หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ต้องกระทำ “การุณยฆาต” ศาลรัดทำมะนวย!!!
หัวข้อ : ต้องกระทำ “การุณยฆาต” ศาลรัดทำมะนวย!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ต้องกระทำ “การุณยฆาต” ศาลรัดทำมะนวย!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักข่าว CNN ได้รายงานข่าวศาลสูงอังกฤษ ได้ปฏิเสธคำร้อง เพื่อขอจบชีวิตตนเอง “อย่างมีศักดิ์ศรี” ของ นาย โทนี นิคลินสัน (Tony Nicklinson) ด้วยการให้แพทย์ ช่วยกระทำ “การุณยฆาต” ให้

content/picdata/383/data/photo0909_3.jpg

        โทนี นิคลินสัน เป็นผู้พิการ เพราะปัญหาเส้นเลือดอุดตัน จนไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกาย ตั้งแต่คอลงมาได้ ต้องสื่อสารกับบุคคลอื่นผ่านคอมพิวเตอร์ ด้วยการกระพริบตาสั่งการ และต้องจมปลักอยู่กับภาวะเช่นนี้ มานานหลายปี เปลี่ยนจากผู้หาเลี้ยงดูครอบครัว กลายมาเป็นภาระหนักยิ่งสำหรับครอบครัว ที่จะต้องให้การดูแล ชายพิการที่น่าสงสารคนนี้  
        ผู้พิพากษาศาลสูงอังกฤษบอกว่า มีเพียงรัฐสภาอังกฤษเท่านั้น ที่จะแก้ไขกฎหมายให้สามารถทำได้!

        ลูกสาวสองคนได้ทวีตข้อความแทน โทนี นิคลินสัน ผู้เป็นบิดา เรียกร้องให้ผู้คนร่วมลงชื่อ “สนับสนุนสิทธิในการตาย อย่างมีศักดิ์ศรี” ของคุณพ่อ และภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มีคนเข้าไปลงชื่อสนับสนุนกว่า 2,200 คน
        ปัจจุบันมีผู้ติดตามทวิตเตอร์เขา มากกว่า 40,000 ราย!  
        แม้ประเทศใหญ่อย่างอังกฤษ จะยังไม่มีกฎหมาย “การุณยฆาต” ในเรื่องนี้ แต่ในยุโรปนั้น มีบางประเทศที่ศาลของเขา มีอำนาจอนุญาต ให้ผู้ป่วยลักษณะเดียวกันนี้ สามารถจบชีวิตตนเองได้ อย่าง 
        ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศลักเซ็มเบิร์ก เป็นต้น

        เรื่องนี้ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางเคเบิลทีวี ที่ผมเป็นสมาชิก เขานำภาพยนตร์เก่าเรื่องYou don’t know Jack มาฉายให้ดูกัน หนังเรื่องนี้ เป็นประวัติของนายแพทย์ แจ๊ค เควอเกี้ยน (Jack Kevorkian) ซึ่งมีชื่อเสียง แต่มีฉายาน่าเกรงกลัว ว่า 
        Dr. Death 
        ผมเคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ด้วยความชอบเป็นพิเศษ เขานำมาฉายใหม่เมื่อไร ก็ทนนั่งดูได้อีกโดยไม่นึกเบื่อเลย

        ที่ว่าชอบนั้น อาจเพราะเป็นหนังเรื่องนี้ ถ่ายทอดมาจากชีวิตจริง ที่มีเนื้อหาน่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ Mercy killing ซึ่งหมายถึง...
        การที่แพทย์ ช่วยให้ผู้ป่วยซึ่งมีความทุกข์ทรมานจากโรค หรือภาวะที่เป็นอยู่ ให้จบชีวิตลงอย่างสงบ และจากโลกนี้โดยไม่เป็นภาระของลูกหลาน หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกต่อไป
        ภาษาไทยเราใช้คำว่า “การุณยฆาต” ซึ่งไม่ทราบใครนำมาใช้ก่อน แต่ผมเห็นว่า เขาแปลได้กระชับ ตรงกับภาษาอังกฤษ
        นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคำแปล ซึ่งให้ความหมายคล้ายคลึงกัน คือ 
        “ปรานีฆาต” 
        ไม่ว่าจะเป็น “การุณยฆาต” หรือ “ปรานีฆาต” แท้ที่จริงก็คือการ “ฆ่า” มนุษย์ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่กฎหมายในบางประเทศ ไม่ได้เอาผิดฐานฆาตกรรมโดยไตรตรองไว้ก่อน แต่อาจเอาผิดในข้อหาที่เบาลงมาเท่านั้น

        คุณหมอแห่งความตาย หรือ ดร.แจ๊ค เควอเกี้ยน คนนี้ เป็นชาวยิว ในวัยเด็กเคยผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว ได้พบเห็นการที่คน “ยิว” เผ่าพันธุ์เดียวกันกับตน ต้องถูกฆ่าตายอย่างทารุณ โดยฝีมือของพวกนาซีเยอรมัน  
        นี่อาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้คุณหมอแจ๊ค ในฐานะแพทย์ ไม่อยากที่ไม่อยากเห็นคนไข้ต้องทนทุกข์ทรมาน ในตอนสุดท้ายของชีวิต 
        จึงช่วยให้คนไข้พ้นทุกข์ ด้วย Mercy killing ก็เป็นไปได้!

content/picdata/383/data/photo0909_4.jpg

        ดร.แจ๊ค เควอเกี้ยน จึงตกเป็นแพทย์ผู้มีข่าวฉาวไปทั่วโลก โด่งดังถึงกับขึ้นปกนิตยสาร TIME ในฐานะแพทย์ผู้สนับสนุนการกระทำ "การุณยฆาต" ซึ่งก็คือ 
        การทำให้บุคคลตายโดยเจตนา ด้วยวิธีการที่ไม่รุนแรง หรือวิธีการที่ทำให้ตายอย่างสะดวก โดยมีผู้ป่วยจำนวนมาก ได้รับการช่วยเหลือให้ตายผ่านรูปแบบของ "เครื่องจักรสังหาร" หรือวิธีการให้ยาหลายประเภทกินเพื่อเสียชีวิต  
        นอกจากนี้ ดร.แจ๊ค เควอเกี้ยน ยังเป็นผู้ที่สนับสนุนกฎหมายเกี่ยวกับ "การมีสิทธิที่จะเสียชีวิต" ซึ่งทำให้มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่คุณหมอก็ไม่สนใจ ยังคงแสดงจุดยืน ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเสียชีวิต หรือผู้ต้องการหลีกหนีจากความเจ็บป่วยจากโรคร้ายต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง

        การเดินหน้ากระทำ “การุณยฆาต” เป็นเหตุให้ตัวคุณหมอเอง ต้องถูกจับดำเนินคดีหลายครั้ง แต่ด้วยความชาญฉลาดของทนายความคู่ใจ ซึ่งได้ให้คุณหมอแจ๊ค ถ่ายวีดีโอคนไข้เอาไว้ ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติการ ช่วยเหลือให้คนไข้ไปเฝ้าพระเจ้าได้ ตามความประสงค์ของผู้นั้นเอง  
        ทนายความของคุณหมอ เปิดภาพวีดีโอนั้น เป็นหลักฐานต่อสู้คดีในชั้นสืบพยาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด และเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้คณะลูกขุนคล้อยตามเหตุผล และความจำเป็น ที่คุณหมออ้างว่า 
        จะต้องทำให้คนไข้จบชีวิตลง เพื่อรอดพ้นจากการทรมาน จนในที่สุด ลูกขุนลงความเห็น ว่า...  
        ดร.แจ๊ค เควอเกี้ยน ไม่มีความผิด ตามฟ้อง!

        คุณหมอเลยกลายเป็นคนดัง ทั้งในสหรัฐเองและทั่วโลก มีคนวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเขา ในแง่มุมต่างๆมากมาย ซึ่งมีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน แต่ต่อมาศาลสูงสหรัฐ ได้วางหลักเกณฑ์ ว่า
        การกระทำการุณยฆาตนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย!
        เจ้าของฉายา Dr. Death ฝ่าฝืนอีกครั้ง แต่คราวนี้ ไม่สามารถหลุดรอดไปได้เหมือนทุกครั้ง เพราะลูกขุนลงความเห็นว่า ครั้งนี้... 
        ดร.แจ๊ค เควอเกี้ยน มีความผิด ฐานฆ่าคนตาย!   

        ผมชอบใจคำพูดของผู้พิพากษาผู้หญิง ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเธอได้กล่าวก่อนมีคำพิพากษา ซึ่งตัวจำข้อความที่เธอพูดโดยละเอียดไม่ได้หมด  แต่พอจำเนื้อหาหลักๆ ที่ผู้พิพากษาท่านนี้พูดได้ ว่า
        ถึงแม้ ดร.แจ๊ค จะเคยชนะคดีในทำนองเดียวกันมาก่อน แต่ครั้งนี้คุณหมอมา “ผิดศาล” แล้ว เพราะศาลนี้เห็นว่า 
        ดร.แจ๊คนั้น ได้ท้าทายสังคม และท้าทายกฎหมายมาโดยตลอด แต่วันนี้สหรัฐอเมริกามีกฎหมาย ซึ่งได้ระบุชัดเจนแล้วว่า
        เรื่อง “การุณยฆาต” นั้น เป็นเรื่องต้องห้าม! 
        แต่...คุณหมอยังกล้าฝ่าฝืน ซึ่งเป็นการ “ท้าทาย” และไม่แสดงความเคารพต่อกติกาของสังคม  
        ดังนั้น ศาลจึงพิพากษา ลงโทษ “จำคุก” จำเลยคือคุณหมอไว้ มีกำหนด 20 ปี!
        (ต่อมาได้มีการอุทธรณ์ และศาลลดโทษให้ แต่ศาลสูงสหรัฐปฏิเสธ ไม่รับอุทธรณ์ของ ดร.แจ๊ค)  
        อย่างไรก็ตาม ภายหลังคุณหมอได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดเมื่อ ปี 2007 (พ.ศ.2550) และสิ้นชีวิตเมื่อ 2011 (พ.ศ.2554)
        ดร.แจ๊ค ได้กล่าวภายหลังจากถูกปล่อยตัว ว่า  
        ไม่เคยรู้สึกเสียใจ ที่ได้ช่วยให้ผู้ป่วยฆ่าตัวตาย!

        ที่คุยเรื่องนี้ให้ฟัง ก็เพราะผมนั้น ชอบวิธีคิดของอเมริกันชน ว่า เมื่อมีกฎหมายแล้ว พวกเขาจะต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติ อย่างเคร่งครัด 
        ใครจะละเมิดมิได้!
        แม้ถึงแม้ผลการตัดสินจะออกมา ด้วยเสียงใกล้เคียงกัน แต่อเมริกันชนจะยอมรับในคำพิพากษา เช่น ผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐ มีความเห็นแบบฉิวเฉียด ในคดีที่ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้ว คือ The Patient Protection and Affordable Care Act ซึ่งผลการตัดสินให้ทาง ประธานาธิบดี โอบามา เป็นฝ่ายชนะ ด้วยคะแนนเสียง 5:4 
        (กรุณาดู บทความ หมอชนบท...หมอซูโด!!!http://vattavan.com/detail.php?cont_id=374)

        ในวิถีของอเมริกันชนนั้น เมื่อมีข้อขัดแย้งกันทางกฎหมาย เมื่อศาลสูงวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว คนอเมริกันจะ “ยอมรับ” คำตัดสินชี้ขาดของศาลสูง 
        ไม่มีทาง...เป็นอย่างอื่นไปได้!  
        อเมริกันชนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา จะไปตั้งวงคัดค้าน หรือจะไปรณรงค์กันต่อไป ไม่มีใครว่า สามารถทำได้ 
        แต่...ถ้ายังไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย จะต้องดำเนินการไปตามคำวินิจฉัยของศาลสูง และจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย เข้ามาแก้ไข ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น 
        หลังจากที่ศาลสูงพิพากษาแล้ว นาย นิค รอมนีย์ คู่แข่ง ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของคุณโอบามา ในการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐครั้งใหม่ ซึ่งจะมาถึงในเดือน พ.ย.นี้ ได้ให้คำมั่นว่า หากตัวเขาเข้าไปในทำเนียบขาวได้ 
        จะสั่งยกเลิกกฎหมาย ของ “โอบามา” ฉบับนี้ทันที!

        หันกลับมาดูเมืองไทยของเรา มีปัญหาอันสืบเนื่องมาจากรัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ ที่คนไทยเราจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งนักกฎหมาย นักการเมือง สื่อสารมลชน คนที่มีความรู้จำนวนมากมาย พยายามจะแก้ไขกัน แต่ถูกขัดขวาง โดยกลุ่มคนไทยหัวใจทาส 
        ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเร็วๆนี้ ตุลากวยของศาลรัดทำมะนวย ในปัจจุบันนั้น ได้ทำให้ผู้คนเสื่อมศรัทธา ขาดความเชื่อมั่น จนไม่อาจให้ความเคารพนับถือ พวกเขาต่อไปได้อีก 
        ผมเองได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ไว้ ถึง 3 คอลัมน์ด้วยกัน คือ
อย่างที่ผมเขียนเอาไว้หลายคอลัมน์ คือ

        1. ตุลาการแห่ง...ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ!!!
        (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=369
        2. “บันไดลิง” สำหรับ ศาลรัดทำมะนวย!!! 
        (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=370)
        3. ไหนๆจะไล่ “ไอ้พวกเหี้ย” กันแล้ว!!!
        (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=373)

        บทบาทของตุลากวยศาลรัดทำมะนวยนั้น นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อสารมวลชนแล้ว ยังมีผู้ทรงความรู้ทางกฎหมาย ครูบาอาจารย์ ตลอดจนชาวบ้านธรรมดา วิพากษ์วิจารณ์ว่า บทบาทของตุลากวยที่ผู้คนได้เห็นนั้น มีความเลอะเทอะเลื่อนเปื้อนอย่างเห็นได้ชัด
        นั่นเป็นสาเหตุสำคัญ ยังผลให้มีราษฎรจำนวนมาก เข้าชื่อกัน ยื่น “ถอดถอน” ตุลากวยจำนวน 7 นาย แห่งศาลรัดทำมะนวย แต่ในทัศนะของผมแล้ว เห็นว่า
        สมาชิกรัฐสภา ควรจะเดินหน้า ก้าวให้ไกลไปกว่านั้น คือ

        ต้องกระทำ “การุณยฆาต” สถาบันศาลรัดทำมะนวยนี้ ให้รู้แล้วรู้รอด ไปเสียเลย! 
        ไม่ต้องจับดมแก๊ส หรือฉีดยา เหมือน Dr. Death ทำกับคนไข้ แต่ทำได้ง่ายกว่านั้น ด้วยการเสนอ “แก้ไข” รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ นั่นคือ
        ยุบศาลรัดทำมะนวย...ทิ้งไปโดยด่วน!
        อาจมีผู้ถามว่า ยุบแล้วทำอย่างไรต่อไป? 
        คำตอบมีอยู่แล้ว และเชื่อว่า ผู้คนส่วนใหญ่จะเห็นด้วย คือ

        ให้ศาลยุติธรรม เปิดแผนกคดีรัฐธรรมนูญ ขึ้นในศาลฎีกา เพื่อพิจารณาข้อขัดแย้งตามรัฐธรรมนูญ แทนศาลรัดทำมะนวยปัจจุบัน เพราะคนส่วนใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ เชื่อว่า
        ศาลฎีกานั้น มีมาตรฐาน และจริยธรรมสูงกว่า ศาลรัดทำมะนวย ที่มีลักษณะเป็นการเมือง อีกทั้งผู้คนยัง...
        ให้ความเคารพ และเชื่อถือศาลฎีกา มากกว่าด้วย!

        ท่านผู้อ่าน ลองสังเกต ดูซีครับว่า ในสมาคมอาเซียน ไม่เห็นมีประเทศไหน ที่มีศาลรัฐธรรมนูญ แม้แต่ชาติเดียว
        ชาติมหาอำนาจ สหรัฐ อังกฤษ จีน รัสเซีย ก็ไม่มีเหมือนกัน รวมทั้งชาติในอาเซียน ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ด้วย

        ทุกวันนี้ ชาติที่มีอำนาจมากที่สุด อย่างสหรัฐอเมริกา มีศาลสูงก็จริง แต่มีผู้พิพากษาอยู่แค่ 9 คน รับคดีทุกคดี ที่มาจากทุกรัฐ รวมทั้งต้องวินิจฉัยข้อขัดแย้งของคู่ความ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “รัฐธรรมนูญ” ของสหรัฐอีกด้วย

        ผมไม่เห็นเขา มี “ปัญหา” อะไรนี่ครับ!!!

.....................

ท้ายบท ผมขอตั้งข้อสังเกตเล็กๆ สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจเรื่อง “การุณยฆาต” ดังนี้ครับ
        ถ้าสัตว์ป่วยหรือบาดเจ็บด้วยอุบัติเหตุ เช่น ม้าแข่งหกล้มขาหัก เจ้าของและสัตว์แพทย์ จะไม่รีรอ ที่จะทำให้มันตายไป ทั้งๆที่ยังยืดชีวิตมันได้ เช่น 
        ม้าขาหัก เราสามารถใช้สลิงยกตัวม้า แล้วดูแลรักษาไปตามสภาพ ซึ่งก็จะยืดชีวิตม้าไปได้อีกนาน แต่ตัวม้าต้องมีสภาพที่ต้องทนทุกข์ทรมาน 
        ไม่ใช่ทรมานแต่ม้าแค่นั้น แต่เป็นการทรมาน “เจ้าของ” ม้าด้วย!

        ดังนั้น ทางเจ้าของ หรือ สัตว์แพทย์ จึงเลือกที่จะทำให้ม้านั้นตายไป ซึ่งไม่เป็นความผิดอาญา และไม่มีใครถูกตำหนิในเรื่องนี้ กลับเห็นว่า 
       
เป็นเรื่องถูกต้อง!
        แต่...
        สำหรับคนที่ป่วยอย่างคุณโทนี นิคลินสัน แม้จะร้องขอจบชีวิตตัวเอง เขากลับไม่มีสิทธิทำได้ และใครก็ตาม ช่วยหรือทำให้พ้นจากความทุกข์ทรมานตามคุณโทนีร้องขอ จะกลายเป็นผู้กระทำความผิดอาญา ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาไปทันที
        คนกับสัตว์ จึงต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยประการฉะนี้!

        นึ่ง บทความสัปดาห์ก่อน รางวัล “เหรียญ (ดอก) ทอง” วิ่งแย่งเมีย เพื่อนร่วมพรรค!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=381)      
        มีผู้โพสต์แสดงความเห็นท้ายคอลัมน์ ดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ใครจะไปตอบได้ คำถามยากๆอย่างนี้!
โดยคุณ ตอบไม่ถูก  101.109.219.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ยังอยู่ในพรรษาอยู่เล้ย พ่วงมุกฮาตอนจบจนได้ ได้อารมณ์สบาย ๆ ช่วงวันหยุดจริง ๆ.....พูดถึงนักกีฬาไทยในโอลิมปิก ผมยังเห็นแววอีกคนหนึ่ง คือ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตั้น หากได้รับการส่งเสริมที่ดี น่าจะเป็นความหวังอย่างมาก
โดยคุณ ฮาในพรรษา  115.87.78.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เหรียญดอกทอง...ไม่มีใครทันประธานพรรคแน่ๆ เพราะท่านคว้าล่วงหน้า นำไปเป็นตัวอย่างก่อนแล้วตั้งนมนาน
โดยคุณ คว้าเหรียญก่อนใคร  125.25.148.XXX

ความคิดเห็นที่ 4   
ไม่เคยผิดหวัง ฮาได้ทุกที
โดยคุณ เยี่ยมมากๆ  101.108.24.XXX 

        (คอลัมน์ ต้องกระทำ “การุณยฆาต” ศาลรัดทำมะนวย!!! ออนไลน์ วันเสาร์ 25 สิงหาคม 2555)
  

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER