หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 1)
หัวข้อ : “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 1) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 1)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        (***คอลัมน์นี้ยาวกว่าปกติ เพราะผมเขียนเรื่องราวของบุคคลสาธารณะ ที่มีความโด่งดังมากๆอย่าง
สรยุทธ สุทัศนะจินดา!   
        อีกทั้งคดีความ ที่ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์คนนี้ถูกกล่าวหา ปรากฏว่า
        ตะบี้ตะบันสอบสวนกันมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 กว่าจะ “ชี้มูล” กันได้ กินเวลายาวนานมาถึง 8 ปี 
        มีประเทศไหน ที่เขาสอบสวน “ยืดยาว” แบบนี้กันบ้าง!?

        การเขียนครั้งนี้ จะพาดพิงบรรดาคนทำสื่อ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านสรยุทธ โดยผมจะวิพากษ์วิจารณ์ แบบ “ถลก” คนพวกนี้บ้าง โดยแบ่งการเขียนออกเป็น 2 ตอน เพื่อความสะดวกในการอ่าน ของแฟนๆและท่านผู้ติดตาม คอลัมน์ “วาทตะวัน” 
        จึงเรียนมา เพื่อกรุณาทราบโดยทั่วกัน)

        ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม คนไทยดูเหมือนกังวล จนแทบเป็นโรคประสาท เพราะเราห่วงแต่พายุ “แกมี” แต่ดูเหมือนว่า พายุนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อ เป็น “แกไม่มี” คือ 
        ไม่มีความดุดัน ร้ายแรง อย่างที่เรากลัวกัน คนไทยเลยถอนหายใจโล่งอก บางคนถึงกับเรียกเป็น
        พายุ “แกไม่มา” ไปเลย!

        พายุ “แกมี” นี้ก็แปลก ตอนแรก ชื่อว่า “เกมี” โดยใช้ตัว K สะกดนำ อ่านกันออกเสียงเป็นสำเนียงเกาหลีว่า “เกมี” แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนเป็น เอาตัว C มาเป็นตัวสะกดนำ แล้วให้
อ่านว่า 
        “แกมี”  
        ตอนที่อ่านว่า “เกมี” นั้น ประจวบเหมาะกับเรื่องของ สรยุทธ
สุทัศนะจินดา
นักเล่าข่าว ซึ่งเป็น “ขวัญใจประชาชน” โด่งดังพรวดพราด ขึ้นบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เพราะ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดพนักงาน อ.ส.ม.ท. ว่า เป็นพนักงานองค์การของรัฐ ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ และชี้เลยเถิดไปถึงสรยุทธฯและบริษัท
ไร่ส้มของเขา ว่า
        เป็นผู้สนับสนุน การกระทำความผิด!

        ผลแห่งการนี้ ทำให้มีผู้ปรารถนาดี แต่ประสงค์ร้ายหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ใครที่หนวย หากแต่เป็นพวก “สื่อ” ด้วยกัน ได้ดาหน้าพากันออกมา ทำ “แกงมะรุม” โดยรุมใส่สรยุทธ ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง ถึงขั้นบอก ว่า 
        ไม่ควรอยู่ในวงการสื่อต่อไป เพราะ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว!

        ส่วนใหญ่ที่ดาหน้าออกมา ล้วนแต่พวก “หน้าช้ำๆ” ที่ทำมาหารับประทาน ในวงการสื่อด้วยกันทั้งนั้น จนมีพรรคพวกกัน ซึ่งเป็นนักวิจารณ์การเมืองรุ่นเดอะ บอกกับผมว่า 
        …“พอข่าว “เกมี” จะเข้าเยือนไทย ดันเสือกมี “เกย์มา” ตัดหน้าออกโชว์ก่อนแล้วโว้ย!”… 
        ทั้งนี้ เพราะพอ ป.ป.ช.ชี้มูลเท่านั้น มีสื่อ “เกย์” นำพวกสื่ออีกหลายคน ที่ผู้คนเขาบอกว่า เป็นพวก “อิจฉาตาร้อน” ไชโยโห่ร้องเป็นการใหญ่ จุดพลุส่งสัญญาณด้วยการจัดเวทีสัมมนา

        ระดมโจมตี “สรุยุทธ” ทันที!

        ที่เขียนอย่างนั้น เพราะขณะเริ่มมีข่าว “เกมี” จะบุกไทย
นายเสรี วงศ์กะเทย ก็เดินย้วยแด๊ะๆๆๆ ออกมาเป็นเจ้าแรกๆ วิพากษ์วิจารณ์ ถึงการทำหน้าที่ของสรยุทธฯ ทางวิทยุทหาร FM 101 ซึ่งเป็นคลื่นของกองทัพไทย แต่ให้พ่อค้าเหมาไปดำเนินการ และกลายเป็นฐานที่มั่น ในการระดมโจมตีรัฐบาลพรรคทักษิณฯ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

        นังเสรี กะเทยทมิฬ นั้น เมื่อปีกลาย (4 สิงหาคม 2554) โดน “วาทตะวัน” วิพากษ์วิจารณ์โขกกะโหลกเอาไว้ เพราะผม ‘ขยะแขยง’ ทั้งแนวความคิด และวิธีพูดจาของหล่อนมาก โดยเขียนเอาไว้ ในคอลัมน์ ชื่อ รำพึงรำพัน จาก...เสรี วงษ์มณฑา (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=314) 
        ปรากฏว่า
        มีจำนวนผู้อ่านมากถึง 10,178  คน/คลิก (หนึ่งหมื่นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดคน/คลิก)

        น้อยอยู่...ซะเมื่อไหร่ล่ะ!

 content/picdata/391/data/photo6.jpg

        กะเทยชรารายนี้ (หน้าตาตามรูป ที่ถ่ายแบบปอกเปลือก ออกมา ดูน่าสะพรึงกลัว ไม่ใช่เล่น!) ได้สะแหลนออกมาจีบปากจีบคอ บอกว่า เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว สรยุทธฯ จะต้อง...
        หยุดทำหน้าที่สื่อ โดยทันที!
        การที่กะเทยเฒ่าตัวนี้ ไปกะเกณฑ์สรยุทธฯ ให้ต้องทำตามความเห็นของตัวเอง ผมก็อยากถามสวน แทนพิธีกรคนดังว่า
        “แกเป็นใคร มาจากไหน ถึงทะลึ่งมาห้ามฉันทำมาหากิน!!”

        คนอย่างนายเสรีนั้น ชอบนักหนา เรื่องการตำหนิคนอื่น แต่ไม่ได้ย้อนดูพฤติกรรมตัวเอง เรื่องพูดจาดูถูกพี่น้องคนไทยว่า คนที่ไม่เสียภาษี ไม่ควรมีสิทธิในการเลือกตั้ง เท่ากับคนเสียภาษี 
        ดูถูกคนไทยด้วยกันเท่านั้น ยังไม่พอ เสือกบังอาจไปพูดจา
ดูถูกคนลาวทั้งชาติเข้าอีก! 
        ทำให้ชื่อเสียงของ พวกชอบ “เอาตูด”เสียหายหมด!!

        พอทางสถานทูตของมิตรประเทศ เอาเรื่องเอาราวเข้า เพราะพี่น้องประชาชนคนในชาติลาว เขาโกรธแค้น นังกะเทยเฒ่าเสรี รีบถลา คลานเข้าไปกราบมือกราบตีน ขอโทษขอโพยท่านทูตลาว ถึงในทำเนียบเอกอัครราชทูต
        หนอยแน่!... 
        พอตัวมัน (ซึ่งชอบอ้างว่าเป็น “สื่อ”) ไปพูดจาดูถูกคนชาติอื่นเขา ซึ่งเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังหน้าหนาลอยหน้าลอยตา จัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ต่อไป ทั้งๆที่ หากมีจริยธรรม อย่างที่ตัวเองชอบกล่าวอ้างจริง 
        ป่านนี้ ควรบอก “ลาโรง” ออกจากวงการสื่อ ไปได้แล้ว!

        บอกตรงๆว่า ผมรับไม่ได้กับสันดานดิบ ของนัง “กะเทยทมิฬ” ตัวนี้จริงๆ เพราะ ความประพฤติส่วนตัวมันเป็นอย่างนี้ ยังเสือกลอยหน้าลอยตา ทำมาสอนสั่งชาวบ้าน เรื่องจรรยาบรรณอีกแน่ะ!
        ทุยส์ส์ส์...!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        อสรยุทธฯถึงคราวเคราะห์ มีเรื่องเพราะ ป.ป.ช.ไปชี้มูลเจ้าหน้าที่ธุรกิจระดับ 5 อ.ส.ม.ท ผู้รับผิดชอบในการจัดทำคิวโฆษณา ในความผิดของพนักงานองค์กรของรัฐ แล้วเลเพลาดพาด มาถึงตัวเขา ว่าบริษัทไร่ส้มที่ตัวสรยุทธฯเป็นผู้จัดการ เป็น “ผู้สนับสนุน”ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต

        นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อนุกรรมการไต่สวนคนหนึ่ง ได้ออกเปิดเผย ในวงสัมมนา “กรณีไร่ส้ม บทพิสูจน์ความเข้มแข็งของสังคมในการต่อสู้คอรัปชั่น” ซึ่งจัดขึ้นที่ธรรมศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมาย ที่เข้าใจเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะบอกว่า มีรายการนี้มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ว่า 
        จัดขึ้นเพื่อ “รุมกินโต๊ะ” หรือ ให้หนักแน่นหน่อย ก็คือ “รุมกระทืบ” สรยุทธฯโดยเฉพาะ!

        ดูจากคำแถลงสำนวนการสอบสวน ของอนุกรรมการไต่สวน อย่างนายสนธิญาณฯ แล้ว ในฐานะที่ “วาทตะวัน” ผ่านการทำงานในหน้าที่พนักงานสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน และเป็น
ครูบาอาจารย์ในด้านการสอบสวน รวมทั้งยังทำหน้าที่ผู้ว่าคดี หรือพนักงานอัยการ ฟ้องร้องคดีในศาลแขวงมาเป็นระยะเวลาพอสมควร 
        ผมมีความเห็น ว่า

        คดีนี้พยานหลักฐาน ในคดีที่นายสนธิญาณฯ นำออกมาแถลงนั้น นับว่ายัง “บาง” อยู่มาก เพราะที่อ้างว่านางชนาภาฯ เจ้าหน้าที่ธุรกิจระดับ 5 อ.ส.ม.ท ที่ยอมรับว่าทุจริต ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าทุจริตตรงไหน หรือตอนไหนกันแน่?
        ที่ว่าอย่างนั้น เพราะไม่ปรากฏว่าเธอได้ให้การ พาดพิงไปถึงสรยุทธฯ ว่า เอาเงินให้เป็นค่าตอบแทน ที่นางชนาภาฯช่วยเหลือเรื่องการขายโฆษณา และได้เวลาเกินกว่าที่ทางช่อง 9 กำหนดให้แต่อย่างใด
        ที่สำคัญคือ 
        นายสนธิญาณฯ ยังดันไปอ้างถึง กฎระเบียบของ อ.ส.ม.ท. เกี่ยวกับเรื่องค่าคอมมิสชั่น ที่ฟังแปร่งๆอีก ว่า 
        “เจ้าหน้าที่ประจำ มีเงินเดือนประจำ ค่าคอมมิสชั่นให้
0.5-1 % ”
 
        ตรงนี้เอง ที่น่าจะกลายเป็น “ช่องโหว่” รูเบ้อเร่อเท่อ ที่ทำให้คดีนี้ แปรเปลี่ยนไปได้ ในหลายทิศทาง และหากได้ดูสำนวนเต็มๆ
กันแล้ว เชื่อว่า 
        ผู้ที่เคยทำเรื่องฟ้องร้องมาแล้วอย่างผม หรืออัยการทั่วไปคงจะต้องสั่ง “สอบสวนเพิ่มเติม” กันอีกเยอะแยะ หลายประเด็นเลยทีเดียว

        หากหลักฐานสำคัญ มีเพียงเท่าที่นายสนธิญาณฯแถลง เรื่องจะเอาผิดกับสรยุทธ์ฯ ในฐานะเป็น “ผู้สนับสนุน” การทุจริตของพนักงานองค์กรของรัฐ นั้น 
        ยังห่างไกล อีกมากทีเดียว!
        ทั้งนี้ จากคำแถลงของสนธิญาณเอง นางชนาภาฯ ที่ ป.ป.ช.อ้างว่า เจ้าตัวรับว่าได้กระทำทุจริตนั้น 
        เธอได้กระทำ “ทุจริต” อย่างไรกันแน่? 
        อยู่ๆนายสนธิญาณฯก็บอกว่า เธอลุกพรวดพราดมารับสารภาพโด่ๆ 
        อย่างนั้นเองหรือ? 
        ไม่เห็นพูดหรือบรรยายรายละเอียด ในการกระทำที่อ้างว่าเป็นความผิดเลยสักนิด ว่า

        นายสรยุทธฯ มาพูดจาหว่านล้อม ให้ทำการทุจริตอย่างไร เพื่อให้บริษัทไร่ส้ม มีรายได้มากขึ้น และนางชนาภาฯ จะได้รับการตอบแทนจากการนั้น เป็นตัวเงิน ในสัดส่วนเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งการสอบสวนจะต้องมีรายละเอียดกันพอควร จะได้รู้กันเสียที ว่า 
        ที่ว่าโกงนั้น...โกงอย่างไรกันแน่!?

        ตามคำแถลงของนายสนธิญาณฯ ไม่ปรากฏว่านางชนาภาฯได้ให้การซัดทอดสรยุทธฯ ในประเด็นดังกล่าวนี้แต่อย่างใด แต่
ลงท้าย ป.ป.ช. ก็ทำโมเมชั่น 
        สรุปเอาดื้อๆว่า
        สรยุทธฯมีความผิด... ง่ายๆอย่างนั้น เชียวหรือ!?
        สำหรับผมแล้ว ข้อเท็จจริงในสำนวนคงฟังความได้ ก็คือ
มีการโฆษณาเกินเวลานั้น ซึ่งทั้งตากล้อง ผู้กำกับรายการ ผู้ช่วยผู้กำกับ ผู้ควบคุมการผลิต ฯลฯ และบุคลากรใน อ.ส.ม.ท. จะต้องล่วงรู้กันทั้งหมดว่า 
        เวลาในการโฆษณาของบริษัทไร่ส้ม เกินเลยกว่าที่ทางสถานีช่อง 9 กำหนดไปอย่างไร?  
        การกระทำดังกล่าว กินเวลาเป็นปีๆ ทำไมคนพวกนี้ ไม่ร้องเรียนกันขึ้นมาล่ะ?
        คนพวกนี้ได้ประโยชน์ หรือไม่อย่างไร สงสัยกันบ้างหรือเปล่า!?

        ถ้ามีการกระทำความผิดจริง หรือทุจริตจริง เรื่องนี้จะต้องมีการร่วมกันรับรู้ในสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อย่างกว้างขวางมาก ไม่ใช่แต่นางชนาภาฯ เท่านั้น ที่จะต้องรับบาปเพียงคนเดียว จะต้องมีคนอื่นๆ ที่ร่วมรับผิดด้วยแน่ๆ รวมทั้งจะต้องพิจารณาเหตุปัจจัยอื่นๆ ไปพร้อมๆกันอีกด้วย เช่น
        ยังมีรายการอื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่ หรือมีเฉพาะกรณี “บริษัทไร่ส้ม” แห่งเดียวเท่านั้น?

        หากจะทำการสอบสวนกันจริงๆจังๆ ผมว่ามันต้องรื้อกันขนานใหญ่ เพราะ อ.ส.ม.ท.เอง จนถึงปัจจุบัน ยังขาดความโปร่งใส จนไม่อาจลบฉายาเก่าแก่ ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็น
“แดนสนธยา” ลงไปได้ 
        นี่ผมก็เพิ่งได้รับทราบว่า จะมีการใช้สถานีวิทยุ เครื่องมือเครื่องใช้ของ อ.ส.ม.ท. รวมทั้งสถานที่ และความสะดวกอื่นๆ  เพื่อใช้ในการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ในหลักสูตรผู้ดำเนินรายการมืออาชีพ ซึ่งไม่ได้เป็นการอบรมฟรีๆ หากแต่เป็นการแสวงหาผลกำไรโดยแท้  
        ผู้ให้ข่าว บอกกับผม ว่า...

        การจัดครั้งนี้ เป็นรายการหาเงิน เข้ากระเป๋าผู้บริหารกัน และไม่เกี่ยวกับองค์กร เป็นการทำธุรกิจซ้อนขึ้นมาในองค์กร ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ขัดด้วยเรื่องการดำเนินธุรกิจ ของ อ.ส.ม.ท. เพราะมีการจัดอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หา “กำไร” ที่ต่างออกไป จากที่ได้จดแจ้งการประกอบการเดิมไว้ ในตลาดหลักทรัพย์!
        ผมจะต้องไปหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้แท้ที่จริงแล้วมันเป็นมาอย่างไร แล้วจะนำมาเล่าให้ผู้อ่านฟังกัน!

        ดังนั้น หากจะปราบปรามการทุจริตในองค์กร อย่าง อ.ส.ม.ท. ที่รัฐบาลปัจจุบัน มีหน้าที่กำกับดูแลองค์กรแห่งนี้ อาจใช้หน่วยงานปราบปรามการทุจริตอย่าง ป.ป.ท. เข้ามา “ลุยถั่ว” สะสางเรื่องทุจริต ใน อ.ส.ม.ท. กันอย่างจริงจัง 
        จะต้องดูไปทุกรายการของสถานีโทรทัศน์ วิทยุ การดำเนินการทั้งหลายแหล่ ไม่ใช่เลือกปฏิบัติแต่เพียงรายการของ สรยุทธฯ ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวแล้ว เท่านั้น

        อย่างไรก็ดี หากเรามองกันอีกด้านหนึ่งนั้น ดูๆไปจะคล้ายกับเป็นเพียงเรื่องของความบกพร่อง ของทางพนักงาน อ.ส.ม.ท. เอง ที่อาจไม่มีเจตนาทุจริตแอบแฝง เพราะเมื่อฝ่ายตรวจสอบพบเข้าว่า
        มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อน ในเรื่องเวลาโฆษณา จึงมีการเรียกเงินเกินกว่าร้อยล้าน คืนจากเจ้าของรายการ ซึ่งทางบริษัท
ไร่ส้มเอง ก็ไม่ได้บิดพลิ้ว เมื่อตรวจสอบแล้ว เห็นว่าเวลาเกินมา
ก็ยินยอมคืนเป็นตัวเงิน ให้แต่โดยดี 
        ฉะนั้น หากมุ่งจะเล่นงาน ฟาดฟันสรยุทธฯ กันอย่างจริงจัง จำต้องหาหลักฐานอื่นๆ มาประกอบสำนวนอีก เพราะแค่เท่าที่นาย
สนธิญาณพูดมา นับว่าหลักฐานทางคดีนี้
        ยังอ่อนอยู่มาก!

        ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มว่า เมื่อกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการแล้ว นั้น
        ทางอัยการผู้รับเรื่อง จะต้องสั่งสอบสวนเพิ่มเติมอีกมากมายหลายประเด็น ดังที่กล่าวมาแล้ว ที่สำคัญคือ

content/picdata/391/data/photo7.jpg

        นอกจากนั้น ผมยังเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยด้วยว่า เมื่อทาง ป.ป.ช. ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว... 
        ทางฝ่ายสรยุทธฯ จะต้องยื่นขอความเป็นธรรม ต่ออัยการสูงสุด อย่างแน่นอน!

        ดังนั้น หากไม่มีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติม นอกเหนือจาก ที่นายสนธิญาณฯ บรรยายเอาไว้ ผมคิดว่า

        อัยการคง “สั่งไม่ฟ้อง” สรยุทธกับบริษัทไร่ส้มแน่ๆ...

        ...ไม่เชื่อผม ก็คอยดูกันไป!!!

........จบตอนที่ 1...........

ท้ายบท ท้ายบท ตอนที่ 1 แค่ออร์เดิฟ เท่านั้น ส่วนเมนคอร์สจะตามมาฉบับหน้า รับรองว่าอร่อยสมราคา ตามยี่ห้อ “วาทตะวัน” ซึ่งจะเขียนแบบถล่มแหลกลาญทีเดียว...

        โดยเฉพาะไอ้คณะกรรมการโลซก อย่าง ป.ป.ช.!

        ส่วนไอ้พวกสื่อขี้อิจฉาตาร้อนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น นายสมเกียรติฯ กบาลหยิกขาวตัวดี รวมถึงคนอื่นๆ ที่พยายามอย่างเหลือเกิน ที่จะ “ตัดรอน” การทำมาหากินของสรยุทธ์ฯ นั้น 
        ให้เตรียมล้างหูล้างตา คอยอ่านก็แล้วกัน ว่า ผมจะเขียนถึงเรื่อง “จริยธรรม” ของไอ้พวกที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สรยุทธฯ ครั้งนี้กันบ้าง 
        รับรองว่า “สนุกสนาน” แน่นอน!

        นอกจากนั้น ผมยังคิดว่า หากบริษัทที่สนับสนุนรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หากผู้บริหารอ่านบทความของผม จบลงทั้งสองตอนแล้ว ผมเชื่อว่า 
        บริษัทไหนที่คิดจะถอนโฆษณา จากรายการของสรยุทธ ตามแรงกดดันของไอ้พวกขี้อิจฉา 
        จะต้องเปลี่ยนใจ และ “ให้การสนับสนุน” ต่อไปดังเดิม!

        ปัญหาที่ผมทิ้งไว้ ชวนให้ท่านผู้อ่านคิด จนข้ามไปถึงอาทิตย์หน้า คือ 
        ใครจะเป็นคนไปบอก นักเล่าข่าวคนดัง ว่า

        “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!!

        อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา Human Talk …“ทอล์ค หมาๆ” ของ จีระ หงส์ลดารมภ์!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=390)  
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
96.5 ตอนเช้าๆ มีโสภณนึงตัว โอ้มันด่า รบ.อย่างเดียว ก่อนหน้านั้นมีประจักษ์ จัดร่วมกัน ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหน มีโสภณเห่าตอนเช้าๆอยู่คนเดียว อีกตัวไม่รู้ไปแอบเห่าที่ไหน ฝากถามอาจารย์ด้วยคับ เผื่อมันบ้าจะโดนมันกัดเอา
โดยคุณ คนนอกบ้าน  124.120.117.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
กริยาอาการเช่นนี้ มักเกิดขึ้นช่วงหน้าฝนมากกว่าฤดูอื่นๆครับ แบบว่า "ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน"งัยครับ และการที่ได้ศึกษาเล่าเรียนจนถึง ป.เอกก็ไม่ได้หมายความว่าฉลาดและเป็นคนดีมาก กว่าคนอื่นๆมากนักหรอกครับ เพียงแต่มีทุนทรัพย์และโอกาสทางการศึกษามากกว่าคนอื่นๆก็เท่านั้น สังคมไทยมัวแต่ยกย่องคนรวย คนมีฐานะทางสังคมแบบมัวเมาเช่นนี้ สังคมมันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหล่ะครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันไม่จัญไร  125.24.32.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ดี ครับอาจารย์ ผมมีเรื่องรบกวนอยากให้อาจารย์ช่วยแสดงความเห็นเรื่องไข่ถูกหน่อยครับว่า ก่อนหน้านั้นไข่แพงฟองละ 10-12 บาท ชาวบ้านก้มหน้าก้มตารับชตากรรมไปไม่มีปัญญาจะไปประท้วงรัฐได้อย่างไร แต่พอไข่ถูกลงชาวบ้านอย่างเราๆพอจะได้อาศัยเป็นอาหารหลักได้บ้างก็ถูกกลุ่มนายทุนพากันจ้างม็อบมาประท้วงแล้ว ระหว่างชาวบ้านที่จะได้กินไข่ราคาถูก กับนายทุนที่ต้องการขายไข่แพง จะเลือกช่วยเหลือใครกันดีครับ
โดยคุณ narong subsangar  125.24.61.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
เคยได้ทำงานสัมผัสกับนายจีระฯ บอกได้ว่า ทั้งขี้คุย หลงตัว และงกมาก..ทุกวันนี้ยังหากินกับ NGO ดิฉันไม่เคยเห็นว่า นายจีระฯ เป็นคนเก่ง..
โดยคุณ Bell  124.122.16.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
เคยฟังมัน ไอ้จีระมันคงนึกว่าเป็นเทวดา ด่าคนอื่นประจำ คนวิเศษ คนดี คือมันเองเท่านั้น นายกปูทำอะไรเลวหมด ไม่มีเรื่องถูกเลย อาจารย์เขียนแบบถีบหน้ามันอย่างนี้ ชอบมาก
โดยคุณ เอาอีกนะ  101.108.156.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
ความหนักใจที่เห็นสื่อบางพวกบางเหล่าทำตัวเป็นเทวดา ทำตัวใหญ่คับฟ้า มีมานาน คงจำกันได้ว่าเคยมีคำล้อเลียนว่า "ตำรวจกลัวนักข่าว นักข่าวกลัวนักเลง นักเลงกลัวตำรวจ" วนเป็นงูกินหางให้ได้หัวเราะกันเล่นอยู่นาน ช่วงหลัง ๆ สบายใจขึ้นบ้าง เพราะมีหลายทางเลือกให้แสวงหาความจริงได้ง่ายขึ้น แต่ก็นั่นแหละ รางเนื้อชอบรางยา พวกใครพวกมัน ว่ากันไป ผู้ที่มีสติสัมปชัญญะ มีโยนิโสมนสิการและมีความเป็นกลาง ก็แยกดีชั่ว-ผิดถูกเอา เมื่อแยกได้แล้ว ดีที่สุดคือเลิกดู เลิกชม เลิกใกล้กรายไปหาโมฆะบุรุษ-โมฆะสตรีเหล่านั้นเสีย แต่หากมีชองทางแบบท่านวาทฯ ก็ควรสกิดบ้าง หนักเบาก็แล้วแต่เวรานุเวรที่พวกเขาและเธอก่อขึ้น จะได้มีสภากาแฟเช่นคอลัมน์วาทตะวันดอทคอมไว้ชุมนุมสุมหัวกันบ้าง แล้วคอยดูสื่อสุดโต่งทั้งหลายค่อย ๆ ล้มหายตายจากไป
โดยคุณ ต้องทำใจ  110.168.71.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
เดือนตุลาแล้ว อยากให้วาทตะวันเขียนเบื้องหลัง(เบื้องหน้าไม่ต้อง เห็นอยู่แล้ว)ฆาตกรรมโหด ล้อมฆ่านักศึกษาประชาชน ครั้งที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
โดยคุณ kim  171.97.136.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8   
อยากอ่านเบื้องหลังเหตุการณ์ฆ่าโหดครั้ง 6ตค19 กรุณาด้วยครับ
โดยคุณ
kim@hotmail.com  171.97.136.XXX 

ความคิดเห็นที่ 9   
ขอบคุณท่านวาทะตะวัน สื่อที่มีจริยธรรม แยกแยะถูกผิดได้ เราเสนอว่ารัฐบาลควรออกกม.เช่นเดียวกับม.112และศาลที่ห้ามวิจารณ์ เพราะอำนาจอธิปไตยสูงสุดของประเทศได้รับการคุ้มครองไปแล้ว2อำนาจคือตุลาการ อำนาจนิติบัญญัติ(ผู้ออกกฎตัวจริง) แต่อำนาจบริหารมีแต่ถูกริดรอน โดยเฉพาะนายกของประชาชน ถูกด่าด้วยคำพูดหยาบคายจากไอ้พวกขี้แพ้ ที่ไม่ยอมรับกติกา
โดยคุณ
redfreedom94@yahoo.com  202.28.118.XXX 

ความคิดเห็นที่ 10   
สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการแต่งตั้งให้ ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ เป็นรักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี โดยไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ผมเห็นว่า ทำงานรีบร้อน รุกลี้รุกรนมากเกินไป เป็นบทเรียนราคาแพงของ สปน. ว่าต่อไปจะแต่งตั้งใครต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน มิฉะนั้นอาจเป็นเช่นนี้ กล่าวคือ ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่า ดร.จิระ ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งทำให้ไม่สามารถจะทำนิติกรรมสัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของตนเองได้ นอกจากจะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายเท่านั้น ส่วนการทำนิติกรรมอื่น ๆ ซึ่งมิเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน ก็สามารถกระทำการได้ แต่ควรจะทำหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อนสมาชิกเห็นว่า ดร.จิระ มีจริยธรรมเพียงพอหรือไม่ในการที่จะเป็นผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี ซึ่งเป็นทีวีเสรี
โดยคุณ จิระ ล้มละลายจิงๆ  27.130.135.XXX 

ความคิดเห็นที่ 11   
ดร.จิระ ควรอยู่หรือควรลาออก สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการแต่งตั้งให้ ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ เป็นรักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี โดยไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ผมเห็นว่า ทำงานรีบร้อน รุกลี้รุกรนมากเกินไป เป็นบทเรียนราคาแพงของ สปน. ว่าต่อไปจะแต่งตั้งใครต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน มิฉะนั้นอาจเป็นเช่นนี้ กล่าวคือ ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่า ดร.จิระ ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งทำให้ไม่สามารถจะทำนิติกรรมสัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของตนเองได้ นอกจากจะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายเท่านั้น ส่วนการทำนิติกรรมอื่น ๆ ซึ่งมิเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน ก็สามารถกระทำการได้ แต่ควรจะทำหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อนสมาชิกเห็นว่า ดร.จิระ มีจริยธรรมเพียงพอหรือไม่ในการที่จะเป็นผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี ซึ่งเป็นทีวีเสรี
โดยคุณ Decha  27.130.135.XXX

ความคิดเห็นที่ 12   
ไอ้นี่มันขี้คุยจะตายห่า วันๆเอาแต่สรรเสริญตัวเอง น่าทุเรศ
โดยคุณ ใครก็รู้  101.108.234.XXX 

        (คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 1)  ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER