หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > คำร้อง “วาทตะวัน” ถึง เอกอัครราชทูตอเมริกัน!!!
หัวข้อ : คำร้อง “วาทตะวัน” ถึง เอกอัครราชทูตอเมริกัน!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

คำร้อง “วาทตะวัน” ถึง เอกอัครราชทูตอเมริกัน!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภสัช

        นับแต่ปฏิบัติการฆ่าประชาชน ในเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”  เมื่อ ปี พ.ศ.2535 ทหารไทยได้ห่างหายไป

        จากวงการเมืองกว่าทศวรรษกึ่ง แต่กลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง หลังจากที่ได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลของประชาชน เมื่อปี พ.ศ.2549
จากนั้นฝ่ายทหารก็ให้น้ำหนักฝ่ายตนว่า มีความสำคัญยิ่งทางการเมืองไทย และคิดเอาเองอีกด้วยว่า พวกตน
นั้นควรมีส่วนในการบริหารประเทศ นอกเหนือไปจากหน้าที่ประจำ หรือภารกิจหลักที่ได้รับมอบตามกฎหมาย 
        บทบาทของทหารยิ่งมีสูงขึ้นอีก หลังจากที่ช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์ วิ่งราวอำนาจจากพรรคพลังประชาชน (ไทยรักไทยเดิม) ซึ่งต้องถูกยุบและกลายเป็นพรรค
เพื่อไทย” ในปัจจุบัน แม้การจัดตั้ง “รัฐบาลกาลี” ที่มีประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ... 
        ก็ยังจัดตั้งกัน ในค่ายทหาร!

        การที่ฝ่ายทหารได้ช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล และเข่นฆ่าประชาชนอย่างเลือดเย็น ในเหตุการณ์เดือนเมษายน และพฤษภาคม ปี พ.ศ.2553 ทหารระดับผู้นำกองทัพก็ยิ่งสำคัญตัวผิดคิดว่า 
        ต่อจากนี้ไปพวกเขาเป็นผู้ “ชี้เป็น-ชี้ตาย” ให้กับการเมืองประเทศไทยได้
        ในการเลือกตั้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาหยกๆ ฝ่ายทหารเองก็ยังเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์น่าจะ
เป็นฝ่ายกำชัย เอาไว้ได้ หรือหากไม่ชนะ อย่างน้อยผลที่ออกมา พรรคโลซกดักดานก็ควรจะอยู่ในตำแหน่ง ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้
ไม่ยากเย็นอะไรนัก โดยมีนายมาร์ค มุกควาย กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อจะได้เดินหน้าสาน
ประโยชน์ ที่กองทัพและประชาธิปัตย์มีร่วมกันต่อไปได้อีกหลายปี
        พวกเขา ‘คาดหวัง’ กันอย่างนี้จริงๆ!

        ผมฟัง คุณวาสนา นาน่วม พูดในรายการของเธอที่ชื่อ “ลับ-ลวง-พลาง” ทางคลื่น FM 96.5 Mhz ของ อ.ส.ม.ท. ก่อนการเลือกตั้งหลายสัปดาห์ติดต่อกัน เพราะต้องการทราบข้อมูลและความเห็นจากผู้สื่อข่าวสายทหาร ระดับ “ทึนทึก” ของวงการอย่าง
คุณวาสนาฯ และผมก็ได้ยินเธอระบุอย่างตรงไปตรงมา ว่า 
        ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร ได้ส่งสัญญาณชัดเจน ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขา ลงคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์!
        แต่...เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังคาด! 

        หลังการเลือกตั้งและผลออกมาแล้ว ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ที่ทหารสนับสนุนอย่างออกหน้า เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ อย่างราบคาบ
        พอถึงวันที่ 5 ก.ค.2554 ผมได้ฟังรายการ “เช้าทันโลก” คลื่น FM 96.5 Mhz ของ อ.ส.ม.ท. ผู้
สื่อข่าวสายทหารที่มีฝีมืออีกคนหนึ่ง จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คือ คุณศิริรัตน์ บุรินทร์กุล ซึ่งรายงานข่าวความมั่นคง ให้กับรายการนี้เป็นประจำ เธอได้พูดในสิ่งที่ไม่ได้ทำให้ผมแปลกใจเลย คือ
        คุณศิริรัตน์ฯบอกว่า ทหารชั้นผู้น้อย ได้รับทราบนโยบายจากผู้บังคับบัญชาของตนว่า ให้ลงคะแนนสนับสนุน
พรรคประชาธิปัตย์ แต่สิ่งที่ปรากฏกลับน่าพิศวง นั่นคือ 
        หน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในเขตซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร ที่ตามบัญชีผู้ลงคะแนนเกือบทั้งหมด เป็นทหารและ
ครอบครัวทหารเท่านั้น แต่เมื่อมีการนับคะแนนกันเสร็จสิ้นแล้ว ความจริงก็ปรากฏผลออกมาในทำนอง...
        คะแนนของพรรคเพื่อไทยมา 100 ประชาธิปัตย์มาแค่ 10!
        สิบต่อหนึ่งเลยทีเดียว...นั่นหมายความว่าอย่างไร?
        คำตอบง่ายๆก็คือ

        ทหารไม่ได้ฟังผู้บังคับบัญชาของเขา ในเรื่องของการเลือกตั้ง หรือในเรื่องของประชาธิปไตยต่อไปอีกแล้ว แต่เขาลงไปตามที่ “หัวใจ” ตัวเองสั่ง คือ
        เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ! 
        ทหารปัจจุบัน ไม่ใช่เหมือนพวก “ไอ้เณร” ในสมัยก่อน ที่ต้องเป็นทั้งทหารและคนรับใช้ในเวลาเดียวกัน
ซึ่งผู้เป็น “นาย” สามารถสั่ง “ซ้ายหัน-ขวาหัน” ได้ง่ายๆ 
        ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า ทหารเกณฑ์และทหารผู้น้อยนั้น มีการศึกษาดีขึ้นกว่าเดิมมาก  และยังได้รับการปลูกฝัง
หรือซึมซับ อุดมการณ์ทางการเมืองจากพ่อแม่พี่น้อง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนชั้นรากหญ้า ซึ่งพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ไม่เคยเห็นความสำคัญ และไม่เคยเข้าถึงจิตใจของประชาชนกลุ่มใหญ่นี้ได้เลย แต่....
        ผู้ที่เข้าไปนั่งใน “หัวใจ” ของทั้งทหารเกณฑ์ ทหารผู้น้อย แม้กระทั่งนายทหารส่วนใหญ่ในตอนนี้ คงไม่
ต้องบอกกันกระมังว่า บุคคลนั้นชื่อ... 
        “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” 

        ฉะนั้น เราจึงได้เห็นภาพนายทหาร ทั้งที่เคยเป็นผู้บังคับหน่วยรบ นายทหารราชองครักษ์ฯลฯ เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว แห่กันไปเข้าพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก
        ผมไม่ทราบว่า ข้อเท็จจริงอย่างนี้ ผู้บังคับบัญชาทหารที่มักออกมา ทำตาเหลือก-ตาเหล่-ตาเข-ตาขวาง หลอก
หลอนประชาชน และพูดจาให้ผู้คนเขาเกลียดชังทั้งบ้านทั้งเมือง นั้น
        รู้สึกรู้สาบ้างหรือเปล่า!?
        ที่ตลกร้ายที่สุดคือ หลังการเลือกตั้ง นสพ.คมชัดลึก ฉบับประจำวันที่ 6 ก.ค.2554 ถึงกับพาดหัว ว่า 
        ส.ส.กทม. ดัน'มาร์ค' โวยทหารไม่ช่วย!!!

        นี่คงจะเป็นบทพิสูจน์ถึง ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายทหารกับพรรคดักดาน ได้เป็นอย่างดี 
        ดังนั้น การพ่ายแพ้อย่างยับเยินของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ทำให้พันธมิตรทางการเมือง ของพรรคประชา
ธิปัตย์ที่สำคัญ คือ “พรรคทหาร” ก็พลอยพ่ายแพ้ ย่อยยับตามไปด้วย
        ต้องขอพักเรื่องทหาร เอาไว้สักนิดก่อนนะครับ เพื่อนำท่านผู้อ่านไปดูความสัมพันธ์ บทบาทและท่าทีของบาง
ประเทศ ที่มีอิทธิพลต่อระบอบประชาธิปไตย และทหารในบ้านเมืองของเราบ้าง

        มื่อใกล้เวลาแห่งการเลือกตั้ง 3 ก.ค.2554 จะมาถึง บรรดาทูตขรตรีเศียรต่างๆ เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อเยี่ยมเยียนทักทาย อันเป็นเครื่องแสดงว่า เธอผู้นี้จะต้องเป็น
        “นายกรัฐมนตรี” ของประเทศไทยแน่ๆ!
        สำหรับสุภาพสตรีอย่างท่านผู้หญิง คริสตี้ เคนนีย์ (Kriristy Kenny) เอกอัครราชทูตอเมริกัน
นั้น ปฏิบัติแตกต่างไป ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฐานะประเทศของเธอ ดูจะโอ่อ่ามากกว่าทูตบ้านเมืองอื่น จึงใช้วิธีเชิญคุณยิ่งลักษณ์ฯไปพบที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต เป็นการส่วนตัว

content/picdata/309/data/mail.jpg

        คนไทยเลยซุบซุบกันว่า จะให้เกียรติด้วยการลดตัวไปขอพบ เหมือนกับทูตท่านอื่นๆสักหน่อย คงจะดูดีกว่านี้มาก

        หลังจากที่พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด นางวิกตอเรีย นูแลนด์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวในถ้อยแถลงที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยว่า  
        "พวกเราขอแสดงความยินดีกับประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย ในฐานะมิตรประเทศอันยาวนานของเรา
สำหรับความร่วมมืออย่างจริงจังของพวกเขา ในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม"       
        เธอยังระบุต่อไปด้วยว่า 
        สหรัฐฯ ตั้งตารอที่จะทำงาน ร่วมกับรัฐบาลชุดต่อไปของไทย เพื่อขยายและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศให้กว้างขวาง และแน่นแฟ้นขึ้น บนพื้นฐานของค่านิยมที่ตรงกัน และความเคารพซึ่งกันและกัน       
        "สหรัฐฯ ยังตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน และประชาสังคมที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด อย่างที่พวกเราปฏิบัติ
เสมอมาด้วย"

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        ถ้อยคำที่ฝ่ายอเมริกันกล่าวมานั้น คนไทยควรจะรับฟังเอาไว้ แต่ก็ไม่ควรจะเคลิบเคลิ้ม จนถือเป็นเรื่องจริงจัง หรือยินดีเกินเหตุ เพราะมีข้อพิสูจน์ชัดเจน ว่า
        ชาติใหญ่อย่างสหรัฐนั้น ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตนเป็นหลัก ดังที่เราจะเห็นจากการที่คณะทหารยึดอำนาจ
เมื่อปี พ.ศ.2549 เป็นกรณีตัวอย่าง สำหรับใช้สอนใจประชาชนคนไทยได้เป็นอย่างดี   
        ทั้งนี้ ก็เพราะว่า 
        ตั้งแต่มีการยึดอำนาจ เอกอัครราชทูตอเมริกันและรัฐบาลอเมริกัน ไม่เคยแสดงทีท่าต่อต้านการรัฐประหารเลย
สักนิด แถมดันออกวีซ่าให้ พล.อ.สนธิ บุณยะรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิวัติ เดินทางไปพบปะกับคนไทยในสหรัฐฯ เพื่อให้ “ไอ้บัง กบฏ” ได้มีโอกาสแสดงปาฐกถา ใน Land of the free home of the brave โอ้อวดถึงความสำเร็จ ในการเป็นผู้ร้าย ทำลายระบอบประชาธิปไตย และละเมิดสิทธิชาวไทยอย่างร้ายแรง ด้วยการขนกำลังทหาร พร้อมอาวุธและรถถัง ออกมาทำรัฐประหารจนสำเร็จ
        ทำลายหัวใจคนไทย ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยยิ่งนัก!

        การที่สหรัฐฯไม่คัดค้าน หรือต่อต้านการยึดอำนาจในประเทศไทย เมื่อ ปี พ.ศ.2549 ตลอดจนการวางเฉยไม่แสดงท่าทีใยดี ต่อการ “สังหารหมู่” ประชาชนในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2553 บนถนนสายประวัติศาสตร์ “ราชดำเนิน” และการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เป็นเครื่องแสดงให้เห็น อย่างชัดเจนว่า
        อเมริกันนั้นไม่แยแส ต่อทุกข์สุขมิตรเก่าแก่ของตัวเลย!
        ผมสังเกตว่า อเมริกันชนยุคหลังๆ แตกต่างไปจากคนอเมริกันยุคก่อน ที่เคยยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพชาวโลก ช่วย
เหลือมิตรประเทศอย่างจริงใจ แต่ในยุคปัจจุบัน เรื่องที่เกิดขึ้นกับไทยอย่างกรณี “วิกฤติต้มยำกุ้ง” ได้แสดงให้เห็น “สันดาน” อเมริกันชนยุคใหม่ ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีบทพิสูจน์ จากอดีตผู้นำของสหรัฐฯเองด้วยซ้ำไป นั่นคือ
        อดีตประธานาธิบดีคลินตัน ได้เปิดเผยความลับ ในการที่ไม่ช่วยเหลือไทย คราววิกฤติเศรษฐกิจ ปี พ.ศ.2540 และได้ยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดสำครั้งสำคัญของตัว
ในหนังสือของเขาเองชื่อ 
        'My Life' 
        ชัดเจนว่า อเมริกันทิ้งเพื่อนอย่างไทยแลนด์ อย่างหน้าเฉยตาเฉย ในยามที่ไทย ต้องพบกับความทุกข์ยากอย่าง
สุดๆ!
        พี่น้องไทยทั้งหลาย พึงจำกันไว้ ให้จงดี!! 

        ดังนั้น ต่อจากนี้ไป เราชาวไทยที่รักชาติ รักประชาธิปไตย เห็นจะไว้วางใจ มหามิตรอย่างสหรัฐต่อไป คงจะไม่ได้แล้ว
        นี่ผมยังไม่ได้แจง ถึงความน่าเกลียดน่าชัง ซึ่งถูกเปิดเผยโดยวิกีลีกส์ ที่หยิบยกเอารายงาน ของอดีตเอกอัคร
ราชทูตอเมริกัน ซึ่งอ้างคำพูดของตาเฒ่าไทยสามนาย ที่พูดจาพาดพิงเลื่อนเปื้อนกับตน และข้อความที่เปิดเผยออกมานั้น ก็ได้สร้างความตกตะลึง และความสะเทือนใจ ให้กับชาวไทยอย่างมากอีกด้วย 
        จึงต้องขอเรียนย้ำให้คนไทย พึงจำให้แม่น เพื่อเตือนใจของพี่น้องไทยพวกเรา อย่าได้ลืมพฤติกรรมของ
ฝ่ายอเมริกัน เป็นอันขาดเชียวนะ!

        ถึงวันนี้ผมคิดว่า ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในประเทศเรา น่าจะเป็นเครื่องแสดง ให้ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เข้าใจความต้องการของชาวไทยทั้งชาติ ที่ดิ้นรนไขว่คว้าหาความยุติธรรม และต่อต้านเผด็จการอย่างแข็งขันต่อเนื่อง แบบไม่ยอมลดละ
        คนไทยได้แสดงให้ทั้งประชากรโลก และอเมริกันชนเห็นกันชัดเจนแล้วว่า
        ไม่ว่าทหารจะยึดอำนาจ โค่นรัฐบาลที่มาโดยชอบ ขับไล่ผู้นำประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย ล้มล้างรัฐ
ธรรมนูญฉบับของประชาชน แล้วทหารฝ่ายผู้ก่อการ ก็แสวงหาความร่ำรวย ด้วยการฉวยฉกเอาเงินจากงบประมาณแผ่นดิน ไปอย่างหน้าด้าน ๆ และบ่อนทำลายระบอประชาธิปไตย ด้วยการบังคับขู่เข็ญ และเข้าไปมีส่วนจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อย่างไม่ชอบธรรมอีกด้วย 
        เมื่อผู้คนลุกมาต่อต้าน ทหารไทยก็ฆ่าฟันพี่น้องเพื่อนร่วมชาติของตนได้ลงคอ อย่างโหดร้ายทารุณ แต่ถึง
กระนั้น ประชาชนคนไทยก็ไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึง ยังคงยืนหยัดต่อสู้แบบ... 
        ตายเป็นตาย!... กูไม่มีวันยอมแพ้!!
        ครั้นเวลาแห่งการเลือกตั้งมาถึง พี่น้องเพื่อนร่วมชาติ ซึ่งพกพาเอาความแค้นเต็มหัวใจ พร้อมใจกันออกมา
เดินเชิดหน้าเข้าคูหาเลือกตั้ง ลงคะแนนสั่งสอนทั้งพรรคทหาร และพรรคการเมืองกาลี จนพวกมันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ อย่างราบคาบเด็ดขาด 
        สถานทูตและรัฐบาลอเมริกัน น่าจะตระหนักในเรื่องนี้แล้ว!!!

        จึงต้องร้องขอ ต่อท่านเอกอัครราชทูตอเมริกัน คริสตี้ เคนนีย์ (Kriristy Kenny) แทนพี่น้องคนไทยว่า นอกจากรัฐบาลอเมริกันควรให้ “ความจริงใจ” ต่อความสัมพันธ์กับคนไทย ด้วยการให้เกียรติเสมอกันแล้ว และต่อจากนี้ไป...
        สหรัฐฯต้องไม่สนับสนุนการยึดอำนาจ ตลอดจนรัฐบาลที่มาจากฝ่ายทหาร!

        นอกจากนั้น รัฐบาลสหรัฐฯต้องพิจารณาอย่างจริงจัง ถึงความมุ่งมั่นของประชาชนคนไทย ในการเรียกร้องและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่ชัดเจน ไปให้ฝ่ายทหารไทยรับทราบ อย่างตรงไปตรงมา ว่า

        รัฐบาลอเมริกันนั้น จะไม่ยอมรับการกระทำรัฐประหารของทหารไทยอีกต่อไป 
        หากฝ่ายทหารไม่ฟังคำเตือนของสหรัฐฯ และยังขืนทำการปฏิวัติ หรือเข่นฆ่าคนไทยซ้ำอีก ทั้งรัฐบาลและ
อเมริกันชน ตลอดจนชาติพันธมิตร จะไม่นิ่งเฉย และไม่ลังเลที่จะใช้มาตรการแข็งกร้าว ตอบโต้การกระทำเช่นว่านั้น เริ่มจากการนำชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ Sanction และ ยึดทรัพย์ บรรดาผู้ก่อการรัฐประหารในต่างประเทศ เอาไว้ทั้งหมดทั้งสิ้น!

        สหรัฐอมริกาไม่รั้งรอ ที่จะสนับสนุน และช่วยเหลือประชาชนคนไทยผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ รวมทั้งการให้ความสนับสนุนช่วยด้านอาวุธ และกำลังทหาร ในกรณีจำเป็นอีกด้วย!!

        “บอก ‘พวกมัน’ ไปตรงๆ อย่างนี้เลยครับ....ท่านทูต!!!”

.........................

หมายเหตุ ฝ่ายทหารกับพวกต่อต้านทักษิณ มักออกมาท่องคาถา กล่าวหาคนอื่นว่า  
        “ล้มเจ้า” 
        ส่วนพวก “ล้มเจ้า” ตัวจริง จะเป็นใครนั้น ท่านผู้อ่านที่อยากทราบ ลองเข้าไปดูบทความของ “วาทตะวัน”
ตอน
        “ใครกันแน่ที่...ล้มเจ้า!?”
        (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=301)

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตอน คำร้อง “วาทตะวัน” ถึงเอกอัครราชทูตอเมริกัน!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม 2554)       


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
มิตรประเทศ อย่างอเมริกา หรือทางฝั่งยุโรป ถึงแม้นว่าจะมีพลังอำนาจทางการเศรษฐกิจและทางการทหารที่สามารถชี้เป็นชี้ตายให้ประเทศเล็กๆได้ แต่ก็แฝงเร้นไปด้วยผลประโยชน์ของตนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพวกนี้เวลากิน ก็มักจะกินคำโต ไม่สนใจหรอกว่าถ้าพวกเขากินแล้วจะเหลือให้เจ้าของบ้าน ได้กินบ้างหรือไม่ จะเห็นตัวอย่างที่เด่นชัดกรณีการล่าอาณานิคม ของชาติต่างๆเหล่านี้ พวกมันจะสูบทรัพยากรพร้อมทั้งทิ้งวัฒนธรรมที่ทำให้ประเทศที่อยู่ใต้อำนาจ เจริญไม่ได้เสียที กรณีที่ไทยไม่เคยต้องตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ก็อย่าได้หลงลำพองใจว่าเราเก่งกาจ เพียงแต่นโยบายของไอ้ชาติมหาอำนาจมันต้องการเหลือรัฐกันชน ก็เท่านั้น โดยส่วนตัวผมกลับมองว่าเราชาติอาเซียนต้องรวมพลังจับมือกันให้ได้โดยอาจมีพี่ใหญ่อย่างจีนเป็นผู้นำ เพราะอย่างน้อยเราประเทศเล็กๆที่เปรียบเหมือนมด แต่ถ้ารวมพลังกัน ก็สามารถล้มช้างได้เหมือนกัน กรณีอเมริกาที่มักออกมาพูดเวลาประเทศเล็กๆมีปัญหาภายใน แล้วขู่จะตัดความช่วยเหลือทางการทหาร ตัดการช่วยเหลือทางการเงิน ถ้าเราร่วมมือกับชาติเพื่อนบ้านได้อย่างแข็งขัน ลองประกาศสวนออกไปซิครับว่า ประชาคมอาเซียนก็ประกาศยกเลิกการขายข้าวขายอาหารให้มันเหมือนกัน ดูซิครับว่ามันจะกินรถถัง เครื่องบิน ดอลล่าร์เป็นอาหารได้หรือไม่ การตลาดไม่จำเป็นที่จะต้องมองว่ายุโรป อเมริกา เป็นใหญ่หรอกครับ ยังมีชาติมุสลิมที่พร้อมเป็นตลาดรองรับที่ยิ่งใหญ่มหาศาลกว่าครับ ที่ร่ายยาวมานี่ มิได้มีความเห็นแย้งข้อความของท่านวาทตะวันแต่อย่างใดนะครับ ในเรื่อง สหรัฐฯต้องไม่สนับสนุนการยึดอำนาจ ตลอดจนรัฐบาลที่มาจากฝ่ายทหาร!...แล้วต้องแสดงบทบาทของตนออกมา เพียงแต่ว่าวาดฝันอึดอัดใจ ที่บ้านเราจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อนกิน แต่เมินหมางเพื่อนตายใกล้ๆบ้านในเอเชียของเราเอง ก็เท่านั้น

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเข้าพรรษา 125.24.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เห้นด้วย 100% กับคุณวาดฝันครับ อเมริกาเป้นประเทศที่ยึดถือผลประโยชน์ชองตนเองเป็นอันดับ 1 หลักการต่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กันผลประโยชน์แนวคิดนี้ต่างกับแนวคิดของชาวเอเชีย

โดยคุณ chuang 58.11.105.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ตั้งแต่เกิดรัฐประหาร 2549 มีประเทศไหนบ้างที่ต่อต้านการรัฐประหารที่เมืองไทย โดยเฉพาะประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายในโลกนี้ มีพูดสักแอะไหม สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ผมว่ามันผิดปกติมันเกิดอะไรขึ้น แล้วจะทำยังไงกับการรัฐประหารในเมืองไทย ผมว่าถ้ามีทหารแบบนี้อยู่ประเทศคงเป็นอย่างนี้อีกนาน มีอะไรที่สามารถเอาผิดกับพวกที่คิดจะทำรัฐประหาร เอาตั้งแต่แค่คิด กับพวกที่ลงมือทำ ประชาชนไม่มีปัญญาหรอกครับ นอกจากพวกทหารแก่ๆที่ ไม่ใช่ทหารของประชาชน นี่ทำรัฐประหารไม่มีความผิดแถมยังมีหน้ามีตาในสังคม ลงสมัครเลือกตั้ง เป็นใหญ่เป็นโต ร่ำรวยทรัพย์สิน เอามาจากไหน มีใครกล้าตรวจสอบ ทำไมถึงตรวจสอบไม่ได้ ถ้ามีกฎหมายเอาผิดกับพวกนี้ได้ ป่านนี้ประเทศไทยศิวิไลไปตั้งนานแล้ว อยากให้ประชาชนปฎิวัติเหมือนฝรั่งเศส ไม่งั้นประชาชนก้อตัองโดนกดขี่เหมือนเดิม ขนาดเลือกตั้งเสร็จแล้ว ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น พวกอำมาตย์กับสมุนที่ทำรัฐประหารมันกำลังคิดทำอะไรอยู่ พวกเราประชาชนต้องรู้ทันพวกมัน

โดยคุณ *** 1.46.187.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
อ่านบทความของอาจารย์ครั้งใด ได้ความรู้ และมุมองที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าฉลาดขึ้นทุกครั้ง

โดยคุณ น้ำปรุง 115.87.147.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ผมละโสน้ำหน้า (ภาษชาวเขา) นายตาเหล่-ตาเหลือก-ตาเข-ตาขวาง เป็นอย่างมากเมื่อมีผู้นำเอาคะแนนในเขตทหารออกมาเสนอต่อสาธารณะ จนมีข่าวว่าสั่งให้ทำการสอบสวนผู้บังคับบัญชาชั้นต้นกันใหญ่ว่าทำไมทำไม่เข้าเป้า คงจะพอสำเหนียกแล้วกระมังว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว สังเกตุจากการคัดเลือกทหารประจำปี ขณะนี้เกือบไม่ต้องคัดเลือกกันแล้ว หลายที่มีหนุ่ม ๆ สมัครเป็นทหารกันจนล้น ที่น่าติดตามคือพวกเขามีความรู้กันระดับหนึ่งทั้งนั้น ไม่ใช่จบ ป.๔ ป.๖ ที่ไม่ค่อยรู้อะไรเลยเหมือนเมื่อก่อน พวกเขาจึงทันโลกมากกว่าพวกนาย ๆ ที่ใกล้ตกรุ่นที่จมปลักอยู่กับโลกจอมปลอมรอบตัวเท่านั้น มันจึงชี้นิ้วสั่งกันไม่ได้ง่าย ๆ ไง โสน้ำหน้าจริง ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ออกมาพูดดูอ่อนลงหน่อย ที่พูดถึงความเป็นข้าราชการประจำของตนเอง ทั้งที่ดูไม่ค่อยจะเต็มใจพูดนัก พูดถึงการวางตัวอยู่ในสังคมโลกของประเทศไทย ผมค่อนข้างมีความเชื่อมั่นในทีมของพรรคเพื่อไทย ดูรายชื่อผู้เกี่ยวข้องและ ส.ส. ทั้งสองระบบแล้ว มีมือดีที่เป็นเลิศในแนวความคิด ประสบการณ์รวมทั้งวุฒิภาวะที่น่าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดีของบ้านเมืองโดยไม่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนอยู่มากมาย คงจะรวมกันเป็นหนึ่ง วางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีอย่างชาญฉลาดในการนำประเทศรุดหน้าไปในโลกกว้างด้วยดี โดยไม่ต้องไปฟังหรือกังวลกับการออกมาเห่าหอนรายวันของพวกนักการเมืองขี้ฉ้อ แก๊งกวน...ต...สื่อโสมม นักวิชาการเอียง และพวกพ่อค้าเห็นแก่ตัวที่จะไม่ยอมกระจายความมั่งคั่งสู่ประชาชนคนรากหญ้า ที่จะออกมาให้ข่าวบิดเบือนและโจมตีไม่หยุดหย่อน

โดยคุณ มั่นใจ 115.87.241.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ขอคารวะหัวใจนักประชาธิปไตยและอาจารย์ที่ยืนหยัดให้ความรู้ดีๆสำหรับนักประชาธิปไตยอย่างผมถ้ามองย้อนดูอดีต 4-5 ปีย้อนหลังเพื่อนมหามิตร(จอมปลอม)คนนี้ไว้ให้ดีนี่แหละตัวอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย ตรงสำนวนที่ว่า ปากว่า ตาขยิบ

โดยคุณ บัวบาน 125.26.176.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
แล้วประเทศที่ว่าเป็นตำรวจโลกเขาจะจริงใจต่อประชาธิปไตยหรือไม่ เราคงต้องดูท่าทีต่อไป

โดยคุณ ความจริงใจ 223.206.21.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าขืนจะปฎิวัติอีก นอกจากจะโดนต่อต้านจากประชาชนในชาติที่ใฝ่หาประชาธิปไตยแล้ว ต้องให้ประชาคมโลกร่วมต่อต้านด้วย จะได้ถอนพิษเผด็จการให้หมดจากเมืองไทยเสียที

โดยคุณ แข้งดำ 110.49.248.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
สหรัฐฯมีผลประโยชน์ในประเทศไทยมหาศาล เลยกลัวเสียประโยชน์ที่ได้มาในช่วงปี 2540 ที่กอบโกยได้ จนปัจจุบันเป็นเจ้าของธนาคารใหญ่ของไทยอย่างน้อย 3 แห่ง จากการไม่ช่วยตามที่อีตาคลินตันอ้างน่ะแหละ (ความจริงไม่ใช่ไม่ช่วย แต่กระทืบซ้ำต่างหาก โดยใช้รองเท้าตรา IMF) ฉะนั้นไม่แปลกที่จะตาบอดตาใสไปขณะที่มีการรัฐประหาร และความเห็นของผม สหรัฐฯรู้ก่อนที่จะมีรัฐประหารเสียอีก หากกระแอมสักนิดมันคงไม่เกิดหรอก

โดยคุณ monster 58.9.231.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ผลประโยชน์ของสหรัฐ ที่เห็นๆกันล่าสุดคือก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันในเขตพื้นที่ทับซ้อน ทางทะเลของไทยและเขมร การปล่อยให้รัฐบาลอำมาตย์เจรจากับเขมร หนทางคงตีบตัน..สหรัฐเริ่มจับทิศทางได้ จึงอาจเป็นเหตุผลที่ฑุตสหรัฐต้องออกมายืนข้างๆท่านนายกยิ่งลักษณ์ทั้งก่อนลงคะแนนเลือกตั้งและหลังพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะ และออกมาเตือนว่า สหรัฐไม่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร..สิ่งที่น่าคิดก็คือ มันเป็นแค่การรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐ หรือ เป็นการตาสว่างจริงๆ

โดยคุณ yapong 223.207.114.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER