หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “ประชาธิปัตย์...พวกเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา นะโว้ย!!!”
หัวข้อ : “ประชาธิปัตย์...พวกเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา นะโว้ย!!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“ประชาธิปัตย์...พวกเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา นะโว้ย!!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อค่ำวันจันทร์ (9 พ.ค.2554) ที่ผ่านมา นายมาร์ค มุกควาย ได้แถลงยุบสภา แล้วถือโอกาส “ตีกิน” ด้วยการโฆษณาผลงานของตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับการชกมวย ที่ระฆังบอกหมดยกแล้ว นักชกทั้งสองฝ่าย จะต้องเดินเข้ามุม เพื่อให้พี่เลี้ยงให้น้ำระหว่างพักยก แต่สำหรับนักมวยที่ชอบเอารัดเอาเปรียบ อย่างนายมาร์ค มุกควาย เขาไม่ทำอย่างนั้น เพราะพอผู้ต่อสู้หันหลังให้เท่านั้น ก็แอบถีบหลัง...
        พลั่กเข้าให้...กินกำไรซะ 1 ที!
        นายมาร์ค มุกควาย เลยถูกวิจารณ์เสียๆหายๆ จากสื่อต่างๆ ว่า เอาเปรียบบ้าง น่าขยะแขยงบ้าง ตีกินบ้าง ฯลฯ อีกทั้งการ “ลักไก่”  โฆษณาผลงานของตัวเอง แถมท้ายการยุบสภา ก็ดันเป็นการแถลงทั้งๆที่ ชาวบ้านเขารู้ดีอยู่แล้วว่า
        เป็นเรื่องเท็จเสียส่วนใหญ่!! 
        พฤติกรรมอย่างนี้ จึงถูกดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งเวทีมัฆวาน อย่างประพันธ์ คูณมี ถล่มเอาขายขี้หน้าไป ตั้งแต่ค่ำวันแถลงนั้นเอง

        เท่านั้น...ยังไม่พอนะครับ
        วันอังคารต่อมา หลังประกาศยุบสภาได้วันเดียวเท่านั้น เถ้าแก่ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ออกมาลง “ดาบสอง” ร่ายยาวถล่มพรรคดักดาน อย่างประชาธิเปรต ของนายมาร์ค มุกควาย 
        จนแทบจะ...ย่อยยับลงไป! 
        เถ้าแก่ใหญ่ได้ด่านายอภิแสบ ที่ถือโอกาสหาเสียงพ่วงการแถลงยุบสภา ต่อด้วยการสรุปความล้มเหลวของนายมาร์ค มุกควาย ในการบริหารราชการแผ่นดินเอาไว้ถึง 10 ประการ ผมต้องขอตัดขออนุญาต ตัดแปะให้ดูกันตรงๆเลย (ตัวอักษรสีฟ้า)

        1. ล้มเหลวด้านความมั่นคง เสียดินแดนเพราะเอ็มโอยู.43 ถูกทหารเขมรยิง แต่นายอภิสิทธิ์ก็ยังโกหกและกอดเอาไว้ ไม่สามารถแก้ไขความไม่สงบในภาคใต้ได้ ไม่สามารถเอาผิดขบวนการล้มเจ้าได้ ไร้ประสิทธิภาพการควบคุมคนเสื้อแดง จนล้มประชุมอาเซียนในปี 52 และปล่อยให้ก่อม็อบซ้ำซากจนเผาเมืองในปี 53 พร้อมกับเผาศาลากลางและอาคารของเอกชนหลายแห่งพังทลายลง

        2. ล้มเหลวในการขจัดการเมืองที่ล้มเหลว เมืองไทยยุคนายอภิสิทธิ์ สภามีการแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าแก่งแย่งผลประโยชน์ โกงกิน คุณภาพนักการเมืองไม่ดีขึ้น มีแต่ถ่อยเถื่อนถีบ สัตว์เลื้อยคลาน จนประชาชนเอือม แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองล้วนๆ ให้คนที่ถูกศาลสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซ้ำในตอนที่ตั้งรัฐบาลก็ไปเจรจากับคนพวกนี้ ถือว่าไม่เคารพคำตัดสินของศาล

        3. ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ กู้เงินมหาศาลมาใช้ แจกจ่าย ละลายเงินไปอย่างไร้ประโยชน์ แล้วเพิ่มหนี้สาธารณะจาก 3.4 ล้านล้าน เป็น 4.2 ล้านล้านบาทในเวลาไม่ถึง 2 ปี ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิดพุ่งสูงขึ้น เป็นยุคที่ข้าวยากหมากแพงที่สุด มีการขึ้นค่าแรงเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ลดค่าครองชีพ และไม่เคยมีของชิ้นไหนลดราคา และเอาประชานิยมแบบทักษิณมาใช้ ให้ประชาชนหันไปนิยมเขา ลงคะแนนเลือกเขา ซึ่งไม่ต่างจากทักษิณที่เอาเงินภาษีของพวกเราไปจ่ายหาเสียง

        4. ล้มเหลวด้านสังคม คุยว่าจะสร้างความสมานฉันท์ แต่กลับทำให้แตกแยก สร้างคนเสื้อน้ำเงินขึ้นมาตอบโต้คนเสื้อแดงด้วยความรุนแรง ซึ่งเมื่อไม่สำเร็จ ก็สร้างเสื้อขาว เสื้อหลากสี เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง ทำให้บ้านเมือแตกแยก เมื่อก่อนมีแต่เหลือง-แดง เหลืองสู้เพื่อความถูกตค้อง แต่เสื้อแดงจะเอาทักษิณกลับมา เหลืองบอกว่าทักษิณกลับมาได้แต่ต้องเข้าคุกและห้ามจาบจ้วงอีก แค่นี้นายอภิสิทธิ์ก็มองไม่ออก ซึ่งที่จริงไม่ต้องมาเข้าข้างเสื้อเหลืองก็ได้แต่ให้ยึดความถูกต้อง เดินตามความถูกต้อง แต่นายอภิสิทธิ์พยายามทำตัวเหยียบหิมะไร้รอย ไม่เข้าข้างใคร พอเสื้อแดงบ่นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ไปจัดการเสื้อเหลืองด้วย แล้วเสื้อแดงก็เผาเมืองเป็นการตอบแทน

        5. ปล่อยให้มีโจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง ยาเสพติดกลับมาระบาด แม้ว่ารัฐบาลเคยประกาศนโยบาย 5 รั้วป้องกันยาเสพติด ตอนรับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ผ่านมา 2 ปี ก็กลายเป็น 5 รั่ว ยาเสพติดไม่ลด เยาวชนยังเป็นเอเยนต์ยาบ้ารายใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ

        6. การบริหารราชการ เกิดความล่าช้า เป็นจอมยุทธแห่งการตั้งกรรมการ คนร่วมงานใกล้ชิดก็มีแต่ศักดินา ตีนไม่ติดดิน ไม่เข้าใจปัญาคนจน เป็นรัฐบาลมา 2 ปีกว่า คนจนถึงไม่รัก วันๆ อยู่แต่ในทำเนียบกับแก๊งไอติม รอขึ้นโพเดียมออกทีวี ตั้งแต่เป็นนายกฯ มาไปเยี่ยมคนต่างจังหวัดไม่กี่ครั้ง น้ำท่วมก็ออกไปเสนอหน้า 2-3 ครั้ง แต่การติดตามช่วยเหลือก็ล่าช้า มีการโยกย้ายไม่เป็นธรรม ซื้อขายตำแหน่ง แต่งตั้งนางอัญชลี วาณิช เทพบุตร มาเป็นเลขาฯ ทั้งที่นางอัญชลีเป็นภรรยาของนายทศพรที่ถูกศาลตัดสินให้คืนที่ดิน สปก. อดีตอธิบดีกรมการปกครองร้องเรียน กพร.เรื่องถูกปลดไม่เป็นธรรม กพร.มีมติให้คืนตำแหน่งให้ นายอภิสิทธิ์ก็นั่งเฉย ไม่ยอมบอกให้รัฐมนตรีมหาไทย หรือนายเนวินให้คืนตำแหน่งให้

        7. กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว ไม่สามารถจับคนเผาเมืองได้ ส่วนแกนนำที่ควบคุมตัวไว้ก็ให้มีการประกันตัว แถมยังออกมติ ครม.ให้ช่วยประกันตัวแกนนำอีก ไม่สามารถนำตัวทักษิณกลับมารับโทษได้ ทั้งที่ ส.ส.เพื่อไทยและสื่อมวลชนเดินทางไปพบอย่างเอิกเกริก การถอดยศที่ทำได้ก็ไม่ทำ เพราะว่าแอบจับมือกันอยู่ นอกจากนี้ยังไม่จริงจังกับการเอาผิดนักการเมืองและตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุมพันธมิตรฯ วันที่ 7 ต.ค.51 ทั้งที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลไว้แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ ป.ป.ช.ให้ปลดออก แต่ กตร.กลับมีมติให้เข้ารับราชการเหมือนเดิม นี่หรือคือการใช้นิติรัฐ โกหกชัดๆ

        8. ล้มเหลวด้านการศึกษา ที่บอกว่าเรียนฟรี 15 ปี เป็นการหาเสียงเกินจริง เพราะค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลออกให้มีเพียงค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์ ชุดนักเรียน ค่ากิจกรรม แต่ละรายการก็ออกเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือผู้ปกครองต้องออกเอง ไม่รวมค่าบำรุงโรงเรียน ค่าอาหารกลางวันที่ผู้ปกครองออกเองมากกว่าที่รัฐบาลออกให้หลาายเท่า การปฏิรูปการศึกษาที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มก็ล้มเหลว เป็นการเปิดช่องให้เอกชนร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหากินกับนักการเมือง ขณะที่ผลทดสอบของเด็กออกมาวิชาคณิตศาสตร์ เฉลี่ยคะแนนเต็ม 100 ได้เพียง 14

        9. การเมืองภาคประชาชนล้มเหลว ที่บอกว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม รับปากว่าจะให้ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ทำ การทำประชาพิจารณ์บันทึกผลการประชุมเจบีซี.ก็เอาแต่พวกตัวเองเข้าไปพูด ไม่สนับสนุนภาคประชาชนทั้งที่ตัวเองเคยมาห้อยโหน เคยอภิปรายรัฐบาลนายสมัครในสภาว่า ถ้าประชาชนมาประท้วงเสียงเดียวก็ต้องฟัง แต่ทุกวันนี้มีการชุมนุมรอบทำเนียบเป็นม็อบสิบทิศ นายอภิสิทธิ์ไม่เคยฟังเลย

        10. ล้มเหลวในการต่อต้านคอรรัปชั่น ยุคนี้มีการคอร์รัปชั่นมากพอๆ กับยุคทักษิณ เผลอๆอาจจะมากกว่า ไม่เคยมีการปราบคอร์รัปชั่น ไม่เคยมีการดำเนินคดีกับข้าราชการตัวใหญ่ๆ ที่ทุจริต น้องชายนายกอรปศักดิ์ ที่มีปัญหาทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง จนต้องออกไป ก็ไม่ดำเนินคดี นายวิฑูรย์ นามบุตร ที่มีปัญหาปลากระป๋องเน่า ก็ไม่ดำเนินคดี      

        เถ้าแก่ใหญ่อย่างสนธิ ยังตอกย้ำอีกว่า ตอนที่แถลงยุบสภานั้น นายมาร์ค มุกควาย พยายามพูดในทำนองว่า เขาจะกลับมาทำงานให้ประเทศไทยอีก แต่ตอนที่มีเวลา 2 ปีกว่า เขากลับไม่ทำ ก็เพราะ “ทำงานไม่เป็น” และไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานเพื่อส่วนรวม 
        ยังไม่หมด เพียงเท่านั้นนะครับ... 
        คืนวันพุธถัดมา ( 11 พ.ค.2554) เถ้าแก่สนธิฯ ยังได้ประกาศก้อง ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า 
        พรรคประชาธิปัตย์...เหมาะเป็น “ฝ่ายค้าน”เท่านั้น!!
        (เสียดายเหลือเกิน ที่ความเกลียดชังทักษิณฯมันบังตามานาน เลยทำให้เถ้าแก่...รู้ช้าไปหน่อย!!!)

        สำหรับผมแล้ว เห็นว่า...
        การที่ฝ่ายพันธมิตร ประกาศจะยึดสะพานมัฆวาน ชุมนุมต่อไป จนถึงปลายเดือนมิถุนายน นับว่าได้สร้างความลำบากใจให้กับพรรคดักดานเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครกล้า “สลาย” การชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารด้วย
        ต่อให้ทหารตาดีหรือตาเหล่ ไอ้ที่อวดศักดากับชาวบ้านอยู่เป็นนิจ แต่พอโดนพิษการด่าของฝ่ายพันธมิตร แห่งชุมชนมัฆวานเข้าเท่านั้น…
        ทหารตาดีแทบกลายเป็นตาเหล่ ส่วนที่เหล่อยู่แล้ว ก็เหลือกลาน!
        ไม่กล้าขยับ ออกมาตอบโต้!!

        อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ เราต้องให้ “เครดิต” กับการชุมนุมที่สะพานมัฆวานกันบ้าง เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ได้ช่วยเปิดหูเปิดตา ให้กับพี่น้องประชาชน ในเรื่องพฤติกรรมด้านสลัวมัวมืด ของพรรคดักดานอย่างประชาธิเปรต ให้เห็นกันอย่าง จะแจ้งแดงแจ๋
        ชุมนุมกันต่อไป เถอะครับ!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        พอเสียงปี่กลองของการเลือกตั้งบรรเลงแล้ว ทุกพรรคการเมืองก็เร่งการหาเสียงกันอย่างเต็มที่ บรรดาพวกคอการเมือง ก็ถือเป็นโอกาสดี ที่จะได้วิพากษ์วิจารณ์ผลการแพ้ชนะอย่างสนุกสนาน 
        แค่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาไม่กี่วัน มีการพนันขันต่อกันพอสมควร ตามนิสัยคนไทย ที่ชอบการ “ได้เสีย” เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะทางภาคใต้ “แดนพนัน-ขันต่อ” ตอนนี้ก็มีการเดิมพันกันอย่างกว้างขวาง ว่า 
        พรรคประชาธิปัตย์นั้น จะชนะลอยลำในภาคสะตอ เหมือนที่เคยเป็นมาหรือเปล่า? หรือ...
        เสียงจะหดหายไปเพราะพิษ...No Vote!!!

        สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยที่มากับการเลือกตั้ง คือสำนักโพลต่างๆ ได้เร่งออกผลสำรวจกันอย่างเต็มที่ สำรวจจริงหรือเท็จ ผู้คนก็ไม่มีทางตรวจสอบได้ ว่าถูกหรือผิด เป็นไปตามหลักการสำรวจประชามติหรือไม่? 
        บางสำนักที่ผมเห็นผลการสำรวจทีไร ต้องขำทุกที เพราะเอาแต่ “ชะเลียรฺ” พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์อย่างออกหน้าออกตา โพลที่ว่านี้คือ
        “เอแบคโพล”
        ก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา โพลทุกสำนักชี้ตรงกันว่า พรรคเพื่อไทยชนะทุกโพล แต่เอแบคโพล (ซึ่งผมวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้อย่างหนัก เรื่องความไม่น่าเชื่อถือ) ยังมีลูกเล่นให้ผู้คนฮา เพราะโพลนี้ดันบอกว่า 
        แม้จะแพ้ในตัวชี้วัดอื่น แต่สำหรับเรื่อง “ความซื่อสัตย์”  นั้น พรรคประชาธิปัตย์ เหนือกว่าพรรคเพื่อไทย
        ขำกลิ้ง!

        ใครที่เป็นแฟน “วาทตะวัน” คงเข้าใจสันดานของพรรคประชาธิเปรตได้เป็นอย่างดี ว่า 
        มีชื่อนักในเรื่องความไม่โปร่งใส และเอาดีใส่ตัว อย่างนายหัวประธานใหญ่ แต่ก่อนนี้ถนัดเรื่องกล่าวหาว่า พรรคการเมืองอื่น “ซื้อเสียง” เหมือนจะแสดงโดยนัยว่า 
        พรรคประชาธิเปรต บริสุทธิ์ใสซื่อ!
        แต่พรรคของนายหัว ดันกลายเป็นพรรคแรก ที่นักการเมืองในสังกัด ถูกศาลฎีกาตัดสินเรื่องซื้อเสียง 
        สมาชิกพรรคถูกจำคุก 1 ปี และตัดสิทธิ์ 10 ปี! 
        ตั้งแต่นั้นมา นายหัวเลยไม่กล้าพูดเรื่องซื้อเสียงอีกเลย!

        ที่น่ากลัวคือคนพรรคนี้ หลงตัวเองมองข้ามความผิดที่ได้กระทำ ถนัดในเรื่องกล่าวหาคนอื่น แถมยังหลงเชื่อว่า พวกตนเท่านั้นที่ทำถูกต้อง จนรู้สึกตนเองว่าเป็น
        เทวดา!!
        ใครจะพูดจาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ต้องออกมาสวนทันที ถึงขนาดมีการตั้ง “โฆษกปากมอม” ประจำตัวหน้าพรรคโดยเฉพาะ เพื่อเอาไว้โต้ตอบ สวนกลับคนอื่นทุกลูกทุกดอก 
        แต่ก็น่าแปลกนะครับ...
        พรรคประชาธิเปรตและหัวหน้าอย่างนายมาร์ค มุกควาย ถูกพันธมิตรแห่งมัฆวานบริดจ์  ระดมด่าสาดเสียเทเสีย เรื่องโกงกินชาติบ้านเมืองยาวนับร้อยวัน และจะด่าต่อไปอีก 
        กลับหัวหด ไม่ยอมโผล่กบาล ออกมาโต้ตอบเลย เหมือนกับยอมรับโดยดุษฎีว่า... 
        โกงบ้านกินเมืองจริง...ใช่หรือเปล่าล่ะ!!!?

        คุยเรื่องเทวดาแล้ว ผมเคยเขียนเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เอาไว้เมื่อหลายปีแล้ว ท่านอาจไม่ได้อ่าน จึงขอนำมาเล่าซ้ำอีกครั้งในวันนี้       
        ผมว่าเอาไว้อย่างนี้ครับ       

        ...พูดเรื่องเทวดาแล้ว ผมมีเรื่องสั้นๆ ที่จะเล่าให้ท่านฟัง เป็นเรื่องที่มีคนรู้น้อยมาก  
        ประมาณสามสิบปีที่แล้ว ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในฐานะประธานธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ ได้เดินทางไปเปิดอาคารสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคจิต โรคประสาท ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งธนาคารกรุงเทพพาณิชยการบริจาคเงินสร้าง

        พอท่านอาจารย์ตัดริบบิ้นเปิดตึกเสร็จ แพทย์และพยาบาลก็เดินนำ พาท่านเข้าไปในอาคาร ซึ่งคณะแพทย์และพยาบาล ได้จัดให้ผู้ป่วยนั่งประจำบนเตียงคอยต้อนรับ
        ท่านเดินดูและประนมมือรับไหว้ ทักทายผู้ป่วยไปตามช่องทางเดินตรงกลาง แล้วท่านก็หยุดหน้าเตียงผู้ป่วยคนหนึ่ง ที่ต้องหยุดเพราะผู้ป่วยคนนั้น กำลังยกมือรำป้ออยู่คนเดียว และมีผู้ป่วยเตียงข้างๆ คอยชำเลืองดู ด้วยท่าทางไม่ค่อยพออกพอใจเท่าใดนัก       
        ท่านอาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ทักว่า

        “คุณเป็นอะไรครับ” 
        (เข้าใจว่า ท่านคงหมายถึง...เป็นโรคอะไร)       
        ผู้ป่วยตอบว่า       
        “ผมเป็นเทวดา !”       
        “อ้อ! เป็นเทวดา” ท่านอาจารย์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ทวนคำ

        “อย่าไปเชื่อมัน ผมยังไม่ทันแต่งตั้งมันเลย จะเป็นได้ยังไง!” เสียงแหวจากคนไข้เตียงข้างๆ ซึ่งมองชำเลืองอยู่ พร้อมกับ
ค้อนให้วงใหญ่       
        “อ้าว!...แล้วคุณเป็นอะไร ถึงจะไปแต่งตั้งเขา?” ท่านอาจารย์ถาม       
        “ผมเป็นพระอินทร์!!”       
        ผู้ป่วยคนนั้นประกาศ พร้อมกับเชิดหน้า วางท่าปั้นปึ่ง

        ท่านอาจารย์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ยกมือไหว้คนไข้ทั้งสอง แล้วพูดว่า       
        “ผมขอกราบลาท่านไปก่อนนะคร้าบ...เพราะตอนนี้ยังไม่อยากอยู่บนสวรรค์!!!”       
        พูดจบแล้วท่านก็หัวเราะหึ ๆ เดินออกจากห้องผู้ป่วยไป

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

content/picdata/297/data/photo1.jpg

        ผมเคยเล่าให้ฟังเรื่อง พล.ต. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดถึงบรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อย่างขำๆ ว่า 
        “สามล้อไม่ให้ขี่ กะหรี่ไม่ให้ขึ้นห้อง!”
        วลีฮิตของท่านอาจารย์หม่อม ที่พูดติดปากกันในยุค พ.ศ.2490 ต้นๆ

        หากท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ฯ ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีชีวิตอยู่ ผมจะต้องนำคอลัมน์นี้ ไปอ่านให้ท่านฟัง 
        ซือแป๋คงจะลุกขึ้นเต้น ออกโขนท่ายักษ์ กระทืบเท้า พร้อมชี้นิ้วกราด ตรงไปยังบรรดาเหล่าสมาชิกพรรคโลซก แล้วตวาดก้องด้วยอำนาจครุฑ ว่า...

        “อุเหม่!...ประชาธิปัตย์ พวกเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา...นะโว้ย!!!”

.......................

        ท้ายบท ผมอยากให้ผู้บริหาร ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) พริ้นท์บทความตัวอย่างจาก www.vattavan.com ไปติดในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเสริมสติปัญญา ให้กับบรรดาคณาจารย์ และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย อ่านกันบ้าง เช่น

        - “พรรคประชา (แดก) ปลาเน่า” ...เน่าทั้งข้อง-ทั้ง’ป๋อง!!!? 
        - DNA ในสันดานประชาธิปัตย์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!!        
        - พวกมัน? หิวโหย?...กันแค่ไหน!? 
        - ยุคประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!? 
        - “อภิสิทธิ์กับ ‘รัฐบาล-โลซก’ ยื่น ‘นรก’ ให้คนไทย!!!”      
        - ไอ้รัฐบาล...สุดโสโครก!
        - ประชาธิปัตย์...“ผวกหมึ้งไม้หรู่จั้กอับ จั้กอายกันเล่ย!!! 
        - รัฐบาล... “จังไรไม่พอเพียง!”
        - เศรษฐกิจ “เชิงทุจริต” ของประชาธิปัตย์!!!
        - ถูกทั้งหวย ‘ชุมชนพอเพียง’- หวย ‘ไทยเข้มแข็ง’ แล้วนี่!!! 
        - ความประหยัดของในหลวง-ความสุรุ่ยสุร่ายของรัฐบาลโลซก!
        - รับสั่งถาม… “ทำไมรัฐบาลนี้ จึงโกงนัก!?”  
                                        ฯลฯ

        จะไม่ได้มืดบอด และจมปลัก อยู่กับโพลสับปะรังเค ของพวกตัวเองต่อไป!!!

        (***บทความประจำสัปดาห์ ตอน  “ประชาธิปัตย์...พวกเอ็งไม่ได้เป็นเทวดา นะโว้ย!!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2554)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
อร่อยครับ

โดยคุณ คนอุบล 180.180.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เมื่อคราวที่เถ้าแก่แห่งมัฆวานออกมานำการชุมนุมครั้งแรก ๑๙๓ วัน จำได้ว่าเคยดูผ่านเน็ทอยู่สองครั้ง แล้วไม่ดูอีกเลย เพราะไร้สาระไม่ประเทืองปัญญา แต่ขณะนี้ต้องกลับมาดูใหม่ เพราะต้องการดูสิ่งที่เถ้าแก่และลูกคู่นำออกมาตีแผ่ว่ามีอะไรบ้าง สอดคล้องกับข้อมูลที่มีอยู่หรือไม่ อย่างไร ? ต้องเรียนว่าสะและสาแก่ใจจริง ๆ ก็ยังฉงนอยู่ว่าทำไมบรรดาโคสกปรกและตัวกลั่นทั้งหลายของประชาธิเปรตจึงเงียบเป็นเป่าสาก ไม่มีกระดิกพลิกตัวตอบโต้หรือคิดจะใช้กฎหมายเล่นงานใด ๆ มันแปลกดีนะ !!! พูดถึงเรื่องโพลแล้วผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกับท่านผู้เขียน ในฐานะที่ท่องอยู่ในโลกไซเบอร์มานานพอสมควร ผมเห็นว่าตัวชี้วัดที่น่าจะพอนำมาอ้างอิงได้คือเว็ปไซ้ท์ที่ให้สมาชิกเข้าไปโพสท์เรื่องการเมืองได้ เข้าไปดูแล้วจะเห็นแนวโน้มว่าในโลกของชุมชนออนไลน์เขามีความคิดความเห็นกันอย่างไร ใครรักใครชอบใคร ส่วนใหญ่รักพรรคไหน ชังพรรคไหน น่าสนใจมากทีเดียว เสียดายที่ชุมชนคนออนไลน์อาจไม่กว้างขวางพอจะชี้เป็นชี้ตายพรรคการเมืองได้ แต่ก็น่าจะให้แนวโน้มที่ใกล้เคียง

โดยคุณ สาแก่ใจ 110.168.200.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ไอ้มหาวิทยาลัย ที่โกงกระทั่งนักศึกษาของตัวเอง จนถูกร้องเรียน หนังสือพิมพ์ลงข่าวอื้อฉาว น่าขายหน้า

โดยคุณ ใครจะไปเชื่อถือมัน 180.180.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามั่วหลับไหลหลุ่มหลง ..... ประเทศถูกโกงกินตั้งแต่ยุคนอมินี่โยนเศษกระดูกติดเนื้อให้รากหญ้า ผ่านมามีเงินก้นถุงใช้ยาใส้2ปีไม่พอดีต้องกู้เขามาประชานิยม ฝ่ายพระยาละแวกแดกท้องกลางหนีออกนอกประเทศอ้างตนทำเพื่อประเทศ โยนเศษตังค์ให้สส เข้าไปขายศักดิ์ศรีกราบ...กัมพูชา

โดยคุณ multi699@hotmail.com 124.120.86.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
จริงฮ่ะไม่เห็นโฆษกพรรคประชาธิเปรตออกมาตอบโต้เลย ผมดูแล้วสะใจดีแต่ดูแต่มันด่าพรรคโลซกนะถ้าพูดเรื่องอื่นก็ปิดเลยไม่ดู

โดยคุณ รายู 223.206.124.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ยุทธการที่พันธมิตรทำต่อประชาธิปัตย์ มีชื่อปฏิบัติการครั้งนี้ว่า "ยุทธการลากไส้สัมภเวสี" ครับ...ฉะนั้นจึงยืนยันได้ว่า ประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ เทวดา แน่นอน

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเกลียดผี 115.87.84.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
I found just what I was needed, and it was enteritaning!

โดยคุณ Della 195.7.32.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER