หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > เปลี่ยน ศอฉ. เป็น ศอจ. (ศูนย์แอบดูจิ๋ม!)
หัวข้อ : เปลี่ยน ศอฉ. เป็น ศอจ. (ศูนย์แอบดูจิ๋ม!) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

เปลี่ยน ศอฉ. เป็น ศอจ. (ศูนย์แอบดูจิ๋ม!)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ารที่นายสุเทพ ออกมากล่าวหาฝ่ายพันธมารเสื้อเหลือง ว่าเป็นพวกป่วนบ้านป่วนเมืองเหมือนเสื้อแดง เป็นการออกมากล่าวหลังจากนาย “ประพันธ์ คูณมี” ออกมาแฉว่า 
        นายชวน หลีกภัย เป็นหัวโจก ยุให้ฝ่ายพันธมาร โค่น“ทักษิณ” 
        ผมคงไม่ต้องเล่ารายละเอียด เพราะข่าวสารเรื่องนี้แพร่ไปทั่วแล้ว แต่อยากนำข้อเขียนในข่าวสังคม ของ “ชโลทร” จาก นสพ.มติชนรายวัน วันพุธที่ 26 พ.ย.2553 ว่า 
        ...เมื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาทบทวนความหลังด้วยคำแรง “ประชาธิปัตย์เหยีบศพคนเสื้อเหลืองขึ้นมาเป็นรัฐบาล” ตามด้วย ประพันธ์ คูณมี เปิดโปงว่า ชวน หลีกภัย เรียกไปให้ช่วยปลุกระดมถล่ม ทักษิณ ชินวัตร โดยให้รางวัลเป็น “เน็คไทสี่เส้น” ...”
        ยังครับ ยังไม่หมด เพราะ “ชโลทร” ยัง หยอดต่อไปอีกว่า 
        ...ปัญหาย่อมกลับไปอยู่ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะเคลียร์ “บุญคุณที่ถูกทวงถาม” อย่างไร เพื่อ “เบื้องหน้าเบื้องหลังที่ยังเป็นความลับระหว่างคนเคยเป็นเพื่อน จะไม่ถูกเปิดโปงความลับมากไปกว่านี้” ... 
        ต้องขอบใจ “ชโลทร” ที่ช่วยฉายภาพ “ฝนตกขี้หมูไหล”  ให้ประชาชนได้เห็นทั่วกัน 
        นี่ยังไม่นับคำสารภาพโดยไม่ตั้งใจ ของโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคดักดาน ที่ถูกกล่าวหาจากฝ่ายพันธมารว่า “เนรคุณ” โดยเขาโต้ว่า จะเนรคุณกับคนที่ไม่รู้จักพอ แต่ไม่เคยเนรคุณกับประชาชน ซึ่งเหมือนนายโฆษกจะประกาศว่า 
        ต่อไปนี้ ทางประชาธิเปรต จะไม่ยอมให้ “รีด” ให้ “ไถ” กันต่อไปอีกแล้ว อย่างนั้น ใช่หรือเปล่า?
        ยิ่งเสริมภาพ “ฝนตกขี้หมูไหล” ได้แจ่มแจ้ง แดงกระแจ๋ แหววหนักยิ่งขึ้นไปอีก!!

        ท่านผู้อ่านที่ได้ติดตามคอลัมน์ของ “วาทตะวัน” มาโดยตลอดนั้น คงพอจะจำได้ว่า
        เมื่อ 12 กันยายน 2551 ผมได้เขียนบทความชื่อ "ประชาธิปัตย์จงฟัง อย่าให้คนเขาลือกันว่าเป็น...พรรคก่อการร้าย!!!" (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=82)  ซึ่งได้เขียนถึงการยึดสนามบินในปักษ์ใต้ ว่าเป็น “การก่อการร้าย” ตามประมวลกฎหมายอาญาที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ 
        ทันทีที่ผมได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ได้เกิดการฮือฮากันขึ้นในหมู่นักกฎหมาย นักวิชาการ และสื่อต่างๆ เพราะก่อนหน้านั้น ไม่เคยมีใครชี้ประเด็นก่อการร้าย ตามกฎหมายใหม่มาก่อนเลย และบทความของผมนั้น ได้ระบุว่าชาวบ้านและตำรวจปักษ์ใต้รู้ดีว่า 
        พรรคการเมืองไหนอยู่เบื้องหลัง และนักการเมืองพรรคใดที่เป็นผู้เคลื่อนไหว นำผู้คนเข้ายึดสนามบิน?

        ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม 2551 ผมกระแทกซ้ำอีกครั้ง ด้วยบทความชื่อ จำลอง ศรีเมือง กบฏและผู้นำการก่อการร้าย....ต้องโดนนนนน?!? http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=112  
        คราวนี้ผมระบุชัดเจนในชื่อบทความว่า ใครเป็นกบฏและใครเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ ผมมีจุดประสงค์ที่จะให้ทางราชการ ดำเนินคดีกับ “จำลอง ศรีเมือง” ในฐานะกบฏและผู้นำการก่อการร้ายให้จงได้ ซึ่งคดีแม้จะโอ้เอ้ศาลารายมา แต่ก็ต้องเดินทางมาถึงทางแยก ที่นำไปสู่กระบวนการยุติธรรมในที่สุด 
        ทั้งสองคอลัมน์ที่ผมกล่าวมานั้น ทางหนังสือพิมพ์ ‘ประชาทรรศน์’ รายวัน ซึ่งตอนนั้น “เสี่ยเนฯ” เจ้าของตัวจริง ยังไม่ย้ายข้าง ทางกองบรรณาธิการได้ขอนำบทความของผม ลงไปตีพิมพ์ด้วย โดยผมอนุญาตแบบไม่ต้องมีค่าตอบแทน เพราะตัวเองอยากให้ชาวบ้าน รู้เรื่องราวการเมืองกว้างขวางกันมากขึ้น

        วามจริงแล้ว ประชาชนคนไทยทราบดีว่า พรรคดักดานของนายมาร์ค มุกควาย กับแก๊งพันธมารนั้น ได้ร่วมกันป่วนบ้านป่วนเมืองมาโดยตลอด เช่น  
        - สมาชิกพรรคซึ่งเป็น ส.ส. ได้เข้าไปร่วมเคลื่อนไหวเป็นแกนนำพันธมาร อย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง
        - ระหว่างการยึดทำเนียบรัฐบาล สมาชิกพรรคดักดาน ก็ส่งกำลังบำรุงโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น “เจ๊ฮัว” หรือ กัลยา โสภณพานิช หรืออย่างนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี หนังสือพิมพ์ก็เคยลงข่าวว่า ชวนพรรคพวกเข้าไปให้กำลังใจพันธมาร ระหว่างการยึทำเนียบ พร้อมส.ส.พรรคเดียวกัน เช่น นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ นางเจิมมาศ จึงเลิศสิริ และ ส.ส.กทม.บางส่วน นอกจากนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ส.ส.ชลบุรี ร่วมบริจาคเงินช่วยพันธมารเป็นเงิน 2 หมื่นบาท อีกด้วย
        - สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายนาย ก็ตกเป็นผู้ต้องหาตำรวจ ในการยึดกรมประชาสัมพันธ์
        ฯลฯ
        นอกจากนั้น ยังมีบทความของ “วาทตะวัน” ยังได้ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายพันธมารได้เป็นอย่างดี แม้แต่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็เคยปราศรัยบอกว่า 
        ประชาธิปัตย์กับพันธมารฯ...เหมือนผัว-เมียกัน!

        มาถึงวันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากฝ่ายพรรคดักดาน กลับออกมาพูด ตัดรอนความเป็นผัวเป็นเมียระหว่างกันเสียแล้ว ก็น่าเห็นใจฝ่ายพันธมาร โดยเฉพาะนักข่าว และนักจัดรายการทางวิทยุรุ่น ‘ปลาร้าค้างปี๊บ’ ชื่อ “อัญชะลี ไพรีรัก” ก็ทำกะเง้ากะงอด ออกมาบอกว่า 
        ขอบคุณ "สุเทพ" เลิกกั๊ก พูดความจริงในใจออกมา ให้รู้ไส้รู้พุง ทำให้เห็นชัดถึงแผนปชป.ที่จะให้เหลืองชนแดงและตายไปพร้อมกัน 
        นี่ผม...ลอกมาเลย…
        “ยัยปอง” ยังได้ยืนยันชัดเจน ว่า
        “...ไม่ได้ทวงบุญคุณ แต่ที่ผ่านมาปชป.เป็นฝ่ายค้านมาโดยตลอด ขนาดหลังปฏิวัติ ก็ยังไม่มีปัญญาเอาชนะ (พรรคทักษิณ)ได้ จนกระทั่งพันธมารต่อสู้ให้ จนกระทั่งมีคนบาดเจ็บล้มตาย ถึงเผยอหน้าเข้ามาเป็นรัฐบาลได้...” 
        ปลาร้าพันธมารขนานแท้ “ยัยปอง” ถึงกับชี้เปรี้ยง ไปว่า  
        “คนสาระเลวแบบนี้ ไม่มีทางรู้จักบุญคุณ รู้แต่เรื่องของผลประโยชน์!”
       
ฮา ฮา ฮา...ฮาครับ!!...
        เขาด่ากันแบบผัวๆเมียๆ ได้สนุกสนานอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพื้นฐานสันดานเดิม ของผัวเมียคู่นี้
        ไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย!!!
        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ 
        การร่วมมือระหว่างประชาธิเปรต กับพันธมารนั้น ดูไม่แนบเนียน เพราะมีพยานหลักฐานมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายนี้ ได้ร่วมมือกันทำลายบ้านเมืองมาก่อน ไม่ว่าการยึดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ยึดสถานที่ราชการจนถึงขั้น 
        ยึดสนามบินนานาชาติ!
        ประเทศไทยที่รักของเรา ต้องเสียหายในสายตาชาวโลก ยากที่จะเยียวยาแก้ไข!

        มได้เขียนบทความ ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ที่ฝ่ายทหารในขณะนั้น ‘วางเฉย’ ไม่สนใจปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ที่เป็นผู้บังคับบัญชาเหนือตนโดยชอบด้วยกฎหมาย จนความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้นกับประเทศชาติของเราในที่สุด 
        ที่ผมทนไม่ได้เลย คือ
        การฝึกซ้อมสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เพื่อพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณ เมื่อ ปี พ.ศ.2551 ทางฝ่ายทหารที่มีหน้าที่สูงส่ง คือการถวายความจงรักภักดี ในองค์พระมหากษัตริย์เจ้าชาวไทย กลับต้องบากหน้าไป ‘ขออนุญาต’ ในการซ้อมสวนสนาม กับนาย จำลอง ศรีเมือง ผู้นำฝ่ายพันธมารก่อน 
        ผมรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง จึงได้เขียนบทความวันที่ 24 พ.ย.2551โดยใช้ชื่อว่า 
        “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด!” 
        ได้เขียนเอาไว้ตอนหนึ่ง อย่างนี้ครับ

content/picdata/265/data/jumlong.jpg

        ...ที่น่าสะเทือนใจที่สุดก็คือ เมื่อมีข่าวสารแพร่ออกมาถึงพสกนิกรผู้จงรักภักดีว่า
        ...พล.ต.จำลองฯ อนุญาตให้กองทหารรักษาพระองค์ ใช้พื้นที่ซ้อมพิธีสวนสนามได้ โดยระบุว่า ให้ทหารจัดกำลังทำการรื้อถอนเต้นท์ พธม.เองและเมื่อพิธีซ้อมเสร็จแล้ว ให้ทหารทำการติดตั้งเต้นท์ และคืนทรัพย์สินของ พธม.ให้ครบถ้วน อย่าให้เสียหาย...
        ทั้งนี้ พล.ต.จำลอง ระบุว่าจะอนุญาตให้ใช้พื้นที่เฉพาะวันอาทิตย์ตามที่ทหารร้องขอ จนกว่าจะถึงวันพระราชพิธีสวนสนาม... 
        ไม่น่าเชื่อว่า...
        หน่วยทหารที่มีหน้าที่สำคัญยิ่ง ในการถวายความอารักขาต่อองค์พระมหากษัตริย์เจ้าชาวไทย กลับแสดงอาการศิโรราบ ต่อคำสั่งของผู้นำการกบฏ
        เกียรติศักดิ์รักของข้าฯ มอบไว้แก่ตัว...นั้น....อยู่ที่ไหนกัน! 
        ...จึงอยากจะตะโกนกู่ก้อง ไปถึงขุนทหารทั้งหลาย ว่า 
        บัดนี้ ฝ่ายตำรวจนั้น เขาได้ออกประกาศอย่างแข็งแรง และจิตใจมุ่งมั่นที่จะป้องกันรัฐสภา อันเป็นเขตพระราชฐานไว้ด้วยชีวิต
        อะไรจะเกิด...ก็ให้มันเกิด!!!

        นอกจากนั้น ผมยังได้เขียนถึงพฤติกรรมของทหาร ที่ทำตัวยืนอยู่คนละฝั่งกับรัฐบาลในตอนนั้น ต่อไปว่า

        ...ผู้เขียนขอให้คนไทยทำใจ ให้เหมือนอย่างที่หนู คัทลียา มารศรี เธอร้องเอาไว้ ถ้าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นเคราะห์กรรมของบ้านเมืองเรา
        คนไทยทุกคน ต้องก้มหน้ารับร่วมกัน!
        ทหารจะช่วยสนับสนุน การปฏิบัติงานของตำรวจหรือไม่อย่างไรนั้น ผมไม่แน่ใจ เพราะทุกวันนี้ แม้แต่สถานีวิทยุของ บก.สูงสุด ที่เปลี่ยนเป็นกองบัญชาการ กองทัพไทยนั้น ที่ดำเนินการโดย ไอ้.เอ็น.เอ็น. ที่ถูกสื่อด้วยกัน กล่าวหาว่าเป็น “โคตรเต้าข่าว” การดำเนินรายการของพวกเขา ใครฟังก็รู้ว่า 
        แสดงตนเป็นแนวร่วมสำคัญของพันธมาร โดยสื่อความเคลื่อนไหวของคนพวกนี้อย่างถี่ยิบ ทั้งโจมตีรัฐบาลต่อเนื่องยาวนาน
        คนที่พอมีสติปัญญา ก็ต้องคิดว่า เจ้าของสถานีที่เป็นทหาร อยู่เบื้องหลัง 
        จริงหรือไม่จริงล่ะ!?!
        ก็ทำกันอย่างนี้ ทำให้ผมต้องเขียนถึงนายพลบุญสร้าง เจ้านายเก่าของหน่วยงานนี้ สมัยที่เขายังดำรงตำแหน่งอยู่ ซึ่งมักออกมาให้สัมภาษณ์สวนทางกับรัฐบาลเป็นประจำ โดยได้เขียนคอลัมน์ลงประชาทรรศน์สองวันติด ชื่อคอลัมน์ว่า
        “บุญสร้าง อย่าเป็นบุญเสี้ยม!” 
        คนอ่านทั้งประชาทรรศน์และเว็บไซด์ต่างๆ วิพากษ์วิจารณ์กันตรึม...
        บุญเสี้ยม ค่อยหายซ่าไปหน่อย!!
        หลังจากบทความออกไป ทางฝ่ายพันธมารก็เข้าปิดล้อมทำเนียบ เพื่อไม่ให้นายกฯสมชาย เข้าแถลงนโยบาย แต่ถูกตำรวจทะลวงเอาเป็นช่อง เปิดทางได้ 
        ฝ่ายพันธมารที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ บางคนหนีบลูกระเบิดมา เกิดระเบิดใส่ตัวเอง ส่วนไอ้ที่ขนซุกมาในรถ ก็เกิดระเบิดฉิบหาย ไอ้คนนำมาก็ตายโหง เนื้อตัวเหลือแค่เศษรุ่งๆริ่งๆ
        จึงอยากให้ท่าน ได้อ่านบทความดังกล่าว เพื่อเตือนใจกันทุกคน ขอให้คลิกเข้าไปดู
        “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด!” 
        (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=109)

        มาถึงวันนี้ เป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่า ทางฝ่ายพันธมาร ซึ่งพากันไปชุมนุม เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่หน้ารัฐสภาเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่า 
        สมาชิกพันธมารที่มาร่วมชุมนุม แบบ ‘เช้าไป-เย็นกลับ’ มีจำนวนเพียงพันกว่าคน น้อยกว่าเจ้าหน้าที่ ที่มารักษาการณ์เสียอีก ซึ่งผิดความคาดหมาย ว่าจะกรีฑามาเป็นทัพใหญ่ แต่ผู้คนในวันนั้น ช่างกะริบกะร่อย เหมือนหะมอยแซมตูดยังไงยังนั้น
        บางคนบอกว่า...พันธมารไร้มนต์ขลัง ซะแล้ว!
        ฝ่ายนายจำลอง ศรีเมือง ซึ่งมีทักษะและเจนจบการรบบนท้องถนน จึงปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยออกลูกล่อลูกชนว่า
        จะถอนกำลังออกไปก่อน โดยกำหนดวันประชุมนุมเป็นวันที่ 11 ธันวาคม 2553 โดยมหาห้าขัน ได้ออกประกาศปลุกใจพรรคพวกในท่วงทำนองดุดัน ว่า 
        - จะยึดสะพานมัฆวาน เป็นที่ชุมนุม 
        - จะตั้งเวที และใช้เครื่องขยายเสียงเต็มพิกัด เหมือนเมื่อครั้งขับไล่รับบาลนายกฯสมัคร และนายกฯสมชาย 
        - จะชุมนุมแบบไม่เลิกรา จนกว่าจะได้รับชัยชนะ!

        ข่าวฝ่ายตำรวจ ที่มีมาถึงผม มีว่า 
        การชุมนุมในวันที่ 11 ธันวาคม 2553 น่าจะมีการเกณฑ์เหล่าสาวกสันติอโศก ของ เถนโพธิรักษ์ กับ เถนจันทร์ หัวบาตร จากต่างจังหวัด เดินทางมา
        โชว์ออฟฟอส หรือ ‘แสดงกำลัง’ กันด้วย! 
        ทั้งนี้ เพราะพลังฝ่ายพันธมารในกรุงเทพและจังหวัดอื่น ดูอ่อนล้าลงเต็มทีแล้ว คงเหลือแต่กองทัพซ่อมบี้ ของฝ่ายตาเถร-ยายชีเท่านั้น ที่ยังเรี่ยวแรงดี เพราะ...
        กินผักกัน เป็นประจำนั่นเอง
        ตรงนี้เอง ที่ทำให้ผู้คนที่ทั้งเป็น ‘คอการเมือง’ และไม่ใช่ ต่างก็อยากจะดูว่า

        - ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. จะมีทีท่าอย่างไรกับฝ่ายพันธมาร? 
        - พวกทหารของศูนย์นี้ จะเล่นบทโหด อย่างไล่ล่า ไล่ฆ่าคนเสื้อแดง หรือไม่? หรือ

        - มีผู้ปรามาสว่า ทหารจะไม่กล้าออกลูกโหด แบบที่ทำกับฝ่ายคนเสื้อแดงแน่ๆ เพราะทางฝ่ายพันธมาร ยังเป็น “ม็อบมีเส้น” อย่างที่ อีตา “โกวิท วัฒนะ” แกบอกเอาไว้ เหมือนเดิม? 
        - ฝ่ายทหารนั้น ซึ่งถูกมองว่า เคยหนุนหลังฝ่าย จำลอง-สนธิ ให้ ‘โค่น’ รัฐบาลสมัคร-สมชาย มาก่อน คงไม่มีวัน ‘กล้า’ จัดการกับทางฝ่ายพันธมาร อย่างนั้นใช่ไหม? หรือ
        - ทางทหารจะหลีกเลี่ยง การเข้าปะทะ แล้วให้ตำรวจดำเนินการ “ลุยถั่ว” เอาเองตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ทางฝ่ายพันธมารแก้มือ เอาคืนจากตำรวจบ้าง โดยฝ่ายทหารจะเป็นฝ่ายยืนดู จะได้ไม่เปลืองตัว อย่างนั้นใช่หรือไม่?

        มีผู้ให้ความเห็น กับผมว่า
        ทางฝ่ายทหารต้องเลือก “หนทางปฏิบัติ” ให้ตัวเอง “เสีย”น้อยที่สุด เพราะกรณีการพ่ายแพ้ในการรบ ที่สี่แยกคอกวัวนั้น ทำให้ทางกองทัพไทยอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียงไปเป็นอันมาก 
        นอกจากนั้นแล้ว 
        ฝ่ายทหารยังถูกข้อกล่าวหา จากทั้งในและนอกประเทศว่า ใช้อาวุธสงคราม ฆ่าฟันประชาชน อย่างไม่เมตตาปราณี ซึ่งทั้งผู้หญิง เด็ก ขอทาน คนสติไม่ดี บาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก 
        จึงส่งผลให้พลเมือง และรัฐบาลของต่างประเทศ เพิ่มความชิงชังรัฐบาลไทย กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ดังเราจะเห็นได้จากกรณีนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระงับการมาเยือนไทย ตามคำเรียกร้องของราษฎรชาวเมืองผู้ดี เป็นตัวอย่างชัดเจน และกำลังจะมีอีกหลายชาติ ที่จะดำเนินรอยตามอังกฤษ ซึ่งเราจะได้เห็นกันในไม่ช้านี้ 
        ก่อนจบข้อเขียนในวันนี้ ขอแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ผู้เขียนได้ยื่นร่างข้อเขียนฉบับนี้ ให้กับรุ่นพี่ ผู้รุ่มรวยอารมณ์ขันอ่านสอบทานดูก่อน และขอความเห็นด้วย 
        ท่านอ่านจบแล้ว พูดกับผมเรียบๆว่า
        “ถ้า ศอฉ.ไม่จัดการอะไร กับตาเถรจำลองและสาวก ให้เป็นที่น่าเชื่อถือกับผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ ก็น่าจะเปลี่ยนจาก ศอฉ. เป็น ศ. อื่นได้แล้ว”
        หยุดพูดแล้วยิ้มพราย แบบเด็กเจ้าเล่ห์
        “เปลี่ยนเป็น ศ. อะไรดี ครับพี่?”
        ผมตั้งปุจฉา
        นักเรียนเตรียมทหารรุ่นพี่ คนเก่งของผม ตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างครึกครื้นว่า

        “เปลี่ยนจาก ศอฉ. เป็น ศอจ. หรือ ‘ศูนย์แอบดูจิ๋ม’ ดีกว่า มีประโยชน์กว่ากันแยะเลย...หรือเอ็งจะว่าอย่างไร?”
        ท่านย้อนถาม

        ผมสงวนท่าที ยังไม่ตอบ เพราะอยากถามท่านผู้อ่านก่อนว่า

        “ท่านผู้อ่านล่ะครับ...คิดอย่างไร!?”

****************

        (บทความตอน เปลี่ยน ศอฉ. เป็น ศอจ. (ศูนย์แอบดูจิ๋ม) ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม 2553 ) 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยครับ

โดยคุณ จันดารา- prai@hotmail.com 124.121.67.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยครับ

โดยคุณ จันดารา- prai@hotmail.com 124.121.67.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ฮา+แรง แทงใจดำพวกแก๊งผัวเมียดีมากๆ

โดยคุณ ชอบๆ 58.8.145.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
บทความเสาร์นี้ของท่านวาทตะวัน เขียนได้ตรงใจของผู้ที่มีความอึดอัดต่อกระบวนการทางการเมืองที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในบ้านเมืองโดยพันธมาร ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะต่อสายตาชาวโลกและมิตรประเทศ แต่กลับเป็นที่ถูกใจของรัฐบาลปัจจุบันเพราะผลที่ได้เป็นการสมประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่เมื่อมีการเริ่มทวงบุญทวงคุณ ความจริงก็จะปรากฎแก่สังคมว่าใคร เป็นเช่นไรและได้ทำอะไรไว้...“อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด!” เพราะน้ำลด ตอ ย่อมผุดเป็นนิรันดร์ และคอยดูว่า ศอฉ.จะทำอะไรได้บ้างหรือจะเปลี่ยนเป็น ศอจ.(ศูนย์แอบดูจิ๋ม)อย่างที่ท่านว่า แต่ถ้าให้ดีน่าจะให้คำย่อนี้มาจากคำเต็มที่ว่า "ศูนย์รวมพวกอมจู๋"ดีกว่าครับ ...เพราะทำตัวกันเหมือนพวกตุ๊ดพวกแต๋วจริงๆ...ด้วยความเคารพ...ครับ

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันอับอาย 118.174.83.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
เพิ่งอ่านข่าวตอนเช้าเสาร์ ไอ้จำลองมันบอกว่า เลื่อนการชุมนุมนไปมกราปีหน้า /คิดว่ามันระดมคนไม่ได้ เพราะสถานีของไอ้พวกพันธมาร มันประกาศว่า จะให้คนไปมืดฟ้ามัวดิน/ที่มันเลื่อน ก็อ้าง "เป็นเดือนมงคล" / แต่เวลาพวกมันยึดราชดำเนินเส้นทางเสด็จ กลับไม่คิดว่า พวกมันได้ทำสิ่งอัปมงคลให้เกิดขึ้นในบ้านเมืเมืองของเรา/ ขอสาปส่ง ไอ้พวกอัปรีย์

โดยคุณ ขอบคุณที่ช่วยเขียนดักทาง ไอ้พวกจังไร 125.25.38.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ขอคุณครับท่าน สะใจจริงๆ ผมหาคำเรียกไอ้มหาห้าขัน ให้มันสะใจผมมานานแล้ว หาไม่เจอสักที มาชอบใจที่ท่านเรียกมันว่า ไอ้เถรจำลอง ถูกใจจริงๆ มันเหมาะแล้วกับชื่อนี้ เถร กับ ชี คู่กันมานานนมแล้วครับ เมื่อเอ่ยถึง เถร กับ ชี มันมีเรื่องสนุกๆทั้งนั้น ท่านพี่ไม่เอาสักเรื่องหรือครับ

โดยคุณ จันดารา- prai@hotmail.com 110.168.42.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ขอคุณครับท่าน สะใจจริงๆ ผมหาคำเรียกไอ้มหาห้าขัน ให้มันสะใจผมมานานแล้ว หาไม่เจอสักที มาชอบใจที่ท่านเรียกมันว่า ไอ้เถรจำลอง ถูกใจจริงๆ มันเหมาะแล้วกับชื่อนี้ เถร กับ ชี คู่กันมานานนมแล้วครับ เมื่อเอ่ยถึง เถร กับ ชี มันมีเรื่องสนุกๆทั้งนั้น ท่านพี่ไม่เอาสักเรื่องหรือครับ

โดยคุณ จันดารา- prai@hotmail.com 110.168.42.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ขอเอาคำกลอนที่"ทำดีไว้ให้ลูก ทำถูกไว้ให้หลาน"ถ้าแต่ละท่านช่วยพินิจวิเคราะห์ดูก็น่าจะรู้ว่าแต่ละคน เอาเป็นว่าถ้าอายุอีกแต่ละคนไม่น่าจะเกิน 40-50 ปีหรอกแล้วทำอะไรมาบ้างให้กับประเทศนี้ ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินนี้หรือยัง ถ้าทุกคนที่ออกมาคิดได้ทำได้นั่นแหละไม่ต้องทวงบุญคุณกันลูกหลานก็ต้องเห็นและจดจำได้เอง

โดยคุณ บัวบาน 125.26.173.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ถ้าใครได้อ่านประวัติชีวิตของมหา5ขันจากwikipediaระบุไว้ว่าบิดาที่ให้กำเนิดเป็นคนจีนแต่เวลาไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยจ.ป.ร.ดันเอาชื่อบิดาเลี้ยงที่เป็นคนไทยไปเป็นหลักฐานในการสมัครสอบ(แสดงว่าหัดโกงตั้งแต่ยังหนุ่มเลย) ในสมัยนั้นมีข้อบังคับไม่ให้ชายไทยที่มีบิดาหรือมารดาที่มีเชื้อสายเป็นคนชาติอื่นเข้าสอบเป็นนักเรียนนายร้อยจ.ป.ร.และถ้าใครได้อ่านชีวประวัติส่วนตัวของท่านมหาที่เคยพิมพ์แจกสมัยได้เป็นผู้ว่ากทม.จะเห็นได้ว่าในหนังสือเล่มนี้ไม่มีการกล่าวอ้างถึงบิดาตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว นี่หรือคนถือศีล

โดยคุณ ลูกของนักเรียนเทฆนิคทหารบกรุ่น2 125.25.48.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ไม่ว่าจะเป็นพวกก๊กเสื้อสีขี้ของอีแอบ กับพรรคดักดาน สันดานถ่อยทั้งคู่ ดูมันกัดกันเองมันดี แต่ตอนนี้เท่าท่ี่ดูสถานการณ์พวกสานตะกร้า เชื่อได้ว่าอีแอบกำลังทิ้งพวกเสื้อสีขี้ ขี้ข้าเก่าเสียแล้ว น่าสังเวชแทนพวกเสื้อสีขี้ที่โดนหลอกใช้จริงๆ

โดยคุณ ???? 58.9.247.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ผมเป็นนายทหารยังไม่ชอบคนๆนี้ไปรบที่ลาววิ่งหนีเอาตัวรอดปล่อยให้ทหารไทยและอเมริกันตายไปหลายคนแล้วกลับมาคุยว่าเป็นนักรบดีเด่นจากลาวคนนี้ดัดจริตไปทุกเรืองทุเรศมาก ครั้งแรกเล่นการเมืองอยากทำตัวให้เหมือนมหาอาตมะคานธี ภายหลังเสือกไปเป็นผู้สนับสนุนสันติอโศกบ่อนทำลายพุทธศาสนาจนทุกวันนี้

โดยคุณ banjo 182.53.64.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
ผมเป็นนายทหารยังไม่ชอบคนๆนี้ไปรบที่ลาววิ่งหนีเอาตัวรอดปล่อยให้ทหารไทยและอเมริกันตายไปหลายคนแล้วกลับมาคุยว่าเป็นนักรบดีเด่นจากลาวคนนี้ดัดจริตไปทุกเรืองทุเรศมาก ครั้งแรกเล่นการเมืองอยากทำตัวให้เหมือนมหาอาตมะคานธี ภายหลังเสือกไปเป็นผู้สนับสนุนสันติอโศกบ่อนทำลายพุทธศาสนาจนทุกวันนี้

โดยคุณ banjo 182.53.64.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
ไม่เห็นด้วยมากๆผมเป็นคนไทยจะไม่ยอมเสียดืนแดนให้ใครเป็นอันขาด

โดยคุณ Jamrat1940@hotmail.com 110.49.205.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER