หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > Quote of the year (วาทะแห่งปี)
หัวข้อ : Quote of the year (วาทะแห่งปี) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

Quote of the year (วาทะแห่งปี)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ลังการปราชัยในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม แบบ ‘หมดทางสู้’ ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลของ ‘นายกฯปู’ ซึ่งประกอบด้วยพรรคฝ่ายค้านปัจจุบัน และสื่อฝ่ายตรงข้าม ได้เปิดฉากการเคลื่อนไหว ต่อต้านรัฐบาลใหม่ทันที
        น่าเห็นใจที่คนพวกนี้ จำต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนต่อสู้กันไป เพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากอำนาจรัฐเปลี่ยนมือจากพวกตน กลับไปสู่พรรคเพื่อไทยดังเดิม 
        หากฝ่ายที่เป็นปรปักษ์อยู่เฉยๆ โดยไร้กิจกรรมทางการเมือง ปล่อยให้รัฐบาลปัจจุบัน ทยอยขุดแผลเก่า ทั้งเรื่องคอรัปชั่น การบริหารที่ไม่โปร่งใส ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯลฯ ระหว่างที่พวกตนอยู่ในอำนาจตำแหน่ง กว่า 2 ปี รังแต่จะต้องเดือดร้อน และตกเป็นรองทางการเมืองไปอีกนาน อีกทั้งยังจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า ด้วยการปราชัยต่อกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณฯซ้ำๆซากๆ

        ดังนั้น อุทกภัยครั้งนี้ จึงกลายเป็นโอกาสทอง ที่ทำให้พวกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ได้กระดี๊กระด๊าร่าเริงกันอีกครั้ง จึงตั้งหน้าระดมโจมตีรัฐบาลนายกฯปู ด้วยสื่อของพวกตน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำไปถึงดึกดื่นยันอุษาสาง 
        การโจมตีดังกล่าว ไม่ได้ทำอย่างสะดวกดายนัก เพราะพวกเขาถูกโต้ตอบแบบฉับพลันทันที จากกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล และผู้รักชาติและประชาธิปไตย และกลายเป็นประเด็นร้อน จนมีการลากเข้าไปถกกันในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นักการเมืองได้ตีฝีปากกัน

        การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคล ที่เพิ่งจบและมีการลงคะแนนกันไปเรียบร้อย ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะฝ่ายที่ยื่นอภิปรายพ่ายแพ้แบบหลุดลุ่ย 
        ผลการอภิปรายของฝ่ายค้าน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายเหลือเกินว่า
        ชาวบ้านที่เขาตามฟัง ต่างคิดว่าการที่ฝ่ายค้านอุตส่าห์ยื่นอภิปรายครั้งนี้ น่าจะมีพยานหลักฐานใหม่ที่หนักแน่นพอ สามารถจวกรัฐมนตรียุติธรรมได้อย่างชัดเจน แต่กลับกลายเป็นการนำเสนอหลักฐานเดิมซ้ำๆซากๆ โดยปราศจาก ‘หมัดเด็ด’ ที่จะคว่ำรัฐบาลได้ 
        น่าประหลาดใจนัก ที่หลักฐานต่างๆ ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายค้านนำเสนอในสภาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ไม่ได้แสดงถึงการค้นคว้า หรือทำการบ้านของพวกเขาแต่ประการใด หากแต่ฝ่ายค้านนั้น ‘มักง่าย’ ไปหยิบหลักฐานที่อ่อนด้อย จากสื่อออนไลน์ เว็บไซด์ต่างๆ และสำคัญคือ สถานีโทรทัศน์ TPBS ซึ่งแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลนายกฯปูอย่างชัดเจน เอามาเป็นหลักฐานในการปรักปรำรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย และฟาดหางเอารัฐบาลเข้าด้วย 
        สถานีโทรทัศน์ TPBS นั้น โดนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ถือกำเนิดเกิดจาก ‘รัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ’ ซึ่งเห็นทีที่ผู้เขียน จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ สถานีอัปรีย์กาลีแห่งนี้ แบบ ‘ไล่ตีกบาล’ อย่างไม่ลดละ
        คอยดูกันไป!

        นอกจากฝ่ายค้าน ไม่สามารถชิงความได้เปรียบ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้แล้ว ยังโดน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรียุติธรรม ผู้ถูกยื่นอภิปราย ตีโต้ตอบแบบ ‘ศอกกลับ’ เข้าตรงปากครึ่งจมูกครึ่ง ทำเอาผู้อภิปรายจากพรรคประชาธิปัตย์ จนถึงขั้นฟันหัก หน้าแหก เลือดสาด เสียผู้เสียคนไปตามๆกัน
        ยิ่งไปกว่านั้น
        คนโดนอภิปรายอย่างคุณประชาฯ ยังเสนอหลักฐานใหม่ ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน คือ คลิป นายมาร์ค มุกควาย ที่ดันเอา ‘ถุงยังชีพ’ ของกระทรวงพลังงานรัฐบาลปัจจุบัน ไปแจกแบบหน้าเฉยตาเฉย ที่จังหวัดพิษณุโลก แทนที่จะเป็นถุงของพรรคประชาธิปัตย์เอง เรียกเสียงโห่ฮา จากผู้คนที่ติดตามฟังการอภิปรายได้พอสมควร และมีบางคนตะโกนออกมาว่า 
        “ไม่ยอมลงทุนเลยนะ...ไอ้พวกมึง!”

        ตรงนี้เอง ทำให้นึกถึงเรื่องที่ผมเคยเล่า ให้ท่านผู้อ่านฟังว่า เมื่อคราวน้ำท่วมยุคนายมาร์คฯ ยังเป็นหัวหน้ารัฐบาล ถุงของ อ.ส.ม.ท.ที่เตรียมให้ผู้ประสบภัย ยังโดนรัฐบาลโลซกของ นายมาร์ค มุกควาย ตีกินด้วยการนำถุงของสำนักนายยกฯ ไปสวมทับ ทำให้ราษฎรหลงผิดคิดว่า ถุงดังกล่าวทางสำนักนายกฯเป็นผู้จัดหามา 
        สันดาน...ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ!
        นึกว่าเรื่องจะจบแค่นั้น แต่ไม่ใช่ วันถัดมาปรากฏข่าวสารว่า

        นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ทำหนังสือประทับตราด่วนที่สุด ที่พล 0016.2/26141 ลงวันที่ 28 พ.ย.2554 ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอชี้แจงกรณีการอภิปรายประเด็นที่พาดพิง ถึงการแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย เนื้อหาว่า 
        เมื่อประมาณกลางเดือนพ.ค.2554 ข้าพเจ้าได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จาก น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ประสงค์ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพจากผู้ว่าฯ จำนวน 500 ถุง 
        จึงได้เรียนไปว่าขณะนี้ถุงยังชีพของจังหวัดหมดแล้ว ไม่มีสนับสนุน ซึ่งน.พ.วรงค์ได้แจ้งยืนยันให้ทราบว่า ยังมีถุงยังชีพอยู่ที่สำนักงานพลังงาน จ.พิษณุโลก อีกจำนวน 500 ถุง ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า ยังมีถุงยังชีพเหลืออยู่และมาจากแหล่งใด แต่เมื่อตรวจสอบกับพลังงาน จ.พิษณุโลก จึงได้ทราบว่ามีอยู่จริง และขณะที่ตรวจสอบนั้นยังไม่ทราบจำนวนที่เหลืออยู่ ซึ่งในสถานการณ์ขณะนั้น ข้าพเจ้ามีความรู้สึกอึดอัดและกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง หากจะปฏิเสธการสนับสนุนดังกล่าวก็เห็นว่า ผู้ที่ขอร้องมาคือสมาชิกสภาผู้แทนฯ ต้องการที่จะนำไปช่วยเหลือราษฎรและอาจถูกตำหนิได้ว่า ไม่ให้ความสนใจดูแลประชาชน เป็นเสมือนสถานการณ์บังคับให้ข้าพเจ้าต้องอนุญาตให้ไปตามจำนวนเท่าที่สำนักงานพลังงาน จ.พิษณุโลก มีอยู่
ทางสื่อต่างๆก็ลงสรุปคำแถลงของ นายพิชัย นะริพทะพันธ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เจ้าของถุง ที่ระบุว่า 
        นี่คือหลักฐานฟ้องว่า น.พ.วรงค์ มีพฤติการณ์เข้าข่ายแทรกแซง บีบบังคับการทำงานของส่วนราชการ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266
        ทางพรรคเพื่อไทยก็เคลื่อนไหว ที่จะถอดถอนนายมาร์ค มุกควาย และหมอวรงค์ฯทันที
        สำหรับ น.พ.วรงค์ฯ คนที่เป็นเจ้ากี้เจ้าการ จัดฉากให้นายมาร์ค มุกควาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า การกระทำครั้งนี้ 
        “ไม่ได้เสียหมอ แต่เสียหมาด้วย!”
        ดังนั้น ขอแนะนำคุณหมอว่า อย่าทำอย่างนี้อีกเป็นอันขาด เพราะขืนทำซ้ำ คนเมืองอกแตกอย่างพิษณุโลก อาจให้ฉายาท่านว่า 
        “หมอวรงค์...ไอ้หมอ-จอมขา”
        ใครจะไปรู้!

        ารอภิปรายไม่ไว้วางใจคุณประชาฯ ในทัศนะของผมแล้ว เห็นว่าไม่สนุก เท่ากับการอภิปรายทั่วไปเรื่องน้ำท่วม เมื่อวันที่ซึ่ง
จำง่ายมาก และน่าจะจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์รัฐสภาไทย ว่า
        เป็นวันที่มีคุณค่าสำหรับความทรงจำ คือวันที่ 11 พฤศจิกายน คริสต์ศักราช 2011 หรือจำง่ายๆคือ
        11-11-11

        ในวันนั้น ฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ตีฝีปากได้ไม่ดีเท่าที่ควร (แล้วยังเอามาฉายซ้ำซาก ในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อ 28 พ.ย.2554 อีกด้วย) คงเป็นด้วยพวกตัวเอง มีแผลเหวอะหวะติดหลัง จากการบริหารที่ห่วยแตก ครั้งของพวกตน แย่งอำนาจบริหารประเทศไปเป็นรัฐบาล 
        มิหนำซ้ำสมัยที่พวกตนเป็นรัฐบาล เมื่อคราวโคราชประสบอุทกภัยครั้งหนักหน่วง เมื่อปี พ.ศ.2553 นายมาร์ค มุกควาย หัวหน้าแก๊งรัฐบาลโลซก ดันไปพูดให้ชาวบ้านยอมรับสภาพเสียอีก 
        เลยถูกสวนกลับ หน้าแหกไป!

        ารอภิปรายเรื่องน้ำท่วมในสภาวันที่ 11-11-11 นั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ลุกขึ้นอภิปราย และได้สร้างความประทับใจให้กับผู้คนเอามากๆ เห็นจะเป็น 
        ส.ส.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 
        ผู้แทนหนุ่มคนนี้ อภิปรายได้ดีเหลือเกิน ภาษากายของเขามีท่าทีที่แสดงถึงความสุภาพเรียบร้อย ภาษาปากก็เฉียบคม ไม่ก้าวร้าวรุนแรง เชือดกันนิ่มๆ แต่ถึงเลือดสาดกระจายเลยทีเดียว

content/picdata/336/data/photo1.jpg

        ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดที่ใช้ในการอภิปราย แทงใจผู้คนจำนวนมาก จนมีผู้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์ และผมขออนุญาตนำมาฝากท่านผู้อ่าน โดยยกตั้งเป็นประเด็น แล้วตามด้วยคำอภิปรายของ ส.ส.ณัฐวุฒิฯ ต่อประเด็นที่ตั้งไว้ ดังต่อไปนี้

        ประเด็น: ความรู้สึกของการช่วยเหลือประชาชนกับการนำปืนมายิงประชาชน

        ส.ส.ณัฐวุฒิฯ : “ลองไปถามทหารที่เหงื่อไหลไคลย้อยดูสิครับ ว่า  
        ระหว่างการขนดินขนทราย ขับรถรับส่งประชาชน
        แบกถุงกระสอบทรายมากันน้ำให้กับประชาชน 
        กับการแบกสไนเปอร์ไปปิดถนนกับการประกาศเป็นเขตกระสุนจริงนี่ 
        เขาภูมิใจกับภารกิจไหนมากกว่ากัน "

        ประเด็น: น้ำตาของนายกยิ่งลักษณ์

        ส.ส.ณัฐวุฒิฯ “น้ำตาของนายกยิ่งลักษณ์ คือน้ำตาของผู้นำ 
        ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ล้วนแต่หลั่งน้ำตา และสะเทือนใจกับความทุกข์ยากของประชาชน
        มีแต่เผด็จการและทรราชเท่านั้น ที่เพิกเฉยกับการเจ็บปวดและล้มตายของราษฎร”

        ประเด็น: นายกยิ่งลักษณ์ กับภาวะผู้นำ

        ส.ส.ณัฐวุฒิฯ “คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้มหน้าก้มตาทำงานหามรุ่งหามค่ำ
        ไม่มีสักคำที่จะโต้ตอบโจมตีใครๆ ที่กระแนะ กระแหน แดกดัน เสียดสีสารพัด
        หนักเข้าถึงขนาดโพสต์ข้อความในโลกไซเบอร์
        เทียบเคียง อธิบายถึงหญิงบริการอย่างนั้น อย่างนี้
        ไม่มีครับ ได้แต่ นิ่ง อดทน อดกลั้น ทำแต่ งาน งาน งาน และงาน
 
        มุ่งเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน
        นี่ไม่ใช่ภาวะผู้นำหรือครับ นี่ไม่ใช่วุฒิภาวะผู้นำของประเทศในยามวิกฤติหรอกหรือครับ!?”

        ประเด็น: น้ำทำลายได้ทุกอย่างแต่ไม่สามารถทำลายความขัดแย้งในสังคมได้

        ส.ส.ณัฐวุฒิฯ “น้ำทำลายได้ทุกอย่าง
        น้ำทำลายคันกั้นน้ำ
        น้ำทำลายเรือกสวนไร่นา
        น้ำทำลายได้อย่างมหาศาลอย่างนี้
        ยังไม่สามารถทำลายความขัดแย้ง ในสังคมได้เลย”

        ประเด็น: ความขัดแย้งเกิดขึ้นจากฝ่ายผู้แพ้ไม่ยอมรับในผลการเลือกตั้ง และรัฐบาลที่มาจากประชาชนและระบบประชาธิปไตย

        ส.ส.ณัฐวุฒิฯ “ความขัดแย้งหลักที่สู้กันมา 5 ปียังอยู่
ไปดูในโลกไซเบอร์สิครับ
        คนสองกลุ่มยังคงฟาดฟันกันอยู่ในเวลานี้
        กลุ่มหนึ่งสนับสนุนให้กำลังใจรัฐบาล
        อีกกลุ่มหนึ่งก็โจมตีทุกวิถีทางเช่นเดียวกัน
        ตราบใดทีเราแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้
        ทุกเรื่องที่คิดจะพัฒนาประเทศก็จะถูกลากเข้าไปสู่ความขัดแย้งทั้งสิ้น
        วิธีเดียวที่จะแก้ไขได้คือ ประเทศเราต้องเป็นประชาธิปไตยจริงๆ เสียที 
        เราต้องเคารพและยอมรับในผลการเลือกตั้ง
        และรู้ว่ารัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน
        ตามวิถีทางของระบบประชาธิปไตย มีศักดิ์และสิทธิโดยชอบธรรม
ที่จะแก้ไขปัญหา และบริหารประเทศ”

        คำพูดของ ส.ส.ณัฐวุฒิฯ ที่ผมยกมาให้ดูนั้น ปรากฏว่า ได้รับการยกย่องอย่างมากทั้งในสื่อออนไลน์ และสื่อวิทยุหนังสือพิมพ์ เพราะถือว่า...
        เป็น ‘ชุด’ คำอภิปรายตอบโต้ ที่สามารถสวนกลับคำกล่าวหาของฝ่ายตรงข้าม ได้ครบถ้วนทุกเม็ดทุกดอก มีทั้งเหตุและผล สมบูรณ์อยู่ในตัวของมัน สามารถใช้อ้างอิงได้เลยทีเดียว

        หากเปรียบเทียบคำพูดชุดนี้ กับสื่อสากลแล้ว ผมเห็นว่าคำตอบโต้ของคุณณัฐวุฒิฯนั้น ไม่เพียงแต่แค่เป็น Quote of the day (วาทะแห่งวัน) เหมือนอย่างที่หนังสือพิมพ์ New York Time เขาโค้ดมาให้อ่านกันทุกวันเท่านั้น แต่ในทัศนะส่วนตัวของผม และอีกหลายท่าน เห็นสอดคล้องกันว่า 
        ดีเกินกว่าที่จะเป็น Quote of the month (วาทะแห่งเดือน) ของคำพูดต่างๆ ที่เราได้เคยได้ยินกันสำหรับปี พ.ศ.2554 แต่น่าจะติดอันดับ... 
        Quote of the year!!! (วาทะแห่งปี) ด้วยซ้ำไป!!

        นจังหวัดนครศรีธรรมราช น่าจะภาคภูมิใจ ที่ ส.ส.จากเมืองของท่าน 
        มีคุณภาพ ‘คับแก้ว’ อย่างนี้! 
        จึงขอแนะนำให้เยาวชน นิสิต นักศึกษาเมืองนครฯ ดูและจดจำคำพูด ลีลาท่าทางของ ส.ส.ณัฐวุฒิฯ ผู้แทนสายเลือด
เมืองคอน เพื่อประโยชน์ของตัวพวกท่านเองในอนาคต และ...
        ขอยืนยันได้เลยว่า ตั้งแต่เมืองนครฯมีผู้แทนราษฎรมา
        คนนี้แหละ...พูดเก่งที่สุด!  
        ไม่ได้พูดเก่งอย่างเดียว แต่ส.ส.ณัฐวุฒิฯ ยังพูดได้ดี มีเหตุมีผล และที่สำคัญก็คือ กว่าจะฟันฝ่ามายืนปราศรัยอย่างนี้ได้ เขาได้พิสูจน์ถึงความมีจิตใจกล้าหาญ ในต่อการสู้เพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม ตามระบอบประชาธิปไตย 
        ไม่เคยคิดย่อท้อ!! 
        แม้จะถูกจับกุมคุมขังในบางครั้ง ก็ไม่ได้แสดงความหวั่นหวาด ในที่สุดโอกาสก็เปิดให้ ผู้แทนสายเลือดเมืองนครฯคนนี้ ได้เข้ามานั่งในสภา ในฐานะผู้แทนราษฎร
        อย่างสมศักดิ์ศรี!

        ลูกหลานเมืองนครศรีฯ มีตัวอย่างดีๆอย่างนี้แล้ว ต้องศึกษาแล้วจดจำไว้ให้ดี โตขึ้นจะได้ไม่แห่ตามคนเก่าๆ ไปเข้า ‘พรรคกะโหลกกะลา-อหิวาต์ลาก’ นั่น...

        มันรังแต่จะทำให้ ประเทศไทยที่รักเรา...เสียหาย!

        ใครอยากเป็นนักการเมือง จงพากันไปฝึกการพูดกับ ส.ส.ณัฐวุฒิ ‘นายหัวเต้น’ ใสยเกื้อ ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั่นแหละ...

        ...ไปครั่บ...ไปกันเล้ย...นุ้ย!!!

        (555)

....................................

        (คอลัมน์ประจำสัปดาห์ Quote of the year (วาทะแห่งปี)  ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 3 ธันวาคม 2554 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
คนนครศรีเหมือนกันครับเป็นรุ่นพี่ณัฐวุฒิที่เบญจมราชูทิศ น้องเค้าเป้นคนตรงๆและคารมคมคาย ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แข่งโต้วาทีแต่ละครั้งมีคนดูเยอะมาก มีมุขขำๆประกอบเหตุผล ทำให้น่าติดตาม เห็นด้วยกับอาจารย์ทุกประการครับ

โดยคุณ giggox 182.232.126.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เห็นใจรัฐบาล ลองคิดเล่นๆในวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากอะไร 1.เกิดจากธรรมชาติ 2.เกิดจากการกระทำของคน ถ้าเกิดจากธรรมชาติ พายุที่พัดผ่านประเทศไทยมันแค่หางๆพายุ แล้วประเทศอื่นๆที่พายุลูกเดียวกันพัดผ่านทำไมน้ำไม่ท่วม อาจารย์ช่วยตอบทีครับ ถ้าเกิดจากคนนี่อันตรายมากคาดการณ์ไม่ได้เหมือนพยากรณ์อากาศ การปล่อยน้ำขนาดมหึมาจากเขื่อนเพื่ออะไร ผิดพลาดตรงไหน ทำไปเพื่ออะไร ไม่ต้องการหาคนผิด แต่ว่าต้องมีคนรับผิดชอบ แม้แต่รัฐบาลก็ยังบอกว่าไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เดี๋ยววันหน้าผมปล่อยน้ำแบบนี้บ้างผมก็ไม่ผิด ไม่ต้องหาคนรับผิดชอบ แล้วเราจะอยู่กันยังไง งงจริงๆประเทศไทย น้ำท่วมขนาดนี้ยังหาสาเหตุไม่ได้แล้วจะบริหารประเทศไปทิศทางไหนกัน ความจริงอยู่ตรงไหน ก็เห็นการสร้างเรียลลิตี้โชว์ของพิธีกรชื่อดังบางคน ดูจนเน่ายิ่งกว่าน้ำท่วมอีก เขาจะรู้ตัวบ้างหรือปล่าวว่าเขาในฐานะสื่อมันต้องพอดีพองาม ดูจะเว่อร์มากๆข่าวที่ออกมาก็เรียลลิตี้ที่มันไปถ่ายทำมาของตัวมันเองเกือบทั้งรายการ จริงๆน่าจะไปทำรายการแข่งกับ THE STAR หรือ AF อะไรประมาณนั่นจะเหมาะสมกว่า แล้วก็ร่วมกันสร้างวาทะกรรมขึ้นมาใหม่ "เอาอยู่" ของ ส.ส.พรรคแมงสาปตัวเล็กๆฉบับกระเป๋าหวังสร้างแนวร่วม ให้แพร่หลายหวังสร้างกระแสเหมือนวาทะกรรมคำๆหนึ่งที่สุภาพสตรีคนหนึ่งสร้างไว้ก่อนหน้านี้ว่า "ดีแต่พูด" นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในขณะน้ำท่วม นายกคนหนึ่งทำๆๆ ไม่ค่อยพูด อดีตนายกคนหนึ่งพูดๆๆๆ ไม่เคยทำ วาทะกรรมที่สร้างมามันเลยจุดกระแสไม่ติด ก็เลยเสียหน้าไปตามระเบียบ ดีสมน้ำหน้าเน๊าะ

โดยคุณ ราษฎรเต็มขั้น 124.120.102.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
ครับอาจารย์ อ่านบทความของท่านแล้วมีความสุขจริงๆ และเห็นด้วยกับอาจารย์ในความเก่งกาจสามารถของ"นายหัวเต้น"และติดตามผลงานของเขาตลอดมาและเป็นที่น่าอิจฉาชาวนครศรีธรรมราช ที่มี สส.น้ำดีมีคุณภาพ ซึ่งต่างจาก สส.สตรีพะเยาทางตอนเหนือของประเทศ ที่ถูก นายเอกยุทธ เปรียบเปรยหญิงชาวเหนือว่าทำอะไรไม่เป็น เป็นได้แค่โสเภณีเท่านั้น ผมคนเมืองกาญจน์ ยังรู้สึกเจ็บจี๊ดเข้าไปในหัวจิตหัวใจเป็นเดือดเป็นแค้นแทนว่านายเอกยุทธ นายเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ลูกผู้ชายเขาไม่รังแกผู้หญิงแบบนี้หรอก แต่ไม่น่าเชื่อ น.ส.มัลลิกา สส.พะเยา ไม่รู้สึกอายแฮะ

โดยคุณ narong subsangar 125.27.197.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
สนับสนุนคิดเห็นของอาจารย์ทุกประการ วันนี้เป็นวันพระ อยากเห็นคนไทยอยู่ในศีลในธรรม มากหน่อยแต่ละเรื่องที่ได้รับฟังผ่านสื่อทำให้คิดว่าคนมีความรู้สูงๆ บางท่านขาดเมตตาธรรมจริงๆ จะไปเปลือยหัวใจประท้วงก็สังขารเรามันไม่เข้าท่าจริงๆ ขอกราบหัวใจท่านนั้นก็แล้วกัน

โดยคุณ รักจริงใจ 180.183.246.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ติดตามการปราศรัยของคุณณัฐวุฒิฯ มานาน เกือบจะทุกรายการ ชื่นชมมาก การอภิปรายในสภาของคุณณัฐวุฒิฯตามที่ท่านวาทฯ ยกมานั้นผมต้องฟังแล้วฟังอีกจนจำจำนวนครั้งไม่ได้แล้ว ช่างเป็นคำอภิปรายที่สมบูรณ์แบบควรแก่การยกย่องจริง ๆ ผมดีใจเป็นที่สุดเมื่อทราบว่าก่อนที่ท่านนายกสมัครฯ จะถึงแก่กรรมท่านได้เรียกคุณณัฐวุฒิฯ ไปพบเพื่อถ่ายเลือดให้ทั้งหมด (เข้าใจว่าจะชี้แนะเรื่องกิจการการทำงานการเมืองที่ดีและถูกต้องทั้งหลายให้) ซึ่งผมก็เป็นแฟนนายกสมัครฯ อย่างเหนียวแน่นมานานและชื่นชมท่านเช่นกัน ในสายตาของผมเองและโดยผ่านสายตาของนายกสมัครฯ ผมเห็นว่าคุณณัฐวุฒิฯ คนนี้แหละใช่เลย เป็นนักการเมืองที่ดีและครบเครื่องที่สุด หวังจะได้เห็นการเจริญเติบโตในทางการเมืองของคุณณัฐวุฒิฯ ไปจนถึงตำแหน่งสูงสุด เหมือนที่ผมเคยตั้งความหวังไว้กับนายโลซกเมื่อเห็นหน่วยก้านเขาตั้งแต่ได้เป็น สส.สมัยแรก แต่แล้วพอได้เป็นนายก เขาไม่ใช่คนในอุดมคติสักนิด ตรงข้ามทั้งหมด ผิดหวังมาก ก็หวังว่าคุณณัฐวุฒิฯ จะเป็นคนดีเป็นศรีประเทศที่แท้จริง อย่างไรก็ตามเราคงต้องจับตาดูกันต่อไป คิดว่าไม่น่าจะผิดหวังซ้ำสองน่ะ

โดยคุณ ชื่นชมคนดี 124.120.15.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
คนนี้เหนือคำบรรยาครับ ครบถ้วนกระบวนความลูกผู้ชายเต็มตัว ฉาดฉานชัดเจน เรียบง่ายตรงไปตรงมา ห้าวหาญทั้งในสภานอกสภา กด like ให้พันครั้ง น่าภูมิใจแทนคน เมืองคอนครับ มีดาวเกิดใหม่อีกแล้ว รักษาตัวให้ดี คุณณัฐวุฒิ อยู่คู่การเมืองไทยไปนาน บ้านเราหานักการมืองจิตใจประชาธิปไตย แท้ๆ ซึ่งไม่ใช้เรื่องซับซ้อนเลย โชคดี

โดยคุณ democthai@live.com 180.180.124.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
อาจารย์ครับ ขอนอกเรื่องสักนิด คือเจตนารมณ์ในการออก กฏหมายเกี่ยวกับ กกต.นั้นมีเจตนาที่จะให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์และเป็นธรรม ไอ้ตามสอยนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่นี่ กกต กลับลุแก่อำนาจมากไป เหมือนที่ท่านทูอินเดีย กล่าวว่า กกต. 5 คน ทำไมอำนาจมันถึงมากมายแ ผมในฐานะที่คลุกคลีกับกฏหมายฉบับนี้ตั้งแต รธน. 40 ใช้บังคับ หรือสึกหดหู่เกี่ยวกับ กกต.ทั้ง 4 คน ที่มีมติเกี่ยวกับ สส.จตุพร ฯ ประเทศชาติจะเดินไปอย่างไร หากท่านผู้ถือกฏ ประพฤติอย่างนี้ ผมขอเชิญชวนนักวิชาการและวิชาเกินทั้งหลายช่วยกันออกมาวิพากย์และวิจารณ์กัน หรือเปิดเวทีวิพากษ์ การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ทั้ง 5 คน ซึ่งบางคนไม่ได้โปรดเกล้า ฯ ด้วยซำไป ให้ประชาชนได้รับรู้กัน เราคงหวังสือหลักไม่ได้ โดยเฉพาะการจัดเวทีตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะนักวิชาการทางกฏหมาย ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงความเห็นออกมาให้มาก เพราะปัจจุบันไม่รู้จะสอนกฎหมายให้ลูกศิษย์ อย่างไรถึงจะถูกหลักที่สากลเขายึดถือปฏิบัติ ผม งงงงงงงง เกี่ยวกับ กกต.มาก

โดยคุณ banglo 125.26.85.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
ขอบคุณสำหรับข้อเขียนดีๆอย่างนี้้ ยกย่องผู้เขียน และติดตามอ่านเสมอๆ..

โดยคุณ preya 223.205.7.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
1. พวกขี้ข้าลิ่วล้อสวะระบอบเผด็จการอีแอบ ตอนเถลิงอำนาจ ก็สร้างแผลเอาไว้ไม่น้อย ทั้งแผลเก่าสมัยสมองสีขี้ กับแผลใหม่สมัยปิ๊สิดหมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกกกก ย่อมต้องกลัวเป็นวัวหลังหวะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าใช้กระบวนการแบบหลักสากล (แบบที่ทั่วโลกให้การยอมรับ) ย่อมต้องมีพวกต้องเดินคอตกเข้าคุกกันเป็นแถว แต่โชคดีที่เป็นขี้ข้าลิ่วล้ออีแอบ ก็เลยได้รับการเกื้อหนุนอุ้มชูกันแบบที่สากลโลกเขาเบือนหน้าหนี 2. อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่ามหาอุทกภัยครั้งนี้ต่อให้นางสวรรค์บินลงมาแก้ไข ก็คงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดาขี้ข้าลิ่วล้อสวะระบอบเผด็จการอีแอบจะเอาเรื่องนี้ไปเป็นปัญหาทางการเมือง เพื่อสั่นคลอนความมั่นคง เพราะเป็นสันดานเดิมๆ ของพวกนี้อย่างแก้ไขอะไรไม่ได้ (ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแถวเมืองสองแควที่หมาใส่เสื้อเหมือนหมออาศัยอยู่ด้วย) 3. คุณณัฐวุฒิบอกว่าคุณปูก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่แยแสกับเสียงเห่ากระแนะกระแหนแดกดัน อยากจะเสริมว่าคุณปูเป็นผู้หญิงเต็มร้อยแต่มีวุฒิภาวะพอที่จะไม่ไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกสัตว์ที่ไม่รู้ว่าเป็นเพศอะไร ชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิง ดูๆ ไปก็มี "เจี้ยว" แต่ปากเหมือนทาด้วยลิปสีแดงแป๋น (พวกนี้ไม่ใช่กระเทยหรือเกย์ เพราะมีเพื่อนพวกนี้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนพฤติกรรมของพวกเธอไม่น่าสะอิดสะเอียนชวนแหวะเหมือนพวกสัตว์ที่กล่าวถึง) มิน่าขี้ข้าลิ่วล้อสวะตัวเอก ที่เดินหางกระดิกตามเศษกระดูกที่แม่มมันโยนทิ้งไว้ตามทาง ถึงได้ไม่กล้าถอดผ้าโชว์หัวนมสีชมพูที่เพียรปั้นจนเต้าตั้งกลางที่สาธารณะ 4.ตามดูการอภิปรายคราวล่าสุดอย่างเฉียดๆ เพราะไม่รู้จะไปฟังสาระอะไรจากพวกที่ตั้งเรื่อง ก็ได้รับสารจากสื่อเกินครึ่งว่าบรรดาเสียงเห่ากลางที่ชุมนุมนั้นมีแต่เรื่องเก่าๆ แถมยังแอบเอาภาพเคลื่อนไหวที่เขากระจายอยู่ในที่สาธารณะมาเผยแพร่ซ้ำ เหมือนจะนึกว่าไม่เคยมีใครเสพสารเหล่านั้นมาก่อน เห่าหอนว่า "เนี่ยเรื่องใหม่นะตัวเอง......" โธ่พวกขี้ข้าลิ่วล้อสวะอีแอบเอ๊ย ..... เลิกแถว (เถอะ) .... เอี้ยะ.....

โดยคุณ ???? 223.27.205.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
เห็นใจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มากๆ ที่โดนกระหน่ำแบบไม่ให้ตั้งตัว ทุกรูปแบบ เท่าที่พวกเขาจะทำได้ โดยไม่เคยมองเห็นหัวประชาชนที่เลือกมา 16 ล้านเสียง ตราบใด ยังใช้ รธ.50 อยู่ ยังมีองค์กรณ์ อิสระ เป็นมือเป็นตีนให้อยู่ นายกต้อง เหนื่อยมากๆๆๆ ขอให้ประชาชนที่เลือกเพื่อไทย รวมพลังวันใดกลิ่นไอแห่งการยุบพรรค โชยมา ขอให้รวมพลังโดยมิได้นัดหมาย

โดยคุณ tanyakan22@Gmail.com 223.207.89.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER