หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ‘แดก’ กันจนประเทศชาติ...ยับเยินจริงๆ!!!
หัวข้อ : ‘แดก’ กันจนประเทศชาติ...ยับเยินจริงๆ!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

‘แดก’ กันจนประเทศชาติ...ยับเยินจริงๆ!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวประเทศไทยติดอันดับโลก คือเรื่องภัยจากการก่อการร้าย เป็นลำดับที่ 7 ของโลก โดยขึ้นมา 2 อันดับ และเป็นการไต่เต้าขึ้น ปีละ 2 อันดับติดต่อกัน อันเป็นระยะเวลาตรงกับที่พรรคดักดานของ นายมาร์ค มุกควาย และพวก วิ่งราวอำนาจขึ้นมาครองบ้านครองเมือง
        ไม่ช้าคงถึง อันดับที่ 1! 
        ที่คาดไม่ถึงเลย ก็คือ ข่าวสายการบินของชาติ ทีผมเขียนถึงด้วยความภาคภูมิใจมาตลอด คือ “การบินไทย” ได้กลายเป็นสายการบินอันตราย ลำดับที่ 9 ของโลก
        เรียกว่า “ติดทอปเทน” ถึง 2 รายการใหญ่ทีเดียว...
        น่ากลัวจริงๆ!
        อีกข่าวหนึ่ง แม้มองแล้วจะไม่เสียหายมากนัก แต่ก็ดูไม่ดีเลย นั่นคือ     
        เวิลด์แบงก์เผยรายงาน ‘ความสะดวกในการทำธุรกิจ’ ไทยถูกลดอันดับ จากที่ 16 ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 19 จากการสำรวจทั้งสิ้น 183 ประเทศทั่วโลก
        นี่ยังไม่รวมท่าทีที่น่าหวาดหวั่นของประเทศรัสเซีย กรณีรัฐบาลไทยประเคนนายวิคเตอร์ บูท ให้กับทางการสหรัฐ!

        ท่านผู้อ่าน คงสังเกตเห็นว่า
        ยามนี้ บ้านเรามีแต่ข่าว “ไม่เป็นมงคล” อย่างต่อเนื่อง แต่น่าแปลกใจ เมื่อได้เห็นบ้านอื่น ที่แม้มีข่าวไม่ดีน้อยกว่าเราหน่อยเดียว อย่างฟิลลิปปินส์ แต่ปัจจุบันผู้คนของเขา กลับมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม 
        ชาวตากาล๊อคทั้งประเทศ รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เพราะมีนักมวยที่เป็นตำนานของชาติ อย่าง “แมนนี่ ปาเกียว” ขึ้นชกชิงเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นที่ 8 อย่างที่ไม่เคยมี นักมวยคนไหนในโลกใบนี้ทำได้มาก่อน
        ผู้คนในบ้านเมืองของเขา ใจจดจ่ออยู่ที่หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ พร้อมเพรียงกันทั้งชาติ 
        คนยากคนจนของฟิลลิปปินส์ ที่ไม่มีเงินดูโทรทัศน์แบบ
pay per view ก็มีผู้สงเคราะห์ ออกเงินให้มาดูทางจอใหญ่รวมกัน  
        อดชื่นชมไม่ได้!

        หันมาดูประเทศของเราบ้าง ก็ให้นึกเสียดายที่บ้านเมืองไทยยามนี้ กำลังทรุดโทรมผู้คนเป็นทุกข์ เคร่งเครียด หม่นหมองไ ร้ความสุข 
        บางคนขัดเคือง คั่งแค้นด้วยซ้ำ!
        เท่านั้นยังไม่พอ 
        ไทยเรายังกลายเป็น “ชาติอันตราย” ในสายตาของชาวโลก แถมประเทศของเรา ก็ยังไม่มีใครที่ไหนเลย จะมาเป็นขวัญกำลังใจ ให้ผู้คนในชาติยึดเป็นที่พึ่งทางใจได้ อย่าง “แมนนี่ ปาเกียว” เพราะบ้านเมืองของเรา มีแต่ประเภท 
        “ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไป กลายเป็นบ้องกัญชา” 
        คนไทยที่น่าจะใกล้เคียงกับ “แมนนี่ ปาเกียว”  เพราะเคย
ทอแสงเหมือนทองนพคุณ แต่พอนานๆไป ก็ดันลอกออกจน เขียวปี๋ น่าขยะแขยง จนทำให้ผู้คนในบ้านเมือง ที่ได้รู้เช่นเห็นชาติ เขาประจักษ์แจ้งแล้ว ต่างพากันพูดว่าว่า 
        “แม่งแค่ ‘ทองเก๊’ ว่ะ!” 
        ชาวบ้านต่างพากันผิดหวัง พากันตะโกนร้องด่ากันให้เสียงขรมเลยทีเดียวเชียว!! 
        ดังนั้น ยามนี้ประชาชนคนไทย ก็ได้แต่สงสารกันเอง ต้องปลอบโยนกันเอง ให้กำลังใจกันเอง แล้วชวนกันหันหน้าไปยึดเอา 
        พระเจ้าพระสงฆ์ ...เป็นที่พึ่งทางใจต่อไป!!!

        เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา (14 พ.ย.2553) ผมขับรถไปออกกำลังและดูมวยกับพรรคพวก ระหว่างทางเปิดวิทยุฟังเรื่อยเปื่อยไปตามประสา ได้ยินคุณสัญญพงศ์ จิรารัตน์วัฒนา นักจัดรายการรุ่นเก๋า สนทนากับ ดร.นิกร วัฒนพนม อาจารย์เก่าแก่ของนิดา ซึ่งตอนนี้อายุมากแล้ว ท่านก็ยังไปตั้ง BCL มูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน งานส่วนใหญ่ก็มุ่งไปทางด้านการฝึกอบรมและพัฒนา จึงยังคงมีลูกศิษย์ลูกหามากพอสมควร
        รายการที่ทั้งสองผู้สูงอายุคุยกัน ชื่อ “สังคมพิพากษ์” ออกอากาศทางวิทยุ คลื่น FM 100.5 MHz ของ อ.ส.ม.ท.
        ที่ทนฟังคำพูดของอาจารย์ฯนิกร ไม่เปลี่ยนคลื่นไปไหน ก็เพราะท่านพูดถึงการคอรัปชั่นในวงราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมสนใจ แต่ที่อาจารย์พูด ก็เป็นเรื่องพื้นๆ ชาวบ้านรับรู้แล้วเป็นส่วนใหญ่ เช่น 
        การคอรัปชั่นจากงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะต้องมี “เงินทอน” ให้กับฝ่ายผู้มีอำนาจ

        “เงินทอน” ในความหมายของอาจารย์ ก็ตรงกับความหมายของคำว่า “ค่าหัวคิว” ,“ค่าคอมมิชชั่น” ,“เงินเก๋าเจี๊ยะ” หรือ “เงินหมาแดก” สำหรับข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ หรือเงินที่ๆได้มาจากการ “คอรัปชั่น” นั่นเอง เช่น 
        การก่อสร้าง ไม่ว่าเป็นอาคาร ถนน แต่เดิมเคยเรียกเงินทอนสำหรับผู้มีอำนาจ ที่จัดสรรงานให้ อยู่ราว 5% แต่ปัจจุบัน เรียกกันสูงถึง 30% และกลายเป็นเรื่องปกติไป
        อาจารย์นิกรฯ บอกวา ที่มีการเรียก “เงินทอน” กันสูงอย่างน่าตกใจ คือการเรียกเงินของผู้มีอำนาจในส่วนที่เกี่ยวกับโรงเรียน ซึ่งทั่วประเทศ มีการเรียก “เงินทอน” อยู่ราว 30% แต่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ บางแห่งเรียกหนัก ถึง 60%
        ข้อมูลหลังนี้ ฟังแล้วไม่อยากเชื่อว่า จะเรียกกันสูงกว่าครึ่งของงบประมาณคือสูงถึง “หกสิบเปอร์เซ็นต์” แล้วอย่างนี้คุณภาพสิ่งของ ที่ไปถึงมือนักเรียน จะเป็นอย่างไร ผมนึกไม่ออก 
        อาจารย์นิกรฯ นี่แหละครับ ที่บอกอีกว่า
        “อาชีพที่ร่ารวยเร็วที่สุดในโลก ในตอนนี้ คือ ‘นักการเมืองไทย’ ไม่มีอาชีพไหนเทียบเทียมได้!”
        เออแฮะ...ตรงนี้ ผมชักจะเห็นด้วยหน่อยๆแล้ว
        ดูจะเป็นความจริง เพราะสมัยก่อนนั้นดูนักการเมืองก็ยังจนอยู่ ขนาดค่ารถกลับบ้าน ยังต้องไปขอพ่อค้า เพราะคุณทักษิณเคยเล่าให้ฟังผ่านสื่อโทรทัศน์ว่า
        “ก่อนเล่นการเมือง ตอนที่ผมยังอยู่ออฟฟิศที่ราชวัตร  นักการเมืองที่เป็นพ่อของไอ้คนที่ทรยศผม มันยังเคยไปขอ “ค่ารถ” กลับบ้านต่างจังหวัดเลย แต่เดี๋ยวนี้ร่ำรวยแล้ว” 
        อย่างนี้ก็มี 
        ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริง อย่างที่นายกฯทักษิณว่าหรือเปล่า? 
        แต่มีคนเขาให้ไปถาม 
        อีตา “ปู่ ช.” แกดู!
        อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยากรวยเร็ว รวยลัด ลองเลือกเส้นทางเป็น “นักกินเมือง” ก็แล้วกัน!!

        ที่ผมติดใจมาก ก็คือ
        อาจารย์นิกรฯ พูดจาโผงผางว่า รัฐบาลปัจจุบัน ของอภิแสบนี้ มีเรื่องราวคอรัปชั่นมาก ท่านอาจารย์ถึงกับระบุอย่างสิ้นหวังถึงการบริหารงานของ นายมาร์ค มุกควาย ว่า 
        “เป็นนายกมา 2 ปี พอแล้ว เพราะเหมือนยืนอยู่บนซากศพ”
        ซากศพตามความหมาย ก็คือการ “คอรัปชั่น” กองใหญ่ของรัฐบาล นั่นเอง!
        (ผมไม่ใช้คำว่า “ซากศพ” แต่ใช้คำใกล้เคียง ว่า “กองขี้!!!” คือนายมาร์ค มุกควาย ทำตัวบริสุทธิ์ เหมือนนั่งกรรมฐานบนกองขี้คือ “คอรัปชั่น” ดูบทความ รับสั่งถาม… “ทำไมรัฐบาลนี้ จึงโกงนัก!?”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=256)

        พออาจารย์นิกรฯ พูดจบ คุณสัญญพงศ์ จิรารัตน์วัฒนา ดูเหมือนจะตกใจ คำพูดรุนแรงของวิทยากรประจำรายการดู เลยพยายามพูด ให้คู่สนทนาผ่อนคลายลงว่า 
        “ทำไมวันนี้อาจารย์ พูดดุเดือดจัง?” 
        แทนที่จะปรับท่าที อาจารย์นิกรฯกลับสวนว่า 
        “ไม่รู้รายการของคุณ จะถูกถอดหรือเปล่า?”
        ผมเองก็อยากทราบเหมือนกันว่า รายการ “สังคมพิพากษ์” นี้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัววิทยากรหรือไม่? 
        อีกไม่กี่วัน ก็คงรู้
        การที่มีคนพูดตรงๆ อย่างอาจารย์นิกรฯ ซึ่งเป็นคนที่สังคมรู้จัก ได้พูดออกทางสื่อของรัฐ อย่าง อ.ส.ม.ท. ผมกลับมองว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะคนไทยทั้งหลาย จะได้เห็นว่า 
        ยังมีคนกล้าพอ ที่จะพูด ‘เรื่องจริง’ ในบ้านเมืองนี้!  
        จะได้มีคนออกมา ‘พูด’ กันให้มากๆ!!

        ในความเห็นของผม การที่อาจารย์นิกรฯ พูดอย่างนั้น เพราะท่านคงเห็นแล้วว่า เรื่องการทจริตคอรัปชั่นโกงกินบ้านเมือง ที่ปรากฏในสมัยรัฐบาลนายมาร์ค มุกควาย นั้น 
        มันช่างมากมาย ซะเหลือเกินจริงๆ! 
        ไม่ต่างจากที่ผมได้เขียนไว้ในบทความ เป็นหลักเป็นฐาน ถึงพฤติกรรมที่ส่อไปให้เห็น ความไม่ซื่อสัตย์ของคนในพรรคดักดานนี้มากพอสมควร ซึ่งท่านผู้อ่านเปิดย้อนดูได้ เฉพาะชื่อคอลัมน์ ก็สำแดงฤทธิ์แดก ของพรรคเก่ากะลาได้เป็นอย่างดี เช่น   
        - “พรรคประชา (แดก) ปลาเน่า” ...เน่าทั้งข้อง-ทั้ง’ป๋อง!!!? 
        - DNA ในสันดานประชาธิปัตย์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!!        
        - พวกมัน? หิวโหย?...กันแค่ไหน!? 
        - ยุคประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!? 
        - “อภิสิทธิ์กับ ‘รัฐบาล-โลซก’ ยื่น ‘นรก’ ให้คนไทย!!!”      
        - ไอ้รัฐบาล...สุดโสโครก!
        - ประชาธิปัตย์...“ผวกหมึ้งไม้หรู่จั้กอับ จั้กอายกันเล่ย!!! 
        - รัฐบาล... “จังไรไม่พอเพียง!”

        - เศรษฐกิจ “เชิงทุจริต” ของประชาธิปัตย์!!!
        - ถูกทั้งหวย ‘ชุมชนพอเพียง’- หวย ‘ไทยเข้มแข็ง’ แล้วนี่!!! 
        - ความประหยัดของในหลวง-ความสุรุ่ยสุร่ายของรัฐบาลโลซก!
        - รับสั่งถาม… “ทำไมรัฐบาลนี้ จึงโกงนัก!?”

        พอประชาธิเปรตบริหารประเทศมาครบ 12 เดือน ผมก็เขียนรวบรวม “พฤติโกง” ขึ้นมา ชื่อบทความ คือ
        ครบ 1 ปี รัฐบาลโลซก...ต้องยก ‘หรีด’ มาให้!!! 
        เห็นเฉพาะแค่ชื่อคอลัมน์เท่านั้น ก็ ‘มันส์’ แล้ว และพอลงไปอ่านในรายละเอียด ผู้คนก็คงจะทราบได้ทันทีว่า 
        ผู้เขียนต้องพูดถึงเรื่องการทุจริต ไม่โปร่งใส ในการบริหารราชการงานแผ่นดินของพรรคดักดาน เป็นแน่แท้  
        เป็น ‘กรรม’ ของประเทศไทยเราจริงๆ!
        ผมตั้งใจจะรวบรวมคอลัมน์ที่บอกข้างต้น ให้เป็นภาคต่อของ “นินทาประชาธิปัตย์” (ฝ่ายค้านดักดาน) แจกแจงสันดานของพรรคดานดักออกมาอีกเล่ม เพื่อขยายความรู้ของท่านผู้อ่าน
        อาจให้ชื่อหนังสือว่า
        ประชาธิปัตย์- “ดักดาน-แดกดุ!!!”  
        ต้องติดตาม กันต่อไป

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        ผมเขียนถึงพฤติกรรม อันส่อไปในทางไม่สุจริต โปร่งใส ของพรรคประชาธิเปรตมานมนานแล้ว ยิ่งพอพวกเขาเข้ามาบริหารประเทศ ความอื่อฉาวเรื่องทุจริตเรื่อง “โครงการไทยเข้มแข็ง” โผล่ออกมาฉับพลันทันที 
        ท่านผู้อ่าน คิดหรือเปล่าครับว่า 
        เรื่องนี้ต้องมีการ “เตรียมโกง” กัน มาก่อน?
        แล้วท่านคิดว่า

        หัวหน้าพรรคอย่างนายมาร์ค มุกควาย น่าจะรู้หรือควรรู้หรือไม่ ว่ามีพรรคของตัว มีการเตรียมโกงเรื่อง “โครงการไทยเข้มแข็ง” หรือไม่?
        ตรงนี้เป็นจุดหักที่สำคัญมาก แต่ผมคิดว่า ท่านคงใช้วิจารณญาณเอาเองได้

        รรคดักดานนี้ ได้แก้ข้อกล่าวหาเกมโกง “โครงการไทยเข้มแข็ง” ด้วยการทำทีตั้งกรรมการขึ้น โดยมีไอ้ตัวที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นคนอีสาน คือ นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.กรุงเทพ เป็นประธานกรรมการ ให้ไปสอบสวนเรื่องทุจริตโครงโกง ที่อื้อฉาวของพรรคตัวเอง ซึ่งมีหลักฐานปรากฏแน่ชัด เผยแพร่ให้ประชาชนทราบโดยสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ไปแล้ว 
        นายเจริญ คันธวงศ์ สอบสวนกระโดกกระเดก แล้วโมเมลงตรงสรุปออกมาว่า เป็นการกระทำของลูกพรรค แล้วบอกสื่อในทำนองว่า มีการให้ลูกพรรคที่เกี่ยวข้อง ออกจากพรรคไปแล้ว 2-3 คน แต่ไม่ยักบอกว่า   
        ไอ้ลูกพรรคขี้โกงน่ะ มันชื่ออะไร? โกงไปได้อย่างไร? ได้เงินจากการโกงไปเท่าใด? 
        ทำไมไม่มีการบอก ให้ผู้คนเขาได้รู้กันล่ะ!? 
        ไอ้บริษัทที่มีผลประโยชน์ จากโครงการกาลีนี้ บริจาคเงินบำรุงพรรคประชาธิเปรต ไปเท่าไหร่?
        ไม่มีการทำให้กระจ่างเลย...จากนั้นก็ทำลืมๆกันไป!
        ถ้านายเจริญฯเป็นเพื่อนสนิท รุ่นราวคราวเดียวกัน ผมจะเดินเข้าไปหา สะกิดถามว่า
        “ทำไมมึงถึงไม่ไปแจ้งความกับตำรวจ ว่าคนในพรรคมึง มันโกงล่ะ...ไอ้หอก!?”
        แต่นี่บังเอิญนายเจริญฯไม่ใช่เพื่อน ผมเลยไม่มีโอกาสได้ถาม

content/picdata/262/data/mark.jpg

        การกระทำอย่างนี้มันน่าอับอาย น่าจะเอาปี๊บอย่างที่เห็นตามรูป แจกให้ลูกพรรคดักดาน ไปคลุมกบาลกัน คนละใบจริงๆ!!

        ก่อนจบบทความในวันนี้ อยากจะเรียกร้องไปยังท่านผู้อ่าน ต้องช่วยกันกระจายพฤติกรรม อันส่อไปในทางไม่สุจริต ของพรรคดักดานและรัฐบาลนี้ ให้กว้างขวางออกไป อย่างที่ ดร.นิกร วัฒนพนม ท่านได้ทำเป็นตัวอย่าง นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้านเรา 
        ต้องปรบมือให้! 
        นอกจากนั้น ก็ยังอยากจะบอกกับนายเจริญฯ และเพื่อนร่วมพรรคของเขาว่า

        เรื่องทุจริต “โครงการไทยเข้มแข็ง” ของประชาธิเปรต นั้น เป็นเครื่องหมายแห่งการทุจริต อันน่าอัปยศอดสูของชาติเรา เพราะ นายภักดี โพธิศิริ หนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. ก็เพิ่งออกมาแถลงหยกๆเองว่า 
        ...การลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบยุทธศาสตร์ “ไทยเข้มแข็ง” พบว่าร้อยกว่าโครงการที่ตรวจสอบนั้น ทุกโครงการล้วนแต่  
        ทุจริตทั้งสิ้น!!

        แหม!ฟังแล้วอยากจะพูด ให้ถึงใจแบบคอ “ลูกทุ่ง” ว่า...
        ...ไอ้พวกนี้มัน แดก แดก แดก และรุมกันแดก!!

        ‘แดก’ กันจนประเทศชาติ...ยับเยินจริงๆ!!!  

……………

        (บทความประจำสัปดาห์ ตอน  ‘แดก’ กันจนประเทศชาติ...ยับเยินจริงๆ!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 20 พ.ย. 2553)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ได้แรงอก เลยครับ

โดยคุณ ชอบจริงๆ 58.8.144.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
แดก...คำไทยแท้ ดั้งเดิมคำนี้ มีความหมายว่าเป็นการนำอาหารใส่ปาก หรืออาจแสลงได้ว่าเป็นกริยาที่น่ารังเกียจในการรับประทานอย่างมูมมาม....จากโครงการไทยเน่าเหม็น ที่ฯพณฯต่อยอดออกมาจากโครงการล้านความสุข 59 ล้านความทุกข์ของคนไทย ที่ได้ลงมือทำ และประสบผลสำเร็จอย่างงดงามนั้น ผมว่าท่านวาทตะวันใช้กริยา "แดก"นั้น คงไม่เพียงพอที่จะสื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพสักเท่าไรนะครับ...ในส่วนตัวของผม ผมให้คำจำกัดความกริยาการแดกของรัฐบาลโลซก ว่า "ยัดห่าแดก" น่าจะชัดเจนกว่าครับ

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันหิวโหย 125.24.76.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ไม่นาน สันดานที่แท้จริงก็ปรากฏออกมาให้ชาวบ้านได้เห็นกัน พรรคการเมืองเก่าแก่ที่ประชาชนเคยยกย่องว่า แม่นกฏหมาย เก่งในการตรวจสอบปัจจุบันไม่เหลือซากและยังน่าขยะแขยงอีกต่างหาก มันตรวจสอบพบว่ามีการโกงในโครงการไทยเข้มแข็ง แต่มันไม่ไปแจ้งความดำเนินคดี ไม่สงใจจะเอาผิดกับคนโกงแล้วมันจะสอบสวนหาพระแสงอะไรครับ

โดยคุณ tritron99@hotmail 125.27.199.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
เดี๋ยวนี้มีวิธีหาเงินแบบใหม่โดยเขียนป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ชูนโยบายของพรรคพร้อมรูปร.ม.ต.(จริงๆแล้วเป็นการโฆษณาหาเสียงให้ตัวเองมากกว่า) อยากถามว่าค่าป้ายโฆษณาใช้งบอะไร ตอบให้ก็ได้งบจากภาษีที่ประชาชนเสียให้ไงครับ แทนที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นคืนกลับให้ประชาชนกลับเอาไปโฆษณาตัวเอง บอกตรงๆว่าทุเรศว่ะ ไอ้พวกที่เกิดมาแล้วพ่อแม่ลืมให้สมองมาด้วย

โดยคุณ ลูกของนักเรียนเทฆนิคทหารบกรุ่น2 125.25.18.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
พรรคเปรตมันจะส่งอภิรักษ์ลงสมัครส.ส.กทม.คราวนี้ อยากให้อาจารย์ออกความเห็นหน่อย

โดยคุณ เจ.เจ. กทม. 115.87.51.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
น่าไปบอก สนธิ บุญยกลิน นะ

โดยคุณ vat 58.8.140.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
อ่านบทความนี้จบครั้งแรกตั้งใจจะเล่าเรื่องที่ได้รู้ได้เห็นมาด้วยตนเองเพื่อช่วยเผยแพร่ความอัปยศอีกด้านหนึ่งของพรรคแสบนี่สัก ๒ เรื่องตามที่ท่านวาทฯแนะนำ เพื่อคนจะได้รู้เช่นเห็นชาติมนุษย์พันธุ์พิเศษกลุ่มนี้มากขึ้น แต่พออ่านซ้ำหลายครั้งก็หมดใจ คงได้ประโยชน์ไม่มาก เพราะใจไปนึกถึงแก๊งที่เคยเขียนหนังสือเรื่อง"รู้ทันทักษิณ" ที่ตอนนี้เงียบเป็นเป่าสาก หรือพวกนักวิชาการ-นักกฎหมายสอพลอ สื่อบางพวกที่แทงกั๊กและรักษาสถานะ ฯลฯ ก็คงสมประโยชน์อิ่มหนำสำราญกันดี จึงไม่แตะให้ระคายผิวเลย ซ้ำยังทำเรื่องหน้าไม่อายออกมาให้เห็นเป็นเสนียดอยู่เนือง ๆ ผู้กล้าจริง ๆ มีอยู่น้อยเหลือเกิน จึงขอเขียนเพียงสั้น ๆ ว่า "เกลียดมันทั้งโคตรเลยพรรคแสบเนี่ย ทองเก๊ทั้งยวง"

โดยคุณ ไม่มีใจให้พวกเอง 58.8.207.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ชอบปี๊บจัง อยากจะยืมไปคลุมหัว แต่กลัวติดเสนียดจากรูปบนปี๊บครับ

โดยคุณ จอห์น สไตน์บุก 125.27.42.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
อาจารย์ครับพรรคอื่นคนอื่นโคตรโกง (โกงทั้งโคตร)แต่ถ้าพรรคตัวเองกลับมองไม่เห็นเหมือนท่านรองวิสุทธิ์ที่บังอาจไปแตะพรรคพวกกูไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ปากท้องประชาชนหรอกรับรองได้หามาแบลคได้หมด ถ้าพรรคพวกมีปากเหมือนมีตูด ผมเชื่อว่านรกสวรร์มีจริงแน่อาจารย์ ช่วงนี้แบคดีเชิญตามสบายประเทศสารขันฑ์

โดยคุณ บัวบาน 125.26.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มีการพัฒนาทางภาคใต้สักโครงการหรือเปล่า มีแต่ค้าของเถื่อนมากมาย นำมันเอ๋ย ของหนีภาษีเอ๋ย เหล้าบุหรี่เถื่อนมามาย ไม่ได้สนใจปากท้องประชาชนเลย อย่างนี้ประชาชนต้องตายก่อน ถึงจะทำ

โดยคุณ คนใต้ 125.24.136.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ไอ้เปรข-ต นี่มันทำอะไรเป็นบ้าง ลองยกตัวอย่างมาให้ดูเป็นขวัญตาสักหน่อยได้ไหม เอาแค่บทความดีๆ สักบทก็ได้ หรือสรรเสริญมันว่า เคยเป็นหัวหน้าห้องสักเทอมหนึ่งก็ได้ แค่นี้มันยังไม่เคยทำเลย มิพักต้องพูดถึงการบริหารเงิน บริหารบริษัท บริหารคนเลย แล้วมันจะเอาสติปัญญาที่ไหนมาบริหารประเทศ

โดยคุณ songkla 202.28.33.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
- ความประหยัดของในหลวง-ความสุรุ่ยสุร่ายของรัฐบาลโลซก! *ไม่ควรอ้างถึงนะครับผม ...แต่พูดได้ใจมาก

โดยคุณ .. 223.206.6.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
เดี่ยวทำปีบไว้เตะบ้าง ใครทำขายสงสัยขายดี

โดยคุณ iPad 180.210.216.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER