หน้าแรก > กาแฟขม ขนมหวาน > ทั้งหมด > “ดูตัว”
หัวข้อ : “ดูตัว” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : ทั้งหมด

“ดูตัว”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ช้าวันนี้ จิบกาแฟขมแล้ว มีเรื่องมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง อันมีต้นเหตุมาจากพระราชพิธีส่งเสด็จกลับสู่สวรรคาลัย ของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 
        ในงานนี้คนไทยได้รับฟังเพลง “พระหน่อนาถ” ซึ่งไพเราะจับใจผมเหลือเกิน

content/picdata/366/data/photo1.jpg

        เพลงนี้คุณทฤษฎี ณ พัทลุง เป็นผู้ประพันธ์ ซึ่งผมติดตามผลงานหนุ่มน้อยคนนี้ ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยละอ่อน

        ผมรู้จักคุณ ทฤษฎี ณ พัทลุง เพราะเป็นแฟนของอาจารย์ สมเถา สุจริตกุล ทั้งยังเคยเขียนถึงผลงานของอาจารย์ ผู้เป็น “อัจฉริยะ” แห่งวงการดนตรียุคใหม่ของเมืองไทยผู้นี้หลายครั้งแล้ว ตั้งแต่อาจารย์สมเถาฯ เริ่มนำอุปรากรเรื่อง The Magic Flute ของโมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) ออกสู่สายตาประชาชนคนไทยเป็นครั้งแรก 
        ที่ประทับใจผู้คนนักหนา เห็นจะเป็นอุปรากรเรื่อง “แม่นาค” ซึ่งแนนซี่ หยวน (Nancy Yuen) ดาราโอเปร่าระดับโลกเชื้อสายจีน แสดงเป็นตัว “แม่นาค” เองด้วย
        เพื่อนของผมที่ไปดูโอเปร่าเรื่องนี้ด้วยกัน วิจารณ์เอาไว้อย่างน่าฟัง ว่า
        ใครฟังเสียง “แม่นาค” ในโอเปร่าเรื่องนี้ คร่ำครวญถึงผัวคือ “ทิดมาก” แล้วใจหายทุกคน โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่มีภริยาแล้วหลายคน พอได้ยินเสียงของคุณ แนนซี่ หยวน เธอร้องโหยหวนแล้ว นึกอยากกลับบ้านไปหาภริยา เพื่อจะไปดูให้แน่ใจว่า 
        คนที่เป็นเมียนั้น ยังอยู่ดีมีสุขหรือไฉน หรือ “บ๋ายบาย” ไปเป็น “เพื่อนแม่นาค” เสียแล้ว!?

        เมื่ออัจฉริยะอย่างอาจารย์ สมเถา สุจริตกุล รับอุปการะทฤษฎี ณ พัทลุง ย่อมเป็นเครื่องแสดงว่า 
        อาจารย์ต้องเห็นความแววที่เฉิดฉาย ของหนุ่มน้อยคนนี้เป็นแน่แท้ ซึ่งไม่เป็นที่ผิดหวังเลย เพราะประพันธกรหนุ่มน้อย ชื่อ “ทฤษฎี” คนนี้แหละครับ ที่กำลังจะเป็นทายาท สืบต่อจากอาจารย์สมเถาฯ ในฐานะ “กำลังหลัก” ให้วงการเพลงคลาสิคชาติไทย เจริญรุดหน้าต่อไปได้อย่างแข็งขัน

        ผู้ขับร้องเพลง “พระหน่อนาถ” ได้หวานไพเราะจับใจผู้คน เธอคือคุณ ธีรนัยน์ “ครูน้ํามนต์” ณ หนองคาย ซึ่งผมติดตามผลงานของนักร้องสาว ซึ่งเป็น “คุณแม่ลูกสอง” ผู้นี้ มานานพอสมควร เพราะชอบทั้งเสียง และวิธีการร้องที่สมบูรณ์แบบของเธอ

content/picdata/366/data/photo2.jpg

        ครูน้ำมนต์ เคยร้องเพลงประกอบละครหลายๆ เรื่อง ที่โดนใจผม เช่น “ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน” “สาปภูษา” และเพลงที่คุ้นหูชาวบ้านมาก น่าจะเป็นเพลงจากละครเรื่อง “หัตถาครองพิภพ” แต่การที่เธอมาร้องเพลง “พระหน่อนาถ” ส่งเสด็จในครั้งนี้
        ถูกใจผมมากเป็นพิเศษ!

        เหตุที่พูดอย่างนั้น เพราะผู้เขียนเป็นศิษย์เก่า วชิรวุธ วิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชบิดาของสมเด็จพระภคินีฯ ทรงเป็นองค์พระผู้พระราชทานกำเนิดวชิราวุธ วิทยาลัย 
        จึงทำให้ผมมีโอกาสเฝ้าแหน สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งเป็นองค์อุถัมภ์ของโรงเรียน ตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็ก
        นอกจากนั้น ผมกับเพื่อนนักเรียนร่วมโรงเรียนเดียวกัน เคยเล่นเป็นตัวประกอบละคร เรื่อง “พระร่วง” ซึ่งสมเด็จพระภคินีฯ ทรงพระกรุณาโปรดให้จัดการแสดง เมื่อเกือบห้าสิบปีที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงนำเป็น “พระร่วง”

        ละครเรื่องนี้คุณ สมัคร สุนทรเวช ซึ่งมาจากครอบครัวข้าราชบริพารในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ร่วมแสดงเป็นตัวประกอบด้วย
        ในฐานะที่มาจากโรงเรียน ที่ได้ชื่อว่าเป็น “มหาดเล็กหลวง” ผมจึงได้เฝ้าติดตามงานส่งเสด็จครั้งนี้ อย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อได้ยินเพลง “พระหน่อนาถ” ก็ให้ปลาบปลื้มเพราะเป็นบุญหูตัวยิ่งนัก

        วันนี้ จะคุยเรื่อง “ครูน้ำมนต์” แต่ไม่ใช่เรื่องเพลงหรือการแสดง หากแต่จะพูดถึงเรื่องการที่เธอได้พบกับคู่ครอง และได้แต่งงานกัน จนมีทายาทสืบสกุล ซึ่งโดนใจผมจริงๆ เพราะดู
เธอเล่าให้ผู้สื่อข่าวทางโทรทัศน์ฟังว่า

        การพบและแต่งงานกับเนื้อคู่ของ “ครูน้ำมนต์” ค่อนข้างไม่เหมือนใคร เพราะผู้มาเป็นสามีของนั้น เคยดูเธอเล่นละครร้องเพลงแล้วชอบ แต่โอกาสยังไม่เปิด ให้ฝ่ายชายได้พบนางเอกในชีวิตจริงของตัวเองในตอนนั้น 
        วันหนึ่ง“ครูน้ำมนต์” ไปแสดงละครเวที พอเลิกแล้วมีผู้ชายผู้หญิงสูงอายุคู่หนึ่งเข้ามาพบ มอบช่อดอกไม้ให้เธอ แล้วบอกว่า
        ลูกชายของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน ชอบน้ำเสียงร้องเพลงและการแสดงของเธอ และได้ฝากดอกไม้มาให้ด้วยพร้อมกับนามบัตรของชายหนุ่มซึ่งเป็นบุตร
        “ครูน้ำมนต์” ได้ให้สัมภาษณ์ผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์ต่อไปอีกด้วย ว่า 
        ถึงได้รับดอกไม้แล้วก็ตาม แต่ไม่ได้สนใจฝ่ายชายนัก เพราะเห็นว่า 
        ประหลาดที่เขาไม่ได้หาทางมาพบเธอด้วยตนเอง หากให้ผู้ใหญ่ทั้งสองสูงอายุมากแล้ว นำความมาบอกกล่าวแทน ตัวเธอเองกลับคิดว่า ลูกชายของท่านทั้งสองน่าจะอายุเยอะแล้ว แถมยังไม่ได้แต่งงานด้วย 
        จะเป็น “เกย์”หรือเปล่าก็ไม่รู้? 
        “ครูน้ำมนต์” พุดเองนะครับ!

        คงเป็นอย่างที่พระท่านว่า เป็นเรื่องของ “ปุพเพกตปุญญตา” ที่ทั้งสองเคยทำบุญร่วมกันไว้ แต่ชาติปางก่อน ในที่สุดสองหนุ่มสาวได้พบกันในงานหนึ่งของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งฝ่ายชายทำงานอยู่ และ “ครูน้ำมนต์” ต้องไปปรากฏตัว
        ฝ่ายชายได้เข้ามาแนะนำตัวเอง กับ “ครูน้ำมนต์” และในที่สุดความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวทั้งสอง ได้สานขึ้นเป็นใยรัก และพัฒนาก้าวหน้าต่อไป จนลงเอยด้วยงานมงคลสมรส 
        ปัจจุบันทั้งคู่มีทายาทด้วยกันสองคนแล้ว และยังครองชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แบบนิยายรักหวานแหวว
        ผมฟังแล้วรู้สึกดีมากๆ ที่ฝ่ายชายคือคุณ คุณธีรนันท์ ศรีหงส์  (ขอให้ท่านผู้อ่านสังเกตว่า แม้แต่ชื่อหนุ่มสาวคู้นี้ยังคล้ายกัน “ธีรนันท์” กับ “ธีรนัยน์”) แห่งธนาคารกสิกรไทยฯ ช่างโชคดีเสียจริงๆ เพราะมีบิดามารดา ทำหน้าที่ “ดูตัว” หญิงที่จะมาเป็นเจ้าสาว ให้กับลูกชายเอง และผมเข้าใจว่าผู้ใหญ่ทั้งสอง คงถูกใจ จึงนำช่อดอกไม้ที่เตรียมมาแล้ว เพื่อนำไปให้ฝ่ายหญิง
        ถ้า “ครูน้ำมนต์” ไม่ได้รับดอกไม้ในวันนั้น งานแต่งอาจไม่ติดตามมา ก็เป็นได้?
        จริงหรือปล่าล่ะ!?

        รื่องของการ “ดูตัว” นี้ หลายชาติถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาตั้งแต่โบราณ เพราะการคมนาคมในสมัยก่อนยังยากลำบาก อีกทั้งหมู่บ้านหรือเมือง ยังตั้งอยู่ห่างไกลกัน 
        พ่อแม่ฝ่ายผู้ชายเอง ต้องทำมาหากิน จะออกไปเสาะหาผู้หญิงให้ลูกชายเอง ก็ทำได้ไม่สะดวก 
        ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจ้าง วาน ใช้ผู้อื่น เดินทางไปแสวงหาหญิงสาวแทน แล้วนำคุณสมบัติของหญิงที่สมควรจะเป็นเจ้าสาว กลับไปเสนอฝ่ายชายเพื่อพิจารณา หากเห็นเหมาะควรพอจะไปกันได้ 
        จะมีการ “ดูตัว” กัน!
        ผู้ที่ทำหน้าที่ไปเสาะแสวงหาหญิงสาว ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับฝ่ายชาย เรามักจะใช้คำว่า “แม่สื่อ” แต่มีบางชาติที่ใช้ “พ่อสื่อ” ฝรั่งใช้คำว่า match-maker ซึ่งจะต้องมีหน้าตา ลักษณะท่าทางดี และมีวาทศิลป์ในการโน้มน้าวจิตใจผู้คน ทั้งยังต้องเป็นคนพูดจาน่าเชื่อถืออีกด้วย

        ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นที่ผมเคยใช้ชีวิตการศึกษาอยู่ช่วงหนึ่ง ผู้ที่ทำหน้าที่ไปสืบเสาะแสวงหาหญิงสาว ให้กับฝ่ายที่จะเป็นเจ้าบ่าวนั้น กลับเป็นผู้ชาย หรือ “พ่อสื่อ” นั่นเอง 
        เมื่อพบผู้หญิงตนคิดว่า เหมาะสมกับฝ่ายชายแล้ว “พ่อสื่อ” ก็จะแสดง แผนผังตระกูล หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Family Tree ของฝ่ายชาย ให้ฝ่ายหญิงพิจารณา 
        หากมีท่าทีจะไปกันได้ “พ่อสื่อ” จะนำข่าวกลับไปบอกฝ่ายชาย พร้อมกับนำ แผนผังตระกูล ของฝ่ายหญิง กลับไปเสนอฝ่ายนั้นด้วย
        เมื่อฝ่ายชายพิจารณาแล้ว เห็นว่า น่าสนใจ จึงมีการนัด “ดูตัว” กัน ซึ่งมักจะเป็นน้ำร้านชา โดยฝ่ายชายไปกับแม่ พ่อไม่ได้ไปด้วย ฝ่ายหญิงมาทั้งพ่อและแม่ ให้ทั้งหญิงชายดูตัวกัน 
        ผลเป็นประการใดนั้น จะขึ้นอยู่ที่การที่พ่อฝ่ายชาย ไปเยี่ยมตอบแทนที่บ้านฝ่ายหญิงในวันถัดมา

        หากฝ่ายชายยังไม่พอใจ หรือปฏิเสธที่จะรับหญิงสาวมาเป็นลูกสะใภ้ตระกูลตน จะไม่ยอมแตะของกิน หรือเครื่องดื่ม ที่ฝ่ายหญิงยกมาเลี้ยง ซึ่งเป็นการแสดงโดยนัยว่า “ฉันไม่เอาลูกสาวเธอนะ” แต่ถ้า “ฉันโอเคนะ” พ่อของฝ่ายชาย ก็จะทั้งกินและดื่ม สุราอาหารที่ฝ่ายหญิงนำมาเลี้ยงดู อย่างเต็มอกเต็มใจ 
        ครั้นตกลงกันเรียกร้อยแล้ว ทั้งฝ่ายเจ้าสาวและเจ้าบ่าวก็จะจัดทำบัญน้ำ-บัญชี แสดงสินทรัพย์ของแต่ละฝ่ายเรียบร้อย หากในวันข้างหน้า ต้องแยกทางกันต่างคนต่างไป จะได้เอาทรัพย์สินตามบัญชีที่ทำไว้ กลับไปด้วย คล้ายๆกับการทำ “สัญญาก่อนสมรส” ตามประมวลกฎหมายแพ่งของเราอย่างนั้น

        สำหรับคนจีนที่มาอยู่เมืองไทยนั้น มีตัวอย่างของจริงคือผู้ใหญ่ในครอบครัวที่ผมมีความผูกพันด้วย ไม่มีการ “ดูตัว” ฝ่ายหญิง เพราะฝ่ายชายจบ ม.6 จากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพ แล้วไปเรียนต่อที่ St. Stephen's College ฮ่องกง ตามประสาลูกจีนผู้ที่มีฐานะในเมืองไทยยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงไม่นาน
        เมื่อท่านใกล้จะจบศึกษา ทางบ้านส่งรูปหญิงสาวจากเมืองจีนหลายคนพร้อมประวัติ ไปให้เลือก เพื่อแต่งงานและตั้งครอบครัวกัน 
        ในที่สุดผู้ใหญ่ท่านนี้ ได้เลือกครูอนุบาลสาวสวย ซึ่งเป็นบุตรีคหบดีเจ้าของร้านขายยาในซัวเถา เพราะดูรูปแล้วถูกใจ 
        ฝ่ายหญิงที่จะเป็นเจ้าสาว จึงเดินทางมาแต่งงานด้วยที่กรุงเทพฯ แล้วเริ่มสร้างครอบครัวขึ้น จนฝ่ายชายกลายเป็น “เจ้าสัว” ในที่สุด พร้อมกับมีลูกหลานที่มีชื่อเสียงอีกนับสิบคนในเวลาต่อมา 
        ปัจจุบันผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน ได้ล่วงลับไปนานแล้ว 
        ตัวอย่างที่ผมยกมารายนี้ ไม่มีการ “ดูตัว” แต่ดู “รูปถ่าย” ฝ่ายหญิง แล้วตัดสินใจเอง!

        สำหรับคนที่ทำหน้าที่ “ดูตัว” ให้คู่สมรส เมืองไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหญิง ในภาษาไทยเราจะเรียกว่า “แม่สื่อ” มีผู้ชายทำหน้าที่นี้ ที่เรียกว่า “พ่อสื่อ” จำนวนน้อยกว่ามาก 
        ในบ้านเราบางกรณี อาจใช้ “พ่อสื่อ” ก็ได้ เช่น ในเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ของ พล.ต. ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช พี่ชายของ “แม่พลอย” นางเอก ชื่อ “พ่อเพิ่ม” ทำหน้าที่ “พ่อสื่อ” ให้น้องสาวเอง โดยพา “คุณเปรม” พระเอก ไปดักดู “แม่พลอย” ถึงที่หน้าประตูวัง ตอนฝ่ายหญิงออกจากวัง ไปหาซื้อข้าวของ 
        ทำให้หนุ่มสาวทั้งสอง ได้พบกันเป็นครั้งแรก!

        ต่อมา “แม่พลอย” จับได้ว่า พี่ชายตัวเองทำหน้าที่ “พ่อสื่อ” เลยต่อว่าต่อขานเอา จน “พ่อเพิ่ม” ไม่กล้าพา “คุณเปรม” ไปอีก แต่ฝ่ายชายกลับไม่ย่อท้อ ไปดักรอที่หน้าวังเอง เลยถูก “แม่ช้อย” ซึ่งเป็นทั้งบอร์ดี้การ์ด และเพื่อนสนิทของ “แม่พลอย” ด่าแสบๆแบบชาววังขนานแท้ คือ บริภาษกระทบกระเทียบ แบบยอกย้อนซ่อนเงื่อน  
        จนฝ่ายชาย ถึงกับหน้าเสีย!
        ถึงกระนั้น ฝ่าย “คุณเปรม” พระเอกของเราหาได้ละความพยายามไม่ หันเข้าหาทางผู้ใหญ่ของ “แม่พลอย” อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีการทาบทามจนถึงขั้นส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอ” อย่างเป็นทางการ และทั้งสองได้แต่งงานกันในที่สุด

        มีที่น่าสังเกตอยู่บ้างในเรื่อง “แม่สื่อ” คือ บางครั้งหญิงที่ทำหน้าที่นี้ “ทำเสีย” เพราะไปคว้าเอาผู้ชาย ที่ตัวจะหาให้ฝ่ายหญิงไปครองเสียเอง จึงมีคำกล่าวว่า
        “แม่สื่อแม่ชัก ไม่ได้ตัว เอาวัวพันหลัก”

        หมายความว่า หญิงที่ไปติดต่อระหว่างชายหญิง แต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดก็ตกเป็นภริยาของชายนั้นแทน!
        คนไทยจึงห้ามนักห้ามหนา ว่า 
        เป็นสาวเป็นแส้ อย่าคิดเป็น “แม่สื่อแม่ชัก” เผลอๆอาจ
“เสียตัว” หรือตกเป็น “เมีย” ของผู้ชาย ที่ตัวเองตั้งใจจะให้เป็นแฟนเพื่อน หรือเป็น “แม่สื่อ” ให้เสียเอง!! 
        เขียนเรื่องการ “ดูตัว” แบบย่นย่อ พอสังเขปแล้ว ก่อนจบ “กาแฟขม...ขนมหวาน” ในวันนี้ ผมมี “เรื่องสั้น” สืบเนื่องมาจากการ “ดูตัว” มาฝาก ลองอ่านดูนะครับ

เรื่องสั้น

“ดูตัว”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มเขียนเรื่องรักของคนในอาชีพต่าง ๆ ที่ตัวเองผ่านพบมาในคอลัมน์ตัวเอง ชื่อ ความหลังยังหยดหยาด ตีพิมพ์ลงนิตยสารมาร์ส รายเดือนอยู่นานเป็นปี 
        เรื่องรักที่ผมพบมากหน่อย ก็พวกตำรวจด้วยกันเอง เลยแอบเอามาเขียน รวมทั้งเรื่องความรักบุคคลสำคัญในอดีต ซึ่งเขียนมาแล้วหลายเรื่อง ปรากฏว่าผู้อ่านก็ชอบกัน โดยเฉพาะเรื่องชีวิตรักอุตลุดของพวกโปลิศ ที่เคยพบเห็นมาด้วยตัวเอง

        วิธีการที่จะได้เรื่องราวมา ผมใช้วิธีให้เขาเล่าให้ฟัง ตรงไหนอยากรู้เพิ่ม ก็ถามซอกแซกหน่อย คล้ายๆกับการให้เขาเปิดไดอารีรักให้อ่าน แล้วผมนำมารีไรท์ใหม่ ในเวอร์ชั่นของตัวเอง 
        วันนี้ ขอนำเสนอเกี่ยวกับการ “ดูตัว” ที่ได้มาจากไดอารี่ของนายตำรวจคนหนึ่ง
        ลองอ่านดูนะครับ

        มื่อครั้งยังหนุ่มแน่น ผมชอบพอกับสาวน้อยเชื้อจีนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีไทยปน วัยใกล้เคียงกัน ซึ่งสวยและกำลังเปล่งปลั่งเต็มที่ เป็นที่หมายปองของ “ตี๋เล็ก-ตี๋ใหญ่” และหนุ่มไทยทั้งหลาย 
        วันหนึ่งขณะอยู่โรงพัก เธอโทรมาหาบอกว่า 
        "พี่วันนี้ไปทานข้าวเย็นกัน หมวยเลี้ยงเองเพราะมีคนมาดูตัว ได้เงินมาพันห้า" 
        ผมสงสัยว่า ทำไม “ดูตัว” อะไรถึงได้เงิน จึงมีคำอธิบายจากเธอว่า 
        ธรรมเนียมจีนนั้นจะมีการดูตัวฝ่ายหญิง และเป็นธรรมเนียมอีกเหมือนกัน ที่ผู้มาดูตัวต้องให้เงินกับสาว ที่พวกแม่สื่อยกขบวนกันมาดู

        ตกเย็นเธอขี่รถมอเตอร์ไซคันใหญ่ มารับผมที่โรงพัก เพื่อออกไปทานข้าวนอกเมืองกัน 
        ผมเปลี่ยนเป็นคนขี่ ให้เธอซ้อนท้าย ลัดออกทางเลี่ยงเมือง ไปตามถนนสายโคราชปักธงชัย ด้วยความเร็วปกติ  
        ระหว่างที่รถกำลังวิ่ง ผมยังติดใจเรื่องการ “ดูตัว” ตามธรรมเนียมจีน จึงถามเธอว่า 
        หากเขามา “ดูตัว” แล้ว ฝ่ายชายมาจะมาสู่ขอจะทำอย่างไร เธอตอบกลั้วหัวเราะว่า 
        “เขาไม่เอาหนูหรอก!” 
        ทำให้สงสัยนัก จึงต้องถามต่อว่า รู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่เอา ได้รับคำตอบว่า

        เธอมีเทคนิคที่ทำให้คนมาดูตัวไม่สนใจ เวลาคนมาดูตัวก็จะทำตัวโทรมๆ หน้าตาไม่แต่ง เวลาพูดคุยก็สนทนาในลักษณะที่ไม่เฉลียวฉลาด คนที่มาดูตัวก็จะรู้สึกว่า 
        แม่คนนี้โหงวเฮ้งไม่ดี แต่งกันแล้ว เอาไปอยู่ที่บ้านด้วยก็ “ซวยซี่” คือทำให้บ้านเขาต้องพลอย “ซวย” หรือโชคไม่ดี จนอาจทำให้ “ฮวงจุ้ย” บ้านผู้ชายเขาเสียหายไปด้วย 
        แค่นี้ ขบวนการแม่สื่อแม่ชักก็จะถอย และกลับไปบอกพ่อแม่ฝ่ายชายว่า
        "อย่าเอาดีกว่า!" 
        แถมเธอยังบอกว่า ใช้เทคนิคนี้มาหลายครั้งหลายคราแล้ว และได้ผลทุกคราวไป 
        ผมจึงถามเธอว่า ทำอย่างนั้นไปทำไมกัน? 
        “เดี๋ยวชาตินี้...ก็ไม่ได้แต่งงานกับเขาหรอก!” 
        พูดขู่เสียงดัง!!

        ตอนนั้นเอง ผมรู้สึกตัวว่า มือที่จับเอวของตัวเองอยู่นั้น กลับเปลี่ยนเป็นวงแขน ตามติดต่อมาด้วยความรู้สึกถึงใบหน้า ที่ตะแคงเอียงเอาข้างแก้มของเธอ เอนมาแนบกับแผ่นหลังของผม ตามติดมาด้วยเสียงร่าเริง สดใส ชัดเจนนัก

        "หมวยก็ไม่เอาเหมือนกัน (เว้นนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อ) ... เพราะหมวย ‘รัก’ พี่ไงจ๊ะ!"

        รถมอเตอร์ไซด์ที่กำลังแล่นช้า ๆ กลับแผดเสียงกระหึ่ม เพราะถูกเร่งน้ำมัน ความเร็วจึงเปลี่ยนไปทันที
        รถสองล้อมีเครื่องคันนั้น วิ่งฉิวตรงไปบนถนนสายเปลี่ยว เหมือนถูกยิงด้วยศรกามเทพ...

        ปลิวลับหายไป...จากสายตาของผู้คน!!

...จบ...

***************

ท้ายบท ผมขอสรุปความเห็น ของท่านผู้อ่าน ที่โพสเข้ามาใน กาแฟขม ขนมหวาน ตอน “ชื่อนั้น...สำคัญแน่ๆ!!!” (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=355) ที่มีรูปคุณนีลภัทร กับ คุณ
        ปรากฏว่ามีผู้โพสความเห็น ตายรายละเอียด ดังนี้
  

ความคิดเห็นที่ 1  
ชื่อนั้นสำคัญแน่ .... รวมทั้งชื่อประเภท "อัปรีย์สิทธิ์", "หมีหน้าฮ้ากกกกกกก", "เตบเมือก", "เตบควาย", "จวนปากจัด" และ "อีแอบ?".... บ่งบอกถึงความจัญไรในวิญญาณของเจ้าของชื่อ
โดยคุณ ????  223.27.205.XXX  

ความคิดเห็นที่ 2  
เพื่อนสนิทชาวอังกฤษคนนึงเคยถามผมว่า Bang-kok, Bang-cock น่ะไป bang(ชน)มันทำไมไม่เจ็บ cock(ไอ้จู๋)แย่หรือ และ ออกเสียง Thailand ว่า Toy-land เสมอ
โดยคุณ chuang  119.46.70.XXX
 

ความคิดเห็นที่ 3 
อ่านไปสำลักหัวเราะไป...ช่างเป็นกาแฟขมที่มีรส..จริงๆครับ 
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันชอบใจ  101.108.123.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4 
อ่านไปขำไป...แต่พอถึงบริกรชั่ว หากมีอำนาจล้นฟ้าน่านำมันไปตัดหัว/เนรคุณสันดานชั่วจริงๆ 
โดยคุณ จันทร์จ่าง
k.vichai@hotmail.com  171.4.218.XXX  

ความคิดเห็นที่ 5  
ยืนยันว่า Bangkok เป็นชื่อที่เป็นภาษาฝรั่งได้สองแง่สองง่ามมาก เพราะ bang นั้นนอกจะแปลว่า ทุบ ตี ได้แล้ว ยังเป็นคำ slang ที่แปลว่า ร่วมเพศ ได้อีกด้วย เมื่อรวมกับ cock ที่เป็นคำ slang ของอวัยวะเพศชาย ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ 

โดยคุณ tonle sap  24.250.254.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6  
About mr. W, I think the book is for money laundering, if u have a chance pls check his wealth.
โดยคุณ
dxupravati@hotmail.com  86.157.174.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7
??
โดยคุณ k  58.137.22.XXX  

ความคิดเห็นที่ 8  
ชอบทั้งคู่ อารมณ์ดีอย่างท่านว่า หยอดมุกรับลูกกันสนุก
โดยคุณ ชอบทั้งคู่  180.183.136.XXX
 

ความคิดเห็นที่ 9
ขอโทษนะครับ นามสกุลของคุณภรภัทร ได้เปลี่ยนเป็น นีลภัทร แล้วหรือครับ เพราะนามสกุลเดิมคือ นีลพัธน์ ถ้าผิดพลาดขอรบกวนช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ แต่ถ้าคุณภรภัทรได้มีการเปลี่ยนตัวอักษรของนามสกุลต้องกราบขอโทษด้วยครับ ขอบคุณมากครับ 

โดยคุณ
sieapoon@gmail.com 

        สำหรับคอลัมน์ กาแฟขม ขนมหวาน ตอน น้องจับมือพี่มือ ต่างสองร่วมถือ สาระพีเดียวกัน!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=361)
มีผู้โพสความเห็นดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1  
อนุโมทนาบุญ...ขอให้สมหวังในชาติหน้านะครับ....แต่เธอคนนั้นอาจจะเป็นสาวสเวนเซ่นหรือสาวพิซซ่าฮัท ก็ไม่รู้...เพราะเดี๋ยวนี้ขนมไทย ตกชั้นหมดแล้วครับ 
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันนิยมไทย  125.25.19.XXX  

ความคิดเห็นที่ 2   
แหมท่านน่าจะบอกซะหน่อยว่าสาวสวยหมวยขาวแม่ค้าซาหลิ่มบัวลอยไข่หวานที่ว่าอยู่แถวไหน เผื่อจะหาโอกาสไปลิ้มลองดูบ้าง หรือว่าป่านนี้อีเป็นเถ้าแก่เนี้ยวมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านไปแล้วก็ไม่รู้ เพราะเท่าที่ฟังๆดูอีคงเป็นคนใจบูญ และยังมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนอื่น(หมายถึงท่านผู้เขียน)ไปจับทัพพีตักบาตรรวมขันกับเธอด้วย......ผมเองแม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นก็ขออนุโมทนาบุญกับเธอผู้นั้นด้วยคร๊าบ.... จากคนชอบทำบุญ....เชียงใหม่. 
โดยคุณ
nirund8@gmai.com  118.172.9.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3  
I read all of your articles with much appreciation. You are a great man and great writer.
 
โดยคุณ
tawonch@hotmail.com 125.24.141.XXX   

        (คอลัมน์ กาแฟขม ขนมหวาน ตอน “ดูตัว” ออนไลน์ วันพุธ ที่ 23 พฤษภาคม 2555) 
 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
“สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก
เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน
“ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?
เรื่องเศร้าเช้านี้
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
“สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก
เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน
“ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?
เรื่องเศร้าเช้านี้
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER