หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “การปฏิวัติของข้าฯ ซื้อหามาเอง...นะโว้ย!!!”
หัวข้อ : “การปฏิวัติของข้าฯ ซื้อหามาเอง...นะโว้ย!!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“การปฏิวัติของข้าฯ ซื้อหามาเอง...นะโว้ย!!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อปลายเดือนที่แล้ว ผมมีโอกาสฟังสถานีวิทยุชุมชน
‘สันติอโศก’ ของ นายรัก ‘ตาเถน’ รักษ์พงษ์ กลางดึก (น่าจะเป็นการเอาเทปมา rerun) ทางสถานีเขาเอานาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับนาย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์เสื้อเหลืองอ๋อย ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยย่านหัวหมาก อีตาคนนี้มีลักษณะพิเศษ คือ พูดจาแบบเค้นทองแดง แต่หาสาระแก่นสารไม่ค่อยจะ
ได้ ส่วนใหญ่แกก็จะเป็นแค่ ‘ตัวประกอบ’ ของวงสนทนา ทางโทรทัศน์ค่ายเหลืองเท่านั่น 
        คนที่ติดตามการเมืองมาบ้าง คงจะพอเดาได้ว่า เวลาพวกเสื้อเหลืองเขาคุยกัน ก็จะไม่มีอะไรมากไปกว่าการด่าคุณทักษิณฯกับรัฐบาลของนายกฯปู แบบซ้ำๆซาก แต่ที่ผมฟัง
ตอนดึกคืนนั้น มีพิเศษอยู่สักหน่อยตรงที่...
        นายปานเทพฯ แกเผยความในใจออกมา ว่า

        หากมีการชุมนุม และผู้ดำเนินการชุมนุมเรียกร้องให้ฝ่ายพันธมิตรเสื้อเหลือง ออกมาช่วยฝ่ายผู้ชุมนุม หรือถ้าจะอ้อนขอให้พันธมิตรมานำการชุมนุมเสียเอง ก็คงจะต้องพิจารณากันว่า 
        ผู้ที่มาขอร้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้ชุมนุมทางการเมือง นั้น 
        เป็นใคร? มาจากไหน? 
        มีหัวนอนปลายตีนมาอย่างไร?
        เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หรือกลุ่มการเมืองไหน? หรือแม้กระทั่ง ‘ทหาร’ มาร้องขอ ก็ต้องใคร่ครวญกันมากหน่อย 
        กลุ่มพันธมิตรฯเสื้อเหลือง คงจะไม่กระโจนเข้าใส่ ร่วมหัวจมท้ายด้วยทันทีเหมือนก่อน แต่จะต้องมีพิจารณาข้อเสนอว่า หากการชุมนุมนั้น บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว...

        ฝ่ายพันธมิตร จะได้อะไรตอบแทน!?

        ฟังแล้วรู้สึกเห็นใจ ฝ่ายพันธมิตรเป็นอันมาก เพราะพวกเขาได้รับบทเรียนที่แสนจะเจ็บช้ำ จากการเข้าเป็นแนวร่วมกับพรรคประชาธิเปรต ซึ่งมันชัดเจนและผู้คนรู้กันทั่ว ว่า 
        ความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย เริ่มตั้งแต่มีการเปิดฉากขับไล่ทักษิณ
        จนกระทั่งเกิดการ...รัฐประหาร!

        แม้โค่นทักษิณฯได้ แต่พันธมิตรฯและประชาธิเปรต ที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอ ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน กลับต้องผิดหวังทั้งคู่ 
        ทั้งนี้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ หลังจากหมดรัฐบาลชั่วคราวเช้าชามเย็นชาม ของ ‘นายพลเขายายเที่ยง’ ไปแล้ว แม้จะไม่มีทักษิณฯ นำทัพสู้ศึกเลือกตั้งด้วยตัวเอง เพราะอยู่นอกประเทศ แต่อดีตนายกฯ คนที่ต้องไปอยู่แดนไกล ได้ขอแรงคุณ‘สมัคร สุนทรเวช’ ให้มาเป็นผู้นำพรรคแทน 
        คุณสมัครฯไม่ได้ทำให้นายกฯทักษิณผิดหวัง เพราะสามารถถือธงทำหน้าที่นำทัพแทน แต่สามารถนำพรรคพลังประชาชน 
        กลับเข้ามาเป็น ‘รัฐบาล’ อีกจนได้!

        เมื่อนายกฯสมัคร นำรัฐบาลให้เข้ามาบริหารประเทศ ตดยังไม่ทันหายเหม็น ได้มีการชุมนุมขับไล่รัฐบาล เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 
        คราวนี้รูปแบบ ‘ป่วนเมือง’ รุนแรงมากยิ่งขึ้น มีการปลุกปั่นหยุดเดินรถไฟสายใต้ประท้วง (ตัวการโดน ‘ไล่ออก’ จากการรถไฟรับกรรมไปแล้ว) ตามมาด้วยการปิดสนามบินภาค
ใต้หลายแห่ง และผู้ชุมนุมฝ่ายพันธมิตร 
        ฮึกเหิมถึงขั้น บุกเข้ายึดครอง...ทำเนียบรัฐบาล! 
        ความอุกอาจของฝ่ายพันธมิตร ในห้วงนั้น จบลงด้วยการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประเทศไทยของเรา ต้องอับอายไปทั่วโลก และเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้พรรคประชา
ธิเปรต ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล  
        ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มตัว ของฝ่ายทหาร!!
        น่าเศร้ามาก!!!

        เมื่อประชาธิเปรตได้เข้าเสวยอำนาจแล้ว ชื่อเสียงพวกเขากระฉ่อนแทบจะทันทีทันใด ด้วยเรื่องทุจริตคอรัปชั่น หาประโยชน์เข้าพวกตัว แต่...
        น่าประหลาด ครับท่าน…
        ประชาธิเปรตกลับไม่ตอบแทน สหายที่ร่วมรบกันมาอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือมีก็คงน้อยนิดเต็มที แบบโยนกระดูกให้แทะๆเล็มๆ พอให้คันๆเหงือกเล่น
เท่านั้น
        ฝ่ายพันธมิตรคงเห็นแล้วว่า พรรคดักดานนั้นใจดำมาก ทิ้งให้พวกเสื้อเหลือง ต้องเผชิญกรรมกับคดีความต่างๆ อันเป็นผลพวงจากการโค่นรัฐบาล สมัคร-สมชาย ตั้งแต่ข้อหา
เล็กๆน้อยๆ ติดคุกแค่ไม่กี่ปี จนไปถึงข้อหาแรงอย่างข้อหา...
        ก่อการร้าย!
        นี่เอง...เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกผู้นำฝ่ายเสื้อเหลือง ที่เคยบอกว่า พวกเขากับประชาธิเปรตนั้น เป็นเสมือน ‘ผัว-เมีย’ กัน ชักออกอาการ 
        ไม่พอใจ ‘พรรคดักดาน’ ขึ้นมา!

        ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งสะสมพอกพูนความขัดเคืองไว้ได้ แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ออกอาการ ‘เม้งแตก’ หันปลายหอกเข้าใส่ รัฐบาลโลซกของประชาธิเปรต อย่างเต็มที่! 
        คราวนี้...จากมิตรกลายเป็น ‘ศัตรู’ เต็มพิกัด!!
        เริ่มมีการโจมตีรัฐบาลพรรคดักดาน จากฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ติดตามตามมาด้วยการชุมนุมแบบมาราธอน ของขบวนการเสื้อเหลืองอีกครั้งหนึ่ง อีหรอบ
เดียวกับที่คนพวกนี้ เคยชุมนุมขับไล่พวกทักษิณมาก่อน นั่นเอง 
        มีการชำแหละประชาธิเปรตทุกวัน ณ ลานชุมนุม ที่วิกราชดำเนินนอก  
        บน ‘มัฆวาน’ สะพานเดิม!!

        ย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งหลังสุดของพันธมิตร (รวมกับทีม ‘ซอมบี้’ ของ ‘ตาเถน’ รัก รักพงษ์) นั้น ยืดเยื้อยาวนานนายหลายเดือน แต่ฝ่ายประชาธิเปรตโดนด่าทุกวัน แต่ก็ฝืนทำไม่สนใจ เหมือนกับไม่รู้ว่า มีการชุมนุมกันอยู่ ทำราวกับว่า 
        เอ็งมีแรงด่าได้...ด่าไป ส่วนข้าด้านได้...ก็จะด้านไป!
        เมื่อรัฐบาลโลซกของนายมาร์ค มุกควาย เห็นว่าจะดื้อด้านบริหารบ้านเมืองต่อไป คงไม่ไหวแล้ว จึงตัดสินใจประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยกระหยิ่มยิ้มย่องว่า
        ฝ่ายตัวซึ่งอยู่ในอำนาจ เป็นรัฐบาล และคุมฝ่ายบริหารไว้แน่นหนา อย่างไรเสียคงชนะการเลือกตั้ง 
        ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง อย่างแน่นอน!

        ฝ่ายพันธมิตรเสื้อเหลืองเอง ไม่ได้กินเหล็กกินไหลมาจากไหน พอชุมนุมกันนานวันเข้า เรี่ยวแรงตลอดจนทุนรอนของฝ่าย ก็ร่อยหรอ หดหายไปเป็นอันมาก
        คนที่มาชุมนุมก็น้อยเต็มที บางวันกะริบกะร่อย แค่หมอยแซมแตด อีกทั้งโทรทัศน์ ASTV เครื่องมือสำคัญในการโค่นรัฐบาล ต้องประสพปัญหาจอติดๆดับๆ ทั้งนี้ เพราะ
สถานการณ์ทางการเงินของฝ่ายเสื้อเหลือง 
        มีปัญหา ค่อนข้างหนัก!

        แม้จะมีการเรียกระดมทุนจากผู้ศรัทธา แต่เงินที่ได้มาก็น้อยเต็มที ไม่พอกับรายจ่ายที่มีหลายทาง 
        ยังดีอยู่ก็ตรงที่ ‘ตาเถน-จำลอง’ แกช่วยหารายได้มาเสริมจากโรงผลิตปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้ แต่มิได้มีเงินทุนมาเพิ่มมากมายอะไรนักหนา แถมค่าใช้จ่ายการทำโทรทัศน์ หนักหนาสาหัส
เดือนหนึ่งก็ยี่สิบถึงสามสิบล้านบาทเข้าไปแล้ว  
        ในที่สุดแล้ว...ฝ่ายพันธมิตรและกลุ่มสันติกะโหลก ซึ่งชุมนุมกันได้ไม่ถึง 200 วัน ประชาชนและสื่อต่างๆ ไม่สนใจให้ราคา ต้องเลิกราไปเองอย่างหงอยๆ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป
เมื่อเดือนกรกฎาคมปีกลายเพียงเล็กน้อย ซึ่งพรรคประชาธิเปรตเอง 
        กลับเป็นฝ่ายแพ้รูด หมดรูปไปเลย!

        ฝ่ายพันธมิตรเอง ที่เป็นต้นคิด การรณรงค์ “โหวตโน-โหวตนวย” ก็ประสพความล้มเหลว เพราะไม่เกิดเป็นมรรค เป็นผล อะไรนักหนา ด้วยผู้คนที่โหวตให้ตามคำชักจูงของพวกตนนั้น ก็แสนจะน้อย กะริบกะร่อยจนน่าแปลกใจ เพราะได้คะแนนน้อยกว่าพรรคการเมือง ที่เจ้าของเป็น “หัวหน้าซ่องกะหรี่” หลายเท่าตัว 
        แผนโหวตโน กลายเป็น “โหวตนวย-หัวโค” ไปจริงๆ!
        นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สนใจการเมือง มองความเคลื่อนไหวของพันธมิตร ‘ไร้ค่า’ หรือ ‘หมดน้ำยา’ ไปเลยทีเดียว ส่วนพรรคพวกที่ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่
ในพรรค “การเมืองใหม่”ได้แตกแยกออกไป เพราะความเห็นไม่ลงรอยกัน 
        ต่างฝ่าย จึงต่างเลือก เส้นทางเดินของตน! 
        พรรคการเมืองใหม่เอง แม้จะฝืนลงเลือกตั้ง แต่แทบไม่มีคนลงคะแนนให้ กลายเป็น ‘ตัวตลก’ ทางการเมืองไป ส่วนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็สะบักสะบอม
ต้องกลับไปนอนเลียแผล
        สรุปว่า ทั้งพันธมิตรฯและประชาธิเปรต พ่ายแพ้ไปด้วยกันทั้งคู่ แต่ที่น่าปวดใจมากเข้าไปอีก คือ พรรคเพื่อไทย ที่เป็น ‘ศัตรูถาวร’ ของ ทั้งคู่ เป็นฝ่าย...
        กำชัยชนะ ในการเลือกตั้ง อย่างเด็ดขาด!

        ารเลือกตั้งครั้งล่าสุดนั้น พรรคเพื่อไทยยังคงความแข็งแกร่ง เพราะเป็นที่รักและชื่นชอบ ของพี่น้องประชาชน คนส่วนใหญ่ของประเทศ สามารถควบเข้าป้ายแบบนอนมาแล้ว แต่ม้าประชาธิเปรต ก็ยังวิ่งโขยกเขยกตามมา 
        อยู่ที่โค้งวัดเบญจฯ...โน่น! 
        ส่วนม้า ‘ภูมิใจไถ’ ออกจากซองแล้ว ไปมัวแต่ ‘ไถ’ อยู่ที่ไหน ไม่มีคนเห็น จนกระทั่งม้าเพื่อไทยเข้ารับรางวัล คล้องพวงมาลัยแห่งชัยชนะไปเรียบร้อยแล้ว นั่นแหละ บรรดา
แฟนอาชาที่นั่งดูบนอัฒจันทร์ถึงได้เห็นม้าภูมิใจไถ ปรากฏโฉมให้เห็นตรงเส้นชัย ราวกับว่า
        ไอ้ม้าตัวอกตัญญูตัวนี้ เพิ่งจะกะโผลกกะเผลก ดมตามกลิ่นตูดม้านำเข้ามา อย่างน่าขบขันและเวทนา พอๆกันกับม้าดักดานอย่างประชาธิปัตย์ ซึ่งในที่สุด ต้องตกที่นั่งลำบาก...  
        กลายเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ไปทั้งคู่!!

        หลังจากที่พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล พันธมิตรได้หยุดการโจมตีประชาธิเปรต เพราะมีเป้าใหม่มาให้เล่น นั่นคือ นายกฯปูและพรรคเพื่อไทย

content/picdata/353/data/photo9_10.jpg

        แถมยังเป็น ‘เป้า’ ดั้งเดิมด้วย!
        การที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ออกมาพูดในรายการวิทยุอย่างที่ได้ยินมานั้น นับว่าฝ่ายพันธมิตรเริ่มรู้ตัวว่า 
        การเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ไม่มีการตอบแทนกันอย่างเหมาะสม ให้คุ้มค่ากับรายจ่ายและความเหนื่อยยาก เป็นเรื่องที่พันธมิตรจะไม่ทำอีก หรือการทำให้ ‘ฟรีๆ’ ต่อจากนี้ไป
นั้น
        ไม่มีแน่!

        ฟังนายปานเทพฯพูดแล้ว ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ คงคิดเป็นอย่างไม่ได้ นอกจากจะพูดได้ว่า ทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้แสดงจุดยืนของตนเอง และสื่อความหมายออกมาให้สาธารณชน เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ว่า  
        ต่อจากนี้ไป สนนราคาในการจัดจ้างผู้คนมาชุมนุม คงจะต้องขึ้นตามราคาข้าวแกง และค่าครองชีพเป็นแน่แท้ 
        บริการฟรีๆ หรือทำ ‘เพื่อชาติ’ คงไม่มีอีกแล้ว!  
        ดังนั้น ใครจะโค่นรัฐบาลต้องคิดให้หนัก เพราะต้องมั่นใจว่ามีเงินถุงเงินถัง และต้องมากพอที่จะใช้ในการเคลื่อนไหวอย่างยืดเยื้อยาวนาน อย่างหาที่จบลงไม่ได้  
        นอกจากนั้น ผู้ชุมนุมและผู้จ้างวาน อาจต้องมีการทำสัญญากันไว้ล่วงหน้าว่า…

        ถ้ามีการยึดอำนาจ หรือมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเกิดขึ้น อันเป็นผลพวงมาจากการชุมนุม จะต้องมีการตอบแทนผู้นำการชุมนุมด้วยตำแหน่งอะไรบ้าง? กี่ตำแหน่ง? หรือ...
        แม้แต่ค่าตอบแทน ที่อาจมาในรูปทรัพย์สินเงินทอง หรือประโยชน์อย่างอื่น ที่ตีเป็นราคาค่างวดกันได้ ก็ต้องถึงขั้นคิดกันให้ละเอียดว่า  

        ต้องใช้เงินกี่ร้อย กี่พันล้านบาท ฝ่ายที่จะก่อรัฐประหารจะต้องควักจ่ายออกไป เพื่อโค่นรัฐบาลปัจจุบันลงให้ได้ และพาตัวผู้จ้างวานเอง
        เข้าสู่อำนาจได้!? 
        หากไม่มีเงินสดเพียงพอ ผู้ก่อการจะกล้าทำปฏิวัติแล้วยึดอำนาจไว้ก่อน แล้วค่อย ‘ปล้น’ เงินจากคลังหลวง อย่างที่ ‘ไอ้บัง-กบฏ’ มันทำ...จะได้ไหม?

        ผมว่าประการหลังนี้ ดูจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำ จนผู้นำการปฏิวัติรัฐประหารในวันข้างหน้า อาจกล้าวัดดวง เสี่ยงเข้ายึดอำนาจรัฐ เพราะเขารู้ ว่า
        ถ้าทำการปฏิวัติรัฐประหารสำเร็จ พวกเขาสามารถปล้นเอาเงินจากคลังหลวง โดยไม่ต้องใส่ใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เพียงแต่อ้างว่า เป็นค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนกำลัง
ทหารเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว 
        ไม่ต้องไปแบมือ ‘ขอเงิน’ ใคร เพื่อมาทำรัฐประหาร!

        ถึงตอนนั้น หัวหน้าคณะผู้ยึดอำนาจ อาจถึงขั้นอหังการ์ ลุกขึ้นประกาศ ความถูกต้องของฝ่ายตน ว่า

        “การปฏิวัติของข้าฯ ซื้อหามาเอง...นะโว้ย!!!”

.............

        (บทความ “การปฏิวัติของข้าฯ ซื้อหามาเอง...นะโว้ย!!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER