมสวนสนาม หนังสือพิมพ์ลงกันให้เกรียว 
        แล้วอย่างนี้ “ศักดิ์ศรีของทหาร”  มันอยู่ตรงไหน!?

        จนบัดนี้ รัฐบาลดักดานก็ไม่ได้สนใจ ติดตามเอาฮาร์ดไดรฟ์สำคัญคืน หรือสืบให้รู้ว่า ไอ้พวกพันธมารมันเอาไป “ชำแหละ” ขายให้กับชาติใดบ้าง? หรือพวกมันยังคงถืออยู่? และยังคงกุมข้อมูลลับต่างๆ เอาไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง หรือใช้ “แบล๊คเมล์” หน่วยราชการ รัฐบาล องค์กร หรือสถาบันต่างๆ ของชาติเรา!?
        นอกจากรัฐบาลนายอภิแสบฯ ไม่สนใจติดตามและดำเนินคดีกับฝ่ายพันธมาร ให้ลุล่วงไปโดยเร็วแล้ว แต่กลับทอดเวลาข้ามปีเข้าไปแล้ว จนประชาชนรู้สึกขัดเคืองรัฐบาล เพราะคดีความต่างๆ ที่พวกพันธมารตกเป็นผู้ต้องหา 
        ยังไม่มีความก้าวหน้า แต่อย่างใดเลย! 
        เท่านั้นยังไม่พอ...
        ซ้ำร้ายรัฐบาลโลซก มันยังแต่งตั้งคนของพันธมาร ให้เข้ามาดูแลกิจการต่างประเทศ แถมพกด้วยการตั้งพรรคพวกไอ้ทำลายชาติบ้านเมืองเหล่านี้ 
        แห่แหนกันเข้าไป มีตำแหน่งแห่งที่ ในรัฐบาลโลซกอีกด้วย! 
        ยังครับ...ยังไม่พอ ผู้คนยังลือกันว่า เอาเงินหลวงไปสนับสนุนกิจการของแก๊งนี้อีกจำนวนไม่น้อย
        ...ดูไอ้พวกโลซกมันทำ!
        นี่แหละครับ ที่ประชาชนคนไทยจำนวนมากเขาคิดกันว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ชาติเรา 
        ตกอยู่ในภาวะแห่งอันตราย เป็นอย่างยิ่ง!!

        มีเรื่องที่น่าเสียดายมาก ก็คือรัฐบาลยังขาดนักการข่าวที่ดี สำหรับ “อ่าน” หรือ “ประเมินสถานการณ์” ในด้านการเศรษฐกิจ อยากจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆดังนี้
        เมื่อมีกรณีฟ้องร้องต่อศาลปกครอง กรณีนิคมอุตสาหกรรม “มาบตาพุด” รัฐบาลกลับไม่ใส่ใจ ทิ้งเรื่องเฉยเลย และปล่อยให้กระบวนการในศาลดำเนินไปฝ่ายเดียว จนมีศาลปกครองมีคำสั่งคุมครองชั่วคราว ถึงจะงัวเงียตื่นขึ้นมา และได้พบกับ “ดาบ” ที่จอคอหอยตัวเองอยู่แล้ว
        หากรัฐมี “มือข่าว” ทางเศรษฐกิจ ที่ทรงประสิทธิภาพ หรือมองการณ์ไกล เรื่องอย่างนี้รับรองว่า จะไม่เกิดขึ้น เพราะ
        จะต้องมีการ “ถอนฟ้อง” ออกไปก่อนแน่นอน! 
        มาถึงเวลานี้ ฝ่ายเจ้าของกิจการอุตสาหกรรมที่เสียหาย เมื่อเขาเห็นว่า รัฐบาลโลซกไม่สนใจใยดี ตอนนี้ข่าวจึงออกมาว่า 
        พวกเจ้าของกิจการอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบ เริ่มช่วยตัวเอง ด้วยการติดต่อชาวบ้านที่เข้าร่วมเป็นโจทก์ด้วย ให้ช่วย “ถอนฟ้อง” แต่ผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องคอยดูกันไป 
        ดังนั้น นักอุตสาหกรรมทั้งหลาย ต้องดูความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลโลซกนี้ไว้ให้ดี แล้วจงจำกันไว้ให้มั่น เพราะเป็นบทเรียนราคาแพงลิบลิ่ว ด้วยมูลค่าความเสียหาย ที่ถูกเปิดเผยออกมานั้น 
        มันสูงถึง “แปดแสนล้านบาท” เลยทีเดียว!
        (ซึ่งเท่ากับเงินที่รัฐบาล ไปกู้มาพอดี!) 
        แม้รัฐบาลจะออกมาบอกว่า ความเสียหายไม่มากถึงขนาดนั้น แต่สิ่งที่บรรลัยไปเรียบร้อย คือการขาดความเชื่อมั่นของต่างชาติ ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศของเรา...
        ตรงนี้ต่างหาก ที่สำคัญยิ่งยวด!!

        ความบกพร่องในเรื่อง ‘การข่าว’ นั้น ทำให้เห็นได้ชัดว่า หน่วยงานต่างๆในชาติของเรา ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการข่าว นั้น ขาดประสิทธิภาพ จนเป็นภัยแก่ชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะฝ่ายทหารนั้น ผมถือว่า 
        “บกพร่องมาก!” 
        ถึงกระนั้น ก็ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารที่เคยทำงานด้านการข่าว ดันทะลึ่งออกมาเขียนเล่าประสบการณ์ งานด้านการข่าวของตัว ทำเป็นหนังสือเล่าให้ชาวบ้านฟัง 
        อ่านแล้วไม่เห็นมีข้อมูล หรือข้อแนะนำอะไรเป็นที่น่าสนใจ มีแต่ข้อมูล “ปลาร้า”  คือค้างเก่า นมนานมาแล้ว แต่ไปติดใจตรงชื่อ ที่ยกย่องตัวเองว่า เป็น “ขุนศึกการข่าว” โดยไม่เกรงผู้คนเขาเยาะเอาว่า
        “ยกหาง”  หรืออย่างไร!?
 
        การข่าวด้านทหารนั้น ในทัศนะของผม เห็นว่าบกพร่องอย่างร้ายแรง จนเกิดเหตุการณ์ปล้นค่ายทหารกองพันพัฒนา ทำให้ทหารในค่าย ต้องชูมือยอมแพ้ และยอมจำนนอย่างหมอบราบคาบแก้ว ปล่อยให้พวกเหล่าร้าย ขนเอาอาวุธปืน ออกจากคลังแสง เป็นจำนวนหลายร้อยกระบอก นำไปเสริมสมรรถภาพให้กองกำลัง ของผู้ก่อความไม่สงบ จนมีขีดความสามารถ สร้างสถานการณ์เลวร้ายได้ต่อเนื่อง มาจนกระทั่งทุกวันนี้
        อย่างนี้ไม่รู้ว่า บรรดานายทหารตัวเด่นๆ จะอายกันบ้างหรือเปล่า!? คิดว่าคงไม่ เพราะขนาดถูกโจมตีจนยึดค่ายได้ ก็ยังเห็นเล่นก็อล์ฟเฮฮากันดีอยู่
        จึงอยากบอกให้ท่านผู้อ่าน และทหารทั้งหลายทราบว่า...
        การปล้นค่ายทหารกองพันพัฒนานั้น เป็นการตีค่ายทหารแตกเป็นครั้งแรก นับแต่เราเสร็จศึกกับพม่า หรือเรียกได้ว่า เป็นครั้งแรกในยุค ‘รัตนโกสินทร์’ เลยทีเดียว 
        น่าอายไหมครับ!?
        ความไม่พร้อมในการปฏิบัติงาน และความอ่อนแอทรุดโทรมในด้านการข่าวของทหารทุกวันนี้ ทำผมเสียดายชีวิตทหารชั้นผู้น้อยเป็นที่สุด เพราะแต่ละวันมีภาพอเนจอนาถ ออกมาสู่สายตาชาวบ้าน อย่างที่ปรากฏกับสายตาท่านผู้อ่านชัดๆตามนี้

content/picdata/193/data/02.jpg

        ใครที่ดูก็คงรู้สึกเหมือนผม คือ สะเทือนจิตใจ ให้รู้สึกเศร้าสลด หดหู่ และห่อเหี่ยวยิ่งนัก!

        ที่ต้องเขียนแบบ “โขกกะโหลก” กันอย่างนี้ ก็เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ได้มีความสำนึก และตื่นตัวขึ้นมา พร้อมใจกัน
มุมานะทำงานหนัก เพื่อพิทักษ์ประเทศชาติ ราชบัลลังก์ ดังที่ได้ปฏิญาณกันไว้ ตั้งแต่โรงเรียนเตรียมทหาร
 
        เราต้องตระหนักกันให้จงหนักว่า รัฐบาลโลซกไม่ได้เอาใจใส่ หรือทุ่มเทกับการแก้ปัญหา การก่อความไม่สงบในภาคใต้ อย่างจริงจัง อาจเป็นโจทก์ที่ยาก และพวกเขาขาดทั้งสติปัญญา ความสามารถ จนไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร! 
        จึงโยนภาระหนักอึ้ง ไปให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ดูแลกันเอง!!

        เมื่อรัฐบาลโลซกมันไม่เอาไหน จึงเป็นหน้าที่ของทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย ก็ต้องกัดฟันมุ่งหน้าทำงานกันไป โดยเห็นประโยชน์ และความสงบสุขของพี่น้องประชาชน เป็นตัวตั้ง โดยไม่ต้องพูดจาอวดอ้างกันมากไป เพราะหากดันเขียนเฟอะๆฟะๆ แบบ“ขุนศึกการข่าว” แต่ไม่ได้เก่งจริง เหมือนอย่างที่เล่าโอ่ให้คนอื่นฟัง 
        บางที “ขุนศึกการข่าว” อาจถูกชาวบ้านเรียกว่า 
        “ขุนศึกการ...ขี้!” ก็เป็นได้

        “ขี้คุย” ...ยังไงล่ะ!!!

**************

 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ต้องจับจ้อง มองแก๊งกาลี ของเถนอัปรีย์ “สันติกระโปก”!!!
ต้องถอนประกัน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กบฏ-ผู้ก่อการร้าย!!!
ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!!
เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น
ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!!
ต้องจับจ้อง มองแก๊งกาลี ของเถนอัปรีย์ “สันติกระโปก”!!!
ต้องถอนประกัน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กบฏ-ผู้ก่อการร้าย!!!
ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!!
เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น
ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!!
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
เห็นภาพทหารค่ายแตกแล้วสลดใจ ทหารตัวนายใหญ่ๆทุกวันนี้เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวก ผู้ที่ลำบากคือทหารชั้นผู้น้อย ทั้งนี้เป็นเพราะคนไทยเราเปิดโอกาสให้ทหาร horse shit มันเป็นใหญ่เป็นโตมานานปี จนเพาะพันธุ์ทหารเกย์ ทหารเลวไว้เต็มเมือง ทหารดีๆก็ลำบากต่อไป

โดยคุณ Sad Siam 124.120.218.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เราว่าอีตาอภิสิทธิ์ได้เสียสติไปแล้วที่ออกมาคุยโอ้คุยอวด เราดูแกแล้วเราอายแทนจัง ทำได้ยังไงหว่า อ๊อกซฟอร์ดคงให้มาแต่ยางลบ ไว้ลบที่ทำผิดออกจากสมองแก เลยจำไม่ได้ว่าทำอะไรผิดไว้บ้าง แต่ยางอายไม่ให้แฮะ ที่อ๊อกซฟอร์ดคงไม่มี

โดยคุณ นงนุข ทุ่งมหาเมฆ 124.120.218.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
บ้านเมืองมีแต่ กู้ กิน โกง ทหารชั้นนายก็เอาแต่สนุกสนาน เล่นก๊อล์ฟ ดูพระเครื่อง ไปวันๆ หาคนที่ใส่ใจในปัญหาภาคใต้ไม่มี นอกจากทหารในพื้นที่ ซึ่งจำใจทำกันไป รักษาชีวิตตัวเองไว้ มันจะต้องมีคนดีๆ ที่เสียสละ มีสติปัญญา กล้าหาญ ถึงจะรักษาบ้านเมืองภาคใต้เอาไว้ได้

โดยคุณ ยางใน 125.27.47.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณสำหรับบทความคุณภาพ ภาษาถูกใจชาวบ้านตาดำๆ / ประเทืองด้วยข้อมูลสำคัญๆ ประเด็นฯ แรงได้ใจ _/_

โดยคุณ 1234@yahoo.com 202.12.118.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
นรกสำหรับประเทศไทย ประชาชนได้สินค้าปลอมมาบริโภค หลายปีมาแล้วที่พรรคนี้อยู่ยงคงกระพัน หาใช่ด้วยฝีมือการบริหารประเทศไม่หากแต่ด้วยฝีปากและความเป็นมืออาชีพในการประสานผลประโยชน์ต่างตอบแทนในด้านการกุมบังเหียนสร้างภาพและผลประโยชน์ที่พลอยได้จากภาพอันสวยงาม แลกกับการไม่รู้ไม่เห็นอำนาจการปกครองที่แท้จริงของอำมาตย์ต่อบ้านเมืองนี้ ภาพที่สร้างไว้นับตั้งแต่ชื่อประชาธิปัตย์ที่ช่างสวนกับการกระทำหลายๆครั้ง ความเชี่ยวชาญกฎหมายในการปู้ยี่ปู้ยำการเมืองการปกครองจนเละเทะ การสวาปามโดยไม่เคยมีการลงทุนลงแรงอาศัยทรัพยากรธรรมชาติเช่นที่ดินของชาติ ป่าไม้ของชาติ อีกทั้งผลผลิตจากเกษตรกรรมจากชนชั้นเกษตรกร รากหญ้า โดยไม่ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อแรงงานด้วยเลย มาตั้งแต่อดีตกาล ผลผลิตพิษที่โฆษณาด้วยรูปลักษณ์สวยงาม ห่อด้วยกระดาษประชาธิไตยอย่างสวยงาม ติดตราว่าไม่มีวันหมดอายุ และอวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริง แถมอ้างส่วนผสมว่ามีแต่วัตถุดิบดีๆ คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ประทับตรามอก.ที่อุปโลกษณ์ขึ้นจากองค์กรอำมาตย์และนักวิชาการที่รับใช้เพื่อแลกเศษเงินในการวิจัย สุดท้ายแล้วหากใครยังขืนรับประทานต่อ ก็น่าเห็นใจละครับเพราะกว่าจะรู้สึกตัวก็คงสายเกินเยียวยาแล้วครับ

โดยคุณ คนภูแต่อยู่ใต้ 124.157.234.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
คห.5 ถูกใจผมมาก อยากจะให้เผยแพร่ไปทั่วๆ ให้คนอ่านแล้วคิดวิเคราะหํจากอดีตถึงปัจจุบัน

โดยคุณ b4 114.128.191.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ถูกต้อง(มากๆ) นะคร้าบบบ

โดยคุณ mockba 78.138.35.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ท่านยังจำได้กันไหมคะ พรรคไหนช่วยกันเขียน ช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญปี 40 และออกมาว่าดีที่สุดเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แต่เดี๋ยวนี้ทำไมกลืนน้ำลายตัวเองกลับมาชูหางรัดทำมะนวยอัปรีย์ ปี 50 เพื่อปูทางตัวเองให้กลับมามีอำนาจมาสูบเลือดเนื้อประชาชน สร้างเวรสร้างกรรมให้ประชาชนมารับผิดชอบกับการกระทำอันอัปรีย์ แต่สักวันนึงพรรคนั้นก็ต้องมีจุดจบของตัวมันเอง คอยดูไปเถอะค่ะ

โดยคุณ เหลียวหลังและหน้า 118.175.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ความคิดที่ 5 ถูกใจผมมากเลย ช่างเปรียบพรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นผลผลิตพิษ โฆษณาด้วยรูปลักษณ์สวยงาม ห่อด้วยกระดาษประชาธิปไตย ติดตราว่าไม่มีวันหมดอายุ ประทับตราอมก.อุปโลกน์จากอำมาตย์และนักวิชาการ ขอยกนิ้วให้ "คนภูแต่อยู่ใต้" สรุปแล้วพรรประชาธิปัตย์ก็เหมือนไอ้ปลากระป๋องเน่านั่นเอง พวกที่กินเข้าไปตายไม่รู้ตัว

โดยคุณ Yak Kiewkow 124.120.218.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
นายมาร์คออกมาแถลงผลงานของรัฐบาล มันช่างน่าอับอายเสียเหลือเกิน กลองมันดังต้องมีคนตีครับ แต่กลองรัฐบาลมันดังเอง บ้านผมเรียกกลองที่ดังเองว่า กลองจัญไรครับ

โดยคุณ tritron @ hot mail. 125.27.195.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
This guy, Apisit, is shameless. Has not done any good thing for our country except corruption.

โดยคุณ thai overseas nbcd@mmpmail.net.mm 203.81.166.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
Apisit you are f..cking ass hold Apisit you are mother f..ck sucker

โดยคุณ rockville ,md 71.179.145.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
ผมอ่านบทความวาทตะวันแล้ว ชอบมากๆ ใช้ภาษาไทยได้สวยงาม อ่านง่าย ผมเพิ่งจะอ่านได้ ๒ บทความ เมื่อมีเวลาจะต้องอีก ขอชมวาทตะวัน มีความเป็นผู้ดี มีการศึกษาดี ทุกกระเบียดนิ้ว

โดยคุณ psangrueng@.gmail.com 203.185.150.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
คห.13 สงสัยวาทตะวันคนเขียน คงฮากลิ้ง จนกลั้นตดแม่ไหว ต้องลาไปผายในทอยเล็ตแล้วมั้ง

โดยคุณ 555 125.25.38.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
...องค์กรอย่างไอ้ทีดีอาร์ไอ ไอ้พรรคดักดาน รวมทั้งพวกโฆษก-โฆษกี ของวิทยุคลื่น 101 (วันโอเวร ราดิโอ)... ..
...สามีใหม่ของคุณนิชาก็คงยังไม่ตาย ส่วนทหารจะไม่ถูกชาวบ้านจำนวนมากมาย เกลียดชังเข้าไส้เข้าพุง... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER