หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ไปรษณียบัตร จาก “วาทตะวัน” ถึงนายหัวชวน
หัวข้อ : ไปรษณียบัตร จาก “วาทตะวัน” ถึงนายหัวชวน เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ไปรษณียบัตร จาก “วาทตะวัน” ถึงนายหัวชวน

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มเป็นคนหนึ่ง ที่ใช้บริการของไปรษณีย์ไทยสม่ำเสมอ เพราะต้องส่งพรินท์บทความของตัวเอง ส่งไปให้ญาติผู้ใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่อ่าน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ใช้คอมพิวเตอร์
        ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่ยุคนี้ ทำให้ผู้คนสามารถสื่อสารกันได้รวดเร็ว ด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย ทำให้การเขียน “จดหมาย” กลายเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึง ทั้งๆที่หากจะเอากันเป็นหลักฐานแบบชัดเจนแล้ว การส่งทางไปรษณีย์นี่แหละ ที่ใช้เป็นพยานหลักฐานอ้างอิงทางกฎหมายได้ดีที่สุด 
        นี่เอง ที่ทำให้ระบบศาลปัจจุบัน ยังคงให้ความสำคัญ ต่อพยานหลักฐานที่เป็น “จดหมาย” ในระดับความเข้มข้นสูงอยู่

        เมื่อคนรุ่นผมยังเป็นเด็กอายุราวสิบขวบ ได้เรียนวิชาหลักชื่อวิชา “จดหมาย” กันแล้ว แต่สอบถามเด็กปัจจุบันพบว่า ไม่มีการสอนวิชานี้โรงเรียนกันแล้ว แต่ไปเรียนกันตอนเข้าเป็นนักเรียนพาณิชย์เลยทีเดียว ซึ่งต่างจากสมัยผม ที่ต้องเรียนการเขียนจดหมายทั้งไทย-อังกฤษ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กชั้นมัธยมปีที่ 1 หรือ
ป.5 ในสมัยปัจจุบัน       
        สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดี จนถึงทุกวันนี้  

        จดหมายที่เขียนโดยบุคคลต่างๆนั้น เมื่อเวลาผ่านไประยะเวลาหนึ่ง อาจกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับเมืองไทย น่าจะเป็นจดหมายลายพระราชหัตถ์เลขา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงส่งจากยุโรป มาประทาน

content/picdata/368/data/photo_12.jpg

        พระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตตินารี 
        ซึ่งสนองพระเดชพระคุณ สมเด็จพระบรมราชชนกฯ โดยทรงเป็นราชเลขาธิการฝ่ายในอยู่ในสมัยนั้น เมื่อครั้งที่เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2450 
        นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ผู้อื่นอ่านได้อีก
        เมื่อพระราชหัตถเลขามาถึงหลายฉบับเข้าด้วยกัน นับได้ 53 ฉบับ ผู้ที่ได้อ่านต่างมีความเห็น ตรงกันว่า 
        เรื่องการเสด็จประพาส ซึ่งพระพุทธเจ้าหลวงทรงเล่าโดยพระราชหัตถเลขา ปรากฏข้อความต่างๆที่ทรงคุณค่า เช่น ทรงพรรณนาสิ่งซึ่งได้ทอดพระเนตรเห็น และกิจการซึ่งได้ทรงรับทราบ อีกทั้งกระแสพระราชดำริวินิจฉัยในเรื่องนั้นๆด้วย 
       
น่าอ่านยิ่งนัก!
        เมื่อรวมกันเข้า จึงกลายเป็นหนังสือ “ไกลบ้าน” ที่กลายเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่คนไทยทุกผู้ทุกนาม สมควรที่จะได้อ่านกัน

        ใช่แต่เพียงจดหมายของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น ยังมีจดหมายซึ่งเป็นลายพระหัตถ์ ของเจ้านายพระองค์สำคัญ ที่ทรงเป็นปราชญ์ใหญ่สองพระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่มีไปมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดระหว่างพระองค์ท่านกับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศนรานุวัตติวงศ์ 
        ดังนั้น เรื่องราวที่ปรากฏในจดหมายที่ทรงโต้ตอบกัน จึงมีลักษณะของความรู้หลากหลาย แสดงอัจฉริยภาพของปราชญ์แห่งสยามทั้งสองพระองค์อย่างลึกซึ้ง จดหมายดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นสหวิทยาการและเป็นประโยชน์ยิ่ง       
        หนังสือที่รวบรวมเอาจดหมายสำคัญนี้ เรารู้จักกันในนาม       
        “สาสน์สมเด็จ”

        สำหรับ “สาสน์สมเด็จ” จะให้คุณประโยชน์กับท่าน ในการทำความรู้จักเรื่องไทยศึกษา ทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดี ศาสนา ศิลปกรรม วรรณคดีและอักษรศาสตร์ ฯลฯ กับประชาชนคนไทยได้เป็นอย่าง       
        หนังสือ “ไกลบ้าน-สาสน์สมเด็จ” ทั้งสองเล่มนี้ จึงเป็นหนังสืออ้างอิงที่สำคัญ และผมแนะนำให้บรรดาลูกศิษย์ลูกหา ซื้อติดบ้านติดเอาไว้ เพื่อให้ลูกหลานของพวกเขาได้อ่านกัน

        สำหรับจดหมาย ที่มีลักษณะเป็น “จดหมายการเมือง” ที่มีความโดดเด่น และกลายเป็นจดหมายสำคัญทางเป็นประวัติศาสตร์ และเป็นที่รู้จักกันมากหลังกึ่งพุทธกาล ในความเห็นส่วนตัวของผมนั้น น่าจะเป็น 
        “จดหมายของนายเข้ม เย็นยิ่ง” 
        ชื่อ “นายเข้ม เย็นยิ่ง” นั้น เป็นนามแฝงของท่านอาจารย์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของเมืองไทยเรา ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารชาติ และอธิการบดีธรรมศาสตร์ ท่านได้เขียนจดหมายส่วนตัว ไปทักท้วงการที่จอมพลถนอม กิตติขจร กระทำ “การปฏิวัติตัวเอง” เมื่อปีพ.ศ. 2514    
        อาจารยป๋วยฯ ได้ยืนยันด้วยข้อเขียน ในหนังสืออายุครบรอบ 60 ปี ของท่าน ว่า

        จอมพล ถนอมฯ อดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้ที่เคยมีเมตตาต่อตัวอาจารย์ป๋วยฯเอง 
        ดังนั้น จดหมายที่ท่านอาจารย์เขียนถึงท่านจอมพล จึงกระทำไปด้วย...ความหวังดีจริงๆ 
        ท่านได้จ่าหน้าซอง และมีหนังสือนำเรียนถึงจอมพล ถนอมฯอดีตนายกฯโดยตรง แต่เมื่ออดีตผู้นำประเทศ ที่มียศเป็นจอมพลคนสุดท้าย ที่กุมอำนาจในบ้านเมือง กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบ หรือพูดง่ายๆก็คือ      
 
        “ไม่ตอบจดหมาย!”

        การไม่ตอบจดหมายของผู้นำประเทศ ทำให้ผู้ที่เคยเป็นถึงอดีตผู้ว่าการธนาคารชาติ ซึ่งเขียนด้วยความปรารถนาดี ทำให้ท่านอาจารย์ป๋วยฯตัดสินใจครั้งสำคัญ นำเอาจดหมายประวัติศาสตร์ ออกตีพิมพ์ในลักษณะที่เป็น “จดหมายเปิดผนึก” ซึ่งได้ปรากฏตามหน้าสื่อต่างๆ ซึ่งได้สร้างปฏิกิริยาในทาง “ลบ” ต่อตัวจอมพลถนอมฯเอง รวมไปถึงคณะรัฐบาลเผด็จการในขณะนั้นด้วย และในที่สุด       
        รัฐบาลเผด็จการของจอมพลถนอม ก็ถึงกาลอวสานไป ด้วยการลุกฮือขับไล่ของประชาชน!

        เมื่อต้นเดือนกันยายน 2550 คือประมาณเกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมได้ฟังรายการข่าวของ อ.ส.ม.ท. คลื่น FM 96.5 MHz ตอนเย็นๆซึ่งมีนาย พัชระ สารพิมพา เป็นพิธีกร ได้สัมภาษณ์สด นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ในวันที่ให้สัมภาษณ์นั้น 
        อดีตนายกฯ ได้เล่าว่า      

        เป็นห่วงสถานการณ์ปักษ์ใต้ ตัวนายชวนเองในฐานะที่เป็นผู้แทนมาหลายสิบปี จึงรู้สถานการณ์ภาคใต้ดี เพราะรู้จักบุคคลในพื้นที่ ตั้งแต่นายร้อย นายพัน นายพล ข้าราชการอื่นๆตั้งแต่ระดับล่าง ไปจนถึงระดับใหญ่ๆ จึงคิดว่า 
        ตนมีแนวทาง จะมอบให้กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาได้!

        ดังนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีถึงสองสมัย จึงได้มีจดหมายไปถึงพล.อ.สุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง นายกฯในตอนนั้น ส่วนรายละเอียดในจดหมายจะว่าอย่างไรนั้น นายชวนไม่ได้บอกให้ทราบ แต่ประเด็นที่สำคัญ คือ       
        เขาโพล่งออกมา ด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ว่า       
        “นายกรัฐมนตรี ท่านไม่ตอบจดหมายผม!”

        พัชระฯได้ฟัง ก็ร้องสอดขึ้นมา ว่า       
        “อ้าว...ท่านไม่ได้เป็นคนตั้งพล.อ.สุรยุทธ์ฯเป็น ผบ.ทบ.หรือครับ?”       
        นายหัวชวนไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เพียงแต่บอกว่า       
        “ตอนนั้นผมเป็น รัฐมนตรีกลาโหม!”

        คงพอเป็นที่เข้าใจได้ว่า นายชวนเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งนายพล สุรยุทธ ณ. เขายายเที่ยง จากที่ปรึกษา ให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ในตอนนั้น และผ่าประเพณีการแต่งตั้ง ผบ.ทบ. ที่จะต้องมาจาก 5 เสือ ทบ.       
        เออ! มันก็น่า ‘เดือด’ เหมือนกันนะ...คนกันเองแท้ๆ!!       
        นายพัชระฯถามว่า เมื่อนายกฯสุรยุทธ์  (ที่คุณชวนฯมีส่วนปั้นมาเองกับมือ) ไม่ตอบจดหมาย แล้วอดีตนายกฯของพรรคประชาธิปัตย์ ทำอย่างไรต่อไป?       
        ได้รับคำตอบว่า

content/picdata/368/data/photo_13.jpg

        คุณชวนในฐานะประธานพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำจดหมายนำปัญหาต่างๆ รวมทั้งวิธีแก้ไขปัญหาภาคใต้ นำเสนอประธาน คมช. คือ พล.อ.สนธิ บุณยะรัตกลิน โดยมีเพื่อนๆอดีตผู้แทนราษฎรภาคใต้ ร่วมกันลงชื่อพ่วงท้ายไปด้วยหลายคน       
        ปรากฏว่าได้จดหมายตอบจาก พล.อ.สนธิฯมา ทำให้นายชวนคงรู้สึกสบายใจขึ้น!       
        ตรงนี้ในฐานะที่เป็นคนนอกอย่างผม อยากมอบรางวัล “โรตีทองคำ” สำหรับคนมีมารยาทดี 
        ให้กับ ‘ Bad บัง’ ไปเลย 1 แผ่น!

        ตอนนั้นผมฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว รู้สึกเห็นใจคุณชวน หลีกภัย ที่ต้องมาเสียความรู้สึกกับ พล.อ.สุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง ซึ่งตอนนั้นฝ่ายหลังอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ทั้งๆที่คุณชวนเคยเกื้อกูลกันมาแท้ๆ สู้อุตส่าห์เขียนจดหมายบอกกล่าว ในสิ่งที่ไม่ได้เป็นส่วนตัวเลย หากแต่เรื่องของบ้านเมืองแท้ๆ       
        กลับดัน “ไม่ตอบ” กันเสียดื้อๆ อย่างนั้นแหละ!       
        ผมจึงเขียนบทความลงในเว็บ www.manager.co.th แนะนำ คุณชวนนำจดหมายฉบับดังกล่าว ออกตีพิมพ์ในลักษณะที่เป็นจดหมายเปิดผนึก แบบท่านอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ให้ผู้คนได้เห็นกัน จะได้รู้ว่า       
        มันมีอะไรนักหนา ถึงตอบกันไม่ได้เลย ทีเดียวเชียว!!

        ถึงจะไม่ใช่นักการเมือง แต่ผมเองเคยใช้ “มุก” การเขียนจดหมาย ที่มีลักษณะเป็นการเมือง กับข้อเขียนของตนเอง และต้องรู้สึกแปลกใจจริงๆ ที่มีผู้คนสนใจกันมาก เช่น

        1. “ด่วนมาก*** จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัว
อดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!?” 
(
http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9500000092042) ผมเขียนในทำนอง “เรื่องสั้น”สนุกสนาน โดยวางพล๊อตเรื่องว่า
        คนกวาดถนนในประเทศสาระขันขัน เก็บจดหมายฉบับของสถานทูตอังกฤษ ที่ทำตอบรัฐบาลเผด็จการประเทศหนึ่ง ซึ่งพยายามขอให้มีการส่งตัวอดีตผู้นำทางการเมือง ที่ถูกทหารยึดอำนาจ ประเทศกลับไปประเทศสาระขันขัน ในฐานะเป็น “ผู้ร้ายข้ามแดน” ซึ่งขณะนั้นอดีตผู้นำ กำลังพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล  
        จดหมายดังกล่าว มีผู้เข้ามาอ่านมากกว่าแปดพันคน คลิก/คน คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 8,526 คน/คลิก

        2. ***ด่วนที่สุด!...จดหมายจากเอกอัครราชทูตอังกฤษ ถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=99 ) ผมเขียนเมื่อ 21 ต.ค.2551 เพราะเห็นนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม ไปยื่นหนังสือให้เอกอัครราชทูตอังกฤษในขณะนั้น ผมเองเลยลองสมมติตัวเองเป็นเอกอัครราชทูตอังกฤษ ตอบจดหมายฉบับดังกล่าวไปด้วยอารมณ์ครื้นเครงของตัวเอง 
        ไม่น่าเชื่อว่า มีผู้เข้าไปอ่าน มากกว่าหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อย คลิก/คน คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 12,653 คน/คลิก!

        3. ด่วน...จดหมายสำคัญของ เอกอัครราชทูตกัมพูชา!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=182)
ผมเขียนบทความนี้ เมื่อ 29 ตุลาคม 2552 เหตุเพราะขณะนั้นรัฐบาลโลซก ของมิสเตอร์มุกควาย ทำหนังสือถึงทางการกัมพูชา ขอให้จับกุมตัวนายกฯทักษิณ ที่กำลังจะเดินทางเข้าไปตีก๊อล์ฟกับนายกฯฮุนเซ็น
        ผมจึงลองสมมติตนเองอีกครั้ง คราวนี้เป็น “เอกอัครราชทูตกัมพูชา” ทำหนังสือตอบรัฐบาลไทยในตอนนั้น ซึ่งออกอาการปัญญาไม่แข็งไป 
        จดหมายดังกล่าว มีผู้เข้ามาอ่านมากกว่าแปดพันคน/คลิก คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 8,430 คน/คลิก

        4. จดหมายฉบับเดียวเท่านั้น ที่ผมเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เขียนด้วยความขมขื่น เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2552 ชื่อ จดหมายฟ้องโลก!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=187) และส่งจดหมายดังกล่าว แจ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ และองค์กรสำคัญของโลกอย่างสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ สำนักข่าวต่างประเทศที่สำคัญ สื่อมวลชนสาขาต่างๆ มหาวิทยาลัยต่างประเทศ ที่มีความโดดเด่นในการศึกษาทางด้านกฎหมาย ฯลฯ 
        ทั้งนี้ ผมมีความประสงค์ ที่จะแพร่ข่าวสาร ให้เพื่อนร่วมโลกอารยะ ได้รับรู้ถึงความไม่ชอบธรรม ในการยึดอำนาจ ของ“ไอ้บังกบฏ” กับพรรคพวก อีกทั้งแจ้งให้โลกรับรู้ถึง กระบวนการที่ ‘ไม่’ ยุติธรรมของไทย 
        จดหมายฉบับนี้ แพร่หลายมากจริงๆ!
        ใครยังไม่ได้อ่าน ขอแนะนำให้อ่าน ไม่อยากให้พลาด เพราะมีผู้เข้ามาอ่าน
        มากกว่า หนึ่งหมื่นเจ็ดพัน คน/คลิก คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 17,264 คน/คลิก!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        ผมดูนักการเมืองลิ่วล้อของ “นายหัวชวน” อภิปรายในสภา ออกรายการโทรทัศน์หรือวิทยุ โจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือบางครั้งก็เป็นการให้สัมภาษณ์ แต่ไม่เท่าไรนัก ผู้คนมักจับได้ว่า 
        พูดไม่จริงบ้าง พูดไม่อยู่กับร่องกับรอยบ้าง!

        บางคนเป็นนักกฎหมาย แต่พรรคดันส่งออกไปตีฝีปากทางโทรทัศน์ เรื่องความถูกต้องของการลง บัญชีรายรับ-จ่ายของพรรค กับอดีต ส.ว. ที่เป็นนักบัญชีและผู้ตรวจบัญชีระดับหัวแถวของประเทศ (แถมยังมีภริยา เป็นนักบัญชี ระดับผู้บริหารของบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกอีกด้วย) 
        เลยโดนถลุงกลับ...ยับเยินยู่ยี่!  
        แต่...ผู้ชมหน้าจอโทรทัศน์ ไม่สงสารเลย เพราะแม้คนของพรรคโกชวน จะใช้กลเม็ดตอบเลี่ยงไปมา แต่ผู้ชมที่เขามีปัญญา สามารถตัดสินเองได้ แทบจะโดยทันทีว่า 
        คนที่พรรคโกชวน ส่งออกไปรับศึก การโต้ตอบทางโทรทัศน์ในวันนั้น 
        ไม่ได้พูดความจริง! 
        สุดท้ายก็ไปไม่รอด โดนเยาะเย้ยถากถางในสังคมออนไลน์ และในสภากาแฟบานตะเกียง 
        งอมพระรามไปเลย!

        บางคนที่ดูโทรทัศน์ในวันนั้น ช่างมีอารมณ์ขัน เขาบอกกับผมว่า 
        เห็นทีต้องเปลี่ยนชื่อบริษัท ที่บริจาคเงิน 1 ล้านนี้เป็นชื่อ “อีสท์ ‘ไบกอน’ วอร์เตอร์” เพราะผสมสารเคมีร้ายแรงเอาไว้
        ฆ่า “พรรคแมลงสาบ” โดยเฉพาะ!

        ยิ่งไปกว่านั้น ระยะนี้ข่าวการทุจริตของพรรคโกชวน ถูกเผยแพร่ออกมามากมายทางสื่อทุกประเภท เช่น กทม.ที่บริหารโดยทีมจากพรรค ทะลึ่งไปต่อสัญญารถไฟฟ้า ก่อนหมดสัญญานานถึง 17 ปี แล้วยังดันลอยหน้าลอยตา บอกว่า
        ทำถูกต้องแล้วคร้าบบบบบบบบบ!
        ดูมันทำ!!

        ที่เพิ่งโผล่ออกมาแหมบๆ คือ คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการซื้อเครื่องบินของการบินไทย แบบทิ้งทวนวันสุดท้าย ครม. ที่มีวาระการประชุมกันมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทย คือ 
        มีวาระการประชุมมากมายถึง 102 วาระ ใช้เวลายาวนานกว่าสิบห้าชั่วโมง จนคนในสำนักนายกฯ ถึงกับลือกันว่า 
        รัฐมนตรีบางคน นั่งประชุมนานจนกระทั่ง... 
        ริดสีดวงแตก!

        การประชุมฝ่ายบริหารของรัฐบาลโสโครกครานั้น ได้อนุมัติงบให้ไป 557,517 ล้านบาท หากคิดโดยเฉลี่ยคิดเป็นประมาณ 3 นาทีต่อ 1 เรื่อง 
        คิดย่อยออกมาเป็นการอนุมัติ วินาทีละ 10 ล้านบาท หรือนาทีละ 600 ล้านบาท และกำลังจะมีคนเสนอไปยังกินเนสบุ๊คแล้ว!

        ในจำนวนนี้ มีการอนุมัติโครงการให้บริษัทการบินของชาติ จัดหาเครื่องบินล่วงหน้า 11 ปี เริ่มตั้งแต่ ปี 2554-2565 จำนวน 75 ลำ มูลค่า 457,000 ล้านบาท ตามที่ “รัฐมนตวย” ยี่ห้อซาเล้งจากพรรคภูมิใจไถ เป็นผู้นำเสนอ
        เป็นการ “อนุมัติ” จัดซื้อเครื่องบินจำนวนมากที่สุด และราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นเทศนี้
        ฮู้ยยยยยยยย....เอร็ดอร่อยไปตามๆกัน!
        เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้บอร์ดการบินของชาติ ต้องปลดตัว กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทออกไปเสีย เพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เนื่องจากตัว DD เจ้าปัญหา พยายามจะให้มีการดำเนินการตาม...
        ตามมติ ค.ร.ม.ชุด “แดกด่วน” นั่นเอง!! 

        ผมว่าคนอย่าง “นายหัวชวน” ที่เป็นนักกฎหมาย อีกทั้งยังเคยทำมาหากิน ด้วยการเป็นทนายความมายาวนาน เพราะตอนทหารยึดอำนาจ ไม่มีสภา ก็ไปว่าความเลี้ยงชีพ แกคงจะตระหนักดีว่า
        พฤติกรรมของสมาชิกพรรคตัวเอง นั้น...เป็นอย่างไร!?

        วันนี้ ถ้าใครจะให้ผม เขียนข้อความไปถึงนายหัวชวน จะไม่ขอไม่เขียนเป็น “จดหมาย” แต่จะขอแค่ “ไปรษณียบัตร” ด้วยจะเขียนส่งเพียงข้อความสั้นๆ ส่งไปถึงแกตามนี้

        เรียน นายหัวชวน

        ช่วยถ่ายทอดคำแนะนำของผม ไปเป็นคำพูดของนายหัวเอง เพื่อใช้สั่งสอนลูกพรรค (กรุณาอย่าตัดถ้อยคำใดออก เป็นอันขาด!) ด้วยว่า

        “อย่า ‘หาแดก’ และอย่า ‘ตอแหล’ เพราะตอนนี้ ชาวบ้านเขารู้ทัน ‘พวกมึง’ แล้วโว้ยยยยยย!!”

        ขอบคุณ
        วาทตะวัน!!!

**********

ท้ายบท ก่อนส่งบทความนี้ ได้อ่านหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ ประจำวันพฤหัสบดี ที่ 31 พ.ค.2555 พาดหัวตัวไม้ ไปในมีทิศทางเดียวกันหมด คือ 
        “ไทยรัฐ” 3 ส.ส.ซ่า ลุยกระชากขุนค้อน
        “ข่าวสด” งามหน้าสภาไทย ปชป.ฮือ บุกกระชาก
ขุนค้อน
        “มติชน” ล้อมกรอบกระชากขุนค้อน สภาเดือด ‘รังสิมา’ บุกยกทิ้งเก้าอี้ ปธ.

        ไม่แปลกใจในพฤติกรรมของพรรคดักดาน สันดานพรรคนี้ ผู้คนเขารู้ดี 
        เป็นห่วงแต่ “รังสิมา นาสาแข็ง” เพราะเรี่ยวแรงแกน้อย ด้วยสูงวัยแล้ว 
        ลูกพรรคคนอื่นก็ช่างใจจืดใจดำ ปล่อยให้ “ยัยเฒ่า” ฉุดกระชากลากเก้าอี้ตัวโตอยู่คนเดียว ไม่ได้นุ่งแพมเพอร์ด้วย
        เดี๋ยวแกฉี่เล็ดฉี่ราดไป...จะ ‘ฉุน’ ไปทั้งสภาเท่านั้น!  

        นึ่ง แม้จะรู้สึกดีใจ ที่ผู้คนชอบอ่าน “จดหมายการเมือง” จำนวนมากมาย แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมกลับชอบบทความ ชื่อ “จดหมายถึงแม่วันสงกรานต์” (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=141) มากกว่า 
        ทำไมถึงชอบนั้น ต้องให้ท่านเข้าไปอ่าน เพื่อค้นหาสาเหตุกันเอง
        อนึ่ง สำหรับท่านผู้ที่โพสความเห็น มาในบทความฉบับก่อน
“เป็น “ฝ่ายค้าน” ไปนานๆ นะ...ไอ้พวกเอ็ง!!!” (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=367) มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 
เห็นด้วย ต้องไม่เลือกพรรคมันกลับเข้ามาอีก ด้วยการขยายเรื่องทุจริตของพวกมัน ไปสู่การรับรู้ของชาวบ้านให้มากที่สุด 
โดยคุณ ต้องทำอย่างเร่งด่วนด้วย  101.109.217.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2  
สาธุ...พรที่ขอ ขอให้เป็นจริงตามประสงค์ครับ แต่จะให้ดีต้องร้อยเท่าทวีคูณ (40x100) บ้านเมืองจะได้เจริญเสียที 
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันให้พร  125.24.17.XXX  

ความคิดเห็นที่ 3   
เจ็บจริงๆให้ดิ้นตาย คราวหน้าจัดให้เจ้าของเขาแพงซักดอกซิครับ
 
โดยคุณ รุ่นน้องพี่วาท  101.108.237.XXX  

ความคิดเห็นที่ 4
อย่าไปหวังว่าพรรคแมงสาปมีปัญญาไปค้าขายกับต่างชาติเลยครับ แค่หาซื้อข้าวราคาถูกๆที่ร้านอยู่ติดกับรังแมงสาปมันยังตาถั่วมองไม่เห็นเลย / น่าเป็นห่วงว่าหากพลพรรคแมงสาปตายไป ก่อนจะทำพิธีเผาซากพิธีกรคงไม่มีประวัติความดีอะไรมาอ่านเพราะทำกรรมชั่วมาตลอดชีวิต 
โดยคุณ คนร้อยเอ็ด  49.48.122.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5 
ไม่ทราบว่ารัฐบาลนายกปูอ่อนการประชาสัมพันธ์ผลงาน หรือไม่ต้องการโฆษณาตนเองไม่ทราบได้ อาจจะคิดว่ารัฐบาลทำดีแล้วต้องมีคนเห็นก็เป็นได้ สำหรับคนที่เกลียดก็คงเกลียดอยู่ต่อไปแม้จะมีการออกข่าวจนปากฉีกก็ตาม สังเกตุได้จาก social network ต่าง ๆ ที่มีทั้งเชียร์และด่าอย่างสาดเสียเทเสีย ข้อสังเกตุของท่านวาทฯ รัฐบาลน่าจะนำไปพิจารณา เพราะเป็นการร่วมด้วยช่วยกันคิด อ่านข่าวเมื่อวานที่ ป.ป.ช.จัดเสวนาเรื่องหลักการ แนวคิดและการจัดทำมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงว่าการทุจริตเชิงนโยบายกำลังทำให้สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน (มีนัยถึงรัฐบาลนี้หรือเปล่า ???) ผมนั่งคิดว่านี่อะไรกำลังจะเกิดขึ้นอีกหรือ จะมีการใช้วาทกรรมที่ค่อนข้างเป็นนามธรรม มีความคลุมเครือมาทำลายกันอีกแล้วหรือ ? หรือมีเจตนาดีจริง ๆ ??? ที่ให้สงสัยก็ตรงที่ยังคลางแคลงใจในกลุ่มคนที่ทำเรื่องนี้ว่า บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นทองแท้จริง ๆ หรือ ? เท่าที่ติดตามและรู้มา (ซึ่งอาจจะผิด) ยังไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเป็นทองแท้หรือเพชรแท้ของจริง คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เท่าที่รู้ที่เห็นและใช้สติปัญญาวิเคราะห์แล้ว ยังอบอุ่นกับผลงานของรัฐบาลชุดนี้ 
โดยคุณ รู้ทั้งรู้  124.120.3.XXX  

ความคิดเห็นที่ 6  
ไม่รู้เป็นอะไรอ่านแล้วมีความสุขเหลือเกิน ด่าพรรคระยำนี้มาก เดี๋ยวไอ้มือที่มองไม่เห็นมันจะส่งสไนสเปอร์มาปราบนะ ระวังตัวไว้บ้างนะครับ มันเป็นบ้ากันหมดทั้งพรรคแล้ว แม้เวปของพรรคยังเข้าไปเยี่ยมไม่ได้เลยท่านครับ อยากให้ท่านเขียนเรื่องของที่พวกเขาปล้นจากทำเนียบ คราวพันธมิตรยึดทำเนียบ อาทิปืน รถตู้ เซิพเวอร์ และอื่น ๆว่ามันเอาไปขายที่ไหน
โดยคุณ bangloa  101.108.204.XXX  

ความคิดเห็นที่ 7  
ยิ่งลากไส้มันออกมา ชาวประชาส่ายหน้ากันทั่วจริงๆ 

โดยคุณ ลากไส้มัน  125.25.212.XXX  

ความคิดเห็นที่ 8  
1. ถ้าคุณปูยังคงดำเนินวิถีชีวิตความเป็นนายกฯ ที่มุ่งทำงาน ไม่ต่อปากต่อคำกับพวกขี้ข้าอีแอบจอมกาลีที่หาประโยชน์อะไรไม่ได้ ประเทศชาติก็จะเดินหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ
2. อยากให้คุณปูระวังพวกขี้ข้าประจบนายเอาไว้จงหนัก เพราะรอบๆ ตัวคุณปูมีอยู่มิใช่น้อย ประเภทชอบทำอะไรโดยที่คิดว่านายจะชอบ แต่ไอ้ที่ทำไปก็ประเภท "อีเดียด" เต็มที ถ้าเลี่ยงๆ สิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ได้ หรือใช้พวกนี้ให้ไปกวาดขยะกวาดขี้ที่ไหนไกลๆ ก็จะเป็นคุณแก่ตัวเอง พวกโง่แต่อวดฉลาด
3. ได้ข่าวลือออออออออ มาว่าสัตว์ปากห้อยจะเลื้อยมาร่วมวงไพบูลย์ด้วย ให้ระวังเอาไว้ให้ดี สัตว์จำพวกนี้ไม่เห็นอะไรดีไปกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ถ้าคิดว่าจะคบกับสัตว์จำพวกนี้ ก็ต้องเตรียมใจเอาไว้เหมือนกับสิ่งที่เกิดในอดีตที่จะโดนพวกมันทำร้ายลอบกัดตามสันดานเดิมของตระกูลปากห้อย ตระกูลที่ฟังนามสกุลแล้วต้องรีบเดินหนี เพราะเหม็นขี้ปากที่พวกมันอมขี้ทุกวัน 
โดยคุณ ????  110.164.195.XXX 

ความคิดเห็นที่ 9  
ผมไม่อยากให้มันเป็นแม้แต่ฝ่ายค้านนะ มันเลอะเทอะขนาดทำตัวเป็นกุ๊ยในสภาไปแล้ว 
โดยคุณ Cogito ergo sum  101.109.251.XXX

        (คอลัมน์ประจำสัปดาห์  ไปรษณียบัตร จาก “วาทตะวัน” ถึงนายชวน ออนไลน์ วันที่ 2 มิถุนายน 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER