หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!?”
หัวข้อ : “ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!?” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!?”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มได้อ่านหนังสือพิมพ์ ‘มติชน’ รายวัน ประจำวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เขาลงข่าวพาดหัวรองหน้าในว่า  
        “ดึง ‘คัมภีร์’ ประธาน คตน. บี้ฆ่าตัดตอน”
        วันถัดมาคือ เสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ก็ได้อ่าน ‘ไทยรัฐ’ ที่เสนอโดยทีมข่าวการเมือง เขาบอกว่า 
        ...ตามคิวที่ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ต้องตอบคำถามนักข่าวกรณีที่รัฐบาลรื้อฟื้นคณะกรรมการอิสระตรวจสอบศึกษา และวิเคราะห์นโยบายปราบปรามยาเสพติดและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) หรือคณะกรรมการสอบการฆ่าตัดตอนขึ้นมาใหม่
        ทำไมอยู่มาเกือบ 2 ปีถึงเพิ่งนึกได้ว่าจะทำเรื่องนี้...
        ท่านผู้อ่านคงเข้าใจแล้วนะครับว่า คตน. ที่ว่ากันตามข่าวนั้น หมายถึงอะไร?

        เรื่องของ คตน.นั้น ตั้งขึ้นมาในสมัยรัฐบาลนายพล สุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง และแต่งตั้งให้นายคณิต ณ นคร อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดมาก่อน เป็นประธานกรรมการ 
        ตอนตั้งกันมาใหม่ๆ ก็วางท่าทางขึงขัง เอาจริงเอาจัง เพราะขนาดประธานสอบ ก็เอาคนที่เคยพะยี่ห้อ ‘อัยการสูงสุด’ ลงมา
หัวหอก ลุยถั่วเองทีเดียว แถมยังมีนายไกรศักดิ์ ชุณหวัณ ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย รายนี้ก็คอยช่วยออกข่าวว่ามีการฆ่าตัดตอนที่โน่นที่นี่ เป็นนิยายตื่นเต้นสยดสยอง จนผู้คนบางส่วนคิดว่า
       
คราวนี้ทักษิณฯ ไม่รอดแน่ๆ!  
        สื่อต่างๆก็พากันตั้งตาคอย อย่างใจจดใจจ่อ เพราะก็อยากรู้ว่า การฆ่าตัดตอนนั้น ทักษิณสั่งการให้เจ้าหน้าที่คนไหน ไปไล่ฆ่าแก๊งค์ค้ายานรก แต่สุดท้ายคนที่คอย ก็ต้องผิดหวังไปตามๆกันเพราะผลที่ออกมา กลับไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน จนต่างเห็นไปในทางเดียวกัน ว่ากรรมการชุดชุดนายคณิต นั้น...
        ล้มเหลว...ไม่เป็นท่า!

        ดังนั้น เรื่องการฆ่าตัดตอน ที่เขย่าสังคมอย่างกว้างขวางนั้น แต่ลงท้ายกลับไม่มีหลักฐาน ออกมาพิสูจน์กับสาธารณชนในตอนนั้นได้เลยแม้แต่คดีเดียว ผู้คนเขาจึงมองไปว่า 
        นี่เป็นแค่ผลงานของฝ่ายตรงข้าม ที่พยายามโหมกระพือบท ‘ผู้ร้าย’ ให้ทักษิณกันเท่านั้น เพราะขนาดตั้งกรรมการชุดใหญ่โต ขึ้นมาสอบ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็หาคนผิดไม่ได้ 
        ผมจึงเขียนคอลัมน์ชื่อ
***ด่วนมาก...จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัวอดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!? ลงในเว็บไซด์ผู้จัดการ (ท่านอาจเข้าไปอ่านฉบับเต็มได้ที่
http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9500000092042) และได้นำไปลงในหนังสือเล่มดัง ที่ชื่อ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ด้วย เป็นการเขียนด้วยอารมณ์ครึกครื้น โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า ในคดีฆ่าตัดตอน ที่ประโคมโหมข่าวกันไปใหญ่โตนั้น ลงท้ายแล้วก็... 
        “จับไม่ได้ แม่แต่ ‘หมา’ สักตัว!!!”

        คราวนี้รัฐบาลของนายมาร์ค ร้อยศพ มาฟอร์มเก่า คงจะเอาผิดกับนายกทักษิณฯให้ได้ โดยรัฐมนตรียุติธรรม คือนายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ออกมาเล่นเอง และออกข่าวจะเอาคุณคัมภีร์ แก้วเจริญ อัยการอาวุโส มาเป็นหุ่นกระบอกตัวใหม่ แต่เล่นบทเดิมแทนนายคณิต อัยการเก่า (เหมือนกัน) เคยรับบทเอาไว้ 
        การรื้อฟื้นคณะกรรมการชุดนี้ ขึ้นมาอีกครั้งในคราวนี้นั้น มีเสียงซุบซิบกันดังลั่นสนั่นเมืองว่า 
        รัฐบาลของนายมาร์ค ร้อยศพ จำเป็นต้องทำเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อเอาไว้เป็นเครื่องป้องกันตัวเอง หากถูกทักษิณฯหรือองค์การระหว่างประเทศฟ้องร้อง ยังศาลหรือเวทีต่างประเทศ ว่ารัฐบาลของนายมาร์คคณะนี้ กระทำฆาตกรรม ด้วยการสังหารหมู่ประชาชน ในเหตุการณ์จลาจล 
        รัฐบาลโลซกก็จะได้งัดเอา ‘มุกควาย’ ดั้งเดิม คือเรื่อง
ทักษิณฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติด มาตอบโต้...
        ...เพื่อช่วยในการ ‘แก้ต่าง’ ให้กับตัวเอง!

 content/picdata/231/data/cover1.jpg

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ “โกหกบันลือโลก ฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ” ออกมาเมื่อปี พ.ศ.2551 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในปีนั้น ได้แถลงความจริง ถึงการกล่าวหานายกฯทักษิณ ว่าเป็นตัวการฆ่าตัดตอน ซึ่งผมเองเป็นคนเขียนคำนำ และเขียนปิดท้ายหนังสือเล่มดังกล่าวให้ด้วย 
        ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นการตอบโต้ และแสดงให้สาธารณชนเห็นว่า
        ข้อกล่าวหาเรื่อง ‘ฆ่าตัดตอน’ นั้น...เป็นเรื่องเท็จ!
        จึงอยากให้ท่านที่ไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ ลองหาอ่านกันดู แล้วท่านจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ว่าเรื่องราวการทำสงครามปราบปรามยาเสพติด จนแทบจะหายไปจากแผ่นดินไทย ในยุคนายกฯทักษิณนั้น มีความเป็นมาอย่างไร
        ในชั้นนี้ จะขอนำ “บทความนำ” ของหนังสือเล่มดังกล่าว มาให้ท่านผู้อ่านดูกันจะจะเลย
        ขอกราบเรียนว่า ท่านอ่านจบแล้ว ต้องลอง ‘อ่านทวน’ อีกสักเที่ยว เชื่อว่าท่านจะเข้าใจทะลุปรุโปร่ง เลยทีเดียวเชียว

บทความนำ

                                             โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
                                              “นักเขียน-มิลเลี่ยนคลิก”

        คุณป๋วย ใจไทย นักข่าวหนังสือพิมพ์วัยฉกรรจ์ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานหนังสือเรื่อง “อ่างอาบน้ำทองคำ ของ ชูวิทย์  กมลวิศิษฎ์” ซึ่งมียอดขาย เป็นลำดับที่ 1 ประจำปีของประเทศมาแล้ว และเพิ่งออกหนังสือใหม่ ชื่อ 
        “ทำลายตำรวจ...สร้างรัฐทหาร”
        ยอดขายก็พุ่งกระฉูดอีกถึง 30,000 เล่มในสัปดาห์แรกเท่านั้น
        นักหนังสือพิมพ์ที่มีอนาคตดีคนนี้ ได้ขอให้ผมช่วยเขียนบทความนำ และบทสรุปปิดท้ายหนังสือเล่มใหม่ ซึ่งใช้ชื่อว่า “โกหกบันลือโลก ฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ” ซึ่งผมเองก็มีความรู้สึกมานานแล้วว่า

        ทำไมเราจึงปล่อยให้มีการเผยแพร่ข่าวสาร ที่ไม่ตรงกับความจริง และยังเป็นความเท็จอย่างร้ายแรง โดยผู้สร้างข่าวลวงทั้งพลเมืองชาวไทย และลวงผู้คนทั้งโลกนี้ ไม่คิดถึงความเสียหายของชาติบ้านเมือง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพียงเพื่อ
        “ทำลายชื่อเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น!”
        เท่านั้นจริงๆ

        แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการจงใจทำลายชื่อเสียงของประเทศชาติ และกระบวนการยุติธรรมของไทย บ้านของเรากันเอง
        ทำให้ดูเหมือนว่า บ้านเมืองของเรานั้น เป็นพวกทมิฬหินชาติ  เห็นชีวิตมนุษย์ไม่มีคุณค่า  
        ฆ่าฟันทิ้งได้ เหมือนผักเหมือนปลา!

        ผมอยากจะขอลำดับความให้ฟัง เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพจริงๆ ของเหตุการณ์ในการเข้าปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด  และจัดการกับปัญหายาเสพติดของชาติอย่างจริงจัง 
        เมื่อรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  เข้ามาบริหารบ้านเมืองในยุคแรก มีนโยบายในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการปราบปรามอาชญากรรม ที่ผมบอกได้เลยว่า 
        ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากรัฐบาลที่ผ่านมา ที่มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

        การจัดการกับปัญหายาเสพติดได้ถึงจุดเปลี่ยนไป เมื่อตัวนายกรัฐมนตรี และข้าราชการการเมือง ทั้งทหาร ตำรวจ  ข้าราชการพลเรือน คณะบุคคล และผู้มีชื่อเสียงในบ้านเมืองร่วมกันถวายพระพร ในวาระที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ในวโรกาส  วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตาลัย  สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ เมื่อวันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2545
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสสำคัญ ที่ปลุกกระแสให้คนไทยทั้งชาติ ตระหนักถึงพิษภัยยาเสพติด ดังต่อไปนี้
        “...คนจำนวนมากมาให้พรก็น่าจะเป็นผลดี ก็ต้องขอบใจที่ได้กล่าวถึงกิจการที่ได้ทำมาตลอด มีสิ่งหนึ่งที่ท่านยังไม่ได้กล่าวถึง และก็เป็นสิ่งที่เป็นความเดือดร้อนของชาติบ้านเมืองมาเป็นเวลานานประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นเรื่องของยาเสพติด ซึ่งยาเสพติดนั้นมีมาก่อนเป็นเวลานาน แต่เป็นยาเสพติดที่ไม่รุนแรงมากนัก คือ ที่เขาสู้กันเรื่อง ‘ฝิ่น’ ...”

        ท่านผู้อ่านที่ยังมีอายุน้อย อาจรู้สึกแปลกใจ แต่ลองอ่านพระราชดำรัส ต่อไปอีกสักหน่อย
        “...ก่อการร้ายนั้น เกี่ยวข้องกับฝิ่น ครั้งนั้นก็มีสงคราม ก็มีการสู้รบที่รุนแรงที่สุด ก็คือ ที่เขาค้อ และตะกี้ก็ได้พบกับพลเอกที่เป็นนายทหารพิการ ที่ข้างนอกนี้ เขามีหน้าที่ดูแลผู้ที่เป็นคนพิการ โดยตัวเองก็พิการขาขาด เขาได้ขาขาดที่เขาค้อ แล้วก็เขาค้อนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นยุทธภูมิ ที่เกิดจากก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
        ความจริงมันไม่ใช่เรื่อง ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  มันเป็นเรื่องก่อการร้ายสงครามฝิ่น  แล้วก็เริ่มต้นที่เขาค้อนั้น  เริ่มต้นในเขตใกล้จังหวัดเลย ที่ภูขี้เถ้า ที่ภูโล่งๆ ตรงนั้น เขตเหล่านั้น  เป็นเขตก่อการร้าย เราเคยไปเยี่ยม น่ากลัว เพราะว่าเป็นภูเขา แล้วก็มีปลูกฝิ่น
        ปลูกฝิ่นเจ้าหน้าที่ก็ไปเผาฝิ่น ไปตัดฝิ่น ชาวบ้านแถวนั้นก็เป็นชาวเขาส่วนใหญ่ เมื่อนั้นเขาก็เดือดร้อน มีฝ่ายที่เรียกว่าเป็นผู้ก่อการร้ายมาระดมให้ต่อสู้ ก็ต้องให้มีทหาร ตำรวจ

        ตอนแรกก็มีตำรวจชายแดนที่อยู่บนภูเขา ต้องถูก...ต้องถูกยิง ก็เสียชีวิตไปหลาย จนกระทั่งบานปลายออกมา ทหาร ทั้งทหารบก ทหารเรือ ก็ต้องขึ้นไปต่อสู้ รวมทั้งทหารอากาศ
        ทหารอากาศก็ใช้เครื่องบิน จนกระทั่งใช้เครื่องบินเจ็ท  เครื่องบินไอพ่นไปต้องไปยิง จนกระทั่งเครื่องบินไอพ่นถูกยิงตก  ซึ่งก็น่าประหลาดที่สงครามอย่างนี้ เครื่องบินถูกยิงตก เครื่องบินที่เร็ว เครื่องบินสมัยใหม่ ถูกยิงตก

        หมายความว่ามันบานปลายอย่างมาก แล้วมันบานปลายมาจากอะไร ก็จากยาเสพติด...”

        ในหลวงตรัสให้พวกเราเข้าใจชัดเจนว่า ยาเสพติดนั้นเป็นต้นเหตุสำคัญยิ่ง ในเรื่องการก่อการร้าย
        ทรงเสริมต่อไป ในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดต่อไปอีกด้วยว่า

        “...ปราบการค้ายาเสพติดนี่ ทุกคนเดือดร้อน แล้วก็การปราบนี้ ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดก็มีพวกตำรวจ ทหาร โดยเฉพาะทหารที่เป็นมากที่สุด คือ ทหารบก ทหารเรือก็แย่ ทหารอากาศก็แย่ เป็นอันว่าทุกคนเดือดร้อนที่จะต้องปราบ
        คนที่ต้องปราบเขาไม่อยากปราบ มันเหน็ดเหนื่อย แล้วก็อันตราย ผู้ที่ปราบนั้นต้องเสี่ยงชีวิต ในการปฏิบัติมีหลายท่าน ที่เป็นผู้ใหญ่ได้ผ่านชีวิตการปราบยาเสพติดทางตรงและทางอ้อม ก็จะทราบดีว่า มันเหนื่อยแค่ไหน  แล้วก็ทำให้เดือดร้อนแค่ไหน
        เมื่อมาพูดถึงยาเสพติด  เพราะท่านนายกฯ ไม่ได้พูด  คงไม่อยากพูด  ไม่อยากพูดอย่างนี้  เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคล  แต่วันนี้ยังไม่ใช่วันเกิด  ไม่ใช่วันเกิดก็พูดสิ่งที่เป็นอัปมงคลได้...”
        อยากจะขอถามผู้อ่านว่า  หากตัวท่านได้ยินกระแสพระราชดำรัสอย่างนี้แล้ว  ท่านเองจะสนองพระราชดำรัสอย่างไร?
        ผมคงไม่ได้ยินคำตอบของท่าน  แต่อยากจะบอกว่าบรรดาข้าราชการที่นั่งฟังอยู่นั้น...

        นั่งกันไม่ติด!
        โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี คือ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  ผู้นำรัฐบาลในขณะนั้น เกิดอาการร้อนรุ่มเหลือกำลัง เพราะน้อยครั้งเหลือเกิน ที่ชาวไทยเราจะได้ยินพระราชปรารภ จากพระโอษฐ์อย่างชัดเจนอย่างนี้
        ใครจะไปนั่งติด ในเมื่อพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงแสดงความหนักพระทัยในเรื่องยาเสพติด ที่เกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเรา
        บอกได้ว่า เป็นเรื่องใหญ่หลวงนัก และทำให้ทุกคน
        ...ตกตะลึง!
        พ.ต.ท.ทักษิณ  ที่เล่าเรียนมาเพื่อเป็นตำรวจและเป็นนักอาชญาวิทยา แต่ต้องมาเป็นผู้นำของชาติ  จึงต้องคิดมากกว่า
ผู้มีอาชีพอื่นแล้วมาเป็นนายกรัฐมนตรี

        ทันทีที่พระราชดำรัสจบลงในวันนั้น นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมทันที และเพื่อสนองพระราชดำรัส ชาวไทยจึงเห็นการรวมพลังของชาติครั้งใหญ่ที่สุด ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง  พลเรือน แพทย์ สาธารณสุข ฯลฯ รวมทั้งประชาชนชาวไทยทั้งหมด เพื่อการเข้า ‘ต่อตี’ กับปัญหายาเสพติดโดยการทุ่มเททรัพยากรเข้ากวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ครอบคลุมไปถึงผู้ติดยาเสพติด ที่นำเข้าสถานบำบัด
        โดยความมุ่งหมายที่จะกวาดล้างสิ่งชั่วร้าย ที่หมักหมมในชาติของเรา ยาวนานเกิดกว่าครึ่งศตวรรษ
        เรียกได้ว่า
        คนไทยทั้งชาติ พร้อมใจกันทำเพื่อสนองพระราชดำรัสของล้นเกล้าฯชาวเรา
        เพื่อให้ทรงคลายพระทัย ในความห่วงใยที่ทรงมีต่อปัญหายาเสพติด
        อันเป็นปัญหาใหญ่หลวงของชาติ!
        คณะรัฐบาลโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวบรวมสรรพกำลังของชนชาวไทยทั้งชาติ ทุ่มเทพลังเข้าห้ำหั่นต่อตีกับผู้ค้า
ยาเสพติด จับกุมปราบปราม จนการค้าขายยาเสพติดถูกกวาดล้างจากถนน เมือง ตำบล ลงไปถึงหมู่บ้าน และชุมชน
       
ราษฎรแซ่ซ้อง ชื่นชม เห็นชอบ กันทั้งแผ่นดิน!
        ไม่น่าเชื่อว่า
        ในการปราบปรามนั้น  มีการปะทะที่เป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมเพียงครึ่งร้อยคดี กลับถูกกลุ่มตรงข้ามรัฐบาล  ออกข่าวใส่ไคล้ใหญ่โตว่า มีการสังหารผู้คนไปกว่า 2,000 ศพ บ้างก็บอกว่า 2,500 ศพ
        โดยหยิบเอาคำพูดของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ที่พยายามอธิบายว่า
        “การฆ่ากันบางรายนั้น เป็นการฆ่าตัดตอนกันเองระหว่างแก๊งค้ายาเสพติด เท่านั้นเอง”

        คำว่า  “ฆ่าตัดตอน” เลยกลายเป็นคำที่ย้อนกลับมาทิ่มตำผู้ดำเนินการปราบปราบยาเสพติด ภัยร้ายของชาติไปทันที ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้พบกับรายละเอียดว่า ใครเป็นผู้เอ่ยถ้อยคำดังกล่าวในหนังสือเล่มนี้
        กลุ่มอัปรีย์ที่ฉกฉวยโอกาส ทำร้ายชาติบ้านเมืองของตัว  ได้แพร่ทำข่าวสารผ่านองค์กรเอกชนไปยังต่างประเทศ  โดยไม่นึกถึงความฉิบหายของบ้านเมือง ส่วนใหญ่แล้ว ก็พูดจาเพื่อให้พวกตนเป็นข่าวไปวันๆ เท่านั้น
        รัฐบาลพยายามโต้ตอบ  แต่กลยุทธ์ของฝ่ายรักษาบ้านเมืองในการทำสงครามข่าวสารไม่ดีพอ จึงไม่สามารถต่อสู้กับการปล่อยข่าวของผู้ทำลายชาติบ้านเมืองได้

        รั้นถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาในปีรุ่งขึ้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตาลัย  สวนจิตรลดา  พระราชวังดุสิตฯ  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2546
        ทรงมีพระราชดำรัสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด  ขออัญเชิญมาไว้ ณ ที่นี้

        “...ได้ชัยชนะของการปราบไอ้ยาเสพติดนี่ ดีที่ปราบ แล้วก็ที่เขาตำหนิบอกว่า เฮ้ย คนตาย ตั้ง 2,500 คน อะไรนั่น เรื่องเล็ก 2,500 คน ถ้านายกฯไม่ได้ทำ นายกฯไม่ได้ทำทุกปีๆ จดไว้นะ มีมากกว่า 2,500 คนที่ตาย ที่ตายทั้งคนเสพติด แล้วก็ขึ้นไปฆ่าคน หรือทำอะไร เผาอะไรต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปปราบปกติ ก็ตายมากเหมือนกัน  แต่ไม่พูดเท่านั้นเอง...
        ...แล้วที่บอก 2,500 คน นี่ก็ไม่เชื่อ มีมากกว่า ที่เขาตายแต่เราไม่รู้เรื่อง แล้วก็พวกที่ทางเจ้าหน้าที่ได้สังหาร ไม่ใช่ 2,500
นี่เขาสังหารกันเอง  แล้วนี่เราจะรับผิดชอบได้อย่างไร  
        เขาด่าว่า นายกฯทำสงคราม ทำให้คนตาย 2,500 คน ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น 2,500 คน มันไม่ใช่ทั้งหมด เขานับแต่ว่า พวกที่ตายเป็นส่วนใหญ่เป็นพวกที่เขาฆ่ากันเอง พวกที่ค้า พวกที่ผลิต เขาฆ่ากันเองจำนวนมาก ที่ทางราชการจะรับผิดชอบก็อาจจะมีจำนวนหนึ่ง ก็ลองถามทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปแยกจำนวนเป็นเท่าไร ก็เชื่อว่าใน 2,500 นี่ มากที่เขาฆ่ากันเอง แล้วก็เอาความผิดของเขา...มาโยนให้ท่าน...ซูเปอร์นายกฯ

        ไม่รู่ล่ะก็นายกฯ สั่งให้รองนายกฯ รองนายกฯ ก็เป็นซีอีโอ  แต่นายกฯ ก็เป็นซีอีโอ ซูเปอร์นายกฯ ก็โยนให้  เพราะว่าบอกว่าเป็นผู้ชนะ ผู้ชนะก็กลายเป็นฆ่าหมดเลย  ต้องรับผิดชอบฆ่า แต่แท้จริงลูกน้องก็ต้องรับผิดชอบ คือ ที่เข้าใจ  ซีอีโอไม่รับผิดชอบอะไรเลย ต้องให้รองนายกฯ รับผิดชอบ และต้องมี 7 คนด้วย รองนายกฯ 7 คน คือ ผู้รับผิดชอบ แล้วรองนายกฯ 7 คน เขารับผิดชอบ เขาก็ผลักให้พวกปลัดกระทรวง ให้พวกรัฐมนตรีบอกไม่รับผิดชอบ ต้องรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็ไม่รับผิดชอบ ต้องเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีก็บอกว่า ปลัดนั่นต้องรับผิดชอบ...”
       
ผมว่าเมื่อท่านได้อ่านพระราชดำรัสนี้แล้ว คงจะเข้าใจในเรื่องนี้ได้ดีขึ้น
        ภายหลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร  มีการออกข่าวข่มว่า
       
นายกฯ ทักษิณ เป็นฆาตกรร้าย ฆ่าคนตายเป็นพันๆ ศพ เลยเถิดกันไปจนจะฟ้องศาลโลกในข้อหา
        กระทำผิดอาญาฐานฆาตกรรมหมู่  อันเป็นความผิดต่อมนุษยชาติ!
        ช่างโง่เง่าเต่าตุ่นกนเหลือเกิน  จนไม่รู้บ้างเลยว่า...

        ตั้งแต่นายกสุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง  เข้ามาบริหารประเทศ  ได้สั่งการให้นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดขวัญใจ คมช. เป็นผู้ดำเนินการสอบสวน  ทำท่าขึงขังมาจนครบปี  
        จนบัดนี้ ก็ไม่ได้ความอย่างไร  

        มีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ขึ้นมาทำการรวบรวมข้อเท็จจริง แต่ไม่มีอำนาจการสอบสวน ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 เดือน นัยว่ามีงบประมาณดำเนินถึง 40 ล้านบาท
        ยังไม่ทันไรเลย  เมื่อวันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2550  นายสุนัย  มโนมัยอุดม  อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ  ซึ่งตั้งมาครบ 5 ปี แล้ว  แต่ยังเอาใครเข้าคุกไม่ได้สักคน  มีแต่เจ้าหน้าที่ในกรมนี้เองที่จะต้องติดคุก ออกมาแถลงอย่างละเหี่ยใจว่า  “คดีฆ่าตัดตอน”  นั้นเป็น “คดีแห้ง” คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษไปสอบสวนหลังการเกิดเหตุ พยานหลักฐานก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว พยานบุคคลก็หายาก
        สรุปได้ว่า  
        ยังหาไม่ได้ว่า ใครคนไหนแม้แต่คนเดียว ที่ก่อคดีฆ่าตัดตอน  ที่ร่ำลือกันไป  จนผู้คนต่างพลอยตื่นตกใจ 
       
ตามเสียงโกหกตอแหล บรรลัยโลก!

        บ้านเมืองของเรานั้นมีกรรมนัก  ตรงที่คนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมในเรื่องกาลามสูตร  เชื่อตามกันง่ายๆ และไร้โยนิโสมนสิการ ไม่พิจารณาไตร่ตรองความเป็นเหตุเป็นผลโดยรอบคอบ
        จึงตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ  ของพวกที่มุ่งทำลายผู้อื่น  โดยไม่เป็นแก่ประโยชน์ส่วนใหญ่
        ภายใต้การรัฐประหาร และบ้านเมืองในยุคนายกแห่งเขายายเที่ยง  ยุคทหารเป็นใหญ่ในแผ่นดิน บีบคั้นและจ้องจับผิด จนเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่กล้าขยับ เข้าสู้รบกับองค์กรและนักค้ายาเสพติด เพราะกลัวการที่จะต้อง
        ตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง
        องค์กรและขบวนการยาเสพติด ได้แผ่อิทธิพลเข้าสถาปนาความมั่นคงได้อย่างแข็งแกร่ง  ครอบคลุมทุกหย่อมหญ้าในบ้านเมืองของเราอีกครั้ง

        เขียนมาถึงบรรทัดนี้  น้ำตาเอ่อท่วมขึ้นมาทันที
        สงสารประเทศไทยของเรา...เหลือเกินแล้ว!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        นั่นเป็นข้อเขียนจาก ‘บทความนำ’ ของผม ในหนังสือ “โกหกบันลือโลก ฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ” ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ท่านที่อ่านโดยละเอียดแล้ว จะเข้าใจดีว่า
        นายกทักษิณและรัฐบาลของเขา ได้สนองพระราชดำรัสในการทำสงครามปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มกำลัง จนผลดีได้เกิดขึ้นกับประเทศชาติ
        ประชาชนชื่นชม แซ่ซ้องกันทั่วหน้า!

        จากพระราชดำรัส เห็นได้ชัดโดยปราศจากข้อสงสัยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯของชาวเรานั้น ทรงเข้าพระทัยเป็นอย่างดี ถึงการบาดเจ็บล้มตายของพวกค้ายา ในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการตายผิดธรรมชาติ เพราะเป็นการตายโดยการกระทำเจ้าพนักงาน ที่ต้องมีการสอบสวนชันสูตรพลิกศพกัน ตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งก็มีจำนวนน้อยราย ไม่ได้มากมายอย่างที่พยายามกล่าวหากัน 
        เมื่อรัฐบาลเขายายเที่ยง เปิดการสอบสวนขึ้น ใครก็รู้ๆว่าเป็นเพราะมีแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไทยรักไทย ที่มีความพยายาม จะโยงหลักฐานให้ถึงนายกฯทักษิณให้ได้ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะความจริงนั้นไม่มีการฆ่าตัดตอน หรือฆ่าตัดตีน อย่างที่กล่าวหากัน ทั้งๆที่สิ้นเปลืองงบประมาณสำหรับคณะกรรมการ ไปในการมากมาย
        ถึง 40 ล้านบาท!

        มาถึงรัฐบาลของ ‘นายมาร์ค ร้อยศพ’ เหตุการณ์การไล่ฆ่าประชาชนบนท้องถนน โดยกองกำลังฝ่ายรัฐ ทั้งเมื่อเดือน เม.ย.และ พ.ค.2553 ได้แพร่ขยายไปถึงต่างประเทศ และทำให้รัฐบาลโลซกของพวกเขา ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งตำหนิและ
ติเตียน จนต้องเผชิญการกล่าวหาอย่างอึงคะนึง ในสังคมโลกว่า 
        เป็นรัฐบาลที่...เข่นฆ่าประชาชน! 
        ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่รัฐบาลโลซกจำเป็นที่จะต้องปกป้องตนเอง จากเสียงก่นด่าของนานาชาติ ผู้คนเลยเชื่อว่า 
        นี่เองเป็นเหตุผลที่ต้องรื้อฟื้น คตน.ขึ้นมาแบบวิ่ง...สู้...ฟัด กันอีกครั้ง
        คงจะต้องผลาญเงิน...อีกหลายสิบล้าน!!

        เรื่องเงินคงไม่ใช่ปัญหา เพราะรัฐบาลกู้เงินไว้เยอะแยะ จนกระทั่งมีเรื่องราวความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายภาครัฐ การคอรัปชั่นกันอย่างมโหฬารพันลึก แผ่กระจายไปทั่ว 
        คนของพรรคดักดานเอง ที่เข้ามาร่วมรัฐบาล หรือมาช่วยงาน ก็ถูกจับได้ไล่ทัน จนปรากฏเรื่องความมัวหมอง ขนาดต้องจำใจลาออกจากตำแหน่งสำคัญ ระดับเจ้ากระทรวงก็มีมากกว่า 1 คน และที่ต้องไปกันแบบ ‘ยกโขยง’ อย่างน่าอับอายขายหน้า เช่นกรณีคณะที่ปรึกษาของกระทรวงสาธารณสุข ก็มีให้เห็น แต่ที่หน้าด้านหน้าทนอยู่ก็ยังมี 
        เมืองไทยของเราโชคร้าย ที่ได้รัฐบาลร้อยศพ ซึ่งขาดทั้งปัญญา ขาดทั้งองค์ความรู้เรื่องยาเสพติด 
        ที่น่าทุเรศที่สุด ก็คือ พวกเขาทำเหมือนไม่เคยรับรู้ว่า...

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีรับสั่งในเรื่องนี้ต่อที่ประชุมมหาสมาคมแล้ว องค์พระราชดำรัสก็มีอยู่ เป็นหลักเป็นฐานชัดเจน ว่าพวกค้ายาเสพติดนั้น ‘ฆ่ากันเอง’ แล้วมา
        “โยนให้ท่าน...ซุปเปอร์นายก!” 
        ในหลวงท่านตรัสอย่างนี้ แต่ไอ้พวกดักดานมันกลับไม่รู้จักเงี่ยหูฟัง หรือใส่ใจศึกษาว่า เจ้านายของเรานั้น ท่านมีรับสั่งไว้อย่างไร!!? 

        วันนี้ ผมจึงต้องออกมาเขียนบทความ บอกกล่าวต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ชัดๆดังๆอีกครั้ง ให้ได้ยินไปทั่วกันอีกครั้ง
        ก่อนจบบทความในวันนี้ จะขอเล่าปิดท้ายว่า

        มีนายตำรวจคนหนึ่ง ที่เชี่ยวชาญในการปราบปรามยาเสพติด จนเป็นที่ลือลั่น เมื่อได้ยินว่ารัฐบาลดักดาน จะยกเรื่อง คตน. ขึ้นมาปัดฝุ่นกันอีก ถึงกับโคลงศีรษะ แล้วรำพึงออกมาเบาๆว่า

        “ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!?”

********

(คอลัมน์ประจำสัปดาห์ ไอ้พวกโง่ มันไม่เคยฟัง...ในหลวง!!!? ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน 2553)

 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ตั้งแต่ปฏิวัติปี 2549 มา อยุธยามียาเสพติดเพิ่มขั้นหลายเท่าตัว ไม่มีใครสนใจปราบปรามสักเท่าไหร่เลย ทั้งรัฐบาลทหารบิ๊กบัง ทั้งรัฐบาลสุรยุทธ ทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ล้วนมีอำนาจล้นฟ้า ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ทำไมไม่จัดการเรื่องยาเสพติดให้อยู่หมัด หรือเจ้าพ่อยาเสพติดหนุนประชาธิปัตย์อยู่อย่างที่เขาลือกัน เฉพาะที่อยุธยาเดี๋ยวนี้ พูดกันอย่างช้ำใจว่า ชื่อเต็มๆคือ "อยุธยา(เสพติด)" ที่ว่าเคยล่มแล้วสมัยพม่าเผา ตอนนี้ก็ล่มอีกครั้งจากยาเสพติดที่เผาผู้คนโดยเฉพาะเยาวชน

โดยคุณ วิมล อยุธยา 124.120.224.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
คนถึงทักษิณมาก นอกจากนโยบายที่ทำให้เขากินดีอยู่ดี มีการศึกษา และอนามัยดีแล้ว เรื่องการกำราบปราบปรามยาเสพติด ได้ใจชาวบ้านสุดๆ

โดยคุณ คนเขา 125.25.87.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
สาธุที่มีบทความดี ๆ เช่นนี้ให้อ่านเป็นระยะ ๆ ไม่เคยผิดหวังสักบทความเดียว อารมย์ที่หม่นหมองจากการมองรอบข้างค่อยคลายขึ้นบ้าง โปรดช่วยกันทำให้น้ำเต้าน้อยได้เฟื่องฟูลอย กระเบื้องถอยจมไปตามเดิม หรือทำให้ผู้ดีได้ออกมาเดินถนนเหมือนเดิมเถิด ไล่ขี้ครอกออกไปให้พ้น ๆ เสียที

โดยคุณ คลิกหาทุกวัน 58.11.100.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
อาจารย์ครับ ผมได้อ่านพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ตรัสเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่อาจารย์หยิบยกขึ้นมาผมตื้นตันมากครับผมดีใจครับที่พระองค์ท่านได้ทรงมีพระราชดำรัสต่อท่านซุบเปอร์นายกเกี่ยวกับกรณีการปราบปรามยาเสพติดมันชัดเจนจนไม่ต้องบรรยาย แต่ผมยังไม่แน่ใจครับว่ารัฐบาลจะฟังเสียงปี่ของอาจารย์รู้เรื่องหรือไม่ครับ

โดยคุณ tritron99@hotmail 125.27.203.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ต้องรอให้ตำรวจตายอีกกี่นายครับ รัฐบาลถึงจะเลิกขุดคุ้ยเรื่องนี้ หรือต้องให้ตายครบ 2.500 ชีวิตตำรวจ 1 คน มันเทียบได้กับ คนขายยา 1 คน ขอให้ประเทศไทยเจริญ ยิ่งขึ้น

โดยคุณ คนไทยรักชาติ 58.9.190.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
อาจารย์จะพยายามสักกี่ครั้งสื่อดีๆอย่างอาจารย์เขียนไม่มีทางที่จะนำเผยแพร่ปากมอมเมาสมานฉันท์ แต่สิ่งที่พวกเขาพูดทำทุกคนดูดี เพื่อให้ลืมเรื่องอดีตที่เขาเพิ่งทำกับประชาชน ประชาชนมีสมองถึงเขาจะไม่มีสื่อเป็นของตัวเอง

โดยคุณ บัวบาน 125.26.176.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
พอประชาธิปัตย์นั่งเมือง ยาเสพติดก็เฟื่องฟู จะให้คิดยังไง พรรคนี้แปลกอย่างที่คนเขาว่ากัน ประชาธิปัตย์มีความเชี่ยวชาญเรื่อง "ทำดำให้เป็นขาว ทำชั่วให้เป็นดี ทำอัปรีย์ให้เป็นมงคล"

โดยคุณ คมคาย 124.120.229.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
" บ้านเมืองของเรานั้นมีกรรมนัก ตรงที่คนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมในเรื่องกาลามสูตร เชื่อตามกันง่ายๆ และไร้โยนิโสมนสิการ ไม่พิจารณาไตร่ตรองความเป็นเหตุเป็นผลโดยรอบคอบ จึงตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ ของพวกที่มุ่งทำลายผู้อื่น โดยไม่เป็นแก่ประโยชน์ส่วนใหญ่" เห็นด้วยกับอาจารย์เป็นที่สุดค่ะสำหรับประโยคนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่คนไทยขาดไปจริงๆ เอาแต่ติดข่าวตามกระแสบริโภคนิยม ขาดการไตร่ตรองซึ่งเหตุและผลอันแท้จริง

โดยคุณ เห็นด้วยกับอาจารย์ 124.120.134.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ท่านคะท่านพอจะอธิบายได้ไหมคะว่าทำไม " ไอ้พวกโง่นี่ มันไม่เคยฟัง....ในหลวง " ล่ะคะ

โดยคุณ มองทุกมุม 118.172.129.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ตอบคนข้างบนอ่านหน่อยซิ ***พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีรับสั่งในเรื่องนี้ต่อที่ประชุมมหาสมาคมแล้ว องค์พระราชดำรัสก็มีอยู่ เป็นหลักเป็นฐานชัดเจน ว่าพวกค้ายาเสพติดนั้น ‘ฆ่ากันเอง’ แล้วมา “โยนให้ท่าน...ซุปเปอร์นายก!” ในหลวงท่านตรัสอย่างนี้ แต่ไอ้พวกดักดานมันกลับไม่รู้จักเงี่ยหูฟัง หรือใส่ใจศึกษาว่า เจ้านายของเรานั้น ท่านมีรับสั่งไว้อย่างไร!!?

โดยคุณ เอาแต่จะถามไม่คิดจะอ่าน 58.8.225.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ในวันนั้น ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในข้าราชการที่มีโอกาสเข้าเฝ้าและได้รับฟังพระราชดำรัสที่คุณวาทตะวันอ้างถึง ได้เห็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์และผู้ใหญ่ของพรรคหลายคนก็เข้าเฝ้าอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าท่านเหล่านั้นก็ได้ยินพระราชดำรัสพร้อมๆกับทุกคนในที่นั้นด้วย ข้าพเจ้าเห็นว่าสมควรยิ่งที่คุณวาทตะวันหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนถึง และขอขอบคุณที่ทำประโยชน์ให้สังคม หากคนทั่วไปได้รับรู้ความจริง สังคมก็จะไม่บิดเบือนไป บ้านเมืองเราจะได้ไม่เสียหายมากไปกว่านี้

โดยคุณ ชัยรัตน์ 124.122.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
EtB4X2 <a href="http://quojjtinhtzb.com/">quojjtinhtzb</a>, [url=http://axltduefosti.com/]axltduefosti[/url], [link=http://bsncokvbvprq.com/]bsncokvbvprq[/link], http://zsebifmselqb.com/

โดยคุณ nigcknx 189.210.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
แล้วพวกเราจะทำยังไงกับไอ้พวกโง่นี้ดีครับช่วยบอกหน่อยครับ ผมจะให้ความร่วมมือด้วย เร็วๆด้วยนะครับเบื่อไอ้พวกโง่นี้เต็มแก่แล้วจริงๆให้ตายสิ พับผ่า

โดยคุณ dityut@gmail.com 115.189.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
แล้วพวกเราจะทำยังไงกับไอ้พวกโง่นี้ดีครับช่วยบอกหน่อยครับ ผมจะให้ความร่วมมือด้วย เร็วๆด้วยนะครับเบื่อไอ้พวกโง่นี้เต็มแก่แล้วจริงๆให้ตายสิ พับผ่า

โดยคุณ dityut@gmail.com 115.189.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยกับการปราบปรามยาเสพติด เดี๋ยวนี้มันระบาดมากเหลือเกินทั้งยาเสพติดและหวยใต้ดิน เบื่อสังคมดัดจริตเหลือมาก

โดยคุณ ค้ายามันฆ่าตัดตอนกันเอง 58.8.107.XXX

ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อความ
คิดว่ารัฐบาลนี้คงไม่คิดที่จะปราบยาเสพติดอย่างจริงจัง เอาเวลาตามไล่ล่าท่านทักษิณเท่านั้น เห็นแล้วสมเพจจริง ๆ

โดยคุณ v.chanram@yahoo.com 71.115.230.XXX

ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณมากๆครับสำหรับหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านรายละเอียดของพระราชดำรัส ซึ่งในปีนั้นผมก็ได้รับชมทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจอยู่ด้วย จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงตรัสไปยิ้มไปในเรื่องนี้ พระพักตร์ก็ฉายชัดได้ว่าทรงมีความสุขที่ขบวนการค้ายาเสพติดได้ถูกกวาดต่อต้านอย่างเข้มแข็ง และไม่เคยมีช่วงนายกฯคนใดเลยที่ขบวนการนอกกฏหมายจะถูกกวาดล้างเท่าที่คุณทักษิณเคยทำมา จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมโจทย์ของเขาจึงมากเหลือเกิน

โดยคุณ เสกสรรค์/sake.san@hotmail.com 182.52.156.XXX

ความคิดเห็นที่ 18 แจ้งลบข้อความ
เรื่องนี้เข้าใจว่าทหารน่าจะรู้เรื่องดีที่สุด เพราะการข่าวเพื่อความมั่นคงดีกว่าทุกหน่วย งบลับมีเยอะต้องได้ข่าวมากกว่าใคร จริงมั๊ยทหารหาญของชาติ

โดยคุณ ชด 125.26.128.XXX

ความคิดเห็นที่ 19 แจ้งลบข้อความ
ไอพวกโง่นี่ มันคงรอให้ลูกหลานของตัวมัน เปนคนติดยา หรือถูกคนเมายาบ้าเอามีดมาจี้คอหอยก่อน

โดยคุณ jolly 110.164.221.XXX

ความคิดเห็นที่ 20 แจ้งลบข้อความ
มันไม่ฟังใครเลย จะงาบท่าเดียว

โดยคุณ งาบลูกเดียว 124.120.214.XXX

ความคิดเห็นที่ 21 แจ้งลบข้อความ
ขวาตรง...เข้ากระโดงคางเลยครับ...

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันฉาย 124.120.80.XXX

ความคิดเห็นที่ 22 แจ้งลบข้อความ
รัฐบาลชุดนี้ต้องตั้งชื่อเรียกใหม่ว่า "รัฐบาลชอบหา" ไม่ค่อยมีนโยบายทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ทำก็ต้องหา หาเงินกู้ไม่รู้จักค้าขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ภาษีก็เอามาเป็นเงินเดือนเกินครึ่งที่เก็บได้ ต้องเจียดไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้ตำรวจทหารเอาไว้ยิงประชาชนอีก ไม่ได้เอาไปป้องกันประเทศหรอก ความมั่นคงของประเทศไม่มีปัญหา ไม่มีประเทศไหนมาคุกคามให้เปลืองงบเขาหรอก รัฐบาลศรีหาชุดนี้ หาเหตุจะใช้ พรก.พรบ. ความมั่นคงบ้าง ฉุกเฉินบ้าง เพื่อความมั่นคงของรัฐ ทหารประเทศนี้อยู่ในเมือง เหมือนรั้วอยู่กลางบ้าน น่าจะย้ายไปอยู่รายรอบประเทศห่างชายแดน 25กม. ให้เฉพาะกองบัญชาการอยู่ในเมือง...รัฐทำงานได้แล้ว อย่ามัวแต่หาเรื่องไล่ล่าประชาชนที่คิดต่างว่าเป็นฝ่ายต่อต้าน ทำงาน ค้าขายหาเงินเตรียมใช้หนี้ได้แล้ว เงินภาษีไม่พอพัฒนาอะไรได้อยู่แล้ว ทำถนนบ้านนอกปีเดียวก็พงไม่มีงบซ่อมอีกต่างหาก พวกที่กินถนนก็ช่างเขา ต่อไปลูกก็จะผลาญ หลานก็จะโกง จะมีภัยจากโจร จากไฟ จากอันธพาล อุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บอย่างรวดเร็ว เพราะโกงกินเงินหลวงก็เหมือนโกงพระเจ้าแผ่นดิน ขอให้เกิดความวิบัติโดยทั่วหน้า ทุกครอบครัวที่โกงกินและสั่งยิงประชาชนที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญ และขอให้เลือกตั้งใหม่โดยยุบสภา และขอให้พวกที่คิดหรือปฎิวัติจงเป็นโรคเอดส์ โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ติดเชื้อในกระแสโลหิต และอัมพฤกษ์อัมพาตกันทุกครอบครัวที่มีอำนาจสั่งเคลื่อนพล หรือ คุมกำลังเคลื่อนย้ายจากที่ตั้ง สาธุ

โดยคุณ rajbundit@hotmail.com 61.19.66.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER