หน้าแรก > กาแฟขม ขนมหวาน > ทั้งหมด > นิจจาโอ้ฟ้า...ยังร้องไห้
หัวข้อ : นิจจาโอ้ฟ้า...ยังร้องไห้ เรื่องอื่นๆ ในหมวด : ทั้งหมด

นิจจาโอ้ฟ้า...ยังร้องไห้

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช  

        ช้าวันนี้...ผมจิบกาแฟขมแล้ว ออกกำลังอย่างรีบด่วน ซึ่งไม่สามารถทำได้เต็มคอร์สที่เคยทำ เพราะต้องขับรถออกจากโรงแรมแถวนครปฐมกลับกรุงเทพ เนื่องจากจะต้องมาประชุมกับพรรคพวกที่ได้นัดหมายกันไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้ว ออกจากโรงแรมแวะซื้อขนมหวานกับข้าวหลาม หน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ทั้งกินเองและนำไปฝากเพื่อนที่กรุงเทพ       
        ระหว่างเข้ากรุงเทพฝนลงหนัก รถติดมาก เห็นนักเรียนตัวเล็กๆยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์แล้วให้นึกสงสารนัก ที่ต้องเรียนกันหน้าฝน
        มีรัฐบาลสมัยไหนก็จำไม่ได้แล้ว เคยมีดำริว่าจะหยุดโรงเรียนตอนฤดูที่ฝนชุกนี้ แต่ก็ทำกันไม่ได้ เพราะติดด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม มีสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง คือ “เทคโนโลยีพระจอมเกล้า” เขาให้นักศึกษาปริญญาโท หยุดเรียนหน้าฝน เพราะไม่สะดวกกับการเดินทาง       

        อยากจะบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครอง เมื่อลูกหลานโดนฝนกลับบ้านตอนเย็น ต้องใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดศีรษะและเป่าให้แห้ง ถ้าตากฝนมาแล้วกลับถึงบ้านตอนค่ำ อย่าให้อาบน้ำเด็ดขาด ต้องใช้น้ำอุ่นเช็ดตัวทำความสะอาดเท่านั้นคนโบราณเวลาลูกหลานทำท่าจะเป็นหวัด เขาจะใช้วิธี “จับหวัด” เพื่อทำให้หายจากอาการหวัด       
        “จับหวัด” วิธีหนึ่งก็คือใช้น้ำซาวข้าวผสมน้ำร้อนอุ่นใส่ใบมะขามไปสักกำ และหัวหอมทุบ โกรกหัวเด็ก อย่างนี้คุณยายเคยทำให้ผมตอนยังเป็นเด็ก
การ “จับหวัด” อีกวิธีหนึ่ง เขาเอาใบเปราะ หัวหอม ขมิ้นผง มาตำรวมกันแล้วขดเป็นวงกลมแบบโดนัท ตอนเด็กที่มีอาการเป็นไข้หวัดจะนอน ก็เอาวางบนหน้าผากเด็กให้เอาจุดวงกลมรูโดนัทอยู่ที่กลางหน้าผากพอดี ตื่นเช้าขึ้นมา อาการก็จะทุเลาลง
        ประการหลังนี้คุณยายไม่เคยทำให้ผู้เขียน อาจเป็นเพราะตอนเด็ก เป็นคนนอนดิ้นตึงตังก็เป็นได้ พอตอนเป็นผู้ใหญ่ค่อยยังชั่ว แต่ยังมีบางคืนที่ฝันว่าเล่นกีฬารักบี้อยู่ในสนาม กำลังทำ
loose scrum ในฝันฮึดฮัดอัดกันอยู่ในเกม เอาหัวดัน…ดัน…ดัน       
        ดันเอาจนคนที่นอนอยู่ข้างๆ...ตกเตียงไปเลย!
        อย่างนี้ก็เคย !

        หน้าฝนอย่างนี้ วิทยุหลายสถานี ก็พากันเปิดเพลงเกี่ยวกับฝนกันถี่มากขึ้น คงจะเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของฤดูกาล วันนี้ก็เลยอยากมาคุย เรื่องเพลงหน้าฝนให้ท่านผู้อ่านฟังกันบ้าง 
        คืนไหนฝนตก ไม่แปลกใจเลยถ้าเราได้ยิน คือเพลงที่ขึ้นต้นว่า       
        “ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำพรำ
        กบมันก็ร้องงึมงำ ระงมไปทั่วท้องนา...”

        สถานีวิทยุคลื่นลูกทุ่ง จะเปิดเพลง “ฝนเดือนหก” บ่อยมาก ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แสนฮิต “มนต์รักลูกทุ่ง” ส่งให้นักร้องอย่าง “รุ่งเพชร แหลมสิงห์” เจิดจรัสขึ้นมาบนสังเวียนลูกทุ้งไทยแลนด์ และไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน

        เพลงเกี่ยวกับฟ้าและฝน ที่ผมชอบมากอีกเพลงหนึ่ง ชื่อ “ฟ้าคลุ้มฝน” คุณครู เอื้อ สุนทรสนาน ท่านขับร้องเอาไว้ เนื้อเพลงเขาว่า

content/picdata/299/data/photo1.jpg

        ราตรีนี้มืดไม่เห็นเพ็ญโสมส่อง    ดารามิผ่องมืดมัวทั่วมุม
        ร้อนรุมหมองไหม้เหมือนไข้รุม    ฟ้าดำมิดมืดเหมือนม่านคลุม
        อกเรียมยิ่งคลุ้ม...กลุ้มรัญจวน

        ผู้ที่แต่งเพลงนี้ชื่อครู แก้ว อัจฉริยะกุล เจ้าของนามปากกา “แก้วฟ้า” ท่านเป็นนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ท่านเป็นลูกครึ่ง บิดาของท่านเป็นชาวกรีก คุณแม่เป็นคนไทย เรียนกฎหมายที่ธรรมศาสตร์ เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ และทำงานกรมไปรษณีย์โทรเลข มีความรู้ดีทั้งภาษาไทย และอังกฤษ       
        เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเพลงที่ดีนั้น จะต้องมีส่วนผสมผสานที่งามทัดเทียมกัน ระหว่างท่วงทำนองกับเนื้อร้อง ซึ่งครูแก้วกับครูเอื้อสองท่านนี้ เหมือนฟ้าส่งมาให้เกิดมาเป็นขุนพลเพลงคู่กัน หากครูเอื้อคิดทำนองได้ ก็ให้ครูแก้วใส่คำร้อง เลยมีคำพูดติดหูคนในวงการเพลงว่า 
        แก้วเนื้อ...เอื้อทำนอง!
        ดูๆไปก็คล้ายกับ Roger’s & Hammerstein คู่แต่งเพลงของอเมริกันเมื่อห้าสิบปีมาแล้ว ซึ่งเพลงของท่านทั้งสองที่คนไทยรู้จักกันดี คือ เพลงจากชุด The Sound of Music, South Pacific และที่ใกล้ตัวคนไทยคือเพลงชุดจาก เรื่อง The King and I นั่นเอง

        มีเรื่องเล่าเบื้องหลังเพลงนี้ว่า วันหนึ่ง ครู แก้ว อัจฉริยะกุล กลับมาจากการนำวงดนตรีไปเล่น ระหว่างที่นั่งรถมานั้น ฝนตกหนัก รถที่ท่านนั่งไปหลังคาผ้าใบคลุมรถขาด (คงจะเป็นรถจี๊บแลนด์เวอร์ หลังคาผ้าใบ) ท่านมองลอดช่องที่ขาดเห็นทั้งสายฝน และฟ้าที่แลบ ดูน่ากลัว ท่านจึงเขียนออกมาเป็นท่อนจบว่า

content/picdata/299/data/photo2.jpg

        เมื่อยามฝนตกหัวอกยิ่งคลุ้มคลั่ง    ดุจดังฉันหลั่งน้ำตาไหล
        นิจจาโอ้ฟ้าร้องยังไห้                  โถตัวข้าหรือจะทนได้
        เศร้าใจให้ฝืนชื่นบาน
        ฟ้าแลบดูแวบวับ                        แปลบปลาบต้องหลับตา
        เหมือนดังนภาร้าวราน                 ตัวข้าช้ำอุราช้านาน
        ด้วยความรักทรมาน                   อกเอ๋ยยิ่งคิดยิ่งร้าว...ราน
        รักกำซ่านทรวงใน

        เพลงนี้โรแมนติคมาก ก็ดูเนื้อสิครับ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เลือกใช้คำได้ดีจริงๆ เช่น คำว่า “หัวอกยิ่งคลุ้มคลั่ง”  “ฟ้าแลบดูแวบวับ” ซึ่งส่งแสง “แปลบปลาบ” จนต้องหลับตาลง หรือคำว่า “ฟ้ายังร้องไห้” อย่างนี้หากคนฟังถ้าเป็นผู้หญิง 
        จะไม่ใจอ่อน ได้อย่างไรกันนะ ?

        ที่ต้องกล่าวถึง อีกประการหนึ่ง ที่สำคัญยิ่ง คือ การที่ครูเอื้อนำทำนองเพลงไทยเดิม มาเรียบเรียงใหม่เป็นทางสากล หรือที่เรียกว่า “เพลงไทยสากล” บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีฝรั่ง ครูแก้วท่านก็บรรจงสอดใส่เนื้อร้อง ได้อย่างเหมาะเจาะ เช่น เพลง “ลาวดำเนินทราย” เมื่อเรียบเรียงเป็นทางสากล ก็มีชื่อใหม่ว่า “ดำเนินทราย” ที่ขึ้นต้นว่า
        ญ. แสงจันทร์นวลผ่อง เมื่ออยู่กับคู่ประคอง เธอกอดประคองให้มองจันทร์
        ช. แสงจันทร์เฉิดฉันท์ แต่ตัวน้องยิ่งงามกว่านั้น….

        อีกเพลงหนึ่งที่ผมชอบมาก ก็คือเพลงไทยเดิมชื่อ “แขกมอญบางขุนพรหม” ครูแก้วท่านก็ประจงใส่คำร้องออกมาเป็นเพลง “พรพรหม” ซึ่งแสดงความรักของหนุ่มสาวไทยในยุคที่บ้านดีเมืองดี ผู้คนยังไม่นิยมการ “ชิงสุกก่อนห่าม” มีความละมุนละไม่ในคำร้องเป็นอย่างยิ่ง

        ผมเป็นคนชอบเสียงของ คุณบุษยา รังสี ที่ล่วงลับไปไม่นาน เพราะเสียงร้องของเธอนั้นใสแหนว เหมือนเสียงเด็ก ไม่มีลูกคอเช่นนักร้องคนอื่น แต่มีพลังอย่างยิ่ง

content/picdata/299/data/photo3.jpg

        เพลงที่เกี่ยวกับฝนของนักร้องท่านนี้ โด่งดังและประทับใจผู้คนมากชื่อเพลง “ปีศาจวสันต์” และเพลงนี้ผมชอบมาก เลยขอลงเนื้อร้อง ให้ดูกันเต็มๆ

        เราจากกันวันนั้นยังจำ จากกันวันนั้นฝนพรำ พรางม่านกรรม คล้ำครึ้มคลุมเวร
        ลมครางฝนครวญ ไพรสั่นชวน รวนระเนน ความกดดันขั้นเดน เหมือนจะเค้นฆ่ากัน

        เราจากกันวันนั้นนานมา แต่เมื่อวสันต์ลีลา ฤาสร่างซาฝนฟ้าฟูมฟาย
ฤดูฤดีมันไม่มี วันคืนวาย มันสาปใจ สาปกาย คล้ายมนต์ร้ายพรายผี
        ผีวสันต์ มันหลอกมันหลอน ปีศาจวสันต์วันก่อน ยังสังวรณ์เวรนี้
        ฟังโถฟัง ฟังฝนตกซี เหมือนนรกตกตี ย้ำขยี้ ใจตรม
        ไปจากไป ไปแล้วไปเลย อย่ามาชวนชิดชวนเชย ปีศาจเอย ร้างเลยอารมณ์
        ลมมา ฝนมา จงอย่ามา พาระทม เพียงโศกทราม เศร้าซม ฉันจะล้มตายแล้ว

        เพลงนี้ครู ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ เป็นผู้แต่ง ตรงนี้ขอเล่านิดหนึ่งว่า เมื่อครูแก้ว อัจฉริยะกุล ท่านหันไปทำละครวิทยุ และโทรทัศน์ ภารกิจท่านก็มากขึ้น เวลาแต่งเพลงให้วงดนตรีก็แทบไม่มี 
        ถึงกระนั้น สุนทราภรณ์ก็ไม่ขาดนักแต่งเพลงฝีมือดี เพราะได้ครูศรีสวัสดิ์ฯ ซึ่งท่านมีความรู้ทางภาษาอังกฤษและไทยดีเยี่ยม เช่นเดียวกับครูแก้ว แต่สำนวนโวหารของทั้งสองท่านนั้น ได้มีผู้วิจารณ์ว่าความแตกต่างกัน คือ

        ครูแก้วท่านใช้คำได้ไพเราะ อ่อนหวาน นุ่มนวล ฟังสบายเข้าใจเนื้อหาของเพลงท่านได้ง่าย ใช้คำได้ไพเราะ เข้าใจง่าย แต่ของครูศรีสวัสดิ์นั้น สะท้อนความแรงของอารมณ์มากกว่า หวือหวา กว่า แต่พราวแพรวแวววับไปทั้งสัมผัสในสัมผัสนอก รวมทั้งคำควบคำกล้ำ การใช้ตัว ร.เรือ ล.ลิง 
        เพลงที่เห็นได้ชัด คือเพลงแรกที่ท่านแต่งและบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก คือ “ลาทีปากน้ำ” นั่นแหละครับเห็นได้ชัด

        ตัวมาปากน้ำ น้ำตาเจ้ากรรม พร่ำร่วง
        มันรินล้นทรวง รดแด ร้อนดวง
        ร่วงพรำ จนช้ำ เลือดตรม
        อยากผลักชีวิต ผลอย คล้อย ลอยน้ำไปตามคลื่นลม
        ระทวยระทม แล้วจมร่างตาม ความรักร้างไป.....

        เด็กสมัยใหม่ยังไม่ต้องร้อง เอาเนื้อเพลงมาให้อ่านออกเสียงดังๆก็ยังยาก ยิ่งให้ร้องแล้วจะไปกันใหญ่ เพราะคำ ควบ-กล้ำ ตัว ร.เรือ ล.ลิง มันเต็มไปหมด ทั้ง “พร่ำร่วง” “รินล้นทรวง” หรือ “รดแด ร้อนดวง” เป็นต้น หากคนไม่คุ้นแล้ว ร้องๆไปลิ้นพันกันแบบพันละวันพันละเกกันดีจริงๆ       
        อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้ผู้ใหญ่ที่เป็น นักการเมืองประเภทภาษาไทยชำรุดกุดถัง จำพวกพูดตัว ร.ตัว ล.ไม่เป็น รับรองได้ว่า ขืนให้ร้องเพลง “ลาทีปากน้ำ” หาเสียง คะแนนเสียงตกรูดแน่ๆ เพราะสื่อมวลชน คงต้องเอาไปกระแนะกระแหนกัน 
        เอ็นจอยปาก...ไปเลย !

        เพลง “ลาทีปากน้ำ” ส่ง ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ทะยานเข้าสู่วงการเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างรวดเร็ว เพลงของท่านมีมากมาย เช่น “สนสามพราน” ซึ่งเป็นเพลงของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน 
        “พรานล่อเนื้อ” เป็นอีกเพลงหนึ่งของครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ เป็นเพลงจังหวะแทงโกที่แสนสนุกสนาน ผมเองเคยร้อง เพลงนี้กับวงสุนทราภรณ์เต็มวง ออกรายการของมูลนิธิราชประชา
สมาศรัยที่ช่อง 5 เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน 

        ก่อนจบกาแฟขม ขนมหวาน วันนี้ ผมอยากให้ท่านผู้อ่านสังเกตเนื้อเพลงที่เกี่ยวกับ “ฝน” ของทั้งสองท่านนี้ คือเพลง
        “ฟ้าคลุ้มฝน” ของ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล กับกับ เพลง
“ปีศาจวสันต์” ของครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ คงชี้ชัดถึงความแตกต่างของนักแต่งเพลงทั้งสองท่าน ตามที่ผมเล่ามานี้
ได้เป็นอย่างดี

        เรื่องราวของ “เพลงสุนทราภรณ์” นั้น เราสามารถเรียนรู้ เขียนถึง พูดถึง ด้วยความสุข และสิ่งที่แฝงอยู่ในเรื่องราวของวงดนตรีวงนี้ ก็คือ 
        ความรุ่งเรืองของดนตรีไทยยุคหนึ่ง ที่โด่งดังมาตั้งแต่
ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และนาม “สุนทราภรณ์” ยังอยู่ในใจของคนไทย ยืนยาวนานจนบัดนี้ เพราะมีความงดงาม ทั้งในเรื่องวรรณศิลป์ คือมีความเป็นกวีนิพนธ์อยู่ในตัวเนื้อร้อง และดนตรีที่มีความไพเราะเพราะพริ้งอย่างมีเสน่ห์แบบไทยๆ

        วสันตฤดูมาเยือนเรา ตามวัฏจักรของธรรมชาติ ได้โปรยปรายความชุ่มฉ่ำผืนแผ่นดิน เฉกเช่นเดียวกับคุณงามความดี และเสียงเพลงอันไพเราะของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และมิตรสหายของท่านอันมี คือครูแก้ว อัจฉริยะกุล ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ร่วมกันรังสรรค์

        ยังคงพร่างพรม ให้ความชุ่มชื่นหัวใจคนไทย ที่รักเสียงเพลงและดนตรี...ไปอีกนานแสนนาน !

.....................

        (คอลัมน์ กาแฟขม ขนมหวาน ตอน นิจจาโอ้ฟ้า...ยังร้องไห้  ออนไลน์ วันพฤหัสบดี ที่ 26 พ.ค.2554)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
“สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก
เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน
“ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?
เรื่องเศร้าเช้านี้
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
“สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก
เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน
“ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?
เรื่องเศร้าเช้านี้
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
กาแฟขม เดือนนี้ถูกเจือจางด้วยน้ำฝนอันชุ่มช่ำเย็น กลายเป็นกาแฟหวานจับจิต ด้วยฟ้ายังร้องไห้ แต่มิได้ร้องไห้ด้วยความระทมนะครับ กลับเป็นน้ำตาฟ้าที่ร่วมปิติ ตื้นตัน และยินดีต่างหากที่ได้ร่วมรับรู้ข่าวสาร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงขึ้น เป็นความชุ่มชื่นช่ำจิตของปวงชนชาวไทยที่ได้เห็นพระองค์ท่าน มีพระพักตร์ที่แจ่มใส และด้วยใจหวังที่อยากเห็นพระองค์จะทรงพระดำเนินด้วยพระองค์เองได้โดยสะดวกอีกครั้ง หวังว่าวันนั้นจะมาถึงโดยพลัน ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันปิติ 125.24.23.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
ชอบเรื่อง คำ ควบ-กล้ำ เรื่องตัว ร.เรือ ล.ลิง ที่นักเรียนไทยควรเอาใจใส่กันให้มาก ไม่ว่าจะเป็น “พร่ำร่วง” “รินล้นทรวง” หรือ “รดแด ร้อนดวง” ฯล หากนำมาซ้อนกัน ก็ร้องยาก หรือไม่ก็ตลกไปเลย

โดยคุณ ลิ้นพันพัว 180.180.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ดีครับ ผมคนหนึ่งที่ร้องเพลงรุ่นนี้ประจำ เนื่องจากติดตามผู้ใหญ่เลยเข้าหูทุกวันร้องได้หมด จนโดนถามว่าเป็นเด็กทำไมร้องเพลงคนแก่ได้หมด เลยชอบไปเลยครับ จะติดตามต่อไปครับ....

โดยคุณ yayba555@hotmail.com 110.168.76.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER