หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่…สงคราม!!!
หัวข้อ : ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่…สงคราม!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่…สงคราม!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อออกรับราชการทางภาคอีสาน กว่า 40 ปี ก่อนนั้น ผมได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคนอีสานด้วยความสนใจ อาจเป็นเพราะต้นตระกูลฝ่ายบิดาของตัวเอง เป็นคน ‘ไทยโคราช’ โดยคุณปู่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ บ้านน้ำเมา (ชื่อดี๊ดี) ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จึงมีคนนามสกุลเดียวกัน อยู่ที่อำเภอนี้มีจำนวนพอสมควร  
        ถ้าไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปโคราช ทางเข้าบ้านน้ำเมาจะอยู่ซ้ายมือ และเลยจากทางเข้าบ้านน้ำเมาไปหน่อย ระหว่างกิโลเมตรที่ 206-207 ทางด้านขวามือของถนนมิตรภาพ จะมีป้ายบอกจุดท่องเที่ยวว่า 
        “แหล่งหินตัด” 
        แหล่งหินดังกล่าว เป็นเนินเขาที่เต็มไปด้วยหินทราย ที่ยังปรากฏร่องรอยของการสกัดหิน เป็นร่องลึกรูปสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ อยู่หลายแนว คล้ายกับก้อนขนมเค้ก และยังคงทิ้งร่องรอยของคมสิ่ว ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสกัดเอาไว้ชัดเจน 
        สันนิษฐานกันว่า พวกขอมคงจะนำหินทรายจากบริเวณนี้ ไปสร้างปราสาทหินหลายแห่ง ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

        เมื่อขอมมีอิทธิพลในสุวรรณภูมินั้น ราวพุทธศตวรรษที่ 17 ศูนย์กลางแห่งอำนาจอยู่ที่เมือง ‘พิมาย’ และอิทธิพลขอมได้แผ่ข้ามทิวเขาพนมดงรัก ไปครอบคลุมถึงเมืองปราจีนบุรีด้วย 
        ด้วยความสงสัย ผมเคยถามท่านอาจารย์ จุลทรรศน์ พยาฆรานนท์  ราชบัณฑิตว่า 
        “ขอมขนหินพวกนี้ ไปได้อย่างไรกันครับ?” 
        ได้รับคำตอบว่า
        หินทรายที่ถูกตัด จะมีรูพรุนตามธรรมชาติอยู่ การขนหินในยุคนั้น คนโบราณจะตัดไม้ไผ่ เป็นท่อนยาวๆ แล้วใช้ไม้ไผ่แยงไปตรงรูร่องของหิน แล้วแรงคนช่วยกันดันหินแต่ละก้อน ให้เคลื่อนที่ไปยังจุดหมายที่ต้องการ
        แต่... วันหนึ่งๆ จะไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ? 
        ผมเองยังไม่เคยลอง จึงไม่ทราบ แต่คิดว่า กว่าพวกเขาจะขนหินนับหมื่นนับแสนก้อน ไปสร้างเป็นองค์ปราสาทใหญ่โตได้ และเป็นการก่อสร้างศาสนสถาน ตามคติความเชื่อเรื่องการสถาปนาพระราชอำนาจ ของกษัตริย์ขอม ผ่าน‘ลัทธิเทวะราช’ นั้น
        คงต้องใช้คนจำนวนมากมาย และทุนทรัพย์มหาศาล จึงจะสร้างปราสาทหินหลังหนึ่งๆ สำเร็จลงได้ อีกทั้งคงต้องใช้เวลานานนับสิบๆปีเดียว 
        ดังนั้น ความทุกข์ยากของแรงงานที่ถูกเกณฑ์มา คงจะแสนสาหัสทีเดียว ผู้คนคงจะต้องล้มตายกันเป็นจำนวนมาก เพราะงานคงหนัก อีกทั้งไข้ป่าแถบนั้น ก็ชุกชุมเหลือกำลัง หยูกยาก็ไม่มี และการรักษาพยาบาลก็จำกัด คงเป็นเหตุให้จำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้าง อาจเป็นเรือนหมื่นเป็นแสน ก็คงจะเป็นไปได้
        คำถามต่อไป มีอยู่ว่า
        แล้วผู้คนที่เป็นแรงงาน มาจากไหนกันล่ะ?
        ตรงนี้พอตอบได้ว่า ส่วนที่ควบคุมการก่อสร้าง คงจะเป็นขอม แต่แรงงานน่าจะเป็นคนท้องถิ่น ซึ่งน่าจะเป็นบรรพบุรุษของคนอีสานในปัจจุบันนี่แหละ

        ข้อสงสัยอีกประการหนึ่ง คือ 
        ‘ขอม’ กับ ‘เขมร’ เป็นชนชาติเดียวกันหรือไม่? 
        นี่เป็นคำถามโลกแตก ถกเถียงกันได้อย่างไม่มีข้อยุติ แต่เอาเป็นว่า เมื่อขอมกลายเป็นเขมร ก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของไทยมาช้านาน และพ้นจากการปกครองของไทย ก็ตกเป็นขี้ข้าฝรั่งเศสอยู่อีกหลายทศวรรษ  
        อย่างไรก็ตาม พอสรุปได้ว่า
        การก่อสร้างปราสาทใหญ่โต ใช้ทุนทรัพย์และชีวิตคนจำนวนมหาศาล ในที่สุดผู้คนทนความทุกข์ยากไม่ไหว ก็กระด้างกระเดื่อง หรือหลบหนีไปจากแผ่นดินที่มีการกดขี่ 
        อาณาจักรขอมรุ่งเรืองใหญ่โตเพราะ ‘หิน’ แต่สุดท้าย จักรวรรดิของพวกเขา ก็ล่มสลายลงเพราะ ‘หิน’ เช่นเดียวกัน!

        ถึงกระนั้น สิ่งก่อสร้างที่เป็นทำด้วยหินในรูปปราสาท ยังทรงความสำคัญอยู่ในความรู้สึก หรือจะเรียกให้ทันสมัยก็คือ ยังอยู่ในจิตวิญญาณของผู้คนในแผ่นดินกัมพูชา ซึ่งคนเขมรเชื่อกันว่าขอมที่รังสรรค์ปราสาทหิน ให้เป็นอลังการงานสร้างนั้น เป็นบรรพบุรุษของพวกเขานั่นเอง 
        ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงได้เห็นรูปปราสาทหินสีขาวอย่าง ‘นครวัด’ ปรากฏอยู่กลางธงชาติกัมพูชา
        ความสำคัญสำหรับปราสาทหิน สำหรับชาวเขมรนั้น มีมากจริงๆ เพราะปราสาทหินนั้น เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ แสดงความเป็น ‘ชาติ’ ของพวกเขา และนี่คงจะเป็นเหตุผล ทำให้เราชาวไทยคิดได้ว่า 
        ทำไมเขมรจึงดิ้นรนสุดขีด เพื่อจะครอบครองปราสาทหินอย่าง ‘เขาพระหาร’ เอาไว้ให้ได้!?
        คนไทยในปัจจุบันหรือแม้ในอดีต ก็ไม่มีความรู้สึกซาบซึ้งหรือผูกพันกับปราสาทหิน อย่างที่คนเขมร แต่ถึงกระนั้น ปราสาทหินที่เขาพระวิหาร ยังดันกลายเป็นปัญหาของบ้านเราจนได้

        นอีสานนั้น ถูกอิทธิพลจากขอมครอบงำหลายศตวรรษ จนขอมเสื่อมอำนาจ แผ่นดินอีสานก็ตกอยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ในยุคอยุธยา และรัตนโกสินทร์ มาจนถึงปัจจุบัน
        หลังกึ่งพุทธกาลไม่นาน ตอนผู้เขียนออกรับราชการทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เห็นผู้หญิงอีสานนุ่งผ้าถุงสองชั้นให้นึกแปลกใจ โดยเฉพาะยิ่งผู้หญิงภาคนี้ ที่เข้าไปรับจ้างทำงานตามบ้านที่กรุงเทพ (สมัยนั้นคนอีสานยังเรียกการไปกรุงเทพ ว่า “ไปไทย”) ซึ่งมีอยู่มากหลังกึ่งพุทธกาล 
        พวกเธอนุ่งผ้าถุง 2 ชั้น หรือ 2 ผืน! 
        ยังนึกสงสัยอยู่ว่า ทำไมพวกเธอต้องนุ่งอย่างนั้น แต่เมื่อสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ดูแล้ว ก็ได้ความว่า 
        การที่ถูกครอบงำโดยอิทธิพลต่างถิ่น บางครั้งก็ต้องถูกกวาดต้อนไปเป็นแรงงานของชนชาติที่มีอำนาจ เลยทำให้คนอีสานต้องเตรียมพร้อมเสมอ สำหรับ...
        ‘การอพยพ’ 
        ผู้หญิงต้องนุ่งผ้าถุง 2 ชั้น เพื่อจะมีไว้ผลัดยามต้องเดินทางรอนแรมยามหนีศัตรู หรือเมื่อถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย และคงติดจนกลายเป็นความเคยชิน ที่ฝังลึกจิตใจของชาวอีสานสืบต่อกันมาเพราะการที่จะต้องอพยพ ย้ายถิ่นที่อยู่บ่อยครั้งนั่นเอง

        ดังนั้น เมื่อเกิดการรบพุ่งระหว่างไทยกับเขมรครั้งล่าสุด ที่อุบัติขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.2554 ไม่กี่วันมานี้  เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี พี่น้องผู้หญิงชาวอีสานที่ต้องออกจากบ้าน ไปยังที่พักพิงใน ‘ศูนย์อพยพ’ ชั่วคราว ที่ทางการจัดให้ มีจำนวนมากที่นุ่งผ้าถุงสองชั้น เหมือนอย่างที่บรรพบุรุษเคยทำมาก่อน ยามเมื่อต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ หรือต้องหนีภัยสงคราม
        ใครเลยจะนึกว่า วันหนึ่งเราต้องเห็นพี่น้องชาวอีสาน จำนวนนับเป็นหมื่นๆ ต้องออกอพยพออกจากบ้านเรือนตนเอง ไปหาที่ปลอดภัย 
        เพราะภัยสงคราม! 
        ที่ไปไม่ทัน ก็ต้องลงหลุมหลบภัย หรือไม่ก็ต้องทำตัวเป็น ‘หนู’ ไปมุดหรือคลานลง ตามท่อที่เตรียมไว้ เพื่อเอาชีวิตรอด
        น่าอนาถเหลือกำลัง!

        นี่เป็นเพราะ ‘ความล้มเหลว’ ในการบริหารบ้านเมือง ของนายมาร์ค มุกควาย กับรัฐบาลกาลีโคตรคอรัปชั่นของเขา เพราะ รัฐบาลโลซกนี้ ได้ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยเรากับประเทศกัมพูชา
        จนย่อยยับ! 
        นายมาร์ค มุกควาย ได้ทำให้ประเทศไทยเรา ซึ่งในยุคของนายกทักษิณฯนั้น ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า คุณเตช บุนนาค ได้ให้สัมภาษณ์ว่า 
        ไทยเราเคยมีเกียรติภูมิ เป็นผู้นำในเวทีอาเซียน แต่บัดนี้เมืองไทยเรากลาย เป็นที่เกลียดชังของประเทศเพื่อนบ้านรอบตัว
        จนต้องมี ‘ภาวะสงคราม’ ในที่สุด!

        การสงครามครั้งนี้ แม้ฝ่ายไทยโดยรัฐบาลโลซก พยายามเหลือเกินที่จะไม่เรียกว่าเป็น ‘สงคราม’ โดยพยายามเฉไฉไปใช้คำอื่น เช่น คำว่า “การปะทะกันตามแนวชายแดน” แต่ประเทศคู่ศึกคือกัมพูชา เขาเรียกการสู้รบระหว่างสองประเทศ เต็มปากเต็มคำว่า “สงคราม” และเรียกทหารที่ถูกจับได้ว่า 
        “เชลยศึก”
        จะไม่เป็นสงครามได้อย่างไร เมื่อฝ่ายเขมรเขาบอกว่าเป็นสงครามที่แท้จริง อีกทั้งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ก็เซ็นเอกสารรับตัวทหารเชลย ซึ่งทำขึ้นตามกฎกาชาดสากล อันว่าด้วย ‘การมอบ-รับเชลยศึก’ ต่อหน้าคณะทูตทหารประจำกรุงพนมเปญหลายประเทศ 
        การสงครามกับเขมรครั้งนี้ นายมาร์ค มุกควาย คงไม่รู้สึกถึงความเดือดร้อนราษฎร (อาจเพลินกับการเล่นเฟซบุคมากกว่า) แต่ปรากฏว่า

content/picdata/279/data/fire.jpg

        ราษฎรต้องบาดเจ็บล้มตาย บ้านเรือนของประชาชนโรงเรียนฯลฯ พังพินาศ เกิดเพลิงลุกไหม้ ฉิบหายสิ้นชุมชนชาวไทยได้รับความเสียหายหนัก  
        พี่น้องประชาชน ผู้คนในพื้นที่...ต้องน้ำตานองหน้า!
        เพื่อนร่วมชาติของผู้เคราะห์ร้าย ที่อยู่ในจังหวัดอื่น เห็นภาพแล้วใจหาย ให้สงสารและเห็นพวกพ้องน้องพี่ ที่ร่วมแผ่นดินร่วมชาติไทยด้วยกันเป็นกำลัง 
        นี่เป็นผลต่อเนื่องมา ตั้งแต่พรรคประชาธิปรตมัน ‘สิ้นคิด’  ดันไปเอา นายกษิต ภิรมย์  คนมีปัญหา มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่สนใจใยดีว่า 
        นายกษิตฯคนนี้ สังกัดฝ่ายพันธมาร แถมยังมีส่วนยึดสนามบินนานาชาติ ซึ่งคดีความก็ยังคาราคาซังกันอยู่ 
        นั่นยังไม่สำคัญเท่า นายกษิตฯ ขึ้นเวทีด่าสมเด็จฮุนเซ็นนายกกัมพูชาว่าเป็น...
        …“กุ๊ย”

        ารแต่งตั้งนายกษิตฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้แสดงถึงความอ่อนด้อยทางการต่างประเทศของนายมาร์ค มุกควาย ซึ่งดันเสือกไปเลือกเอาบุคคล ที่แสดงตัวเป็นปฏิปักษ์ชัดเจนกับ ‘สมเด็จฮุนเซน’ นายกรัฐมนตรีเพื่อนบ้าน ที่มีแนวชายแดนติดต่อกันยาวนับพันกิโลเมตร มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
        ต้องขอตอกย้ำอีกทีว่า นายมาร์ค มุกควาย นั้น...สิ้นคิด!
        โง่เสียจนกระทั่ง มองเหตุการณ์ภายหน้าไม่ออกว่า... 
        ถ้าตั้งไอ้ตัวนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ บ้านเมืองจะต้องเดือดร้อน...
        ...โง่ฉิบหายเลยจริงๆ!!
        แล้วก็เป็นไปตามคาด พออีตากษิต ภิรมย์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ความสุขสงบระหว่างสองประเทศ ที่เคยดีมาในยุคนายกฯทักษิณ กลับ ‘ร้อนฉ่า’ ขึ้นมาทันที จนผมต้องเขียนวิพากษ์วิจารณ์ไว้ด้วยบทความ ที่ค่อนข้างรุนแรงหนักหน่วง เอาไว้ก่อนล่วงหน้าเป็นปี ถึง 3 บทความด้วยกันคือ

        1.บทความชื่อ “ฝีคัณฑสูตร” ในรูทวาร ของประชาธิปัตย์!!!
21 มี.ค.2552
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=137
ผมได้บรรยายว่า 
        ประชาธิเปรตจำต้องตั้งนายกษิตฯ คนของฝ่ายพันธมารเข้ามาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เพราะร่วมหัวจมท้ายกันในการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 
        นายคนนี้จึงเหมือน ‘ฝีในรูตูด’ ของพรรคดักดาน ที่จะต้องทำให้พรรคประชาธิเปรตเจ็บแสบต่อไป

        2. บทความชื่อ เหตุฉิบหายจะเกิดขึ้นกับเมืองไทยได้...ไม่
ยากเลย!!!
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=157
ซึ่งผมเขียนไว้ตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2552 อยากให้ท่านผู้อ่านได้ดูสักนิด โดยผมได้บรรยายตอนจบ เอาไว้อย่างครับ...
        ...อ่านข่าวแล้ว ก็ปลงสังเวช ที่ได้เห็นว่ารัฐบาลโลซกของคนหนีทหารอย่างนายอภิแสบ ต้องโดนชาติที่เล็กกว่า แต่มีผู้นำที่เข้มแข็งแถมเป็นทหารเก่าชำนาญการศึกโชนโชก 
        ไล่โขก ไล่สับ...เอาตามใจชอบ! 

        แม้เกียรติภูมิของชาติเสียหาย รัฐบาลโลซกก็ยังมีหน้าออกมาสะตะบอแหลชาวบ้านเขาไปวันๆ ยิ่งไปกว่านั้นสื่อต่างๆ ในกัมพูชาพากันตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอของไทย ถูกคณะกรรมการมรดกโลกปัดปฏิเสธ ไม่นำขึ้นพิจารณาในการประชุมประจำปี  
        สื่อยักษ์ใหญ่ขะแมร์ คือหนังสือพิมพ์ดืมอัมปึล (Deum Ampil) รายงานว่า 
        คณะกรรมการมรดกโลกได้ปิดการประชุมที่เมืองเซวิลล์ (Seville) ประเทศสเปน ในวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการนำข้อเสนอของไทยที่ ขอให้ทบทวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ดืมอัมปึลถึงกับพาดหัว ด้วยความเริงร่าว่า
 
        "ประเทศไทยปราชัยอย่าง ‘น่าอดสูที่สุด’ ในการเรียกร้องให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก.." 
        นี่ไง...หน้าแหกกันเป็นริ้วๆไปเลย!

        ดังนั้น ในทัศนะของ “วาทตะวัน” แล้ว การที่ตั้งนายฝีคัณฑสูตร “กษิต” มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ อันเป็นผลพวงจากการตั้งรัฐบาลผสม ที่โง่เขลาเบาปัญญาของนายมาร์ค มุกควาย ซึ่งกระทำไปยำเกรงขบวนการพันธมาร จนต้องเอานายคนนี้มาเป็นรัฐมนตรีพัวพันต่างประเทศ 
        จึงไม่น่าแปลก ที่ชาวบ้านเขาไม่ชอบขี้หน้ารัฐมนตรีต่างประเทศนายนี้ สำหรับข้าราชการในกระทรวง ก็ได้ข่าวว่าแอนตี้เจ้ากระทรวงกันมาก
        เลยพาลชิงชัง รัฐบาลปัจจุบันเข้าไปด้วย!

        ต้องขอบอกกันไว้ชัดๆ ตรงนี้เลยว่า 
        มาถึงวันนี้แล้ว ช่างเป็น “เคราะห์กรรม...ของประเทศไทย” จริงๆ ที่ได้ผู้นำคุณภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และถ้าหากเมืองไทยยังมีนายมาร์ค มุกควาย เป็นหัวหน้ารัฐบาลโลซก และนายฝีคัณฑสูตร “กษิต”เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศอีกต่อไป...
        เหตุฉิบหายจะเกิดขึ้นกับเมืองไทยได้...ไม่ยากเลย!!!

        ที่ผมขึ้นชื่อคอลัมน์ ว่า เหตุฉิบหายจะเกิดขึ้นกับเมืองไทยได้
...ไม่ยากเลย!!!
ตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2552 เพราะตัวเองมั่นใจว่า ถ้าไอ้ตัวนี้มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เหตุฉิบหายต้องเกิดแน่ๆ 
        แล้วก็เป็นไป...ตามคาด!   
        มาถึงวันนี้ ท่านทั้งหลายอาจได้เห็นภาพที่พี่น้องประชาชน ต้องมุดลงไปในท่อ เพื่อหลบลูกกระสุนปืนใหญ่จากฝ่ายเขมร 
        มีผู้คนต้องสังเวยชีวิต และบาดเจ็บ!
        ที่น่าสังเวชและเขย่าหัวใจผมเหลือเกิน คือภาพที่จะได้เห็นจาก น.ส.พ.ไทยโพสต์ ต่อไปนี้

content/picdata/279/data/photo.jpg

        นี่คือหญิงชรา ที่ป่วยเจ็บ แต่ต้องถูกเจ้าหน้าที่ช่วยกันแบกอพยพ หลบหนีความตายจากภัยสงคราม อย่างทุลักทุเล 
        ท่านผู้อ่านลองพิจารณา ดูสีหน้าของคุณยายท่านสิครับ ช่างเปล่งความรู้สึกทุกข์ระทม ชัดเจนออกมาทางใบหน้า อย่างไม่จำเป็นต้องอธิบายกันซ้ำซ้ำ
        ภาพคุณยายนี้ สร้างความสะเทือนใจ ให้ผมสุดๆ!

        หลังจากที่ผมเขียน 2 คอลัมน์ ดังที่เล่าไปแล้วข้างต้น แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะผมยังกระทุ้งติดตามต่อมาทันที ด้วยบทความที่ 3 ชื่อ “รัฐมนตรีผู้ร้าย กับนายกฯโลซก!?” เมื่อ 10 กรกฎาคม 2552 http://vattavan.com/detail.php?cont_id=159 
        ผมอธิบายความว่า เจ้ากษิต ภิรมย์ นั่นแหละ ที่เป็นไอ้รัฐมนตรีผู้ร้าย ส่วนเจ้านายกฯโลซก ไม่ใช่ใครที่หนวยเลย คือ
        นายมาร์ค มุกควาย นั่นเอง!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพรักครับ 

        บ้านเมืองไทยของเรานั้น ทำไมถึงได้ ‘ซวยสุดขีด’ อย่างนี้
ก็ไม่รู้ ที่ดันไปได้ไอ้เปรตสองตัว คือนายมาร์ค มุกควาย และ
นายฝีคัณฑสูตร กษิต ภิรมย์ มากุมชะตาชีวิตของคนไทย อย่างเราๆท่านๆ

        ผมคุยกับเพื่อนนักเรียน ‘เตรียมทหาร’ รุ่นเดียวกัน ซึ่งเป็นนายทหารนักรบขนานแท้ เคยดำรงตำแหน่งสูงในกองทัพมาก่อน ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว 
        รู้สึกใจหาย เมื่อเขาพึมพำออกมาดังๆ ให้ได้ยินว่า

        “คงเป็นคราวเคราะห์ของบ้านเมือง เพราะเราปล่อยให้ ‘ไอ้คนหนีทหาร’ มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่...สงคราม!!!”

......................

        ท้ายบท เพื่อความสมบูรณ์ กรุณาอ่านบทความ “คนไทย ‘เงี่ยน’ สงคราม!!!” http://vattavan.com/detail.php?cont_id=242
จะได้เข้าใจชัดเจน ยิ่งขึ้นด้วย

        อนึ่ง ก่อนส่งบทความนี้ เจ้าฝีคัณฑสูตรในรูตูดประชาธิเปรต ยังปากดีไปกล่าวหาชาติใหญ่ อย่าง รัสเซีย,ฝรั่งเศส และอินเดียเข้าอีก น่าจะให้ฉายาเพิ่มอีกว่าเป็น...
        “รัฐมนตรีกระทรวง ชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้าน”

        (คอลัมน์  ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเข้าสู่…สงคราม!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
เราก็อยากรู้แบบชัดๆเลยว่า ทำไมทหารใหญ่หลายคนที่อ้างว่ามีเกียรติยศและศักดิ์ศรีในหัวใจ จึงทนยอมอยู่ได้นะ คงเป็นแค่คำพูดมั้ง

โดยคุณ พระอินทร์ 158.108.211.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ผู้มีภูมิรู้ในเรื่องโหราศาสตร์บางท่าน ได้กล่าวไว้ว่า ประเทศสยามในช่วงขณะนี้ มีพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก พระจันทร์ชำแรก พระอาทิตย์ชำเรา ดวงเมืองจึงร้อนดั่งไฟ จะแก้ไขได้จำต้องตัดหัวคั่วแห้ง คนจัญไรเสียบหัวประจานไว้ทั้งสี่มุมเมือง ก็ทิ้งไว้เป็นปริศนาให้แฟนคอลัมภ์ของท่านวาทตะวันคิดต่อนะครับ ว่าจะเอาหัวของใครบ้าง 1.นายมาร์ค มุกควาย 2.นาย กษิต ไม่น่าภิรมย์ 3. ……..4……….(ในส่วนตัวของผมแล้ว รายชื่อมีครบทั้ง สี่คนแล้ว หรืออาจจะมากกว่า) กลัวก็แต่ว่าเวลาตัดหัวมันแล้ว เลือดชั่วของมันจะหยด รดแผ่นดินให้เป็นเสนียดไปไม่สิ้นสุดนี่แหล่ะครับ สงสารบรรพบุรุษที่เอาเลือดเนื้อทาแผ่นดินมาเพื่อสร้างชาติ กลับถูกลูกหลานไร้สมองชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านโดย มิได้นำพาต่อความเดือดร้อนของพี่น้องร่วมชาติเลยแม้แต่น้อย เฮ้อ...สิ้นคิดจริงๆ

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันระทม 125.24.12.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
นักการฑูตที่ดีนั้นต้องมีความอดทนในการตอบปัญหาของประเทศไม่ใช่ใช้วาจาไปท้าตีท้าต่อยกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง แถมยังไปดูถูกผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นกุ๊ย(ไม่รู้ลึกตัวบ้างหรือว่าตัวเป็นยิ่งกว่าโคตรกุ๊ย)แล้วยังคุยโม้อีกว่ารู้ด้วยว่ามีประเทศใดหนุนหลังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างนี้บอกได้คำเดียวครับ"ฉิบหาย"

โดยคุณ ลูกของนักเรียนเทฆนิคทหารบกรุ่นที่สอง 125.25.16.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ผมไม่ทราบว่าขณะนี้บ้านเมืองของเราเกิดอะไรขึ้นทุกอย่างเต็มไปด้วยความฉิบหายวายป่วงไปหมด ข้าวยากหมากแพง ชักนำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน การคอรัปชั่นเต็มไปหมด โดยที่ไม่มีการละอายเลย มันเกิดอะไรขึ้นครับชาวบ้านได้แต่นั่งดูเงินของตนเองที่ลดค่าลงไปทุกวัน วันนี้นำมันขึ้นราคาอีก 50 สต เห็นไหมครับเงินลดค่าไปอีก การโกหกพกลมให้ชาวบ้านทำได้อย่างน่าไม่อาย ผมไม่สวดอ้อนวอนกับพระสยามแล้วครับท่านคงไปนอนหลับไม่รู้ไม่เห็นกับความทุกข์ยากของชาวสยามแล้วครับ

โดยคุณ คนอิสาณ 125.26.136.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ท่านนายกทักษิณเคยเตือนไอ้มาร์ค มุกควาย ว่ายังไม่ถึงเวลาอย่าโหน แต่มันไม่เชื่อ คนที่ซวยคือคนไทยทั้งประเทศ

โดยคุณ ช่วง 210.213.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ผมไม่ทราบว่าทำไมคนไทยขณะนี้จึงยอมทนหน้าชื่นอกตรมอยู่กับรัฐบาลชุดนี้ได้ ไม่ยอมออกมาช่วยกันตะโกนดัง ๆ ทั้งประเทศว่า "ออกไปได้แล้วโว้ย พวกเอ็งทำประเทศชาติข้าเสียหายจนยากจะเยียวยาแล้ว อยู่มาสองปีทำแด่เรื่องระยำอัปรีย์ทั้งนั้น" หรือจะให้ทำเหมือนความเห็นที่ ๒ เสนอ ที่แปลกประหลาดมากคือพวกที่น่าจะเป็นเสาหลักของประเทศกลับเงียบสนิทกันหมด ผมว่าบ้านเมืองนี้วิปลิตไปหมดแล้ว คงพึ่งใครไม่ได้ ต้องพึ่งมวลชนคนหัวใจเดียวกันเป็นแน่แท้ ไม่รู้ต้องรออีกนานเท่าใด แต่ก็ดีเหมือนกันเราอาจจะได้เห็นประเทศไทยคล้ายอิตาลีหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒

โดยคุณ สุดระทม 58.8.214.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
1. ผมว่าขอมไม่น่าจะเป็นเขมร อันนี้ไม่ได้ดูถูกอะไร แต่ผมว่าเขมร์ หรือเขมร น่าจะเป็นแค่กลุ่มชนชาติหนึ่งในแถบนี้ แต่ชื่อมันไปพ้องกันก็เลยเหมาเอาว่าเป็นบรรพบุรุษของตัวเอง (เพราะเห็นวัตถุใหญ่โต แต่ไม่ได้นึกถึงความโหดร้ายว่าต้องเอาคนที่อาจจะเป็นทาส มาทรมานสร้างวิหารวิมานเหล่านี้ไปเท่าไหร่) 2. รู้สึกเสียใจต่อความสูญเสียของผู้คน "รากหญ้า" ของทั้งสองฝ่าย ที่ต้องมารับชะตากรรมของการทะเลาะกันของกลุ่มผลประโยชน์ไม่กี่กลุ่ม ถ้าผมมีมนต์วิเศษ จะเสกให้พวกกลุ่มผลประโยชน์พวกนั้น กลายเป็นหมาขี้เรื้อนให้หมด จะได้สิ้นปัญหากันเสียที 3. ปัญหาของอีหมีฯ มุกควายที่ "กระเหี้ยนกระหือรือ" อยากเป็น แต่ "เป็นไม่เป็น" มันมีให้เห็นมาตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านแล้ว ค้านมันเสียทุกเรื่อง ดีชั่วแค่ไหน คนไทยส่วนใหญ่รู้กันทั่วบ้าน (ยกเว้นพวกที่หลงเสน่ห์ความหล่อแต่ไม่น่าจะ "แดก" ของมัน) 4. ผมว่ากองทัพใช้งานอีหมีฯ ได้อย่างมันมือ เพราะมีชนักอันใหญ่ปักหลังมันอยู่ คือกรณีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารอย่างอัปรีย์น่าเกลียด ถึงแม้มันจะแถจนสีข้างถลอกอย่างไร ก็แก้ตัวไม่ขึ้น รอมันลงจากพาน คิดว่าคงมีคนจองคิว "โซ้ย" มันหลายคณะ รวมทั้งลิเกคณะสีเขียว คณะเก่านี้ด้วย ... อดทนกันหน่อยครับ คิดว่าอีหมีฯ มันคงกำลังจะมีชะตากรรมอันน่าสมเพชในอีกไม่ช้านี้ เป็นคนไทย อยากจะให้อภัย แต่สำหรับอีหมีฯ ตัวนี้ อภัยให้ไม่ลงจริงๆ ขอโทษด้วย

โดยคุณ ???? 110.168.143.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ทุกวันนี้อึดอัดเต็มทนแล้วกับรัฐบาลชุดนี้..และนายกษิต เจ้ากระทรวงที่เป็นหน้าตาของประเทศเรา ทำไมหนอคนไทยถึงไม่พร้อมใจกันลุกขึ้นมาต่อต้านสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่เจ็บปวด ทุกข์ระทม น้ำมันแพงหายาก การสงคราม ..โอย..จะบ้าตาย..อีกนานแค่ไหนกันนะที่ประเทศเราจะกลับไปมีความสุขและรักกันเหมือนในอดีตที่มีมายาวนาน กรรมอันใดของคนไทยที่มีนายกเช่นนายอภิสิทธิ์ผู้ไม่รู้จักคนไทยดีพอ..ได้แต่ภาวนาให้ช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ผ่านไปเร็วๆ และได้คนดีที่เขารักประชาชนและประเทศชาติมาบริหารบ้านเมืองอย่างเช่นนายกทักษิณ..หรือว่าสยามประเทศกำลังจะล่มสลาย..

โดยคุณ preawpun01@uhotnail.con 58.9.38.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ผมสงสารพี่น้องเพื่อนร่วมชาติ ตามแนวชายแดนเขมรที่สุดเลยครับ ที่ต้องมารับชะตากรรมกับเรื่องสงครามที่ไม่น่าจะเกิด กับความสิ้นคิดของไอ้มาร์ค+ไอ้พวกพันธมาร....ผลาญประชาธิปไตย....สร้างควุ่นวายฉิบหายใกบบ้านเมือง ที่ส่งลูกน้องควายเดินเข้าไปให้เขาจับ แถมยังมีไอ้รมต.โคตรกุ๊ยที่ไปด่าเขมร จนเป็นชนวนทำให้เกิดสงครามขึ้นจนได้...อีกหน่อยคงจะมีปัญหากับเพื่อนบ้านทุกประเทศแน่ๆเลย ถ้าไอ้พวกนี้มันยังอยู่....ไม่รู้ว่าอนาคตประเทศไทยจะต้องปิดประเทศหรือเปล่านะ? ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองที่เป็นผู้ใหญ่ทั้งหลาย ท่านไม่คิดที่จะออกมาเตือนกับการกระทำที่มันไม่ถูกต้อง เพราะกลุ่มคนสิ้นคิดพวกนี้บ้างหรือครับ? ผมสงสัยมากๆ..... หรือว่าท่านเห็นดี เห็นงามตามไปด้วยครับ.....

โดยคุณ BIG 125.27.211.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ประเทศไทยโชคดีที่ได้....เป็นนายก ดีจนชาติจะย่อยยับแล้ว โผล่..ออกมารับผิดชอบคำพูดไหม

โดยคุณ BB 223.206.128.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
555...ชื่อคอลัมน์....ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่…สงคราม!!!...โดนใจ โดนใจ โดนใจ!!!!!!!!!!!!

โดยคุณ โดนๆๆ 125.25.14.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
คนดีน่ะชอบแก้ไข แต่คนจัญไรน่ะชอบแก้ตัว จะผิดยังไงก้อใช้สื่อชั่วๆแก้ตัวได้ ผลาญงบสร้างภาพตั้งแต่เป็นรัฐบาลไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

โดยคุณ 182.52.221.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
คนไทยมัวแต่ทะเลาะแย่งอำนาจกันระวังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน/อย่ามัวทะเลาะ ด่ากัน/ทำไมไม่คิดร่วมมือกันแก้ปัญหาครับ/สมเด็จนเรศวรมหาราชยังกอบกู้บ้านเมือ ง/ไม่อายบรรพบุรุษหรือ

โดยคุณ ce1234567890@hotmail.com 182.53.149.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
คนไทยหัวใจเขมร/หรือเปล่า/เป็นคนไทยหรือเปล่า/

โดยคุณ ce1234567890@hotmail.com 182.53.149.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
คนไทยหัวใจเขมรนั้นไม่มีหรอกค่ะ... จะมีแต่คนไทยหัวใจต่ำช้าบางคน... ที่ย่ำยีแผ่นดินโดยคิดว่า...กูยิ่งใหญ่.. กูโกหกเก่ง...กูสร้างภาพเก่ง.... บ้านเมืองเลยฉิบหายอยู่ทุกวันนี้...

โดยคุณ สายบัว 27.130.109.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER