หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > หลอดยาสีพระทนต์ ของในหลวง VS รถเบนซ์ราคาสิบสองล้าน ของผู้ว่าแบงก์ชาติ!!!
หัวข้อ : หลอดยาสีพระทนต์ ของในหลวง VS รถเบนซ์ราคาสิบสองล้าน ของผู้ว่าแบงก์ชาติ!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

หลอดยาสีพระทนต์ ของในหลวง VS รถเบนซ์ราคาสิบสองล้าน ของผู้ว่าแบงก์ชาติ!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ลายเดือนสิงหาคมที่เพิ่งผ่านไป นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ด้วยการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 70 ร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า 
        พระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ. 2551 มาตรา 5 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 196 หรือไม่ และเป็นอันใช้บังคับมิได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 หรือไม่?

        คุณเรืองไกรฯ อธิบายความในคำร้องว่า สำหรับผู้ที่ได้รับ
พระบรมราชโองการ ยกย่องไว้ในฐานะรัฐบุรุษ  แต่มีปัญหา คือ
        คำว่า “รัฐบุรุษ” ไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 196 บทบัญญัติของกฎหมายตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ. 2551 จึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 196 และอาจเป็นอันใช้บังคับมิได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 
        อดีตวุฒิสมาชิกคนขยันที่มีแฟนมากมาย อย่างคุณเรืองไกรฯ ได้ร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน รับคำร้องนี้ แล้วไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ด้วยการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นตามคำร้องนี้ 
        ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยไม่ชักช้า!

        มีเสียงเล่าลือกันว่า เมื่อ “ท่านเจ้าคุณรัฐบุรุษ” รู้เรื่องนี้ ถึงกับงดการตบเท้าเข้ามาในบ้าน ของบรรดาคนมีสี เพื่อร้องเพลง “แฮ้ปปี้เบิร์เดย์ ทูยู” ให้ฟังในบ้านเหมือนทุกๆปี 
        น่าเห็นใจเหมือนกันนะครับ ที่ได้รับการแต่งเป็น “รัฐบุรุษ” มาตั้งหลายปีดีดัก จู่ๆมีคนมาบอกว่า 
        เงินเดือนที่ท่านเจ้าคุณได้รับนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะตำแหน่ง “รัฐบุรุษ” นี้ ดันไม่ปรากฏอยู่ใน “รัดทำมะนวย-ฉบับ
หัวคูณ”
ที่ “ไอ้บัง-กบฏ” กับพวก มันยัดเยียดให้กับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ 19 ก.ย.2549
        เป็นไปได้ ยังไงเนี่ยะ!

        ผมเองไม่สนใจเรื่องเงินเดือนเงินดาว ของท่านเจ้าคุณเปรม เพราะท่านมีทั้งบำนาญทหาร เงินประจำตำแหน่งองคมนตรี จึงไม่น่าห่วง ที่ท่านเจ้าคุณจะไม่มีเงินใช้ แต่ที่ผมดันไพล่ไปติดใจ คือ
        เรื่องรถประจำตำแหน่ง ของ “รัฐบุรุษ” เพราะคุณเรืองไกร ระบุเอาไว้ในคำร้อง อย่างชัดเจน ว่า
        ...ได้มีการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งรัฐบุรุษโดยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำนวน 1 คัน ราคา 7,350,000 บาท ในปีงบประมาณ 2554... 
        นับว่า...โก้หรูทีเดียว!

        ใครว่ารถคันดังกล่าวนั้น มีราคาไม่มากนัก ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมว่ามัน “แยะ” เพราะประเทศของเรานั้น ไม่ได้มั่งคั่งร่ำรวยอะไรเลย คนไทยอีกหลายสิบล้าน ยังต้องมีชีวิตลำบาก ชักหน้าไม่ถึงหลัง 
        ในความเห็น “ส่วนตัว” ของผมนั้น เห็นว่า... 
        รถหลวงที่จัดให้คนของทางราชการนั่ง นั้น ควรต้องมีกำหนดราคากันให้ชัดเจน เช่น
        รถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่เกินคันละ 5 ล้านบาท และให้ถือราคารถของนายกฯ เป็นเกณฑ์สูงสุด 
        ส่วนตำแหน่งอื่นที่เหลือ ให้ใช้รถราคาลดหลั่นกันลงมา!
        แค่นี้...น่าจะเพียงพอ สำหรับประเทศที่ยังไม่ร่ำรวย อย่างไทยแลนด์ของเรา!!

        บ้านเมืองเรานี้ ผมว่ามันช่างแปลกดีแท้ ที่มีคนชอบนำคำของ “พระเจ้าแผ่นดิน” มาใส่ปากตัว แล้วทำวางเขื่อง เที่ยวสั่งสอนชาวบ้าน ให้รู้จัก “เศรษฐกิจพอเพียง” แต่เจ้าตัวกลับประพฤติหรือกระทำ ขัดกับที่พูดไว้ เพราะความประพฤติของไอ้พวกนี้ มันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม จนติดเป็นสันดานให้ผู้คนได้เห็นกัน 
        บางคนเสือกออกมาบอก ให้ผู้คนในบ้านในเมืองรู้จักพอเพียงตามแนวพระราชดำรัส แต่ตัวมันเองขับรถเฟอรารี่หรูหรา 
        หน้าเฉย...ตาเฉย!
        เรื่องการประหยัดนี้ ทำให้ผมคิดถึงความหลัง เพราะรู้จัก
ข้าราชการรุ่นเก่าๆในอดีต ที่มีตำแหน่งใหญ่โต แต่ท่านประหยัดให้หลวงในทุกๆทางที่ทำได้ แม้กระทั่งเรื่องที่หลายคนอาจเห็นว่าเล็กน้อย เช่น 
        ก่อนที่จะออกจากที่ทำงานในแต่ละวัน ผมเห็นท่านต้องไล่ปิดไฟปิดน้ำ ที่เจ้าหน้าที่เปิดทิ้งไว้เสมอ!

        ที่ประทับใจมากอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึง “ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย” แต่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ อย่างพอเพียงจริงๆ ท่านผู้นั้น คือ 
        ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ 
        ขอเล่าให้ท่านผู้อ่าน ฟังสักนิด

        หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2514 ในหลวงท่านโปรดเกล้าฯให้มีสภาสนามม้า และในวันที่มีการประชุมกันนั้น ผมเห็นอาจารย์ป๋วยฯ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า คันเล็กๆ (น่าจะเป็นโตโยตา โคโรล่า) ไปประชุมคัดเลือกตัวสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ 
        (เลือกกันเอง จากจำนวนสามพันคน ที่ในหลวงท่านทรงเลือกไว้ก่อนแล้ว) 
        ท่านอาจารย์ป๋วยฯ ได้รับเลือกเป็นอันดับ 2 รองจากท่านอาจารย์  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
        หลังจากวันนั้น ผมก็ยังเห็นท่านขับรถคันเดียวกัน ไปประชุมสภาสม่ำเสมอ
        คนอย่างอาจารย์ป๋วยฯ นั้น
        ผมยกมือไหว้ท่านได้...แบบไม่ขัดเขินเลย!

        อยากจะบอก ต่อไปอีกด้วย ว่า 
        คนไทยเราจำนวนมากนั้น ยังไงๆก็เป็นพวกรู้จัก “พอ” อยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ ที่คนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนกันหนัก เพราะพวกเขายัง
        ไม่พออยู่...พอกิน!
        ชาวบ้านต่างจังหวัด ไม่มีแหล่งเงินทุน จะหันหน้าไปกู้ใครก็ไม่ได้ หรือถ้าได้ ดอกเบี้ยก็แพงลิบลิ่ว ธนาคารหรือก็อยู่ถึงในเมือง แค่จะไปติดต่อขอกู้ ค่ารถค่าราก็กินยุบกินยับแล้ว
        พอรัฐบาลพรรค “ไทยรักไทย” มี “เงินกองทุนหมู่บ้าน” เข้าไปถึงในชุมชน ทำให้คนบ้านนอกมีที่พึ่งบ้าง แต่ไอ้คน “ใจแคบ” มันยังดันเสือกออกมาบอก ว่า
        “อะไรกันวะ ไปสอนให้ชาวบ้าน...ฟุ่มเฟือย!”
        ดูพวกมัน!!

        ทุกวันนี้ ไอ้พวกที่บอกว่าทำงานเพื่อชาติ แต่ดูเหมือนว่า พอมีโอกาส “ขูด” เอาเงินจากทางราชการได้ทางไหน เป็นเอาทันที อย่างองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาใหม่ อย่างไอ้ กสทช. เสนอเงินเดือน ตัวประธานและกรรมการ ฟาดเข้าไปตั้ง 4 แสนกว่าบาท 
        มากกว่านายกฯปู ซึ่งได้แค่แสนกว่าบาท ไปหลายเท่าตัว
จนต้องออกมา...ท้วงกันยกใหญ่!

        เอาอีกตัวอย่างก็ได้
        ไอ้โทรทัศน์ อย่าง TPBS ที่ขันมา ตั้งตาม “รัดทำมะนวย-ฉบับหัวคูณ” เขมือบเงินหลวงไป ปีละ 2 พันล้าน ผู้บริหารฟาดเงินเดือน ตกเดือนละหลายกะตังค์ มากกว่านายกรัฐมนตรีเป็นเท่าตัว แต่คุณภาพรายการ ที่นำเสนอออกมาทางจอแก้ว ดูแล้วไม่คุ้มค่าเงินหลวง ที่เสียไปมากมายเลยจริงๆ 
        ล้วนแต่ใช้เงินหลวง...สนุกสนานกันทั้งนั้น!
        ไอ้ ผอ.ที่เพิ่งลาออกไปนั้น ข่าวก็กระฉ่อนออกมาว่า มีปัญหาการร้องเรียนพนักงาน เรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับเงินๆทองๆขององค์กร จนต้องเผ่นออกไป แบบไม่กลับมาอีกแล้ว 
        สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ลองเข้าไปตรวจดูหน่อยก็จะดี!
        ถ้า สตง. งานมาก รัฐบาลควรส่งหน่วยตรวจสอบของตำรวจเข้าไปเลย เพราะทราบว่า มีการร้องเรียนมาก่อนหน้านั้นแล้ว จะไปสอบตามคำร้องที่มี ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหน ตำรวจมีอำนาจครอบคลุม ทำได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเงินหลวง 
        บางที...อาจได้เห็นอะไรดีๆกัน!

        สำหรับรถยนต์ที่พรรคประชาธิเปรต จัดงบประมาณซื้อให้
ท่านรัฐบุรุษตอนเป็นรัฐบาลนั้น 
        ผมเชื่อ...พันเปอร์เซ็นต์ ว่า 
        เจ้าคุณเปรมฯเอง ไม่ได้ร้องขอแน่นอน เพราะผมรู้ดีว่า ท่านไม่ได้เป็นคนฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม แต่ไอ้รัฐบาลโลซกที่ตกกระป๋องไปนั่นนั่น มันแค่อยาก...
        เอาใจ “ป๋า” เท่านั้น! 
        ถ้าเจ้าคุณเปรมฯ รู้ว่า รถที่เขาจัดให้นั้น ราคาเกือบ 7 ล้านครึ่ง ผู้คนที่รู้จักป๋า หรือพวกลูกป๋า คงเชื่อแน่ว่า
        คนที่ไม่รู้จักพอ อย่างท่านรัฐบุรุษ...ต้องไม่พอใจแน่ๆ!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        รถประจำตำแหน่ง “รัฐบุรุษ” ราคา 7,350,000 บาท (เจ็ดล้านสามแสนห้าหมื่นบาท) แม้จะดูว่าเป็นราคาสูงเกินไป สำหรับประเทศไทย ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังลำบาก และจำนวนนับล้านคน ที่ยังยากจนเอามากๆ 
        แต่...
        ถ้าเรานำราคารถประจำตำแหน่ง “รัฐบุรุษ” ไปเปรียบเทียบกับราคารถยนต์ประจำตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยปัจจุบัน ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI เกียร์อัตโนมัติ 
        รถคันดังกล่าว ราคา 
        12,012,645 บาท (สิบสองล้าน หนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบห้าบาทถ้วน)
        ทำให้รถประจำตำแหน่ง “ป๊ะป๋า” ดู “เด็กๆ” ไปเลย!

        รถคันดังกล่าว ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย โดนสื่อวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ อย่าง manager online พาดหัวว่า 
        “บิ๊ก ขรก.ฮิตเบนซ์ประจำตำแหน่ง ธปท. เวอร์สุด 12 ล้าน!” 

        มีคนบอกผมว่า มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีเฟซบุค ใช้รถยนต์ยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน กับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซื้อให้ผู้ว่าการฯของตัวสบายตูด เพื่อไม่เป็นอันตรายต่อริดสีดวง ตอนชูคอหราอยู่บนรถ นั้น 
        ทำให้ผมนึกถึง จอมพลผิน ชุณหะวัณ (บิดา พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี) เมื่อครั้งเป็น พล.ท. เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติปี พ.ศ.2490 โค่นล้มรัฐบาล หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เจ้าของฉายา ‘นายกสาลิกาลิ้นทอง’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัว พล.ท.ผินฯ ได้ออกแถลงข่าวทันที กล่าวหารัฐบาล ที่ตนเองเพิ่งคว่ำไปหยกๆ ว่า

        “...เป็นภาวะสุดทนทานได้ ผมทนดูเขาโกงกันไม่ไหว ดูซิคุณ เขารวยกันเป็นล้านๆ ผมเป็นนายพลนุ่งกางเกงปะก้น
        เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นเงินหมื่น เห็นรถยนต์ “บูอิค” ซึ่งรัฐมนตรีนั่งทีไร ก็เหมือนกับวิ่งอยู่บนหน้าอก...”

        มาถึงยุคนี้ แม้จะไม่ใช่หัวหน้าคณะปฏิวัติ แต่ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ว่า

        “ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นั่งรถเบนซ์ราคา 12 ล้าน ทับหัวใจ...พี่น้องประชาชน!!”

        พูดอย่างนี้แหละ...ใครจะทำไม!!!?

        ต่อไปนี้ ผมอยากให้ท่านทั้งหลาย ช่วยกันพิจารณาดู และเปรียบเทียบ 2 ภาพข้างล่างนี้

content/picdata/384/data/photo0909_5.jpg

        ภาพที่ท่านเห็นข้างบนนี้ เป็นรูปหลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ที่ทรงใช้อย่างคุ้มค่า มีสภาพถูกรีดเอายาที่บรรจุภายในออก จนหลอดแบนแต๊ดแต๋ อย่างที่เห็นกัน
        ในหลวงของเรา เคยมีพระราชกระแส เตือนสติคนไทยอย่างพวกเรา ว่า

        ...วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและประชาชนโดยทั่วไป มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอด เนื่องจากความวิปริตผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ 
        จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นอยู่โดยประหยัด เพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวหน้าต่อไปได้โดยสวัสดี
        (พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธ.ค.2521)

        พระองค์ท่านเตือนคนไทยไว้ เป็นหลักเป็นฐาน แม้เวลาผ่านมาเนิ่นนาน กว่าสามทศวรรษแล้ว แต่พวกเราประจักษ์แจ้งแก่ใจดีว่า 
        ในหลวงของเรา ยังทรงปฏิบัติพระองค์ ตรงตามแนวที่เคยตรัสไว้ 
        อย่างมั่นคง...ไม่เปลี่ยนแปลง! 
        หลอดยาสีพระทนต์ ที่ท่านเห็นตามภาพ จึงเป็นเครื่องหมายเตือนใจไทยทุกคน ว่า

        ในหลวงของเรา นั้น ทรงวางพระองค์เป็นต้นแบบ อย่าง สมบูรณ์ที่สุด! 

        คราวนี้ มาดูภาพข้างล่างกันบ้าง

content/picdata/384/data/photo0909_6.jpg

        ภาพที่ท่านเห็นข้างบนนี้ เป็นรูปรถยนต์ ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI เกียร์อัตโนมัติ รถคันดังกล่าว ราคา 
        12,012,645 บาท (สิบสองล้านหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบห้าบาทถ้วน) เป็น...
        รถประจำตำแหน่งของนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย 
        ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษา...เงินของแผ่นดิน!
        อีตาผู้ว่าการฯคนนี้ มักออกมาค่อนแคะกระแนะกระแหน รัฐบาลนายกฯปู ว่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
        ...แล้วดูมันทำ!
        ผมขออนุญาตเชิญชวน ให้ผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน ช่วยดูทั้งสองภาพนี้...สลับกันไปมา
        ดูไปๆมาๆ...โดยต้องระลึกด้วย ว่า

        รูปข้างบน เป็นของ...พระเจ้าแผ่นดิน!
        รูปข้างล่าง เป็นของ....ผู้ดูแลเงินแผ่นดิน!!

        อยากให้ท่านทั้งหลาย ดูวนไป...แล้วก็วนมา อีกสักสิบรอบ 
        บางทีหลายท่าน อาจรู้สึกอึดอัด คัดแน่นในหัวอก...

       จนน้ำตาซึม...เหมือนผม!!!

.................

ท้ายบท
        มมีบทความที่เกี่ยวข้องกับธนาคารชาติ อยู่ 2 บทความคือ
       
1. ธนาคารชาติกับการโอนหนี้ (คนรวยขี้รดกางเกง แต่คนจนซัก!!!) (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=344)
        2. อาจารย์ป๋วยฯ ตอบจดหมาย ผู้ว่าแบงก์ชาติ!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=375)

        อนึ่ง บทความสัปดาห์ก่อน ต้องกระทำ “การุณยฆาต” ศาลรัดทำมะนวย!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=383)
        มีผู้โพสต์แสดงความเห็นท้ายคอลัมน์ ดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
like switzerland
โดยคุณ jeap @hot mail com  81.63.67.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ถ้ายุบแล้วเกิดปัญหาแน่นอนครับ...คือไม่มีสถาบันไหนจะช่วยยืดชีวิตแมลงสาบให้อยู่คู่สังคมไทยงัยหล่ะคับ...คงต้องตายตกไปตามกันด้วย...แน่ๆเลย
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเห็นด้วย  125.24.21.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
อาจารย์ครับ ศาลอาญาปกติได้ถอนประกันตัวคุณเจ๋ง เรียบร้อย ทำไมคำสั่งของศาลไม่เห็นมีใครแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยเลยครับ มันเป็นเหตุเป็นผลอยู่ในตัวมันเอง ผิดกับศาลรัดทำมะนวย หัวคูณ ที่เมื่อพิพากษาแล้วมีคนจำนวนมาก ไม่ว่าครูบาอาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษาประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันระเบ็งเซ็งแซ่ ผมเห็นด้วยที่จะทำ "การุณยฆาต"ไอ้ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ นี้เสีย
โดยคุณ narong subsangar  125.24.6.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
จำได้ว่าครั้งหนึ่งประธานศาลหนึ่งนำคณะผู้พิพากษาเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ เหนือหัวรับสั่งว่ามีมากศาลจนจำไม่ได้ และผมก็เห็นมานานแล้วว่าบ้านเรามีหน่วยงานทั้งราชการ กึ่งราชการ องค์กรอิสระ มากเกินไป บางหน่วยงานโตจนเกินพอดี สร้างภาระทางการเงินแก่รัฐบาลอย่างมาก ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรยุบบางหน่วยไป คดีเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญซึ่งใช่ว่าจะมีทั้งปีทั้งชาติ เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกาก็น่าจะเพียงพอ ประหยัดบุคลากร อุปกรณ์ และงบประมาณเป็นอย่างมาก และอาจช่วยลดความขัดแย้ง รวมทั้งความหงุดหงิดในอารมณ์ของประชาชนได้ด้วย
โดยคุณ อย่ารีรอ  110.168.110.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
อย่างนี้ผมเชืยร์ เจ๋งเลย รีบดำเนินการเลย ประธานสมศักดิ์ ไม่ดำเนินการคราวไม่เลือก
โดยคุณ
suaksai@thaimail.com  101.51.105.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
ตรงประเด็น เป็นภาระประชาชนครับ
โดยคุณ สานมั่ว  101.109.16.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
ถูกวิจารณ์ว่า ลงมาทะเลาะกับชาวบ้าน จะเก็บเอาไว้ทำไม
โดยคุณ ไล่มันไป  125.25.152.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8   
ขอเสนอให้ทำการุณยฆาตไปพร้อม ๆ กันด้วยอีก ๒ หน่วยงาน คือ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ดูเหมือนจะเสียเงินไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ไม่คุ้มค่าและสร้างความอึดอัดใจให้มานานแล้ว
โดยคุณ เพิ่มเติม  110.169.227.XXX

ความคิดเห็นที่ 9   
หมดความนับถือนานแล้ว
โดยคุณ นานแล้ว  101.108.6.XXX 

ความคิดเห็นที่ 10   
จับตอนเลยดีกว่าสำหรับศาลรัดทำมะนวย...อยากให้อาจารย์ตามเรื่องคดีของนังเป็ดหัวยักษ์บ้างครับ ส่งฟ้องไปบ้างหรือยัง
โดยคุณ
Jorpor.sorasak@gmail.com  124.121.194.XXX 

        (คอลัมน์ หลอดยาสีพระทนต์ ของในหลวง VS รถเบนซ์ราคาสิบสองล้าน ของผู้ว่าแบงก์ชาติ!!! ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER