หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > เจ้าแม่ “เห็นหมี” กับ องค์หญิง “หำดี” ของ “เทือกเทพ”
หัวข้อ : เจ้าแม่ “เห็นหมี” กับ องค์หญิง “หำดี” ของ “เทือกเทพ” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

เจ้าแม่ “เห็นหมี” กับ องค์หญิง “หำดี” ของ “เทือกเทพ”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช     

        ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ต่อเนื่องมาถึงมิถุนายนของปีนี้ ที่กำลังจะหมดลงในสัปดาห์หน้า อันเป็นสัญญาณสิ้นสุดของระยะเวลาครึ่งปี แต่เมืองไทยของเรา ดูเหมือนกำลังจะหวนกลับไปสู่ความไม่สงบอีกครั้ง 
        เหตุการณ์เริ่มมาจากการชุมนุมของกลุ่มเก่า คือ กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง“พันธมาร” กับกลุ่มแนวร่วม ที่นำโดย “เถนจำลอง” และ “เถนรักษ์” แห่งอาศรม “สันติกะโหลก” ได้ตีกลองเรียกระดมกำลังชุมนุมใหญ่ เพื่อจะขัดขวางและแสดงทีท่าแตกหักต่อการแก้ไข “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” และ “พ.ร.บ.ปรองดอง” แต่ฝ่ายเสื้อแดงสวนกลับ ด้วยการเรียกชุมนุมเพื่อสนับสนุนรัฐบาลนายกฯปู 
        การเผชิญหน้าของผู้สนับสนุนทั้งสองขั้ว ส่งผลให้ชาวบ้านร้านตลาด รู้สึกตึงเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

content/picdata/371/data/photo_17.jpg

        ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะสถานที่ชุมนุมทั้งสองฝ่าย อยู่ใกล้กัน คือ ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า ไปจนถึงหน้ารัฐสภาและบริเวณโดยรอบและผู้คนอาจเกรง ว่า
        ทั้งสองฝ่ายจะยกกำลัง เข้าปะทะกัน! 

        เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปในทางร้าย อย่างที่ผู้คนคาดกัน เพราะนาย สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ตัดสินถอดชนวนแห่งความขัดแย้งชั่วคราวก่อน โดยโอนอ่อนผ่อนตามคำสั่งศาลรัดทำมะนวย ทำให้ความร้อนแรงทางการเมือง ลดดีกรีลงได้ระดับหนึ่ง ผู้คนต่างถอนใจเฮือกใหญ่ 
        ฝ่ายเสื้อแดง ยกทัพกลับบ้าน! 
        ส่วนฝ่ายพันธมารที่ฝ่อไปนาน ได้น้ำได้ท่ากระดี๊กระด๊าขึ้นมาระยะนี้ เพราะมีคนมาชุมนุมได้ถึงหลักพันแล้ว แต่เป็นเพราะสายป่านจะสั้นไปหรืออย่างไร ผมไม่อาจจะทราบได้ แต่พวกเขาพากันถอนกำลังไปเสียก่อน ไม่ยอมอยู่ค้างอ้างแรม เพื่อเพิ่มสถิติ “วันแห่งการชุมนุมเรื้อรัง” เหมือนอย่างเก่าก่อน ที่พวกนี้เคยฮึกเหิมเต็มที่
        อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้เปรียบทางยุทธวิธี “เถนจำลอง” ซึ่งถึงจะมีประวัติจบโรงเรียนทหาร แต่เขากลับเป็นผู้เชี่ยวชาญใน “การรบบนท้องถนน” ที่รัฐบาลไหนๆ จะประมาทไม่ได้เลยทีเดียว
        ความชำนิชำนาญในการชุมนุมต่อสู้บนถนน เกิดหลังจากที่ “เถนจำลอง” ไม่สามารถกลับไปเป็นผู้ว่า กทม.ได้อีก เพราะแพ้การเลือกตั้งต่อนายพิจิตร รัตตกุล เมื่อ ปี พ.ศ.2539 แบบหมดทางสู้ และต่อมาในปี พ.ศ.2547 ตาเถนแกได้ส่ง นายมานะ มหาสุวีรชัย ที่ถูกกล่าวขานว่า เป็นนอมินีของตาเถนเอง เข้าต่อสู้กับ นายสมัคร สุนทรเวช ในการชิงขัยตำแหน่งเจ้าเมืองกรุงเทพอีกครั้ง แต่...
        ปราชัยแบบรูดมหาราช หาราคาไม่เจอเลยทีเดียว!
        หลังจากการพ่ายแพ้ ในการเลือกตั้งตำแหน่งผู้ว่า กทม.ทั้งของตัวเองและนอมินี ทัศนะคติทางการเมืองของตาเถนห้าขันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะความก้าวร้าวทางการเมือง ดูจะมีมากขึ้น เพราะอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ แกจะต่อสู้อุตลุดแบบหัวชนฝา โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งได้กลายเป็นงานหลักที่สำคัญ สำหรับชีวิตของ “เถนจำลอง” ไปเสียแล้ว 
        หลังจากประธานรัฐสภา ออกมาดับความร้อนทางการเมืองแล้ว “เถนจำลอง” ได้ออกออร์เดอร์ ให้ลูกกะเป๋งข้างขวาของตัวเอง คือ “เถนรักษ์” ไม่ให้รื้อถอนเวที ทั้งแกยังให้คงกำลังบางส่วนของ “กองทัพซอมบี้” ที่เวทีลานพระบรมรูปทรงม้าเอาไว้ก่อนด้วย

        การดำเนินกลยุทธของ “เถนจำลอง” อย่างนี้ เป็นการ “สถาปนาที่มั่นส่วนหน้า” เอาไว้ เพราะเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน หรือมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมา กองกำลังซอมบี้ที่วางทิ้งไว้ตามแผน จะมีขีดความสามารถ ในการเคลื่อนย้ายกำลังไปสู่ “ภูมิประเทศสำคัญ” ซึ่งมีสถานที่ทางราชการ 2 แห่ง คือ 
        1. ทำเนียบนายกรัฐมนตรี
        2. รัฐสภา

        หากมีความจำเป็น ถึงขั้นที่ต้อง “ยึด” สถานที่ราชการสำคัญทั้งสองแห่งกันแล้ว กองกำลังซอมบี้ของฝ่าย “เถนจำลอง” จะกระทำได้โดยง่ายดาย 
        จากนั้น พวกเขาจะก็รอการ “ขึ้นสมทบ” ของกองกำลังฝ่ายพันธมาร ที่จะยกติดตามมา ส่วนจะมีจำนวนเท่าใดนั้น ไม่มีใครทราบ เพราะเอาแน่กับกลุ่มนี้ไม่ได้
        เมื่อกองกำลังกองทัพซอมบี้ ของ “เถนรักษ์” แห่งอาศรม “สันติกะโหลก” สามารถเข้ายึดสถานที่สำคัญทั้งสองแห่งเอาไว้ได้แล้ว นั่นหมายความว่า
        พวกเขาสามารถ “ช่วงชิงความได้เปรียบ” ในการก่อศึกกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ อีกทั้งกองกำลังฝ่าย “กองทัพซอมบี้” ผนวกกับกองกำลังพันธมาร จะสามารถทำการดัดแปลงที่มั่น ทั้งทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ให้กลายเป็นเสมือนป้อมปราการอันแข็งแกร่ง ในการตั้งรับการโจมตีของเจ้าหน้ารัฐบาล อย่างที่พวกเขาเคยทำมาแล้ว เมื่อครั้งยึดทำเนียบรัฐบาล ยุค นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี
        แผนการขี้ครอกอย่างนี้ คนธรรมดาๆก็สามารถมองออกได้โดยง่าย แต่เป็นการ “ตอกย้ำ” ความตั้งใจของ “เถรจำลอง” กับพวก ในการจุดไฟแห่งความวุ่นวาย ให้เกิดขึ้นในประเทศที่รักของพวกเราอีกครั้ง และเป็นการซ้ำรอยเดิม หลังจากที่พวกเขาได้ทำความยับเยินให้กับบ้านเมือง เมื่อ ปี พ.ศ.2552 และยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยอย่างเรา ไม่เคยลืมเลือน!

        ระเทศไทยของเรานั้น ได้บทเรียนราคาแสนแพงมาแล้ว จากการยึดทำเนียบรัฐบาล ซึ่งได้ทำความฉิบหายให้กับอาคารสถานที่ ทรัพย์สิน และเอกสารสำคัญของทางราชการอย่างหนักหนาสาหัส 
        ที่ร้ายกาจที่สุด คือ การโจรกรรมเอา “ฮาร์ดดิสก์” บรรจุข้อมูลสำคัญของ “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” ไป แต่การดำเนินคดีในเรื่องนี้ ยังไปไม่ถึงไหน 
        ดังนั้น ไทยแลนด์ของเรา จึงกลายเป็นประเทศที่ไม่มีความลับหลงอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว เพราะข้อมูลสำคัญ และความลับสุดยอดของชาติ ได้ถูกฝ่ายพันธมาร 
        ปล้นเอาไป...เรียบร้อยแล้ว!
        ป่านนี้ชาติสำคัญต่างๆ อาจมีความลับเหล่านี้อยู่ในความครอบครอง ซึ่งอาจทำให้ไทยต้องเสียเปรียบทางการทูตต่อไปในอนาคตข้างหน้า
        การโจรกรรมฮาร์ดดิสก์ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมได้เขียนไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 2553 ในบทความชื่อ ต้องเอา ‘คลังความลับ’ ของชาติไทยคืนมา!!!
 (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=241)

        ตอนหนึ่งผมเขียนเอาไว้ ว่า

        ...ขอให้เพื่อนทหาร จงฟังให้ดีๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้... 
        เมื่อไอ้พวกพันธมาร และสมาชิกพรรคการเมืองพวกของมัน ได้การกระทำหยาบหยามกับชาติของเรา ด้วยการยึดทำเนียบแล้ว ยังบังอาจลักเอาฮาร์ดดิสก์ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเนียบรัฐบาล มูลค่า 40 ล้านบาท ไปด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข่าวสารว่า 
        ใครในขบวนการพันธมาร เป็นผู้งัดเอาไป แล้วเอาไปทำอะไร ขายหรือจำหน่ายให้ใคร 
        จะเป็นไปอย่างที่มีข่าวลือกัน ใช่หรือไม่!?
        นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่กลับไม่มีการดำเนินการให้เห็น เป็นที่ประจักษ์ ต่อสายตาพี่น้องประชาชนเลยแม้แต่น้อย
        สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งแม้แต่ตัวเองก็ไม่มีความมั่นคงเลย ยังดันทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ราวกับว่า 
        ของหายก็หายไป ไม่ใช่เรื่อง ใช่ราวอะไรของกู!
        ผมเห็นว่า ไม่ว่าบ้านไหนเมืองไหน เขาก็จะไม่มีวันยอมให้ใครที่ไหน มาทำร้ายประเทศของเขาอย่างนี้ แล้วหลุดรอดไปไปได้!! 
        ดังนั้น บ้านเมืองของเราเอง ก็จะปล่อยให้ “ไอ้พวกระยำ” มาทำความฉิบหายอย่างนี้ แล้วลอยนวลไป ไม่ได้เด็ดขาด!!!...

        ครับ...หวังว่าเมื่อท่านได้อ่านบทความ ต้องเอา ‘คลังความลับ’ ของชาติไทยคืนมา!!! แล้ว คงเตือนความจำ ถึงความอัปรีย์จังไร ที่ไอ้กลุ่มอัปรีย์พวกนี้ ได้ทำร้ายชาติบ้านเมืองของเรา 
        จนกลายเป็นรอยด่าของประเทศนี้ ไปอีกนานแสนนาน!

        ะหว่างที่บ้านเมืองของเรา หนังสือพิมพ์ของประเทศเพื่อนบ้าน คือ The Economist วันที่ 18 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาหยกๆ ได้พาดหัวเขย่าขวัญชาวต่างประเทศ ว่า 
        Thailand on the brink again 
        สื่ออย่าง The Economist ได้ระบุว่า ประเทศไทยของเรา กลับไปอยู่ริมฝั่ง (แห่งความขัดแย้ง) อีกครั้ง โดยมีพันธมารเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้เมืองไทยต้องถอยหลังเข้าคลองไปอีก
        ถึงกระนั้น เหตุการณ์ที่อึมครึมอย่างนี้ กลับไม่ได้ทำให้คนต่างด้าวท้าวต่างแดน ที่ทำมาค้าขายกับบ้านเราหวั่นไหวแต่ประการใด แม้แต่ตลาดหุ้นของเรา ก็ไม่ได้ตื่นเต้นตูมตามไปด้วย 
        ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะตลาดรับรู้เรื่องนี้หมดแล้ว อีกทั้งมาถึงวันนี้ ตลาดหุ้นมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง และคนในแวดวงยังเชื่อว่า ภายใต้รัฐบาลนายกฯปู ดัชนีของตลาด จะพุ่งทะลุ 1,200 จุดไปได้
        แน่ยิ่งกว่า...แช่แป้งเสียอีก!

        ขณะที่กำลังคุกรุ่นด้วยความขัดแย้ง มีกลุ่มต่างๆ รีบเติมฟืนเติมไฟ เช่น กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” หรือ “ผรท” กลุ่มนี้ออกมาปกป้องรัดทะมะนวยฉบับหัวคูณ ที่มาจากอำนาจรัฐประหาร มีการแสดงพลังด้วยการชุมนุมกัน ซึ่ง“เถนจำลอง” ได้นำไปพูดออกในรายการโทรทัศน์ ASTV เร็วๆนี้ ในทำนองว่า 
        มีกลุ่มคนไม่พอใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เพิ่มขึ้นมาอีก คือกลุ่ม “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” นั่นเอง
        สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้ราคากับ “ผรท” กลุ่มนี้ เพราะรู้อยู่แล้วว่า การที่พวกเขาได้ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้
        มีใครสนับสนุน อยู่เบื้องหลัง!?

        คนเหล่านี้ เคยเป็นสมาชิก “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นเพียงพรรคการเมืองเดียว ที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะต้อง
        โค่นล้ม...ระบอบกษัตริย์! 
        ฉะนั้น เวลาอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ออกมาแสดงความจงรักภักดี ผมคลื่นไส้ทุกที โดยเฉพาะไอ้พวก ส.ว. สายลากตั้ง ที่มันเคยเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาก่อน
        มาถึงวันนี้ ไอ้เวรพวกนี้ มันดันออกมาลอยหน้าลอยตา ว่า เป็นคน “จงรักภักดี” แล้วเหยียบย่ำคนอื่น ทั้งๆที่พวกมันเอง เคยร่วมหัวจมท้ายกับพรรคที่มีนโยบายล้มล้างระบอบกษัตริย์ และจัดกำลังเข้าต่อสู้กับ “กองทัพของพระเจ้าแผ่นดิน” มาก่อนด้วยซ้ำ มาก่อน
        ผมไม่เชื่อ ‘พวกมัน’ หรอกครับ!

        นอกจากนั้น ยังมีทหารแก่ อย่าง พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ที่ได้ออกรายการวิทยุกับ “วาสนา นาน่วม” พูดจาสนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร อย่างเปิดเผย น่ารังเกียจมาก แต่สำหรับผมแล้ว เห็นว่า 
        อีตาเฒ่าบุญเลิศฯ ไม่มีราคาค่างวดอะไร เพราะแกเป็นคนที่ปฏิวัติแล้วแพ้ จนโดนจับกุม และถูกลงโทษจำคุกฐานเป็น “กบฏ” โดนถูกล๊อคกุญแจมือไพล่หลัง หน้าตาซีดเผือด และโดนเจ้าหน้าที่ไสหัว ส่งเข้าเรือนจำไป แต่ยังโชคดีอยู่บ้าง ที่ติดคุกนานแค่โทษ “ลักไก่” เพราะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จนมีโอกาสกลับเข้ารับราชการใหม่ 
        ถึงมา “กร่าง” ได้อีก ในวันนี้อีกไงล่ะครับ!

        เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายพลบุญเลิศฯกับกลุ่ม “กลุ่มพิทักษ์สยอง” ของแกไปจัดรายการ “ทำบุญประเทศไทย” และได้ออกหนังสือไปชักชวนหน่วยราชการ อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ให้มาร่วมงานด้วย แต่ปรากฏว่าคนมาร่วมงานที่สนามหลวง...
        ดูกะริบกะร่อย น้อยกว่าหมอยแซมแตด เสียด้วยซ้ำไป!

        ที่กลายเป็นตลกร้าย และเขย่าขวัญฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนายกฯปู คือคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ซึ่งทำให้พวกที่หนุนให้ทหารทำรัฐประหาร เพื่อที่พวกตัวจะได้มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลแบบเก่าอีกครั้ง ต้องพากันผิดหวังอย่างแรง และขัดเคืองเป็นกำลัง เพราะ ผบ.ทบ. ดันออกมาพูดแบบไม่เอาอกเอาใจ ทั้งกลุ่มพรรคฝ่ายค้าน และพวกเคลื่อนไหวทางการเมืองปีกเดียวกัน โดย “บิ๊กตู่” พูดชัดเจน ว่า

        “ใครอยากปฏิวัติ ไปทำกันเอง!”

        ถ้าจะให้ผมต่อคำพูดให้ ผบ.ทบ. คงจะต้องเสริมให้อีกหน่อยว่า  
        “พวกมึงอยากเสือกมาชวนนะ เพราะกูไม่เอาด้วย...ไม่อยากติดคุกกับพวกมึงโว้ย!!”
        ยิ่งทำให้ไอ้พวกเวร ผิดหวังระนาวกัน โมโหโกรธาเป็นการใหญ่!!

        ส่วนไอ้นักการเมือง ฉายา “จอมแย่งเมีย เพื่อนร่วมพรรค” ในวันที่กำลังชุลมุนกันอยู่นี้ ทะลึ่งสะเออะออกมาปล่อย “มุก” เรื่อง
1 สุภาพบุรุษ และ 2 หญิงสูงศักดิ์ นำข่าวสารจากคนที่อยู่ “ดูไบ” มาเพื่อขอเจรจา “เกี้ยเซี้ยะ” ด้วย นั้น 
        ปรากฏว่า หญิง 2 คน ที่ไอ้จอมแย่งเมียเพื่อน บอกอักษรนำของชื่อหญิง ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้สูงศักดิ์ นั้น 
        หญิงทั้งสองต่างออกมาปฏิเสธ เรียบร้อยไปแล้ว! 
        ดังนั้น “มุก” 1 สุภาพบุรุษ และ 2 หญิงสูงศักดิ์ นี้ เป็นเรื่อง “เม้าท์แตก” ซึ่งทั้งสื่อและประชาชนคนทั่วไป ต่างนำไปพูดกันสนั่นเมือง ด้วยความสนุกสนานทั้งประเทศ ทั้งยังสามารถเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่ จากสมาชิกในวงสนทนาการเมืองที่ผมสังกัดอยู่ด้วย เลยต้องขอนำมาแชร์ ให้ท่านผู้อ่านฟัง 
        คืออย่างนี้ครับ 

        เพื่อนผมคนหนึ่ง บอกว่า 
        “ไอ้หมอนี่ มันพยายามแย่งซีน เพื่อจะกลบข่าวทหาร ที่ประกาศไม่เอาด้วย กับพวกมันแล้ว!” 
        ส่วนอีกคนออกความเห็น ที่ใครฟังแล้ว จะต้องรู้สึกครื้นเครงขึ้นมาทันที ว่า

        “กูว่า สองสตรีผู้สูงศักดิ์ ตามที่ไอ้แขนคอกมันอ้าง น่าจะเป็น ‘เจ้าแม่ เห็นหมี’ กับ ‘องค์หญิง หำดี’ แห่ง ‘ตำหนักคนทรง เขาแพง’ มากกว่า ว่ะ...!!”

        อารมณ์ขันของเขา...น่ารักดี นะครับ!!!

…555…

**********

ท้ายบท สำหรับผู้โพสต์ความเห็นเข้ามา ในคอลัมน์สัปดาห์ก่อน “บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=370)
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
มันคงจะ "อวย" กันเรื่อยไป แก้ตัวไม่ได้ ก็หาเรื่อง "แถ" หรือหาเรื่อง "ตอแหลประเทศไทย" กันต่อไปอีก
โดยคุณ อวยกันต่อไป  101.109.211.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ท่านวาทตะวัน ยื่นบันไดลิงให้ แต่ควายไต่ลงไม่เป็นนี่ครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเห็นด้วย  125.24.25.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เห็นการแก้ปมการเมืองของสภาและรัฐบาลครั้งนี้แล้ว ขอชื่นชมว่าชาญฉลาดและรอบคอบยิ่ง แม้ผู้สนับสนุนให้เดินหน้าจะไม่พอใจก็ตาม เพราะไม่เป็นการส่งฝ่ายบริหารเข้าสู่พื้นที่สังหารด้วยความเขลา และลดความร้อนแรงทางการเมืองลงได้อย่างชงัด ใครเป็นใครในการล้มล้างรัฐบาลเมื่อปี ๔๙ และกำลังกระทำในครั้งนี้อีก ก็ได้ออกมาแสดงตัวกันจนเกือบหมดสิ้นแล้ว เราคงจะได้เห็นขบวนการทั้งหมดในไม่ช้า ซึ่งเขาออกมาให้เห็นโดยแก้ผ้าล่อนจ้อนด้วย ขอให้ฝ่ายที่ต้องแก้ปัญหาเพื่อนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แก้ปัญหาด้วยสติปัญญาเช่นนี้ต่อไปเถิด และเราก็คงจะได้ดูเรื่องตลก ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ จนหมดสิ้นกระบวนความ นี่ก็ไม่แน่ใจว่าศาล Dick ของท่านวาทตะวันจะไต่ลงบันไดลิง หรือจะกระโดดลงโดยเสี่ยงเจ็บตัวนิดหน่อย แต่หนีได้เร็วดี หรือโรยตัวลงด้วยเชือกซึ่งอาจไม่เจ็บตัว และยังเก็บเอาเชือกเผื่อไว้ผูกคอตายภายหลังก็ได้ ใครจะรู้ ???
โดยคุณ ชื่นชมด้วยใจจริง  115.87.90.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
ขอขอบพระคุณบทความดีๆมีสาระของ อ.วาทตะวัน / ทีวีเอเชียอัพเดทน่าจะนำไปเผยแพร่ออกอากาศหลายๆรอบ เพื่อให้คนไทยรับรู้ถึงความเลวของกลุ่มคนพวกนี้ให้มากๆ ครับ 
โดยคุณ คนร้อยเอ็ด  223.205.236.XXX
 

ความคิดเห็นที่ 5   
ตุลาการพวกนั้น กลัวอำนาจอะไร ? จึงยอมทำผิด
โดยคุณ
srp2498@hotmail.com  1.20.0.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
สงสารประเทศไทยจริง ๆ "น้ำร้ายดอยล่มแผ่นดินแล้ง บ้านแห้งเมืองโหดโขมดผี ห่าลงกินเมืองเรืองฤทธี แม่พระธรณีหลั่งน้ำตา"

โดยคุณ คนใต้หัวใจประชาธิปไตย  124.122.9.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
1. สานรัตถะทำนวยหัวคูณ มีแต่พวกหัว dick อยู่เต็มสาน ไม่แปลกที่ไอ้ไจรัญมันจะเห่าอะไรอัปรีย์ๆ แบบนี้ตามแบบฉบับของขี้ข้าตัวดีของอีแอบ 2. ประเทศไม่เคยตอแหล มีแต่พวกขี้ข้าอัปรีย์ของอีแอบที่ตอแหลตลอดเวลาตราบใดที่อีแอบยังมีลมหายใจ มันก็ยังคงตอแหลประจบนายเพื่อหวังลาภยศสรรเสริญอยู่ตลอดชีวิต 3. ที่พวกสัตว์สอวอเชี่ยกลุ่มอัปรีย์ร้องแร่แห่รอบเมรุทุกวันนี้ก็เพราะกลัวเขาเขี่ยมันออกจากระบบ เพราะประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเขาไม่เห็นด้วยที่จะต้องมีสอวอจากการจัดตั้ง กำลังจะหมดช่องทางทำมาหากิน ก็เลยต้องออกงิ้วออกแขกกันเสียหน่อย เดี๋ยวอีแอบมันไม่กินขี้ทองคำจากตูดของอีแอบ 3. เพิ่งเห็นการ์ตูนในเดลินิวส์มาแล้วขำกลิ้งที่ หมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกก เห่าว่าโรคขี้ข้าท้ากสินกำลังระบาด ตัวการ์ตูนคุยต่อว่า โรคนี้น่าเป็นห่วงน้อยว่าโรคขี้ข้าเผด็จการที่แอบไปตั้งหน่วยงานในกรมตาหาน หมีหน้าฮ้ากกกกกกกกก เป็นโรคนี้กันทั้งครอบครัวจนถอนตัวไม่ขึ้น (ทั้งๆ ที่พ่อแม่มันอุตส่าห์ทำมารยาหาเล่ห์กลให้อีหมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกกกกก ไม่ต้องไปถอดเสื้อโชว์นมสีชมพูตอนตรวจเลือก) กะว่าจะเป็นโรคนี้อีกรอบหากมีส้มเน่าหล่นลงมาใส่กบาลหมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกกกกกก หมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกก สมคำร่ำลือจริงๆ หมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ของอีแอบ
โดยคุณ ????  110.164.195.  

ความคิดเห็นที่ 8   
ตุลากวย พวกคุณอย่ามาอ้างว่าเพื่อประเทศชาติเลยดิฉันเบื่อเต็มทีแล้ว ตุลากวยคนที่ว่าดีเลิศนักหนาต้องเจอกับตนเองเท่านั้นถึงจะรู้ว่าแย่ขนาดไหน ทำคนดีๆเป็นแพะติดคุกมาก็เยอะแล้ว แล้วใครทำอะไรได้ ไม่มี!!!!!
โดยคุณ ....  125.27.141.XXX

        (คอลัมน์ประจำสัปดาห์ เจ้าแม่ “เห็นหมี” กับ องค์หญิง “หำดี” ของ ‘เทือกเทพ’  ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน 2555) 
   


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER