หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “น้ำท่วมแล้ว มึงยังไม่รู้ตัวอีกนะ...ไอ้มาร์ค!!!”
หัวข้อ : “น้ำท่วมแล้ว มึงยังไม่รู้ตัวอีกนะ...ไอ้มาร์ค!!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“น้ำท่วมแล้ว มึงยังไม่รู้ตัวอีกนะ...ไอ้มาร์ค!!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อวันที่ 13 ต.ค.2554 ซึ่งเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านบางท้องถิ่น เขาจัดงานแข่งเรือกัน โดยเฉพาะที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จทอดพระเนตร การแข่งเรือชิงธง ที่อำเภอนี้ และพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะ 
        นับว่าเป็นการแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ผมยังจำคำกลอนของคนอำเภอนี้ ที่เขาพูดถึงงานบุญสำคัญได้ เขาบอกว่า 
        “ค่ำหนึ่งเดือนสิบเอ็ด พระเสด็จออกพรรษา
        พวกเราชาวประชา   ช่วยรักษาประเพณี...”

        ปีนี้คนไทยทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างกว้างขวาง หนักกว่าปี พ.ศ.2553 มาก นี่ก็เหลือแต่เพียงภาคใต้เท่านั้น ที่ยังไม่โดน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรอดเสียทีเดียว เพราะมีการพยากรณ์ว่า จะต้องโดนพิษของน้ำฝน ที่มีปริมาณมากเป็นภาคต่อไป 
        รวมแล้วปีนี้ ทุกภาคของประเทศ จะมีผลกระทบเพราะภัยจากน้ำเกือบทั่วหน้ากัน

        วันที่ 13 ต.ค.2554 วิทยุเขาบอกว่า นอกจากจะเป็นวันออกพรรษาแล้ว ยังเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศเป็น International Day for Disaster Reduction หรือเป็นวันลดพิบัติภัยสากล 
        ผมเข้าใจว่า วันนี้น่าจะมีต้นตอมาจาก International Day for Natural Disaster Reduction (วันลดภัยพิบัติทางธรรมชาติระหว่างประเทศ) ตั้งแต่ปี 1990 โดยกำหนดเอาวันพุธ
สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม และดำเนินการต่อเนื่องมานานนับ 10 ปี แต่มาเปลี่ยนชื่อเป็น International Day for Disaster Reduction และกำหนดเป็นวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งน่าจะเป็นเพราะ ชื่อของวันที่กำหนดใหม่ ครอบคลุมพิบัติภัยนานาชนิ มากกว่าเน้นเฉพาะ ‘ธรรมชาติ’ อย่างเดียวโดดๆ
        เคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า ผมเองมีความสนใจในเรื่องงานข่าวกรอง ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในแนวทางการป้องกันรัฐ ซึ่งไม่ต่างจากการระวังป้องกันองค์กรอื่นๆด้วย นั่นคือการ
ประกอบด้วยแนวทางป้องกัน 3 แนว คือ

        1.มาตรการแรก คือ การป้องกันก่อนเกิดเหตุ ด้วยมาตรการทางการข่าว และการการข่าวกรอง เช่น หากมีผู้ก่อการร้ายสากลจะเข้ามาวางระบิด หรือลอบทำร้ายบุคคลสำคัญในประเทศไทย ถ้าการข่าวกรองเราดี เราก็สามารถจับคนร้ายรายนี้ ได้ตั้งแต่เหยียบเข้ามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างนี้เป็นต้น

        2. มาตรการที่สอง เมื่อป้องกันด้วยการข่าวแล้วไม่สำเร็จ ก็จะถึงมาตรการป้องกันบุคคล อาคาร สถานที่ ระบบต่างๆ ทางด้านการบริหาร เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 
        หากผู้ก่อการร้ายตามข้อ 1 สามารถเล็ดรอดงานด้านการข่าว ผ่านเข้ามาทางสนามบินได้แล้ว เขาก็จะติดระบบการป้องกันที่เราวางเอาไว้ อาจทำให้การปฏิบัติการของคนร้ายล้ม
เหลว

        3. มาตรการที่สาม เป็นมาตรการทางการปราบปราม ในกรณีที่ผู้ก่อการร้ายสามารถเจาะระบบ ตาม 2 เข้ามาได้ นั่นหมายความว่า ประเทศของเรามีการก่อการร้ายอยู่ในมือแล้ว จะต้องมีหน่วยจู่โจม หรือ Assault Squad ที่ใช้กำลังเข้าจัดการ อย่างหน่วยอรินทราชที่มีอยู่ นั่นเอง

        มาตรการทั้ง 3 ที่ผมเล่ามาให้ฟังนี้ ฝรั่งเรียกว่า Three Lines of Defense ผมใช้ในการสอนและบรรยาย เกี่ยวกับการสอบสวน ทั้งคดีปกติ และคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นหลักการเดียวกัน หรือแม้กระทั่ง มาตรการที่จะใช้กับภัยพิบัติอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟไหม้ สึนามิ น้ำท่วมฯลฯ ล้วนแต่มีหลักการเดียวกันทั้งสิ้น เพียงแต่รายละเอียดต่างกันไปเท่านั้น

        มเคยแนะนำนักการเมือง อย่าง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ครั้งเมื่อเขาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ด้วยมีกรณีน้ำท่วมภูเขาถล่มที่ อ.วังชิ้น จ.ลำปาง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก ผมจึงเสนอแผนการนำตำรวจหน่วยหนึ่ง เข้ามาเป็นหน่วยแจ้งเตือนภัย ร่วมกับชาวบ้าน 
        แต่ไม่ได้รับ...ความสนใจ! 
        ในตอนนั้น ผมยังเขียนประจำอยู่ที่ ‘ผู้จัดการออนไลน์’ จึงได้เขียนบทความบอกว่า
        เตือนแล้วนะ! 
        ไม่น่าเชื่อเลยครับว่า 
        ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน! 
        ด้วยเหตุนี้ ผมจึงร่ายยาวในเว็บไซด์ ‘ผู้จัดการ’ ในคอลัมน์ กาแฟขม…ขนมหวาน (41) ออนไลน์เมื่อ 10 กันยายน 2545 ถึงความบกพร่องของนายปุระชัยฯไว้ด้งนี้

        ...ผมขอไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตทั้งชาวกะเหรียง และไทย ในเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย ซึ่งผมได้เล่าให้ท่านฟังไว้ ในตอนที่ ๓๒  (๙ กรกฎาคม ๒๕๔๕) ว่า 
        ผมได้เสนอรัฐมนตรีมหาดไทยคือ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หลังมีเหตุอุทกภัย อ.วังชิ้น จังหวัดแพร่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ ให้ตั้งหน่วยระวังเหตุ ในลักษณะ กองรักษาด่านทั่วไป
โดยใช้กำลังจากหน่วยฝึกพิเศษของ ต.ช.ด. เป็นกำลังหลัก เนื่องจากบุคคลากรในหน่วยนี้ ล้วนแต่เป็นมืออาชีพ เป็นตำรวจระดับ ครูฝึกชั้นเยี่ยม ให้ทำหน้าที่เฝ้าระวัง และแจ้งเหตุอุทกภัย เพราะหน่วยนี้มีเครื่องไม้ เครื่องมือ การสื่อสาร งานแผนที่ ระบบฝ่ายอำนวยการหรือฝ่ายเสนาธิการอย่าง ครบครัน แต่ก็ไม่มีการดำเนินการตามที่ผมเสนอแนะแต่อย่างใด

        ผมบอกเอาไว้ชัดเจนใน “กาแฟขม...ขนมหวาน” ตอนที่ ๓๒ ว่า

        “...นี่ใกล้จะถึงฤดูฝนเต็มตัว เพราะเข้าพรรษาก็ ๒๕ เดือนนี้แล้ว ขอเตือนว่า ถ้าเกิดเหตุซ้ำ ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ประชาชน ก็จะสวดเอาเสียคะแนนนิยม ไปเปล่าๆ......”

        และก็เป็นจริง อย่างที่ผมคาด!       
        ...หากท่านรัฐมนตรีได้ ศึกษาเรื่องน้ำท่วม ในยุโรปที่เพิ่งผ่านไป สดๆร้อนๆ ท่านก็จะทราบว่า ผู้นำในยุโรปออกประกาศว่า จะต้องตั้งหน่วยงานระวัง เหตุอุทกภัย ลักษณะเดียว
กันกับที่ผมเสนอไว้ไม่มีผิด เพียงแต่ของเขา ใหญ่และกว้างขวางกว่า       
        ถ้าท่านทำตามที่ผมเสนอแนะ หน่วยงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีท่านอธิบดีกรมการปกครองเป็นเลขาธิการ ก็จะมีหน่วยงานขึ้นสมทบ ที่มี
ประสิทธิภาพสูงอีกหน่วยหนึ่ง มาช่วยเหลือหน้าที่การงาน ซึ่งจะทำให้ ท่านอธิบดีอภัยฯ เบาใจขึ้นอีกมาก
        หากมีการนำมาพิจารณากันสักนิด บางทีเราอาจไม่มีกรณีเสีย ชีวิตอย่างนี้ เพราะถ้าหน่วย ต.ช.ด.ได้มีโอกาสเข้าดูแล ต้องเสนอให้รีบอพยพผู้คน จากพื้นที่เกิดเหตุล่วงหน้าแล้ว     

        ไม่เชื่อผมก็ลองถาม ผบ.ร้อย ต.ช.ด.แม่สะเรียงดูก็ได้ หากฟังกันบ้าง บางทีเราอาจไม่สูญเสียชีวิตผู้คนไป มากมายอย่างนี้ ให้รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง...

        ผมเห็นว่า
        นายปุระชัยฯคนนี้ เป็นผู้ขาดความสามารถ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น เมื่ออีตาคนนี้ตั้งพรรคการเมือง และส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งหลายเขต เมื่อคราวเลือกตั้งครั้งที่
ผ่านมา โดยนำเสนอโดยมีนัยยะสำคัญว่า จะให้เป็นพรรคการเมืองของเขา เป็นพรรค... 
        ทางเลือกใหม่! 
        ผมคาดว่าอย่างไรเสีย พรรค “รักษ์สันตูด” ของอีตาคนนี้ จะได้เสียงไม่เกิน 3 ที่นั่ง 
        ทั้งนี้ เพราะตรวจสอบเสียงกับพวกตำรวจแล้ว ร้อยทั้งร้อยบอกว่า จะไม่เลือกพรรคของนายคนนี้ ซึ่งมีแต่ภาพลักษณ์ในเชิงโฆษณาเท่านั้น แต่บริหารงานไม่เป็นโล้เป็นพาย ไป
อยู่กระทรวงไหนไม่นาน ก็โดนข้าราชการต่อต้าน ถึงขั้นไล่ไสส่ง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงยุติธรรม  
        พูดง่ายก็คือ
        คนที่เป็นข้าราชการ แม้ไม่ใช่ตำรวจ ก็จะไม่เลือกพรรคของนายปุระชัย
        เพราะ ‘รู้ขี้-รู้ไส้’กันดี!
        สุดท้าย พรรค“รักษ์สันตูด” ก็ได้มาก็ทะล่อทะแล่ ได้มาแค่คนเดียว ทั้งๆที่ลงทุนไปมากมาย  
        เวลาประชุมสภา นายปุระชัยฯจึงต้องไป นั่งหน้าตูบ ไม่รู้จะคุยกับใคร 
        อยู่ตรงท้ายสภาโน่น...สมน้ำหน้า!

        น้ำท่วมคราวนี้ ผมได้ยินใครต่อใครเขาก็พูดว่า นายกฯปูดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง มีการตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดยจะใช้อาคารท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นศูนย์บัญชาการรวมหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะเป็นที่รวบรวมข่าวสาร วิเคราะห์หาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วยิ่งขึ้น
        ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดสับสนกันบ้าง เป็นเรื่องปกติของการทำงาน ซึ่งเป็นเหตุให้ถูกโจมตี แต่ก็มีความพยายามแก้ไขข้อบกพร่อง จนงานเดินต่อกันได้ และไม่ได้ทำให้เสียการ
ใหญ่ แต่อย่างใด
        ที่สำคัญ ก็คือ

        ที่ชาวบ้านเขาประทับใจนักหนาในตอนนี้ ก็คือ ภาพนายกฯปูลุยแหลก ตามสไตล์ 
        สาว ต.จ.ว.(ต่างจังหวัด) ขนานแท้!

content/picdata/329/data/yingrak4.jpg

        ไม่ใช่คุณหนูมาร์ค ที่น้ำท่วมแค่ตาตุ่ม ต้องสวมเสื้อชูชีพ ให้คนอุ้มลงแพยาง แล้วนั่งจุ้มปุ๊กลอยหน้าลอยตายู่ ให้คนเขาจูงแพที่ตัวนั่ง... 
        ...เหมือน ‘ควาย’ กำลังจะกลับคอก! 
        ผู้คนเขาเห็นแล้วส่ายหน้า บอกว่า
        “ดูแล้วน่าสังเวช...ทุเรศว่ะ!!

        ตอนมีเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้แก้ไขสถานการณ์อย่างฉับไว ได้ผลดี ประชาชนพึงพอใจในผลงานเป็นอย่างมาก
        ดังนั้น พอถึงเวลาเลือกตั้ง ปี พ.ศ.2548 คุณทักษิณฯและพรรคไทยรักไทย เลยขี่กระแสสึนามิ ควบโด่งๆเข้าป้าย ทิ้งให้พรรคดักดานของนายมาร์คมุกควาย วิ่งดมตูดมาไกลๆแถว
โค้งวัดเบญจะโน่น
        เรียกว่าชนะกัน แบบ....แบเบอร์!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        นายมาร์ค มุกควาย กับนายกฯปู นั้น ความเป็น ’นักสู้’ ผิดกันมาก ดูง่ายๆ คือ
        เมื่อคราวน้ำท่วมหนักที่โคราช หนังสือพิมพ์ ‘มติชน’ พาดหัว 18 ต.ค.2553 ชัดเจนว่า

        "มาร์ค" ให้ ทำใจยอมรับสภาพ!

        คือ นายมาร์ค มุกควาย ไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อฟังสรุปสถานการณ์น้ำท่วม และวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนราชการ นายมาร์คฯลอยหน้าลอยตาพูดว่า

        "นครราชสีมาไม่เคยรับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรงขนาดนี้ ปัญหาที่ผ่านมาประชาชนมีความวางใจเกินไป ที่จะรับมือกับปัญหา แต่ความเป็นจริงไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ เราต้องทำใจยอมรับว่า เป็นปรากฏการณ์ที่มีปริมาณน้ำท่วมขังมาก และรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ในหลายพื้นที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ หรือความคุ้นเคยกับปัญหานี้"

        สรุป ก็คือ 
        นี่เป็นเพียงคำพูดลดๆเลี้ยว ฟังดูหรูๆ ของ คนหนีทหาร แต่ความจริงก็คือ นายมาร์ค มุกควาย ให้คนโคราช
        ... ยอม ‘จำนน’ ต่อปัญหาอุทกภัย นั่นเอง!

        คราวนี้ ผมอยากให้ท่านผู้อ่าน ดูสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ บ้าง
        ทั้งๆที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ในเวลาที่การเลือกตั้งเพิ่งเสร็จ และเป็นอุทกภัยร้ายแรง ชนิดคนไทยไม่เคยเห็นกันมาก่อน แต่การบริหารงานแบบ ‘ถึงลูกถึงคน’ ของนายกฯผู้หญิง ชนะ
ใจประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ 
        ถึงแม้จะมีข้อบกพร่องผิดพลาด เพราะปัญหามันใหญ่โต ซึ่งชาติเราไม่เคยพบมาก่อน แต่นายกฯเธอก็พยายามแก้ไข ตรงไหนที่มันผิดพลาดไป ก็รับกันตรงๆ และให้คำมั่นว่า
จะทำต่อไปให้ดี
        การที่นายกฯปู รู้จักรับว่าตรงไหนผิด และรับแก้ไขให้มันถูก ผมมองไปก็ไม่ต่างกับ FDR หรือประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt (แฟรงค์กลิน เดลาโน รูสเวลท์) มหาบุรุษ
แห่งสหรัฐอเมริกา ที่บอกกับประชาชนทางวิทยุ ในรายการพูดข้างเตาผิงประจำสัปดาห์ หรือที่คนอเมริกันรู้จักกันในนาม 
        Fireside chat 
        ตอนนั้นเป็นยุคเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ที่เรียกขานกันว่าThe Great Depression สหรัฐอเมริกาเองก็สาหัส แต่ FDR ใช้วิธีพูดจากับประชาชนทางวิทยุ มีโครงการจะทำอะไรก็บอกกับประชาชน ตรงไหนทำได้ก็บอกว่าจะทำทันที ถ้ายัง
ไม่พร้อม ท่านก็บอกว่าให้ชาวบ้านคอยหน่อย พร้อมแล้วก็จะทำ  
        ได้ใจ ‘อเมริกันชน’ เป็นอันมาก!

        วามเป็น ‘นักสู้’ ของผู้หญิงที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เหนือชั้นนายมาร์ค มุกควาย ยิ่งนัก ผนวกกับความมุ่งมั่น ที่เธอได้แสดงให้พี่น้องประชาชนชาวไทย เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว ยิ่งเรียกคะแนนความนิยมได้มากขึ้นไปอีก พูดแบบชาวบ้านก็คือ
        “คะแนนนิยม...พุ่งปรี๊ด!”

        ถ้าหากมีการ ‘เลือกตั้ง’ กันตอนนี้ ชาวบ้านและสื่อต่างๆ พากันบอกว่า
        นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถนำพรรคเพื่อไทย ชนะไอ้พรรคเส็งเคร็ง ที่หัวหน้าพรรครู้จักแต่การสร้างภาพ และชอบ ‘แย่งซีน’ แบบหน้าด้านๆ พร้อมกับใช้ปากเป็นอาวุธ
และเอาปากซึ่งคุ้นกับการพูดแต่สิ่งที่ไม่เป็นมงคล เป็น ‘พร้า’ เที่ยวถากถางรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เขากำลังรวมใจกันปฏิบัติหน้าที่ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน 
        ทำให้ชาวบ้านชิงชัง ‘พรรคประชาธิเปรต’ มากยิ่งขึ้นทุกที!  แต่ไอ้หัวหน้าพรรคดักดาน 
        มันยังไม่สำนึก!!

        ใครที่รู้จักไอ้หมอนี่ ช่วยส่งข่าวไปถึงมันหน่อยว่า ‘วาทตะวัน’ เขาให้มาบอก แบบผู้ชายลูกทุ่ง ที่ไม่นุ่งกระโปรง ว่า

        “น้ำท่วมแล้ว มึงยังไม่รู้ตัวอีกนะ...ไอ้มาร์ค!!!”

................

หมายเหตุ ใครอยากจะรู้ว่า ตอนน้ำท่วมยุคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เมื่อ ปี พ.ศ.2553 พวกเขาบริหารจัดการได้ห่วยแตกอย่างไร ทำไม “วาทตะวัน” จึงวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ อย่างสาดเสียเทเสีย ในบทความ  
        มาร์ค มุกควาย = “กล่องขี้” ยี่ห้อ “อ๊อกซฟอร์ด”
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=259)  
        ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 6 พ.ย. 2553 ที่มีผู้เข้าไปอ่านมากกว่าครึ่งหมื่นคน/คลิก
        ลองเข้าไปอ่านกันดู แล้วจะรู้ว่า ทำไมผมถึงเปรียบเทียบนายมาร์ค มุกควาย เหมือนกับ....

        กล่องขี้!!!?

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตอน “น้ำท่วมแล้ว มึงยังไม่รู้ตัวอีกนะ...ไอ้มาร์ค!!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม 2554)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
อาจารย์ มันจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ไอ้พวกหนังหนา ปัญญาควาย มันมักได้อย่างเดียว

โดยคุณ มันไม่รู้สึก 125.25.128.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
Now I live in Uk ,there r shadow ministers and the leader of Opposition Party but there is no shadow Priminister in the house here .

โดยคุณ dam.gunners@hotmail.com 86.129.249.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
น้ำท่วมครานี้...ได้รู้เช่นเห็นชาติของใครอีกหลายๆคน...ว่าพูดกับคิดตรงกันหรือไม่...ใครหวังดีหวังร้ายอย่างไร...ใครใช้เหงื่อแก้น้ำท่วม...ใครใช้น้ำลายแก้น้ำท่วม..เมื่อสามวันก่อนสาทิตย์ วงศ์หนองใน ออกมาจ้อทางทีวีว่า เห็นความผิดพลาดอย่างนั้นอย่างนี้ในการแก้ปัญหาแต่ที่ผ่านมา ผมนึกไม่ออกเลยว่า มันเคยแก้ปัญหาได้สำเร็จ เมื่อไร ...เบื่อจริงๆกับไอ้พวกนักการเมืองโบราณพวกนี้...ถ้าพวกดักดานพวกนี้จะช่วยแก้น้ำท่วม ผมขอแนะนำว่า ให้พวกนี้พูดน้อยๆลงหน่อย เดี๋ยวน้ำลายของคนประเภทนี้ผสมกับน้ำท่วมขัง...แล้ว จะทำให้น้ำเน่าเร็วขึ้นไปอีกครับ เป็นการซ้ำเติมทุกข์ของประชาชนเข้าไปอีก

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเปียกน้ำ 125.24.26.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
คห. 2 ให้ความเห็นดีมาก เพราะอังกฤษมีรัฐมนตรีเงา (shadow minister) แต่ไม่มี "นายกเงา" (shadow Priminister) แต่เมืองไทยประหลาด มี "นายกเงี่ยน" (สำนวนอาจารย์ วาทตะวัน) แต่เฉไฉไปว่า เป็น "นายกเงา"

โดยคุณ เฉไฉ ไฉเฉ 58.9.96.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ลืมบอกไปว่า ชอบอาจารย์ด่า อีนังกะเทยทมิฬ "เสรี วงศ์กาลี" ในข้อเขียนตอน “นายกฯยิ่งลักษณ์...ครองอำนาจยาวแน่!” ชอบเอามากๆทีเดียว

โดยคุณ ชอบมาก 58.9.96.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
รักสาว ต.จ.ว.ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯคนี้และจะสนับสนุนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

โดยคุณ รักจริง 125.26.104.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ดูการกั๊กเรื่องของ กทม ที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้วให้หงุดหงิดใจจริง ๆ เข้าใจว่าจะพยายามดึงเรื่องเพื่อให้เกิดความเสียหายแล้วจะโยนความผิดไปให้รัฐบาลได้เต็ม ๆ หวังจะเพิ่มหรือรักษาแต้มของตนเองไว้ ผู้ติดตามเหตุการณ์ใกล้ชิดคงจะรู้และเห็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดครั้งนี้ชัดเจน สะใจที่นายกประกาศใช้ พรบ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยปี ๒๕๕๐ เพื่อใช้อำนาจตามมาตรา ๓๑ แก้ปัญหา เป็นการใช้อำนาจแบบนิ่มนวล มีนัยยะสำคัญ ไม่ต้องพูดกันมาก ขอชื่นชมนายกและทีมงาน ตัวนายกเองก็มีพัฒนาการในการพูดจาดีขึ้นมาก ๆ อารมณ์สงบและนิ่ง ไม่กัดและจิกผู้ใดให้เป็นการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น ขอลุยงานลูกเดียว เธอเป็นผู้หญิงแกร่งเกินคาด เห็นแล้วก็สุขใจที่เลือกเธอขึ้นมาเป็นนายก

โดยคุณ เชียร์นายกและทีมงาน 58.8.162.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ไม่อยากทำบาปก็ต้องทำวันละหลายครั้ง หมู่นี้เห็นหน้าพลพรรคประชาธิเปรตไม่ว่าหน้าไหนออกมาทางทีวีหรือสื่อสิ่งพิมพ์เป็นต้องโมโหสุดขีดและสาปส่งให้มีอันเป็นไปทุกครั้ง ให้มันสูญพันธุ์พ้นหน้าพ้นตาไปเสียที

โดยคุณ เกลียดมาก ๆ 58.8.118.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
ท่านวาดตะวันครับ ขณะนี้ไอ้พรรคเปรตนี้กำลังส่งลิ่วล้อไปจ้อใส่ร้ายคนอื่นที่ช่อง t-nwes (มันเขียนแบบนี้จริง) ทุกวันเลยแหละท่านครับ

โดยคุณ suaksai@thaimail.com 202.143.147.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
เป็นงานถนัดของพรรคประชาธิเปรตค่ะ ใจเย็นๆ อิอิ

โดยคุณ เรียน คห ที่ 9 182.52.175.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
อุทกภัยใหญ่หลวงครั้งนี้พอจะมีใครหาสาเหตุที่แท้จริงบ้างครับ 1.พายุที่เข้าติดต่อกันหลาย พัดผ่านหลายประเทศกว่าจะมาถึงประเทศไทย ทำไมประเทศอื่นที่พายุผ่านน้ำไม่ท่วม ทำไมถึงท่วมเฉพาะประเทศไทยท่านใดรู้ช่วยตอบทีครับ 2.น้ำที่ระบายจากเขื่อนไม่ได้มีการคำนวณปริมาณฝนหรือการพยากรณ์จากกรมอุตุฯว่าจะมีพายุเข้ากี่ลูก ปริมาณน้ำฝนรวมทั้งปีประมาณเท่าใดไม่ทราบล่วงหน้าหรือว่าอยากเก็บก็เก็บ พอใกล้เต็มเขื่อนก็ปล่อยทีเดียว ถ้าอย่างนี้ยุบกรมอุตุฯไปเลย ไม่ต้องพยากรณ์หรอกไม่มีประโยชน์ เขื่อนก็เก็บน้ำเหมือนที่เคยทำมาเก็บใกล้เต็มเขื่อนค่อยทีเดียว มีใครสงสัยเหมือนผมบ้างกี่สิบปีที่น้ำไม่เคยท่วมแบบนี้ ทั้งที่เทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าอดีตที่ผ่านมาเยอะ แต่ตรงกันข้ามปัญหารุนแรงกว่าอดีตที่ผ่านมา ขอถามท่านทั้งหลายว่า ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากธรรมชาติ หรือว่าเกิดจากการกระทำที่จงใจของมนุษย์บางคนบางกลุ่ม ฝากขอให้รัฐบาลลองตรวจสอบย้อนหลังการกักเก็บน้ำของเขื่อนแต่ละเขื่อนถึงปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าเขื่อน พายุเข้าแต่ละปีมีกี่ลูกเปรียบเทียบปีต่อปี ไม่แน่อาจได้ข้อมูลที่แท้จริงของอุทกภัยอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ เป็นความคิดส่วนตัว เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นน้ำท่วมเสียหายมากมายขนาดนี้ ฝากอาจารย์ช่วยตรวจสอบด้วยนะครับ จะรอคำตอบครับ

โดยคุณ ***** 124.120.117.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
อาจารย์กับคนที่ชื่อป้อมคนเดียวกันป่าวฮับ ผมสงกะสัย

โดยคุณ รายู 223.207.12.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER