หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > พวกมึงอยากเป็น ‘ทาส’ เชิญเลย!!!
หัวข้อ : พวกมึงอยากเป็น ‘ทาส’ เชิญเลย!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

พวกมึงอยากเป็น ‘ทาส’ เชิญเลย!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        งจะเป็นเพราะอานิสงส์ จากการชักชวนพระสงฆ์สวดมนต์ บท “ภาณยักษ์” เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว อีกทั้งวัดราชาธิวาสวิหาร ยังจัดให้มีการสวด “มหาสมัยสูตร” ซึ่งเป็นบทสวดมนต์เพื่อความร่มเย็นแห่งแผ่นดิน ได้ขับไล่เมฆหมอกแห่งความเป็นเสนียดจังไร ให้คลาไคล ไปจากเมืองไทยของเราอีกครั้ง 
        ทำให้วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ชาวบ้านร้านตลาดทั้งหลาย ได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ออกอาการแจ่มใส
ร่าเริงมากขึ้น  
        แม้ “ศุกร์สยอง” ที่ผู้คนกลัวกัน จะกลายเป็นแค่ “ศุกร์สยิว” และปลิวผ่านพ้นไปแล้ว แต่หมอกเมฆอัปรีย์ มันจะตั้งเค้าขึ้นใหม่ ให้ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ ได้ระทึกใจกันอีกครั้งเมื่อใด ผู้เขียนยังไม่ทราบแน่ แต่อาจไม่นานเกินรอ เพราะกลุ่มที่ออกอาการงุ่นง่าน อยากจะล้มรัฐบาลนายกฯปูเหลือเกิน นั้น
        ยังสุมหัวกบาล อยู่กันครบถ้วน!

        ฝ่ายผู้ร้องทั้ง 5 คงรู้สึกขัดเคืองใจยิ่งนัก ต่อผลการวินิจฉัยของศาลรัดทำมะนวย ที่ออกมาไม่ต้องใจพวกตน นั่นคือ การ “ยุบพรรค” ทั้งเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยหวังว่า 
        บางทีพวกตนซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย อาจ “ฟลุค” ได้จัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้ง...
        ยุบพรรค...พลังประชาชน!
        เมื่อต้องรับประทานแห้ว จึงต้องฝืนเสแสร้ง ทำเป็นพอใจในคำวินิจฉัย แถมยังอวดอ้าง ด้วยว่า
        พวกตนนั้น เป็นฝ่าย...ชนะ!!

        ที่ผิดหวังมากกว่าใครๆ เห็นทีจะเป็นอีตา “เถนลอง” ที่สู้อุตส่าห์ลงทุน พากลุ่ม “ทหาร-ตลก” มาโบกสะบัด “ธงค้อนเคียว” กันพรึบๆพรั่บๆ หน้าศาลรัดทำมะนวย ก่อนวันตัดสิน แถมยังมีการโชว์พาวว์ ร้องเพลง “ภูพานปฏิวัติ” เพื่อแสดงแสนยานุภาพกำมะลอ ที่ไม่มีอยู่จริง เพราะ...
        กองกำลังคอมมิวนิสต์เก่าเหล่านี้ ได้พ่ายแพ้ต่อ กองทัพของ
พระเจ้าอยู่หัวของเรา
ไปอย่างราบคาบ และยอมวางอาวุธตั้งแต่ปี พ.ศ.2527...นานเกือบครบ สามทศวรรษแล้ว!

        การที่ “กองทัพเถน” นำ “ตลก” หลงกาลเวลากลุ่มนี้ มาเล่นละครพีเรียดย้อนยุค โดยให้สวมเครื่องแบบใหม่เอี่ยม แต่ยับยู่ยี่ ทั้งยังติดเครื่องหมาย แสดงสัญลักษณ์พรรคคอมมิวนิสต์เก่า ซึ่งเป็น “ศัตรูแผ่นดินไทย” ในอดีต ทั้งยังเป็นพรรคการเมืองเดียว ในประวัติศาสตร์ประเทศนี้ ที่มีนโยบายชัดเจน ที่มุ่งมั่นจะ...
        โค่นล้มสถาบัน...พระมหากษัตริย์!

        ไอ้ “ตลก” พวกนี้มันกะย่องกะแย่งกันมา ที่หน้าศาลรัดทำมะนวย โดยแสดงตัวตน พร้อมกับอ้าง ว่า
        มาเพื่อพิทักษ์ ตุลากวย...แห่งศาลรัดทำมะนวย!! 
        แหล่งข่าวและสื่อต่างๆ รายงานตรงกันว่า
        กลุ่ม “ทหาร-ตลก” กองนี้ ได้รับอนุเคราะห์ค่ารถค่าเรือ รวมทั้งทั้งค่าชุดแต่งกายขบขัน จากสองตาเถนแห่งอาศรม “สันติกระโปก” คือ 
        “เถนลอง-เถนรักษ์” 
        ระหว่างการชุมนุม สมาชิก “กองทัพเถน” ของเขาทั้งสอง ยังนำอาหารมีผักหญ้าเป็นหลัก มาประกอบเลี้ยงกองทหารกันถึงที่ชุมนุม แต่ใครอยากกินเหล้า ต้องไปซื้อหาเอง เพราะพวกเถนไม่ยอมแจกให้แดกกัน

        นอกจากนี้ โทรทัศน์ ช่อง “กองทัพเถน” ถ่ายทอดกิจกรรมและสัมภาษณ์ทหารพรรคคอมมิวนิสต์เก่า ซึ่งตอนนี้กำลังจะกลายเป็นกำลังส่วนหนึ่งของกองทัพซอมบี้ ซึ่งทำให้ผู้คนขำกลิ้ง วิพากษ์วิจารณ์กันต่อ อย่างสนุกสนาน แต่พวกตำรวจเขากลับซุบซิบกัน ว่า 
        การเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และได้คนใหม่ซึ่งเป็นนายตำรวจประเภท “ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน” หรืออย่างที่พวกโปลิศ ชอบพูดกันติดปากว่า 
        “มึงโป้ง...กูโป้ง โป้ง!” หรือถ้า...
        “มึงโป้งๆ...กู โป้ง โป้ง โป้ง!!” 
        พูดง่ายๆคือ มึงมาหนึ่ง กูซัดกลับสอง หรือ มึงซัดมาสอง กูสวนกลับสาม ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่า
        รัฐบาลนี้เตรียมพร้อม สำหรับการเล่น “เกมแรง” แล้ว!!! 
        ทางฝ่ายพันธมาร และ “เถนลอง-เถนรักษ์” รู้แกว และคงพิจารณากันแล้วว่า 
        ไม่เสี่ยงดีกว่า! 
        จึงมีไอเดียบรรเจิด ไปดันกลุ่ม “ทหาร-ตลก” ให้ออกหน้า มาทำสงครามตัวแทน แสดงจำอวดหน้าศาลรัดทำมะนวย แทนพวกตน โดยทำท่าทำที ว่า
        มาเพื่อปกป้อง คุ้มครองตุลากวย แห่งศาลรัดทำมะนวย!

        แต่...
        ศาลรัดทำมะนวยไม่เล่นตามด้วย ซึ่งสร้างความผิดหวัง ให้กับ “เถนลอง-เถนรักษ์” และสาวกเหล่า “กองทัพเถน” เป็นอันมาก เพราะคำร้องที่อุตส่าห์ยื่นให้ตุลากวย แห่งศาลรัดทำมะนวย ขอ “เลื่อน” การอ่านคำวินิจฉัยครั้งนี้ออกไปก่อน 
        กลับถูก “เขี่ยตก” ไป อย่างไม่สนใจใยดี!

        หลังการวินิจฉัย กลุ่มที่ยื่นคำร้องทั้ง 5 กลุ่ม (รวมทั้งกลุ่ม “เถนลอง-เถนรักษ์) ต้องน้ำตาตกใน เพราะพ่ายแพ้แบบเอกฉันท์ คือ

        8-0! 
        ครับ...แปดศูนย์พูนสวัสดิ์ ขาดลอยไปแบบหมดทางสู้จริงๆ แต่ไอ้กลุ่มป่วนรัฐบาล มันยังเสือกกัดฟัน ออกมาบอก ว่า 
        พวกตนเป็นฝ่ายชนะ 555....หน้าด้านมาก!!

        ทันทีที่มีผลการวินิจฉัยออกมา คอการเมืองมาได้รุมล้อม ถามผมว่า 
        มีความรู้สึกอย่างไร ต่อผลการวินิจฉัยครั้งนี้? 
        ได้ตอบเขาไปตรงๆ ว่า 
        ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย เพราะคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า 
        บรรดาตุลาการเจ้าปัญหา แห่งศาลรัดทำมะนวยนั้น ตกอยู่ในภาวะ “จนตรอก” ไม่สามารถออกไปช่องทางอื่นได้!   
        ผมจึงได้เขียนบทความ หยิบยื่น “บันไดลิง” ให้พวกตุลากวยพิจารณา เพื่อเป็นทางลงของพวกเขา เอาไว้ให้ดังนี้ครับ

        ...สมมติตัวคนเขียน บังเอิญต้องนั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภาฯในตอนนี้ คงจะไม่หักหาญศาลฯเช่นเดียวกับ นายสมศักดิ์ฯ ประธานรัฐสภา ด้วยเห็นแก่ความสงบสุขในบ้านเมืองของเราเป็นสำคัญ แต่ผมจะทำหนังสือแจ้งไปยังประธานศาลฯด้วย ว่า

        ...กรณีดังกล่าว ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุด ตามช่องทางที่ระบุไว้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอัยการสูงสุดได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วเสร็จ ให้ยกคำร้อง และทางสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์ แจ้งให้ประชาชนทราบทั่วกันแล้ว 
        จึงเรียนมายังท่านเพื่อทราบ พร้อมสำเนาเอกสารคำแถลงของอัยการสูงสุด ที่แนบมาด้วยแล้ว.... 
        สั้นๆง่ายๆ...เท่านี้แหละครับ!

        ที่ผมจะทำแค่นั้น เพียงเพื่อยื่น “บันไดลิง” ที่รัฐสภามีใช้ในกรณีเหตุฉุกเฉิน ให้ตุลาการไต่ลงได้สะดวกโยธินบูรณะ ด้วยการ 
        “สั่งยกคำร้อง” เช่นเดียวกับ...อัยการสูงสุด! 
        เท่านั้นก็เพียงพอ สำหรับการลดอุณหภูมิการเมือง ที่ร้อนแรงในตอนนี้ลง ให้พ้นขีดอันตรายไปได้ และปัญหาของบ้านเมืองก็จะถูกระงับไปอีกครั้งหนึ่ง

        แต่...ถ้าบรรดาตุลาการศาลเจ้าปัญหา ยังไม่ลดละทิฐิ และดึงดัน จะยังเดินหน้าต่อไป อย่างไม่เลิกรา ซึ่งอาจส่งผลให้บ้านเมืองของเรา ลุกเป็นไฟ ขึ้นมาได้! 
        อยากจะลองดู...ก็ได้นี่!!!?

        (ดูบทความ “บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!!
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=370)

        ในที่สุดการวินิจฉัย ก็ออกมาในรูป “ยกคำร้อง” เหมือนดังที่ผมได้แนะนำไป 
        ไม่ใช่ผมจะเดาแม่น หรือเก่งกาจอะไร เพียงแต่มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย ที่ใครก็ตามซึ่งมีพื้นฐานทางกฎหมายพอสมควร หากได้พิจารณาดูหลักฐานต่างๆโดยละเอียดแล้ว 
        จะเห็นได้ว่า
        รัฐบาลนายกปูฯ ได้เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย “เปิดเผย” ต่อรัฐสภา เป็นที่รับรู้ของสาธารณชน ทั้งสมาชิกรัฐสภาเหล่านั้น ยังโต้เถียงกันดุเดือดอยู่หลายวัน ก่อนจะลงมติกันในสภา 
        ประชาชนคนไทยอย่างเราๆท่านๆ จึงได้รับรู้เหตุการณ์กันอย่างชัดเจน ตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตยแล้ว! 
        นอกจากนั้น
        การแก้ไขก็แสดงเจตจำนงว่า จะไม่แก้ไขหรือให้คงรัฐธรรมนูญหมวดเอาไว้ใดบ้าง 
        จึงแน่ชัดว่า ไมได้เป็นการแก้ไข...รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ!
        ดังนั้น จึงเป็นที่ชัดเจน ว่า 
        ไม่มีทางที่ตุลากวย แห่งศาลรัดทำมะนวย จะพิจารณาวินิจฉัยให้บิดเบี้ยวเป็นอย่างอื่นไป นอกจากจะต้อง...
        สั่ง “ยกคำร้อง” เท่านั้น!!!

        ารวินิจฉัย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ไม่ใช่แต่คนไทยเท่านั้น ที่ใจจดใจจ่อกับคำวินิจฉัย แม้แต่คนต่างด้าวท้าวต่างแดนก็สนใจ เพราะผลประโยชน์คนชาติเดียวกับเขาในบ้านเมืองของเรา ก็มีอยู่ไม่น้อยเลย 
        ที่น่าสนใจคือ

content/picdata/376/data/photo0901.jpg

        นายโจนาห์ ฟิชเช่อร์ (Jonah Fisher) ผู้สื่อข่าว BBC ได้แสดงทัศนะ ผ่านการรายงานข่าว ทันทีที่ศาลรัดทำมะนวยยกคำร้องของพรรคฝ่ายค้าน กับพวกผู้ร้องทั้ง 5 ที่อ้างว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เข้าข่ายล้มอำนาจการปกครองฯ ดังนี้

        กรณีนี้สำหรับคนส่วนมากแล้ว ดูเหมือนเป็นเรื่อง “ตลกไร้สาระ น่าขบขัน” ตั้งแต่แรก (To many, it had appeared ludicrous from the start.) และสะท้อนได้จากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่อ่านคำพิพากษาความยาวเพียง 20 นาที ระบุว่า
        ไม่มีหลักฐานที่สนับสนุนคำอ้างว่า ความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 
        เป็นภัยคุกคามต่อ...พระมหากษัตริย์!
        ผมอ่านแล้ว ต้องบอกกัน ตรงๆว่า...อายฝรั่งจริงๆ!

        ที่ผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าทุเรศอย่างยิ่ง ของตุลากวยชุดนี้ คือ เว็บไซด์ของศาลรัดทำมะนวยเอง ได้ระบุชัดเจนว่า ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง มีอยู่เพียงผู้เดียว คือ 
        “อัยการสูงสุด” 
        ผมได้แสดงหลักฐานเอาไว้ ในบทความชื่อ... 
        ตุลาการแห่ง...ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ!!!

        นอกจากนั้น ผมยังเขียน ต่อไปอีกด้วยว่า

        ...ศาลกลับไม่ได้ชี้แจงเรื่องนี้เลย ว่า
        ทำไมจึงมีข้อความปรากฏแต่เพียง “อัยการสูงสุด” เป็นผู้มีอำนาจ ยื่นคำร้องแต่ฝ่ายเดียว? 
        ไม่ยักมีผู้ร้อง ที่สามารถยื่นคำร้อง ต่อศาลโดยตรงได้ 
        เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตีลูกเฉยเมย ไม่ยอมออกมาชี้แจง จน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. สรรหา และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ออกโทรทัศน์สถานีสีเหลือง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เตือนว่า

        ...ศาลรัฐธรรมนูญลงข้อมูลผิด ต้องรีบแก้ด่วน กรณีระบุ ช่องทางการยื่นตามมาตรา 68 ต้องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ยันประชาชนมี สิทธิ์ยื่นเองได้!...

        ดังนั้น การที่ศาลรัดทำมะนวย มีคำสั่งรับคำร้องของผู้ร้องทั้ง 5 ทั้งๆที่หลักฐานเอกสารของศาลเอง ประจานโต้งๆอยู่อย่างนั้น 
        ผมจึงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากจะต้องบอกว่า 
        นี่เป็นวิธีการ ที่ศาลรัดทำมะนวย “ตีกิน”เอาอำนาจที่กฎหมายกำหนด ให้เป็นของ “อัยการสูงสุด” มาเป็นของตัวเอง อย่าง... 
        น่าอัปยศที่สุด! 
        เขียนอย่างนี้ หากตุลาการศาลรัดทำมะนวย จะถือว่าผู้เขียน หมิ่นประมาท ก็ไม่เป็นไร ขอจงอย่าได้รอช้า ให้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามระเบียบ หรือจะจะฟ้องร้องเองก็ได้ จะได้ไปพิสูจน์กันในศาลยุติธรรม ว่า
        ใครกันที่ผิด และใครกันแน่ ที่เป็น...ผ่ายถูก!!

        ก่อนจบบทความในวันนี้ ผมต้องขอพูดถึง การแสดงความเห็นของ นายสุรพล นิติไกรพจน์ พยานฝ่ายผู้ร้อง ที่อ้างว่า 
        รัฐประหาร คือ “รัฐาธิปัตย์” 
        ถ้าผมเป็นผู้ซักค้านในวันนั้น จะยื่นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต เล่มล่าสุด ให้อีตานายคนนี้ช่วยเปิดให้ศาลดู ว่า
        “รัฐาธิปัตย์” นั้น แปลว่าอะไรกันแน่?
        ผมพูดหลายครั้งแล้วว่า คำๆนี้ไม่มีในภาษาไทย หากจะแปลตามรูปบาลีแล้ว จะต้องแปลว่า
        “พระราชา”
        ดังนั้น ผมจึงได้เขียนบทความชื่อ คำพิพากษาศาลฎีกา ยกหัวหน้าคณะปฏิวัติ ขึ้นเป็น ‘พระราชา’...จริงหรือ!!!?
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=340)
        โดยถามว่า

        เมื่อ “ไอ้บัง กบฏ” คือ นายพลสนธิ บุณยะรัตกลิน ยึดอำนาจในแผ่นดินแล้ว ตัวมันได้รับการสถาปนา ขึ้นเป็น “พระราชา” อีกองค์หนึ่ง อย่างนั้นหรือ?
        ไม่เห็นมีใคร ตอบผมได้สักคน!

        เมื่อคนระดับอธิการบดี ของมหาวิทยาลัยสำคัญ ยังดันมีความเห็นที่เป็นมิจฉาทิฐิอย่างนี้ อีกทั้งยังมีคนไทยบางกลุ่ม ที่พยายามจะยึดกุม “รัดทำมะนวย...ฉบับหัวคูณ” ซึ่ง“ไอ้บัง-กบฏ”กับพวก มันข่มขืนใจและยัดเยียดให้คนไทยเรา จนสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง ต่อเนื่องกันมาหลายปีดีดักแล้ว นั้น
        ทำไมถึงยังไม่ยอม “สลัดแอก” โดยไม่คิดจะแก้ไข หรือยกเลิก “รัดทำมะนวย...ฉบับหัวคูณ” อย่างนั้นกันเลยหรือ!?

        พฤติกรรมของคนไทยบางส่วน ที่ไม่รู้จักรักและหวงแหนความเป็น “ไท” ที่รักความเป็นอิสรเสรีสมชื่อเผ่าพันธ์ ก็เพราะไอ้พวกนี้มันรักที่จะเป็นเพียง แค่ “ขี้ข้าม้าครอก” จนยอมสยบให้กับฝ่ายอธรรม แถมยังพยายามรักษา“รัดทำมะนวย...ฉบับหัวคูณ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการ กดคนไทย ให้ลงเป็นทาส นั้น
        ทำให้ผมนึกถึงคำของราชทูตจากฝรั่งเศส ที่มาเจริญสัมพันธไมตรีสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ซึ่งบันทึกเอาไว้ นานกว่า 300 ปี มาแล้ว ว่า  

        “ลักษณะสำคัญ ที่สะท้อนการสยบลงเป็น ‘ทาส’ ของคนสยาม อยู่ตรงที่พวกเขา ‘ไม่กล้า’ แม้แต่จะพูดถึงเหตุการณ์เรื่องราวใด ในบ้านเมืองของตัวเอง”

                                                ซิมง เดอลาลูแบร์
                                                (Simon de La Loubère)

                                                ราชอาณาจักรสยาม
                                                ค.ศ. 1691

        ครับ... ถึงวันนี้แล้ว คนไทยที่ไม่กลัว ทั้งกล้าพูด และกล้าเขียน เหมือนๆผม ยังมีอีกมากมาย ในบ้านนี้เมืองนี้
        จึงขอสื่อความไปถึง ไอ้พวกนักการเมืองลากตั้ง ผลิตผลกาลีจากการปฏิวัติรัฐประหาร รวมทั้งบรรดานักการเมือง ที่ผิดหวัง เพราะพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งทั่วไป ที่พยายามแสดงตน ว่า

        จะเทิดทูนและพิทักษ์ ไอ้ “รัดทำมะนวย...ฉบับหัวคูณ” ของ “ไอ้บัง กบฏ”เอาไว้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู นั้น 
        พวกเราคนไทย หัวใจรักชาติ คงจะต้องบอก กับพวกมัน ว่า

        “พวกมึงอยากเป็น ‘ทาส’ ต่อไปอีกนานๆ ก็เป็นเรื่องของพวกมึง...เชิญเลย! 
        เชิญเป็นกันต่อไป!!

        แต่...

        ...พวกกูไม่เหมือนพวกมึง เพราะพวกกูเป็นคนไทย ที่รักความเป็น ‘ไท’ สุดขั้วหัวใจ จึงเป็นคนละพวก คนละเผ่าพันธุ์...

        ต่างจากพวกมึง โดยสิ้นเชิง...โว้ยยยย!!!”

...............

ท้ายบท สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจารย์ป๋วยฯ ตอบจดหมาย ผู้ว่าแบ๊งค์ชาติ!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=375
        มีดังต่อไปนี้ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 1   
ท่านอาจารย์ครับกลุ่มของศาล รัฐธรรมนวยสร้างความวุ่นวายให้ชาวประชาทั้งบนพื้นโลกและบนสวรรค์ชั้น 7 ซึ่งอาจารย์ป๋วยอาศัยอยู่นั้น คืออย่างนี้ครับอาจารย์ คำวินิจฉัยนั้นบอกว่า ยกคำร้อง แต่มันมีสร้อยตามว่ารัฐธรรมนวยฉบับหัวคูน ของสนธิ และประสงค์นั้นผ่านการลงประชามติ ดังนั้นการจะแก้ไขทั้งฉบับควรถามประชาชนก่อน และ สสร.ไม่ใช่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เกิดมาผมก็เรียนและบางครั้งก็สอนด้วย ก็งงนะซิ เพราะไม่เคยเห็นคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลที่ทำเป็นของเล่น ผมว่าต่อไปคงจะมีคำวินิจฉัยแปลก ๆว่า พรรค ปชป มีความผิดให้ยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารมีกำหนด 5 ปี ตั้งแต่ 15 ก.ค. 2555 เป็นต้นไป แต่คราวนี้ความผิดปรากฎชัดแจ้งจึงควรยกเว้น แต่ให้รัฐจัดหาเงินสนับสนุนพรรคนี้เป็นพิเศษด้วยเหตุผลถ้าไม่ให้เขา ๆและอาจจะเป็นเหตุให้พรรค ปชป อ้างหาทาง คอรัปชั่นต่อได้ ให้คู่ความคือผู้ร้อง กับผู้ถูกร้องคัดคำพิพากษาฉบับเต็มได้ภายใน 15 วัน คู่ความทั้ง สองฝ่ายทราบ ปิดศาลรัฐธรรมนวย (ฟังแล้ว งง ฉนั้นยิ่งถ้าฉบับเต็มออกและคู่ความอ่านแล้วมันไม่ยิ่งงงใหญ่หรือครับ) คู่ความเขาจะปฏิบัติอย่างไร นี่หรือคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนวย แห่งประเทศ ทุย ส่วนคำวินิจฉัยส่วนตัวของผมนั้นว่าให้ศานทุกคนถอดครุยและประกาศลาออกต่อหน้าสาธารณชนแล้วกลับไปเลี้ยงหลานที่บ้าน ห้ามเลี้ยงกิ๊ก และห้ามขึ้นไปวุ่นวายที่สวรรค์ชั้น 7 ซึ่งนายเข้ม เย็นยิ่ง หรือ ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ และทีมงานอาศัยอยู่ อาจารย์ช่วยวิพากย์หน่อยว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนวย กับของกระผมนั้น อาจารย์ว่าของใครชัดเจนและปฏิบัติตามได้ โดยผู้ปฏิบัติไม่ต้องงงงวย และ ต้องหาราชบัณฑิตมาเพื่อแปลไทยเป็นไทยอีกครั้งหนึ่งครับ "เกิดมาไม่เคยอ่านคำวินิจฉัยครั้งใดที่งงเท่าครั้งนี้" เลยครับอาจารย์วาท ฯ
โดยคุณ suaksai  101.51.111.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ปล.ลืมบอกท่านผู้ว่าฯไปนิดหนึ่งว่าตำแหน่งรัฐมนตรีคลังที่หวังนั้นคงไม่ได้แน่ๆแต่ยังพอมีตำแหน่งเหลืออยู่ อีกตำแหน่งหนึ่งที่พอจะอวยให้กันได้...สนใจหรือเปล่า ตำแหน่ง "ผู้ช่วยคัง"จะรับมั๊ยจ๊ะ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันชั่งใจ  125.24.25.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เราจะทำอย่างไรพวกเห็บที่เกาะกินเลือดประเทศ ตายเร้วๆ มือที่มองไม่เห้นเมื่อไหร่เราจะตัดมือมันได้เสียที ให้เวลามันกินข้าว กินเมือนกิน
โดยคุณ
thanyaporns@yahoo.co.th  101.109.159.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
ผู้ว่าการฯ คนนี้ทำงานอยู่กับรัฐบาลเพื่อไทย / แต่ใจอยู่กับรัฐบาลเงาของพรรคแมงสาปแน่แท้เลย - ปลดแมร่งออกเลยดีป่ะ
โดยคุณ คนร้อยเอ็ด  223.206.18.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
อาจารย์ครับ เมื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งทีเห็นควรให้แก้ให้ผู้กระทำความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาจะต้องรับผิดและถูกลงโทษทุกกรณีโดยไม่มีอายุความ และให้มีผลย้อนหลังทุกคดี ด้วยเป็นไรจะดูซิว่า ใครบ้างที่รักชาติบ้านเมืองจริงคนชั่วมันต้องได้รับโทษทุกกรณีไม่ใช่หรือครับ
โดยคุณ narong subsangar  101.108.130.XXX

ความคิดเห็นที่ 6   
เขียนได้ดีมากครับมันคงแทงใจทำของผู้ว่าแบงค์ชาติจริงๆแต่ผมว่าคนแบบนี้คงจะเห็นประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องเป็นหลักเหนื่อยใจแทนรัฐบาลที่มีผู้ว่าแบงค์ชาติไปถือหางพรรคดักดาน
โดยคุณ
phillip_pea@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 7   
เหน็บได้เด็ดขาดจริงๆ คนดีๆอาจอาย แต่ไอ้ที่ไม่สำนึก มันอาจตั้งงบ ซื้อรถคันละ 40-50 ล้าน เป็นการประชด โทษฐานที่มีคนไปเขย่า ให้ริดสีดวงมันชอกช้ำ น่ะซี้
โดยคุณ ดวง สีริด  125.25.147.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8   
อ่านผลงานของท่านแล้ว...เจ๋งจริงๆ
โดยคุณ Charnvit/
simant59@gmail.com  124.122.190.XXX 

ความคิดเห็นที่ 9   
ถึงคราวต้องสู้กับความเลวทรามของสังคมเพื่อวันข้างหน้าให้ลูกหลานเรา
โดยคุณ
prapasscpf@yahoo,com 

        (คอลัมน์ประจำสัปดาห์ พวกมึงอยากเป็น ‘ทาส’ เชิญเลย!!!  ออนไลน์ วันที่ 21 กรกฎาคม 2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ต้องจับจ้อง มองแก๊งกาลี ของเถนอัปรีย์ “สันติกระโปก”!!!
ต้องถอนประกัน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กบฏ-ผู้ก่อการร้าย!!!
ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!!
เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น
ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!!
ต้องจับจ้อง มองแก๊งกาลี ของเถนอัปรีย์ “สันติกระโปก”!!!
ต้องถอนประกัน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กบฏ-ผู้ก่อการร้าย!!!
ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!!
เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น
ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!!
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
...องค์กรอย่างไอ้ทีดีอาร์ไอ ไอ้พรรคดักดาน รวมทั้งพวกโฆษก-โฆษกี ของวิทยุคลื่น 101 (วันโอเวร ราดิโอ)... ..
...สามีใหม่ของคุณนิชาก็คงยังไม่ตาย ส่วนทหารจะไม่ถูกชาวบ้านจำนวนมากมาย เกลียดชังเข้าไส้เข้าพุง... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER