หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > คนไทยยอมให้พวกมัน ‘กดกบาล’ ต่อไป...ไม่ไหวแล้ว!!!
หัวข้อ : คนไทยยอมให้พวกมัน ‘กดกบาล’ ต่อไป...ไม่ไหวแล้ว!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

คนไทยยอมให้พวกมัน ‘กดกบาล’ ต่อไป...ไม่ไหวแล้ว!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ท่านผู้อ่านคงจำได้ว่า เมื่อผมเขียนคอลัมน์ชื่อ “จดหมายฟ้องโลก” (http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=187) นั้น ได้เขียนเป็น 2 เวอร์ชั่นทั้งภาษาไทยและอังกฤษโดยมีความมุ่งหมายที่จะแจ้งให้โลกทราบว่า 
        ประเทศไทยของเรานั้น ความไม่ยุติธรรมได้บังเกิดขึ้นในแผ่นดิน เพราะมีการรัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชน ซึ่งผู้คนจำนวนมากในประเทศนี้ ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะนอกจากทำลายระบอบประชาธิปไตยลงแล้ว ยังทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และศักดิ์ศรีความเป็น ‘มนุษย์’ ของผู้คนในประเทศอีกด้วย 
        แรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ผมเขียนจดหมายฟ้องโลก ก็เพราะว่าได้อ่านความเห็นในการตัดสินคดี ของผู้พิพากษาศาลฎีกาอย่างท่าน กีรติ กาญจนจรินทร์ ที่ปลุกเร้าให้ประชาชนคนไทยตื่นขึ้น ไม่ยอมรับอำนาจในการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งท่านได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจน 
        น่าชื่นชมนัก!

        จดหมายฟ้องโลกจากคอลัมน์นี้ ผมได้ส่งกระจายไปทั่วโลก ผ่านช่องทางต่างๆ เท่าที่ตนเองและเพื่อนๆสามารถทำได้ ยังผลให้มีผู้มีคนคลิกเข้ามาดู เป็นจำนวนถึงกว่าหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยคน ซึ่งเป็นเรื่องพิเศษ สำหรับเว็บไซด์ส่วนตัวเล็กๆอย่างwww.vattavan.com
        จากนั้น ผมได้เขียนคอลัมน์ต่อเนื่อง “ทำไมถึงต้องฟ้องโลก”  (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=190) โดยพูดถึงหนังสารคดีของ คุณไมเคิล มัวร์ (Michael Moore) ชื่อ Sicko เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ระบบประกันสุขภาพในอเมริกา ซึ่งคนไทยอย่างเราๆท่านๆ ไม่สู้จะเข้าใจนัก และหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า คนอเมริกันนั้น ไม่มีประกันสุขภาพถึงครึ่งร้อยล้านคน 
        พรรคการเมืองของสหรัฐอย่างดีโมแครต โดยเฉพาะวุฒิสมาชิก Edward Kennedy พยายามที่จะออกกฎหมายช่วยเหลือคนที่ไม่มีประกันภัยสุขภาพ เป็นเวลาเนิ่นนานกว่า 50 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ 
        ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ คุณโอบามา ได้สานต่อความพยายามของวุฒิสมาชิก เอ็ดเวิร์ด เคนเนดี เพราะเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดี และมีประโยชน์ต่ออเมริกันชน จำนวนหลายสิบล้านคน ที่ไม่มีประกันสุขภาพ แต่ประธานาธิบดีผิวสีก็ต้องประสพการต่อต้านอย่างหนักหน่วง จึงต้องต่อสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง แต่...
        ในที่สุดกฎหมายอันทรงคุณค่านี้ ก็ผ่านรัฐสภาเมืองลุงแซมไปได้ เป็นเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ การรักษาพยาบาลของสหรัฐ ไปแบบสิ้นเชิงเลยทีเดียวเชียว

        สำหรับประเทศไทย นโยบายที่ให้การรักษาพยาบาลกับประชาชนอย่างครอบคลุมนั้น ไม่เคยมีผู้นำประเทศ หรือรัฐบาลใดเลย จะกล้านำมาใช้ในบ้านนี้เมืองนี้ ตราบจนกระทั่งเมืองไทยได้ผู้นำชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคิดถึงคนยากคนจน และพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย และเสียเปรียบในสังคม ทักษิณฯคำนึงถึงคนเหล่านี้ อย่างที่ไม่เคยมีผู้นำหรือนักเมืองคนใด ที่เมืองไทยเคยคิดกันมาก่อน
        เขาจึงได้นำเรื่อง “สามสิบบาท รักษาทุกโรค” มาเป็นนโยบายสำคัญ ในการดูแลสุขภาพพลเมือง ตั้งแต่วาระแรกของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่ง และยังประโยชน์ให้กับผู้คนประเทศนี้ อย่างชนิดไม่เคยมีใครทำมาก่อนเลย ในประวัติศาสตร์ของสยามประเทศแห่งนี้  
        ขนาดสหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจที่ว่าแน่ๆ กว่าจะใช้นโยบายเช่นเดียวกันได้ ก็ต้องใช้เวลากว่าครึ่งศตวรรษเลยทีเดียว 
        แค่นโยบายเดียว ทักษิณฯก็ได้ใจพี่น้องประชาชน ชนะพรรคการเมืองอื่นๆ...ขาดแล้ว!
        นี่ยังไม่นับ โครงการอื่นๆอีกมากมาย เช่นโครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการโอทอป ซึ่งบัดนี้กลายเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศอีกหนึ่งต้น ที่แม้แต่ต่างชาติอย่างฟิลิปปินส์ ก็ต้องมาขอดูงานจนนำไปใช้ และได้ผลดียิ่ง จนประธานาธิบดีของเขา ต้องขอบคุณนายกฯทักษิณอย่างมากมาย
        ...ขนาดนั้นเลย!!

        ล่าสุดนี้เอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหยกๆ ทางเว็บไซด์ ‘ผู้จัดการ’ ได้ลงข่าวเรื่องอุทยานการเรียนรู้ หรือ ทีเคพาร์ค โดยบอกว่า 
        ประชาชนคนไทยนั้น รู้หรือไม่ว่ายังมี ทีเค พาร์ค อีกแห่งในประเทศไทยที่เติบโตอย่างมั่นคง และได้รับความร่วมมือจากคนในท้องถิ่นจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เข้าสู่ปีที่ 3 นั่นคือ 
        “ทีเค พาร์ค ยะลา”
        ‘ผู้จัดการ’ ลืมลงไปว่า สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เกิดขึ้นในสมัยนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อทักษิณ เมื่อปี พ.ศ.2549 ซึ่งคุณทักษิณฯเอง ได้เปิดตัวโครงการนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเยาวชน ให้มีความก้าวหน้า จะได้เป็นกำลังสำคัญของชาติ ต่อไปในอนาคต
        โครงการดีๆอย่างนี้เอง ที่จับจิตจับใจประชาชน ไม่ใช่ลอกโครงการเขาตะพึด แถมยังเสือกลอกกันแบบผิดๆถูกๆ ทั้งยังสันดานเสีย ทุจริตกันจนยับย่อยไปทุกโครงการ อย่างที่ไอ้พรรคดักดานกับพวกมัน กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน 
        จนชาวบ้านเขา ‘ระอา’ กันทั้งประเทศ! 
        ก็ดูเมื่อเร็วๆนี้เอง ‘กรุงเทพโพลล์’ ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อาวุโส อย่างนายเจริญ คันธวงศ์ (คนนี้ชาวอีสานเกลียดชังมาก เพราะแกไปดูถูกเขาเอาไว้ อย่างแรง!) เคยเป็นอธิการใหญ่มาก่อนแท้ๆ (ตอนนี้ก็ยังเป็น...อธิการกิติคุณ) ยังดันให้คะแนนบริหารราชการงานแผ่นดิน ของรัฐบาลนายมาร์ค ร้อยศพ ไม่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แถมยังให้...
        สอบตก...ในทุกๆด้าน...โถ!

        จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมผู้คนจึงพากันสนับสนุนทักษิณมากมายอย่างนั้น ถึงขั้นมีการเลือกตั้งใหญ่ครั้งใด ทักษิณก็สามารถเอาชนะได้ทุกครั้ง ส่วนพรรคดักดานต่อให้อยู่มาเก่าแก่แค่ไหน และทั้งๆที่มีตัวช่วยมากมาย แต่กลับตกก็พ่ายแพ้ตลอด  
        ดังนั้น พอจะเลือกตั้งใหญ่ครั้งใด ขี้ขึ้นไปอัดแน่นอยู่บนหัวขมองของไอ้พวกโลซกที่เข็ดเขี้ยว จึงไม่แปลกที่พวกมันจะต้องหาทางหลีกเลี่ยงอย่างสุดชีวิต เพียงเพื่ออยู่ในอำนาจและเสพสุขต่อไป แม้เพียงวันครึ่งวัน...ก็เอาดี
        หรือใครว่าไม่จริง!?
        วันนี้ ผมยังจะไม่พูดถึงเรื่องโครงการของทักษิณ ซึ่งส่งคุณูปการอย่างใหญ่หลวง ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยเรา อยากเล่าเรื่องของคุณไมเคิล มัวร์ ให้ฟังเพิ่มเติมดังต่อไป

content/picdata/236/data/A2.jpg

        มื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมได้ดูสารคดีทางเคเบิล ชื่อ Captain Mike Across America ซึ่งคุณไมเคิล มัวร์ ได้สร้างขึ้น เป็นเหตุการณ์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อ ปี ค.ศ. 2004 ซึ่งคู่ชิงตำแหน่งในปีนั้น คือ อดีตประธานาธิบดี จอร์ช บุช พรรครีพับลิกัน ซึ่งครองตำแหน่งมาแล้ว 1 สมัย กับผู้ท้าชิงคือ นายจอห์น เคอรี่ จากพรรคเดโมแครต 
        ไมเคิล มัวร์ นั้นมีความเห็นว่า อดีตประธานาธิบดีอย่างคุณจอร์จ บุช นั้น เป็นผู้นำสหรัฐที่กระทำการเลวร้าย อย่างไม่อาจให้อภัยได้เลย เพราะเขาได้นำสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามอิรัค โดยอ้างเหตุผลที่ไม่เข้าท่าแถมยังเป็นเท็จ คือกล่าวหาว่า 
        ประธานาธิบดี ซัตดัม ฮุสเซน นั้นครอบครองอาวุธมหาประลัย ที่มีอำนาจทำลายล้างสูง จำเป็นต้องเอาทหารบุกเพื่อโค่นล้ม และเอาอาวุธลับนั้น ออกมาทำลายเสียให้สิ้นซาก ซึ่งลงท้ายก็เหลวทั้งเพ อาวุธเช่นว่านั้นหามีไม่ 
        ข้อกล่าวหาของ จอร์จ บุช ที่โฆษณากรอกหูอเมริกันชนนั้น กลายเป็นเรื่อง
        โกหกทั้งเพ!

        นักเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างคุณไมเคิล มัวร์ นั้นคิดว่า
การที่คนอเมริกันหลงเชื่อจอร์จ บุช โดยไม่รู้ว่าอดีตประธานาธิบดีนั้น นำความเท็จมาบอกกล่าวกับประชาชน ที่ยังโกรธแค้นเรื่องเหตุการณ์ 9/11 ที่ตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ที่มหานครนิวยอร์คถูกถล่ม จนเป็นเหตุให้คนอเมริกันสนับสนุนในการทำสงครามในเบื้องต้น แต่เมื่อทหารบุกเข้าไปในประเทศอิรัคแล้ว กลับพบว่า
        เรื่องคุณซัตดัมแกครอบครองอาวุธร้ายแรง ทำลายล้างสูง อันเป็นเหตุแห่งการบุกเข้าไปในอิรัคนั้น กลายเป็นเรื่อง โกหก ซึ่งยังผลให้ ชีวิตของทหารอเมริกันจำนวนมาก ต้องสูญสิ้นไป ในการสู้รบซึ่งไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นเรื่อง
        น่าอัปยศอย่างยิ่ง!

        คุณไมเคิล มัวร์ ยังได้แสดงความเห็นต่อไปอีกว่า การมีประธานาธิบดีอย่างจอร์จ บุช นั้น ถือเป็นความ ‘ซวย’ ของอเมริกาโดยแท้ (คล้ายเมืองไทย ไหมครับ!?) 
        นอกจากนั้น มัวร์ยังตำหนิสื่อมวลชนทั้งหลาย ที่ไม่ทำหน้าที่สืบคนความจริงอย่างเต็มที่ แล้วออกมาโพนทะนาให้คนอเมริกันได้ทราบกัน จะได้ช่วยกันคัดค้านการบุกอิรัค ที่ก่อผลเสียให้กับสหรัฐอเมริกาอย่างไม่อาจประมาณได้
        ดังนั้น ชายที่เป็นนักสร้างภาพยนตร์ นักเขียน และนักวิจารณ์สังคมอย่างไมเคิล มัวร์ จึงเห็นว่า ตัวเขาเองควรที่จะมีบทบาทในการต่อต้านประธานาธิบดี จอร์จ บุช ไม่ให้ยึดทำเนียบขาวอีกครั้ง ทั้งนี้เจ้าตัวยังเชื่ออีกด้วยว่า 
        หากเขากระตุ้นให้คนอเมริกัน ที่เพิกเฉยต่อการใช้สิทธิใช้เสียง ออกมาเลือกตั้งกันเป็นจำนวนมากแล้ว ทางฝ่ายจอห์น
เคอร์รี่ แม้จะเป็นรอง แต่น่าจะมีโอกาสชนะคนที่โกหกประชาชนอย่างนายบุชได้

        ด้วยความเชื่อมั่นอย่างนี้เอง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2004 คือ ระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม 2004 ไมเคิล มัวร์ ได้จัดทัวร์ปราศรัยแบบข้ามประเทศ โดยเดินเดินทางไปพูดที่วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นการเดินทางข้ามไปข้ามระหว่างรัฐ

content/picdata/236/data/Slacker Uprising.jpg

        เขาและคณะใช้ชื่อในการรณรงค์ ของพวกตนว่า เป็น "Slacker Uprising Tour" คือเป็นการทัวร์เพื่อปลุกเร้าคนที่ไม่เคยสนใจทางการเมือง ไม่เคยเลือกตั้ง หรือพวกที่เลื่อนลอยไร้จุดมุ่งหมายในทางการเมือง ให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้
        ไมเคิล มัวร์ ได้พูดที่ Carrier Dome ของมหาวิทยาลัย Syracuse ว่า ระหว่างการการเดินทางเพื่อออกทัวร์ คณะของเขาจะแจกราเมน (บะหมี่) และเสื้อกางเกงชั้นใน ให้กับผู้ที่ให้คำมั่นว่าจะไปออกเสียงเลือกตั้ง
        การพูดอย่างนี้ เป็นบ้านเราถือว่าผิดกติกา ซึ่งคำพูดนี้ได้ก่อให้เกิดการตำหนิ จากสมาชิกพรรคตรงข้ามอย่างรีพับลิกัน ที่รัฐมิชิแกน โดยฝ่ายต่อต้านพยายามที่จะโน้มน้าวให้รัฐบาลเชื่อว่า
มัวร์สมควรที่จะถูกจับกุม สำหรับการกระทำความผิดฐาน “ซื้อเสียง” (เป็นเมืองไทย อาจโดน ‘ยุบพรรค’ ด้วย!)
        ความพยายามเช่นว่านั้น ไม่สำเร็จ เพราะคุณมัวร์แกไม่เคยบอกกับบรรดา slacker หรือผู้ที่ไม่เคยสนใจการเมืองว่า คนฟังคำปราศรัยของแก เมื่อได้รับของแจกแล้ว ต้องไปออกเสียงลงคะแนน ให้กับผู้สมัครคนไหน 
        ดังนั้น บรรดาอัยการท้องถิ่น จึงต่างปฏิเสธที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
        คุณมัวร์เลย...รอดตัวไป!

        หันมาดูในประเทศไทยของเราบ้าง แม้พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายทหารอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ต้องปรนเปรอฝ่ายทหารอย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นอาจถูกแว้ง ฉกกลับเข้าให้บ้าง เพราะเวลาผ่านมา ได้พิสูจน์ว่า
        ทางฝ่ายทหารก็รู้ดี เฉกเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลายว่า รัฐบาลพรรคดักดานนั้น มีแผลติดเต็มแผ่นหลัง โดยเฉพาะเรื่องการ
        ทุจริต...คอรัปชั่น!

        ดังนั้น ฝ่ายทหารตระหนักดีว่า พวกเขามีขีดความสามารถที่จะถีบส่งรัฐบาลโลซก ให้ออกจากการบริหารประเทศ ด้วยการปฏิวัติรัฐประหารได้อย่างง่ายดาย โดยประชาชนอาจไม่ลุกขึ้นมาคัดค้าน หรืออาจถึงขั้น...
        โห่ร้อง...แสดงความยินดีด้วยซ้ำ!
        แต่ที่ทหารไม่ทำรัฐประหาร ก็เพราะว่า...
        เป็นเรื่องเสี่ยง และเปลืองตัวเกินไป อยู่เฉยๆสบายกว่า พรรคดักดานก็ทราบความจริงข้อนี้ดี แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ จึงต้องอัดผลประโยชน์ ให้กับฝ่ายทหารอย่างเต็มที่ ไม่ว่าในรูปเบี้ยเลี้ยง และค่าตอบแทนพิเศษในรูปแบบต่างๆ ชนิดไม่อั้น ไม่ต่างอะไรกับพวกนอกกฎหมาย ที่ต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้กับบรรดานักเลงหัวไม้ประจำถิ่นนั่นเอง

        ฉะนั้น ทหารจึงมีความสุข เพราะโครงการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพก็ลื่นไหล และที่สำคัญคือ ยังได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษในเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ มากกว่าที่ขอไปอีกด้วยซ้ำ        

        การใช้จ่ายงบประมาณของกองทัพ จึงมีอิสระมากขึ้น เงินก็มากกว่าเดิม เพราะรัฐบาลเปิดช่องให้อย่างเต็มที่ ทหารไม่ร่าเริงมีความสุขกันตอนนี้ แล้วจะไปมีตอนไหน เพียงแต่อย่าลุกขึ้นมา
        ...ทำปฏิวัติเท่านั้น!!  
        ส่วนพรรคดักดานนั้น ก็บริหารบ้านเมือง เหมือนคนเป็นโรคประสาทแดก ใจเต้นตุ๋มๆต่อมๆ ต้องคอยต้องเหลียวหลังมองตูด เพราะกลัวทหารจะเสียบเอา อีกทั้งต้องระวังด้านหน้า...
        ก็ให้หวาดหวั่นชาวบ้าน ที่ชิงชังพวกตน...เป็นอย่างยิ่ง!!!

        เรื่องราวของรัฐบาลพรรคดักดาน ในการรุกไล่ฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งการใช้อำนาจ แบบไร้ทิศทาง และย่อหย่อนในการควบคุม ทำให้พฤติกรรมที่ไม่ชอบธรรม ของรัฐบาลโลซกและทหาร เริ่มเผยมาสู่ประชาชนเรื่อยๆ 
        หลักฐานเริ่ม...หนาแน่นเข้าทุกที!
        แม้แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็เพิ่งออกมายืนยัน และไทยรัฐเอามาลงว่า ระหว่างการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น...
        การละเมิดสิทธิมนุษยชน...มีอยู่เพียบ!! 
        สื่อมวลชนที่มีจิตใจกล้าหาญ และยืนอยู่ข้างความจริงและความถูกต้อง เริ่มจะเผยแพร่เอกสารที่ไม่คาดคิด ออกมาสู่สาธารณะชน เช่น นสพ.ข่าวสด ได้ออกหนังสือ "บันทึกพฤษภา"53 ความจริงจากข่าวสด ความตาย 90 ศพ" ซึ่งได้รับการตอบรับ จากพี่น้องประชาชนอย่างเอิกเกริกมโหฬาร

        ผมจึงเห็นว่า สื่อมวลชนของไทยนั้น ไม่ได้แตกต่างจากสหรัฐ ที่อาจต้องยืนอยู่ข้างรัฐบาลในตอนแรกๆ เพราะมีความใกล้ชิดกัน อีกทั้งยังได้ผลประโยชน์ตอบแทน โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ ที่รัฐบาลสนับสนุนด้วยการลงโฆษณาหน่วยงาน หรือกิจกรรมของหน่วยงานของรัฐ ที่ดูไม่เป็นประโยชน์นักในแง่การโฆษณา ซึ่งไม่คุ้มกับราคาค่าโฆษณา ซึ่งมีอัตราที่แพงลิบลิ่ว
        ดูไปแล้วเสมือนรัฐบาล ต้องจ่ายเงินเป็นค่า “ปิดปาก” ไม่ให้สื่อพูด หรือวิพากษ์วิจารณ์ความระยำตำบอน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลเท่านั้น 
        ครั้นเมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร ข้อเท็จจริงเริ่มปรากฏ ชัดเจนมากขึ้นทุกที สื่อมวลชนมืออาชีพบางส่วน เริ่มอึดอัด และในที่สุดก็สำนึกบาป และบังเกิดความละอายใจ ที่พวกตนมีส่วนในการปิดหูปิดตาประชาชน 
        สื่อบางส่วนจึงได้กลับใจ และเปลี่ยนไปค้นหาตำแหน่ง หรือจุดยืนใหม่ของตน โดยพร้อมที่จะนำ ‘ความจริง’ ออกสู่สาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องกระทำตามหน้าที่ของสื่อสารมวลชนที่ดี นั่นเอง

        ดังนั้น ระยะนี้เราจึงเห็นว่าสื่อทั้งหลาย เริ่มเผยแพร่กิจกรรมของนิสิตนักศึกษา และบรรดาคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเริ่มมีบทบาทในการพูดจากัน ทั้งในลักษณะสัมมนา และการหาข้อมูลในเหตุการณ์ “เมษาฯ-มหาโหด” และ “พฤษภาฯ-โคตรอำมหิต” (หรือ “เมษา-พฤษภา...มหาโหด-โคตรอำมหิต”) ซึ่งได้ขยายความชั่วร้ายของรัฐบาล ในการเข้าปราบปรามประชาชน จนเป็นเหตุให้มีผู้คนล้มตาย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมากมาย ทั้งๆที่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายนั้น ได้โดยไม่ยาก  
        ในส่วนต่างจังหวัดนั้น แม้จะห้ามการชุมนุมทางการเมือง แต่ก็น่าประหลาดนัก ที่ผู้คนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แม้จะดูเหมือนพ่ายแพ้ แต่พี่น้องเพื่อนร่วมชาติเหล่านั้น กลับมีความรักสมัครสมานสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น ยังจับกลุ่มคุย “ปรับทุกข์” ถึงความไม่ชอบธรรมในบ้านในเมืองกันอย่างต่อเนื่อง จนคนเขียนคอลัมน์อย่างผม เชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า  
        ไม่ช้านานนี้ ความชั่วร้ายและความไม่ชอบธรรม ทั้งหลาย
ทั้งปวงของรัฐบาลโลซก ก็จะปรากฏออกมาสู่สายตาประชาชน 
        อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทุกที...ทุกที!

        สำหรับอเมริกาในที่สุด เหตุผลในการบุกอิรัค โดยอ้างว่า ครอบครองอาวุธมหาประลัย มีอำนาจในการทำลายล้างสูง บัดนี้ ได้รับการพิสูจน์ว่า “ไม่เป็นความจริง” ไปเรียบร้อยแล้ว 
        สำหรับประเทศอันเป็นที่รักของเรา เวลาแห่งการพิสูจน์ว่า เมืองไทยมีขบวนการ “ล้มเจ้า” จริงหรือไม่ และข้อหา “ก่อการร้าย” ใกล้จะมาถึง เพราะกำหนดเวลาควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแกนนำ กำลังจะสิ้นสุดลง ในเดือนหน้านี้แล้ว 
        ดังนั้น จะมีการฟ้องร้องว่า ใครกันที่มีการกระทำความผิดฐาน “ล้มเจ้า” และคนไหนกันแน่ ที่กระทำความผิดฐาน “ก่อการร้าย” ดังที่มีการกล่าวหากันเอิกเกริก 
        ระหว่างนี้ คนไทยทั้งประเทศ ก็หวังพึ่งนิสิตนักศึกษาและคณาจารย์ ในมหาวิทยาลัยนับร้อยๆแห่งทั่วประเทศ และสื่อมวลชนทุกสาขา โปรดผนึกกำลังกันให้เข้มแข็ง ช่วยกันเปิดเผย “ความจริงประเทศไทย” ออกไปสู่การรับรู้ของทั้งพี่น้องชาวเรา รวมทั้งชาวโลกด้วย เพราะ

        คนไทยยอมให้พวกมัน ‘กดกบาล’ ต่อไป...ไม่ไหวแล้ว!!!

...................


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ติดตามอ่านมาตลอดนะคะ ชื่นชมและเป็นกำลังใจค่ะ

โดยคุณ อรุณสวัสดิ์ ค่ะ 114.186.77.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เห็นสอดคล้องกับท่าน ที่ทหารถีบส่งรัฐบาลได้ง่ายๆ แต่เสี่ยงในการบริหารประเทศต่อ สู้คอยถือตะบองแล้วประคองรับทรัพย์ดีกว่าเป็นไหนๆ

โดยคุณ จูงใจต้องใช้ Money 125.25.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ไม่เชียร์ข้างไหน แต่จะเชียร์คนที่บริหารประเทศเป็น รัฐบาลอภิสิทธิ์ท่าดี แต่ทีเหลวเป็นบ้า นึกว่าเรียนมาแยะๆจะทำงานเก่ง กลับทำไม่เป็นเลย แถมยังคิดจะกดหัวคนไทยให้เป็นทาส เถียงไม่ได้ ค้านไม่ได้ เห็นต่างไม่ได้ หากนึกว่าคนไทยจะยอมให้กดหัวนานๆ ก็ลองดู คงได้เห็นดีกันมั่ง

โดยคุณ Peace Please 124.121.212.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
รัฐบาล "จ้าง" ทหารได้จริง แต่จ้างได้นานเท่าไหร่ล่ะคุณ เขาได้เงินแล้วเขาจะเลี้ยงไว้อีกทำไม เวลานี้รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็นั่งกันไม่ติดแล้ว กลัวจนขี้ขึ้นขมอง ทั้งรถกันกระสุน ทั้งหน่วยคุ้มกัน ทั้งพรก. ฉุกเฉิน หากไม่กลัวจนโลมากระจุยกระจาย จะมีพวกนี้ไว้ทำไม

โดยคุณ ลุงเริญ 124.121.212.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
สุดยอดที่นำความคิดที่ตกขอบของสื่อไทย VS สื่อต่างประเทศขอบคุณครับ

โดยคุณ บัวบาน 125.26.170.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ชอบเฮียเทือกแห่งประชาธิปัตย์ที่แกชี้หน้านักข่าวแล้วถามว่า คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า แสดงท่าใหญ่โต กดหัว ข่มขู่คนได้ทั้งเมือง นี่ขนาดต่อหน้านักข่าวนะ นักข่าวนั่นก็ใจเย็นจัง น่าจะถามกลับไปว่า เฮียล่ะ คนไทยหรือเปล่า ถึงสั่งจัดการคนไทยด้วยกันได้แม้กระทั่งในวัดวาอาราม

โดยคุณ กำไล 124.121.211.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ชอบเฮียเทือกแห่งประชาธิปัตย์ที่แกชี้หน้านักข่าวแล้วถามว่า คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า แสดงท่าใหญ่โต กดหัว ข่มขู่คนได้ทั้งเมือง นี่ขนาดต่อหน้านักข่าวนะ นักข่าวนั่นก็ใจเย็นจัง น่าจะถามกลับไปว่า เฮียล่ะ คนไทยหรือเปล่า ถึงสั่งจัดการคนไทยด้วยกันได้แม้กระทั่งในวัดวาอาราม

โดยคุณ กำไล 124.121.211.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณ มากๆ ตาสว่าง ขึ้นเรี่อยๆ

โดยคุณ nongaern 125.27.255.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
เตบเตือก ตายแหน่ แหน่ อิอิอิ

โดยคุณ ton@hotmail.com 122.29.151.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณอาจารย์ค่ะที่ทำให้ความรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกเหมือนโดนปล่อยเกาะท่ามกลางความไม่ยุติธรรมของบ้านเมืองนี้ ขอบคุณมากมาย

โดยคุณ ดอกเข็ม 118.174.91.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณสำหรับความจริงที่นำมาบอกกล่าว สุภาษิตคำพังเพย ที่ว่าช้างตายทั้งตัวอภิสิทธิ์จะเอาใบบัวมาปิดมันไม่มิดหรอก ได้แต่หวังคงอีกไม่นานความจริงทั้งหมดจะปรากฏ ดวงวิญญาณพี่น้องที่สูญเสียทั้งหลายจะได้สู่สุขติ

โดยคุณ นิคม/nikom@hotmail.com 117.47.233.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส เคี่ยวเข็ญเย็นคร่ำกรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย------ใครจะไปนึกว่ากลอนบทนี้จะเหมาะเจาะตอนคนไทยได้ "ประชาธิปัตย์" เป็น "นาย" ตอนเทพเทือกชี้หน้านักข่าว เรารู้สึกเหมือน-----เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ จะยึดถือพงศ์พันธ์นั้นอย่าหมาย-----------ยิ่ง "ประชาธิปด" ใช้ พรก ฉุกเฉิน แถมยังโกหกไปทั่วทุกทิศ ยิ่งคิดถึงตอนสุดท้ายของกลอน--------ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา

โดยคุณ ติ๋ม อยุธยา 124.121.210.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
ประเทศไทยวันนี้ยังอึมครึม คนพูดความจริงไม่ได้ แต่ในที่สุดความจริงก็จะปรากฎให้โลกได้รับรู้ ไม่เคยคิดเลยว่าอำนาจของคนกลุ่มนั้นจะทำได้ทุกอย่างจริงๆ เมื่อใดที่อำนาจเป็นของประชาชนโดยแท้ เมื่อนั้นจะกลับมารักประเทศไทยได้อีกครั้ง

โดยคุณ ศรีราชา/hs2zqo@yahoo.co.th 202.44.7.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
หนังสือพิมพ์เมืองไทยแทบทุกฉบับยืนข้างรัฐบาลก็เพราะเห็นแก่เงินที่รัฐบาลโฆษณาเต็มหน้ากระดาษทุกวัน ปัจจุบันเงินที่รัฐบาลโฆษณาเริ่มร่อยหรอและหมดไป หนังสือพิมพ์เองก็เลยเริ่มจะกลับมายืนข้างความถูกต้อง แต่หากเงินค่าโฆษณาของรัฐบาลยังไม่หมด ยังสามารถโฆษณาเต็มหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ได้ทุกวัน รับรองว่าสื่อหนังสือพิมพ์จะยังไม่กลับมายืนอยู่ข้างประชาชนแน่นอน เพราะจุดยืนของสื่อหนังสือพิมพ์ก็คือเห็นแก่เงิน ไม่ได้ดูความถูกต้องที่แท้จริงหรอก ดังนั้นวิเคราะห์ได้เลยว่าพวกนักหนังสือพิมพ์นี่เองที่เป็นตัวหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยชิบหายไม่ใช่ใครอื่นไกล

โดยคุณ บางรัก 118.172.223.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
ดีใจและภูมใจมากที่ไม่ได้เกิดมาใช้นามสกุลเวชาชีวะและเทือกสุบัน

โดยคุณ rockville ,md 71.179.194.XXX

ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อความ
โอ้โห เจอแล้วพวกตัว....มารวมตัวกันอยู่ที่คอกนี้นะเองหาแทบตายเดี๋ยวก็โดนปิด ถ้ายังปากเหม็นแบบนี้....อกคงจะแตกตายถ้าไม่ได้พ่นเรื่องโกหก..หลอกลวง.. ที่สำคัญหลอกตัวเองตลอดเวลา.... อยากถามหนอ่ยว่าพวกคุณรักประเทศชาติกันแบบไหน......อยากให้ลูกๆของคุณโตมาเห็นการโกงชาติแบบหน้าด้านแล้วยังลอยไปลอยมาหาที่ลงไม่ได้แล้วด่าประเทศชาติแบบนี้หรือ.....พวกคุณเป็นคนมีความรู้สูงการศึกษาดีฉันรู้แต่ อย่าให้ความรู้สึกต่ำมาปิดตาซิ....... อะไรผิด.....อะไรถูก...คุณน่าจะใช้สติพิจารณาเอาเองได้อย่าให้มารความชั่วร้ายมาบงการสมองของคุณๆซิ.....รบ.นี้แนก็ไม่ชอบแต่ก็ยังดีกว่าทักษินเขาเลวจนฉันหาความดีที่เขาเคยทำเอาไว้มาลบไม่หมดเงินภาษีฉันเสียปีละเป็นแสนฉันไม่เสียดายถ้าเอาไปทำประโยชน์เพื่อชาติ......ไม่ไช่เอาไปเข้ากระเป๋านักการเมืองโกงชาติ.....ซึ่งฉันขอสาปแช่งให้พวกเขาจงตกลงสุ่นรกภูมิทั้งตอนมีชีวิตอยู่และตอนตายไปจากโลกนี้แต่ถ้าเขาเหล่านั้นกลับตัวกลับใจก็ขออนุโมทนาด้วย

โดยคุณ วัยทอง 124.122.17.XXX

ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อความ
16 เราว่าแก่คงจะบ้า ยอมรับความจริงไม่ได้

โดยคุณ ดาหวัน 1.46.245.XXX

ความคิดเห็นที่ 18 แจ้งลบข้อความ
16 คุณอย่าอคติมากซิครับ คำว่าอะไรผิด อะไรถูก ของคุณผมอ่านแล้วสงสารคุณจังเลย รบ.นี้มันก็โกงสารพัดโกง...คุณก็ยังว่ามันดี ขี้สองกอง กองหนึ่งคุณบอกว่าเหม็นมากรังเกียจ แต่ขี้อีกกองคุณเอามาหอมมาดม เผลอๆเอามาทาหน้า แถมอาจจะกินด้วยเอา..เอ้อ เวรกรรมประเทศไทย

โดยคุณ somchai 124.157.179.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER