หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > Human Talk …“ทอล์ค หมาๆ” ของ จีระ หงส์ลดารมภ์!!!
หัวข้อ : Human Talk …“ทอล์ค หมาๆ” ของ จีระ หงส์ลดารมภ์!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

Human Talk …“ทอล์ค หมาๆ” ของ จีระ หงส์ลดารมภ์!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ช้าตรู่วันอาทิตย์ (30 ก.ย.55) ที่ผ่านมา ได้ฟังรายการวิทยุ F.M. 96.5 (ซึ่งเป็นคลื่นองค์กร ที่ผมขนานนามว่า “เนชั่ว สาขา 2”) เป็นรายการ Human Talk ของ นายจีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเป็นอาจารย์เก่าของ ม.ธรรมศาสตร์ จัดคู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ชื่อ 
        ณปภัส พงษ์ประดิษฐ์

        รายการของอีตาจีระฯ ไม่ได้เรียกความสนใจจากผม แถมยังรำคาญตรงที่ผู้ดำเนินรายการทั้งคู่ ชอบแย่งกันพูด ราวกับไม่ได้เตรียมการ หรือซักซ้อมกันไว้ก่อนเลย
        ที่ต้องอดทนฟัง เพราะตัวเองยังเป็นคนเขียนคอลัมน์ จึงจำเป็นต้องตรวจข่าวสาร จากทุกๆช่องทาง ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตด้วย เพื่อจะได้รับรู้ความเคลื่อนไหวและมุมมองของผู้คน และกลุ่มบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการบ้านการเมือง 
        ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเขียนคอลัมน์ หากได้ยินเรื่องใดที่ควรทักท้วง ผมก็ไม่รอช้า ที่จะนำมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ลงใน www.vattavan.com เป็นประจำ อย่างที่ท่านเห็น

        รายการวิทยุ อย่าง F.M. 96.5 ที่ผมต้องใส่ใจฟัง เพราะได้ตั้งข้อสังเกตมานานแล้ว ว่า
        นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงษ์ ผู้อำนวยการสถานีแห่งนี้ คงชิงชังรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์มากเอาการ เขาจึงระดมเอากลุ่มผู้ดำเนินรายการที่ไม่ใช่พนักงานของ อ.ส.ม.ท. หากแต่นำมาจากสื่ออื่นๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ (ซึ่งประกอบธุระกิจเดียวกับ อ.ส.ม.ท.ด้วยซ้ำ) รวมทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ ที่ไม่ชอบขี้หน้ารัฐบาลปัจจุบัน หรือเป็นฝ่ายตรงข้าม มาชุมนุมกัน แน่นคลื่นนี้ไปเลย 
        ที่ดุเดือดคือรายการข่าว และการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง โดยมีการตั้งเป้า โจมตีรัฐบาลนายกฯปูเข้มข้นต่อเนื่อง และนาย
วิสุทธิ์ฯ ได้ตั้งชื่อคลื่น ที่ตัวเขาเป็น ผอ. อย่างโก้หรูว่า
       คลื่นความคิด”
        สำหรับผมนั้น เมื่อฟังคำพูดของผู้ดำเนินรายการแล้ว หากเห็นว่า พูดจาแบบมีอคติ หรือไม่เข้าท่า ผมก็ไม่รั้งรอที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งมีทั้งเบาบ้างหนักบ้าง แล้วแต่เหตุการณ์จะพาไป
        บางครั้งผมก็หวดเอาแรงๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้อ่าน และเมื่อเห็นพฤติกรรมของนายวิสุทธิ์ฯ กับพวก ไม่เข้าท่า ไม่เป็นธรรม แสดงการเลือกข้างชัดเจน ผมจึงได้ตั้งชื่อคลื่นที่อีตาคนนี้ เป็น ผอ. ไปในทิศทางตรงข้ามให้ใหม่ ว่า

        คลื่นสิ้นคิด!!! 

        การดำเนินรายการของ นายจีระ หงส์ลดารมภ์ ใน “คลื่นสิ้นคิด” นั้น ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่ผมว่าคนฟังจะเห็นตรงกัน คือ  
        การพูดของไอ้หมอนี่ แฝงด้วยการ "ยกหาง" ตัวเองแบบ
ถี่ยิบ ว่า
        ตนนั้นมีความรู้ความสามารถ อวดอ้างว่า มีคุณธรรมจริยธรรมสูง บางครั้ง นายจีระฯ ไปไกล ถึงกับประกาศกับคนฟังว่า 
        "เพราะ...ผมเป็นคนดี!"
        ขนาดนั้นเลยทีเดียว!!

        นายจีระ หงส์ลดารมภ์ นั้น เชียร์ นายมาร์ค หัวปลอก กับพรรคดักดาน แบบออกหน้าออกตา และต่อต้านทักษิณฯกับพรรค
เพื่อไทย อย่างเอาเป็นเอาตาย  
        ตรงนี้คงไม่ว่ากัน เพราะเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่การจัดรายการออกวิทยุคลื่น F.M. 96.5 นี้ ซึ่งเป็นสื่อในองค์กรของรัฐ การวิพากษ์วิจารณ์ ควรต้องมี “เส้นแบ่งทางจรรยาบรรณ” ที่ผู้ดำเนินรายการ ไม่ควรจะก้าวข้ามไปเป็นอันขาด   
        แม้ไม่ได้มีการขีด “เส้นแบ่งทางจรรยาบรรณ” เอาไว้ชัดเจน นอกจากเขียนไว้กว้างๆ ในหมู่ของสื่อที่ชอบเรื่อง “การควบคุมกันเอง” แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็ควบคุมกันไมได้ เพราะสื่อในบ้านเรานั้น
        ต่างคนต่าง “ใหญ่” ด้วยกันทั้งนั้น...ไม่มีใครฟังใคร!
        อีตาจีระฯนั้น เคยวิพากษ์วิจารณ์อธิการบดีจุฬาฯ ทางคลื่น F.M. 96.5 นี้ กรณีอาจารย์จุฬาฯ 2 คนคือ นายจรัส สุวรรณมาลา และ นางตรีดาว (สุขุม) อภัยวงศ์ ที่มีประวัติชัดเจนว่า เป็นฝ่ายพันธมิตร ได้ชักชวนให้ผู้คนสวม “เสื้อชมพู” มาชุมนุมกันในมหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ 
        การสนับสนุนรัฐบาล ต่อต้านการชุมนุมของกลุ่ม นปช.!

        อธิการบดีจุฬาฯในขณะนั้น คือ ท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล ได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพื่อระงับผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการประกาศ “ปิด” มหาวิทยาลัย ชาวบ้านเขาก็พากันสรรเสริญว่า        
        ท่านอธิการนั้น….ทำถูกต้องแล้ว!

        ปรากฏว่า นายจีระฯ ได้พูดออกรายการ Human Talk ทางคลื่น F.M. 96.5 วิพากษ์วิจารณ์การกระทำอธิการบดีจุฬาลงกรณ์ ว่า 
        เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ถึงกับบังอาจใช้คำว่า ขอ “ประณาม” กับการ “ประกาศหยุดการเรียน” ของอธิการบดีจุฬาฯในครั้งนี้        
        ผมได้ยินคำนายจีระฯ พูดจาก้าวร้าวกับท่านอธิการบดีจุฬาฯอย่างนั้น เกิดอาการทนไม่ได้ 
        จึงเขียนบทความ กระแทกปังเข้าให้ ว่า

        ...อยากจะบอกว่า นายจีระนั้น ไม่ได้วิเศษวิเสโส ถึงขั้นไปออกอาการกร่างอย่างนั้น แค่ประวัติอย่างนายจีระฯนั้น คงไม่มีทางเทียบกับ ท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีของจุฬาฯได้ เพราะการที่อีตาจีระฯคนนี้ ดันไปมีข่าว
อื้ออึงในทางลบแก่ตัวเองนั้น
        ผู้คนเขาก็ยัง...ไม่ลืม!...

        อ่านรายละเอียดได้จาก ‘สมบัติผู้ดี’ กับ ‘ตรีดาว อภัยวงศ์

        ายจีระฯนั้น ได้ใช้คำพูดทั้งตำหนิ และถากถางนายกปูฯ ในรายการของตัวเองเป็นประจำแทบทุกสัปดาห์ ถึงขั้นใช้คำพูดบ่อยครั้ง ว่า นายกปูนั้น... 
        “โง่” 
        ...รุนแรงขนาดนั้นเลย!

        เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย.55 นั้น นายจีระฯ คนนี้ได้ใช้วาจาอัปรีย์ โดยวิพากษ์วิจารณ์ “รูปกาย” ของนายกปู ว่า
        ...ดูรูปนายกปูฯที่หนังสือ Nation ไม่นึกเลยว่าอายุแค่ 43 ปี เท่านั้น แต่... 
        “แก่...จนคอเหี่ยว” 
        ทั้งยังได้วิจารณ์ด้วยความกักขฬะ ตามสันดานดิบอีกว่า รูปร่างนายกฯ “อ้วน” และ “พุงป่อง” อะไรทำนองนั้น

        ผมดูหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว เห็นรูปนายกฯปูกับ คุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ ในภาพที่เห็นมีฉากหลังสีดำสนิท ตัวนายกฯปูดูมีท่าทีเหนื่อยอ่อนอยู่บ้าง จากการเดินทางไปราชการสหรัฐ และเมื่อเดินทางข้ามทวีปมาถึงเมืองไทย ได้เปิดแถลงข่าวทันทีที่สนามบิน ถึงเรื่องการลาออกของคุณยงยุทธฯ ที่พี่น้องประชาชน สนใจรอฟังกันอยู่ 
        ผมสันนิษฐานเอาเองว่า เธออาจมีอาการ Jet lag อย่างคนธรรมดามักเป็นกันก็ได้ 
        การวิพากษ์วิจารณ์ของนายจีระฯ นั้น ผมฟังแล้วรู้สึกขยะแขยง เพราะนึกไม่ถึงว่า คนที่เป็นครูบาอาจารย์ มีตำแหน่งทางวิชาการถึงศาสตราจารย์ แต่ทำไม...
        พูดจาได้ “จังไร” เข้าขั้นจริงๆ!

        ผมเคยวิพากษ์วิจารณ์ เชิงสั่งสอน “สมบัติผู้ดี” ให้นางตรีดาว (สุขุม) อภัยวงศ์  ‘สมบัติผู้ดี’ กับ ‘ตรีดาว อภัยวงศ์ http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=217  ลูกสะใภ้เมียใหม่ของนายจีระฯ ไปคนหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้จะไม่สั่งสอนตัวนายจีระฯตรงๆ เพราะเจ้าคนนี้มันแก่แล้ว คงสอนยาก จึงจะบอกแต่เพียงว่า
        ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่ “ผู้ดี” แน่ๆ เพราะในหนังสือ “สมบัติผู้ดี” นั้น ในเรื่อง “วจีจริยา” แม้แต่ การสรรเสริญรูปกายของผู้อื่นต่อหน้าเขา คนโบราณท่านยังห้าม  
        ดังนั้น การที่ นายจีระ หงส์ลาดรมภ์ ดันเสือกทะลึ่ง วิพากษ์วิจารณ์ ดูถูกรูปกายนายกฯปู ที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ ออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง ในบริษัทรัฐวิสาหกิจ ซึ่งรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างโต้งๆ จนได้ยินกันทั่วบ้านทั่วเมือง นั้น
        มันเกินไปนะ!

        ในความเห็นของผมนั้น พฤติกรรมการจัดรายการของไอ้นายจีระ จัดได้ว่า “เลวร้าย” เหลือกำลังลาก รายการของมันไม่น่าจะใช่ “ฮิวแมนทอล์ก” ตามชื่อ เพราะไอ้หอกนี่ไม่ได้พูดจาตามประสาคนปกติ ผมจึงจะเปลี่ยนชื่อให้มันเองว่า เป็นรายการ... 
        “ทอล์ค...หมาๆ” 
        คงจะเหมาะกว่ากระมัง!
        ท่านผู้อ่านลองคิด และตัดสินเอาเองว่า คนที่มีประพฤติกรรมจังไรเยี่ยงนี้
        มันเป็นคนดี หรือตัวอัปรีย์กันแน่!!?

        ไอ้นายจีระฯคนนี้ มันเอาแต่พูดดูถูกนายกปู ว่าเป็น “คนโง่” ไม่เหมาะเป็นผู้นำ บริหารประเทศ แต่กลับสรรเสริญ นายมาร์ค หัวปลอก ว่า เป็นทั้ง “คนดี” และ “คนฉลาด” หลายครั้งหลายหน ทางวิทยุ “คลื่นสิ้นคิด” แห่งนี้ 
        ในความเห็นของผม เมื่อพิจารณาจากคำพูดของนายจีระฯแล้ว เห็นว่า
        ไอ้ตัวนี้มันคงมีเจตนาร้าย ที่จะลบหลู่ และบ่อนทำลายชื่อเสียงเกียรติคุณ “ผู้หญิง” อย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้นำของชาติไทยเราแน่ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย!

        มจึงอยากจะเทียบผลงาน ที่เป็น “รูปธรรม” ระหว่าง นายมาร์ค หัวปลอก ที่นายจีระฯสรรเสริญว่าเป็น “คนฉลาด” กับนายกฯปู ที่ไอ้หมอนี่มันเย้ยหยันว่า เป็น “คนโง่” 
        ทั้งนี้ จะนำผลงานตัวอย่าง โดยเปรียบเทียบแค่ด้านกิจการต่างประเทศ เพราะเป็นที่ประจักษ์ และผู้คนเขาเห็นกันทั้งโลก แล้ว มานำเสนอให้เห็นกัน แบบจะแจ้งเจ๋งเป้งกัน ดังต่อไปนี้

        1. ระหว่างอยู่ในตำแหน่งนายกฯ นายมาร์ค หัวปลอก “คนฉลาด” ที่นายจีระฯสรรเสริญนัก ได้ลากชาติไทยเข้าสู่สงครามกับประเทศเขมร ทั้งทหารและชาวบ้านต้องบาดเจ็บล้มตายลง บ้านเรือนและทรัพย์สินของราษฎรเสียหาย 
        ผู้คนชายแดนต้องอุ้มลูกจูงหลาน หลบหนีลงหลุมหลบภัย หรือไม่ก็ต้องอาศัยตามรูตามท่อ ที่ตระเตรียมไว้!

        ฝ่ายรัฐบาลไทยต้องสูญเสียเงินไป เพราะการรบพุ่งที่เรียกได้เต็มปากว่า เป็น “สงครามที่โง่เขลา” นับหมื่นล้านบาท เฉพาะแค่เครื่องบินรบ ตระกูล F จำนวน 2 ลำ ที่ส่งไปทำ “โซนิคบูม” ตรงตะเข็มพรมแดน โดยมุ่งหมายเขย่าขวัญทหารฝ่ายตรงข้าม กลับเกิดอุบัติเหตุ โดยปีกเครื่องบินที่บินเรียงกัน ดันไปเกี่ยวกัน จนตกลงไปทั้งคู่ (แต่ข่าววงในบอกว่า ชนกันเพราะบินหลบ ป.ต.อ.เขมร) โชคดีที่นักบินโดดร่มหนีทันก่อน 
        แค่นี้ก็หมดไปอีก 2-3 พันล้านบาทแล้ว!

        ส่วนนายกฯปู ที่นายจีระฯปรามาสว่าเป็น “คนโง่” นั้น พอรับตำแหน่งเป็นผู้นำไทยแลนด์ ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้น ทั้งทหารเขมรและทหารไทย เลิกการเผชิญหน้า ต่างฝ่ายต่างเคลื่อนทัพ กลับที่ตั้งปกติ บ้านใครบ้านมัน
        การค้าขายระหว่างสองประเทศ และความสุขของผู้คนชายแดนทั้งสอง 
        กลับคืนสู่...ความร่มเย็นเป็นสุขดังเดิม!

        2. นายมาร์ค หัวปลอก “คนฉลาด” ที่นายจีระฯยกย่องจน
เลิศลอยนั้น เมื่อครั้งเป็นนายกฯ ประเทศพม่าได้ “ลั่นดาล” ด่าน
แม่สอด จ.ตาก ไม่พูดคุยด้วยแทบตลอดสมัย 
        พ่อค้าแม่ค้าชายแดน เหี่ยวแห้งหัวโต โซไปตามๆกัน!

        พอนายกฯปู ที่นายจีระฯ ดูหมิ่นว่า เป็น “คนโง่” รับตำแหน่งแค่ 2-3 เดือน ได้คุยกับพม่าแค่รอบสองรอบเท่านั้น ผู้นำหม่องก็ถลกโสร่ง เดินออกมาเปิดด่านอ้าซ่า ต้อนรับคนไทยเลยทีเดียว
        หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ อยาง “ไทยรัฐ” บอกชัดว่า ผลพวงการค้าจากการเปิดด่านแม่สอด ด่านเดียวเท่านั้น 
        มูลค่าสูงกว่า ปีละ 1 แสนล้านบาท! 
        เห็นกันหรือยังล่ะ!!
        นอกจากนี้ พม่ายังยกเลิกการนำเข้าสินค้าต้องห้าม 15 รายการ ส่งผลให้บะหมี่มาหมา ซึ่งผู้นำบริษัทขึ้นเวทีพันธมิตร ด่าทักษิณและพรรคเพื่อไทยเป็นประจำ ได้มีโอกาสไปจัดงานเปิดตัว ตั้งเตาต้มบะหมี่ในดินแดนพม่า แจกพวกหม่องและมะขิ่นทั้งหลาย ให้รู้จักบะหมี่ซองและลองชิมตัวอย่างกัน จึงได้ลูกค้าเพิ่มอีก 1 ประเทศ จำนวนหลายล้านคน
        รวยไปอีก...หลายกะตังค์!

        อานิสงส์ของการเปิดด่านแม่สอดฝีมือนายกฯปู คน จ.ตากหันกลับมาสนับสนุนรัฐบาลของนายกฯผู้หญิง ทำให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย อย่างนาย "ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ" ผงาดขึ้นมา เพราะชนะเลือกตั้ง นายก อบจ.ตาก โดยสามารถล้มแชมป์เก่า อย่างนาย "ชิงชัย ก่อประภากิจ" อดีตนายก 3 สมัย จากพรรคเก่าแก่ในดวงใจของนายจีระฯ ที่มี นายมารค์ หัวปลอก เป็นหัวหน้าพรรค 
        แบบ “หักปากกาเซียน” เลยทีเดียว!

        3. เมื่อครั้งเป็นนายกฯ นายมาร์ค หัวปลอก ที่นายจีระฯ ตีตรารับประกัน ว่าเป็น “คนฉลาด” นั้น    
        เขาทำให้สัมพันธภาพ ระหว่างประเทศซาอุดิอาราเบียกับไทย ที่มึนตึงกันมานาน 
        กลับทรุดหนัก ลงไปอีก! 
        ทั้งนี้ เพราะ นายมาร์ค หัวปลอก ดันไปตั้งนายตำรวจ ที่ฝ่ายซาอุฯ ปักใจว่า ก่อคดีฆ่าผู้คนของเขาเมื่อหลายปีก่อน ให้ขึ้นเป็นใหญ่ คุมขุมกำลังตำรวจทางภาคเหนือ
        ทางการซาอุฯ บอก...รับไม่ได้จริงๆ!

content/picdata/390/data/photo5.jpg

        ส่วนนายกฯปู ที่นายจีระฯปรามาสว่า เป็น “คนโง่” แค่รับตำแหน่งครบขวบปีเท่านั้น ฝ่ายซาอุดิอาราเบียกลับเห็นความมุ่งมั่นและความจริงใจของเธอ ในการแก้ปัญหา ที่ยืดเยื้อระหว่างชาติทั้งสองมานานแสนนาน 
        พอฝ่ายผู้นำชาติสำคัญของฝ่ายอาหรับ ได้พบกับนายกฯหญิงของเรา ในการประชุม UN ที่นิวยอร์ค เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง...
        ประตูทางการทูต ที่ถูกปิดลงเกือบสามทศวรรษ กำลังจะเปิดออก เพื่อต้อนรับมิตรประเทศทั้งสอง ที่จะหวนกลับมาสถาปนาความสัมพันธ์ระดับเอกอัครราชทูต เต็มรูปแบบกันอีกครั้ง
        มันช่างน่า “อัศจรรย์” จริงๆ...เห็นกันหรือยังล่ะ!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        การเปรียบเทียบผลงานต่างประเทศ ที่เป็น “รูปธรรม” ซึ่งผมสาธก ยกมาเป็นแค่ตัวอย่าง นั้น    
        สาธุชนคนดีทั้งหลาย คงตัดสินได้ว่า นายมาร์ค หัวปลอก ที่นายจีระฯ สรรเสริญว่า เป็น “คนฉลาด” แต่กลับเดินนโยบายต่างประเทศ แบบ "ทะเลาะกับเขมร เขม่นพม่า ด่าญวน กวนส้นตีนลาว" เมื่อเทียบกับนายกฯปู ที่นายจีระฯบอกว่าเป็น “คนโง่” นั้น 
        คนไหนนำมาซึ่งความสำเร็จ และใครกันแน่ที่สร้างความล้มเหลว ให้กับชาติบ้านเมืองของเรา!?

        ยิ่งไปกว่านั้น ผมแนะนำให้นายจีระฯ ใช้หัวกบาลระดับด๊อกเตอร์ของเขา คิดและไตร่ตรองให้จงหนัก ว่า 
        ทำไม “คนโง่” อย่างนายกฯปู ซึ่งเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เคยมีพื้นฐานทางการเมือง และเพิ่งเปิดตัวลงสนามเลือกตั้งไม่ถึงสองเดือน จึงสามารถเอาชนะ “คนฉลาด” อย่างนายมาร์ค หัวปลอก ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงดงการเมือง นานกว่า 20 ปี ในการเลือกตั้งทั่วไป ได้แบบ “ขาดลอย” อย่างเทียบกันไม่ได้เลย 
        ทั้งๆที่ นายมาร์ค หัวปลอก เป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะระหว่างเลือกตั้งนั้น ตัวเองยังอยู่ในอำนาจด้วย!

        จึงขอประกาศ ยืนยันอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง ว่า
        การที่นายจีระฯ ออกมาพูดจาอัปรีย์ เสียดสีผู้หญิงอย่างที่ทำกับนายกฯปูนั้น เป็นเรื่อง “จังไร” โดยแท้ 
        คนที่เป็นสุภาพชน เขาไม่ประพฤติกัน!!

        ก่อนจบ จะทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

        ผมไปเล่าเรื่อง การที่นายจีระฯ พูดจาดูถูกเหยียดหยามนายกฯปู ให้พรรคพวกในวงสนทนาฟัง 
        เพื่อนพ้องที่เป็นผู้หญิง รุ่นน้องผม ซึ่งเป็นคนพูดจาโผงผางตรงไปตรงมา และรู้จักกันดีในสังคมไฮโซ เพราะมีสายโยงใยกว้างขวาง ทั้งยังได้ชื่อว่า เป็นผู้มีวาจาคมคายยิ่งนัก
        พอฟังเรื่องราวที่ผมเล่าจบลง เธอหัวเราะออกมา พร้อมส่งพูดเสียงดังสดใสตามสไตล์ ดังนี้

        “ฝากไปถามไอ้จีระฯ มันด้วยนะ ว่า…

        ...‘เมียใหม่แต่ เซ็คกั้นแฮนด์ ของมึงน่ะ อายุตะบันเข้าไปตั้ง 66-67 ขวบแล้ว!

        ...ไม่ ‘เหี่ยว’ บ้างหรือไงวะ...ไอ้เวร!!?’

        รีบไปถามมัน แทนหนูหน่อยนะ...น้าวาท!!!” 

.................

ท้ายบท  มีบทความที่เกี่ยวข้องกับ อ.ส.ม.ท. ที่ท่านผู้อ่าน ควรอ่านประกอบด้วย คือ

        1.อ.ส.ม.ท. อย่าให้ใครนินทาว่า เป็นแค่ “เนชั่ว” สาขา 2!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=360)

        2. MCOT ดอท...เปรต!!! (อีกดอก สำหรับ อ.ส.ม.ท.)
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=362)

        3. ลับ-ลวง-เลอะ-เละ-แหล!! (พัชระ สารพิมพา อ่านซะ!!!)
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=365)

        4. สื่อกะโหลก-กะลา!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=385)

        อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา อันสืบเนื่อง มาจากเรื่อง...นายปรีดีฯ!!! http://vattavan.com/detail.php?cont_id=389

ความคิดเห็นที่ 1   
ทีแรกบอก "ลงพระนายภี" ตอนหลังบอก "ต้องอาวุธปืน" อย่างนี้อยู่เมืองไทยไม่ได้แล้ว
โดยคุณ อยู่ไม่ได้  101.109.216.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
เปิดตา เปิดหู เปิดใจ รับรู้เพิ่มในสื่งที่ตนรู้ จะรู้มากรู้รอบยิ่งขึ้น ท่านวาทตะวัน คงต้องให้โอกาส “คุณเสรีชนประชาไท” ได้เป็นบัวพ้นน้ำนะครับ แต่ถ้าเค้าอยากอยู่ในตม ก็คงต้องปล่อยเป็นอาหารเต่าปลาไปก็แล้วกัน...อ้อ เรืองท่านั่งตาย วาดฝันก็เคยเห็นมาแล้วครับ ขี้ยานั่งขัดสมาธิตายคาเข็มฉีดเฮโรอีน ที่ยังปักคาแขนเลยครับ สงสัยจะเป็นไม่กี่คนที่นั่งตายอย่างที่ “คุณเสรีชนประชาไท” กล่าวถึง
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันปริ่มน้ำ  125.24.40.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เรื่องของนายปรีดีฯ ผมมีข้อสงสัยมานานว่าพวกชอบเกาะกระแสในช่วงหลัง ๆ คงเขียนกันให้โอ่อ่าน่าทึ่ง จนเกินความเป็นจริง เป็นดรามาเพื่อให้สมประโยชน์แห่งตนต่างหาก จึงทำให้ประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือนไป ยิ่งได้อ่านคำแถลงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วก็เห็นว่าใช้ถ้อยคำรุนแรงจนอีกฝ่ายไม่น่าจะรับได้ คงทำให้หลายฝ่ายผูกใจเจ็บจนไม่สามารถให้อภัยได้ อย่างไรก็ตามความดีของท่านก็มีมากเหลือล้น ในแง่ที่ทำให้ประเทศไทยได้เริ่มขบวนการประชาธิปไตย แต่ภายหลังเกิดการแย่งชิงอำนาจกันเองของกลุ่มผู้ได้อำนาจมา จนแตกแยกออกเป็นฝ่ายทหารกับพลเรือน และทหารครองอำนาจสูงสุดมาตลอด แม้บางครั้งจะพรางตาด้วยการมีรัฐบาลพลเรือนมาคั่นบ้างก็ตาม อำนาจเบ็ดเสร็จของทหารต่างหากที่ทำให้ปรีดีฯกลับประเทศไม่ได้ ถ้าไม่ได้กลับอย่างผู้ชนะจะต้องได้รับชะตากรรมร้ายแรงอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ ไม่ใช่เสียสละอย่างรัฐบุรุษเลย เพราะท่านได้รับการประกาศเป็นรัฐบุรุษตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ แล้ว ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือนนี้ต่างหากที่พวกแสวงหาประโยชน์มักนำไปอ้างอยู่เสมอ ๆ จนทำให้ผู้มีข้อมูลไม่ครบถ้วน และขาดการพินิจพิเคราะห์มองไม่เห็นอีกด้านหนึ่งไป
โดยคุณ สงสัยมานาน  124.122.176.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
ผมได้เห็นความเห็นของคนที่ใช้นามแฝงว่า"เสรีชนประชาไท"ผมพอจะทราบถึงต่อมความคิดของเขาได้ดี ที่ได้เชื่องมงายกับสิ่งเพ้อเจ้อการนั่งตายของนายปรีดี แต่เรื่องจริงที่เห็นกับตาและสอดคล้องทางประวัติศาสตร์ ที่นายปรีดี เป็นรัฐบุรุษ แต่กลับอยู่ในประเทศไม่ได้ต้องตายอยู่นอกประเทศ ไม่ทราบว่า คุณเสรีชนประชาไท ตอบได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
โดยคุณ narong subsangar  101.108.70.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
ขอเป็นกำลังใจให้ อ.วาทตะวัน เขียนบทความดีๆน่าอ่านน่าศึกษาและมีประโยชน์ต่อสังคมไทยต่อไปนะครับ / อย่าไปสนใจแมลงหวี่ตอมตาช้างสารเลยครับ
โดยคุณ คนร้อยเอ็ด  223.204.12.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
ขอแสดงความคิดเพิ่มเติมแต่ไม่เกี่ยวกับบทความนี้ / อยากให้ อ.วาทตะวัน ช่วยกรุณาวิจารณ์ + วิเคราะห์นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลว่ามีผลดี - ผลเสียต่อชาวนาและประเทศอย่างไรครับเพราะมีบางฝ่ายออกมาค้านนโยบายนี้ครับ/ แต่ส่วนตัวผมสนับสนุนเต็มที่เพราะชาวนาได้ประโยชน์มากกว่าพ่อค้า
โดยคุณ คนร้อยเอ็ด  223.204.12.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
เรื่องนายปรีดีนั้น ความเห็นของคนก็แบ่งเป็น 2 ซีก เรื่องไหน
ถูก-ผิด ชี้ไม่ได้ แล้วแต่ใครจะให้น้ำหนักกับข้อมูลไหน
โดยคุณ ส่วนใหญ่เกิดไม่ทัน  125.25.5.XXX 

        (คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ Human Talk …“ทอล์กหมาๆ” ของ จีระ หงส์ลดารมย์!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม 2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER