หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “ตุลาการวิบัติ” หรือ “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย”กันแน่!?
หัวข้อ : “ตุลาการวิบัติ” หรือ “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย”กันแน่!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“ตุลาการวิบัติ” หรือ “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย”กันแน่!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ะยะนี้มีเรื่องไม่งาม ที่ข้องเกี่ยวกับผู้มีอาชีพตุลาการหลายเรื่องเช่น เมือ วันที่ 14 ตุลาคม 2553 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการตุลาการนายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกลงโทษให้ออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 
        ก่อนหน้านั้นไม่นาน สื่อใหญ่อย่าง "มติชนออนไลน์"ได้อ้างแหล่งข่าวจากสำนักงานศาลยุติธรรรม เปิดเผยถึงกรณีร้องเรียนกล่าวโทษ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายหนึ่ง ไปยังคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) ว่า
        นอกจากจะมีพฤติการณ์ฉันท์ชู้สาว กับหญิงที่มีสามีแล้ว อันเป็นที่น่ารังเกียจแล้ว ผู้ถูกกล่าวโทษรายนี้ยังใช้ชู้ของตัว ในการเรียกรับสินบน ในการตัดสินพิพากษาคดีต่างๆหลายคดี 
        มติชนระบุว่า
        ผู้ร้องเรียนเปิดเผยถึงวิธีการยอกย้อน ในการเรียกสินบนของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกกล่าวโทษนั้น ค่อนข้างสลับซับซ้อนทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวโทษกระทำโดยใช้อาศัยหญิงที่มีความสัมพันธ์กันเป็นตัวกลาง เพื่อป้องกันการตรวจสอบ
        รายละเอียดที่เขานำมาเปิดเผย มีอยู่ว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าวให้ใช้ หญิงที่มีความสัมพันธ์กัน(หญิงผู้ใกล้ชิด)ไปติดต่อเรียกรับเงินสิบบน 70,000,000.00 บาท (เจ็ดสิบล้านบาทถ้วน) จากจำเลยที่มีคดีความมาถึงศาลอุทธรณ์  
        เห็นจำนวนเงิน ที่เรียกแล้ว...ต้องตกใจ!

        แม้คดีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก เป็นแค่คดีที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์หรือไซ่ฟ่อนเงิน แต่คดีไปเข้ามือผู้ถูกร้อง จึงสบช่องที่จะ “รีด” เงินเอาจากฝ่ายจำเลย (ซึ่งข่าวเขาบอกว่า ผู้บริหารบริษัทเป็นคนในตระกูลนักการเมือง) เพียงเพื่อแลกกับการตัดสินให้ยกฟ้องคดีนี้ ให้สอดคล้องที่ศาลชั้นต้น ได้พิจารณายกฟ้องไปแล้ว 

        “มติชน” รายยังงานต่อไปว่า... 
        ในชั้นแรกฝ่ายจำเลยก็ไม่ยังเชื่อ จึงไม่กล้าจ่ายเงินผ่านหญิงผู้ใกล้ชิดสนิทเนื้อกับผู้พิพากษาผู้ถูกกล่าวโทษ แต่ผู้พิพากษาคนดังกล่าวได้กระทำการที่เหลือเชื่อ คือ มอบสำนวนคดีตัวจริงนี้ให้หญิงที่มีความสัมพันธ์นำไปให้ดู จนฝ่ายจำเลยเชื่อสนิทใจว่า
        ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าว เป็นผู้พิจารณาตัดสินสำนวนคดีนี้จริง! 
        จากนั้นฝ่ายจำเลยจึงค่อยๆทยอยมอบเงินให้ โดยผ่านหญิงผู้ใกล้ชิด เป็นเงิน 20,000,000.00 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) แต่ยังไม่สามารถหาเงินอีก 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ตามข้อตกลงได้ จึงต่อรองจะให้เป็นหุ้นของบริษัทผลิตอาหารกระป๋องแห่งหนึ่ง ที่มีเงินค้ำประกันเรื่องการส่งออกลำไย อยู่กับองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) เป็นจำนวนเงิน 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ซึ่งศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ อ.ต.ก. คืนเงินจำนวน 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 บาทต่อปี ให้แก่บริษัทดังกล่าวแล้ว แต่ขณะนี้คดีค้างอยู่ที่ศาลอุทธรณ์ 
        อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการตรวจสอบ ที่อาจมาถึงตนได้ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้อง จึงได้ให้หญิงผู้ใกล้ชิด เข้าถือหุ้นบริษัทนี้แทนผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็น "นอมินี" ของสมาชืกตระกูลนักการเมือง  
        ฉะนั้น เมื่อใดก็ตาม ที่ อ.ต.ก. คืนเงิน 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ให้แก่บริษัทนี้แล้ว หญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษาผู้ถูกร้อง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็จะได้รับเงินจำนวนดังกล่าว แต่มีข้อแม้จากผู้พิพากษาว่า   
        หญิงผู้ใกล้ชิดจะต้อง “หย่าขาด” กับสามีเสียก่อน มิเช่นนั้นผัวของหญิงคนนี้ จะมีส่วนได้เงินจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งในฐานะคู่สมรส หากยังไม่มีใบหย่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้อง ก็จะไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ และหากหย่าได้สำเร็จ จึงจะยอมตัดสินยกฟ้องคดีนี้ตามศาลชั้นต้นไปก่อน
        โอ้โฮ!...อะไรจะขะไหน ขนาดนั้น!!

        ปรากฏว่า แผนกลับไม่สำเร็จ เหตุเพราะชายผู้เป็นสามีของหญิงผู้ใกล้ชิด ไม่ยอมหย่า  ตามแผนการอันสลับซับซ้อนนี้ ผู้พิพากษาผู้ถูกร้อง จึงดึงสำนวนคดีนี้เก็บไว้ก่อน โดยยังไม่พิจารณาตัดสินคดีนี้ ทั้งๆที่ได้รับสำนวนคดีนี้มาพิจารณานานแล้ว
        ใช่แต่แค่นั้นนะครับ
        ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้องรายเดียวกันนี้ ยังถูกกล่าวโทษ กรณีมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวชาวต่างประเทศรายหนึ่ง เพราะทนายความหญิงของชาวต่างประเทศ ได่ตกลงเรื่องสินบนกับหญิงหญิงคนสนิทชิดใกล้ เป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีการทำเป็นสัญญา (ไม่มีมูลหนี้) ระหว่างญาติของหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา กับทนายความของจำเลยชาวต่างประเทศ โดยทนายความหญิงกับญาติของหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา ได้นำเงินตามข้อตกลงดังกล่าว ไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกัน (โดยคำร้องมีการระบุหมายเลขบัญชี ไว้ชัดเจน) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 เป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) 
        ต่อมาปลายเดือน 30 กันยายน 2552 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้อง ได้มีคำสั่ง “อนุญาต” ให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยชาวต่างประเทศคนดังกล่าวไปตามข้อตกลง 
        ครั้นถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2552 หญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้สั่งให้ทนายความหญิงแล ญาติของตนเอง ไปเบิกเงินจากบัญชีดังกล่าวจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อเป็นรางวัล ค่าตอบแทนกับญาติของตน
        หลังจากที่จำเลยชาวต่างประเทศ ได้ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำตามข้อตกลงแล้ว ทนายความหญิงและญาติของหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา ได้ไปเบิกถอนเงินจากบัญชี มาเปิดบัญชีถ่ายโอนเงินให้กับหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา เป็นจำนวน 3,400,000 (สามล้านสี่แสนบาทถ้วน) 
        ต่อจากนั้นหญิงผู้ใกล้ชิด ทยอยเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว ครั้งละไม่เกิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) แล้วส่งมอบให้ผู้พิพากษาศาลอุทรณ์เป็นเงินสด 
        หลังจากช่วยให้ประกันตัวสำเร็จแล้ว จำเลยชาวต่างประเทศจึงเกิดความเชื่อถือหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษาว่า จะสามารถช่วยให้ชนะคดีได้ จึงตกลงทำสัญญาว่าจ้างให้หญิงผู้ใกล้ชิด ช่วยเป็นเงิน 9,200,000.00 บาท (เก้าล้านสองแสนบาทถ้วน) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 และได้ชำระเงินให้หญิงหญิงผู้ใกล้ชิดไปแล้ว 4,000,000.00 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) คงเหลืออีก 5,200,000.00บาท (ห้าล้านสองแสนบาทถ้วน)

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        ผมเองนั้น มีความคุ้นเคยกับคดีข้าราชการทุจริตมานาน บางปีก็ได้เห็นรายละเอียด ในการสอบสวนทุจริตแทบจะทุกสำนวน ที่มีการสอบสวนกันในประเทศนี้ เพราะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่เคยเห็นเรื่อง “อุบาทว์” ในวงการศาลอย่างนี้ มาก่อนเลย!
        การวางแผนเรียกรับเงิน ซึ่งมีความยอกย้อนตามที่ “มติชน” รายงานอย่างนั้น น่าจะเป็นแนวความคิดของผู้ที่เป็น “อาชญากรตัวร้าย” มากกว่าเป็นการดำเนินการ ของคนที่อยู่ในตำแหน่ง นั่งบนบัลลังก์ ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี เช่น ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้องรายนี้เลย! 
        เชื่อว่าข่าวชิ้นนี้ คงทำให้ท่านผู้อ่าน มีความรู้สึกเหมือนผม คือ
        น่าขยะแขยงมาก!!
        เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และมีข่าวแพร่ออกมาว่า กำลังจะมีการนำเสนอข่าวนี้ ในภาคภาษาอังกฤษแบบ Exclusive เพื่อแจ้งเตือนบรรดาชาวต่างประเทศที่จะมาทำการค้า และคบหาสมาคมกับคนไทย เพื่อให้ทราบเป็นข้อมูล ก่อนที่เขาจะมีคดีความในสยามประเทศ
        เราคงจะได้เห็นกันเร็วๆนี้!!!

        ผมอยากจะเรียน กับท่านผู้อ่าน ว่า
        การกระทำของผู้พิพากษาซึ่งถูกกล่าวโทษ ที่เล่ามาข้างต้นนั้นเป็นเพียง การกระทำส่วนบุคคล แต่อาจมีผลที่ทำให้ผู้พิพากษาทั้งมวล พลอยเสียหายไปด้วย แต่อย่างไรเสีย ผู้คนที่แยกแยะออก ก็คงตัดสินได้ว่า 
        นี่เป็นเรื่องของ “บุคคลคนเดียว” เท่านั้น 
        อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่ผู้คนมองว่า เกิดขึ้นกับวงการตุลาการโดยส่วนรวมอย่างแท้จริงนั้น ได้เกิดก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพราะได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้พิพากษา ที่เรียกกันอย่างหรูหรา ว่า 
        “ตุลาภิวัฒน์” 
        เริ่มจากการประชุมกันที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ในซอยหลังสวน จากนั้นพรรคการเมืองของทักษิณ ก็โดนบีบคั้นอย่างหนัก ลงท้ายด้วยการยึดอำนาจโดยคณะทหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 ที่นำโดยผู้ที่ผมเรียกว่า “ไอ้บัง กบฎ” หรือบางสื่อเรียกว่า “ไอ้บัง สามจิ๋ม” กับพวก
        นับแต่นั้นมา ความฉิบหายใหญ่หลวงของชาติไทยเรา ก็ได้เกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ สถาบันต่างๆถูกทำลาย หรือถูกทำให้สั่นคลอน ผู้คนส่วนใหญ่ของชาติเสื่อมศรัทธาในบ้านเมือง ความขัดแย้งได้บานปลายออกไป จนถึงการฆ่าฟันกันระหว่างทหารกับคนในชาติ ความแตกแยกร้าวฉานของผู้คนในบ้านเมือง ยิ่งบาดลึก จนยากที่จะกลับคืนดีได้อีก
        มาถึงวันนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่าความเลวร้ายของชาติ อันเกิดขึ้นเพราะ “กรรมระยำ” ของ “ไอ้บัง สามจิ๋ม” กับพวก ที่ก่อไว้กับ บ้านนี้เมืองนี้ 
        จะสิ้นสุดลงเมื่อใด?

        ถาบันหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงว่า เป็นเครื่องมือของคณะรัฐประหารไป คือ “กระบวนการยุติธรรม” โดยเฉพาะศาล ที่คณะผู้พิพากษาลดตัวมาทำหน้าที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งของ “ไอ้บัง กบฎ”  และภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชนนั้น น่าอับอายยิ่งนัก คือ
        การนั่งพิจารณาของผู้พิพากษาที่มีเกียรติยศ พิพากษาภายใต้พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เจ้าชาวไทย สวมชุดสากล โดยไม่สวมเสื้อครุยแสดงวิทยะฐานะ และพร้อมใจกันตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ของอดีตนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ที่ถูกทำรัฐประหาร โดย “ไอ้บัง สามจิ๋ม” กับพวกนั่นเอง

        ต่อมาได้มีการเปิดโปงกัน ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปปรากฏ กาย ของคนระดับประมุขตุลาการ ทั้งประธานศาลฎีกา และประธานศาลปกครอง ในการเลี้ยงที่บ้านนักธุรกิจกบาลเกลี้ยง คือไอ้นายปีย์ มาลากุล ที่สื่อสารมวลชนลงข่าวกันอื้ออึง ซึ่งผมก็ได้เขียนถึงเรื่องนี้ในคอลัมน์ตัวเองชื่อ 
        ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด แต่ ‘สุมกบาล’ เพื่อก่อกบฏ!(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=139)
        และท้ายคอลัมน์ ผมสรุปทิ้งเอาไว้ว่า
        ...การพบปะกันของคนกลุ่มนี้ ที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ในวันอุบาทว์นั้น เป็นการไป... 
        ‘สุมกบาล’ เพื่อการก่อกบฏ หรือใครว่าไม่จริง!!!?...

        ที่เขียนอย่างนั้น เพราะผมพิจารณาจากสถานการณ์แวดล้อม และข้อมูลต่างๆประกอบ ก็เห็นว่า เป็นความพยายามที่จะทำการรัฐประหาร ซึ่งต่อมาก็เป็นความจริงในภายหลัง เพราะมีการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 นั่นเอง
        เมื่อประธานศาลสูงทั้งสองศาล ไปมีพฤติกรรมอันไม่เหมาะควรอย่างยิ่ง ประชาชนจึงรับไม่ได้ ทำให้ฝ่ายตุลาการตกเป็น “ขี้ปาก” ของชาวบ้านในที่สุด ทั้งยังทำให้ผู้คนจำนวนมากเห็นว่า 
        ถ้อยคำหรูหราอย่าง “ตุลาภิวัฒน์” ตามที่กล่าวอ้างกันหลังจากการรับประทานอาหารที่ห้องอาหารอิตาเลี่ยน ที่ซอยหลังสวน นั้น

content/picdata/258/data/tulakan.jpg

        ได้ถูกผู้คนที่รักความยุติธรรม และมีสติปัญญาทั้งหลาย วิพากษ์วิจารณ์กลับว่า แท้ที่จริงแล้ว เป็นการก้าวย่างเข้าสู่ยุค “ตุลาวิบัติ” นั่นเอง

        สำหรับการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังการรัฐประหาร ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา เพื่อสอบสวนจัดการกับอดีตนายกฯ ซึ่งเป็นการออกกฏหมายมา “ขยี้” คนเพียงคนเดียว ทั้งๆที่ประมวลกฏหมายวิธิพิจารณาความอาญา ยังใช้บังคับอยู่ และศาลไทย ได้ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร ไว้ในคำพิพากษา แต่ก็ยังมีผู้พิพากษาอย่างท่าน กีรติ กาญจนรินทร์ ที่มีความหาญกล้า ไม่ยอมรับอำนาจดังกล่าว 
        บทความของผมชื่อ “จดหมายฟ้องโลก”  ที่มีทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและเวอร์ชั่นฝรั่ง ได้บรรยายเหตุผลเอาไว้ชัดเจน (มีคนเข้ามาอ่านเกือบหนึ่งหมื่นห้าพันราย) และจดหมายฉบับนี้ ได้ถูกแจกจ่ายไปทัวโลก จึงอยากให้ทุกท่าน ได้อ่านทั่วกันใน 
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=187
        น่าแปลกมาก เพราะยังไม่มีผู้ออกมาคัดค้าน หรือโต้แย้งว่า ความเห็นของผมที่ปรากฏทั้งในจดหมายและบทความนั้น 
        ไม่ถูกต้อง! 

        ที่น่าดีใจอย่างมากก็คือ นายประพันธ์ นัยโกวิท ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ปัจจุบันเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างบรรยายพิเศษเรื่อง “จัดการเลือกตั้งอย่างไรให้สุจริตและเที่ยงธรรม”  ให้กับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงเมื่อ 1 ต.ค.2553 ว่า 
        “ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบเหมาะสมที่สุดของประเทศไทย และมองว่าอนาคตจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก เพราะกระแสโลกเปลี่ยนแปลงและไม่สนับสนุน ส่วนที่ผ่านมาการปฏิวัติรัฐประหารยังคงสามารถทำได้ ก็เพราะอำนาจตุลาการให้การยอมรับ รับรองว่าถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อใดที่อำนาจตุลาการไม่ยอมรับขึ้นมา อาจมีกฎหมายให้โทษย้อนหลังได้”

        ท่านผู้อ่านที่เคารพ
        ผมมีความเชื่อโดยสุจริตว่า วันหนึ่งวงการตุลาการบ้านเรา จะเกิดความกล้าหาญ ไม่ยอมลงให้กับอำนาจปากกระบอกปืน แล้วหันมาพิจารณาคดี ให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เฉกเช่นนานาอารยะประเทศ นั่นคือ 
        ไม่ให้การยอมรับ การปฏิวัติรัฐประหารว่า ถูกต้องตามกฎหมาย!
        แต่ก่อนถึงเวลานั้น ก็ดันมีข่าวเรื่อง “คลิปฉาว” ของศาลรัฐธรรมนูญ หลุดออกมาสู่สายตาสาธารณะ ทำให้ประชาชนต้องขุ่นเคืองใจ และตั้งปุจฉากันอย่างมากมาย แต่เมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา นสพ.มติชน รายวันในคอลัมน์ “เรียงคนมาเป็นข่าว” โดย “วิหคเหินฟ้า” ได้เขียนสั้นๆ แต่ฉายภาพให้เห็นความเป็นไปในเรื่องนี้ได้ป็นอย่างดี เพราะเขาว่าเอาไว้ อย่างนี้ครับ

        ...เรื่อง "คลิป" ยังไม่จบ เพราะ "ผู้พิพากษาหนุ่ม" เห็นคลิปแล้ว เริ่มตั้งคำถามกับพฤติกรรมของ “ผู้ใหญ่” ที่เจตนากดดัน อภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ให้มาเป็น “พยาน” คนเป็น “ผู้พิพากษา” ด้วยกัน ทำไมจะอ่านเกมไม่ออก หวังว่าคงไม่เกิด “วิกฤตตุลาการ” รอบสอง
        ...เพราะปล่อยให้ “ตุลาการ” ไปเกี่ยวข้องกับ “การเมือง” มากเกินไป ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ถึงขั้น “ประมุข” ของศาล ไปนั่งประชุมร่วมกันที่บ้าน ปีย์ มาลากุล เพื่อจัดการกับ กกต.ชุด พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ สถาบันตุลาการจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมา...

        นี่ไงครับ!
        อ่านแล้วทำให้เรารู้ชัดเจน แจ่มแจ้งแดงกระแจ๋แหว ว่า มาตรฐานความเป็นธรรม ในการพิจารณาคดีความของตุลาการบ้านเรานั้น ไม่ว่าจะเป็น ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ ต่างก็มี “ปัญหาตุลาการ” แบบครบวงจรทั้งระบบ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

        ส่วนจะเป็น “ตุลาการวิบัติ” ระดับธรรมดาๆ หรือถึงขั้น “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย” นั้น

        พิจารณากันเอาเอง เถอะครับ!!!

*************

        ***หมายเหตุ เพื่อความเข้าใจให้ชัดเจนเพิ่มขึ้น ขอให้ท่านผู้กรุณาอ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม คือ 
        - “ศาลไทย... ไม่ใช่ศาลทาส (นะโว้ย) !!!”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=208

        (บทความประจำสัปดาห์ “ตุลาการวิบัติ” หรือ “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย”กันแน่!?  ออนไลน์วันเสาร์ที่ 30 ต.ค.2553)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
อรุณสุนทรียสวัสดิ์รับลมหนาวครับ.....กระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้...เฉไฉโอนเอียงตั้งแต่เริ่มสายธารแล้วแหล่ะครับ เพราะทุกอย่างตีค่าเป็นเงินได้หมด เริ่มตั้งแต่ตำรวจ...อัยการ...ผู้พิพากษา....เพราะแต่ละคนต่างก็อยากรวยอยากใหญ่ อยากได้ชื่อว่าใกล้ชิดนักการเมืองที่มีตำแหน่งอำนาจสามารถสั่งเป็นตายร้ายดี ต่ออนาคตทางราชการได้...โดยลืมไปเสียสนิทว่า...ท่านคือข้าราชการหรือคนของพระราชาเป็นข้าในพระองค์...ที่จะต้องสนองงานต่างพระเนตรพระกรรณ...ช่วยดูแลทุกข์สุขประชาชนแทนพระองค์....ไม่เป็นไรหรอกครับเพราะพวกเขาเหล่านั้นสุดท้ายล้วนต้องไปพบกับตุลาการที่ซื่อสัตย์ตงฉินที่สุด ตัดสินความผิดดีชั่วอย่างไม่โอนเอียง...ที่พวกมันไอ้อีเหล่านั้นได้เคยกระทำลงไป....ท่านรออยู่ในนรกภูมิ...รอวันที่จะพิพากษาผู้ที่นำความวิบัติฉิบหาย...มาสู่ประเทศไทย

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันอ้อมข้าว 125.24.77.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
บทความอจารย์ก็ชัดเจนอยู่แล้วที่อาจารย์เขียนมาก็เหมือนบทที่เขาทำอยู่ทุกวงการอยู่แล้วเว้นแต่ว่าพวกใครคนของใคร ตาผมสว่างขึ้นทุกที

โดยคุณ บัวบาน 125.26.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
เย็นนี้(30/10/10) ดูคลิปพิสิฐ +จรูญแล้ว แนะนำให้หนังสือเรื่องต่อไปของท่านรองฯ ต่อจากรัดทำมะนวย ชื่อเรื่อง "สวยหัวคาน" ครับ

โดยคุณ mongkonjr@hotmail.com 125.25.7.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ผมรู้สึกฉงนและเริ่มตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ได้เห็นคำพิพากษาให้การเลือกตั้ง ๒ เม.ย.๔๙ เป็นโมฆะแล้ว หลังจากนั้นก็ให้ฉงนพร้อมตกใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีคำพิพากษาอื่น ๆ เกี่ยวกับการเมืองตามมา เช่น คำพิพากษาเกี่ยวกับ กกต ชุดเก่า การยุบพรรคการเมืองทั้งหลาย เรื่องบันทึกช่วยจำ ไทย-กัมพูชา สมัยรัฐบาลสมัครฯ ฯลฯ แล้วทุกอย่างก็มาเปิดเผยให้เห็นเบื้องหลังอล่างฉ่างเมื่อนายพลคนหนึ่งออกมาปูดเรื่องการสุมหัวประชุมกันก่อนปฏิวัติปี ๔๙ สุดท้ายก็ตามมาด้วยคลิปฉาวเรื่องยุบพรรคอย่างที่รู้กันอยู่ โจ่งแจ้งจนไม่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมแล้ว ก็ต้องถามว่าเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป คนไทยคงไม่มีที่พึ่งเสียแล้วกระมัง แต่คิดในมุมกลับทำให้ใจชื้นขึ้นบ้าง ต้องยกย่องผู้กล้าทั้งหลาย เช่น นายพลคนนั้น คนถ่ายคลิปฉาว {คงเห็นมาหลายครั้งจนทนไม่ได้ (ผมคิดเองอย่างตื้น ๆ)} คนอย่างท่านวาทตะวัน และคนอื่น ๆ ที่กล่าวถึงได้ไม่หมด ต้องถือว่าเป็นผู้นำในการช่วยกันเช็ดล้างประเทศไทยให้สะอาดขึ้น เพราะจะทำให้คนคิดชั่วเพลา ๆ ลงไปบ้าง หรือหมดไปในที่สุด แต่คงต้องใช้เวลาหน่อย นี่ก็กำลังรอดูความจริงที่น่าจะเผยออกมาในไม่ช้า ที่มีนายตำรวจใหญ่นายหนึ่งออกมาพูดเรื่องท่านผู้ทรงเกียรติค้าของเถื่อน น้ำมันเถื่อน ตั้งบ่อน ฯลฯ คงได้เห็นใครจริงใครปลอมกันบ้าง มีผู้กล้ามาก ๆ จะทำให้เมืองไทยน่าอภิรมย์ขึ้น พวกนักสร้างภาพ ช่างทาสี นักโกหกหน้าตาย พวกดื้อตาใส พวกชอบเอาเปรียบสังคมจะได้ลดน้อยหรือหมดไปเสียที

โดยคุณ เชิดชูผู้กล้า 58.8.183.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2553 17:26 น. เอาคลิปมาเผยแพร่ วงการท่านเปา คงฉิบหายอย่างอาจารย์วาทตะวันว่า

โดยคุณ สงสารคนไทย ที่มีแต่เปาบุ้นเจี๊ยะ แด๊กลูกเดียว 182.53.51.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยกับ ความเห็นที่ 4 ตัวกระผมเองก้อสังเกตมาตั้งแต่ให้การเลือกตั้งของ กกต ชุด พล.ต.อ.วาสนา เป็นโมฆะมาแล้ว ว่าวงการนี้เริ่มมีอะไรแปลกๆมาตั้งแต่ตอนนั้นยันปัจจุบัน ก็ยังคิดจะจมปลักเหมือนเดิม

โดยคุณ เห็นด้วย 182.52.223.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ชอบ คห ที่3 มากๆ

โดยคุณ 555 182.52.223.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
เย็นนี้(30/10/10) ดูคลิปพิสิฐ +จรูญแล้ว แนะนำให้หนังสือเรื่องต่อไปของท่านรองฯ ต่อจากรัดทำมะนวย ชื่อเรื่อง "สวยหัวคาน" ครับ =========================== เห็นด้วยครับ 5555

โดยคุณ ความคิดเห็นที่ถี่ 203.148.216.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า การทำหน้าที่ของผู้พิพากษาซึ่งของไทยนั้นทำในพระปรมาภิไธของพระเจ้าอยู่หัวเขาเหล่านั้นยังกล้าไม่ทำให้ความยุติธรรมเกิดอยู่อีกน่าอนาถนะครับอาจารย์

โดยคุณ tritron 110.164.175.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 3 มาก ๆ ครับ

โดยคุณ supawat_thong@hotmail.com 118.172.55.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณ ที่ทำให้คนไทยได้เห็นเรื่องจริง ไม่ใช่ผ่านจอ แต่ผ่านข้อเขียนของท่าน

โดยคุณ แจ่มจัง 58.9.145.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
ลืมไป อ่านในเว็บขาบอกว่า...การไปแจ้งความของพวก "กินปูน" เป็นความระยำสุดๆ.... เปรียบเสมือน.... "โจรขโมยรถ" แล้วเสือกไปแจ้งจับ..."เจ้าของกล้องวงจรปิด"

โดยคุณ สารรัดทำมะนวย 58.9.145.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
หลังจากคลิปฉาว ๒ ชุด ๘ ตอนเผยแพร่ออกมา เห็นผู้เกี่ยวข้องดิ้นพราด ๆ และพยายามจะกวาดสิ่งโสโครกเข้าซุกใต้พรมแล้วให้หดหู่ใจยิ่งนัก แทนที่จะช่วยกันทำความสะอาดกลับพยายามเบี่ยงเบนไม่ให้คนสนใจมองสิ่งสกปรกที่สุมอยู่ในบ้าน ยิ่งทำก็ยิ่งเห็นกำพืดว่าใครเป็นใคร แค่ไหน อย่างไร จำนวนผู้ที่ออกมาให้ความเห็นว่าจะต้องทำความจริงให้ปรากฎมีอยู่ไม่กี่คน อนาจแท้เมืองไทย นี่นายหน้าแหลมฟันดำกับนายสนธิ ณ โกเต้ก ออกมาให้ความเห็นอีกแล้วว่าอาจจะต้องแก้ปัญหาชาติด้วยการปฏิวัติรัฐประหารกันอีก อ่านแล้วอยากจะโวยดัง ๆ ว่าพวกเอ็งอยากจะให้มี carbombs เกิดขึ้นในประเทศนี้หรืออย่างไร ผู้คนเขารับไม่ได้แล้วโว้ย คนจะมาล้มกระดานเป็นผู้ดีวิเศษมาจากใหน ก็เป็นคนที่ต้องกิน ขี้ ปี้ นอน มีกิเลสหนา มีโลภ โกรธ หลง กันทั้งนั้น ทำแล้วก็เห็นอิ่มเต็มพุงกันทุกคน หนำซ้ำตรวจสอบไม่ได้อีก นี่ไม่รู้ว่ามีกลิ่นปฏิวัติอีกแล้วหรือยัง ถ้ามีจริงคงจะได้เห็นข้อเขียนของท่านวาทตะวันที่ดุเด็ดเผ็ดมันกว่าที่เขียนถึงบังสามจิ๋มแน่นอน (หากไม่ถูกปิดเว็ปเสียก่อน)

โดยคุณ อึดอัดจัง 58.8.159.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
ผลไม้พิษ ที่หล่นอยู่ใต้ต้นไม้พิษ เริ่มเน่าให้เห็นแล้วทีละลูก ผลงานอันน่าภาคภูมิใจของผู้ปลูก และให้ปุ๋ยบำรุงต้นไม้พิษ

โดยคุณ ???? 203.155.40.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
เรื่องประหลาดที่่เกิดในบ้านเราแทนที่จะเรียกผู้ที่ปรากฎอยู่ในคลิ๊ปฉาวโฉ่มาสอบสวนดันไปแจ้งความจับผู้นำคลิ๊ปมาเผยแผ่ ถ้าใครจำคดีวอเตอร์เกตได้ลองเอามาเล่าให้คนที่ไม่รู้ได้รับทราบกันบ้าง

โดยคุณ ลูกของน.ร.เทฆนิคทหารบกรุ่น2 125.25.31.XXX

ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อความ
ประเทศไทย..ไม่รู้ลูกหลานจะเป็นอย่างไร ตราบใดที่ยังมีคนใจสกปรกอยู่อย่างนี้..ทางออกมันจะไปอย่างไร

โดยคุณ SpinMilled 110.164.145.XXX

ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อความ
เวรกรรมของประชาชน ที่เกิดจากศาลจอมปลอม

โดยคุณ !!!! 183.89.56.XXX

ความคิดเห็นที่ 18 แจ้งลบข้อความ
ก็ยังเห็นผู้พิพากษากินเหล้า เที่ยวผู้หญิงอยู่เลย มีเมียน้อยด้วย ใครล่ะจะกล้ายุ่ง ก็อำนาจอยู่ในมือตัวเองนี่หว่า นี่เหละนักกฎหมาย เห็นเค้าบอกว่าต้องทำตัวดีๆไม่ใช่หรอผู้พิพากษา เสี่ยมมากทุกวันนี้ ความรู้สึกเรานะติดลบกับผู้พิพากษาแล้ว

โดยคุณ Ming 223.24.238.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER