หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!!
หัวข้อ : “บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เล่าเรื่อง ตุลาการแห่ง...ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ!!! นอกจากจะได้รับความสนใจจากผู้อานแล้ว ยังมีการนำไปเผยแพร่ในเว็บไซด์อีกเยอะแยะ อีกทั้งผู้คนในสาขาอาชีพต่างๆ พูดถึงเรื่องนี้กันอย่างมากมาย 
        นอกจากนั้น ยังมีข้อเท็จจริงหลากหลาย ที่เปิดเผยออกมาอย่างคาดไม่ถึง เช่น 
        การที่ นายจรัล ภักดีธนากุล เจ้าของฉายา “จรัล พันบาท” ตุลาการศาลเจ้าปัญหา ที่แนบแน่นกับค่าย “เยลโล่ว์ชิท” ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ Hot Topic ทางสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ที่มีคุณจอม เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินรายการ ตอนสามทุ่มครึ่งของ วันที่ 8 มิถุนายน 2555 อีตาคนนี้แกดันไปยอมรับว่า...

        ...การยื่นคำร้องตามมาตรา 68 ต่อศาลรัฐธรรมนูญเรื่องของการวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำลังเป็นประเด็นที่เกิดเป็นปัญหา เนื่องจากรัฐธรรมนูญเขียนไม่กระจ่างชัด โดยให้ประชาชนมีสิทธิเสนอต่ออัยการสูงสุด และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งก็แปลได้สองทางเป็นกรณีของของประชาชนที่ทราบเรื่อง หรืออัยการสูงสุด (อสส.) ที่ต้องยื่นเรื่องเข้ามา อสส.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ 
      
  เพราะฉะนั้นเห็นด้วยว่า อสส. จะต้องมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการวิเคราะห์พิจารณาว่า จะยื่นหรือไม่ยื่น ไม่ใช่เอา
คำว่า “และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ” มาบังคับอสส. แต่คำว่าและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถทำได้...

        นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้แต่ตุลาการอย่างนายจรัล
พันบาท
เอง ยังสงสัยในความ “คลุมเครือ” ของไอ้รัฐธรรมนูญระยำฉบับนี้ 
        ผมไม่ได้เห็นสอดคล้องกับ นายจรัล พันบาท เพราะมีหลักฐานปรากฏในภายหลังว่า
        รัดทำมะนวยเจ้าปัญหาฉบับนี้ มันเป็น “รัฐธรรมนูญ ของ พล.อ.สนธิฯ” เพราะเกิดมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร โดยนายทหารคนนี้เป็นเจ้าของ หยิบยื่นให้กับคนในชาติ ซึ่งไม่ใช่รัฐธรรมนูญของปวงชนชาวไทย เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540 
        ผมจึงให้ฉายาไอ้รัฐธรรมนูญอุบาทว์ฉบับนี้ ตั้งแต่มันยังเป็น “ร่าง” ว่า 
        “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ!” 
        ทั้งยังได้โจมตี “รัดทำมะนวย หัวคูณ” ฉบับนี้ อย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่เคยเปลี่ยนแปลง 
        แฟนๆ “วาทตะวัน” คงทราบกันดี!!

        นอกจากความไม่มั่นใจในเรื่องข้อกฎหมาย ที่เขียนไว้ใน “รัดทำมะนวยหัวคูณ” อย่างที่นายจรัล พันบาท ออกมายอมรับโต้งๆว่า  
        รัฐธรรมนูญ...เขียนไม่กระจ่างชัด!”
        แต่...กลับปรากฏหลักฐาน ที่อัยการออกมานำเสนอ ว่า

        ๑.๑ จากการตรวจสอบเจตนารมณ์และที่มาของบทบัญญัติมาตรา ๖๘ จากรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๒๗/๒๕๕๐ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย.....ส่วนที่ ๑๓ สิทธิพิทักษ์-รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ (คือ มาตรา ๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) ในหน้าที่ ๗ - ๑๘ สรุปได้ว่า อัยการสูงสุดจะต้องตรวจสอบเรื่องราวว่ามีมูลหรือไม่ ในกรณีมีมูลอัยการสูงสุดจะเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ...

        ที่ตลกมาก  คือ ตุลาการที่ออกความเห็น ในที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ ให้รับคำร้องจากกลุ่ม ส.ว. และ พรรคประชาธิปัตย์ไว้พิจารณานั้น
        ปรากฏว่า
        มีอยู่ถึง 3 นาย ที่เคยเป็น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2550 
        ซึ่งมีรายชื่อ ดังต่อไปนี้ 
        1) นาย จรัล ภักดีธนากุล เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง 
        2) นายนุรักษ์ มาประณีต ในฐานะกรรมาธิการ
        3) นายสุพจน์ ไข่มุกต์ ในฐานะกรรมาธิการ
        มาวันนี้คนเหล่านี้ เปลี่ยนฐานะมาสวมหมวกตุลการศาลรัดทำมะนวย กลับลงความเห็น ให้ศาลรัดทำมะนวย รับคำร้องได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุด
        ผมดูข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว บอกได้แต่เพียงว่า กลัวคนเข้าจะกล่าวหาว่า เมืองไทยของเรากลายเป็น “เมืองตอแหล” ไปแล้ว

content/picdata/370/data/photo_16.jpg

        อยากจะขอร้องให้ “หยุดตอแหล ประเทศไทย” ของเราเสียที จะดีไหม!!!

        น่าประหลาดนัก ที่ประธานศาลรัดทำมะนวย อย่างนาย วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ กลับออกมาอ้างอิงความชัดเจน โดยไล่ให้คนที่สงสัยในการรับคำร้องของศาล ให้กลับไปดู รัฐธรรมนูญฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ คงมีความมุ่งหมายเพื่อจะลบความ “คลุมเครือ” อย่างที่นาย จรัล พันบาท ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ โดยตัวนาย วสันต์ฯ กลับไม่เฉลียวใจว่า
        เอกสารเผยแพร่ทางเว็บไซด์ ของศาลรัดทำมะนวยเอง ได้แสดงหลักฐานชัดเจน โดยปราศจากข้อสงสัยว่า การรับคำร้องเป็นอำนาจของ “อัยการสูงสุด” อย่างที่ผมพูดถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นั้น

        หลักฐานเอกสาร ที่เผยแพร่ทางเว็บไซด์ของศาลรัดทำมะนวยเอง เปรียบไปแล้ว ไม่ต่างไปจาก “ของกลางในคดีอาญา” ที่อยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดนั่นเอง แต่ผู้ร้ายปากแข็งอย่างนายวสันต์ฯ กับพวกอีก 6 นาย ไม่ยอมรับว่าได้ครอบครองของกลาง ที่สามารถยืนยันการกระทำความผิดของตนได้
        ที่สำคัญคือ... 
        ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย ในคดีลักษณะเดียวกันมาแล้วอีกด้วย ว่า การรับคำร้องเป็นอำนาจของ “อัยการสูงสุด” เท่านั้นอีกด้วย 
        การออกตัวแรงของ นายวสันต์ฯ ในเรื่องนี้ พูดภาษาแสลงปัจจุบัน ก็คือ เป็นการ “อวย” ฝ่ายผู้ร้องนั่นเอง 
        ผู้ร้องก็ไม่ใช่ใคร หากเป็นแก๊ง ส.ว.สาย ค.ม.ช. ที่เกรงว่า
หากปล่อยให้มีการแก้ไขรัดทำมะนวยหัวคูณฉบับนี้ บรรดาส.ส.ร. ที่ถูกเลือกตั้งเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นของประชาชน จะพร้อมใจกัน
        ไม่ให้มี ส.ว. สายลากตั้ง อีกต่อไป! 
        คนพวกนี้จะเสียประโยชน์ เพราะอดแดกเงินหลวง ที่ได้รับมาหลายปีดีดัก ตั้งแต่ “ไอ้บัง กบฏ” ทำรัฐประหาร และตั้ง “สภานรก” ขึ้นมากำหนดรูปแบบการปกครองในสยามประเทศ ด้วยการสร้าง “รัดทำมะนวยฉบับหัวคูณ” ที่มีความจังไรสูงสุด เพราะมาจากการยึดอำนาจ 
        แค่นั้นเองจริงๆ!

        ส่วนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นคำร้องเข้ามาด้วยนั้นเข้าใจได้ง่าย เหตุเพราะพรรคนี้ ไม่ชนะการเลือกตั้งมายาวนานถึง 20 ปีแล้ว หากจะเป็นรัฐบาลได้ พรรคโลซกนี้จะต้องอาศัย“วิธีพิเศษ” อย่างครั้งที่แล้ว โดยมีฝ่ายทหารเป็นตัวช่วยหลัก และมีศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ มาช่วยเสริมให้ จนสามารถเข้าไปเป็นรัฐบาลได้ ซึ่งเป็นการค้านสายตาพี่น้องประชาชน 
        ความระส่ำระสายจึงเกิดขึ้นทั่วไป ในประเทศไทยของเรา เพราะพี่น้องประชาชนไม่พอใจ และลุกขึ้นมาต่อต้าน เพราะผู้คนส่วนใหญ่ในบ้านเมือง ไม่ได้เลือกไอ้พรรคเวรนี้ ให้เข้ามาปกครองประเทศ จนเกิดกรณี
        เข่นฆ่าประชาชน จนล้มตายนับร้อย!
        แต่...
        พรรคโลซกเมื่อได้บริหารบ้านเมือง ได้ลงมือ “รุมแดก” กันอย่างตะกรุมตะกราม จนประชาชนเกลียดชัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ
ที่ทำให้พรรคประชาธิเปรต พ่ายแพ้อย่างย่อยยับในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมา หมดหนทางที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาลได้อีก 
        ดังนั้น พวกเขาจึงจำต้องกระเสือกกระสน หาวิธีพิเศษอย่างที่เคยปฏิบัติได้ผลมาแล้วในครั้งก่อน นั่นเอง โดยลืมไปว่า 
        ฝ่ายทหารเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ กับการให้ความร่วมมือพรรคกาลี แล้วในที่สุด ทหารเองต้องเป็นฝ่ายสูญเสียความเคารพนับถือจากผู้คนในบ้านเมืองไป อย่างเรียกกลับคืนได้ยาก!!

        ารออกตัวแรงของศาลฯ โดยมี นายวสันต์ฯ ประธานศาล
ที่แอ่นแอ๊นนำ 6 ตุลาการ ออกมาตีสีหน้าเหี้ยมเกรียม แสดงท่าทีคล้ายจะข่มขู่รัฐสภา กลับถูกกระแสตอบโต้รุนแรง จากบรรดานักกฎหมายอาชีพ และคณาจารย์กฎหมายในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นั้น

        ประธานศาลฯ คนนี้ ยังโดนนักอักษรศาสตร์ระดับครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียง แห่แหนกันออกมา วิพากษ์วิจารณ์ ความเห็นกาลี ของนาย วสันต์ฯ ในเรื่องการเชิดชูให้นำคำแปลรัดทำมะนวย ฉบับภาษาอังกฤษ มาตัดสินข้อขัดแย้งรัดทำมะนวยหัวคูณ ฉบับภาษาไทยแท้ๆ โดยอาจารย์ทั้งหมด มีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า
        เมื่ออ่านคำแปลภาษาอังกฤษแล้ว ไม่เห็นความแตกต่างอะไร ไปจากรัดทำมะนวยฉบับภาษาไทยเลย!

        การที่นายวสันต์ฯ ซึ่งมีอาชีพผู้พิพากษามายาวนาน ไล่ให้คนที่วิพากษ์วิจารณ์ตน ไปดูรัดทำมะนวยฉบับภาษาอังกฤษ แทนที่จะยึดหลัก ป.แพ่งมาตรา 14 นั้น ที่บัญญัติให้ต้องยึดภาษาไทยเป็นหลัก นั้น 
        นับเป็นการ แสดงสติปัญญาที่เหลวไหล เลื่อนเปื้อนอัปลักษณ์อย่างยิ่ง ของนายวสันต์ฯ เองโดยแท้ ทั้งส่วนตัวผมยังถือว่าเป็นการ “ดูถูก” ภาษาแม่ และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ อีกด้วย 
        จึงไม่น่าประหลาดใจเลย ที่ความเห็นเลอะๆ เทอะๆ ของนายวสันต์ฯ จึงโดนผู้คนวิพากษ์วิจารณ์เอาแรงๆว่า
        อัปรีย์จริงๆ!

        ต่อจากนี้ไป นอกจาก นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ จะไม่ได้รับความนับถือจากผู้คนส่วนใหญ่แล้ว เสียงตะโกนขับไล่ตัวเขา ให้พ้นไปเสียจากการดำรงตำแหน่ง ในศาลรัดทำมะนวย จะยังดังกระหึ่มไปอีกยาวนาน และสำหรับผม ยังมีความเห็นเพิ่มเติมอีกด้วยว่า
        อีตาวสันต์ฯ คนนี้ ได้สร้างความขัดแย้ง จนทำให้เกิด “วิกฤตตุลาการ” ครั้งใหม่ ขึ้นในสยามประเทศ เลวร้ายยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้นยุค นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อสองทศวรรษที่แล้วเสียด้วยซ้ำไป เพราะ “วิกฤตตุลาการ” ในครั้งนั้น เป็นเรื่องวงในของผู้พิพากษา ที่ห้ำหั่นและประลองกำลังกันเองเท่านั้น ไม่ได้ลุกลามบานปลาย จนกระทั่งกลายเป็นการจุดชนวนแห่งความแตกแยกในบ้านเมือง อย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีความเชื่อโดยสุจริตว่า ประธานรัฐสภา คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้พยายามแก้ไขวิกฤตบ้านเมืองครั้งนี้ ด้วยความสุขุมรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่ง ส่วนนายวสันต์ฯ ประธานศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ ผู้ก่อปัญหาใหญ่ครั้งนี้ขึ้นมา สมควรจะต้องร่วมมือด้วยเช่นกัน 
        ทั้งนี้ เพื่อหาทางออก ให้กับบ้านเมือง นั่นเอง!   

        สมมติตัวคนเขียน บังเอิญต้องนั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภาฯในตอนนี้ คงจะไม่หักหาญศาลฯเช่นเดียวกับ นายสมศักดิ์ฯ ประธานรัฐสภา ด้วยเห็นแก่ความสงบสุขในบ้านเมืองของเราเป็นสำคัญ แต่ผมจะทำหนังสือแจ้งไปยังประธานศาลฯด้วย ว่า

        ...กรณีดังกล่าว ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุด ตามช่องทางที่ระบุไว้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอัยการสูงสุดได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วเสร็จ ให้ยกคำร้อง และทางสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์ แจ้งให้ประชาชนทราบทั่วกันแล้ว 
        จึงเรียนมายังท่านเพื่อทราบ พร้อมสำเนาเอกสารคำแถลงของอัยการสูงสุด ที่แนบมาด้วยแล้ว.... 
        สั้นๆง่ายๆ...เท่านี้แหละครับ!

        ที่ผมจะทำแค่นั้น เพียงเพื่อยื่น “บันไดลิง” ที่รัฐสภามีใช้ในกรณีเหตุฉุกเฉิน ให้ตุลาการไต่ลงได้สะดวกโยธินบูรณะ ด้วยการ 
        สั่งยกคำร้อง เช่นเดียวกับ...อัยการสูงสุด! 
        เท่านั้นก็เพียงพอ สำหรับการลดอุณหภูมิการเมือง ที่ร้อนแรงในตอนนี้ลง ให้พ้นขีดอันตรายไปได้ และปัญหาของบ้านเมืองก็จะถูกระงับไปอีกครั้งหนึ่ง

        แต่...ถ้าบรรดาตุลาการศาลเจ้าปัญหา ยังไม่ลดละทิฐิ และดึงดัน จะยังเดินหน้าต่อไป อย่างไม่เลิกรา ซึ่งอาจส่งผลให้บ้านเมืองของเรา ลุกเป็นไฟ ขึ้นมาได้! 

        อยากจะลองดู...ก็ได้นี่!!!? 

***************

ท้ายบท ด้วยอนึ่ง สำหรับท่านผู้ที่โพสความเห็น มาในบทความฉบับก่อน ตุลาการแห่ง...ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ!
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=369)
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ตลก............ดูมันทำได้ 
โดยคุณ มะด๋อง  101.108.22.XXX  

ความคิดเห็นที่ 2
ขอนำพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันจันทร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ความว่า "คนที่อายุมาก แต่ว่าไม่ใช้ ความได้เปรียบของความที่อายุมากน่ะ ก็เป็นเด็ก เป็นคนที่เยาว์ในความคิด และอันตรายมาก เพราะมีคนที่เขาบอกว่าเขาแก่แล้ว แล้วน้อยใจว่าแก่ เมื่อน้อยใจว่าแก่ คนอย่างนี้เป็นคนที่ ไม่เป็นผู้ใหญ่ แล้วคนที่ไม่เป็นผู้ใหญ่นี่ ทำให้บ้านเมืองล่มจมได้ มัวแต่ไปน้อยใจว่าอายุมาก แก่ แล้วก็ไม่ใช้ความอายุมาก เป็นประโยชน์นี่ น่าอนาถ "อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทั้งหลาย รับใส่เกล้าด้วยครับ หมดใจกับการเมืองไทยจริงๆ....
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันภักดี  125.24.14.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3  
เห็นฉายาศาลของท่านวาทฯแล้วปล่อยก๊ากออกมาแบบยั้งไม่อยู่ พาลนึกถึงคำแปลของ Dick จากที่เคยทายกับเพื่อน ๆ สมัยที่ยังทะลึ่งตึงตังอยู่ว่า อะไรเอ่ย ห หีบ บ หาย ค ควาย า หล่น ฉายานี้เหมาะสมแล้ว ??? หรือจะเป็นประเภท "เสือกระบาก" ก็น่าจะใช่ สมเพชมาตั้งแต่เปิดพจนานุกรมตัดสินนายกสมัครฯแล้ว ยังตามด้วยเติมคำว่า "อาจจะ" เข้าไปในรัฐธรรมนูญเองกรณี MOU กับกัมพูชา นี่ยังมาเพิ่มความเสื่อมเกี่ยวกับ ม.๖๘ อีก หมดกันเสาหลักสำคัญของไทย นี่ก็ยังลุ้นระทึกต่อไปว่าสภาจะเอาอย่างไร หมดกังวลไปเปลาะหนึ่งที่ อสส. ออกมาในแนวเป็นเสาหลักได้ ไม่เหมือนคราวที่บอกว่านายก ณ เขายายเที่ยงไม่ได้ตั้งใจบุกรุกที่บนเขา ถ้าออกมาอย่างนั้นก็ต้องเอวังกันละประเทศสารขันขัน ยิ่งฟังพลพรรคฝ่ายค้านและ สว.ลากตั้งอภิปรายเมื่อ ๘ มิย.แล้วก็เห็นว่า ประเทศนี้เสื่อมสุด ๆ แล้ว ประชาชนคนเดินดินก็ได้เห็นแล้วว่าพวกห่ากินพวกนี้ปู้ยี่ปู้ยำประเทศกันอย่างไร หน้าด้าน หน้าไม่อายจริง ๆ
โดยคุณ ลุ้นระทึก  58.11.142.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
พอพวกมันจะแพ้ก็หาตัวช่วย พวกศาลทำมะนวยหัวคูณ ก็รีบออกมาเป่านกหวีดทันทีทั้ง ๆ ที่พวกเรากำลังจะเต๊ะเข้าลูกที่ 3อยู่แล้ว อายแทนพวกแกจริง ๆหว๊ะไอ้พวกหน้าด้านทั้งหลาย แพ้แล้วไม่ยอมแพ้
โดยคุณ เกลียดปชป.ทั้งบ้าน
ratt2966@hotmail.co.th  113.53.68.XXX

ความคิดเห็นที่ 5  
อาจารย์วาทตะวันครับ ฐานะที่ตุลาการบางคนเคยสอนผม ผมรู้สึกผิดหวังกับคำสอนดีๆที่อาจารย์เคยสอน อายแทนอาจารย์เหลือเกินโดยเฉพาะอาจารย์จรัลเมื่อคืนออกรายการ hot topic ทาง voice tv ของคุณจอม ท่านแถไปเรื่อยเปื่อย ผมเข้าใจว่าอาจารย์รู้ว่าสิ่งที่พูดไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามที่อาจารย์เคยให้ความรู้ลูกศิษย์และตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแน่นอน แต่อาจารย์ก็แถไปเรื่อย อาจารย์พูดเหมือนไม่ได้อ่าน มาตรา 68 ของรัฐธรรมนวยฉบับหัวคูณปี 50 หรืออ่านแต่ไม่เข้าใจ ก็เลยอยากฝากอาจารย์จรัล และประธานศาล รธน.และคณะว่าเมื่อรู้ว่าเราทำผิดแล้ว ก็ถอยสักก้าวแล้วแก้ไขให้ถูกดีกว่าเอาสีข้างถูไปเรื่อย ๆ เหมือนปัจจุบันนี้ไม่มีอะไรดีเลย ลูกศิษย์ไม่กล้าเข้ายกมือไหว้ทักทายอาจารย์ที่เคยสอนและให้ความรู้ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าละอายมากและไม่อยากเห็นเลยในชีวิตนี้ ถ้าหากว่าผมเป็นตุลาการคณะดังกล่าว ผมจะเลือกทางเดินเพื่อเยียวยาความผิดพลาดที่คณะตนเองก่อขึ้นโดย
1.แถลงแก้ใขคำวินิจฉัยเดิมว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล รธน.แต่ให้กลับไปยื่นผ่านอัยการสูงสุดก่อน
2. กล่าวขอโทษสมาชิกรัฐสภาซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติที่ใช้อำนาจก้าวล่วงอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมอบหมายและเลือกมาเป็นตัวแทน และ
3.เพื่อลบความอาย และเดินไปที่ต้นมะขามท้องสนามหลวง
โดยคุณ
suaksai@thaimail.com  101.108.222.XXX

ความคิดเห็นที่ 6
ศาล Dick ศาล Dick ศาล Dick ohhhh...my God!!!
โดยคุณ 555  101.109.211.XXX

ความคิดเห็นที่ 7   
ชอบบทความของท่านอ่านทุกตอน ได้ความจริง ได้ความรู้ เพิ่มปัญญา ด้วยความนับถือครับ
โดยคุณ
somboonsub89@gmail.com  124.120.165.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8
ชอบจัง "ศาล dick" มีแต่พวกหัว dick อยู่เต็มองค์กร มิน่าคิดเรื่อง dickๆ คิดอย่างอื่นไม่เป็น ยอมเป็น dick ให้นายมันใช้ dick บนหัวมันทุกวัน dick เช้า dick บ่าย dick กันจนไม่ทำมาหากินอย่างอื่น ไล่ล่าแม่มดจน dick เหี่ยวกันทั้งนายทั้งบ่าว ไม่เมื่อย dick ในหัวบ้างเลยหรือ พวกหัว dick ???? 
โดยคุณ ????  110.164.195.XXX 

ความคิดเห็นที่ 9   
เถื่อน ถ่อย ทำอะไรก็ไม่เคย
โดยคุณ เจ้าสัวน้อย 88  58.9.117.XXX 

ความคิดเห็นที่ 10  
ดิกชันนารีออนไลน์ โปรแกรมแปลภาษา แปลคำศัพท์ English <-> Thai ค้นหาคำศัพท์ : ค้นหาคำศัพท์ช่าง / ศัพท์ทางวิศวกรรม ของคำว่า "dick" เพิ่มเติม (Cool) dick [N] นักสืบ (คำสแลง) dick [N] อวัยวะเพศชาย (คำหยาบ) Syn. penis; phallus; cock dick [SL] อวัยวะเพศชาย (คำนี้ได้ยินบ่อย) (คำหยาบ)
โดยคุณ
icom@hotmail.com  124.120.253.XXX 

        (คอลัมน์ประจำสัปดาห์ “บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 16 มิถุนายน 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ดาวตลก...วีรบุรุษ!!!
ไอ้รัฐธรรมนูญ...โคตรเหี้ย!! (ฉบับ 50 นั่นแหละ!!!)
“ไทยแลนด์สปริง” กับ “หน้ากากขาว”…จุดไม่ติดว่ะ!?
ต้องจับจ้อง มองแก๊งกาลี ของเถนอัปรีย์ “สันติกระโปก”!!!
ต้องถอนประกัน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กบฏ-ผู้ก่อการร้าย!!!
ดาวตลก...วีรบุรุษ!!!
ไอ้รัฐธรรมนูญ...โคตรเหี้ย!! (ฉบับ 50 นั่นแหละ!!!)
“ไทยแลนด์สปริง” กับ “หน้ากากขาว”…จุดไม่ติดว่ะ!?
ต้องจับจ้อง มองแก๊งกาลี ของเถนอัปรีย์ “สันติกระโปก”!!!
ต้องถอนประกัน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กบฏ-ผู้ก่อการร้าย!!!
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
...องค์กรอย่างไอ้ทีดีอาร์ไอ ไอ้พรรคดักดาน รวมทั้งพวกโฆษก-โฆษกี ของวิทยุคลื่น 101 (วันโอเวร ราดิโอ)... ..
...สามีใหม่ของคุณนิชาก็คงยังไม่ตาย ส่วนทหารจะไม่ถูกชาวบ้านจำนวนมากมาย เกลียดชังเข้าไส้เข้าพุง... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER