หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ลับ-ลวง-เลอะ-เละ-แหล!! (พัชระ สารพิมพา อ่านซะ!!!)
หัวข้อ : ลับ-ลวง-เลอะ-เละ-แหล!! (พัชระ สารพิมพา อ่านซะ!!!) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ลับ-ลวง-เลอะ-เละ-แหล!! (พัชระ สารพิมพา อ่านซะ!!!)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ “นักข่าว” หรือ “ผู้รายงานข่าว” ที่ผู้เขียนสังเกตเห็นว่า มีความหมายใกล้เคียง หรือคล้ายคลึงกัน และมักทำให้คนไทยสับสน นั่นคือ 
        คำว่า reporter, correspondent และ anchor จึงขออธิบายสั้นๆดังนี้

        คำว่า Reporter ฝรั่งหมายถึง “นักข่าว” หรือผู้รายงานข่าวสารให้กับสื่อที่ตนสังกัด เริ่มมาตั้งแต่ยุคหนังสือพิมพ์ ตามด้วยวิทยุ และโทรทัศน์ ซึ่งเน้นการเป็นลูกจ้างหรือพนักงานที่รับเงินเดือนประจำ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น สวัสดิการ ในฐานะที่เป็นลูกจ้าง/พนักงาน ของสื่อนั้นๆด้วย
        ส่วน Correspondent นั้น ทำหน้าที่รายงานข่าวเช่นเดียวกับ reporter แต่ไม่ได้รับเงินเดือนเป็นประจำ เพราะไม่ได้เป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำของสำนักข่าว และอาจรับเงินจากค่ารายงานข่าวเป็นรายชิ้นก็ได้  
        สำหรับคำว่า Anchor คนไทยเราอาจไม่คุ้นนัก แต่ฝรั่งเขาหมายถึงผู้รายงานข่าวสาร ที่ปรากฏกายทางหน้ากล้องโทรทัศน์เท่านั้น
        หวังว่าคงเป็นประโยชน์ ในการเสริมความเข้าใจ ให้กับท่านผู้อ่านได้นะครับ!

        การที่ใครคนหนึ่ง จะมานั่งเป็น anchor หรือผู้รายงานข่าว ทางหน้าจอโทรทัศน์ ส่วนใหญ่เขาและเธอเหล่านั้น ล้วนมีประสบการณ์ ในฐานะผู้สื่อข่าวมาก่อน หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้ที่ทำงานด้านข่าวมาระยะเวลาหนึ่ง จนมีความรู้เกี่ยวกับข่าวสารรอบด้านเป็นอย่างดีแล้ว จึงเลื่อนมาทำหน้าที่นี้ 
        ทั้งนี้ เพราะบางครั้งในระหว่างการดำเนินราย anchor อาจต้องสัมภาษณ์ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้น แบบสดๆ ซึ่งเป็น “การสื่อสารสองทาง” อาจมีการโต้แย้ง หรือนำไปสู่การถกเถียงกัน ระหว่างผู้ดำเนินรายการกับผู้ให้ข่าวสารได้ 
       
ในกรณีเช่นนี้ หากผู้รายงานข่าวหน้าจอทีวี ความรู้ไม่ดี การเตรียมตัวเตรียมข้อมูลไม่ถึงขั้น หรือขาดปฏิภาณไหวพริบฯลฯ พูดง่ายๆว่า “มือไม่ถึง” อาจนำมาซึ่งความเสียหาย ไม่เฉพาะแค่ตัวผู้รายงานข่าวหน้าจอเท่านั้น แต่จะลุกลามไปถึงสถานีโทรทัศน์แห่งนั้นด้วย!

        ฉะนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ anchor จำต้องมีความรู้จัดจ้านพอตัว ไม่อย่างนั้นแล้ว เพราะการสื่อสารสองทาง” อาจทำให้เขาหรือเธออาจกลายเป็น “ไอ้บื้อ” หรือ “อีโง่”  ในสายตาของผู้ชมไปได้ง่ายๆ
        หากเสียงตอบรับจากประชาชน ต่อผู้ที่มาปรากฏกายหน้าจอโทรทัศน์ไม่ดี อาจเป็นด้วยหน้าตาเขาหรือเธอผู้นั้น ไม่เหมาะที่จะเป็น anchor หรือพูดจาไม่เข้าหูผู้ชม ต้นสังกัดมักถอดออก ให้กลับไปทำหน้าที่อื่น ที่ไม่ต้องโชว์หน้าตาออกโทรทัศน์ เพราะนอกจากจะทำให้ rating ของสถานีไม่ขยับก้าวหน้าไปไหนแล้ว เผลอๆอาจทรุดลงเลยก็ได้

        นที่มีอาชีพเป็น “สื่อมวลชน” โดยเฉพาะผู้จัดรายการทางวิทยุหรือโทรทัศน์นั้น จะนับเป็น ผู้ชี้นำทางสังคม คงพอได้ เพราะไม่ว่าสื่อจะรายงานข่าวสาร ในแง่มุมใดก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่ที่โดยสภาพแล้ว มีข้อมูลเดิมอยู่อย่างจำกัด มักมีแนวโน้มที่จะพลอยเชื่อไปตามข่าวสาร ที่สื่อแจ้งหรือเล่าให้ฟัง
        ดังนั้น ถ้าสื่อรายงานข่าวได้เที่ยงตรง ปราศจากอคติ ไม่ผิดพลาด ผู้ชมหรือผู้ฟังย่อมได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง แต่หากการรายงานข่าวสาร เป็นการเสกสรรปั้นแต่ง โดยไม่มีมูลความจริงหรือกลายเป็นเรื่อง “เท็จ” ทั้งเพ อย่างนี้แล้ว 
        อภัยให้ไม่ได้เลย! 
        เช่น... 
        กรณีของก๊วนหนังสือพิมพ์เนชั่น ที่เป็นกลุ่มปฏิปักษ์ถาวรของนายกฯทักษิณและพรรคเพื่อไทยนั้น เราจะเห็นได้ชัดเจน และผมเขียนเอาไว้แล้ว ใน 
       
จารุวรรณ “เป็ด หัวยักษ์”โป๊ะเชะ!!!          (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=145) 
        บทความนี้ มียอดผู้อ่านทาง www.vattavan.com ถึงปัจจุบัน
มากกว่า 37,000 คน/ครั้ง และหากอ่านประกอบกับบทความ อ.ส.ม.ท. อย่าให้ใครนินทาว่า เป็นแค่ “เนชั่ว” สาขา 2!!! 
 (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=360)
        ท่านจะเข้าใจดีว่า ทำไมถึง “ก๊วนเนชั่น” จึงกลายเป็น “แก๊งค์เนชั่ว” ไปได้?

        ที่ต้องพูดถึง อ.ส.ม.ท. อีกคร้งในวันนี้ ไม่ใช่กรณีที่คุณจักรพันธ์ ยมจินดา ลาออกจากการเป็นผู้รักษาการณ์ อ.ส.ม.ท. หรือเป็นเรื่องที่ผมเขียนยุรัฐบาล ให้ตั้ง ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม” ให้เป็นผู้นำองค์กร อ.ส.ม.ท. คนใหม่แต่อย่างใด หากแต่จะพูดถึงความรับผิดชอบ ในการนำเสนอข่าวของนาย พัชระ สารพิมพา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฯ คลื่น FM 100.5 MHz ของ อ.ส.ม.ท. คือ 
        เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ

content/picdata/365/data/photo7.jpg

        ในรายการ “ลับ-ลวง-พราง” ซึ่ง วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ซึ่งเป็นดาวเด่นแห่งวงการข่าวคนมีสี จากบางกอกโพสต์ ทางคลื่น FM 100.5 MHz ซึ่งเธอเป็นผู้ดำเนินรายการหลัก หรือจะเรียกกันให้เข้าใจกันง่ายๆ ชัดๆ ว่า 
        “วาสนาโชว์” ...ก็คงพอได้! 
        รายการนี้มีผู้อำนวยการฯคลื่น FM 100.5 MHz คือนาย พัชระ สารพิมพา เป็นผู้ดำเนินรายการร่วม แต่บรรดาข่าวสารในวงการทหาร อันเป็น theme ของรายการ ล้วนหลั่งไหลออกจากนักข่าวอาวุโส วาสนาฯ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข่าวเล็กหรือข่าวใหญ่ ไม่ได้มาจากนาย พัชระฯ แต่อย่างใด

        ดำเนินรายการร่วม อย่างนาย พัชระฯ นั้น ผมจะต้องวิจารณ์ตรงๆ อย่างคนเคยอยู่ในแวดวง “ประชาคมข่าวกรอง” ของชาติมาก่อน เพราะได้ฟังคำพูดคำจาของนายคนนี้แล้ว เห็นว่า ตัวแกมีความรู้เรื่องวงการทหารน้อยมาก แค่ฟังพูดเพียงพักเดียว ก็จับได้เลยว่า
        อีตา พัชระ สารพิมพา คนนี้แกไม่มีความรู้แม้กระทั่งเรื่องง่ายๆ ที่ผู้ดำเนินรายการเกี่ยวกับกองทัพ ควรจะรู้เป็นพื้นฐานในการดำเนินรายการ ไม่ว่าจะเป็น ภารกิจ การจัด ของหน่วยทหาร หรือแม้กระทั่งคำศัพท์ ภาษาพูดและภาษาเขียนทางทหาร ที่มีกำหนดเป็นมาตรฐาน
        ตัวอย่างเช่น...
        ความแตกต่างระหว่างคำว่า “ข่าว” กับ “ข่าวกรอง”  หรือคำสำคัญที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น “ยุทธศาสตร์”  “ยุทธวิธี” ฯลฯ ซึ่งถ้านาย พัชระฯ สนใจศึกษาเอาไว้บ้างแล้ว จะช่วยทำให้การดำเนินรายการซึ่งมี วาสนา นาน่วม เป็นตัวหลัก 
        มีอรรถรส เพิ่มมากยิ่งขึ้น!

        หากมีความรู้พื้นฐาน อย่างที่ว่านั้น และระหว่างการดำเนินรายการกับ วาสนาฯ ที่เป็นนักข่าวสายทหารมืออาชีพ นาย พัชระซึ่งเป็นเพียงตัวประกอบ แค่คอยตอดนิดตอดหน่อย หรือรู้จักตั้งคำถามที่ ฉลาด คมคาย ก็จะทำให้ผู้ฟัง ได้รับความรู้ความเข้าใจ ทำให้รายการดูดีมีรสชาติยิ่งขึ้น
        ความไม่รู้รอบในเรื่องที่พูดกัน ในรายการ “ลับ-ลวง-พราง” นั้น ยังไม่เท่าไหร่ ผมไม่จำเป็นต้องพูดถึงด้วยซ้ำ แต่ที่อดรนทนไม่ได้เลย คือการที่นายพัชระฯ มักออกลีลา ว่า 
        “กูรู้”
        ตรง “กูรู้” ที่ไม่ใช่ “GURU” แล้วดันออกลูก “ทำรู้” หรือ
“สู่รู้” นี่แหละครับ...ที่เป็นปัญหา!

        ต้องนำเรื่องมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง เพราะหลังจากอัดอั้นมาหลายสัปดาห์ แต่ผมมาฟิวส์ขาด เพราะรายการ “ลับ-ลวง-พราง” เมื่อเสาร์ ที่ 21 เมษายน 2555  
        ในวันดังกล่าว จะมีการชุมนุมของบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนายกฯปู โดยจัดการชุมนุม ที่หน้าสโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี กทม.
        มีการออกข่าวการชุมล่วงหน้า ค่อนข้างจะครึกโครม เพราะสื่อฝั่งตรงข้ามรัฐบาลนายกฯปู ร่วมด้วยช่วยกระพือข่าว หวังจะให้การชุมนุม เป็นกลุ่มก้อนใหญ่โต 
        เพื่อจะ “เขย่าขวัญ” กดดันรัฐบาล ให้จงได้!

        ในวันดังกล่าว พัชระฯ ดันเล่นกับเขาด้วย ด้วยการออกแอ๊คชั่น ทำเสียงเครียดเข้ม พูดกับ วาสนาฯ ในรายการ ลับ-ลวง-พราง ว่า
        การชุมนุมหนนี้ มีเซอร์ไพรส์ เพราะ “บิ๊กจิ๋ว” จะกลับลำ หันมาสนับสนุนการกระทำ...รัฐประหาร! 
        อีตา พัชระฯ ยังทะลึ่งยืนยันหนักแน่น กับ วาสนาฯ ในทำนองว่า เขาได้ข่าวนี้จาก “แหล่งข่าว” ของตัวเอง
        ผมฟังแล้ว...ของขึ้นเลย!!

        ทั้งนี้ เพราะ...
        ข่าว “บิ๊กจิ๋ว” กลับลำนั้น มีผู้นำข่าวมา “ปล่อย” ให้เผยแพร่ในโซเชียลเนทวอร์ค ก่อนหน้าที่ พัชระฯ จะจัดรายการถึงครึ่งค่อนวันแล้ว แต่อีตาคนนี้เอามา “ตีกิน” ในรายการอย่างด้านๆ แถมยังเสือกพูดในทำนองว่า ได้รับข่าวมาจาก “แหล่งข่าว” ของตัวเองเสียอีก 
        ต้องขออนุญาตเรียนท่านผู้อ่าน ที่เคารพ ให้ทราบทั่วกันว่า

        ใครก็ตามที่อยู่ในวงการข่าวกรอง หรือสนใจการเมืองจริงๆแล้ว จะรู้ดีว่า 
        คนอย่าง พล.อ.ชวลิตฯ นั้น “มั่นคง” ในแนวทางประชาธิปไตย เพราะระหว่างอยู่ในอำนาจ บุคคลผู้นี้มีโอกาสเหมาะๆ หลายครั้งหลายหน ที่จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยการใช้กำลังทหาร แต่นายทหารคนนี้ กลับไม่ฉวยโอกาสทอง ทำรัฐประหาร แล้วเข้าสู่อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเสียเอง 
        แต่...
        นายพัชระฯ นำข่าวที่โพสกันว่อนในเนต มาปั่นกระแส ไม่รู้ว่าจะทำเพิ่มความน่าเชื่อถือ ให้กับตนเอง หรือแค่ “คุยเขื่อง” เท่านั้น แต่การกระทำอย่างนั้น บอกได้เลยว่า...
        ...ทุเรศมาก!

        ที่ตลกยิ่งขึ้นไปอีก คือ 
        นอกจากนายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิตฯ จะออกมาปฏิเสธข่าวลือแล้ว การชุมนุมที่หน้าสโมสรของกองทัพบกในวันนั้น ผลออกมาปรากฏว่า 
        มีผู้คนไปกันกะหรอมกะแหรม กะริบกะร่อย น้อยกว่าหมอยแซมแตดเสียด้วยซ้ำ แถมยังมีข่าวตามว่า คนจัดไม่สะพัดซึ่งปัจจัยเพราะจ่ายเบี้ยให้ผู้มาชุมนุม แค่คนละสองร้อยเท่านั้น 
        ไม่คุ้มค่ารถค่าเรือด้วยซ้ำ! 
        จึงไม่น่าแปลกใจ ที่พอแดดร้อนหน่อย ผู้คนจำนวนน้อยนิด ที่มาชุมนุม ต่างทยอยกลับกันหมดแล้ว!! 
        นายพัชระฯ ทำลืม ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย!!! 

        เท่านั้น ยังไม่พอนะ...

        มาวันถึงเสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2555 พัชระฯ คนนี้มีพฤติกรรมซ้ำซ้อนอีก 
        แต่...คราวนี้โดนดีเข้าให้!
        นายพัชระฯ คุยกับคุณวาสนาฯ ทำเสียงเข้ม อ้างแหล่งข่าวของตัวอีกว่า 
        มีคนอยากเป็น “นายกรัฐมนตรี” แทนคุณปู ตอนนี้กำลังรอจังหวะอยู่!!
        แถมยังเสริมต่ออีกด้วย ว่า

        ไม่ขอเผยตัว คนที่ (นายพัชระฯ) พูดถึงนั้น เป็นใครกันแน่? เพราะไม่อยากเปิดเผยแหล่งข่าว (เหมือนเดิม) แต่การพูดจาของนายพัชระนั้น มีร่องรอยความพิรุธชัดเจน เพราะพูดจาอ้าๆ อ้ำๆ อึกๆ อักๆ ไม่เต็มปากเต็มคำ ทำให้การพูดจาโต้ตอบ ขาดความต่อเนื่องอย่างน่าสมเพช 
        ชาวบ้านธรรมดาๆฟังแล้ว คงวินิจฉัยได้ทันทีว่า ที่นายพัชระฯ พูดออกมาเช่นนั้น เป็นเรื่องไม่จริง และตัวผมเองซึ่งฟังอยู่ มีความคิดเห็น ไม่ต่างจากผู้ฟังท่านอื่นด้วย!

        ใครก็ตาม ที่อยู่ในวงการหรือติดตามข่าวสารบ้านเมือง คงคิดเองได้ว่า 
        การที่พรรคเพื่อไทย ชนะในการเลือกตั้งได้ ปัจจัยสำคัญและเป็นเงื่อนไขชี้ขาด คือ 
        ความแปลกใหม่ ผนวกความเป็นผู้หญิง ที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี่แหละครับ ที่เป็น “หัวรถจักรสำคัญ” ที่ทั้งฉุด ทั้งลากและจูงรถไฟสาย “เพื่อไทย” ขบวนยาวเหยียด แสนหนักอึ้ง ให้ไปสู่จุดหมายปลายทางได้สำเร็จ 
        นั่นคือ 
 
        ชนะการเลือกตั้ง เข้ามาเป็น “รัฐบาล” ได้อย่างเด็ดขาด!
        จนถึงวันนี้ ยังไม่เคยปรากฏข่าวสารใดๆเลย ที่แสดงว่า คนในพรรคเพื่อไทยคนไหน ที่ขวนขวายจะขึ้น เป็นนายกเสียเอง เพราะพวกเขาเหล่านั้น ล้วนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี ว่า
        สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครนำพรรคได้ดีกว่านายกฯปู จะมีก็แต่ไอ้คนนอกพรรค บางคนเท่านั้น ที่มันยังชะเง้อชะแหง่งมองตำแหน่งนี้ ด้วยความโหยหาอาลัย 
        ถึงขั้นเล่นบทผู้นำประเทศ แข่งกับนายกฯปู อย่างหน้าด้านๆ!

        ผมจึงต้องเขียนเตือนสติแรงๆ เพราะไอ้หมอนี่มัน “เงี่ยน” จะเป็นนายกฯ จนเพี้ยนไปแล้ว ส่วนจะเป็นใครกันนั้น ท่านต้องคลิกเข้าไปอ่านใน 
        “นายกฯเงา-นายกฯเงี่ยน” (เงี่ยนจะเป็น ‘นายกฯ’ อีกครั้ง!!!)   (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=322)

        จุดพลิกผันที่ผมคิดว่า กระทบนาย พัชระ สารพิมพา อย่างแรง เกิดขึ้น เพราะรายการ “ลับ-ลวง-พลาง” ในวัน เสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2555 นั้น เพราะดันมี “การสื่อสารสองทาง” เกิดขึ้น ด้วยการที่ วาสนา นาน่วม อ่าน SMS ซึ่งผู้ฟังอย่างน้อยสองราย ที่ส่งเข้ามาแสดงความคิดเห็น 

content/picdata/365/data/photo8.jpg

        รายหนึ่งบอกว่า นายพัชระ สารพิมพา ผู้ดำเนินรายการ (หน้าตาหล่อเหลา อย่างที่เห็นในภาพ) นั้น 
        “โกหก!”
        อีกราย พูดแสบหนักไปอีก เพราะบอกว่า 
        “อย่าตอแหล!!”
        ร้อนถึง วาสนา ผู้ดำเนินรายการหลัก  ต้องพูดแก้ให้ว่า... 
        การที่นายพัชระฯพูดจาอึกอัก เอาแต่อ้าๆๆๆ ไม่เต็มปากเต็มคำ เพราะต้องระมัดระวัง ไม่ให้ไปกระทบหรือพาดพิงใคร เพราะจะกลายเป็นเรื่องเป็นราวไป...โถ!!!

        ผมฟังแล้ว ไม่อยากจะพูดอะไรมาก แต่จะให้ทางคณะกรรมการ อ.ส.ม.ท. และต้นสังกัดของอีตา พัชระฯ ไปลองเปิดเทป ฟังทวนเอาเองว่า ความเห็นของคนฟังทางบ้านเขา ที่ส่งผ่าน SMS นั้น
        ถูกหรือผิด!!

        ตอนนี้มีคนฟัง ที่เขาทนไม่ได้ ขอให้ผมไปบอกนายพัชระ สารพิมพา ไปตรงๆแล้วว่า “อย่าตอแหล” เพราะผู้ฟังที่ส่ง SMS ไปนั้น คงเห็นว่ารายการ
        “เลอะ” จน “เละ” แล้ว!

        ฉะนั้น ถ้าอีตา พัชระฯ ซึ่งโดนจวกกลางอากาศ ว่า “โกหก” บ้าง “ตอแหล” บ้าง ยังจัดรายการ “ลับ-ลวง-พราง” และขืนมีพฤติกรรม “ตอหลดดักดาน” เช่นนี้ต่อไป

        อีกไม่นาน คงจะต้องมีผู้ขอให้ “วาสนา นาน่วม” เปลี่ยนชื่อรายการเป็น...

        ลับ-ลวง-เลอะ-เละ....แหล!!!

***************

ท้ายบท  หาก อ.ส.ม.ท. ยังใช้วิธีทำรายการแบบ โหนเชือกริมเวที แล้วยกตีนถีบหน้านายกฯปู และรัฐบาลของเธอ ด้วยการนำบุคคลฝ่ายตรงข้าม ทั้งตัวผู้จัดรายการเอง และ Commentator ในรายการต่างๆ มาระดมโจมตีคุณยิ่งลักษณ์ฯ และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อย่างต่อเนื่อง ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน นั้น
        เห็นทีจะต้องร่ายยาวเรื่องซับซ้อน ที่คนไม่รู้เกี่ยวกับ “มหากาพย์แห่งความตำบอน” ซึ่งซุกซ่อนในองค์กรแห่งนี้ ตอบโต้ให้สนุกสนานกันต่อไป รับรองว่าไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังแน่!

        อนึ่ง สำหรับความเห็นของท่านผู้อ่าน ต่อบทความสัปดาห์ก่อน  ระยำจริงจิ๊ง ไอ้พวก…ประ ชาธิเปรต!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=364)
        มีดังต่อไปนี้ ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 
ถูกใจตรงนี้มาก...ไอ้ที่ว่างมากนัก ก็ “เล่น” เมียเพื่อนร่วมพรรค ไปพลางๆ โดยไม่สนใจเสียงนินทา ก่นด่า จากผู้คนเอาซะเลย!!
โดยคุณ ถูกใจมาก  125.25.152.XXX  

ความคิดเห็นที่ 2
ก็เป็นไปตามนั้นที่อาจารย์พูด 
โดยคุณ บัวบาน  1.4.203.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณ คุณพี่ที่ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งเมื่ออ่านบทความจบ เอาให้หนักครับ ผมชอบ 
โดยคุณ
sumongkayothin@gmail.com  125.25.157.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4
ได้ติดตามข่าวการประชุมร่วมรัฐสภาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญพอสมควร ต้องขอใช้คำว่าพวกเผ่า (พรรค) โลซก และ ส.ว.บางคน ได้สร้างความเสื่อมศรัทธาและลบล้างคำอ้างว่าเป็นผู้ทรงเกียรติไปจนเกือบหมดสิ้น ก็ต้องถามว่าพวกนี้เขาคิดอะไรกันอยู่ รัฐสภาของเรามีแต่พวกเขวี้ย (สัตว์เลื้อยคลานสองตัวบวกกัน) มากจริง ๆ หนอ 

โดยคุณ ไม่ชอบดูมะเหลเถไถ  58.11.133.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5  
DlA5Fo โดยคุณ pdkciimuw  46.21.144.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6  
ผู้หญิงฝรั่งสมัยใหม่เขาก็ไม่อยากสัญญาวันแต่งงานว่าจะ "love and obey รักและเชื่อฟังผู้ชาย" อีกต่อไปแล้ว ขยับเกรดขึ้นมาเทียมเท่าผู้ชาย ส่วนข้าพเจ้านั้น ไม่ love and obey รัฐธรรมนูญฉบับที่คลอดจากการรัฐประหาร ของ "Bad บัง" อยู่แล้วละ 
โดยคุณ สัญญา ไม่สาบาน 

        (คอลัมน์ประจำสัปดาห์ ลับ-ลวง-เลอะ-เละ-แหล!! (พัชระ สารพิมพา อ่านซะ!!!) ออนไลน์ เสาร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER