หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > คดียึดสนามบิน ต้องเก็บ ‘สแปร์’ ให้เกลี้ยง!!!
หัวข้อ : คดียึดสนามบิน ต้องเก็บ ‘สแปร์’ ให้เกลี้ยง!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

คดียึดสนามบิน ต้องเก็บ ‘สแปร์’ ให้เกลี้ยง!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        อ่านข่าวโฆษกพรรคกาลี ที่ออกมาพ่นว่า ผลงานของพวกตนในรอบ 7 เดือน ที่เคยทำมานั้น ดีกว่านายกฯปูทำในรอบระยะเวลาเท่ากันแล้ว ทำให้ผมต้องหัวร่องอหาย จนคนข้างๆประหลาดใจ ถามว่า 
        ขำอะไร กันนักกันหนานะ!?
        เลยอธิบายกับเขาว่า อดขำไอ้โฆษกตัวนี้ไม่ได้ เพราะมันช่างคิด หาแง่มุมกวนโอ๊ย คอยตอดนิดตอดหน่อย แบบปลาแขยงตอดก้อนขี้ ทำเหมือนพยายามจะเก็บคะแนนนิยม จาก
ประชาชนคนไทย แต่ไอ้หัวขิกตัวนี้ มันคงลืมไป ว่า 
        ผู้คนในบ้านนี้เมือง ไม่ได้รับประทานแกลบแทนข้าว เพราะพวกเขาเหล่านั้นคิดเองเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 
        แฟนๆที่อ่านคอลัมน์ของ “วาทตะวัน” เป็นประจำ!...555

        ผมคงไม่ต้องพูดจา หาหลักฐานอะไรกันมาก เอาแค่คะแนนความนิยมของนายกฯปูเท่านั้น ไอ้พวกกาลีก็ตกใจตัวสั่นแล้ว เพราะเรตติ้งของเธอพุ่งพรวดพราด โดยเฉพาะในด้านความแข็งแกร่ง บนตำแหน่งผู้นำไทยแลนด์ แต่ที่สำคัญและชาวต่างด้านท้าวต่างแดน เขาเห็นกันชัดเจน นั่นก็คือ
        ความสำเร็จของรัฐบาลนายกฯปู ในเรื่องการกอบกู้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้กลับคืนมา 
        แค่เรื่องเดียว ก็มากมาย ล้นเหลือแล้ว!
        นายกฯคนสวยของเรา สามารถทำให้ความสัมพันธ์ที่ทรุดโทรม กลับมาดีขึ้นแทบจะภายในพริบตาที่เข้าบริหารบ้านเมือง หลังจากที่พรรคโลซก ได้ทำลายความสัมพันธ์กับ
เพื่อนบ้านลงจนยับย่อย จนถึงกับมีคำกล่าวเขย่าอารมณ์ ถึงพฤติกรรมของไอ้พรรคเวรตะไลนี้ ว่า

        “ทะเลาะกับเขมร เขม่นพม่า ด่าญวน กวนส้นตีนลาว”

        การดำเนินวิเทโศบายแบบ ‘ไร้ความคิด’ ของพรรคกาลี ได้สร้างปัญหาให้กับเมืองไทยของเราเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เกิดการรบปะทะ ทางด้านตะวันออกประเทศอย่างรุนแรง  
        เมื่อชายแดนมีสงคราม คนไทยต้องกลายเป็น ‘หนู’ เพราะต้องไปหลบอยู่ ตามรูตามท่อ มีทั้งคนบาดเจ็บล้มตาย ต้องย้ายถิ่นเพราะบ้านเรือนพังเสียหายยับเยินไป
        ประเทศไทยของเราต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากไป เพื่อการรบพุ่งกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่...
        โง่เขาลาสิ้นดี!

        ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อนายกฯปูกับคณะผู้บริหารใหม่ เข้ามาแค่ไม่กี่สัปดาห์ เธอได้ทำลายกำแพงยักษ์ ซึ่งขวางกั้นระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน ที่รัฐบาลกาลีได้สร้างเอาไว้ อย่างน่าเกลียดน่าชัง 
        ให้พังพาบลงได้...อย่างราบคาบ! 
        ประเทศเพื่อนบ้านที่หมางเมินกันไป เพราะนโยบายอัปรีย์ของพรรคกาลี หันหน้ากลับมาคืนดีกันใหม่
        ผู้คนชายแดนหน้าตาสดใส แช่มชื่นเพราะไม่ต้องวิ่งหลบลูกปืนกันอีกต่อไป!!

        การเดินทางไปต่างแดน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และการค้าระหว่างประเทศ ของนายกฯปูในแต่ละครั้งนั้น ได้รับเสียงชื่นชมจากมิตรประเทศอย่างอึงมี่ แต่ไอ้พรรคกาลีและสื่อฝ่ายตรงข้าม นอกจากไม่ร่วมยินดีไปกับพี่น้องคนไทยแล้ว พวกมันยังกลับไปคอยเสี้ยม คอยยุแยงตะแคงรั่ว ในทำนองกล่าวหาว่า นายกฯปูบริหารงานไม่ได้เรื่อง เล่นเอาผู้คนที่เขาไม่เชื่อ ถึงกับตอกกลับเอาแรงๆ เช่น 
        “พวกมึงเอาแต่ด่า แต่พวกกูเห็นแต่คนต่างชาติ เขาชื่นชอบนายกฯปูกันทั้งนั้น นี่หว่า!”
        หน้าหงายกันไป!!

        ไม่ใช่คนไทยส่วนใหญ่เท่านั้น ที่ชื่นชมนายกฯปู แต่คนต่างด้าวท้าวต่างแดน เขาทั้งประหลาดใจและทึ่งในเรื่องต่างๆของนายกฯปู เริ่มตั้งแต่ที่เธอใช้เวลาแค่ 49 วัน แผลงฤทธิ์สำแดงความสามารถในการนำพรรคเพื่อไทย ถีบพรรคไอ้พวกเวรตะไล หน้าคว่ำไป พร้อมกับนำพรรคของเธอเข้าป้าย ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดแน่นอน 
        ราษฎรต้อง…ปรบมือให้!
        ไอ้พวกอกหักทั้งหลาย รุมกันด่านายกฯปูอย่างโน้นอย่างนี้ หวังจะ ‘ดิสเครดิต’ นายกฯผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย แต่ชาวต่างประเทศเขากลับชื่นชม เริ่มตั้งแต่ภาพของ
นายกฯปู ได้รับการยกย่องระดับโลก กลายเป็น ‘ภาพแห่งปี’ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาประเทศไทยเลยสักแดง 
        ต่อมาคนบ้านเรา ยิ่งตื่นเต้นกันหนักเข้าไปอีก เมื่ออินเดียเชิญนายกฯปู เป็นแขกสตรีเกียรติยศในงานวันชาติ ซึ่งเขาเชิญผู้นำต่างชาติ ปีละ 1 คน  และเธอเป็นผู้นำสตรีคนที่สอง
ต่อจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งเกรทบริเตน ที่ประเทศใหญ่โตอย่างอินเดีย ให้เกียรติอย่างนั้น 
        ความตื่นเต้นกันยังไม่ทันจะจางหาย คนไทยต้องเฮซ้ำกันอีกครั้งเพราะนายกฯปูขอเรา...
        ติดอันดับ1 ใน 150 ยอดหญิงนักต่อสู้ของโลก จากนิตยสารนิวสวีคอีกแล้ว...มันน่าทึ่งจริงๆ!
        มีคนเขาบอกว่า ขอให้รออีกสักหน่อยเถอะ วงการหนังญี่ปุ่น คงได้ทำการ์ตูน ชุด “ยอดหญิงยิ่งลักษณ์” ออกมาให้เด็กไทยได้ชมกันอีกแน่ๆ
        พูดให้เวอร์อย่างนี้ เพื่อให้ไอ้พวกกาลี ขี้อิจฉา ขอบตาร้อนผ่าวกันเล่นๆ...มีอะไรไหม? 
        ...555...

        เอาละครับ... ได้แวะกระแทกไอ้โฆษก “ชวนวย หัวคล้ายคน” แห่งพรรคกาลี (ดู ‘หัว’ มันซี่!) มันส์ปากเรียบร้อยสะใจแล้ว ได้เวลาหันกลับมา ชวนท่านผู้อ่าน คุยเรื่องที่น่าสนใจกันบ้าง

        มื่อฉบับที่แล้ว ผมได้ย้อนอดีตให้ท่านรำลึกถึงการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าเป็นเหตุสำคัญ ที่ทำให้พรรคประชาธิเปรตมีโอกาสวิ่งราวอำนาจ เข้ามาบริหารบ้านเมือง
        ระหว่างที่พรรคกาลีถืออำนาจรัฐ คดีความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายพันธมิตร ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล พรรคเพื่อไทยที่ได้เสียงข้าง
มากอย่างเด็ดขาด เข้ามาบริหารประเทศ 
        นั่นแหละครับ...
        คดียึดสนามบินสุวรรณภูมิที่น่าเกลียดน่าชัง จึงได้มีความก้าวหน้าออกมาในทางบวก โดยสื่อมวลชนเขารายงาน ดังต่อไปนี้

        เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2555 พนักงานอัยการคดีพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 9 สั่งการให้สอบสวนเพิ่มเติมโดยแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม กับผู้ต้องหาในคดียึดสนามบินสุวรรณภูมิ โดยให้แจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายเพิ่ม 1 คน คือ 
        นายสาวิทย์ แก้วหวาน
        นอกจากนั้น ยังมีแจ้งข้อหาปลีกย่อยอื่น ให้กับผู้ต้องหาอีก 46 คน

        ผู้ต้องหาชุดเดิม ที่ได้รับการแจ้งข้อหาจากพนักงานสอบสวนว่า “ก่อการร้าย” ด้วยการยึดสนามบิน ตามประมวลกฎมายอาญาที่บัญญัติขึ้นมาใหม่นั้น ประกอบด้วยบุคคลที่เราๆ ท่านๆ คุ้นชื่อกันดี คือ

content/picdata/354/data/photo9_11.jpg

        พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายนรัณยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง นายศิริชัย ไม้งาม นายสำราญ รอดเพชร นางมาลีรัตน์ แก้วก่า เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ นายชนะ ผาสุกสกุล นายสุรวิชช์ วีรวรรณ และนายรัชต์ชยุตม์ หรือ อมรเทพ หรืออมร ศิริโยธินภักดี หรืออมรรัตนานนท์
        ผู้ต้องหาทั้ง 15 คนนี้ พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ มีความเห็น ‘ควรสั่งฟ้อง’ ความผิดฐานเป็นผู้ก่อการร้าย ด้วยการยึดสนามบิน ส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการ ตั้งแต่ 11 พ.ค.
2554

        การที่พนักงานอัยการ ไม่ได้สั่งการเกี่ยวกับผู้ต้องหา ทั้ง 15 คน แต่กลับมีความเห็น ส่งไปยังพนักงานสอบสวน ให้แจ้งข้อหาความผิดฐานก่อการร้าย เพิ่มเติมกับผู้ต้องหาอื่นอีกนั้น น่าจะพอคาดเดาได้ว่า
        ในที่สุดแล้ว อัยการแผ่นดินคงจะต้อง มีความเห็น “สั่งฟ้อง” ผู้ต้องหาทั้ง 16 คน ในข้อหา  
        “ก่อการร้าย”
        ขออนุญาตเรียนกับท่านผู้อ่านว่า ผมได้ติดตามการเคลื่อนไหวของพันธมิตร กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างใกล้ชิด 
        ทันทีที่เกิดกรณียึดสนามบินปักษ์ใต้ ผมได้เขียนบทความแสดงความเห็น ลงทั้งเว็บไซด์
www.vattavan.com และหนังสือพิมพ์ ‘ประชาทรรศน์’ รายวันด้วย ได้เตือนพรรคของนายมาร์ค มุกควาย ด้วยบทความที่สื่อความหมายชัดเจนตรงไปตรงมา ว่า 
        “ประชาธิปัตย์จงฟัง อย่าให้คนเขาลือกันว่าเป็น... พรรคก่อการร้าย!!!”
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=82) 
        ผมมีเหตุผลอะไร ทำไมจึงพูดออกมาอย่างมั่นใจว่า ประชาธิปัตย์จะถูกลือว่าเป็น “พรรคก่อการร้าย” ได้อย่างไรนั้น โดยเขียนเอาไว้นานเกือบจะสี่ปีแล้ว คือ เขียนตั้งแต่ 12 กันยายน 2551 และที่สำคัญคือ
        ผมเป็นคอลัมนิสต์คนแรกของประเทศนี้ ที่ได้ชี้ให้สังคมเห็นว่า 
        การยึดสนามบินเป็นการ ‘ก่อการร้าย’ ตามประมวลกฎหมายอาญา ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ซึ่งความเห็นของผม ได้จุดประกายความตื่นตัวให้กับสังคมไทย ขึ้นมาฉับพลัน  
        อยากให้แฟนๆของ ‘วาทตะวัน’ เข้าไปดูกัน!

        หลังจากนั้นแล้ว ขบวนการพันธมิตรได้ปฏิบัติการอุกอาจเข้ายึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ผมรู้สึกเจ็บช้ำเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เขียนบทความอีกชิ้นหนึ่ง ลงทั้ง น.ส.พ.ประชาทรรศน์ และเว็บไซด์ www.vattavan.com อีกครั้งเมื่อ
4 ธันวาคม 2551 ชื่อของบทความ ก็ตรงไปตรงมาอีก คือ 
        จำลอง ศรีเมือง กบฏและผู้นำการก่อการร้าย.... ต้องโดนนนนน?!?
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=112)

        ที่เขียนอย่างนั้น เพราะผมมั่นใจว่า อย่างไรเสียบ้านเมืองของเรามีขื่อมีแป การกระทำผิดบางอย่าง ในบางช่วงเวลา อาจถูกกระแสอื่นกลบไปชั่วครั้งชั่วคราว แต่เมื่อกระแสแห่งความชั่วร้ายนั้น คลี่คลายหรือหดหายไปแล้ว การดำเนินคดีตามกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นธรรม จะต้องกลับคืนมา 
        ช้าหรือเร็ว เท่านั้น!

        ความเชื่อของผมเป็นจริง และ จำลอง ศรีเมือง ก็โดนเข้าจริงๆ คือ เมื่อสองปีถัดมา พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง ไปให้พนักงานอัยการ ซึ่งผมมีความยินดี ที่กฎหมายได้ทำหน้าของมันแล้ว จึงเขียนบทความขึ้นเมื่อ 21 ส.ค.53 โดยให้ชื่อว่า 
        คดีก่อการร้ายในประเทศไทย ถึงทางแยกแล้ว!!! (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=245)

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        แม้ผมจะมีความยินดี ที่การดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้าย ด้วยการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ กำลังจะไปสู่ศาลสถิตยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความผิดถูกกัน แต่การยึดสนามบินที่ปักษ์ใต้ ทั้งภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่  ยังไม่มีข่าวว่า 
        ตำรวจปักษ์ใต้ทำสำนวนการสอบสวน ไปถึงไหนกันแล้ว!

        คดียึดสนามบินที่ภาคใต้นั้น เกิดก่อนคดียึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง?
        เป็นคนของ ‘ฝ่ายพันธมาร’ กี่คน? 
        เป็นคนของพรรคการเมือง ที่สนับสนุนกี่คน!?
        หลักฐานเหล่านี้ มีครบครันแล้ว ทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน และพยานเอกสาร จึงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่จะต้องทำให้ลุล่วงไปตามหน้าที่แห่งตน นั่นคือ
        ต้องสอบสวน ให้เสร็จสิ้น!!

        จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินปักษ์ใต้ โดยขอให้ส่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีผู้ก่อการร้ายยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งตอนนี้จะเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ให้ไปเป็น ‘หัวหน้าพนักงานสอบสวน’ ผู้รับผิดชอบคดียึดสนามบินปักษ์ใต้ทั้งสามจังหวัดด้วย เพราะตำรวจท้องที่อาจลำบากใจ หรืออาจมีปัญหาอิทธิพลท้องถิ่น เข้ามากดดันการทำงานของพนักงานสอบสวน 
        ดังนั้น จึงควรมีนายตำรวจผู้ใหญ่ ระดับสูงกว่าผู้บัญชาการ ไปควบคุมคดี...การยึดสนามบินปักษ์ใต้!

        จะได้รู้กันเสียทีว่า การละเมิดกฎหมาย ด้วยการยึดสนามบินในภาคใต้ ทั้งสามจังหวัดนั้น พวกใครและไอ้พรรคระยำไหน มันเป็นตัวการที่แท้จริง ทั้งออกหน้าและอยู่เบื้องหลัง  จะได้นำความจริงที่ชั่วร้าย มาสู่การรับรู้ของพี่น้องประชาชน ผู้คนทั้งประเทศกันเสียที

        ไหนๆ ก็ไหนๆ...ทำกันเสียให้ครบเครื่อง ล่อกันให้ครบครัน จะได้เดินขึ้นศาลให้ถ้วนทั่วกัน ไม่เลือกแต่ที่รัก และมักแต่ที่ชัง

        นักโบว์ลิ่งเก่าอย่างผม ถ้าโยนลูกออกไปแล้ว พินล้มไปแล้วเจ็ด แต่ยังเหลือตั้งโด่เด่ อีกสามแก่น...จะเอาไว้ทำซากอะไรกันล่ะ...

        เก็บ ‘สแปร์’ มันซะ... ให้เกลี้ยงไปเลย!!!

...........................

        (บทความ คดียึดสนามบิน ต้องเก็บ ‘สแปร์’ ให้เกลี้ยง ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 17 มีนาคม 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER