หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > สื่อกะโหลก-กะลา!!!
หัวข้อ : สื่อกะโหลก-กะลา!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

สื่อกะโหลก-กะลา!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        รัฐบาลปัจจุบัน เพิ่งบริหารบ้านเมืองมาครบ 1 ปี ทำให้ผมย้อนนึกระลึกกลับ ไปถึงผลการเลือกตั้งเมื่อปีกลาย ซึ่งก่อให้เกิดวลีใหม่ ที่ผู้คนคงจำได้ดี นั่นคือ   
        “ปรากฏการณ์ ยิ่งลักษณ์”  

content/picdata/385/data/photo0909_7.jpg

        ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีความน่าอัศจรรย์ ได้ส่งผลให้สตรีสาวสวยชาวล้านนา ก้าวเข้าขึ้นดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีหญิง” คนแรกของประเทศไทย ได้อย่างสง่างาม เพราะสามารถกำชัยชนะ ในการเลือกตั้งได้อย่างเด็ดขาด แต่สร้างความขัดเคืองให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นอันมาก

        ฝ่ายที่เชียร์รัฐบาลของนายกฯหญิง และฝ่ายที่ตกกระป๋องเพราะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ผนวกกับฝ่ายต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณดั้งเดิม นั้น
        แบ่งเป็นสองข้าง...ชัดเจน! 
        ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชน ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากประชาชนคนในชาติ เพราะสื่อเกือบทั้งหมด 
        ได้เลือกข้าง...เรียบร้อยแล้วเช่นกัน!
        การที่สื่อแบ่งข้าง แบ่งฝ่าย ตามชาวบ้านนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับประเทศที่กำลังมีความแตกแยกสูง อย่างไทยแลนด์แดนสยาม ซึ่งเป็น “วิบาก” ใหญ่หลวงของบ้านเมือง ทำให้คนไทยเราระแวงซึ่งกันและกัน 
        ไม่มีวันที่จะสามัคคีกันได้! 
        มีผู้ใหญ่พูดกับผมว่า สถานการณ์แบ่งฝ่าย จะต้องดำเนินไปอย่างน้อยอีก 20 ปี คนไทยจะต้องยากลำบากกันต่อไป หนทางที่จะกลับไปเป็นปกติสุข เหมือนก่อนที่การปฏิวัติ ปี พ.ศ.2519 ที่ “ไอ้บัง กบฏ” กับพรรคพวกระยำของมัน ก่อกรรมทำบาปไว้ให้กับบ้านนี้เมืองนี้ 
        คนไทยเราจำต้องฟันฝ่า ต่อไปนานทีเดียว!!
        การขึ้นดำรงตำแหน่งของนายกฯสตรีอย่างคุณปู นอกจากจะยังผลให้สื่อที่ฝักใฝ่กับพรรคดักดาน แสดงความขัดเคืองออกมาแล้ว 
        ยังแสดงความ “ตื่นตระหนก” ออกมา อย่างเห็นได้ชัด!
        สื่อที่ต่อต้านพรรคทักษิณฯ ซึ่งเคยทำมาหากินอย่างมีความสุข ในยุคพรรคโลซกอย่างประชาธิเปรต ครองอำนาจ แต่มาถึงตอนนี้ มีอันจำต้องพลัดพราก จากแหล่งที่เคยทำมาหากิน และรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำ อยู่ๆรายได้ต้องหด หรือหมดไปเลย นั้น 
        ทำให้ความอู้ฟู่ที่สื่อพวกนี้ เคยมีเคยได้ ต้องมีสภาพลดลง แบบฉับพลันทันที!
        ดังนั้น หากมีข้อมูลใหม่ๆมาให้ “เล่น” โดยจะเป็นผลร้ายกับฝ่ายตรงข้าม (คือ พรรคเพื่อไทย) หรือหากฝ่ายนั้นเผลอ เปิดคางให้ชกโดยไม่ทันระมัดระวัง พวกเขาจะไม่รั้งรอ พร้อมเข้าถล่มทันที แต่...
        บางครั้งไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เพราะอาวุธที่ปล่อยออกไป กลายเป็น “บูมเบอแรง” วิ่งย้อนกลับมา เฉาะกบาลตัวเองเข้าให้ อย่างที่ผมเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังไปแล้ว ว่า

        ...คลื่น FM 101 MHz ที่ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นคลื่น “ไล่กระทืบ” ทักษิณกับพวกโดยเฉพาะ นั้น 
        ตอนเที่ยงๆ ของวันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553 สถานีนี้เขามีรายการชื่อ “พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง” ผู้ดำเนินรายการประจำคือ รัชชพร เหล่าวานิชย์ กับ หัทยา วงศ์กระจ่าง แต่วันนั้นคนหลังหายหัวไปไหนไม่รู้ แต่มีอีกหนึ่งนาง ที่ผมไม่รู้ชื่อ มาทำหน้าที่แทน 
        คุณยายรัชชพร เหล่าวานิชย์ เธอเอาข่าวอดีตผู้นำยอดแย่มาอ่าน ด้วยสุ้มเสียงเหมือนมีความสุขอย่างยิ่ง แล้วก็เปิดสาย ให้คนโฟนอินมาโหวตว่า  
        “ใครเป็น... ‘ผู้นำในดวงใจ’ ของคุณ?” 
        ใครๆที่ฟังอยู่ในตอนนั้น ก็ต้องคิดว่า วันนี้คุณทักษิณคงไม่แคล้วถูกไล่กระทืบ...
        แบนแต๊ดแต๋…อีกแน่ๆ!
        แต่...
        ผลกลับไม่ได้เป็นดังที่คาดกัน เพราะหลังจากปิดรายการแล้ว ทางผู้จัดไม่ได้บอกว่า ผู้นำคนไหนได้คะแนนรวมเท่าไหร่จากการออกเสียงผู้โฟนอิน เพียงแต่ผู้ดำเนินรายการ ประกาศโหวตด้วยน้ำเสียงเหี่ยวแห้ง สั่นเครือสมวัย ว่า

        “ผลการโหวต “ผู้นำในดวงใจ” คุณทักษิณ ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ตามมาด้วย คุณอภิสิทธิ์....”
        ใครฟังแล้วก็รู้ได้ทันที่ว่า เสียงของแม่เฒ่ารัชชพร เต็มไปด้วยความท้อแท้และชอกช้ำ เพราะความผิดหวังอย่างแรง 
        ผมถึงกับ...ขำกลิ้ง!...555
        (โปรดดูคอลัมน์นี้ ซึ่งเขียนเอาไว้ ตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2553
Bad Ex-Best Ex!!! (ทักษิณฯ ผู้นำยอดแย่ หรือ ยอดเยี่ยม?)
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=257)

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        คลื่น FM 101 MHz นี้ เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลนายกฯปูอย่างแรง ล่อกันตั้งแต่ตอนเช้า ไปจนดึกดื่น แบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย นั้น
        สำหรับผู้ดำเนินรายการของคลื่นนี้แล้ว ถ้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย คิดอะไรออกมากลายเป็นเรื่องโง่ไปหมด ราวกับว่า 
        คนฉลาดทั้งหลาย ล้วนแล้วมาสุมกบาลกันอยู่ที่คลื่นนี้ เช่น นายเสรี “กะเทยทมิฬ” ย้ายตูดย้วยๆ มาร่วมหัวจมท้ายอยู่ด้วย

        ตอนที่ประชาธิเปรตพรรคดักดาน พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบไปยังไม่ถึงเดือนนั้น นังกะเทยซกมกตัวนี้ ออกอาการกระฟัดกระเฟียด โมโหโกรธา พูดจาดูถูกดูแคลนพี่น้องประชาชน ในทำนองว่า 
        ทำไมคนที่เสียภาษีน้อย จึงมีสิทธิ 1 เสียง เท่ากับคนที่เขาเสียภาษีมาก (อย่างตัวมัน)
        ผมอดรนทนไม่ได้ เลยเขียนหยอกไป เมื่อ 4 สิงหาคม 2554 ในคอลัมน์ ชื่อ 
        “รำพึงรำพัน จาก...เสรี วงษ์มณฑา”
        (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=314)
        ไม่น่าเชื่อว่า มีคนสนใจเข้าไปอ่าน หย่อนไม่ถึง 200 ก็จะครบ 1 หมื่น คน/คลิก แล้ว (ตอนนี้มีจำนวน 9,827คน/คลิก)
        นอกจากนั้น ผมได้เขียนสาธยาย ให้ท่านผู้อ่านฟังอีก ว่า

        ...สถานีวิทยุคลื่น FM 101 MHz ของ กองบัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น กองบัญชาการกองทัพไทย แต่เอาไปให้บริษัทสื่อเช่าเวลา และปล่อยให้ผู้เช่าบริหารคลื่นกันเองโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง และผมได้เล่าต่อไปอีกด้วยว่า 
        วิทยุทหารคลื่นนี้ โจมตีคุณทักษิณฯ และพรรคการเมืองที่นายกทักษิณฯสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึง พรรคเพื่อไทย ต่อเนื่องมิได้ขาด

        ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สถานีวิทยุแห่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของก๊วนต่อต้านทักษิณฯ แถมยังมีทีมผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่เคยมีเรื่องคาใจกับคุณทักษิณฯ มารวมเป็นพลังเพิ่มเติม ร่วมด้วยช่วยเสริมกับผู้ดำเนินรายการบางคน จากเครือเดอะเนชั่น ที่ตามมาสมทบรายการ ขยี้พรรคเพื่อไทย และทักษิณฯอีกด้วย 
        แต่...ในที่สุด คนกลุ่มนี้ต้องผิดหวังอย่างหนัก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ที่พวกเขาเชียร์ 
        กลับพ่ายแพ้...ย่อยยับอัปราไป!
        ถึงกระนั้น ขบวนการร่วมด้วยช่วยขย่มทักษิณฯและพรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่ท้อถอย ยังคงดำรงการระดมโจมตีต่อเนื่อง มิได้ขาดหายหรือหยุดยั้งประการใด 
        ราวจะยึดเวที FM 101 MHz เป็นที่มั่นสุดท้าย ในการโจมตีกับพรรคเพื่อไทยและทักษิณ อย่างนั้นเลยทีเดียวเชียว!!

        สื่ออย่าง คลื่น FM 101 MHz นั้น เป็นของกองบัญชาการกองทัพไทย หรือ บก.สูงสุดเดิม เมื่อทหารให้เช่าไปแล้ว ก็ไม่ได้สนใจติดตามมองดูว่า 
        ผู้ที่เช่าไป จะดำเนินรายการอย่างไร จะเป็นประโยชน์หรือมีผลร้ายต่อบ้านเมือง ก็ไม่มีปัญหา เพราะผู้ประมูลคลื่น จ่ายผลประโยชน์เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องไปรับผิดชอบอะไร 
        คลื่นทหาร...มันง่ายๆอย่างนี้แหละ!
        คลื่นทหารยังไม่น่าประหลาดใจเท่าไรนักเพราะดูเหมือนพวกเขามี รปจ. หรือ “ระเบียบปฏิบัติประจำ” ไว้แล้ว ของพวกเขา ซึ่งเป็นอย่างนี้มานมนาน แต่ที่น่าแปลกอย่างยิ่ง คือ 
        สื่ออย่าง อ.ส.ม.ท. ที่ผมขัดใจ เขียนโจมตีหลายครั้ง เพราะเป็นสื่อที่ฝ่ายการเมืองคือรัฐบาลนายกฯปู ตั้งคนเข้าไปกำกับดูแล แต่ยังแสดงความเป็น “ปฏิปักษ์” รัฐบาลของนายกปูฯได้น่าเกลียดน่าชัง อย่างเห็นได้ชัด

        าย พัชระ “จอมเต้าข่าว” สารพิมพา พูดในรายการ
“ลับ-ลวง-พลาง” ที่จัดรายการร่วมกับ “วาสนา นาน่วม” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ส.ค.55 และ 26 ส.ค.55 และมีเรื่องที่ควรพูดถึง เพราะนายหมูจอมเต้ารายนี้ ดัน “เต้าข่าว” ในรายการตามสันดาน รวม 2 เต้าด้วยกัน คือ

        เต้าที่ 1. นายหมู เต้าว่า...มีนายทหารบอกว่า “เป็นกบฏ  ดีกว่าเป็นฆาตกร”  
        เต้าที่ 2. นายหมู เต้าว่า...รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะลำบาก เพราะจะมีผู้ยื่นให้หนังสือต่อนายกฯ ให้สหรัฐส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
        หากไม่ดำเนินการ จะมีความผิดฐานละเว้นตามมาตรา 157

        ผมฟังแล้วนึกขำไอ้ “หมูจอมเต้า” ตัวนี้ มันเป็นถึงหัวหน้าสถานีวิทยุ FM 100.5 สื่อของรัฐ (อ.ส.ม.ท.) ที่ผมเขียนบทความตะบันใส่ไม่ยั้ง และตั้งฉายาให้ เหตุเพราะว่า
        องค์กรเก่าแก่แต่ไม่พัฒนาแห่งนี้ ยังเป็น “แดนสนธยา”เหมือนถูกกล่าวขานในอดีต ยาวนานมาถึงวันนี้ และยังคิดเองไม่เป็น ทุกวันนี้ 
        หวังจะเป็นแค่ “เนชั่ว-สาขา 2” เท่านั้น!

        นายพัชระฯคนนี้ ทำมาหากินอยู่ในวงการสื่อมานาน เคยจัดรายการโทรทัศน์เช้าๆ แต่ไม่เรียกคนดู ทาง อ.ส.ม.ท. จึงไม่ให้ไปยื่นหน้าออกทางจอแก้วต่อไปอีก แล้วให้มาดูแลวิทยุแทน
        น่าประหลาด ที่เจ้าหมอนี่แม้อายุก็มากแล้ว แต่กลับไม่ขยันทำการบ้าน หาความรู้ใส่ตัวเอง ซึ่งผมวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไปจัดรายการกับ “วาสนา นาน่วม” ก็ไม่สนใจ ที่จะหาตำรับตำราทางการทหารมาอ่านเสียบ้าง แต่ใช้วิธีรอฟัง “วาสนา” พูดแล้วออกความเห็นผสมอือๆออๆไปด้วย เรื่อยๆเปื่อยๆ ผิดๆถูกๆ จนผู้คนจับได้ 
        บางครั้งก็อ้างแหล่งข่าวซึ่งคนที่มีความรู้ฟัง ก็จะรู้ว่านายคนนี้พูดไม่ตรงกับความจริง พูดง่ายๆหคือ “โม้” หรือ “เต้า” ขึ้นเอง แต่ยังด้านหน้า พูดออกมาได้ว่า เป็นการ... 
        “วิแคะ-ข่าว”

        ผมจะพูดถึงกรณี เต้าที่ 2 เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณก่อน ซึ่งน่าแปลกที่ไอ้หมูจอมเต้า ไม่ยักถามตัวเองว่า 
        ทำไมเมื่อครั้งพรรคดักดานเป็นรัฐบาลตั้งสองปีกว่า และได้ส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปทั่วโลก เพื่อพยายามปิดกั้นทักษิณ ไม่ให้เดินทางไปประเทศต่างๆ แต่กลับ “ไม่สำเร็จ” นั้น
        ทำไมถึงไม่ส่งหมายจับ ไปให้ทางการสหรัฐ!?
        หนังสือที่นายพัชระฯอ้างว่า จะมีคนส่งหนังสือไปทำเนียบ แล้วจะเป็นเหตุให้นายกฯปู ตกที่นั่งลำบาก อาจต้องคดีอาญาตามมาตรา157 นั้น 
        เป็นเรื่อง “เพ้อเจ้อ” สิ้นดี!

        ท่านผู้อ่านอาจถามว่า...ทำไมผมจึงพูดอย่างนั้น!?
        ตรงนี้ ต้องขอบอกอย่างคนมีประสบการณ์ ที่เห็นหนังสือกล่าวหาผู้คน หรือพูดอีกอย่างคือหนังสือ “หาเรื่อง” แบบนี้มามากมาย 
        ขอบอกตรงๆ ว่า
        ไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต ตามที่นายพัชระฯ พยายามพูดเพื่อปั่นหัวผู้ฟังเลย เพราะหากหนังสือดังกล่าวนั้น ส่งมาถึงทำเนียบรัฐบาล ทางฝ่ายงานสารบรรณ จะแยกส่งถึงห้องรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลงานด้านนี้ 
        เสมียนหรือเจ้าหน้าที่หน้าห้อง ก็แค่ตั้งแท่นให้รองนายกฯผู้รับผิดชอบลงนาม  โดยเสมียนจะเกษียนต่อท้ายหนังสือไป ว่า
        “ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่” 
        แล้วส่งให้รองนายกฯ ลงนาม

        แค่นี้ก็...จบ!

        ท่านผู้อ่าน เห็นหรือยังครับ...
        แค่นี้จริงๆ รัฐบาลไม่ต้องออกแรงตอบโต้อะไรเลย เพราะ กระบวนการของทางราชการขั้นแรกนั้น ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ต่อไปเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่  และสามารถตอบหนังสือได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องกลับไป ให้ทางสำนักนายกเป็นลงนามในหนังสือตอบด้วยซ้ำ 
        ดังนั้น ข้อหาที่นายพัชระฯ ที่โง่แล้วเสือกอวดรู้ ทำเสียง
ขึงขัง ยกขึ้นมาข่ม มาขู่ นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ทางคลื่น
“เนชั่ว สาขา 2” (อ.ส.ม.ท.) FM 100.5 นั้น
        จะไม่มีวันระคายผิวสวยๆ ของขวัญใจประชาชน อย่างนายกฯปูแน่ๆ! 
        ผมได้ยินการส่งสำเนียง สำแดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล ของนายหมูโสโครกรายนี้ ได้แต่ปลงอนิจจัง และถ้าอีตานี่เป็นเพื่อนฝูงผม คงจะต้องเรียกมาเขกกบาลสักที แล้วบอกไปตรงๆ ว่า

        “มีหัวกบาล น่าจะเอาไว้คิดบ้างนะ...ไอ้ทุเรศ!

        หากนายพัชระฯ ไม่รู้ว่าใครหรือหน่วยงานไหน ที่มีหน้าที่ในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ลองไปถามอัยการสูงสุดดู คงพอได้ความรู้ไว้ “แก้โง่” ได้บ้างกระมัง
        อยากให้ถามต่อไปด้วยว่า
        ในยุคสมัย ที่ “นายมาร์ค หัวปลอก” เป็นหัวหน้ารัฐบาล
โลซกอยู่ 
        เหตุไฉน จึงไม่ดำเนินการในเรื่องนี้ หรือเพราะเหตุใดถึงดำเนินการไม่ได้ ทั้งๆที่นายกษิตฯ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเองด้วยซ้ำ!?

        สำหรับรายการเต้าที่สอง คือการที่นายพัชระ สารพิมพา เต้าว่า 
        มีนายทหารบอกว่า “เป็นกบฏ- ดีกว่าเป็นฆาตกร”  
        นี่เป็นการ “เต้าข่าว” ชัดเจน เพราะคำพูดมันขัดแย้งกันอยู่ในตัว และไม่มีนายทหารคนไหน โง่พอที่จะพูดอย่างนี้ เพราะ... 
        การเป็นกบฏนั้น มันจะดีกว่าเป็นฆาตกรตรงไหน ไม่ทราบ?
        ลองไปถามครอบครัว ที่เคยถูกกล่าวหาว่า เป็น “กบฏ” ดูซิว่า พวกเขามีความสุขดีไหม?
        ไปถามครอบครัว พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ดูก็ได้!?
        ถ้าไม่กลัว“โดนถีบ” ออกมาก่อน!!

        ทหารที่ปฏิบัติการ ในการสลายการชุมนุมในวันดังกล่าว แล้วทำให้ประชาชนตายนั้น ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แม้จะกระทำความผิดทางอาญา ก็ไม่ต้องรับโทษ เพราะมีกฎหมายยกเว้น แต่...
        ผู้บังคับบัญชาที่ “สั่งการ” ต่างหาก ที่จะต้องรับโทษ!

        สำหรับเรื่องใครคือผู้สั่งการในเรื่องนี้ ผู้ที่เฝ้าติดตามการสืบพยานในศาล คงเห็นแล้วว่า ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร
ชี้ตรงไปที่ รัฐบาลนายมาร์ค หัวปลอก ว่า เป็นผู้สั่งการให้ใช้อาวุธ ในการสลายการชุมนุมได้ ส่วนจะเป็นการกระทำโดยชอบหรือไม่? หรือ เป็นการกระทำความผิดอาญา? 
        เป็นเรื่องที่ศาลอาญา...จะวินิจฉัยเอง!

        เมื่อเหตุการณ์เข่นฆ่าประชาชน เดินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของ “การไต่สวนชันสูตรพลิกศพ” ศาลก็จะมีคำสั่ง ออกมาว่า
        ผู้ตายเป็นใคร? ใครทำให้ตาย? เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐใช่หรือไม่?
        กระบวนการพิจารณานั้น มีขั้นตอนอยู่แล้ว!

        ถ้าศาลมีคำสั่งว่า การตายเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระบวนการสอบสวนคดีอาญา ในเรื่องฆ่าคนตาย จะเริ่มขึ้นทันที ซึ่งเป็นอีกสำนวนหนึ่ง แยกไปต่างหาก โดยพนักงานอัยการ จะส่งคำสั่งศาลไปยังพนักงานสอบสวน
        ถ้าพยานหลักฐานในสำนวนใหม่ ชี้ตรงไปถึงใคร หรือใครที่อยู่ในข่ายเป็นผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนใหม่นี้ จะต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยออกหมายเรียกบุคคลผู้นั้น มาแจ้งข้อหา  
        จากนั้น...กระบวนการสอบสวน ฟ้องร้อง จะดำเนินการไปตามกฎหมาย 
        ใครทำผิด ก็รับโทษไป...ก็เท่านั้น!

        ที่อธิบายให้ฟังนี้ ไม่ใช่เรื่องพิเศษ หากเป็นเรื่องธรรมดา ที่ตำรวจทำกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เห็นมีเรื่องอะไร ที่มันพิสดาร
พิศโดก จนเป็นเหตุมาเขย่าโขยก ลูกตะโปกของผู้เขียน แต่อย่างใดก็หาไม่

        นายพัชระฯเองนั้น เคยถูกผู้ฟังกล่าวหาเอาโต้งๆ ผ่านทางรายการที่จัดร่วมกับ “วาสนา” ว่า “โกหก-ตอแหล” แล้วแต่
        ยังไม่เข็ด!

        นายหมู จอมเต้ารายนี้ ยังร่วมกับพรรคพวก อย่างนาย วิสุทธิ์ คมวัชระพงศ์ ที่ทั้งสองควบคุมสื่อวิทยุของรัฐ ทั้ง คลื่น FM 100.5 MhZ และ FM 96.5 MhZ คนละคลื่น ได้จับกลุ่มทั้งสุมกบาล และสุมไฟใส่เพลิงรัฐบาลนายกฯปู อยู่เป็นระยะมิได้ขาด นั้น

        ผู้คนอาจถามว่า แล้วไอ้ “สื่อกะโหลก-กะลา” พวกนี้ มันแกล้งโง่ หรืออย่างไรกัน จึงไม่รู้หรือไงว่า

        การดำเนินคดีในบ้านเมืองของเรานั้น ต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งๆที่ตัวพวกมันเอง มักท่องคาถา ให้คนไทยอย่างเราๆท่าน ได้ยินกันจนชินหู ว่า

        บ้านเมืองของเรา เป็นนิติรัฐ...ไม่ใช่หรือ!?

.....................

ท้ายบท มีบทความที่เกี่ยวข้องกับ อ.ส.ม.ท.และนายพัชระฯ ที่ท่านผู้อ่าน ควรอ่านประกอบด้วย คือ

        1. อ.ส.ม.ท. อย่าให้ใครนินทาว่า เป็นแค่ “เนชั่ว” สาขา 2!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=360)

        2. MCOT ดอท...เปรต!!! (อีกดอก สำหรับ อ.ส.ม.ท.)
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=362)

        3. ลับ-ลวง-เลอะ-เละ-แหล!! (พัชระ สารพิมพา อ่านซะ!!!)
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=365)

        นอกจากนั้น จะขอแนะนำ นายพัชระฯกับพวก ให้อ่านเพื่อเสริมปัญญา คือ “นิติรัฐ โคตรพ่อ โคตรแม่มึง!!?” (อันเนื่องมาจากปรองดอง) (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=358)
        อ่านแล้วเผื่อ “หู-ตา” จะได้...พบแสงสว่าง ขึ้นมาบ้าง!

        อนึ่ง คอลัมน์สัปดาห์ก่อน หลอดยาสีพระทนต์ ของในหลวง VS รถเบนซ์ราคาสิบสองล้าน ของผู้ว่าแบงก์ชาติ!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=384
        มีผู้โพสต์ความเห็น ดังต่อไปนี้

ความคิดเห็นที่ 1   
ถ้ามันรู้จักอาย ก็คงดี
โดยคุณ กลัวหน้าทน  101.109.210.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ไปเช็คราคาตามเวปโฆษณาขายเบนซ์มา ได้ราคาตามนี้ครับ..E 250 CGI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE 4,649,000 บาท.. E 250 CGI BlueEFFICIENCY ELEGANCE Coupé 4,999,000 บาท.. E 250 CGI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE Coupé Sports AMG 5,299,000 บาท..ไม่ยักกะถึง 12 ล้าน.. แล้วส่วนต่างที่ว่า คงเป็นค่าบำรุงรักษาถึงชาติหน้ามั๊งครับ..วาน สตง.ช่วยตรวจสอบดูบ้างเป็นไร ว่าแมลงสาบซื้อของแล้วต่อราคาไม่เป็น หรือเข้าพกเข้าห่อใคร
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันขี่ม้า  125.24.20.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ก็เห็นมีในเมืองไทยเท่านั้นแหละ ที่คนมักพูดอย่างทำอย่าง โดยคนส่วนใหญ่เห็นเป็นธุระไม่ใช่ ไม่สนใจ ปล่อยให้พวกท่าดีและเป็นนักฉวยโอกาสตีกินไปได้เรื่อย ๆ ท่านออกมาสะกิดอย่างนี้อาจทำให้สังคมตื่นขึ้นบ้าง ออกมาช่วยกันรักษาสิทธิ์ ชวยปรับช่องว่างระหว่างชนชั้นให้แคบลง ไม่ให้ต่างกันมากจนน่าเกลียดอย่างทุกวันนี้ ผมตะโกนว่า "อะไรกันโว้ย !!!" เมื่อได้อ่านข่าว ปลัด กห. สำเนาเอกสารการแต่งตั้งทหารให้รัฐบุรุษและ นรม. เป็นการร้องเรียน ??? Thailand only จริง ๆ หากคนในสังคมยังไม่ให้ความสนใจในเรื่องช่องว่างและเรื่องประหลาด ๆ เหล่านี้ เราคงยังต้องตะโกนกันไปอีกนาน
โดยคุณ Thailand only  110.169.209.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
จะไม่ให้หงุดหงิดยังไงครับ ก็พี่เอาแต่เรื่องจริงมาเขียน พระเอกในเรื่องก็ต้องหงุดหงิดเป็นธรรมดา
โดยคุณ อ่านแล้วหงุดหงิด  125.25.159.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
เอาภาษีของประชาชนมาถลุงบำเรอความฟุ้งเฟ้อของตนเอง แต่ให้ประชาชนอยู่แบบปากกัดตีนถีบ มันไม่ยุติธรรมนี่นา...ทำไมไม่เอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาดำเนินชีวิตล่ะ...ต้องรีบจัดการพวกปากว่าตาขยิบโดยเร็ว
โดยคุณ
W-thongon@hotmail.com  118.173.130.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
ดูแล้วน่าเศร้าสำหรับประเทศไทย ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายถลุงภาษีปชช.มาบำเรอฟุ้งเฟ้อตนเองน่าไม่อาย
โดยคุณ
w_thongon@hotmail.com  118.173.130.XXX

ความคิดเห็นที่ 7   
นึกไม่ถึงว่าอาจารย์วาด จะเปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆอย่างนี้ ทำให้คนอ่านอึ้ง และเห็นตามด้วยในทันทีทันใด
โดยคุณ บานเช้า  101.109.217.XXX 

        (คอลัมน์ สื่อกะโหลก-กะลา!!! ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ.2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER