หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “แม่งงงง คิดไม่เป็น!...เป็นแต่แดก!!”
หัวข้อ : “แม่งงงง คิดไม่เป็น!...เป็นแต่แดก!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“แม่งงงง คิดไม่เป็น!...เป็นแต่แดก!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มมีความรู้สึกอึดอัดคัดข้องเป็นอันมาก ในฐานะที่เป็นคนสุขุมวิทมายาวนานหลายสิบปี และเคยอยู่ใน สุขุมวิท ซอย 33 (ซอยแดงอุดม) ก็หลายปี ก่อนออกต่างจังหวัดอีกครั้ง บ้านอยู่ห่างจากบ้านของครอบครัว “เวชชาชีวะ” ซึ่งอยู่สุขุมวิท ซอย 31 เป็นระยะทางเพียงร้อยเมตรเศษๆ เพราะซอยสวัสดีกับซอยแดงอุดมนั้น เชื่อมกันด้วยถนนท้ายซอย 
        แม่และคุณตาของลูกผม เป็นคนไข้ประจำของคุณหมอ “ใช้ เวชชาชีวะ” (บิดาของ นพ.อรรถสิทธิ์) และเป็นปู่ของนายมาร์ค ซึ่งมีคลีนิคอยู่ที่ปากซอยอโศก ผมรู้จักคนเก่าแก่แถวนั้นหลายบ้าน เอาตั้งแต่บ้านคุณพระสารสาสน์พลขันธ์ ปากซอยสวัสดีนั่นเลย 
        คนที่รู้จักกันดีแถวนั้น ปรารภกับผมแบบเซ็งจารุวรรณ (เซ็งเป็ด!)  ถึงเรื่อง เหตุใดรัฐบาลห่วยแตกนี้ จึงปล่อยให้โรงแรม ยูโรแกรนด์ ร้องเรียนซ้ำซากอยู่ได้ ว่า
        ธุรกิจของเขาได้รับความเสียหาย เพราะที่ตั้งของโรงแรมนี้ ดันไปอยู่ติดกับบ้านนายมาร์ค มุกควาย หัวหน้ารัฐบาลโลซก!
        ที่เป็นดั่งนี้ เพราะหน้าบ้านของมิสเตอร์มุกควาย และในซอยใกล้เคียง มีทหารตำรวจถือปืนเฝ้าอยู่เต็มไปหมด ทำท่าขึงขัง เหมือนอยู่ในบ้านเมืองที่กำลังมี 
        ...สงครามติดพัน!  
        ใช่แต่ว่าโรงแรมยูโรแกรนด์เท่านั้น ที่ได้รับความเสียหายเพราะบรรยากาศถมึงทึง น่าหวาดหวั่น ยังมีผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะคนต่างด้าวท้าวต่างแดน ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น กลัวกันมาก บรรดาธุรกิจแถบนั้นและใกล้เคียงซบเซากันไปหมด รวมไปถึงโรงแรมม่านรูดเก่าแก่ที่เป็นตำนาน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆนั้นด้วย 
        ผมเองคิดว่า
        ปัญหานี้คงได้รับการแก้ไขไปแล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร แต่ได้กลับมาเป็นข่าวอีก เพราะมติชนรายสัปดาห์ฉบับที่แล้วนี้เอง (หน้าปกมีรูปคุณทักษิณเตรียมบุกอเมริกานั่นแหละ) นำกลับมาเสนออีกครั้ง

        ตอนเกิดการร้องเรียนใหม่ๆ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯที่โดนลดชั้นมาเป็นเลขาธิการฯ (สาเหตุเพราะเรื่องโครงการไทย ’งาบ’ เข้มแข็ง) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ในทำนองเอาบุญเอาคุณกับเจ้าของโรงแรมอีกด้วยซ้ำ ว่า 
        รัฐบาลเคยช่วยเหลือไปแล้ว ทางโรงแรมจะเอาอะไรกันนักกันหนา (วะ)?
        แต่ทางยูโรแกรนด์โฮเต็ล ก็โต้กลับพร้อมแจงมาว่า 
        โรงแรมได้รับค่าเช่าที่พักเจ้าหน้าที่ ซึ่งมาใช้บริการห้องพัก เพื่อการอารักขา จากรัฐบาล เป็นเงินประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไร โดยรัฐบาลชำระเป็นค่าที่พัก อาหาร ซึ่งเขาก็ลดราคาให้ แต่ที่สำคัญคือ 
        การที่มีทหารออกมาปรากฏกาย พร้อมกับอาวุธเต็มพิกัด ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวต่างประเทศ เพราะอยู่บ้านเมืองของเขาไม่เคยพบเห็นแบบนี้ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ซึ่งอาศัยอยู่ตามบ้านเช่า และอพาร์ทเมนท แถวนั้นจำนวนมาก ถึงกับต้องย้ายที่พักกันหลายครอบครัว

        ผมไม่เข้าใจเลย จริงๆครับ ว่า 
        ปัญหาเล็กๆน้อยๆแค่นี้ ทำไมรัฐบาลโลซกจึงแก้ไขให้ผู้ประกอบการไม่ได้ ต้องให้เขาร้องซ้ำๆซากๆ จนทำให้ภาพลักษณ์ของนายอภิแสบ และรัฐบาลโลซกต้องเสียหาย เพราะผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า
        กะอีแค่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับคนที่เป็นเพื่อนบ้านนายกฯเอง ยังทำไม่ได้เลย 
        แล้วจะมีปัญญา ไปแก้ไขอะไรของชาติได้!?
        ผมขอยืนยันว่า ปัญหาแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต สามารถแก้ได้โดยไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย รัฐบาลแทบไม่ต้องออกแรง แค่รัฐบาล “ใส่ใจ” เท่านั้น 
        ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ในต่างประเทศ จะเป็นเรื่องใหญ่ที่เสียหายต่อภาพลักษณ์รัฐบาลเป็นอย่างมาก!
        หากผมเป็นนายมาร์ค มุกควาย จะสั่งการให้รัฐมนตรีในส่วนของพรรคประชาธิเปรต ที่ควบคุมกระทรวงต่างๆ ส่งซิกหรือสั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลาย ที่จะเข้ามาประชุมในกรุงเทพแต่ละสัปดาห์ และจำเป็นต้องใช้บริการที่พักโรงแรม ให้ไปพักที่โรงแรมยูโรแกรนด์แห่งนี้ เป็นทางเลือกแรกเท่านั้น  
        กระทรวงทบวงกรมใด จะจัดงานการประชุมสัมมนา งานเลี้ยง ให้โรงแรมนี้เป็น first priority ที่มีลำดับความสำคัญเร่งด่วนสูงสุด ซึ่งทางราชการจะต้องให้ข้าราชการไปพัก จัดงาน หรือใช้บริการที่ยูโรแกรนด์โฮเต็ล (เพราะเขาเดือดร้อนกว่าโรงแรมอื่น) ก่อนจะไปใช้บริการหรือห้องพักที่โรงแรมอื่น หากทางยูโรแกรนด์เต็มแล้ว ค่อยไปใช้โรงแรมของคุณไตรรงค์ฯ ที่ถนนรัชดาฯ หรือโรงแรมอื่นก็ได้ไม่ขัดข้อง 
        ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบนโยบาย ต้องรายงานสถานภาพห้องพัก ของโรงแรมยูโรแกนด์ ให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกวัน
        เท่านี้ก็เรียบร้อย
        เห็นไหมครับ ง่ายนิดเดียว!
        นอกจากนี้ โรงแรมอื่นๆ ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน หรือสมาคมโรงแรมไทย เขาก็สามารถเข้าใจได้ นอกจากไม่ด่ารัฐบาล แถมยังจะ...
        ชมเชยอีกด้วย ว่ารู้จักการแก้ไขปัญหา!!

        แนะให้อีกนิด ก็ได้ครับ...
        หน่วยงานที่สามารถสนองนโยบายได้เร็วที่สุด คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่าไปใช้กระทรวงคลองหลอด เพราะสาย ‘ไอ้เน’ นั่นไว้ใจยาก...เดี๋ยวโดนมันเบี้ยวเอา!
        เผลอๆ...มันจะให้ไปใช้ โรงแรม ‘พูลหมา’ โน่น!! 
        เอาตำรวจมาช่วยจัดการแก้ปัญหาให้ นั่นแหละครับ ดีที่สุดแล้ว!!
        เท่านั้นโรงแรมยูโรแกรนด์ก็จะเต็ม ลดความเสียหายได้แล้ว รัฐบาลและนายมุกควาย ก็ไม่ถูกเจ้าของโรงแรมและพนักงาน เขาเช้า ด่าเย็น จนถึงกระทั่ง

content/picdata/267/data/pai.jpg

        ต้องชักป้าย...ประจานกัน!!!

        ปัญหาเรื่องโรงแรมยูโรแกรนด์ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไม่ใช่ว่าผู้เขียนจะมายกตัวเองว่าเก่ง สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ปัญหาเล็กๆอย่างนี้ อย่าว่าแต่ผมเลยครับ
        ถ้านายมาร์ค มุกควาย จะลดตัวสักหน่อย ให้ตำรวจที่เฝ้าหน้าบ้าน ไปเชิญ ‘จ่ากองร้อย’ ของ สน.ทองหล่อ ซึ่งบ้านของตัวอยู่ในท้องที่ความรับผิดชอบ มาขอคำปรึกษาเท่านั้น ผมเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า 
        ตำรวจระดับ‘จ่ากองร้อย’ เท่านั้น ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาแบบ “คิดนอกกรอบ” อย่างที่ผมแนะนำให้กับรัฐบาลได้ เพราะตำรวจถนัดแก้ปัญหาแบบนี้ แต่นายมาร์ค มุกควาย กับคณะรัฐมนตรีกลับแก้ไขให้เขาไม่ได้ 
        ถึงขั้นต้องชักป้ายประจานกัน ให้ชาวโลกเขาเห็น!
        ทุเรศ...ชิบหาย!!

        ารแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองนั้น จำเป็นต้องมีผู้มีวิสัยทัศน์ยาวไกล มีภูมิหลังในการทำงานมาพอสมควร หรือประสพความสำเร็จ ในงานสาขาอาชีพที่ตนทำงานมาอยู่มาก่อนบ้าง ก็น่าจะเป็นการดี
        สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น บอกได้เลยว่า ตั้งแต่พรรคนี้ถือกำเนิดเกิดมา ไม่ได้สร้างชื่อเสียงมาในด้านการบริหารงานบ้านเมือง อย่างที่พอจะยกย่องได้เลย ซึ่งผมเองเคยยกตัวอย่างให้ดูหลายครั้ง เช่น
        แม้พรรคนี้จะถูกครอบงำโดยนักการเมืองภาคใต้ แต่ผมก็ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความเจริญที่ไปสู่ถิ่นสะตอนั้น ได้ปรากฏให้เห็น เป็นที่ประจักษ์ว่า
        นักการเมืองที่มาจากพรรคอื่น กลับได้สร้างความเจริญให้ดินแดนปักษ์ใต้นี้ มากว่าพรรคพวกของ 
        “นายหัว ชวน” 
        เราอาจมองให้ลึก เข้าไปถึงเนื้อในโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาของความเจริญในภาคใต้  
        ยังไม่เห็นว่า พรรคฝ่ายค้านดักดานอย่างประชาธิเปรต ได้ฝากผลงานหรือโครงการใด ที่น่าชื่นใจของพี่น้องประชาชน ในแผ่นดินถิ่นด้ามขวานนี้บ้าง?
        เคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ว่า 
        พรรคพวกของผม ที่เขาอยู่ปักษ์ใต้ ได้สรุปผลงานความเจริญก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยเขาไล่เรียงให้ดู จึงได้รู้ว่า ส.ส.ของพรรคนายมาร์ค มุกควาย ไม่เคยสร้างผลงานชิ้นสำคัญ ซึ่งสร้างความก้าวหน้า ให้กับภูมิภาคแห่งนี้
        เขาลำดับให้ดูชัดๆ อย่างนี้ครับ
        - ท่าเทียบเรือที่เขาแดง อำเภอเมืองสงขลา ก็เกิดขึ้นเพราะฝีมือ นายบรรหาร ศิลปอาชา  แห่งพรรคชาติไทย
        - ถนนสายนครศรีธรรมราช-กระบี่ ที่เชื่อมระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ก็เกิดขึ้นเพราะความเอาใจใส่ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ แห่งพรรคชาติไทย 
        - สะพานติณสูลานนท์ ก็เกิดขึ้นเพราะนายทหาร อย่าง  พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ 
        - ถนนสายกรุงเทพ-ภาคใต้ ที่เป็นช่องทาง 4 เลน ก็ดำเนินการและเร่งรัดจนสำเร็จเสร็จสิ้น ในสมัย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร 

        - ถนนสายสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา (สายเก่า) ที่ก่อสร้างใหม่ อยู่ขณะนี้ ก็เกิดขึ้นในรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ 
        - โครงการพระราชดำริลุ่มน้ำปากพนัง ก็เกิดขึ้นในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา  เป็นนายกรัฐมนตรี 
        - มหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ทุกแห่ง ไม่มีสักแห่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะฝีมือ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เลย 
        - เมื่อครั้งที่ทหารกองทัพภาคที่ 4 นครศรีธรรมราช ไม่ยอมตัดต้นไม้ ทำให้เครื่องบินซึ่งบินระหว่าง นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช ลงไม่ได้ ส.ส.ทุกคนของนครศรีธรรมราช ก็ไปขึ้นเครื่องบินที่หาดใหญ่แทน ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ร้อนถึงนาย บรรหาร ศิลปอาชา ต้องลงไปแก้ปัญหาด้วยตนเอง เรื่องจึงจะเรียบร้อย  
        จริงหรือเปล่าล่ะ?  
        เขาบอกว่า นี่แค่ "น้ำจิ้ม" เท่านั้นนะ!
        พรรคพวกของผมบอกว่า คนใต้เลือก ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จนถึงปัจจุบัน เวลาถามว่า
        บรรดา ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้สร้างความเจริญให้กับภูมิภาคของพวกเขา อย่างไรกันบ้าง?
        ไม่น่าเชื่อว่า คนใต้...กลับนึกไม่ออก!!
        ส.ส.ในพรรคดักดานนี้ ทั้งที่เคยบุญพาวาสนาส่ง ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีคมนาคม รัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง แต่จะค้นหาโครงการดีๆ ที่มีประโยชน์อย่างจริงจังจากนักการเมืองเหล่านี้ ทำให้กับภูมิภาคของตน พอที่จะให้ ‘คนใต้’ จดจำได้ 
        กลับหา...ไม่ได้เลย!!!

        ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รัฐบาลถูกด่าแหลกลาญเรื่องไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที และเสียการนำมวลชนไปให้สื่อโทรทัศน์อย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา แห่งช่อง 3 ซึ่งประชาชนแซ่ซ้อง ว่ามีวิสัยทัศน์ กว้างไกลเกินกว่า นายมาร์ค มุกควาย อย่างเห็นได้ชั
        ผู้คนถึงบอกกันว่า หากลงเลือกตั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอภิแสบ 
        จะพ่ายแพ้สรยุทธ...แบบหลุดลุ่ย!
        แทนที่จะคิดแก้ไขเหตุการณ์ และมุ่งทำงานแก้ไข แต่กับปรากฏว่า ถึงเดือนธันวาคม 2 เดือนกว่า หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม นายมาร์ค มุกควาย ทำทีไปแจกเงินช่วยเหลือชาวบ้าน รายละ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ที่บ้านกระโทก หรืออำเภอโชคชัยปัจจุบัน (จว.นครราชสีมา) แต่พี่น้องที่ได้รับเงินช่วยแหลือคราวนั้นก็มีหลักพันรายเท่านั้น ยังมีผู้คอยความช่วยเหลือกว่า 7 แสนราย 
        ทั้งนี้ เพราะว่า
        ความจริงก็เพิ่งเผยออกมา เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้เอง เพราะทางธนาคารออมสิน ที่รับเป็นเจ้ามือ สำรองจ่ายเงินแทนรัฐไปก่อน ออกมาร้องว่ายังจ่ายเงินไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะ
        บัญชีรายชื่อของผู้เสียหายจากเหตุอุทกภัย ยังไม่ถูกส่งจากรัฐบาล ไปถึงมือธนาคารออมสิน ที่ได้เตรียมการไว้พร้อมเสร็จสรรพ แล้วแต่อย่างใด 
        รัฐบาลโลซกมันดันปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ โดยเปล่าประโยชน์ ผู้คนกว่าครึ่งค่อนล้านครัวเรือน ที่คาดหวังว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือ เลยยังไม่ได้รับเงินกัน...
        ...ดูมันทำ!
        ผมได้ยินแล้ว สงสารพี่น้องเรา ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้มาก ต้องมาตกที่นั่งซวย เพราะมีรัฐบาลห่วยๆอย่างนี้
        หรือใครว่าไม่จริง!

        ได้รับทราบมาว่า 
        ทางกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ที่ต้องกัน “งบเหลื่อมปี” ไปช่วยพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน ตามคำสั่งรัฐบาล เงินดังกล่าวก็ถูกใช้จ่ายไปแล้ว หรือมีแผนกำหนดการใช้จ่ายไว้แล้ว หรือมีความจำเป็นที่ต้องกันไว้ชำระหนี้เหลื่อมปี จนไม่สามารถเจียดจ่ายไปช่วยเหลือราษฎร ตามคำสั่งของรัฐบาลได้
        ผู้คนจึงไม่ได้รับเงิน แบบฉับพลันทันที!
        สำหรับงบกลางของรัฐบาลนั้น นายอภิแสบก็ไม่ยอมเจียดจ่ายไปให้พี่น้องประชาชน เพราะดูเหมือนว่า
        งานในสำนักนายกนั้น คงสำคัญมากกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และรัฐบาลก็มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ เพื่อ... 
        “สร้างภาพ...นายก!” 
        ซึ่งบางสัปดาห์ ต้องใช้เงินในการโฆษณาที่มี “ค่าแหล” ในทำนองว่า 
        นายมาร์ค มุกควาย นั้น นอกจากรูปหล่อแล้ว ยังเป็นคนดี-คนเด่น เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง และเป็นที่ขวัญใจประชาชน นั้น สูงถึง156,000,000.00 บาท (หนึ่งร้อยห้าสิบหกล้านบาท) ต่อสัปดาห์ 
        มันช่างมากมาย...อะไรอย่างนั้น (วะ) !!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
        วันนี้ เหตุที่ต้องออกมา ให้คำแนะนำรัฐบาลของนายมาร์ค มุกควาย ถึงการช่วยเหลือเจ้าของโรงแรมผู้เคราะห์ร้าย นั้น
        ผมไม่ได้รู้จักมักจี่ กับเจ้าของโรงแรมนี้ หากแต่ได้รับการขอร้องจากเพื่อนบ้านในซอยที่เคยอยู่ ว่า
        ช่วยเขียนกระทุ้งรัฐบาลหน่อย เพราะเขาเห็นใจเจ้าของโรงแรมและพนักงานกันทั้งซอย ตัวเองเลยพลอยสงสาร และเห็นใจ ผู้ดำเนินธุรกิจโฮเต็ลรายนี้ไปด้วย

        ผมไม่รู้ว่า รัฐบาลอยากให้ผู้คนในบ้านในเมือง เขาพูดซ้ำๆซากๆอยู่หรือไง ว่า 
        “แค่นี้ก็ไม่มีปัญญาคิด...หรือเพราะไม่เคยคิด!” 
        ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมอยากให้รัฐบาลรู้จักคิด 
        คิด คิด คิด...และคิด!!
        คิดแล้วมองให้ทะลุ ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องทำงานเพื่อพิสูจน์ให้ผู้คนเขาเห็นว่า
        รัฐบาลนั้นยังพอ “คิดเป็น” และ “ทำงานเป็น”
        ขืนทำงานหรือแก้ไขปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพอย่างทุกวันนี้ พวกที่ไม่ชอบหรือฝ่ายตรงข้าม ‘รัฐบาลโลซก’ ของนายมาร์ค มุกควาย อยู่แล้ว ก็อาจรุมด่าว่าร้าย ให้ได้อับได้อายอีก ว่า

        “แม่งงงง.คิดไม่เป็น!...เป็นแต่แดก!!”

****************

***หมายเหตุ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ธ.ค.2553 ดร.สุรพงษ์ มาลี และคุณสังกะมา สารวัตร พูดในรายการ "เช้าทันโลก"ทาง อสมท. FM 96.5 MHz บอกว่า 
        แผนปฏิรูปฯ ที่รัฐบาลโลซกจะประกาศพิมพ์เขียวประเทศไทย วันที่ 1 ม.ค.2554 ในส่วนที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อย อย่างวินมอเตอร์ไซด์ แท๊กซี่
        อาจารย์สุรพงษ์ฯบอกว่า 
        “ฟังเหมือนเคยได้ยิน จากผู้นำไทยคนไหนมาก่อน?” 
        น่าจะพูดตรงๆไปเลย นะครับว่า 
        “นี่เป็นแผนการ ของ ‘ทักษิณ’ นี่หว่า!”
        ไอ้ดักดานพวกนี้ มันได้แต่ลอกเขา แล้วหาประโยชน์ด้วยการตอดย่อยตอดแยะ อย่างที่เห็นใน “โครงการไทย ’งาบ’ เข้มแข็ง” นั่นแหละครับ 
        ถึงขั้นต้องให้พวกตัวเอง ออกจากตำแหน่งบ้าง ลดชั้น บ้าง มันก็ยังด้านหน้ากันอยู่ 
        นะครับ...อาจารย์!!!

        (ต้นฉบับประจำสัปดาห์ “แม่งงงง คิดไม่เป็น!...เป็นแต่แดก!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 18 ธ.ค.2553)   


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ภารกิจหลักแห่งชาติของรัฐบาลโลซก 1.แดก...ถือเป็น first priority 2.รอย่อย...ถือเป็น second priority 3.งีบหลับสักพัก...ถือเป็น third priority 4.คิดจะแดก อะไรใหม่...วนเวียนไปอย่างนี้....เฮ้อ เวทนาตัวเองและเพื่อนร่วมชาติครับ

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันโง่เขลา 118.174.82.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ไอ้เรื่อง "งาบ" นี่มันหนักหนาสาหัส คงติดแน่นในกมลสันดานแล้ว ตอนนี้นักการเมืองแก่ๆ อย่างนายสามสี ทองแดง ก็หลีกเลี่ยงนักข่าว กลัวถูกถามเรื่องทุจริตในการค้าข้าวหรือไง?

โดยคุณ อื้อฉาวกันไม่เลิก 125.25.26.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
รัฐบาลโลซกมัน คงโดนด่าหนัก ตอนนี้กำลังออกมาแถลงว่า กำลังจะจ่ายเงินได้แล้ว ไอ้พวกนี้นะ ถ้ามันไม่โดนวิจารณ์ แบบโขกๆสับๆ มันก็ไม่ขยับหรอก

โดยคุณ รู้ทัน ไอ้สันดาน 125.25.55.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
พูดถึงเรื่องคิดไม่เป็นของพรรคโลซกผมคิดว่าน่าจะเหมือนกันทั้งก๊กมาตั้งแต่โบราณกาลนานมาแล้ว สมัย ช.๑ (ปี ๓๕ - ๓๘) ขณะนั้นมีหม่อมเต่า (ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล) เป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง หม่อมท่านทำแผนเงินเดือน ๕ ปี เพื่อหวังแก้ปํญหาคอรัปชั่นในวงราชการ โดยวางแผนไว้ว่าอีก ๕ ปี คนระดับปลัดกระทรวงจะมีเงินเดือนประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บ. ตำแหน่งอื่นก็ลดหลั่นกันลงไป เมื่อข้าราชการมีพอกินพอใช้ก็น่าจะลดการคอรัปชั่นลงได้ พอเรื่องเข้าที่ประชุม ค.ร.ม. นายหัวบอกว่าสถานะการเงินของประเทศยังไม่ดี ให้เก็บไว้ก่อน ไม่มีการพิจารณาใด ๆ นี่ไม่รู้ว่าคิดไม่เป็นหรือไม่รู้จักคิดก็ไม่รู้นะ สมัยทักษิณเข้ามา สามารถใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด มี ๓๐ บาท รักษาทุกโรค และให้พิจารณาขึ้นเงินเดือนปีละ ๒ ครั้ง คือ ๑ เม.ย. และ ๑ ต.ค. ทั้งที่เงินและขั้นก็มิได้แตกต่างจากขึ้นครั้งเดียวแบบเก่าเท่าไรเลย แต่ได้ผลทางจิตวิทยา นี่ก็ไม่รู้ว่าคิดเป็นหรีอโชคช่วยกันแน่ พิจารณาเองก็แล้วกัน วันก่อนเห็นนายห้าว เหี้ยมหาญ โผล่หน้าออกมาทำท่าสอนประชาธิปไตยคนไทย ทั้งที่คำพูดของตัวเองมิได้ส่อว่าเป็นประชาธิปไตยเลย ผมก็ได้แต่พูดกับตัวเองว่า เออ ! เอ็งพูดเรียกแขกได้เก่งแท้ เหมาะสมแล้วที่เขาตั้งมาเพื่อให้ช่วยคุมท้ายขบวนให้ จะได้ไม่มีใครมาขุดคุ้ยเรื่องบอลลูนตรวจการ ๓๕๐ ล้านที่ใช้ไม่ได้ ไม้จิ้มหาศพเครื่องละเป็นล้านที่ซื้อกันเป็นร้อยเครื่อง และรถหุ้มเกราะล้อยางยูเครนที่เพิ่งส่งมาได้ ๒ คัน เฮ้อ ! เซ็งจารุวรรณจริง ๆ เมืองไทย

โดยคุณ เซ็งจารุวรรณ (เซ็งเป็ด) 58.8.207.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
อยากให้อาจารย์ กระทุ้ง ศอฉ ว่ามีอะไรตื้นลึกหนาบางอีกค่ะ

โดยคุณ 182.52.217.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ประเทศไทย.....กลายเป็นอะไรไปแล้ว คนดี+เสียสละเพื่อแผ่นดิน มาทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำงานแทบตาย ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ทำมาหากินได้คล่อง+มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย ยังถูกตราหน้าว่าโกงทั้งตระกูล......แต่พอไอ้พวกหน้าด้านรวมหัวกันเข้ามาปล้นอำนาจไปอย่างน่าทุเรศ+น่าสมเพช พวกคนกรุง(บางส่วน)+นักวิชาเกิน+พวกประสาทกลับ พวกท่านดันยกย่องให้เป็นผู้ประเสริฐ ทำอะไรก็ไม่ผิด(เพียงเพราะว่าเปลือกหุ้มดี(หน้าตาหล่อรึเปล่า?)).....ขอถามหน่อยเถอะ แล้วต่อไปจะสอนเด็กๆกันยังไง ว่าอะไรถูก......อะไรผิด นายกทักษิณมาบริหารประเทศเดินไปข้างหน้าเพื่อให้ทันประเทศมหาอำนาจ กระเถิบเข้าไปอีกซัก10ปีนี่ ไม่ชอบใช่ไหม? ถึงได้ชอบไอ้พวกดักดาน ทำอะไรก็ไม่เป็น เก่งแต่โวหาร(ปากเน่าๆ+เห่าหอนไปวันๆ) ถ้าวันใดวันนึง ที่ประเทศนี้ เดินตามก้นประเทศเพื่อนบ้าน แล้วล้าหลังแบบกู่ไม่กลับขึ้นมานะ พวกท่านต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความตกต่ำของบ้านเมืองเอาไว้ด้วยนะ.......กรุณาทราบ แล้วเปลี่ยนความคิด(ที่ยังดักดาน) ซะใหม่เถอะ...ยังไม่สายเกินไปนะครับ

โดยคุณ BIG 182.53.234.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER