อาจารย์ป๋วยฯ ตอบจดหมาย ผู้ว่าแบ๊งค์ชาติ!!!
วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ผมได้อ่านจดหมายของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เขียนบทความ “จดหมายจากผู้ว่าการถึงอาจารย์ป๋วย" ตีพิมพ์ลงในหนังสือ “พระสยาม” ของธนาคาร และสื่อต่างๆได้นำข้อเขียนดังกล่าว ลงเผยแพร่กันแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เสียดายที่ผู้ว่าการอุตส่าห์เขียน แต่ผู้คนกลับไม่ค่อยจะสนใจ เพราะช่วงเดียวกัน ดันมีข่าวคราว จากลิเกวิก “ศาลรัดทำมะนวย” ของตาเฒ่า “วสันต์” มากลบเสียก่อน จึงทำให้จดหมายจาก ผู้ว่าการถึงอาจารย์ป๋วย ดังด้อยน้อยลงไปกว่าที่ควรจะเป็น
แฟนๆ “วาทตะวัน” คงทราบดีว่า การเขียนจดหมายเป็นสิ่งโปรดปรานของผม และเมื่อ 2 มิ.ย.55 นี้เอง เพิ่งจะเขียนบทความ ไปรษณียบัตร จาก “วาทตะวัน” ถึงนายหัวชวน (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=368) ให้ท่านได้อ่านกัน ทั้งยังเล่าด้วยว่า แม้ตัวผู้เขียนเอง จะไม่ใช่นักการเมือง แต่ได้เคยใช้ “มุก” เขียนจดหมาย เป็นช่องทางระบายความอึดอัดเรื่องการเมือง และเรื่องอื่นๆ ทั้งยังแปลกใจ ที่มีผู้คนสนใจ “มุก-จดหมาย” กันมาก ตัวอย่างบทความที่ผมเคยเขียนไป และได้รับความนิยมจากผู้อ่าน เช่น
1. “ด่วนมาก*** จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัว อดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!?” (http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9500000092042) ผมเขียนในทำนอง “เรื่องสั้น”สนุกสนาน จดหมายดังกล่าว มีผู้เข้ามาอ่านมากกว่าแปดพันคน/ คลิก คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 8,526 คน/คลิก
2. ***ด่วนที่สุด!...จดหมายจากเอกอัครราชทูตอังกฤษ ถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=99 ) มีผู้เข้าไปอ่าน มากกว่าหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อย คน/คลิก คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 12,653 คน/คลิก!
3. ด่วน...จดหมายสำคัญของ เอกอัครราชทูตกัมพูชา!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=182) คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 8,430 คน/คลิก
4. จดหมายฉบับนี้ ที่ผมเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เขียนด้วยความขมขื่น เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2552 ชื่อ จดหมายฟ้องโลก!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=187) และได้ส่งจดหมายดังกล่าว แจ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ รวมทั้งองค์กรสำคัญของโลกอย่างสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ สำนักข่าวต่างประเทศที่สำคัญ คลอดจนสื่อมวลชนสาขาต่างๆ รวมทั้งมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ที่มีความโดดเด่นในการศึกษาทางด้านกฎหมาย ฯลฯ จดหมายฉบับนี้ แพร่หลายมากจริงๆ! ใครยังไม่ได้อ่าน ขอแนะนำให้อ่าน ไม่อยากให้พลาด เพราะตอนนี้ มีผู้เข้ามาอ่าน มากกว่า หนึ่งหมื่นเจ็ดพัน คน/คลิก คือปัจจุบันยอดอยู่ที่ 17,264 คน/คลิก!
ท่านสามารถตรวจสอบยอดผู้อ่านได้ โดยคลิกที่ท้ายบทความ ตรง “ดูเรื่องอื่นๆในหมวด” ซึ่งจะทราบรายละเอียด จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด

มีจดหมายอีกฉบับ ที่ผมเขียนลง “ผู้จัดการออนไลน์” ชื่อ “จดหมายจากวาทตะวัน ถึงนิตยสาร TIME กรณีวิพากษ์ทักษิณ! (http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9480000019331) ซึ่งเขียนเอาไว้ตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ 2548 แต่ลืมเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง คือ ผมได้เขียนอัด TIME ที่เขียนบทความดูถูกประเทศไทย โดยได้เขียนโต้ตอบกลับไป เป็นภาษาอังกฤษ รู้สึกว่าจะถูกใจผู้คนบ้านเราอยู่ไม่น้อย เพราะมียอดเข้ามาอ่านถึงกว่า หกพันคน/คลิก แถมยังมีการนำไปเผยแพร่ในเว็บต่างๆกัน อีกมากทีเดียว ผมเขียนว่าอย่างไร ต้องเข้าดูกันเอง!
สำหรับจดหมายจากผู้ว่าการธนาคารชาติ ถึงอาจารย์ป๋วย ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ผมสันนิษฐานเอาเองว่า นายประสารฯผู้ว่าการคนปัจจุบัน คงจะเลียนแบบ “จดหมายของนายเข้ม เย็นยิ่ง” ชื่อ “นายเข้ม เย็นยิ่ง” นั้น เป็นนามแฝงของท่านอาจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของเมืองไทยเรา ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอธิการบดีธรรมศาสตร์

ท่านอาจารย์ป๋วยได้เขียนจดหมายส่วนตัว ไปทักท้วงการที่ จอมพลถนอม กิตติขจร กระทำ “การปฏิวัติตัวเอง” เมื่อปี พ.ศ. 2514
มาถึงวันนี้ คือ นายประสารฯ ผู้ว่าการแบ๊งค์ชาติคนปัจจุบัน หันมาเลียนแบบ “มุก” จดหมายอาจารย์ป๋วยบ้าง แต่เขาไม่ได้เขียนถึงหัวหน้ารัฐบาล แต่เขียนถึง “อาจารย์ป๋วย” โดยตรง การเขียนจดหมายของผู้ว่าการ มีเนื้อหานำเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่ตัวเขาเองซึ่งเป็นผู้เขียน คิดว่า จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของตนเอง ในฐานะผู้ว่าการธนาคารชาติ แล้วใช้ “มุก” อาจารย์ป๋วย ส่งไปตัวอาจารย์เจ้าของ “มุก” คนเดิม ในฐานะที่ท่านอาจาย์ป๋วยนั้น เป็นปูชนียบุคคลของธนาคารชาติ แต่ที่จริงแล้วเหมือนเป็นการฟ้องมากกว่า อาจารย์ป๋วยนั้น ถึงแก่กรรมไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว และไม่มีทางตอบจดหมายได้ แต่หากเราพิจารณาวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนายประสารฯกันแล้ว สำหรับความเห็นของคนธรรมดาอย่างผม จะเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากจะบอกว่า... นายประสารฯ พยายามสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง และ “โจมตี” การบริหารงานรัฐบาลนายกฯปู นั่นเอง!
ทันทีที่ผมได้เห็น “จดหมายจากผู้ว่าการ ถึงอาจารย์ป๋วย" เหมือนถูกจี้จุด “คี้มึ้ง” เกิดอาการกระดี๊กระด๊าในอารมณ์ รู้สึกครึกครื้น และคันมือคันไม้ขึ้นมา แบบฉับพลันทันที ดังนั้น ผมจะลองสมมติตัวเอง เป็น “อาจารย์ป๋วย” ซึ่งตอนนี้ท่านอยู่บนสวรรค์แล้ว เมื่อได้อ่านจดหมายที่ผู้ว่าการ มีมาถึง จึงได้เขียนตอบไปทันที โดยมีข้อความตามที่ปรากฏ ดังต่อไปนี้
(จดหมายถึงท่านผู้ว่าฯแบ๊งค์ชาติ)
สวรรค์ชั้น 7
14 กรกฎาคม 2555
เรียน ท่านผู้ว่าการ
ผมได้รับจดหมาย ฉบับ ไม่ลงวันที่ แต่ใส่เดือนพฤษภาคม 2555 ของท่านเรียบร้อยแล้ว เหตุที่ได้รับก็เพราะว่า มีคนเพิ่งจากโลกที่ท่านผู้ว่าการกำลังอาศัยอยู่นั้น เขาอุตส่าห์นำขึ้นไปให้ ผมได้กล่าวขอบคุณ ผู้ที่นำจดหมายขึ้นไปฝาก เพราะถึงแม้เขาผู้นั้น จะไม่ได้ทำงานที่ธนาคารชาติ แต่ยังมีน้ำจิตน้ำใจงดงาม คิดถึงผู้ที่จากโลกมนุษย์ไปก่อนอย่างผม เมื่อมีโอกาสตามขึ้นไปอยู่ที่เดียวกัน จึงนำข่าวสารจากโลกมนุษย์ ติดไม้ติดมือไปให้ด้วยตามประสามิตรผู้มีน้ำใจต่อกัน
ผมอยู่บนสวรรค์ชั้นนี้ มานานพอสมควร แต่ยังไม่มีโอกาสได้พบเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารของธนาคารชาติเลย แม้จะพบบางคนที่พบเคยทำงานอยู่ที่วังบางขุนพรหม และได้คุยกันบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่ใช่พนักงานระดับผู้บริหารของแบงก์ชาติ หากเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย อย่างพวกยามเฝ้าประตู หรือพนักงานเดินเอกสาร เท่านั้น ผมเองไม่ทราบว่า บรรดาผู้บริหารแบงก์ชาติ ตายไปแล้ว ตกไปอยู่ “ภพ” อื่น หรือ “ขุม” ไหนกันหมด!?
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับข่าวสาร จากคนในแวดวงธนาคารชาติ แต่ผมยังได้อ่านหนังสือ ของคุณ “วาทตะวัน” ทุกเล่ม เพราะมีผู้นำมาฝากจากโลกมนุษย์ ทั้งยังได้อ่านข้อเขียนของท่านผู้นี้เป็นประจำ ซึ่งผมสันนิษฐานเอาเองว่า คงจะมีผู้พริ้นท์บทความ จาก www.vattavan.com แล้วนำไปเผาที่เตาของวัด “เล่งเน่ยยี” ให้ลอยเป็นควัน ส่งถึงผมบนสวรรค์เป็นประจำ จึงมีโอกาสได้อ่านข้อเขียนของคอลัมน์นิสต์ท่านนี้ สม่ำเสมอ มิได้ขาดเลย
ดังนั้น แม้ผมจะอยู่บนสวรรค์ชั้น 7 ก็จริงอยู่ แต่ได้รับความรู้ใหม่ ทั้งเหตุการณ์และความเป็นไป จากบทความต่างๆของคุณ “วาทตะวัน” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องบอกว่า น่าสนใจอย่างยิ่ง! จึงทำให้ตัวผมเอง ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และความเป็นไปในบ้านเมืองของเราพอสมควร แต่อีกหน่อยคงสะดวกมากขึ้น เพราะตอนนี้ “พระอินทร์” ซึ่งเป็นมหาเทพ ปกครองสวรรค์ชั้น 7 ท่านกำลังพิจารณา ให้ชาวสวรรค์หรือเทวดาอย่างพวกผม มี IPAD ใช้ทั่วกัน!
พระอินทร์ท่านได้แจ้งกับบรรดาชาวสวรรค์ว่า ปัจจุบันนี้แม้แต่กระทั่งเด็กประถมของเมืองไทย กำลังจะมีอุปกรณ์ชิ้นที่เป็นประโยชน์นี้ ใช้โดยทั่วกันแล้ว ทังยังแจ้งให้ทราบด้วยว่า ท่านกำลังหารือกับ มิสเตอร์ สตีฟ จ๊อบ ซึ่งเพิ่งขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ชั้นเดียวกับผม จึงเชื่อกันว่า อีกไม่นาน นักสื่อสารผู้มาใหม่คนนี้ จะทำให้การรับข่าวสารของชาวสวรรค์ จากโลกมนุษย์ กระทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียคงมีอยู่บ้าง เพราะอาจทำให้เทวดาบางองค์ ที่ได้รับข่าวสารจากโลกแล้ว อาจทำใจไม่ได้ เพราะยังมีกิเลสที่เป็น “เศษกรรม” หลงเหลือปะปนอยู่บ้าง จนถึงคราวต้อง “หมดบุญ” และ... กลับไปจุติ บนโลกภพอีกครั้ง ก็เป็นไปได้! นี่คือข้อเสียของเทคโนโลยี่ ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงมนุษย์เท่านั้น แต่อาจส่งถึงผู้ที่เป็นเทวดา ซึ่งกำลังอยู่เสวยผลบุญ อย่างพวกผม ที่อยู่บนวิมานสถานแห่งนี้ด้วย
อ่านจดหมายของท่านผู้ว่าฯ แล้ว ต้องบอกกันตรงๆว่า ผมเองไม่ได้รู้สึกเห็นใจ หรือ “เข้าข้าง” ท่านแต่ประการใด ทั้งนี้ ก็เพราะ... การที่ประเทศไทยของเรา ต้องตกระกำลำบาก เมื่อคราวเศรษฐกิจตกต่ำ ปี พ.ศ.2540 นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยเอง จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลย เหตุผลก็ คือ... ความผิดพลาดใหญ่หลวงครั้งนั้น ธนาคารที่ท่านผู้ว่าการ กำลังเป็นผู้นำอยู่ตอนนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการนำพาชาติไทยไปสู่ความตกต่ำ ถึงขั้นต้องกู้หนี้ยืมสิน จนเปิดโอกาสให้ IMF เข้ามาครอบงำเศรษฐกิจของบ้านเรา อย่างกระดิกกระเดี้ยไม่ได้!
ผมต้องขอเตือนท่านผู้ว่าการตรงๆ ว่า หนี้สินของชาติ ในเรื่องกองทุนฟื้นฟู นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน เพราะมีฐานะเป็นตัวการสำคัญยิ่ง ที่ร่วมสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง เหตุเพราะความผิดพลาด ในการต่อสู้ค่าเงินบาทอย่างไม่ระมัดระวัง ขาดความรอบคอบ จนทำให้อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ต้องถูกฟ้องร้องโดยอัยการแผ่นดิน เรียกค่าเสียหายทางแพ่งนับแสนล้านบาท นี่คือความอัปยศขององค์กร ที่ท่านผู้ว่าการ กำลังเป็นผู้นำ!
ดังนั้น ธนาคารชาติจะมาทำนิ่งดูดาย ทิ้งให้หนี้สินดังกล่าว ให้เป็นภาระของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยต้องเจียดเงินงบประมาณที่มีจำกัด มาใช้หนี้เวรหนี้กรรม ที่ธนาคารชาติเป็นตัวการสำคัญ ในการก่อหนี้ทั้งหมดด้วย นั้น คงเป็นเรื่อง ไม่ถูกต้องแน่!
ท่านผู้ว่าการ จะต้องยึดหลักประจำใจว่า ชาติของเราจะเจริญต่อไปในอนาคตได้นั้น ประชาชนคนในชาติ ทุกผู้ ทุกนาม จะต้องเผชิญชะตากรรมของชาติ ด้วยความอดทน เด็ดเดี่ยว กล้าหาญร่วมกันทุกคน! จึงจะเป็น สิ่งที่ถูกต้อง!!
ดังนั้น ในเมื่อปัจจุบันนี้ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า สถานะทางการเงินทางธนาคารแห่งประเทศไทยปัจจุบัน ดูจะมีความมั่นคง มากขึ้น เพราะตั้งแต่ยุคทักษิณฯ เป็นผู้นำประเทศ เขาได้ปลดหนี้สินของชาติ จาก “แอก” ของ IMF และเริ่มสั่งสม “เงินทุนสำรอง” ขึ้นมา ให้แข็งแรงอีกครั้ง จนมีการประเมินโดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารชาติเองว่า เงินทุนสำรองระหว่างประเทศปัจจุบัน มีมากกว่า 1 แสน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และมากเป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากจำนวนที่ต้องสำรองตามภาระผูกพัน และความจำเป็นแล้ว คนของธนาคารชาติเอง ได้ออกมาบอกเองว่า ยังเหลือพอที่สามารถนำไปลงทุนหาประโยชน์ได้... ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ...มากกว่าหนี้ของกองทุนฟื้นฟูเสียอีก!
ฉะนั้น เมื่อบ้านเมืองยังมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพราะต้องเผชิญภัยพิบัติต่างๆ และยามนี้เอง ธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีความเข้มแข็ง และมีกำลังอยู่พอตัวแล้ว จึงสมควรที่ธนาคารชาติ จะรับภาระหนี้สิน ที่ตัวเองมีส่วนก่อขึ้น ด้วยความองอาจกล้าหาญ จึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องทางจริยธรรม ไม่ใช่ “เอาแต่ได้” ถ่ายเดียว จนผู้คนเขานินทาว่า บุคลากรในธนาคารแห่งประเทศเทศไทยนั้น กลัวว่าพวกตนจะได้ “สิทธิประโยชน์” จากองค์กรของตัวน้อยลง หรืออย่างไรกันแน่!?
ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น ผมได้จากคอลัมน์ “วาทตะวัน” ชื่อ ธนาคารชาติกับการโอนหนี้ (คนรวยขี้รดกางเกง แต่คนจนซัก!!!) (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=344) หากท่านผู้ว่าการสงสัย จะลองเข้าอ่านดูบ้าง ก็คงจะดี เพราะจะเป็นประโยชน์กับท่านแน่ๆ
ขอเรียน ต่อไปอีกว่า จดหมายของท่านผู้ว่าการ ที่มีถึงผมนั้น ต่างจากจดหมายที่ผมเองเคยเขียนถึง จอมพล ถนอม กิตติขจร เพราะตอนที่เขียนจดหมายฉบับนั้น ตัวผมไม่ได้มีตำแหน่งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว แต่ท่านผู้ว่าการ ได้เขียนจดหมายถึงผมที่ตายจากไปนมนาน ในขณะที่ตัวท่านเอง ยังนั่งป๋อหลออยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมจึงเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากบอกว่า ท่านผู้ว่าการกำลังหาเรื่อง “หลอกด่า” รัฐบาลนายกฯปู แบบ “กินเปล่า” ซึ่งเป็นการกระทำที่ ไม่สมควรอย่างยิ่ง!
ท่านผู้ว่าการ ควรจะสำแดงความเป็นสุภาพบุรุษ แห่งธนาคารชาติ ที่มีความกล้าหาญเพียงพอ ที่จะขอ “เข้าพบ” นายกฯยิ่งลักษณ์ แล้วพูดกับท่านนายกฯ อย่างเปิดอก ด้วยความ ตรงไปตรงมา พร้อมกับอธิบายความ ในเรื่องที่ท่านผู้ว่าการคิดว่า จะเป็นปัญหาของชาติบ้านเมือง ในเรื่องค่าใช้จ่ายของนโยบายประชานิยม ดังที่ท่านผู้ว่าการ แอบเหน็บรัฐบาลเอาไว้ในจดหมาย
ผมคิดว่านายกฯยิ่งลักษณ์ ซึ่งผู้คนเลื่องลือว่า เป็นผู้หญิงที่มีอุปนิสัยซื่อสัตย์ นั้น คงไม่ขัดข้องแน่ๆ!
พูดถึงเรื่องประชานิยม ที่ท่านผู้ว่าการยกเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลแล้ว ผมเองทราบถึงโครงการของรัฐบาลพรรค “เพื่อไทย” ที่เคยทำมาในอดีต และบัดนี้ได้กลายเป็นโครงการระดับโลก อย่าง “30 บาทรักษาทุกโรค” ประชาชนคนไทย รวมทั้งคนชาติอื่นๆ เขาแซ่ซ้อง สดุดีกันอึงมี่ หรืออีกตัวอย่างที่เราเห็นกัน คือ “เงินกองทุนหมู่บ้าน” ที่ให้เงินไปหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท (ต่อมาเพิ่มให้อีกหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท) นั้น เงินกองทุนดังกล่าว ได้สร้างความ “มั่นคง” ขึ้นในหมู่บ้านห่างไกล ทำให้ผู้คนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ที่อยู่ในหมู่บ้านของตัวเอง เมื่อพวกเขามีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเข้าไปในจังหวัด เพราะกู้ได้ในหมู่บ้าน และเงินกองทุนนี้ ปรากฏชัด ว่า มี “หนี้เสีย” น้อยกว่าธนาคารพานิชย์เอกชน ที่ท่านผู้ว่าการเคยเป็นผู้จัดการมาแล้วด้วยซ้ำไป และที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ก็คือ เงินกองทุนนี้ “ดอกเบี้ย” ได้งอกเงยจนจะท่วมต้นแล้ว สามารถนำย้อนกลับไป เป็นประโยชน์กับหมู่บ้านอีกด้วย!
โครงการดีๆอย่างนี้ ไอ้พรรคที่ผู้คนเขาลือว่า พวกมันสนับสนุนให้ท่านผู้ว่าการ เข้ามาสู่ตำแหน่งสูงสุดในธนาคารแห่งประเทศไทยได้ นั้น ไอ้คนพวกนี้ มันไม่รู้จักคิด “ดีแต่พูด” อย่างเดียว ถึงเวลาทำ กลับทำไม่เป็น พอขึ้นมาเป็นรัฐบาล ดันมีแต่เรื่องคอรัปชั่นท่วมหูท่วมหู คนที่ขึ้นมาบนสวรรค์รุ่นหลังๆ เขาก่นด่าให้ฟัง จนหูของผม ชาแล้วชาอีก จึงขอให้ท่านผู้ว่าการ ได้รับทราบเอาไว้ด้วยว่า
อย่าไปหวังลมๆแล้งๆ ตามข่าวลือ ว่า เมื่อท่านผู้ว่าการเกษียณจากธนาคารชาติแล้ว พรรคดักดานที่เคยสนับสนุนท่านมาก่อน จะเอาท่านผู้ว่าการไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะตำแหน่งนี้ “อีตาโย่ง” คนได้แม่ม่ายเป็นเมีย จองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แถมตอนนี้ มันยังยึดตำแหน่ง “รัฐมนตรีคลังง่าว” ใน “คณะรัฐมนตรีง่าว” ของพรรคดักดาน เอาไว้แล้วด้วยซ้ำ! ดังนั้น ท่านผู้ว่าการจะไปแซงคิวนายคนนี้ ขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ...คงเป็นไม่ได้หรอกครับ!!
การที่ท่านผู้ว่าการ ส่งจดหมายไปออเซาะผมถึงสวรรค์ชั้น 7 ในทำนองฟ้องว่า รัฐบาลนายกปูฯ จะผลาญเงินงบประมาณ แต่เมื่อต้นเดือน ก.ค.นี้เอง กลับเพิ่งมีข่าว นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในยุครัฐบาลปัจจุบัน ขณะนี้ยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับเม็ดเงิน ในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงหลังอุทกภัย โดยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ทั้งภาคการผลิต และการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น เรื่องที่ท่านผู้ว่าการ สาธยายมาในจดหมายให้ผมฟัง ไม่น่าจะตรงกับความจริง ที่เป็นอยู่กระมัง!?
การที่ท่านผู้ว่าการ เอาแต่ต่อว่าต่อขาน รัฐบาลนายกฯปู ว่า ใช้เงินมากมายไปในเรื่องประชานิยม แต่กลับมีข่าวปรากฏออกมาตามสื่อ ว่า รถประจำตำแหน่งของท่านผู้ว่าฯ เอง ยังมีราคาสูงจนน่าตกใจ และเป็นที่กล่าวขวัญกันให้อื้ออึง คือ รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI เกียร์อัตโนมัติ รถคันดังกล่าว ราคา 12,012,645 บาท (สิบสองล้านหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบห้าบาทถ้วน) ชาวสวรรค์ที่เขารู้เข้า ถึงกับวิพากษ์วิจารณ์กันว่า รถที่ท่านผู้ว่าการนั่งได้อย่างสบายตูด โดยไม่กระเทือน “หูรูด” จนถึงขั้นริดสีดวงทวารหนักต้องร้าวราน นั้น ราคาสูงกว่ารถของพระราชวงศ์ หลายประเทศในโลกมนุษย์ เสียด้วยซ้ำไป! ดังนั้น การจะเขียนจดหมาย มา “อ้อล้อ” เพื่อให้ผมไปเห็นใจท่านผู้ว่าการ คงไม่สำเร็จหรอกครับ!!
สุดท้าย ต้องขอขอบคุณ สำหรับจดหมายที่มีถึงผม แต่การที่ท่านผู้ว่าการ เขียนจดหมายแบบคร่ำครวญ รำพึงรำพันไร้สาระ แถมยังออกแนว Drama จนเกินเหตุ
ต้องขอบอกกัน อย่างตรงไปตรงมา ว่า ไม่อยากอ่านอย่างนี้ เพราะ...
มันไม่ถูกกับ “อัธยาศัย” ของผมเลยจริงๆ!!!
ด้วยความปรารถนาดี
ป๋วย อึ๊งฯ
.......
ท้ายบท สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา หมอชนบท...หมอซูโด!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=374) มีดังต่อไปนี้ ครับ...
ความคิดเห็นที่ 1 ความโลภไม่เข้าใครออกใคร มันเกาะกินไปทุกสาขาอาชีพ แม้แต่ผู้ทรงศีลหรือคนในวงการแพทย์บางรายแพ้การยั่วยวนของกิเลส สมัยก่อนยังมีการลงแขกทำนา ไม่ต้องว่าจ้าง เป็นการช่วยเหลือกันในชุมชน สมัยนี้ต้องจ้างทุกอย่าง ความมีน้ำใจลดลง สื่อมวลชนก็ส่งเสริมกันแต่เรื่องบริโภคนิยม ต้องช่วยกันนำคุณธรรมกลับคืนมาครับ โดยคุณ หมีรักษาหอ 210.246.186.XXX
ความคิดเห็นที่ 2 ร่วมรณรงค์ต่อต้านการโกงบ้านกินเมืองของนักการเมืองขี้ฉ้อ...ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดครับ...คนไทยเดี๋ยวนี้ไม่โง่นะครับ...ไม่หลงรักจนหัวปักหัวปำ ใครผิดก็ว่ากันตามผิด ส่วนเรื่องหมอก็ด้วย ควรกวาดบ้านเอาฝุ่นผงตัวสกปรกออกมาทิ้ง วงการของพวกท่านจะได้เป็นที่เชิดชูของสังคมอย่างแท้จริง โดยคุณ วาดฝัน ตะวันไม่ป่วย 125.24.40.XXX
ความคิดเห็นที่ 3 กำลังจะแซวอาจารย์อยู่พอดีว่าทำไมไม่ intrend เลยเพราะไปเขียนเรื่องหมอชนบทเสียนี่ พออ่านจบจึงพบความจริงว่า หวะสันต์ เอํยเดีํยวเจออาจารย์ วาทฯ แน่ ( คราวนี้ออกมาไม่เป็นไปตามมาตรา 68 แล้ว) ผมคนหนึ่งพร้อจะออกมาต่อสู้ ตายเป็นตาย ยอมไม่ได้จริงๆ ฟังพวกฝ่ายผู้ร้องถามพยานแล้วแทบจะเอามือชกโทรทัศน์ให้พังไปเลย ยียวน กลับไปกลับมา เหมือนสืบพยานในศาลยุติความ....เลย ศาลก็แสนจะดีแหมขอสำเนาคำให้การเพื่อแถลงปิดคดีเป็นเอกสารก็ให้ด้วยความยินดี โดยอ้างว่าจะส่งศาลเย็นวันพุูธ แล้วศาลจะอ่านวันพฤหัสบดี วันศุกร์บ่าย 2 อ่านตัดสิน(ผิดแน่)เลย แต่ที่น่าสงสัยศาลอายุก็มากแล้วจะใช้เวลาเพียง 1 วันอ่านทำความเห็นทันหรือท่าน เพราะสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายใช้เวลา 2 วัน เอกสารไม่ตำกว่า 300 หน้า น่าคิดนะ หรือคณะท่านหวะ.. มีธงคำตัดสินแล้ว แต่อย่างไรก็ตามจะออกมาแบบไหนก็ช่าง ผมไม่ยอมรับรูเพราะมันผิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว ครับ ท่าน หวะส.. โดยคุณ suaksai@thaimail.com 101.51.64.XXX
ความคิดเห็นที่ 4 ไม่น่าเชื่อครับว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าของตุลากการไทย สูตร ค.ม.ช.จะพิจารณาคดีเรื่องที่ยังไม่เกิดได้ ผมตั้งใจจะส่งลูกหลานเรียนกฏหมาย เปลี่ยนใจแล้วครับ ผมจะให้ไปเรียนวิชาโหราศาสตร์แทนครับ โดยคุณ narong subsangar 125.24.37.
ความคิดเห็นที่ 5 นิสัยขโมยถ้ารู่วาเจ้าของเขารู้มันจะทำเป็นนิ่งทำไมรู้ไม่ชี้เหมือนไม่เคยขี้ขโมยถ้าเขาเผลอมันก็เหมือนเดิม(ทำ....เหมือนเดิม) โดยคุณ บัวบาน 1.4.165.XXX
ความคิดเห็นที่ 6 เกราะป้องกันรัฐบาลนายกปูที่แข็งแกร่งอีกอย่างหนึ่งคือผลงานและการบริหารที่ปราศจากทุจริตคอรัปชั่น ขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคแสบหยิบเรื่องงบค่าเสื่อมและการแจกเครื่องมือแพทย์ให้ รพ. ต่าง ๆ มาฉก-กัด น่าสงสัยอยู่ ไม่ช้าไม่นานคงจะมีการชี้แจง ไว้คอยดูตอนนั้นว่ารัฐบาลใสสะอาดเพียงใด ภาวนาว่าขอให้ไม่มีมูลเถิด คงไม่ต้องผิดหวังกับรัฐบาลนี้ที่ดูดี แต่ประพฤติไม่ต่างจากพรรคแสบเลย ??? รออ่านข้อเขียนเกี่ยวกับการแสดงของคณะลิเกเฒ่าด้วยใจจดจ่อครับ โดยคุณ เป็นห่วง 110.168.68.XXX
ความคิดเห็นที่ 7 จะช่วยจับตาดูกระทรวงสาธารณสุขอีกแรง สงสัยไอ้เรื่องซื้ออุปกรณ์การแพทย์เหมือนกัน เพราะทำงานเกี่ยวกับบัญชีจึงค่อนข้างจะรู้ราคาอุปกรณ์ทางการแพทย์ อยู่บ้าง และพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ตามรพ. น่าสงสัยมาก บางรายชิ่งไม่จ่ายเงินเฉยๆ บอกว่าเบิกไม่ได้ ให้ทำเป็นการบริจาคแล้วกัน หนี้สูญยั๊วะเยี้ยะ โดยคุณ kaw
ความคิดเห็นที่ 8 คุณหมอในบ้านเมืองเราที่ดีๆ มีความห่วงใยและเต็มใจรักษาพยาบาลคนป่วยไข้ตามวิชาแพทย์มีอยู่มากมาย / ยกเว้นไอ้หมอเวรเฮงซวย - ตุลย์ + วรงค์ 2 ตัวนี้ ไม่อยากจะเรียกว่า"หมอ" ให้เป็นเสนียดต่อวงการแพทย์เลยครับ โดยคุณ คนร้อยเอ็ด 49.48.105.XXX
ความคิดเห็นที่ 9 I think the health budget is justified all , both the prices and the items they bought ,eg dental unit costs about 400 grands , and emergency generators etc . โดยคุณ dam.gunners@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 10 1. น่าปลื้มใจที่ครั้งหนึ่งมีนายกฯ คนหนึ่งเห็นถึงความทุกข์ร้อนของคนยากจนและพยายามดับความทุกข์ร้อนนั้นในขณะที่ตนมีอำนาจ แต่น่าเศร้าใจที่สมัยหนึ่งมีนายโยกโย้กตัวหนึ่งพยายามทำตัวเป็นกิ้งก่าคลานจากมืออีแอบไปยืนผงกหัวอยู่บนขอนปลักขิกผุๆ ที่ปิดทองไว้ตรงหัว แล้วมองแต่ความทุกข์ร้อนของพวกที่ทำให้ตนเองได้รับผลประโยชน์ และพยายามกลบเกลื่อนสิ่งดีๆ ที่เคยมีมาเพียงเพื่อให้คนยากจนลืมนายกฯ คนนั้น (แต่บังเอิญคนยากคนจนถึงแม้จะความรู้การศึกษาน้อยก็ไม่เคยลืมบุญคุณเหมือนอย่างที่นายโยกโย้กตัวนั้นไม่มี... อ้อ... มีเหมือนกัน มันไม่ลืมบุญคุณอีแอบที่กล้าดีตั้งมันเป็นนายโยกโย้กจนกลายเป็นขี้ปากของสังคมโลกและเป็นที่สง่างามของครอบครัว) ซึ่งคนทั้งเมืองยกย่องว่านายโยกโย้กตัวนี้ได้รับเกียรติเป็นถึง "หมีหน้าฮ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก" ของครอบครัวและอีแอบ น่าภูมิใจแทนพ่อแม่ลูกเมียมันเสียนี่กระไร 2. ส่วนพวกสัตว์ประหลาดในสำนักเนชั่วที่มันมีแค่ดีกรีจบสูง แต่อายุสมองไม่ได้สูงตามปริญญาที่อาจจะซื้อหามา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ความรู้ต่ำแบบไม่น่าจะเอามาใช้ประโยชน์ ทุกวันนี้ก็ไม่เคยใช้บริการข้อมูลอะไรจากสำนักนี้อยู่แล้ว ทั้งที่ซ่องสำนักงานใหญ่ และในที่สาธารณะที่หลับหูหลับตาจ้างพวกสัตว์ประหลาดไปเห่าให้ "คน" ฟัง (เพราะรู้ว่าสะตอเบอแหลตั้งแต่เจ้าของยันพวกเก็บขี้ในส้วม) 3. เห็นด้วยกับท่านวาทตะวันว่ากลุ่มหมอที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกลิ่นเหม็นๆ ของงบประมาณแผ่นดิน ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นๆ ข้างๆ ตัวพวกท่านที่สุดจะฉาวโฉ่ให้หมดไปด้วย ของใกล้ตัวแต่ทำเป็นไม่ได้กลิ่น อย่างนี้ก็ไม่น่าจะโสภาเท่าไรนัก อย่าทำตัวเป็นแค่เครื่องมือทางเมืองให้กับบางกลุ่มบางพวกจนลืมตรวจสอบพวกเดียวกัน เหมือนองค์กรในระบอบประชาธิปไตยในประเทศด้อยพัฒนาบางประเทศ ที่อำนาจตุลาการลอยตัวเป็นเทวดาอยู่เหนือกฎหมาย กล้าทำลายอำนาจนิติบัญญัติและบริหารได้แบบล้ำเส้น โดยที่ตัวเองไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และไม่เคยตรวจสอบพวกเดียวกันเอง เสมือนแมลงสาบไม่แทะกินแมลงสาบพวกเดียวกัน โดยคุณ ???? 110.164.195.XXX
(คอลัมน์ อาจารย์ป๋วยฯ ตอบจดหมาย ผู้ว่าแบ๊งค์ชาติ!!! ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 14 กรกฎาคม 2555)
|