หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > กาแฟ-การเมือง
หัวข้อ : กาแฟ-การเมือง เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

กาแฟ-การเมือง

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มถูกผู้ใหญ่ทักว่า ตั้งแต่ต้นปีใหม่มานี้ เขียนเรื่องหนักๆติดต่อกันมาหลายสัปดาห์แล้ว เกรงจะทำให้ท่านผู้อ่านเกิดความเครียด ขอให้เขียนเรื่องเบาๆบ้าง 
        เมื่อท่านทักอย่างนั้น และผมเองเป็นคนหัวอ่อน วันนี้จึงขออนุญาตนำเสนอเรื่องเบาๆ เกี่ยวกับเครื่องดื่มสำคัญของมนุษย์คือ “กาแฟ” บ้าง ซึ่งท่านผู้อ่านอาจนึกไม่ถึงเลยว่า 
        กาแฟนั้นมีส่วนสำคัญ ที่เกี่ยวกับการเมืองเป็นอย่างมาก!

        เคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า เมื่อชาวจีนอพยพหนีภัยสงครามการเมืองมานั้น มาด้วยกันหลายสาย ที่สำคัญคือท่าเรือเมือง
ซัวเถา ซึ่งส่วนมากเป็นจีนแต้จิ๋ว แต่มีคนจีนอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง คือคนจีนที่มาจากเกาะ “ไฮหนาน”
        เรือที่พาคนจีนจากเกาะใหญ่นี้ (คนไทยเรียกว่า “จีนไหหลำ”) อาจถูกกระแสลมพัดเรือไปเข้าทางฝั่งเวียตนามบ้าง หากพัดเลยเข้าเขตไทยมา ส่วนใหญ่ลมก็จะพาเรือแยกไปสอง
ทาง คือ พัดเรือไปขึ้นฝั่งทางจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า เมืองแปดริ้วนั้น มีคนจีนไหหลำอยู่เป็นจำนวนมาก
        อีกช่องทางหนึ่งคือ กระแสลมพัดเรือไปทางปักษ์ใต้บ้านเราซึ่งได้มีข้อพิสูจน์ต่อมาในภายหลัง เพราะเรือมนุษย์ของชาวญวนที่หลั่งไหลมา โดยเรือเล็กเรือน้อย ครั้นเมื่อเข้าอ่าว
ไทย และตกมาในช่องกระแสลม ที่พัดไปทางใต้ของบ้านเรา จึงมีเรือมนุษย์จำนวนมาก ที่พลัดเข้ามาติดตามเกาะแก่งต่าง ๆ ในหมู่เกาะอ่างทอง รวมทั้งจังหวัดทางฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยด้วย
        เรืออพยพของเวียตนาม ถูกปล้นโดยโจรสลัดชาวไทย ทำให้คนไทยเสียชื่อเป็นอย่างมาก ในเรื่องการทำทารุณกรรมต่อผู้อพยพ จนสหประชาชาติต้องยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง
รัฐบาลไทยจึงได้สั่งการให้กรมตำรวจ จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเข้าไป กวาดล้างปราบปรามจนหมดสิ้น

        เมื่อเรือพาคนจีนมาปักษ์ใต้ ได้นำคนจีนไหหลำมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งคนจีนจากเกาะไฮหนานเหล่านั้น มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการชงน้ำชากาแฟ และขนมที่กินกับน้ำชากาแฟ จนมีคำกล่าวกันถึงความชำนาญของคนจีนต่างเผ่าพันธุ์ว่า 
        “ไหหลำ – โกปี้, แต้จิ๋ว – ก๋วยเตี๋ยว, ฮกเกี้ยน – หมี่” 
        อธิบายได้ ว่า

content/picdata/346/data/photo1.jpg

        คนไหหลำเหล่านั้น ชำนาญการปรุงกาแฟและทำขนม สำหรับคนจีนแต้จิ๋ว ถนัดเรื่องการทำก๋วยเตี๋ยว ส่วนคนฮกเกี้ยนนั้นเก่งเรื่องการผัดหมี่ ลวกหมี่ 
        การที่คนไหหลำมีจำนวนมากในปักษ์ใต้ และจำนวนหนึ่งประกอบธุรกิจทางด้านกาแฟ รวมทั้งอาหารด้วย และที่เด่นมากคือของที่รับประทานคู่กับกาแฟ เช่น 
        ปาท่องโก๋ หรือ อิ่วจาก๊วย ขนมปัง ขนมเค้ก รวมทั้ง ซาลาเปา ขนมจีบ 
        ถ้าท่านผู้อ่านขับรถลงปักษ์ใต้จะเห็นว่า กาแฟตอนเช้าเป็นเรื่องสำคัญของคนปักษ์ใต้ มากกว่าภาคอื่นของประเทศทั้งหมด โดยมีร้านกาแฟประจำอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และ
สถานที่ดังกล่าวเป็น Talk of the Town ทีเดียวเชียว

        นปักษ์ใต้ที่เป็นชาวสวนยาง เมื่อกรีดยางตอนเช้าเสร็จแล้ว ต้องรี่เข้าไปร้านกาแฟ เพราะที่ตรงนั้น เป็นสังคมหลักของชาวบ้าน กว่าจะกินกาแฟเช้าพร้อมกับการสนทนากับเพื่อนบ้านเสร็จ ซึ่งตกประมาณสิบโมงเช้าแก่ๆ คราวนี้แหละ บ้านใครบ้านมันพากันกลับไป
        ขนาดกรุงเทพใหญ่กลับมีร้านกาแฟดังๆไม่กี่ร้าน ที่เห็นก็มีร้านออนล๊อคหยุ่น (ศาลาเฉลิมกรุง) ร้านใต้จง บางลำพู (เลิกกิจการแล้ว) และ ร้านกาแฟเฮี้ยะเซ่งกี่ สี่แยกวิสุทธิกษัตริย์ ซึ่งผิดกับปักษ์ใต้มากมายนัก
        ใครที่เคยไปนั่งกินกาแฟตอนเช้า หัวข้อสำคัญของการสนทนาในร้านกาแฟ เด่นมากที่สุดคือเรื่อง....
        การเมือง!

        ร้านกาแฟเฮี้ยะเซ่งกี่นั้น ถึงกับเคยมีป้ายตั้งบนโต๊ะ เป็นรายชื่อพรรคการเมือง เพื่อแยกคนมากินกาแฟ ที่นิยมการเมืองต่างพรรคกันเสียก่อน 
        จะได้ไม่ตีกัน! 
        ทางภาคเหนือและอีสานนั้น ร้านกาแฟไม่ค่อยมีความสำคัญ ถึงกับเป็นเครื่องบ่งบอกถึงวิถีชีวิตผู้คน เหมือนกับทางภาคใต้ อาจจะมีอยู่บ้างในเมืองมหาวิทยาลัย เช่น เชียงใหม่
ขอนแก่น เป็นต้น 
        นอกจากนั้น อาจจะเป็นที่สถานีรถไฟผ่านยามเช้า เช่น ร้านกาแฟที่ ‘สบตุ๋ย’ จังหวัดลำปาง ส่วนทางภาคอีสานนั้น ในจังหวัดที่มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายญวนอยู่ ก็จะมีร้านกาแฟ
ที่มีไข่ดาว หมูยอทอด ขนมปังฝรั่งเศส หรือที่เราเรียกว่า บาร์เก็ตต์ (Baguette) ขาย ร้านพวกนี้อร่อยไม่เลวเลยทีเดียว

        ร้านกาแฟของหลายประเทศนั้น เป็นแหล่งรวมของปัญญาชน ที่เข้ามาพบปะสนทนากัน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ชีวิตของตน และหลีกไม่พ้น ที่จะสนทนา
        ปัญหาของบ้านเมือง!
        ประชาธิปไตยของเมืองไทยเรา ก็มีจุดเริ่มต้นที่ “ร้านกาแฟ” ในกรุงปารีส ที่นักเรียนนอกหัวก้าวหน้า ไปสุมหัวกันเพื่อวางแผน “ล้มเจ้า” และสถาปนาระบอบประชาธิปไตย ขึ้น
ครั้งแรกในสยามประเทศ
        ผู้นำในการก่อการขณะนั้น ได้ชื่อว่าเป็นนัก ‘อภิวัฒน์’ คนแรก มีความเคืองแค้นอย่างฝังจิตฝังใจ ต่อเจ้านานพระองค์หนึ่ง ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งใหญ่โต ในสถานเอกอัครราชทูต
ไทย ประจำกรุงปารีส 
        ฉะนั้น ใครที่นิยมในระบอบประชาธิปไตย ผ่านร้านกาแฟพึงตระหนักว่า 
        ประชาธิปไตยของไทยเรา เกิดขึ้นใน...ร้านกาแฟ!

        ลังจากกาแฟเป็นที่นิยม ในบ้านเมืองของเรา ร้านกาแฟประเทศเรา ก็ไม่ต่างจากบ้านเมืองอื่น คือ เป็นแหล่งสำคัญในการสนทนาเรื่องการบ้านการเมือง และในอดีตบางครั้ง ก็เป็นแหล่งซ่องสุมสำคัญของนักการเมืองต่างลัทธิด้วย
        ผมเคยเล่าเรื่องการต่อสู้ของ ‘ตำรวจสันติบาล’ ที่เป็นหน่วยงานที่องค์กรตำรวจได้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นหัวหอกในการดำเนินงานข่าวกรอง และต่อต้านการข่าวกรอง ในการต่อสู้
กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยตรงในหนังสือ “กาแฟขม..ขนมหวาน” เล่ม 1 เอาไว้ว่า

        การแพร่ขยายของลัทธินี้ ได้เผยแพร่มาสู่ประเทศไทย พร้อมกับคนจีนอพยพเมื่อ ปี พ.ศ.2464 ซึ่งสันติบาลได้เป็นเสาเอกของชาติ ที่ต้องติดพันในการพันตู ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งกินเวลายาวนานกว่าค่อนศตวรรษเลยทีเดียว เรียกว่า...
        สู้กันมาตั้งแต่ยกแรก...ยันยกสุดท้ายทีเดียว!

        ความเป็น “มืออาชีพ” ของตำรวจสันติบาลที่มีเรื่องเล่าขานกันเป็นตำนาน นั่นก็คือตำรวจสันติบาลชั้นประทวน ได้ปลอมตัวหาข่าวเป็นพ่อค้าขายหาบเร่ หาบกระจาดข้าวเหนียวไปนั่งฟังพวกข้าราชการนักการเมือง คุยเรื่องการเมืองกัน ใน “ร้านกาแฟ” ทางภาคเหนือตอนบน ในจังหวัดซึ่งเป็นเป้าหมาย พอสายก็หาบกระจาดข้าวเหนียวกลับ ไปนั่งเขียนรายงาน ส่งให้เจ้านายที่กรุงเทพทราบ
        เขาทำอย่างนั้น ติดต่อกันยาวนานกว่า 10 ปี โดยผู้คนไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ 
        แม้แต่ ‘ภริยา’ ของเขาเอง!
        นี่แสดงให้เห็นความสำคัญของ “ร้านกาแฟ-การเมือง”  ได้เป็นอย่างดี!!   

        ร้านกาแฟการเมืองนั้น ได้สร้างความหวั่นไหวให้ผู้ปกครองบ้านเมืองที่นิยมใช้อำนาจเผด็จการ ผมมีตัวอย่าง ที่จะยกมาเล่าสู่กันฟังกัน ดังนี้

        สุลต่านมูราดที่ 4  (Sultan Murad IV) ผู้ปกครองจักรวรรดิออตโตมาน ออกกฎห้ามราษฎรของพระองค์ ดื่มกาแฟโดยเด็ดขาด

content/picdata/346/data/photo2.jpg

        พระองค์มักเสด็จออกจากพระราชวังในตอนกลางคืน พร้อมด้วยพระแสงดาบหนักอึ้ง (ดังที่เห็นในภาพ) หากพบคนกินกาแฟ จะทรงตัดหัวไอ้คนนั้นเสียเลย ฐาน
        ฝ่าฝืนราชโองการ!
        นอกจากกาแฟแล้ว สุลต่านยังทรงห้ามการกินเหล้า และสูบยาเส้น ในราชอาณาจักรของพระองค์อีกด้วย ใครฝ่าฝืนหัวจะกระเด็นออกจากบ่าไม่รู้ตัว แต่ส่วนพระองค์เองนั้น
กลับเสวยทั้งน้ำจันท์ ยาสูบ และกาแฟ และในที่สุด ทรงเด็ดสะมอเร่ด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง  
        สุลต่านผู้สืบทอดบัลลังก์จากพระองค์ ดีขึ้นมาหน่อย โดยให้ลงโทษสถานเบา สำหรับความผิดครั้งแรก แต่ถ้าถูกจับได้ครั้งที่สอง จะโดนยัดลงในถุงหนัง แล้วเย็บปิดปากถุง
และจะต้องถูกหวดด้วยกระบองหลายครั้ง จนน่วมดีแล้ว ก็โยนถุงทิ้งลงแม่น้ำ
        ทรงพระเมตตาดีแท้ๆ!!
        อย่าว่าแต่เมืองแขก อย่างจักรวรรดิออตโตมานเลย แม้แต่ในยุโรปเองก็ไม่เบานะครับ ทั้งการปฏิวัติในฝรั่งเศสและการปลดแอกของคนอเมริกันจากอังกฤษ ก็ถูกวางแผนที่มุม
มืด…
        ในร้านขายกาแฟ!

        พระเจ้าเฟรดเดอริคมหาราช (Frederick the Great) จักรพรรดิผู้เกรียงไกร แห่งเยอรมนี แม้จะทรงมีพระราชอำนาจมากก็จริง แต่ยังทรงประหวั่นพรั่นพรึง ต่อการฟักตัวของการต่อต้าน ที่มักจะก่อตัวขึ้นในร้านขายกาแฟ พระองค์ถึงกับส่งสายตรวจไปสังเกตการณ์ตามร้านเหล่านั้นอย่างถี่ยิบ 
        ในที่สุดทรงเห็นว่า มาตรการที่ใช้สายตรวจ น่าจะมีพวกก่อการที่รอดหูรอดตาไปบ้าง จึงทรงมีพระราชบัญชา ให้ร้านกาแฟทุกร้านในอาณาจักรของพระองค์ เปลี่ยนเป็นร้านขาย
“เบียร์” ให้หมดทุกร้าน เพราะทรงคิดว่าคนดื่มเบียร์ไม่คุยเรื่องการเมือง
        แนวความคิด พระเจ้าเฟรดเดอริคมหาราช ไปพ้องกับความเห็นของ Grand Vizier (อัครมหาเสนาบดี) คนหนึ่ง ของจักรวรรดิออตโตมานในยุคก่อนนั้น 
        แกรนด์วิเซียร์ท่านนี้ แฝงตัวไปยังร้านกาแฟต่างๆ ในกรุง
อิสตันบูลอย่างลับๆ สังเกตคนกินกาแฟ แล้วท่านลงความเห็นว่า
        “คนที่เสพสุรานั้น มักจะคุยและร้องเพลงกัน ด้วยความร่าเริงสนุกสนาน ผิดกับพวกที่ไปมั่วสุมในร้านกาแฟ ไอ้พวกเปรตนี่ จิบกาแฟแล้วชอบซุบๆซิบๆ เรื่อง ‘การบ้านการเมือง’ 
กันซะจริงๆ!”

        นประเทศสาระขันขัน ร้านกาแฟประจำพรรคการเมืองของ
คนใต้ ที่พยายามเปิดขึ้นในที่ทำการพรรค โดยหวังจะให้ลูกพรรค ไปจิบกาแฟ สังสรรค์กัน 
        แต่กลับไปไม่รอด ต้องปิดกิจการไป เพราะไม่มีคนกิน! 
        ทุกวันนี้ บรรดาสมาชิกพรรคนี้ จะนั่งกินกาแฟคุยกัน ต้องเดินไปอาศัยร้านใกล้ๆพรรค จนผู้คนเขาแอบนินทาว่า สมาชิกไม่อยากไปกินร้านของพรรค เพราะ... 
        จะนั่งจิบกาแฟกับประธานพรรค ท่านก็ไม่จ่ายค่ากาแฟให้ เพราะตัวท่านเอง เคยบอกว่า
        ในชีวิตกาแฟแก้วเดียว...แกไม่เคยเลี้ยงใคร!
        ผู้คนเลยค่อนขอดกันสนุกสนานว่า ลูกพรรคคงกลัวต้องจ่ายเงินให้ประธานพรรค 
        เลยไม่อยากกินกาแฟในพรรค สุดท้ายร้านเจ๊งจนได้!

        นอกจากนั้น หัวหน้าพรรคการเมืองแห่งนี้ เป็นนักเรียนนอกไฮโซ แต่เป็นคนไม่มีเพื่อน แถมยังไม่ชอบคุยกับลูกพรรค จะคุยก็เฉพาะคนที่พูดภาษาปะกิต ‘ฟุดฟิด-ฟอร์ฟัก’ ด้วยกันเท่านั้น เรื่องอะไรจะให้ท่านหัวหน้า มานั่งคุยภาษาไทยกับลูกพรรค ซึ่งเป็นคนบ้านนอกคอกนา เอาแต่แหลงใต้ทำพรือ ด้วยกันเกือบทั้งนั้น ซึ่งหัวหน้าพรรคเองฟังไม่ออก...
        จะนั่งกินโกปี๊ ให้เสียเวลาเปล่าๆทำไม ไม่เข้าการแน่! 
        ร้านกาแฟของพรรคเส็งเคร็งนี่ จึงไม่มีใครสนใจ จนในที่สุดต้องปิดตัวลงไปเอง...น่าสงสารจริง!

        ส่วนรองหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง ซึ่งหวังว่าตัวเองจะได้เป็นหัวหน้าพรรคกับเขาบ้าง รายนั้นก็เคย เปิดร้านกาแฟหรูหรา ให้พวกไฮโซไฮซิ้มมานั่งชิมกัน เคยให้สัมภาษณ์ว่า 
        “ร้านกาแฟผม มีผัด ‘ฟักแม้ว’ ด้วย!”
        คงคิดว่าตัวเองพูดเก๋ไก๋ตายห่า แต่ปรากฏว่า ในที่สุดร้านกาแฟของแก ที่ให้เมียแก่แม่ม่ายลูกติด ดูแลอยู่นั้น 
        บัดนี้...  
        เจ๊งสนิท...ปิดกิจการ ไปเรียบร้อยแล้ว!!
        ขนาดทำแค่ร้านกาแฟยังเจ๊ง แล้วเป็นรัฐมนตรีคลัง มันจะได้เรื่องได้ราวอะไรกัน...โถ!!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        คนไทยเราต้องไม่สร้าง ‘นิสัยเสีย’ ให้ตัวเอง จนกลายเป็นคนติดกาแฟ และต้องไปกินกาแฟในร้านประจำเพราะ... 
        ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า ไอ้อัปรีย์บางกลุ่ม เกิดฮึกเหิม ก่อพฤติกรรมเลียนแบบ ไอ้พวกยำหมา ร.ส.ช. หรือ แก๊ง ค.ม.ช. กลับมายึดอำนาจ ไปจากพวกเราคนไทยอีกครั้ง!
        ไม่แน่นะครับ

        พวกมันอาจ ‘เลียนแบบ’ แขกตุรกี หรือพวกยุโรปสมัยโบราณ โดย ห้ามเปิดร้านกาแฟ, ห้ามคนไทยกินกาแฟ ในประเทศไทยของเราเอง เพื่อตัดโอกาส ‘มั่วสุม’ กันทางการเมืองของพี่น้องประชาชน

        ได้ ‘ลงแดง’ ตายกันบ้างเชียวนะ...จะบอกให้!!! 

        ...555…

...................

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ กาแฟ-การเมือง ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม 2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
คุยเรื่องกาแฟดีๆแท้ๆ อาจารย์วาด ยังตัดไม่ขาด อุตส่าห์หันไปถีบหน้าประชาธิเปรตอีกจนได้

โดยคุณ ฮ่า ฮ่า ฮ่า 101.51.161.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
เรื่องกาแฟเบา ๆ ยังเอาเกล็ดและความรู้มาใส่ให้พะเรอเกวียน แล้วจะไม่ให้กระเหี้ยนกระหือรือรออ่านทุกเสาร์เช้าได้อย่างไร วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไรคงได้อมยิ้มกันตลอดวัน

โดยคุณ แฟนพันธุ์แท้ 124.120.9.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
อ่านจบ...ตาสว่างเลยครับท่านวาทตะวัน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคาเฟอีนหรือบทเหน็บชายโครง ของท่านกันแน่...

โดยคุณ วาดฝัน ตะวันง่วงนอน 125.25.49.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
ขอแบบนี้อีกน่ะ ชอบมากๆ

โดยคุณ ขาประจำ 112.64.227.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ไม่เคยผิดหวังเลยครับ สำหรับท่านวาดตะวัน กับประชาวิบัติ เสียดายท่านไม่ได้อยู่ในสภา ถ้าไม่งั้นส.ส.ประชาวิบัติ มันต้องอายตายแน่ๆ เลย

โดยคุณ utan_km@hotmail.com 182.52.84.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
Amazing coffee.Make me happy all day.

โดยคุณ peter 76.219.84.XXX

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อความ
ใครขึ้นมยึดอำนาจ แล้วห้ามกินกาแฟ ก็ลงไปกินกาแฟนกันใต้ดิน แน่นอน

โดยคุณ คอกาแฟ 61.90.110.XXX

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อความ
เเสบรูตรูด เรยคร่ะ คุณขา กาแฟร้านนี้ เเซ่บหลายเด๊อค่าเด๊อ...คุณวาทขา...นี่ขนาดใส่น้ำตาลไปตั้งเยอะ นึกว่าจะหวานเเสบไส้แบบ 3 in 1 อุบ๊ะ ที่ไหนได้ขนาดเขียนเรื่องเบา รสชาดยังขมเข้มปรี๊ด

โดยคุณ democthai@live.com 180.180.124.XXX

ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อความ
กาแฟวันนี้ หวานแบบขื่นๆ เพราะบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ... ครึ่งใบเป็นของประชาชน แต่อีครึ่งใบอีแอบซุกเอาไว้ใต้จักกะแร้ไม่ยอมให้ใครหยิบ

โดยคุณ ???? 58.9.239.XXX

ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อความ
อยากให้คุณวาทตะวันเขียนเรื่องประวัติศาสตร์ ที่มีชนชาติหนึ่งนำขบวนเรือสินค้าขึ้นที่สงขลาจนส่วนหนึ่งกลายเป็นบรรพบุรุษคนใต้ เผยแพร่นิสัยใจคอวิธีคิดที่ปรากฏแก่ชาวใต้ในปัจจุบันบ้างว่าทำไมแปลกแยกจากไทยๆจังเลย

โดยคุณ ทอม/tom_12341234@hotmail.com 119.63.78.XXX

ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อความ
กาแฟขมๆถึงขมมากของพรรคชอบแย่งเมืยเพื่อน?

โดยคุณ bkk1999@windowslive.com 110.169.165.XXX

ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อความ
ติดตามงานอาจารย์มาตลอดครับ แต่ไม่เคยร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นกำลังใจฝห้ครับ

โดยคุณ งึด 27.55.2.XXX

ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อความ
ขอชมท่านก่อนว่าเยี่ยมมาก โดยเฉพาะผู้ ส ว อย่างผมหนังสือตัวโตอ่านง่ายครับ

โดยคุณ นายขุ้ย บางแวก tidkui@hotmail.com 101.108.81.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER