หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ‘ตอแหล’ บรรลัย เลยนะ...นายอภิแสบฯ แชมป์โล(ซ)ก!!!
หัวข้อ : ‘ตอแหล’ บรรลัย เลยนะ...นายอภิแสบฯ แชมป์โล(ซ)ก!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

‘ตอแหล’ บรรลัย เลยนะ...นายอภิแสบฯ แชมป์โล(ซ)ก!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        คำว่า “ตอแหล” นั้น ดูเหมือนว่าปัจจุบัน เราจะได้ยินกันหนาหูมากขึ้น เพราะคำนี้โดยตัวของมันเองนั้น เป็นคำด่าคนที่พูดเท็จ ซึ่งไม่นิยมใช้กับผู้ชาย แต่มักใช้กับผู้หญิงมากกว่า นอกจากนั้น ยังมีความหมายว่า ช่างพูดและแสดงกิริยาน่ารัก แต่ใช้เฉพาะเด็กที่สอนพูดเท่านั้น       
        ส่วนอีกความหมายหนึ่ง เป็นคำวิเศษณ์ ใช้เรียกต้นไม้ที่ให้ผลเร็วผิดปรกติ เช่น มะเขือตอแหล เป็นต้น       
        “ตอแหล” [-แหฺล] นั้น เป็นคำที่มีความหมาย คล้ายคลึงกับ คำว่า “โกหก” ซึ่งเป็นคำนามแปลว่า       
        จงใจกล่าวคำที่ไม่จริง, พูดปด, พูดเท็จ!

        “โกหก-ตอแหล” ดูเหมือนเป็นคำแฝดที่มักใช้ควบกันไป จนดูคล้ายกับคำว่า “ตอแหล” กลายเป็นคำอุทานเสริมคำว่า “โกหก” ไป       
        ส่วนคำว่า “ตอแหล” นั้น ก็มีคำอุทานเสริมบทด้วยเหมือนกัน คือคำว่า “ตอหลด” มักพูดคล้องจองกันไป ว่า “ตอแหล-ตอหลด” บ้างทีก็สลับตำแหน่งกันเพื่อเพิ่มสีสัน เป็น “ตอหลด-ตอแหล” ไป       
        เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีคำพูดที่เพิ่มองศาความสนุกสนานอีก ว่า “ตอแหล ตอหลด...ตดใต้น้ำ” ซึ่งมาจากเรื่องที่เล่าต่อกันมาดังต่อไปนี้ 
        สตรีที่มีทักษะทางโกหกตอแหลนางหนึ่ง คุยโม้ว่า เธอเป็นคนที่ผายลมออกมาได้ โดยไม่มีกลิ่นรบกวนใครเลย       
        เพื่อนๆที่ฟังอยู่ส่ายหัวไม่เชื่อ บอกว่า
        “อีตอแหล...ตดยังไงของเอ็งวะ ไม่มีกลิ่น!”
        ผู้ที่ถูกกล่าวหาชักยัวะ ตอบกลับ...
        “ก็กู...ดำลงไปตดใต้น้ำนี่หว่า...มึงจะได้กลิ่นอย่างไรกันล่ะ
...อีบ้า!”
        แน่ะ...เออ เอากะแม่สิ!!
        นี่เอง จึงมีคำกล่าวคล้องจองว่า       
        “อีตอแหล อีตอหลด...อีตดใต้น้ำ”

        หากคนพูดเป็นชาย ก็ตัดคำว่า “อี” ออก กลายเป็น “ตอแหล ตอหลด...ตดใต้น้ำ” หรือจะใส่ “ไอ้” นำหน้า ก็ไม่ได้ผิดกติกาอันใด       
        ถ้อยคำสำนวน ที่กลายคำพูดติดปากคนไทยเรานั้น ก็มักมีที่มาที่ไป เป็นเรื่องเล่าให้เฮฮากันอย่างนี้เสมอ ผมเองก็เป็นคน ‘ช่างจำ’ ในเรื่องจุกจิกชวนหัวแบบนี้       
        เลยมีเรื่องนำมาเล่า ให้ท่านผู้อ่านฟังเสมอ มิได้ขาด..555

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        เรื่องตอหลดตอแหลนี้ หากเกิดในแวดวงชาวบ้าน พวกแม่ค้าแม่ขายก็ยังไม่เสียหายมากเท่าใด แต่มันไม่น่าเกิดขึ้นในวงการทหาร ซึ่งควรจะเป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพราะมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ ผลกระทบจะกว้างขวาง
        ในประเทศเราเวลานี้นั้น ดูเหมือนทหารจะกลายเป็นหน่วยงานที่ไม่พูดความจริง โดยเฉพาะเรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์มาใช้ในกองทัพ ซึ่งปรากฏมีเรื่องอื้อฉาวในการจัดซื้อสิ่งอุปกรณ์ที่มีคุณภาพต่ำ หรือไม่มีคุณภาพเอาเลย มาใช้ในกองทัพ อันเป็นผลกระทบต่อสมรถภาพในการรบ หรือการป้องกันประเทศของเราได้ 
        อยากจะย้อนไปฉายภาพให้ท่านดูใกล้ๆ เช่น        
        หลังการยึดอำนาจใน ปี พ.ศ.2549 ซึ่งยุคของ “ไอ้บัง กบฏ” ได้จัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้น มีนายทหารที่เป็นสมาชิก นำเรื่องไปเปิดเผยในสภาที่ไอ้บังมันตั้งขึ้น เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อยานเกราะล้อยางกองทัพบกมูลค่า 4 พันล้านบาท เพราะเจ้าตัวคนถูกย้าย ได้ให้เหตุผลว่า ส.ต.ง. กำลังตรวจสอบความโปร่งใสอยู่       
        ไม่น่าอนุมัติ ให้มีการจัดซื้อ!       
        แถมยังมีข่าวลือซ้ำเติมในทำนองว่า ไม่ควรจัดซื้ออย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่จะซื้อ ไม่ใช่ ‘รถหุ้มเกราะล้อยาง’ หรือรถ APC (Armored Personnel Carrier) อย่างที่ทหารไทยรู้จักกัน แต่ข่าวที่แพร่ออกมา 
        กลายเป็นของสับปะรังเค...
        เพราะเป็นแค่... “รถป๋อง-แป๋ง” ที่ตกรุ่นแล้ว เอามาฟิตเครื่องแล้วทาสีใหม่จากยูเครน ประเทศใหม่ที่แยกตัวไปจากสหภาพ
โซเวียต!
        ข่าวลือกว้างขวางถึงขนาดว่า มีเงินค่าคอมมิชชั่น ปลิวว่อน สะพัดพึ่บพึ่บ กันเป็นพันๆล้าน จนโดนโจมตีกันถึงขนาดว่า จะมีการนำเอาเงินบางส่วนจากการคอรัปชั่น ไปสนับสนุนพรรคการเมืองที่ทหารหนุน       
        ลือกันกระหึ่ม ขนาดนั้นเลย ทีเดียวเชียว!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        ก่อนเหตุการณ์เรื่องรถเกราะเกิดขึ้นไม่นาน ทหารได้ยึดอำนาจในการบริหารประเทศเมื่อ ปี พ.ศ.2549 โดยอ้างว่านักการเมืองทุจริตกันมากมาย พล.อ.สนธิฯถึงกับบอกว่า       
        “เห็นหลักฐานทุจริต ของนักการเมืองแล้ว...อยากร้องไห้!!”       
        ชาวบ้านที่ได้ยินได้ฟัง คนระดับหัวหน้าคณะรัฐประหาร ออกมาพูดอย่างนั้น ก็พากันตกใจ จนเข้าใจไปว่า       
        นักการเมืองในบ้านเรานี่หนอ คงจะมีเรื่องทุจริตกันมากมายกันจริงๆ ก็ขนาดชายชาติทหารอย่างอีตาบัง แกยังอยากร้องไห้เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เป็นอย่างนั้นไป       
        อ้าว!...แต่ยังไม่ทันไรเลย วันถัดมา (คือวันที่ 16 ธ.ค.2549) เท่านั้นเอง นายวิชา มหาคุณ หนึ่งในคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดที่ พล.อ.สนธิฯนั่นแหละ เป็นคนแต่งตั้งเองกับมือ
        ดันออกมาสวนหมัด ทิ้งตูมเข้าให้       
        “...ผมคิดว่าหาก พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน ได้มาเห็นข้อมูลของ ป.ป.ช. คงไม่ใช่แค่อยากร้องไห้เท่านั้น แต่จะต้องร้องไห้ไป สิบชาติ น้ำตาก็ยังไม่หมด คดีทุจริตหลายโครงการปล่อยคาราคาซังเป็นหนังมหาภารตะ แม้แต่การจัดซื้อในกองทัพ ก็มีการล้มประมูล เพราะไม่เป็นตามความต้องการของผู้ใหญ่บางคน และเรียกบริษัทที่ตกสเปกมาทำสัญญา...”       
        หน้าแตก...กันไป!

        หลังการรัฐประหาร ได้มีการเบิกเงินหลวง อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนกำลังออกทำการปฏิวัติ จำนวนเงิน 2,000 ล้านบาท และก่อนลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ เบิกเงินหลวงไปอีก 5,000 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า จะไปรณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ
        มีข่าวลือปรากฏให้ผู้คนเห็นว่า เงินทั้งสองยอดนั้น ทำให้นายทหารบางนาย เดินทางไปช็อบปิ้ง ซื้อหาคฤหาสน์ต่างแดนได้เลยทีเดียว ร่ำรวยเอิกเกริกเบิกบานกันไป ส่วนการอ้างเหตุผลว่าทำเพื่อประชาชน หรือบ้านเมืองนั้น เป็นเรื่อง
        ตอหลด...ตอแหลทั้งสิ้น!

        มาถึงยุครัฐบาลนายอภิแสบฯ การทุจริตของทหาร มาปรากฏอีกและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านมาก ก็คือ
        เรื่องของไม้ล้างป่าช้า GT 200 ซึ่งฟาดกันเปรมไปเลย พอนักวิทยาศาสตร์เขาบอกว่ามันใช้ไม่ได้ ก็พยายามออกมาปฏิเสธแบบถูลู่ถูกัง ยืนยันว่า
        “ใช้ได้...ใช้ได้!”
        ก็ไอ้ประเทศที่ผลิตเขายังออกมายังยอมรับว่า “เครื่องมันไม่มีประสิทธิภาพ” กลายเป็นรายการแหกตาประเทศด้อยพัฒนาไป ในที่สุดประชาชนคนไทยก็ได้แต่หัวเราะแบบเซ็งเป็ด แล้วพากันพูดว่า
        “ไอ้ทหารพวกนี้...ตอแหลฉิบหาย!”
        ต่อมาความก็แตกในเรื่องเรือเหาะตรวจการณ์ ซึ่งผมเขียนเอาไว้ในตอนที่แล้ว ชื่อตอน “เฮ้ย!...ไอ้พวกมึง!!... ‘แดก’ กันพอหรือยัง!!! ” ท่านผู้อ่านลองเข้าไปดูได้ที่
        http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=214
        ในที่สุด หลังจากมีการหลบเลี่ยงการบินขึ้นไม่นานนัก ก็จำต้องมีการทดลองให้สื่อมวลชนดู 
        คุณภาพของเรือเหาะเป็นอย่างไรนั้น ขอนำภาพหนังสือพิมพ์มติชน วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 มาให้ท่านดู ซึ่งทางมติชนเขาใช้คำพูดในการพาดหัวได้ถูกใจผมอย่างยิ่ง คือ 
        โฆษก ทบ.รับ เรือเหาะบินไม่ขึ้น

content/picdata/216/data/201.jpg

        ชาวบ้านที่เขาอ่านข่าว และได้รับรู้ว่าเรือเหาะอัปรีย์ที่ทางกองทัพคุยนักคุยหนาว่ามีคุณภาพดีนั้น เอาเข้าจริงกลายเป็นรายการต้มกลางเมืองอีกราย ที่เงินหลวงหลายร้อยล้านบาทต้องสูญไปอย่างไม่คุ้มค่า แถมนายทหารที่ตรวจรับ ไม่ยอมเซ็นรับ เพราะกลัวติดตะราง ซึ่งประจานเรื่องทุจริตของทหารอย่างโจ๋งครึ่มที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
        พี่น้องประชาชนชาวไทยเขาถึงกับส่ายหัว หัวเราะแบบขมขื่น แล้วพูดอีกว่า
        “ไอ้พวกเวรตะไลนี่...มันตอแหลตอหลด ตดใต้น้ำจริงๆ!!”

        บราณขาบอกว่า 
        คนโหกตอแหลนั้น หากความจำไม่ดี ก็มีผลส่งถึงตัวเองเอาง่ายๆ ดูอย่างนายอภิแสบ ภักดีโพเดียมนั่นปะไร ตั้งแต่มีการเจรจากับฝ่ายคนเสื้อแดงนี่ โดนผู้คนกล่าวหาว่า “โกหก-ตอแหล” เพราะเหตุที่พูดไม่ตรงกับที่เคยพูดมาก่อน กล่าวคือ
        ตัวเองเคยอภิปรายในสภา เรียกร้องให้ท่านนายกสมัคร สุนทรเวช อภิสิทธิ์เรียกร้องให้สมัครยุบสภา พูดจาทำเสียงสั่น
กระเส่าว่า การยุบสภาคือทางออก คนในสภาต้องยอมเจ็บด้วยกัน แถมยังอภิปรายชิงความเห็นใจจากชาวบ้านว่า หากยุบสภาตอนนี้ พรรคดักดานของตัวเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาก็ยอม ขนาดนั้นเลยทีเดียว 
        มาวันนี้ กลายเป็น ‘หนังคนละม้วน’  ไม่ยอมยุบสภาเสียแล้วผู้คนเขาก็เลยว่า... 
        พูดเอาแต่ได้นี่หว่า! 
       
เท่านั้นยังไม่พอ
        พอเปิดการเจรจา นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม ก็ออกมุกควาย เพื่อการยื้อเวลาบอกว่า จะต้องทำประชามติก่อน ว่าจะเอาอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2550 ไม่เป็นประชาธิปไตย พรรคการเมืองมีจุดแก้ไข 6 ประเด็นใหญ่ 
        ฮู้ยยยยยย...ต้องทำให้เสร็จก่อนแล้วจะมีการเลือกตั้ง!
       
เขาก็จับได้ว่า นายอภิสิทธิ์นั่นแหละที่ลงคะแนนเสียงในพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะไม่แก้รัฐธรรมนูญ จนกลายเป็นมติเสียงข้างมากในพรรคว่า ไม่ต้องแก้มันหรอก ไอ้รัฐธรรมนูญอัปรีย์ฉบับนี้น่ะ ปล่อยมันเอาไว้อย่างนี้แหละ...เฮ้อ!

        ใช่แต่แค่นั้นนะ ชาวบ้านเขาไปขุดเจอหลักฐาน อีกว่า
        ในสมัยท่านนายกสมัครฯ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาล รัฐบาล 6 พรรค ได้แก่พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคประชาราช พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร่วมกันแถลงข่าวสนับสนุนมติ ครม.ที่ให้ทำประชามติเพื่อฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้ไขวิกฤตชาติ เมื่อ 5 ก.ย. 2551 เพราะตอนนั้นไอ้พวกพันธมารยึดทำเนียบอยู่ โดยมีสมาชิกพรรคดักดานของนายอภิแสบ เป็นหัวเรอใหญ่คนหนึ่ง และสมาชิกพรรคประชาธิเปรตเอง ก็แห่แหนเข้าไปช่วยอภิปราย สนับสนุนพันธมาร รวมทั้งเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ โดยที่ประชาชนเขารับรู้ทั่วกัน นายอภิแสบฯจึงได้ออกแถลงการณ์ว่า
        ไม่เห็นด้วยทำประชามติ เสนอคืนอำนาจประชาชน!

        มาวันนี้กลายเป็น ‘หนังคนละม้วน’ อีกแล้วครับท่าน เพราะมิสเตอร์มุกควาย ยืนยันมั่นเหมาะว่า 
        ต้องทำประชามติกันก่อน จะรีบร้อนไปไหนกันล่ะ! 
       
ฝ่ายตรงข้ามเขาก็เลยนินทากันครื้นเครงว่า ประชาธิเปรตมันยังขอส่วนบุญกันไม่เสร็จเลย ปากเท่ารูเข็ม เลยสูบช้าหน่อย อะไรทำนองนั้น
        (นี่เหตุเกิดมาเหตุเพิ่งเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้วนี้เอง มาวันนี้
นายอภิแสบฯ เสือกทำลืมแล้ว)
       
ผู้คนเขาจับได้ว่า นายมาร์คแกออกมุกควาย จนถูกผู้คนเขาจับได้ไล่ทัน ชาวบ้านเขาก็พากันส่ายหัว แล้วพูดว่า
        “ตอแหลบรรลัยเลยนะเอ็ง...ไอ้อภิแสบฯ!!!”
       
เขามีความเห็นกันอย่างนั้น บางคนถึงกับเรียกนายอภิแสบว่า
“นายมาร์ค นาธาน” เลยทีเดียว 
        เลยต้องเก็บมาเล่า ให้ท่านผู้อ่านได้รับฟังกัน

        การพูดจากลับกลอก เบี่ยงเบนประเด็น แต่งเรื่อง หรือโกหก ตอแหล ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการบริหารบ้านเมือง เขาจึงสั่งสอนกันว่า การเป็นผู้นำนั้นที่ดีนั้นจะ ต้องพูดความจริงกับประชาชน 
        มีคำกล่าวเกี่ยวกับการ ‘พูดความจริง’ ที่ประทับใจผมมายาวนาน และอยากให้ “นายมาร์ค นาธาน” จำใสใจเอาไว้ ว่า 
        พูดความจริง...แล้วคุณจะเป็นอิสระ!
        พูดความจริง...แล้วคุณจะปลอดภัย!!

        การกระทำของนายอภิแสบนั้น บางคนเขาวิจารณ์ให้ผมได้ยินว่า นายอภิแสบฯถือได้ว่าเป็นผู้นำที่โกหกและโดนจับได้ง่าย ดังตัวอย่างที่แสดงพอสังเขปไว้แล้ว สมควรที่จะได้รับการคาดเข็มขัดแชมป์แห่งความโป้ปดให้ได้ โดยไม่ต้องขัดเขิน

content/picdata/216/data/5.jpg

        แต่ต้องเขียนใต้ภาพอย่างนี้ครับ จึงจะได้อารมณ์...

        อภิแสบ....แชมป์โล(ซ)ก!!! 

................

*** ท้ายบท
       
ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ  
        ผมมีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐ ที่เคยดูจะวางเฉยเมื่อมีการยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณฯ แต่ปัจจุบันได้มีบทความออกมาหลายชิ้น เช่น THE NEW YORK TIMES ฉบับ 31 มีนาคม 2553 ซึ่งมี undertone (ความหมายซ่อนเร้น ความรู้สึกซ่อนเร้น) ที่คล้ายคลึงกัน คือ
        ไม่สนับสนุนการทำรัฐประหาร และปรามอยู่ในที!
       
ดังนั้น นายทหารตัวเด่นคนใด ที่มีความคิดเช่นนี้อยู่ก็ให้ใคร่ครวญให้จงหนัก เพราะการตีโต้ตอบในเรื่องนี้ จากรุนแรงทังจากประชาชนคนไทยที่รักชาติรักประชาธิปไตย และคณะทหารที่บังอาจกระทำการเป็นกบฏ จะต้องได้รับแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจต่างๆโดยเฉพาะสหรัฐ
        อยากให้ท่านผู้อ่านลองคิดตามผม กล่าวคือ
        ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกลนี้ ประเทศที่ให้ความร่วมมืออย่างดีและสม่ำเสมอก็คือ...ประเทศไทย
        หากประเทศไทยมีการยึดอำนาจ เท่ากับประเทศใหญ่ในภูมิภาคนี้ถึง 2 ประเทศ ที่จะถูกปกครองโดย Military Regime หรือปกครองโดยระบอบทหารถึง 2 ประเทศ คือพม่า และไทย
        อย่างก็ตาม
        สำหรับพม่านั้น สหรัฐมีอิทธิพลอยู่น้อยเต็มที และคณะทหารผู้ปกครอง ก็ไม่มีความเกรงกลัวสหรัฐ แต่มีแผนตั้งรับอย่างเต็มกำลัง ถ้าไทยเรามีการปกครองด้วยคณะทหาร ยิ่งจะทำให้ภูมิภาคนี้มีการปกครองแบบ “เผด็จการ” ใหญ่โตมากขึ้น อิทธิพลของสหรัฐก็จะลดลง อีกทั้งด้านตะวันออกของไทยทั้งเขมรและลาว จีนก็แผ่อิทธิพลครอบงำอย่างเต็มที่ 
        หากไทยมีเรื่องขัดแย้งกับต่างชาติ ถึงต้องรบกับเขมรหรือลาว ก็อาจได้รับบทเรียนที่ ‘เจ็บแสบ’ แบบการรบที่บ้านร่มเกล้า 
        หรืออาจถูกรุม ‘กินโต๊ะ’ เลยก็ได้!

        ดังนั้น การที่นายทหารคนใดจะเข้ายึดอำนาจ ก็ต้องเตรียมทั้งเงินทองเอาไว้มากๆในตอนนี้ จะด้วยการคอรัปชั่นหรือทางไหนก็ตามแต่ เผื่อก่อการไม่สำเร็จ 
        ต้องกลายเป็นกบฏ มีโทษตามกบิลเมืองไป! 
        รวมทั้งหาหนทางหลบหนีออกนอกประเทศ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือหาซื้อบ้านในต่างประเทศเอาไว้ให้ตัวเองและครอบครัว ได้อยู่อาศัย...
        เป็นที่ ‘ลี้ภัย’ ด้วย!!!


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ตามที่คนเขาลือว่าไอ้บั่ง สามจิ๋ม มีคฤหาสน์ที่คานาดา และที่ซาอุดิอาราเบีย มันเป็นความจริงใช่ไหม?

โดยคุณ หนึ่งจู๋ 125.27.54.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
โดยส่วนตัวยอมรับได้การลดบทบาทของสหรัฐฯแล้วหันไปคบกับจีน

โดยคุณ Yang Wenli 119.46.60.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
เขียน มันส์ จัง !!! ชอบ

โดยคุณ ลูกสาวผู้พัน 124.121.61.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
แจ่ม จริงครับป๋า

โดยคุณ ชอบ 125.26.115.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
แจ่ม จริงครับป๋า

โดยคุณ ชอบ 125.26.115.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยกับท่านทุกอย่าง ช่วยถามนายอภิสิทธิหน่อยว่า เอาใจทหารตั้งแต่หัวแถวลงมาจนถีงหัวหมู่ด้วยการปรับฐานบัญชีเงินเดือนให้ ส่วนตำรวจนอกจากไม่คิดจะปรับเงินเดือนให้แล้ว ยังมีข่าวจะตัดเงินประจำตำแหน่งอีก ว่ากันว่าสาเหตุที่ตำรวจปล่อยเกียร์ว่างนั้นนี่ก็เป็นอีกสาเหคุหนึ่งเช่นกัน เลือกตั้งครั้งหน้าประชาธิปัตน์คงสูญพันธ์มากทีเดียว......จากตำรวจแก่แต่ยังมีไฟ

โดยคุณ engkrit7@gmail.com รักสัตย์ 118.172.90.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ซักวันมันต้องโดนแน่ จะรอดูมันโดน

โดยคุณ แดงแดงแดง 124.120.91.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER