หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ‘ทางตัน-ทางตาย’ ของการปฏิวัติ ในประเทศไทย!!!
หัวข้อ : ‘ทางตัน-ทางตาย’ ของการปฏิวัติ ในประเทศไทย!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

‘ทางตัน-ทางตาย’ ของการปฏิวัติ ในประเทศไทย!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        อนเป็นเด็ก คุณตาของผมซึ่งเป็นนักเรียนไทยคนแรก ที่ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยดาร์ท มัธ (Dartmouth College) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศซึ่งทางการไทยในตอนนั้นเรียกว่า 
        “ประเทศสหปาลีรัฐอเมริกา” 
        คุณตามักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศที่ไปศึกษา ให้ผมฟังอย่างสม่ำเสมอ ต่อมาชื่อประเทศที่ท่านไปเรียนนั้น ทางราชการบ้านเราเปลี่ยนชื่อเรียกขาน เป็น 
        “ประเทศสหรัฐอเมริกา”

        Dartmouth College เป็น 1 ใน 4 ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่อยู่ในกลุ่มเรียกกันว่า Ivy League ดั้งเดิม ซึ่งประกอบด้วยอีก
3 มหาวิทยาลัย คือ Harvard, Princeton และ Yale
        ผมแปลกใจมาก ที่เห็นคุณตามีความสัมพันธ์กับสถานศึกษาของท่านอย่างลึกซึ้ง เช่น ส่งเงินไปบำรุงมหาวิทยาลัยของท่านสม่ำเสมอ แม้ตัวท่านจะไม่ร่ำรวยเหมือนคนในตระกูลมหาเศรษฐี Rockefeller ซึ่งเป็นผู้บริจาคคนสำคัญของดาร์ท มัธ และเป็นธรรมเนียมของผู้สืบตระกูลนี้ที่เป็นชาย จะเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
        คุณตาทำให้ผมสนใจประวัติศาสตร์สหรัฐ ท่านได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างชาติของบรรพชนอเมริกัน ความรักในเสรีภาพ ความเป็นอิสระ และยังเป็นผู้สอนให้ผมรู้จักว่าดินแดนสหรัฐนั้น เป็น
        Land of the free home of the brave.

        เมื่อไปศึกษาต่างประเทศครั้งแรก  ผมไปที่สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนของรัฐบาลลุงแซม และดินแดนแห่งนั้นจุดประกายและมุมมองโลกใหม่ๆ ให้กับตัวเองเป็นอย่างมากด้วย
        ระบบการศึกษาของสหรัฐ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติเขา ทำให้ผมซาบซึ้ง และชื่นชมกับเด็กหนุ่มสาวอเมริกัน ที่พวกเขาสามารถจดจำถ้อยคำ วลี ประโยค หรือสุนทรพจน์ ของประธานาธิบดี และบุคคลสำคัญๆของชาติของตนเอง ได้เป็นอย่างดี และที่น่าชื่นชมมาก คือ
        คนอเมริกันมีความภาคภูมิใจ ในชาติตนเองยิ่งนัก!

        เคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า สหรัฐนั้นเป็นมิตรประเทศที่ดีของไทย และมีคุณานุปการต่อบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่คณะมิชชันนารีอเมริกัน ได้เข้ามาวางรากฐานให้กับเมืองไทย โดยเฉพาะการศึกษาของผู้หญิง ด้วยการตั้ง โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง จนกลายมาเป็น โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ในปัจจุบัน 
        นอกจากนั้น ผู้สำเร็จจากโรงเรียนนี้ในระยะต้น ยังได้กลายเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐาน ให้กับโรงเรียนสตรีอื่นๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคด้วย 
        ผมเล่าต่อไปด้วยว่า 
        การศึกษาภาษาอังกฤษนั้น คนอเมริกันก็มีส่วนอย่างสำคัญ มากกว่าชาวอังกฤษเจ้าของภาษาด้วยซ้ำ แม้แต่พจนานุกรมของไทย คุณหมอปลัดเล และ มิสเตอร์แมคฟาแลนด์ ก็สร้างให้ ก่อนที่คนไทยเองจะคิดทำ นานถึงครึ่งค่อนศตวรรษ เพราะกว่า คุณ ส.เสถบุตร จะพิมพ์พจนานุกรมไทย- อังกฤษ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ก็ล่วงเข้าปี พ.ศ.2480 แล้ว

        ที่ถือว่าสหรัฐอเมริกา มีบุญคุณต่อเมืองไทยอยู่มาก และไม่อาจลืมได้เลย นั่นคือการสนับสนุนไทย ไม่ต้องกลายเป็น “ผู้แพ้” ตามญี่ปุ่น “มหามิตร” ในสงครามโลกครั้งที่ 2 
        เรื่องนี้...ใหญ่หลวงนัก!
        ทางการไทยซาบซึ้งเป็นอันมาก และตอบแทนด้วยการยกที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐปัจจุบันให้ เป็นการสำนึกในบุญคุณชาวอเมริกัน 
        แม้จะทดแทนกัน ได้ไม่หมดก็ตาม!!

        ถึงจะนิยมชมชอบสหรัฐอย่างที่เล่ามา แต่ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาหลังการรัฐประหาร 2549 ผมก็ต้องพบว่า ตัวเองข้องใจและขัดเคืองเป็นอย่างมาก นั่นคือ
        เอกอัครราชทูตและรัฐบาลอเมริกัน ไม่เคยแสดงทีท่าต่อต้านการรัฐประหารในประเทศไทยเลยแม้สักนิด แถมยังดันออกวีซ่าให้ พล.อ.สนธิ บุณยะรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิวัติ เดินทางไปพบปะกับคนไทยในสหรัฐฯ เพื่อให้ “ไอ้บัง กบฏ” ได้มีโอกาสแสดงปาฐกถา ใน 
        Land of the free home of the brave. 
        นายคนนี้ไปโอ้อวดถึงความสำเร็จ ในการเป็นผู้ร้าย ทำลายระบอบประชาธิปไตย และละเมิดสิทธิชาวไทยอย่างร้ายแรง ด้วยการขนกำลังทหาร พร้อมอาวุธและรถถัง ออกมาทำรัฐประหารจนสำเร็จ        
        ทำลายหัวใจคนไทย ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยยิ่งนัก!

        เมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ ผมได้เขียนบทความชื่อ “วาทตะวัน” ถึง เอกอัครราชทูตอเมริกัน!!!
 (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=309)
        ตอนหนึ่ง ได้บรรยายเอาไว้ว่า

        การที่สหรัฐฯไม่คัดค้าน หรือต่อต้านการยึดอำนาจในประเทศไทย เมื่อ ปี พ.ศ.2549 ตลอดจนการวางเฉยไม่แสดงท่าทีใยดี ต่อการ “สังหารหมู่” ประชาชนในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2553 บนถนนสายประวัติศาสตร์ “ราชดำเนิน” และการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เป็นเครื่องแสดงให้เห็น อย่างชัดเจนว่า
        อเมริกันนั้นไม่แยแส ต่อทุกข์สุขมิตรเก่าแก่ของตัวเลย!
        ผมสังเกตว่า อเมริกันชนยุคหลังๆ แตกต่างไปจากคนอเมริกันยุคก่อน ที่เคยยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพชาวโลก ช่วยเหลือมิตรประเทศอย่างจริงใจ แต่ในยุคปัจจุบัน เรื่องที่เกิดขึ้นกับไทยอย่างกรณี “วิกฤติต้มยำกุ้ง” ได้แสดงให้เห็น “สันดาน” อเมริกันชนยุคใหม่ ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีบทพิสูจน์ จากอดีตผู้นำของสหรัฐฯเองด้วยซ้ำไป นั่นคือ
        อดีตประธานาธิบดีคลินตัน ได้เปิดเผยความลับ ในการที่ไม่ช่วยเหลือไทย คราววิกฤติเศรษฐกิจ ปี พ.ศ.2540 และได้ยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดสำครั้งสำคัญของตัว ในหนังสือของเขาเองชื่อ 
        'My Life' 
        ชัดเจนว่า อเมริกันทิ้งเพื่อนอย่างไทยแลนด์ อย่างหน้าเฉยตาเฉย ในยามที่ไทย ต้องพบกับความทุกข์ยากอย่างสุดๆ!
        พี่น้องไทยทั้งหลาย พึงจำกันไว้ ให้จงดี!!

        าถึงวันนี้ ท่าทีของสหรัฐอเมริกา ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยยะสำคัญยิ่ง กล่าวคือ

content/picdata/319/data/obama copy.jpg

        เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2554 ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบามา ได้ลงนามในในบทบัญญัติชื่อ Banning Entry to Human Rights Violators เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย หลังจากที่ได้แถลงการณ์ว่า 
        จะมีผลกระทบกับผู้คนจำนวนหนึ่ง ซึ่งพยายามเดินทางเข้ามายังประเทศสหรัฐอเมริกา 
        บทบัญญัติ Banning Entry to Human Rights Violators นั้น ว่าด้วยการระงับการเข้าประเทศในฐานะของพลเมืองถาวร และพลเมืองชั่วคราว ซึ่งมีส่วนร่วมในการละเมิดกฎหมายทางสิทธิมนุษยชนและทางมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง กฎหมายสำคัญ รวมไปถึงการละเมิดสิทธิในด้านอื่นๆ

        บทบัญญัตินี้มีเพียง 8 มาตรา แต่จะขอคัดมาตราสำคัญและเป็นหัวใจ ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา บัญญัติไว้ มานำเสนอ กับท่านผู้อ่าน โดยถอดความเป็นภาษาไทย เพื่อให้ท่านเข้าใจกระจ่างชัดขึ้น ดังนี้

        มาตรา 1. การเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะพลเมืองถาวรหรือพลเมืองชั่วคราว ของบุคคลประเภทที่จะกล่าวไว้ จะถูกระงับ ด้วยประการดังนี้:

        (เอ) ชาวต่างชาติใดๆ ซึ่งเคยเป็นผู้วางแผน, สั่งการ, ช่วยเหลือ, อนุเคราะห์อุปถัมภ์ และ หนุนหลัง, มอบหมาย หรือ ถ้าได้เข้าไปมีส่วนร่วมกระทำการ, รวมไปถึงการได้รับมอบหมายหน้าที่ต่อการกระทำการตามคำสั่ง, กระทำความรุนแรงอย่างกว้างขวาง หรือเป็นไปตามระบบกฎเกณฑ์กับประชากรพลเมืองใดๆ ที่มีฐานแตกต่างกัน, ไม่ว่าจะเป็นทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน, ในเรื่องของ ความต่างทางเผ่าพันธุ์; ต่างสีผิว; ต่างเชื้อชาติวงศ์ตระกูล; ต่างเพศ; ต่างในเรื่องของความพิกลพิการไร้วามสามารถ;
เป็นสมาชิกต่างกลุ่มของชนพื้นเมืองโดยกำเนิด; ต่างภาษา; ต่างศาสนา; ต่างความเห็นทางการเมือง; ต่างชาติกำเนิด; ต่างเชื้อชาติ; เป็นสมาชิกที่ต่างกับกลุ่มทางสังคมเฉพาะราย; ต่างการเกิด (อายุ); หรือต่างกันในความปรารถนาทางเพศ หรือ ต่างเอกลักษณ์ทางเพศ; หรือเป็นผู้ที่มีความพยายามหรือสมรู้ร่วมคิดที่เคยกระทำการดังกล่าว

        (บี) ชาวต่างชาติใดๆ ซึ่งเคยเป็นผู้วางแผน, สั่งการ, ช่วยเหลือ, อนุเคราะห์อุปถัมภ์ และ หนุนหลัง, มอบหมาย หรือ ถ้าได้เข้าไปมีส่วนร่วมกระทำการ, รวมไปถึงการได้รับมอบหมายหน้าที่ต่อการกระทำการตามคำสั่ง, ทางอาชญากรรมสงคราม, ทางอาชญากรรมต่อมนุษยชาติหรือการละเมิดสิทธิอื่นๆ อย่างร้ายแรงทางด้านสิทธิมนุษยชน หรือเป็นผู้ที่มีความพยายามหรือสมรู้ร่วมคิดที่เคยกระทำการดังกล่าว
        พูดภาษาธรรมดาให้เข้าใจง่ายๆ คือสหรัฐไม่ต้อนรับพวกอาชญากร ที่เข่นฆ่าประชาชน หรือผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนั่นเอง!

        อพูดอย่างเปิดใจเลยว่า ประเทศของเราต้องตกอยู่ในภาวะเลวร้าย ไม่มีความสงบ บ้านเมืองทรุดโทรมลง ผู้คนในชาติแตกแยกกันอย่างน่ากลัว จนแทบมองไม่เห็นทางออก นั้น
        เป็นเพราะผลพวงจากการทำรัฐประหาร พ.ศ.2549 ของ “ไอ้บัง กบฏ” กับพวกโดยแท้
        ผมขัดเคืองอย่างมาก ที่ชาติใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ในฐานะที่มีขีดความสามารถ ในการยับยั้งการกระทำของทหารไทย ที่ฝ่าฝืนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงได้ แต่สหรัฐกลับเพิกเฉย ไม่แสดงการต่อต้าน อย่างที่ควรกระทำ 
        จึงไม่สามารถมองเป็นอื่นได้ นอกจากจะมองว่า สหรัฐนั้นไม่ได้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน อย่างที่ตัวเองชอบอ้างเสมอ และปล่อยให้ทหาร ยำยีสิทธิเสรีภาพของคนไทย และระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ด้วยการก่อรัฐประหาร และเหตุการณ์ในเมืองไทยทรุดลง ลุกลามไปจนถึงมีการร่วมมือกันระหว่าง รัฐบาลอัปรีย์กับทหาร ในการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ด้วยการฆ่าฟันประชาชนคนไทยอย่างไร้ความปราณี จนบาดเจ็บล้มตายไปมากมาย
        เมืองไทยต้องเสียหาย ในสังคมระหว่างประเทศ!

        ในฐานะที่ได้เขียนคอลัมน์รณรงค์ ต่อต้านการกระทำทีละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการรัฐประหารมาอย่างยาวนาน ผมจึงมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศทีท่าจริงจังแข็งกร้าว ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างชัดเจนด้วยบทบัญญัติ Banning Entry to Human Rights Violators 
        บทบัญญัติดังกล่าว จะเป็นหลักประกันในสิทธิเสรีภาพของประชาชนในบ้านเราที่ทหารยังวางก้าม ถือว่าตัวมีอำนาจด้วยอาวุธในมือ เพราะจะทำให้นายทหาร ที่บังอาจคิดก่อการรัฐประหารในประเทศไทย ต้อง 
        “ฉุกคิด” 
        เพราะทำแล้วจะเดินทางเข้าสหรัฐไม่ได้ ด้วยตัวเองและสมัครพรรคพวก จะเป็นบุคคลต้องห้ามตามบทบัญญัติของประธานาธิบดี บารักโอบามา
        แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ เพราะ นัยยะสำคัญอย่างยิ่ง ของบทบัญญัตินี้คือ....
        ....พวกทหารที่ยึดอำนาจจากประชาชน นอกจากจะต้องถูกต่อต้านจากประชาชนแล้ว... 
        จะต้องโดนประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ต่อต้านด้วยมาตรการอื่น อย่างหนักด้วย!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        ประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น เปล่งอมตะวาจา ซึ่งโลกจำได้ดี นั่นคือ  
        “Democracy is the government of the people, by the people, for the people”

        การวางเฉยของสหรัฐ ต่อการรัฐประหาร พ.ศ.2549 ในประเทศไทย ได้ส่งผลให้
        “Democracy is the government of the dictator, by the  dictator, for the dictator”

        ครับ...ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของไทยเรา กลายเป็นของ dictator หรือพวกเผด็จการ หรือทำให้ระบอบประชาธิปไตย กลายเป็นของ military หรือพวกทหารไป นั่นเอง
        เมื่อสหรัฐรู้ตัว และเปลี่ยนจุดยืนใหม่ แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อพวกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงการปฏิวัติรัฐประหารด้วยแล้ว ผมย่อมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งตัวเอง ยังมีความเชื่อลึกๆว่า        

        บทบัญญัติของประธานาธิบดี ‘โอบามา’ คือ ‘ทางตัน-ทางตาย’ ของการปฏิวัติ ในประเทศไทย!!!

*************

หมายเหตุ ผมทราบมาอย่างชัดเจนว่า กลุ่มคนไทยในสหรัฐ จะรวบรวมบัญชีรายชื่อนายทหาร ที่ร่วมกันทำรัฐประหาร และที่มีส่วนร่วมมือกับรัฐบาลกาลี ในการสังหารหมู่ประชาชน รวมทั้งรายชื่อนักการเมืองพรรคดักดาน ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย เช่น มิสเตอร์มุกควาย นายเต้บเตื้อก เป็นต้น เสนอกับทางการสหรัฐ ในฐานะผู้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

        จะได้เห็นเป็นข่าวกันเร็วๆนี้ อย่างแน่นอน!

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตอน  ทางตัน-ทางตาย’ ของการปฏิวัติในประเทศไทย!!!  ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน 2554)  


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
สัปดาห์นี้ วาดฝัน ขอแย้งท่านวาทตะวัน สักเล็กน้อย ที่ว่า บทบัญญัติของประธานาธิบดี ‘โอบามา’ คือ ‘ทางตัน-ทางตาย’ ของการปฏิวัติ ในประเทศไทย!!! ด้วยมาตรการของสหรัฐที่ได้แถลงออกมา ผมกลับมองเหมือนเป็นแค่คำขู่ของครูฝ่ายปกครอง ที่ขู่เด็กเลวในโรงเรียน ก็แค่นั้นครับ เพราะพวกที่ลุ่มหลงว่าตัวมีอำนาจ มีพรรคพวกหนุนหลัง แถมมีปัญญาเท่าหางอึ่ง มิพักจะจับใจความหรือ นัยยะที่เขาเจตนาจะสื่อได้ ก็คนมันโง่เสียนักขนาด และมีสันดานโจร อยู่ทุกอณูขุมขน คิดว่าถ้ากูปล้นแล้วพรรคพวกกูอยู่สุขสบาย กูก็จะทำ สหรัฐฯไม่ให้เข้าประเทศแล้วเป็นงัย ประเทศอื่นๆกูก็ยังไปได้ สหรัฐฯจะไม่ให้ความช่วยเหลือหรือคว่ำบาตรประเทศไทย ก็ไม่เป็นไร เพราะประเทศไม่ใช่ของกูคนเดียว ขอแค่วาระหนึ่งกูมีอำนาจและผลประโยชน์มากมายมหาศาลจากการกระทำ แค่นั้นก็เป็นพอ พระพุทธองค์ท่านทรงเปรียบเทียบคนเป็นบัวสี่เหล่า ผมขอความเห็นจากท่านวาทตะวันและแฟนคอลัมน์ของท่านด้วยความเคารพนะครับ ว่า ไอ้คนพวกนี้น่าจะจัดว่าเป็นบัวเหล่าไหน

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันไม่เชื่อ 125.24.7.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
The Ivy League is an athletic conference comprising eight private institutions The conference name is also commonly used to refer to those eight schools as a group. The eight institutions are Brown University, Columbia University, Cornell University, Dartmouth College, Harvard University, Princeton University, the University of Pennsylvania, and Yale University.

โดยคุณ Vicor/victormah@gmail.com 76.238.236.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
อยากเห็นไอ้พวกที่ออกคำสั่งฆ่าประชาชนโดยใช้อำนาจรัฐโดนปฎิเสธการให้วีซ่าเข้าสหรัฐ เพื่อเป็นการยืนยันว่าพวกมันได้กระทำอย่างนั้นจริงๆ

โดยคุณ ลูกนักเรียนเทฆนิคทหารบกรุ่นสอง 101.109.220.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
น่าแปลก ข่าวใหญ่เมืองนอก กลับไม่เป็นข่าวในบ้านเรา... Presidential Proclamation–Suspension of Entry as Immigrants and Nonimmigrants of Persons Who Participate in Serious Human Rights and Humanitarian Law Violations and Other Abuses A PROCLAMATION BY THE PRESIDENT OF THE UNITED STATES OF AMERICA President Barack Obama August 04, 2011 The United States enduring commitment to respect for human rights and humanitarian law requires that its Government be able to ensure that the United States does not become a safe haven for serious violators of human rights and humanitarian law and those who engage in other related abuses. Universal respect for human rights and humanitarian law and the prevention of atrocities internationally promotes U.S. values and fundamental U.S. interests in helping secure peace, deter aggression, promote the rule of law, combat crime and corruption, strengthen democracies, and prevent humanitarian crises around the globe. I therefore have determined that it is in the interests of the United States to take action to restrict the international travel and to suspend the entry into the United States, as immigrants or nonimmigrants, of certain persons who have engaged in the acts outlined in section 1 of this proclamation. NOW, THEREFORE, I, BARACK OBAMA, by the authority vested in me as President by the Constitution and the laws of the United States of America, including section 212(f) of the Immigration and Nationality Act of 1952, as amended (8 U.S.C. 1182(f)), and section 301 of title 3, United States Code, hereby find that the unrestricted immigrant and nonimmigrant entry into the United States of persons described in section 1 of this proclamation would be detrimental to the interests of the United States. I therefore hereby proclaim that: Section 1. The entry into the United States, as immigrants or nonimmigrants, of the following persons is hereby suspended: (a) Any alien who planned, ordered, assisted, aided and abetted, committed or otherwise participated in, including through command responsibility, widespread or systematic violence against any civilian population based in whole or in part on race; color; descent; sex; disability; membership in an indigenous group; language; religion; political opinion; national origin; ethnicity; membership in a particular social group; birth; or sexual orientation or gender identity, or who attempted or conspired to do so. (b) Any alien who planned, ordered, assisted, aided and abetted, committed or otherwise participated in, including through command responsibility, war crimes, crimes against humanity or other serious violations of human rights, or who attempted or conspired to do so.

โดยคุณ น่าแปลก 125.25.81.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ได้ความรู้ดีมาก ขอบคุณ

โดยคุณ for all people 180.180.17.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ด้วยความจริงใจ ผมเคยทำงานกับทหารสหรัฐในช่วงสงครามเวียตนาม เคยไปเรียนต่อและใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาหลายปี ผมเคยชอบอเมริกาและอเมริกัน แต่ปัจจุบันผมเห็นว่าอเมริกาเป็นประเทศที่เห็นแก่ตัวและทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ผมไม่เชื่อใจอเมริกาครับ

โดยคุณ Chuang 119.46.70.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ในฐานะประชาชนคนธรรมดา ตั้งแต่เริ่มประสาเรื่องการเมืองก็รู้สึกขัดเคืองใจทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ เพราะอ้างกันอยู่เสมอว่ารัฐบาลไม่ดีร้อยแปด จึงต้องทำการปฏิวัติ จึงมีคำถามอยู่ในใจของผมทุกครั้งว่าพวกเอ็ง(คณะปฏิวัติ)เป็นคนดีวิเศษไร้กิเลสมาจากใหนกันวะจึงมาล้มรัฐบาลง่าย ๆ อย่างนั้น การปฏิวัติก็เห็นทำเพื่อแย่งอำนาจและเข้ามากอบโกยผลประโยชน์กันทั้งนั้น ผมเคียดแค้นและชิงชังอย่างมากก็ในยุคเผด็จการทหารครองเมือง เพราะได้รับรู้และได้เห็นการสวาปามทรัพยากรของชาติอย่างไม่เกรงกฎหมายและไม่อายฟ้าดินค่อนข้างใกล้ชิด คนที่ต้องดูแลและคุ้มครองทรัพยากรบางพวกต้องเสี่ยงทำให้ ไม่สนองก็ไม่ได้ต้องฝืนกฎหมายเสียเอง จึงตอกย้ำว่าการปฏิวัติก็เพื่อตนเองและพลพรรค มิได้มีเจตนาเพื่อชาติใด ๆ เลย ยิ่งมาเห็นตอนนายบัง กบฎ ทำและมีการกระทำต่อเนื่องจนทำให้ประเทศชาติเกือบล่มจมแล้วยิ่งแทบจะขาดใจ เห็นกันอยู่ตำตาว่าอะไรเป็นอะไรไม่ต้องรื้อฟื้นกันอีก หวังว่าการปฏิวัติรัฐประหารจะหมดไปจากประวัติศาสตร์ชาติไทยเสียที แต่ก็ยังไม่ไว้ใจมหาอำนาจต่าง ๆ เท่าใดนัก ที่จะไม่ยอมรับพวกมีพฤติกรรมดังกล่าวในคอลัมน์นี้ เพราะสุดท้ายผลประโยชน์ของแต่ละประเทศจะเป็นตัวให้คำตอบสุดท้าย กฎหมายที่ออกมาแค่ทำให้ดูเก๋ไก๋ดีเท่านั้นเอง หรือเอาไว้ใช้กำจัดคนที่ไม่เอื้อประโยชน์โดยตรงต่อประเทศเขาเท่านั้น ผมสรุปมานานแล้วว่าในช่วงปี ๕๓ ที่อเมริกาเฉยเสียก็เพราะมีผลประโยชน์ทางอ้อมกับประเทศไทยอยู่ ผิดกับพม่าที่อเมริกาจะโวยวายเสียงดังตลอดเพราะมองผลประโยชน์ข้างหน้าที่จะมีอย่างมากมาย แต่เอาเถอะออกกฏหมายลักษณะนี้มาปรามไว้บ้างก็ดี พวกที่คิดจะก่ออาชญากรรมหรือกระทำละเมิดใด ๆ ต่อมนุษยชาติ จะได้คิดหลาย ๆ ครั้งก่อนตัดสินใจ เพราะหากทำแล้วอาจไม่มีที่ยืนบนโลกนี้ก็ได้

โดยคุณ ยินดีและเห็นด้วย 58.8.151.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ผมเชื่อว่าสหรัฐเขารักผลประโยชน์ของประเทศเขามากกว่าประเทศไทย เพียงแต่ความขัดแย้งในประเทศไทยก็เป็นผลประโยชน์ของประเทศเขาเหมือนกันเช่นหากปล่อยคนไทยคิดได้เองรู้เรื่องภูมิศาสตร์มากคนไทยก็คงไม่ให้สหรัฐมีบทบาทในภูมิภาคนี้สหรัฐคงเสียผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ไม่น้อยนะอาจารย์

โดยคุณ บัวบาน 125.26.176.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
เห็นอาจารย์พูดถึงประเทศมหาอำนาจแล้ว มันแค้นเคืองใจตั้งแต่ไอ้บังมันทำรัฐประหาร เรื่อยมาถึงการเสียชีวิตในการชุมนุมทางการเมือง ทำไมและทำไม ประเทศมหาอำนาที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดในโลกทั้งหลาย ไม่ว่า อเมริกา อังกฤษ ฯลฯ ถึงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แทบจะไม่มีข่าวอะไรออกมาจากประเทศเหล่านี้ทั้งๆที่ประเทศเหล่านี้เกลียดการปฎิวัติรัฐประหารอย่างเข้าไส้ มันเกิดอะไรขึ้นผมก็สงสัยและก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้จนทุกวันนี้ ถ้าพูดถึงบทบัญญัติที่โอบามาลงนาม มันก็แค่เขียนเสือให้วัวกลัว แต่นี่ประเทศไทยครับอาจารย์อะไรๆมันก็เป็นไปได้และก็เป็นมาแล้ว ไอ้บังกบฎ เป็นผู้ทำรัฐประหารกลายมาเป็นนักการเมือง โอ้ประเทศไทย ผู้นำทหารที่ร่วมกันปฎิวัติกลายเป็นผู้นำกองทัพ หัวเน่าพรรคการเมืองทีไม่ค่อยชอบทหารหรือเกลียดทหารเข้าไส้ ดันไปแอบอิงกับทหารจนได้เป็นนายกรัฐมนตรี มันเป็นมาแล้วครับ การเสียชีวิตในการชุมนุมทางการเมือง ยังไม่มีใครในรัฐบาลชุดที่แล้วและพวกทหารเลวๆ ถูกลงโทษแม้แต่คนเดียว กลายเป็นผู้ชุมนุมได้รับโทษอยู่ฝ่ายเดียวด้วยข้อหาฉกาจฉกรรจ์ แต่ผู้นำประเทศที่ต้องรับผิดชอบและผู้นำกองทัพที่นำทหารออกมาเข่นฆ่าประชาชน ยังลอยหน้าลอยตา ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นรายวัน โดยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในประเทศนี้เมื่อปีที่แล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยยิ่งดูคลิปการกระทำด้วยวาทกรรมอันไพเราะเสนาะหู การขอคืนพื้นที่ แล้วมันเศร้าสลดหดหู่ใจมากทีเดียวมันโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ปุตุชนคนธรรมดาจะทำได้ แล้วเมื่อไหร่และจะทำยังไงถึงจะทำให้รัฐธรรมนูญที่ร่างๆกันมาไม่สามารถให้ใครมาฉีกได้ง่ายๆต้องมีบทลงโทษที่เฉียบขาดรุนแรง ต่อบุคคลที่คิดวางแผนและลงมือทำการปฎิวัติรัฐประหาร ต้องคงไว้อย่างถาวรไม่สามารถแก้ไขได้โดยเฉพาะ ไม่ใช่ปฎิวัติเสร็จก็เขียนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายนิรโทษกรรมคณะปฎิวัติของตัวเอง ไม่ต้องถูกลงโทษใดๆดีกว่าไปยืมจมูกประเทศอื่นหายใจ อย่างบทบัญญัติของสหรัฐ เอาแบบอยู่ในประเทศไทยก็ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกที่ป่าวประกาศไปทั่วโลกว่าผู้ชุมนุมทางการเมืองเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ตัวเองก็อาชญากรเลวๆนี่เอง ใครมันจะได้รับโทษหนักกว่ากัน ผมจะรอดูครับอาจารย์ไม่ว่าจะนานสักเท่าไรก็จะรอ ว่าเมื่อวันนั้นมาถึงพวกมันจะพูดว่ายังไง จะได้หายคาใจสักที

โดยคุณ *** 124.120.233.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ถ้าจะบอกว่านายโอบามาไม่รู้สึกอะไรกับการปัญหาการเมืองของคนอื่น ก็คงจะไม่ทั้งหมดหรอก เพราะเห็นภาพข่าวตอนที่ปิ๊สิดหมีหน้าฮ้ากกกกกกของอีแอบอัปรีย์ ไปอยู่ในงานสโมสรงานหนึ่ง ปิ๊สิดเข้าไปจับมือเขา แต่โอบามาดูเหมือนจะจับมือตอบตามมารยาทและมองข้ามหัวมันไปอย่างเหยียดๆ ก็อย่างว่าแหละผู้นำในประเทศระบอบประชาธิปไตย จะไปให้ความสำคัญอะไรก็อีแค่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขี้ข้าระบอบเผด็จการอีแอบอัปรีย์ แถมยังมีเสียงนินทาว่าหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารแบบไม่เนียนอีกต่างหาก หมีหน้าฮ้ากกกกกก จริงๆ

โดยคุณ ???? 223.27.205.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
เห็นแต่เหล่าทหารหาญออกมาตอบโต้ ปกป้องสถาบัน แล้วไม่คิดจะปกป้องประชาชนบ้างเลยหรือ

โดยคุณ แข้งดำ 223.205.24.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
อเมริกามีส่วนร่วมกับคณะปฏิวัติเพราะท้กษิณคิดรวมเอเซียเพื่อใช้เงินสกุลเอเซียแทนดอลล่า

โดยคุณ ching 110.171.182.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
FKKLIMCBFB <a href="http://www.arset.org">ghd outlet</a> CJRQKPUHXD [url=http://www.arset.org]cheap ghd[/url] MTRYIFIOQH http://www.arset.org

โดยคุณ acerassecoush 64.31.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อความ
ขออภัย ผมขอบันทึกชื่อคนค้นพบรอยรั่วที่คลองประปาเป็นคนแรกหน่อยนะครับว่าชื่อ...รอยรั่วอ้ายมาร์คมัลดีฟ

โดยคุณ รายู 223.207.102.XXX

ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อความ
Not bad at all fealls and gallas. Thanks.

โดยคุณ Velvet 109.230.216.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER