หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > 11 กันยา-ของเขา VS 19 กันยา-ของเรา
หัวข้อ : 11 กันยา-ของเขา VS 19 กันยา-ของเรา เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

11 กันยา-ของเขา VS 19 กันยา-ของเรา

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ผู้เขียนน่าจะนำเสนอบทความนี้ ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มีเสียงเรียกร้องจากท่านผู้อ่านว่า อยากอ่าน “นายกฯเงา-นายกฯเงี่ยน” (เงี่ยนจะเป็น ‘นายกฯ’ อีกครั้ง!!!) และเร่งให้เขียนเร็วๆ จึงต้องนำเรื่องตามคำขอ ออกสู่สายตาของแฟนๆก่อน 
        จึงอาจดูว่า เป็นการเขียนภายหลังครบรอบเหตุการณ์สำคัญไปสักนิด แต่เชื่อว่า คงจะไม่จืดชืดเกินไปนัก เพราะการนำเสนอของ “วาทตะวัน” อาจให้มุมมองใหม่ๆ สำหรับท่านผู้อ่าน จะใช้เป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อไป

        จำได้ดีว่า ตอนเกิดเหตุการณ์ 11 ก.ย. ผมนอนหลับไปแล้ว ถูกปลุกขึ้นมาให้ดูข่าวนี้ เลยทำให้ตาค้างเกือบตลอดคืน เพราะคิดว่าอย่างไรเสีย 
        ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ จะต้องเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้อย่างแน่นอน
        ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่า นอกจากจะใส่ใจเรื่องการบ้านการเมืองแล้ว ตัวผมเองยังสนใจในเรื่องการทหารเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อครั้งเป็นวัยรุ่น ก็เติบโตจากโรงเรียนเตรียมทหาร เคยผ่านการฝึกศึกษา จากค่ายทหารพลร่ม ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ คือ Fort Bragg NC หรือที่รู้จักกันว่าเป็น 
        Home of Green Beret 
        ทหารจากหน่วยนี้ เป็นหน่วยแรกของสหรัฐ ในการบุกอัฟกานิสถาน
        ต่อมีโอกาสเล่าเรียนการทหารเพิ่มเติม ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ยิ่งทำให้สนใจใฝ่รู้ในด้านการทหาร เพิ่มมากขึ้นอีกด้านหนึ่งต่างหาก
        พอเห็นการโจมตีอย่างรุนแรงอย่างนั้น ก็แน่ใจว่าสหรัฐต้องเอาแน่ ตัวเองก็เกรงว่า จะมีผลกระทบกับบ้านเมืองของเราด้วย 
        พาลนอนไม่หลับไปเลย!

        การศึกษาด้านการทหารในสหรัฐ ทำให้ผมตระหนักดีถึงอำนาจกำลังรบของสหรัฐ ที่ทำให้ประเทศนี้ ก้าวขึ้นสู่ความเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่โดยมีอำนาจที่เรียกกันว่า Hard Power เหนือกว่าชาติอื่นใด
        คำว่า Hard Power หมายถึงอำนาจที่ประกอบด้วย ศักยภาพทางด้านการทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ที่อเมริกันโดดเด่นเหนือกว่าชาติอื่นอย่างมาก

        นอกจาก Hard Power แล้ว อเมริกันยังมีอำนาจอื่น ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญ และทำให้ประสบความสำเร็จ ในการครอบครองความยิ่งใหญ่ และเป็นผู้นำโลกที่ได้รับการยอมรับ ด้วยความชอบธรรม ที่เรียกกันว่า 
        Soft Power 
        อำนาจดังกล่าว มาจากวิถีชีวิตของอเมริกันชน ที่รักความยุติธรรม รักในเสรีภาพ หวงแหนสิทธิของปัจเจกชน ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนล่วงละเมิดโดยเด็ดขาด จึงกลายเป็นผู้นำโลกในด้านการพิทักษ์สิทธิมนุษยชนอีกด้วย

        อำนาจหลังนี้ ผมอยากเรียกว่า “อำนาจละมุน” แม้จะดูอ่อนโยนกว่าอำนาจแรก แต่กลับมีความแข็งแกร่งซ่อนอยู่ล้ำลึกภายใน และน่าเคารพนับถือกว่า Hard Power อย่างไม่น่าเชื่อ  
        Soft Power นี่เอง ที่ทำให้ชาวโลกจำนวนมาก ที่ยกย่องในวิถีชีวิตแบบอเมริกันชน ชื่นชมในวัฒนธรรมอเมริกัน ว่าไปแล้ว อำนาจละมุนนี้ ดูจะทรงคุณค่ามากกว่า Hard Power เสียด้วยซ้ำไป
        ทั้ง Hard Power และ Soft Power ที่สหรัฐมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ทำให้อเมริกันได้รับการยอมรับ และความเคารพนับถือในชัยชนะทั้งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และสงครามโลกครั้งที่สอง รวมทั้งสงครามเย็นด้วย ประเทศสหรัฐจึงกลายเป็นดินแดน ที่คนรักอิสรเสรี ใฝ่ฝันหา

        อย่างไรก็ตาม แม้จะมีทั้งสองอำนาจที่ว่า อย่างล้นเหลือก็ตาม แต่จุดอ่อนอย่างหนึ่งของสหรัฐ ในความเห็นของผม นั่นคือความเป็นมหาเศรษฐี ที่รักความสะดวกสบาย ทำให้กองทัพของชาตินี้เป็นกองทัพเศรษฐี ที่ต้องมีการบำรุงขวัญทหารกันอย่างเต็มที่ จนดูเหมือนจะฟุ่มเฟือย ซึ่งต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมาก อยากยกตัวอย่างที่เคยรับรู้มา เช่น 
        ในการรบครั้งใหญ่ ท่ามกลางภูมิประเทศที่ร้อนอบอ้าวในสมรภูมิเวียตนาม มีการปะทะที่ภาคพื้นดิน ยิงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์อเมริกัน บินมา drop คัสตาร์ดไอศกรีมอย่างดี ให้ทหารได้รับประทานกัน เพื่อแก้ร้อน อย่างนี้เป็นต้น
        ตัวอย่างง่ายๆอย่างนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่ค่าใช้จ่ายทางการทหารของสหรัฐ จะต้องสูงเป็นเงาตามตัว นอกจากนั้น ยังจะต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากมาย ให้กับการรักษาพยาบาลทหารผู้บาดเจ็บ เงินชดเชยให้ครอบครัวทหารที่เสียชีวิตในสงคราม เงินช่วยเหลือต่างๆ บำเหน็จบำนาญของทหารผ่านศึกฯลฯ 
        นั่นหมายถึงเม็ดเงิน จำนวนมหาศาลเลยทีเดียว!

content/picdata/323/data/worldtrad.jpg

        หตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐถูกโจมตีด้วยการก่อการร้าย มีความรุนแรงมาก อาจถึงขั้นพลิกโลกเลยก็ได้ และเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งผลกระเทือนสหรัฐอเมริกาโดยตรงอย่างยิ่ง จนทำให้มหาอำนาจชาตินี้ ไม่เหมือนเดิมต่อไปอีกแล้ว เพราะสงครามทำให้สหรัฐอเมริกา ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ยังผลให้ประเทศที่เคยมั่งคั่ง กลับยากจนลง 
        แทบจะสูญสิ้น ความเป็นผู้นำของโลกไป!!

        สงครามล้างแค้นของอเมริกันชน เป็นต้นเหตุให้สหรัฐต้องใช้จ่ายเงินทองจำนวนมหาศาล ศาสตราจารย์ โจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญ ประเมินว่า 
        สหรัฐได้ใช้จ่ายเงินเพื่อการสงคราม และการตามล่าบิน ลาเดน คนเดียว ไปเป็นจำนวนเงิน 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ 
        เฉพาะค่าใช้จ่าย ในสงครามอัฟกานิสถานประเทศเดียว เกิน 2 แสนล้านดอลลาร์ เข้าไปแล้ว
        เฉลี่ยแล้ว อเมริกันชนใช้จ่ายเงิน ในสงครามนี้ประมาณ 17,000 ดอลลาร์/ต่อคน...
        น้อยซะเมื่อไหร่กัน!

        ความสิ้นเปลืองเพราะการทำสงคราม ทำให้นึกถึงคำกล่าวของเจ้าตำหรับแห่งตำราเสนาธิการของโลก คือ ท่านปรมาจารย์ “ซุนวู” กล่าวหลักการทำสงครามเอาไว้นับพันปีแล้ว ว่า
        “การนำชาติเข้าสู่สงครามนั้น เป็นเรื่องใหญ่...เป็นความเป็นความตายของชาติ ผู้ใดจะนำชาติเข้าสู่การสงคราม ให้ใคร่ครวญให้จงหนัก” 
        ยังถูกต้องเสมอ!

        ไม่น่าเชื่อว่า โอซามา บิน ลาเดน หัวหน้ากลุ่มอัลกออีดะห์ ใช้จ่ายเงินเพียง 5 แสน ดอลลาร์ ต่อปฏิบัติการโจมตีในเหตุการณ์ 9/11 
        ด้วยจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยแค่นั้น กลับสามารถทำความเสียหายอย่างใหญ่หลวง บีบให้สหรัฐอเมริกา ต้องกระโจนเข้าสู่ “กับดักสงคราม” ที่ยืดเยื้อยาวนาน นับสิบปี
        ท่าที่จะหยุด ก็ยังไม่มี!
        สงครามที่ไร้อนาคตนี้ ทำให้สหรัฐต้องใช้จ่ายเงินจำนวนนับไม่ถ้วน ในการตามล่าตัวคนๆเดียว คือ นายโอซามา บิน ลาเดน และกว่าจะเอาชีวิต ผู้ก่อการร้ายระดับโลกคนนี้ลงได้ 
        ต้องใช้เวลา นานเกือบสิบปี...แต่สงครามยังเดินต่อไป!

        ราวนี้ ขอให้ท่านผู้อ่าน ลองหันกลับมาดูเหตุการณ์ในบ้านเราบ้าง 
        การที่ “ไอ้บัง กบฏ” ก่อการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 ได้ก่อความเสียหายให้กับประเทศไทยใหญ่หลวงนัก แต่กลับสร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวย ให้กับฝ่ายคณะผู้ก่อการ 
        ไอ้คนพวกนี้มันเบิกเงินหลวง ไปบำรุงบำเรอพวกตัว โดยอ้างว่าเป็นค่าทำปฏิวัติบ้าง ค่ารณรงค์สร้างแนวทางประชาธิปไตย ตามที่พวกมันกำหนดบ้างฯลฯ ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ประชาชนไม่อาจตรวจสอบการใช้จ่ายได้ แถมยังมี “รัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ” ที่พวกมันร่างขึ้นมาเพื่อรับรองว่า 
        การกระทำจังไรของพวกมัน เป็นเรื่องถูกต้องเสียอีก!

        การกระทำของ “ไอ้บัง กบฏ” เหมือนการ ‘ปล้น’ เอาเงินจากคลังของชาติเราซึ่งๆหน้า กระทบต่อฐานะ การเงินการคลังของประเทศ โดยประชาชนอย่างพวกเรา ได้แค่ร้องแรกแหกกระเชอ 
        แต่พวกอัปรีย์หน้าด้าน...มันไม่เคยฟัง!! 
        ที่ร้ายที่สุดคือ การกระทำของไอ้พวกเวรตะไลนี้ มันก่อให้เกิดความแตกแยกในประเทศอย่างหนัก 
        สถาบันหลักต่างๆ ที่สนองงานฝ่ายรัฐประหาร ไม่ว่าจะเต็มใจ หรือฝืนใจก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ศาล อัยการ ตำรวจ คนในกระบวนการยุติธรรม ข้าราชการต่าง สื่อมวลชน ๆฯลฯ ถูกผู้คนมองว่าไม่มีความเป็นธรรม และดูหมิ่นดูแคลนว่า
        “รับใช้เผด็จการ”

        ประชาชนจำนวนมากมาย พากันคิดว่าคนในองค์กร ที่สนองงานของพวกรัฐประหารเหล่านั้น เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย จึงตั้งแง่เป็น ‘ฝ่ายตรงข้าม’ ทันทีที่คนในองค์กรเหล่านั้น แสดงความเห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร จนเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้องค์กรและคนในองค์กรที่ว่า 
        เสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัด!
        จากนั้น สถานการณ์บ้านเราก็ไม่ปกติเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดการสังหารหมู่คนไทย ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยจำนวนมาก รวมทั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ก็พลอยเสียชีวิตไปด้วย
        เมืองไทยเสียหาย ในสายตาของสังคมโลก!

        ณะผู้ยึดอำนาจ ได้สร้างบาปให้กับเมืองไทยของเรา ด้วยการออก “รัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ” มากดหัวประชาชน เพื่อประโยชน์ของพวกมัน ทั้งยังกีดกันฝ่ายตรงข้าม และยังใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อจัดการกับคนเดียว นั่นคือ 
        พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร!
        ทั้งๆที่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับปัจจุบัน ยังคงใช้กับประชาชนทุกคน เหมือนกันหมด 
        ยกเว้นทักษิณ...คนเดียวเท่านั้น!
        แล้วอย่างนี้ไอ้พวกเวร มันยังเสือกหน้าด้าน พูดออกมาได้ว่า นี่คือ
        ...นิติรัฐ!!

        ฝ่ายทหารที่ติดใจหลงใหลในอำนาจ มาตั้งแต่ยุค “ไอ้บัง กบฏ” แล้ว ได้พยายามเข้าควบคุมการเมืองไทย ด้วยการข่มขู่นักการเมืองให้เกิดความกลัว และทหารอีกนั่นแหละ ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดตั้งรัฐบาลโลซก
        โดยพาไปจัดตั้งกัน...ในค่ายทหาร! 
        ประชาชนที่อดรนทนไม่ได้ ลุกขึ้นมาคัดค้าน ก่อตั้งกันเป็นองค์กร และฝ่าฟันกันมา ผ่านความทุกร้อน ต้องถูกฆ่าฟันบาดเจ็บเป็นเบือจนกระทั่งถึงวันนี้
        มีความแข็งแกร่ง อย่างน่าอัศจรรย์!
        รัฐบาลโลซกที่ทหารสนับสนุน นอกจากไม่ได้สร้างความเจริญให้กับชาติบ้านเมือง แต่กลับทำให้... 
        ความสามัคคี ของชนในชาติ แตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของชาติเรา!

        รัฐบาลกาลีที่ทหารจัดตั้ง ได้ใช้เวลาในการติดตามไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณฯ ได้เข้าไปยุ่มย่ามในประเทศต่างๆ จนเจ้าบ้านเขาเอือมระอา แต่ไม่สามารถจัดการกับนายกฯทักษิณฯ แต่ผลาญเงินของชาติในการนี้ ไปเป็นจำนวนมาก 
        พฤติกรรมทางการทูตของรัฐบาลกาลี ที่ทหารให้การสนับสนุนช่วยจัดตั้งขึ้น จึงเป็นอิดหนาระอาใจของต่างชาติ จนกลายเป็น
        รัฐบาลหมาบ้า แห่งสุวรรณภูมิ!...

        ...เที่ยวพาลรีพาลขวาง หันไปโกรธเขมร เขม่นพม่า ด่าญวน กวนส้นตีนลาว ชวนทะเลาะกับเขารอบโลก จนไม่มีใครอยากคบ!!...”

        ในที่สุด เมื่อโอกาสเปิด มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในประเทศอีกครั้ง พรรคการเมืองกาลี ที่ควบรวมกับพรรคทหาร โดยมี อำนาจระยำ-กระดำกระด่าง (หมายถึงอำนาจที่มืดบ้าง สว่างบ้าง!) สนับสนุนอย่างออกหน้าออกตา กลับต้องเป็นฝ่าย
        พ่ายแพ้...ย่อยยับ!
        และแล้ว...

        น้องสาวของนายกฯทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็สามารถฝ่าอุปสรรคขวากหนามทั้งหลายแหล่ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ 
        ได้อย่างสง่างาม!

        พรรคกาลีต้องตกเป็นฝ่ายค้าน และพรรคทหารที่ควบรวมกับพรรคดังกล่าว ต้องเสียหน้าเสียตาเป็นอย่างมาก 
        แต่...
        บรรดาขุนทหารที่ยังทำใจไม่ได้ ได้แสดงปฏิกิริยา ที่น่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการวางมาดปึ่งชา ออกอาการ ‘กระด้างกระเดื่อง’ เสมือนไม่ยอมรับ ‘อำนาจ’ นายกรัฐมนตรี ที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน 
        โดยไม่ตระหนักว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น เป็น...

        ผู้บังคับบัญชาเหนือตน...โดยชอบด้วยกฎหมาย!!

        มเคารพและยกย่อง ต่อการตัดสินใจ ของพี่น้องประชาชนของเรา เพราะไม่ว่าพวกเขาจะโดนบีบคั้น ด้วย อำนาจระยำ-กระดำกระด่าง และอำนาจทหาร แต่ก็ไม่เกรงกลัว
        อำนาจชั่วร้ายได้จัดตั้งไอ้รัฐบาลโลซกขึ้น ในค่ายทหาร โดยให้ขึ้นมาครองอำนาจ แทนรัฐบาลที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชน ด้วยเล่ห์เพทุบายสุดๆ แต่ไอ้พวกจังไร ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่นี้... 
        มันได้สร้างปรากฏการณ์ ทุจริตคอรัปชั่น นับแต่วินาทีแรก ที่ได้เข้าไปบริหารบ้านเมือง

        ประชาชนที่ไม่พอใจการแทรกแซงของทหาร ได้จัดการชุมนุมใหญ่ ต่อต้านพรรครัฐบาลกับพรรคทหาร ซึ่งพวกมันได้ร่วมมือกัน “สังหารหมู่” ชาวบ้านผู้มาชุมนุม อย่างไม่มีเหตุมีผล ไร้ความปราณี โดยไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง เพราะถือว่าพวกตนเป็นฝ่ายกุมกฎหมายอยู่ ทั้งๆที่ในเหตุการณ์นั้น สามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ไม่ยากเลย 
        แต่...
        ไม่ว่าจะฆ่าฟันหรือข่มเหงรังแกกันอย่างไร พี่น้องประชาชนก็มุ่งมั่นต่อสู้ต่อ 
        ไม่เคยคิดจะ...ยอมแพ้! 
        พวกชาวบ้านฝ่ายต่อต้าน ที่ไม่ตายจากเหตุการณ์สังหารหมู่ ก็ไม่เกรงกลัว ยังคงจับกลุ่มกันเหนียวแน่น มีการจัดรูปแบบองค์กรใหม่ มีกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องกันทุกสัปดาห์ เตรียมพร้อมจัดขบวนการต่อต้านเต็มพิกัด หากจะมีการเข้ายึดอำนาจอีกครั้ง 
        ฝ่ายทหารเอง ก็หวาดหวั่น!!
        สถานการณ์ปัจจุบันนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า คนไทยเราเลือกข้างกันเรียบร้อยแล้ว และยากที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะมีความแค้นฝังแน่นระหว่างกัน สาเหตุมาจากการบาดเจ็บล้มตาย ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก
        ต่างฝ่ายต่างพร้อม ที่จะห้ำหั่นกัน ได้ทุกเมื่อ!

        การต่อสู้อย่างถึงพริกถึงขิง มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เพราะในที่สุด พวกเราประชาชนคนไทย ก็ได้รับชัยชนะเด็ดขาด ตามวิถีแห่งประชาธิปไตย!!
        ประเทศทั้งหลาย ที่เคยวางเฉย อย่างสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจ และประเทศใหญ่น้อยอื่นๆ ก็ทึ่งในการต่อสู้ และจิตใจที่มุ่งมั่นของพี่น้องไทย กลับมาสนับสนุนประชาชนคนไทย และรัฐบาลนายกฯ ปู 
        อย่างออกหน้า...ออกตา!!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        สิบปีของการไล่ล่านายโอซามา บินลาเดน คนเดียว ทำให้สหรัฐที่เคยร่ำรวย กลายเป็นชาติที่มีแต่...
        หนี้สินรุงรัง...เกียรติภูมิของสหรัฐ ตกต่ำลง!

        ห้าปีของไล่ล่านายกทักษิณฯ คนเดียว ก็เฉกเช่นเดียวกัน ทำให้เงินทองของบ้านเมือง ต้องตกไปเป็นของทหารกบฏ ที่ยึดอำนาจจากประชาชน และเงินทองอีกเป็นจำนวนจำนวนมาก ก็ถูกผันเข้าสู่กระเป๋านักการเมือง ที่เข้าด้วยกับทหาร ก่อให้เกิดความชิงชังในหมู่ผู้คน ที่รักความเป็นธรรม! 
        ร้ายที่สุดคือ...

        การแตกแยกในชาติ ทำให้องค์กรต่างๆ ที่เคยเป็นหลักของชาติ ให้ประชาชนได้พึ่งพา กลับมีสถานะด้านความน่าเคารพเชื่อถือ ลดน้อยลงอย่างน่ากลัว 
        ผู้คนจำนวนมาก ต่างพากัน...เมินเฉย! 
        บางพวกถึงขั้นต่อต้าน จนยากที่จะแก้ไข ให้คืนกลับสู่สถานะดังเดิมได้...น่าเสียดายมาก!! 
        เกียรติภูมิชาติไทยตกต่ำลง กลายเป็นตัวตลกในเวทีโลก!!!

        การไล่ล่าทักษิณอย่างโง่เขลา โดยฝีมือของพรรคกาลี ทำให้ผิดใจกับประเทศเพื่อนบ้าน จนเกิดสถานการณ์สู้รบ 
        พี่น้องประชาชนชายแดน ต้องบาดเจ็บล้มตาย จากผลพวงของการสู้รบ พี่น้องเพื่อนร่วมชาติจำนวนมาก ต้องตกระกำลำบาก หนีภัยสงครามต้อง ขุดรูอยู่บ้าง อาศัยอยู่ตามท่อบ้าง เป็นที่น่าสมเพชเวทนา อย่างที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วในบทความ 
        ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่…สงคราม!!! 
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=279)

        โชคยังดีที่ประชาชน เป็นฝ่ายกำชัยในการเลือกตั้ง ถ้าหากกลับกัน หากพวกเรา ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และไอ้พรรคกาลีได้ปกครองบ้านเมืองต่อไป เงินทองของชาติก็จะวอดวายไป ในสงครามที่ไร้สาระ อีกเป็นจำนวนมาก เพราะรบกันแค่วันสองวัน ก็ฉิบหายไป หลายพันล้านบาทแล้ว 
        ยื้อกันไปสักแค่สามเดือน...ก็คงเกินแสนล้าน! 

        อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ 19 ก.ย.นั้น ได้สร้าง Soft Power ให้กับคนไทย ได้รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
        มาถึงวันนี้ ‘อำนาจละมุน’ นี้แหละครับ ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คนไทยเรา ไม่ยอมปล่อยให้ไอ้พวกเวร ทั้งพรรคกาลี และทหารกบฏอัปรีย์ มันปู้ยี่ปู้ยำประเทศไทย ต่อไปอีกแล้ว 
        เพื่อลูกหลานของพวกเรา ในวันข้างหน้า พี่น้องเพื่อนร่วมชาติไทย จะต้องช่วยกันระแวดระวัง ปกป้องรักษาระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเอาไว้
        ...ด้วยชีวิต!

        ดังนั้น ประชาชนอย่างพวกเรา ต้องเรียนรู้ความบกพร่อง และอุดจุดโหว่ ที่ทำให้พวกมันเข้ามา ยึดอำนาจของประชาชนไปได้อีก 
        ชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆ จะต้องหมั่นพบปะพูดจาปรับทุกข์ ช่วยกันเผยแพร่ “ความชั่วร้าย” ของไอ้พรรคกาลี และไอ้ทหารกบฏอัปรีย์ ออกไปสู่พี่น้องของพวกเราให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
        อย่าได้หยุดยั้ง หรือเลิกราเชียว!

        นอกจากนั้น จะต้องช่วยกันส่งหลักฐานความชั่วร้ายต่างๆ ของไอ้พวกเผด็จการ ให้กับทางสถานทูตต่างประเทศ เพราะพี่น้องเรา อาจต้องการความช่วยเหลือ จากพวกเขาเหล่านั้นโดยเฉพาะเมื่อไอ้พวกระยำ มันกรีฑาทัพออกมา เพื่อยึดอำนาจครั้งใหม่ เอาพวกเราลงเป็นทาส หรือเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนของเราอีกครั้ง!

        ต้องแสดงให้พวกมันเห็นว่า ครั้งนี้พวกเราจะไม่มีถอย!!

        ตะโกนร้อง ‘ท้า’ ไปเลยว่า ถ้าพวกมันขืนมารังแกกันอีก...

        “พวกกูจะสู้ กับพวกมึง...ตายเป็นตาย!!!”

...................

หมายเหตุ บทความนี้อาจยาวไปนิด แต่ผมไม่คิดแยกออกเป็น 2 ตอน เพราะกังวลว่า จะไม่สร้างความต่อเนื่องให้กับท่านผู้อ่าน จึงเขียนรวบไว้ เป็นบทความเดียวกัน 
        วันนี้อ่านไม่จบ พรุ่งนี้ค่อยอ่านต่อ ก็ได้ครับ

        อ้อ!...ถ้าไอ้พวกจังไร มันจะยึดอำนาจอีกครั้ง หากคนเขียนเกิดป่วยไข้ ออกไปเองไม่ไหว...
        ใครก็ได้ โปรดกรุณา...

        ช่วยหามผม ออกไป ‘ตี’ กับ ‘พวกมัน’ ด้วย!

        ...อย่าลืม นะครับ!!

        (คอลัมน์ 11 กันยา-ของเขา VS 19 กันยา-ของเรา ออนไลน์ วันเสาร์ ที่24 ก.ย. 2554)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
จะหาสาวๆไปช่วยหาม,แต่ขอให้อย่า"เกิดป่วยไข้"เป็นดีที่สุด.

โดยคุณ ดอกต่างแดน 213.119.14.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
แต่ไหนแต่ไรมา..ชาวประชานับถือสหรัฐฯว่าเป็นจ้าวโลก...ด้วยอิทธิพลทั้งทางการเงิน การทหาร และทางการเมือง แต่วันนี้ พวกเราสมควรยินดีปรีดาและปราโมทย์ เพราะว่าประเทศของเราในยุคสมัย พรรคกาลีครองเมือง สถานะของเราขึ้นชั้นเทียบเท่า สหรัฐฯแล้วครับ เพราะในวันนั้น เรามีรัฐบาลเจ้าโลก ปกครองประเทศ...ต้องรบกวน ท่านวาทตะวันและแฟนคอลัมน์ ช่วยตีความ คำว่า "จ้าวโลก" กับ "เจ้าโลก" ด้วยนะครับ ว่าคำไหนที่จะแปลความหมาย ว่าเป็น แค่ "ตัวเดียวอันเดียว"

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันรักคุณ 125.24.30.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
เป็นเรื่องแปลกมากๆอีกเรื่องนึงนะครับ คือว่าท่านนายกฯทักษิณเป็นคนไทย เป็นผู้ทึ่มีความความรู้ความสามารถสูงเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก หลายๆประเทศเชิญท่านไปให้คำแนะนำในการพัฒนาประเทศ เมื่อเร็วๆนี้ก็เช่นญี่ปุ่น, เขมรและมาเลเซีย แต่ประเทศไทยนี่ซิครับเป็นประเทศบ้านเกิดของท่านแท้ๆแต่กลับไม่สามารถเรียกใช้ความสามารถของท่านในการพัฒนาประเทศได้ พาสปอร์ตของท่านก็ไปยึดซะทำให้ท่านต้องถือพาสปอร์ตของมอนเตเนโกร ทั้งหมดนี้มันก็เกิดจากความเลวร้ายของไอ้บังกบฏและพรรคพวก รวมทั้งไอ้พวกขี้อิจฉาทั้งหลายที่ไม่สามารถยอมรับคนที่เก่งกว่าตนได้ทำให้เกียรติภูมิของประเทศย่อยยับมาจนถึงปัจจุบัน

โดยคุณ chuang 119.46.70.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ทุกวันนี้พอมีข่าวพรรคฝ่ายแค้น/ผู้เสียผลประโยชน์/สื่อบางพวก/นักวิชาการสั่ว ๆ ออกมาต่อต้านการนิรโทษกรรม/อภัยโทษ/ฯลฯ ทักษิณแล้วก็ให้รู้สึกคันหัวใจยิบ ๆ เพราะนึกไปถึงมาตรา ๓๐๙ ในรัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ ที่เขียนนิรโทษกรรมไว้ให้ชุดทำกบฎเบ็ดเสร็จ ซึ่งเทียบฐานความผิดของทั้งสองกรณีแล้วต่างกันลิบลับเลย คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากว่าคนพวกนี้กลัวทักษิณจนขี้หดตดหายจริง ๆ จะให้กลับประเทศไม่ได้ รัศมีจะเข้ามาข่มหมด เพราะพวกตัวเองไม่เคยมีปัญญาคิดนโยบายที่จะผูกใจคนไทยออกมาได้เลย นอกจากประดิษฐ์วาทกรรมที่คิดว่าหรูเสียเต็มประดา เช่น กระแนะกระแหนว่าทักษิณกลับบ้านได้ แต่ต้องติดคุกก่อน เออ ! ข้าจะรอดูว่าถึงคราวพวกเอ็งแล้วจะร้องเหมือนหมาหรือราชสีห์ มันให้คันหัวใจจริง ๆ ไม่เคยมีนโยบายปลดทุกข์ เพิ่มสุข ออกมาให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อจะเอาชนะเขาได้อย่างแฟร์เลย จึงต้องกันทุกวิถีทาง พวกเอ็งอยู่กันอย่างดักดานต่อไปเถอะ ช่วงน้ำท่วมนี้ได้ดูกลเม็ดเด็ดพรายของนายกปูแล้วค่อนข้างสบายใจ โดยเฉพาะตอนที่ไปร่วมตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่อุทัยธานี-อ่างทอง กับชุด ผบ ทบ. ดูแล้วก็แอบปลื้มนายกที่วางตัวได้เป็นเลิศ เหมาะสม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่มี something กันอยู่เล็กน้อย เริ่มตั้งแต่ลงจาก ฮ. ผบ ทบ.เข้ารายงานตัว เธอช่างวางหน้าตาและบุคลิกได้เหมาะสมมาก ทุกขณะที่ร่วมงานตรวจเยี่ยม ผบ ทบ.เสียอีกที่ดูประดักประเดิดชอบกล นับเป็นภาพที่หาดูได้ยากมากนอกจากในโลก cyber นอกจากนั้นยังมีการเรียกไปร่วมประชุมวางยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาอุทกภัยที่ทำเนียบโดยให้นั่งถัดจากนายกไม่มากอีกด้วย ช่างเป็นภาพที่น่าดูจริง ๆ ผมเคยประเมินนายกปูต่ำไปหน่อย แต่คราวนี้ให้ ๙๐ อัพแล้ว ที่เขียนมานี่ก็เพื่อคุยกับท่านวาทตะวันและแฟน ๆ ของท่านด้วยความสะบายใจเท่านั้นเอง ขอขอบคุณท่านวาทฯ ที่ยังคงคอลัมน์ไว้ให้ได้พูดคุยและได้ระบายออกบ้างตามโอกาส ขอบคุณครับ

โดยคุณ ยังคันหัวใจ 61.90.42.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ผมได้ยินพรรคพวกที่ประเทศลาวซึ่งอ่านบทความของท่านเช่นเดียวกัน กล่าวว่าทุกคนชอบบทความของท่านมาก ๆ เลย ทุกคนอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มติชน และโลกวันนี้ อ่านบทความท่านผ่านระบบอินเทอร์เนต 3 จี ดีทีวีสีแดง เอเชียอัฟเดท เลยรู้ความจริงมากกว่าไอ้มาร์คมุกควาย แห่งประเทศไทยเสียอีก เทวดาฟ้าดินช่วยคุ้มครองท่านอย่าป่วยไข้เลย หากป่วยก็ขอให้หายเร็ว หากแก่ก็ขอให้กลับเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวย หากกำลังคิดจะป่วยก็ขอให้เลิกคิดเสีย แต่ถ้าคิดมีเมียเด็กก็ขอให้สำเร็จดั่งใจปรารถนาเถิด สาธุ

โดยคุณ suaksai@thaimail.com 125.26.116.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
สุดยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอาจารย์บทความดีๆ

โดยคุณ บัวบาน 125.26.182.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
เห็นหัวเน่าพรรคแมงสาปออกมาวิพากย์วิจารณ์ นโยบายของรัฐบาลแล้วมันคันไม้คันมือ ถ้าอยู่ใกล้คงได้สัมผัสเนื้อต้องตัวกันบ้างละครับ การมีนโยบายที่ดีมันก็สร้างความสุขทางใจได้ระดับหนึ่งละครับ แล้วนโยบายไข่ชั่งกิโลขายไปจ้างชาวต่างชาติเป็นคนคิดนโยบายหมดค่าจ้างำปเท่าไร นี่มันดูถูกคนไทยกันชัดๆเลยนะ กะอีแค่ไข่ชั่งกิโลขาย เรียนฝากอาจารย์เรื่องทหารนี่ต้องจัดให้หนักครับอาจารย์ มีองค์กรไหนบ้างที่มาตรวจสอบกองทัพพวกทหารได้บ้างผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ตรวจสอบได้เหมือนนักการเมืองหรือข้าราชการทั่วๆไป ทำไมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถึงรวยเอ้ารวยเอา เงินเดือนจะสักเท่าไร เกษียณไปมีเงินเป็นสิบเป็นร้อยล้านช่วยแจกแจงแถลงไขที่มาของเงินได้ไหมหรือว่าทหารมีสิทธิพิเศษกว่าข้าราชการอื่นๆ เวลาประชาชนทำผิดทั้งติดคุกและยึดทรัพย์ ลองเอาไปใช้กับข้าราชการที่โกงกินภาษีของประชาชนบ้างนะครับหรือว่าใช้รัฐธรรมนูญคนละฉบับกับประชาชนครับอาจารย์

โดยคุณ *** 124.120.96.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ไอ๊หยา ท้าตีท้าต่อยจังน่ะบทความนี้ ลุงน่ะตกรุ่นแล้วจ้ะ คนแก่สมัยนี้เขาต้องแอบอยู่ข้างหลัง แล้วให้คนหนุ่มสาวที่ปรารถนาจะใช้ "อภิสิทธิ์" ให้ได้มาซึ่งอำนาจ(และเงินทอง)ทำงานแทน คนแก่จะได้นั่งนิ่งๆ วางมาดสุขุม ให้ดูน่านับถือต่อไป ตราบจนวันลงโลง คนแก่ออกมาท้าเหยงๆอย่างลุงน่ะ เขาเรียก "ลูกผู้ชาย" มันใกล้สูญพันธุ์แล้วจ้ะ

โดยคุณ Jai Yen-yen 125.24.222.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ผมว่างบประมาณที่สหรัฐทุ่มจ่ายไปเพื่อไล่ล่าบินลาเดน อาจจะน้อยกว่าเงินหลวงที่รัตถะบวมเงี่ยนชุดก่อน เอาไปใช้ถลุงเพื่ออ้างว่าไล่ล่าศัตรูของอีแอบอัปรีย์ แต่ส่วนหนึ่งคงจะถูกเอาไปใช้ซื้อเพชรเม็ดใหญ่ๆ ประดับนิ้วกุดๆ ของอีแอบจัญไร และส่วนหนึ่งคงจะเรี่ยราดให้พวกลิ่วล้อได้เลียตามพื้นไปจ่ายค่าเทอมลูกๆ ที่อุตส่าห์กระแดะไปเรียนเมืองนอก

โดยคุณ ???? 223.27.205.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
ติดตามงานงานเขียนของท่านเสมอ ขอบคุณที่ทำให้ตาสว่าง

โดยคุณ supat88@gmail.com 202.47.224.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
ระบอบทหาร ระยำจิงๆครับอาจารย์ ผมมีลูกมีหลาน ไม่ให้เป็นเด็ดขาด เดี๋ยวโง่ตามระบอบองค์กร ทุกวันนี้ GT200 ก็ยังเล่นงานทหารเลวๆไม่ได้สักตัว นี่แหละตอแหลแลนด์

โดยคุณ เฮ้อ 61.90.112.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
วันที่โดนปฎิวัติ(19กย.)สื่อต่างประเทศชั้นนำเช่นBBC,CNNโดนตัดสัญญาณทางช่องเคเบิลทีวี พอยึดอำนาจได้ถึงเปิดให้ดูจะปิดหูปิดตาประชาชนกันไปถึงไหน นี่น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบ3Gไม่เป็น3Gเต็มระบบ เพราะกลัวประชาชนได้รับข่าวสารได้ในทันทีที่มีเหตุการณ์

โดยคุณ ลูกนักเรียนเทฆนิคทหารบกรุ่นสอง 125.25.145.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER