หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 2)
หัวข้อ : “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 2) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 2)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        (*** บทความตอนที่ 1 ผ่านไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น ได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านพอสมควร
        ถึงวันนี้ ตอนที่ 2 ซึ่งเป็นภาคจบ ได้มาสู่สายตาท่านผู้อ่านแล้ว ซึ่งผมหวังว่า จะทำให้สิ่งที่ค้างคาใจท่านที่ได้อ่าน ตอนที่ 1 ไปก่อนหน้านั้น ได้รับความกระจ่าง แบบเบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำกันไปเสียที...เชิญตามผม มาอ่านกันครับ)

        ดีทุจริตของพนักงาน อ.ส.ม.ท. ซึ่งมีผู้ดำเนินรายการคนดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จะดำเนินการต่อไปอย่างไรนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการ ที่ล่าช้า อืดอาด เหลือกำลังลาก แต่สิ่งที่ผมให้ความสำคัญอย่างมาก และอยากให้ท่านผู้อื่น คือ ป.ป.ช. องค์กรที่ทำการสอบสวน ซึ่งผมเห็นว่า 
        ไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช.นี้ มันเป็นองค์กรโลซก ที่“ไม่น่าน่าเชื่อถือ” อย่างยิ่ง และไม่มีเครดิตในสายตาผมเลย อีกทั้งยังเห็นไปในทางค่อนข้างร้ายด้วยว่า
        มันเป็นองค์กรที่มีการดำเนินการ กระเดียดไปในทาง “ไม่โปร่งใส” “ตรวจสอบยาก” หรือจะพูดตรงไปตรงมาประสาชาวบ้านว่า เป็นองค์กรที่ “สกปรก” ก็คงพอได้
        ที่ร้ายกาจมาก คือ 
        หลังจากที่ได้รับโอนงานจากตำรวจแล้ว เมื่อมีคนมาร้องทุกข์ ป.ป.ช.ได้สอบสวนไปอย่างล่าช้า มีการเก็บดองสำนวนต่างๆไว้มากมาย บางคดีขาดอายุความไปแล้วก็มี จนเกิดความเสียหายร้ายแรง ยังผลให้
        การปราบปรามทุจริตของชาติ....ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง!
        ผมเคยเขียนระดมโจมตีไปหลายครั้งหลายครา ทั้งยังเคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ว่า

        เดิมกรรมการ 8 คน นั้น ไม่ได้เลือกกันมาตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย แต่ “ไอ้บัง กบฏ” ตั้งพวกมันขึ้นมา ตอนนี้เกษียณไป 2 คน โปรดเกล้าแต่งตั้งไปแล้ว 1 คน ผ่านสภาแต่ยังไม่ได้โปรดเกล้าอีก 1 คน
        แสดงว่ากรรมการขององค์กรนี้ มี 2 พวก คือ พวกที่ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จะมีจำนวน 2 คน แต่พวกที่ “ไอ้บัง กบฏ” โขกกะโหลกแต่งตั้ง มีมากกว่า ถึง 6 คน
        กรรมการ ป.ป.ช.อย่างนายกล้านรงค์ จันทิก คนที่มีข่าวอื้อฉาวคาวๆ อย่างเรื่องเทเลโฟนสยิว โผล่ออกมาแล้ว ยัแถมยังงมีบาดแผลอื่นๆอีกเต็มตัวเลย เช่น เรื่องลอกวิทยานิพนธ์ ที่ฝรังเขาถือว่าเป็นการ โจรกรรมทางวรรณกรรม (Plagiarism) ผู้คนรับไม่ได้ 
        ถ้ามองกันในสายตาฝรั่ง นายกล้านรงค์ฯ เป็น “โจร” ที่ทำความผิดฐาน “โจรกรรม” นั่นเอง
        ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงด่าไอ้หัวล้านตัวนี้ ไปหลายครั้งต่อหลายครั้งแล้ว แต่ไอ้หมอนี่ หน้ามันทนจริงๆ!
 
        ยังเสือกหน้าด้าน อยู่ในตำแหน่งต่อไป แน่ะ...ดูมัน!!

        กรรมการ ป.ป.ช.อย่าง นายวิชา มหาคุณ นี่ก็อีกตัว เจ้าคนนี้แอ๊คอาร์ตดีนัก พอนายตำรวจน้ำดี อย่าง พันตำรวจเอก ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา เดิม ซึ่งรู้จักกันดีในวงบู๊ลิ้มว่า “โอ๋ สืบหก”  ไปทำหน้าที่รักษาความสงบที่พารากอน พวกพันธมิตรตามไปด่าแม่นายกฯทักษิณ เลยถูกทำร้ายโดยคนหมั่นไส้ ล่อเข้าบ้าง แต่นายตำรวจคนนี้เคราะห์ร้ายโดน นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. สอบสวน ในความผิดฐานละเว้นการ ปฏิบัติการหน้าที่ ได้เสนอความเห็นไล่ออกจากราชการไปเลย  
        โหดจริงๆ!

        แต่...นายตำรวจผู้นี้ไม่ยอมแพ้ ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพราะทาง ป.ป.ช. ละเลยไมยอมสอบสวนพยานสำคัญตามคำร้องของฝ่ายนายตำรวจ
        นี่เองเป็นเหตุให้ศาลปกครอง มีคำสั่ง ให้สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ รับ “โอ๋ สืบหก” กลับเข้ารับราชการ 
        นายตำรวจของพระเจ้าแผ่นดิน ผู้ซึ่งเคยทำหน้าที่ ยืนถือปืนรักษาด่านชายแดนพระราชอาณาเขต ด้านติดต่อกับสหภาพพม่า ตั้งแต่เจ้าตัวเป็นนายตำรวจผู้น้อย มายาวนานถึง 5 ปีเต็ม กลับโดนกรรมการ ป.ป.ช.ชุด “ไอ้ กบฎ” มันไล่ออกง่ายๆ แต่เดชะพระบารมี ที่นายตำรวจผู้นี้ยึดเป็นที่พึง คุ้มครองและดลบันดาลให้เขาเป็นฝ่ายชนะ ได้กลับเข้ารับราชการ มาเป็นกำลังสำคัญ ของชาติบ้านเมืองเราอีกครั้ง 
        ในเวลาต่อมา นายตำรวจผู้นี้ได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็น พล.ต.ต. 
        ปัจจุบัน “โอ๋ สืบหก” ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดนนทบุรี
        นายวิชา...หน้าแตกละเอียดไป!

        นอกจาก “โอ๋ สืบหก” แล้ว ยังมีกรณี พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภาราดรศักดิ์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดอุดรธานี ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาว่า ปล่อยให้พวกเสื้อแดง ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลือง ด้วยข้อหายอดเหี้ย คือ ละเว้นการปฏิบัติการหน้าที่ ทั้งๆที่นายตำรวจผู้นี้ กำลังถวายอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์ ตามหน้าที่แห่งตนอยู่ จนกรมวังผู้ใหญ่ต้องมาเบิกความยืนยัน ว่า
        ระหว่างเกิดเหตุ นายตำรวจผู้นี้อยู่ระหว่างถวายความอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์จริง!
        แต่...ไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดย นายวิชา มหาคุณ ซึ่งเป็นประธาน คุมการสอบสวนชั้นอนุกรรมการ กลับเสนอความเห็น ไล่นายตำรวจผู้นี้ ออกจากราชการอีกเช่นเดียวกับ “โอ๋ สืบหก” กัน แต่เขาสู้คดีอย่างไม่ลดละ โดยไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความ 
        “อยุติธรรม”
        จนในที่สุด เขาเป็นฝ่ายชนะ! 
        บัดนี้ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภาราดรศักดิ์ ได้กลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง ในตำแหน่ง 
        ผู้บังคับการตำรวจ จังหวัดขอนแก่น”...ดีกว่าเดิมอีก! 
        นายวิชา...หน้าแหกไปอีกเรื่องหนึ่ง!!

        ที่ผมรู้เรื่องนี้ดี เพราะได้พบและพูดคุยกับนายตำรวจทั้งสอง ในค่ายฝึกของพวกผม ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาทั้งคู่ ถูกออกจากราชการหมาดๆ และกำลังมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส จากการกระทำของไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช. 
        โดยเฉพาะ...นาย วิชา มหาคุณ!

        ท่านผู้อ่าน จะสามารถอ่านรายละเอียดความโลซก ของไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้จากบทความของผม ที่เขียนด่าไอ้พวกเวรนี่เอาไว้ ดังต่อไปนี้

        1. ชลิต พุกผาสุข ‘กากตด’ ที่ยังหลงเหลือของ ค.ม.ช.!!!
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=138)

        2. สุดกังขา…นายวิชา มหาคุณ!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=146)

        3. ป.ป.ช. องค์กร ‘กบโปร่งใส’ หรือ ‘คางคกหนังหนา’
!!!?
  (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=154)

        4.“ซุปเปอร์...จังไร!”
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=246)

        5. ป.ป.ช.โลซก! (ไม่มีปัญญาจัดการ กะอีแค่ ‘คดีดินสอหนีบตูด’!!)
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=247)

        ฉะนั้น ผมจึงไม่เห็นด้วย ที่จะนำผลของคณะกรรรมการ ป.ป.ช. ที่ผมไม่เคยไว้วางใจ มาเป็นเงื่อนไขชี้ขาดว่า สรยุทธจะทำมาหากิน ในอาชีพสื่อของเขาต่อไปอีกไม่ได้แล้ว และขอยืนยันอีกครั้ง อย่างหนักแน่นว่า
        ไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มันเป็นองค์กรโลซกขนาดใหญ่ ขาดความโปร่งใส สกปรกโสโครกและไร้สมรรถภาพอย่างยิ่ง ทำให้การจัดการกับเรื่องทุจริตของของชาติ เป็นปัญหาใหญ่อย่างยิ่ง ยังผลให้บ้านเมืองของเราเสียหายร้ายแรง ในด้านการปราบปรามผู้ทุจริตและประพฤติมิชอบ   
แล้วอย่างนี้ พวกเราจะนำความเห็นของ “พวกมัน” มาเป็นส่วนประกอบ ในการตัดสินโทษของสื่อขวัญใจประชาชน อย่าง สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ได้อย่างไรกัน? 
        จะไม่ให้เขาต่อสู้ ตามกระบวนการเลย อย่างนั้นหรือ?
        ถ้า ป.ป.ช.หรือใคร ที่ไม่เห็นด้วย กับข้อเขียนนี้ และเห็นว่าผมหมิ่นประมาทใส่ความ 
        “เชิญ ‘ฟ้อง’ ได้ตามสะดวก จะได้พิสูจน์กันจะจะไปเลย ว่าข้อมูลของใคร ที่เป็นของแท้ และของใครกันแน่ ที่เป็นของปลอม!!!”

        นการสัมมนาเรื่องของสรยุทธ์ฯ บนเวทีเดียวกัน ซึ่งมีนายสมเกียรติ อ่อนวิมล มาด้วย และให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับผู้อภิปรายอื่นๆ คือ 
        สรยุทธฯ ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว...จะทำสื่อต่อไปไม่ได้!
        หากผมเป็นสุรยุทธฯ จะสวนอีตาด๊อกเตอร์กบาลหยิกคนนี้ว่า 
        ลืมแล้วหรือไร เมื่อครั้งนายสมเกียรติฯ เป็นอาจารย์อยู่ที่
คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ เคยมีกรณีโดนข้อกล่าวหา ใช้เวลาราชการ ออกไปจัดรายการวิทยุ หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง! 
        เจียนจะถูกตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดอยู่แล้ว แต่นายคน
นี้...ชิงลาออกเสียก่อน! 
        จริงหรือเปล่าล่ะ!?

        แม้เรื่องนี้จะเกินขึ้นมานมนาน ตั้งแต่นายสมเกียรติฯยังหัวดำอยู่ จนบัดนี้กบาลหงอกขาวโพลนแล้ว ดันมาทำลืมเสียได้
        ตอนที่เรื่องนี้ดังขึ้นมา ผมยังอยู่ในวงการข่าวกรองของทางราชการ จึงยังจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ดี 
        ดังนั้น หากตอนนี้ มีใครมาถามนายสมเกียรติฯ ว่า
        “เอ็งยังเคยถูกกล่าวหาว่า คอรัปชั่นเวลาราชการ ตอนเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาฯ แต่มาถึงวันนี้ เอ็งมีดีอย่างไร จึงกล้าไปกล่าวหาว่าคนอื่นเขา ทุจริตคอรัปชั่น!? 
        อยากรู้จริงๆว่า นายสมเกียรติฯ จะแก้ตัวว่าอย่างไร เรื่อง “แผลเก่า” ของตัวเอง ที่คนยังไม่ลืม
        แล้วอย่างนี้ ยังเสือกมีหน้ามาคุยเรื่อง...จริยธรรม!

        อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคาใจ คือนายสมเกียรติฯ ที่มักแสดงให้เป็นนักประชาธิปไตย แต่พอพวก “ไอ้บัง กบฏ”  มันยึดอำนาจจากในหลวง แต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติเท่านั้น 
        คนเคยเป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ หน้าฉากทำตัวเป็นนักประชาธิปไตยตัวยง อย่างนายสมเกียรติฯ นั้น 
        เขากลับยินดีน้อมรับตำแหน่ง ที่ไอ้พวกปฏิวัติมันตั้งให้ แบบ “ไม่หือ-ไม่อือ” แทนที่จะลุก...ขึ้นมาต่อต้าน! 
        ยังจะเล่นบทพระเอก หน้าด้านอ้างเรื่องคุณธรรม จริยธรรมได้อย่างไรกัน 
        ในเมื่อใจของเอ็ง มันฝักใฝ่ “รับใช้เผด็จการ” เสียแล้ว!

        พวกสื่อในบ้านเมืองเราก็ใช่เล่น พอทหารทำปฏิวัติ ก็พากันวิ่งไปเสนอหน้า ให้ทหารตั้งเป็นโน่นเป็นนี่ 
        พอได้เป็นสมใจอยาก ก็ “กร่าง”ใส่เพื่อน...ต้องให้บอกไหม ว่าเป็นใครบ้าง?
        นอกจากนายสมเกียรติฯแล้ว สื่อที่ได้รับแต่งตั้งให้มีตำแหน่งในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ของ “ไอ้บัง กบฏ” ก็มีอยู่หลายคน ที่เขาเรียกกันว่าเป็น
        “โควตา...นักหนังสือพิมพ์”

        ส่วนใหญ่ที่คณะปฏิวัติ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาของพวกมัน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝ่าย “ต่อต้านทักษิณ” ทั้งนั้น ที่พูดวิทยุทางคลื่น FM 101 อยู่ประจำ เช่น
        นาย ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหารของ “โพสต์ทูดาย”   หนังสือพิมพ์ของเสี่ยใหญ่ไหหลวม ที่ผูกใจเจ็บทักษิณฯนักหนา

        อีกคนที่เป็นแสดงความเป็น “ปฏิปักษ์” กับรัฐบาลนายกฯปูรุนแรง คือ นายวิสุทธิ์ คมวัชระพงษ์ ซึ่งผมเขียนถึงหลายครั้ง (ครั้งสุดท้ายก็ในคอลัมน์ “สื่อกะโหลก-กะลา”) ผู้อำนวยการคลื่น FM 96.5 ของ องค์กร “เนชั่ว สาขา 2” นั่นไง
        ไอ้หมอนี่เคยมีชื่ออยู่ในบัญชี เข้าไปเป็นแคนดิเดท เพื่อรับการคัดเลือก เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  
        แต่ตกรอบ เพราะ “ไอ้บัง กบฏ” มันไม่ให้เป็น!
        หากมีการปฏิวัติรัฐประหารเที่ยวหน้า ขอให้โชคดี ได้รับเลือกเข้าไปนั่งใน “สภา ‘กดกบาล’ ประชาชน” กับเขา จะได้เป็น “ลูกกะเป๋ง” รับใช้รัฐประหาร เหมือนกับสื่อคนอื่นเขาบ้าง 
        คงจะสมใจอยากกระมัง!

        ท้ายบทความในวันนี้ เห็นจะต้องกล่าวถึงบทความ ที่เขียนโดยคนอื่น ชื่อ 
        จาก “เจ้าแม่มาร์ธา” ถึง “สรยุทธไร่ส้ม” ความเหมือนที่แตกต่าง? 
        เขียนโดย พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ ลงในเว็บไซด์ ของ สำนักข่าวมุสลิมอิศรา เมื่อ วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2012 เวลา 08:30 น. แล้ว นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ คอลัมนิสต์ตกกระป๋องเพราะต้องเตลิดเปิดเปิง ออกจาก “มติชน” มาตั้งเว็บข่าวของตัวเอง เอามาเผยแพร่ซ้ำ
        ผมอ่านดูแล้ว อยากบอกไปถึงคนเขียน ว่า...

        กรณีของ มาร์ธา สจ๊วต กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา นั้นแตกต่างกันมาก เพราะมาร์ธานั้น เธอมีธุรกิจหลากหลาย กว้างขวางใหญ่โตกว่าสรยุทธฯมากนัก
        เธอดังคับโลก แต่ความมีชื่อเสียงของสรยุทธฯ มีพื้นที่จำกัดอยู่ แค่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
        ที่สำคัญคือ

        มาร์ธา สจ๊วต นั้น ได้ “กระทำความผิดอาญา” ที่เป็นคดี Felony หรือคดีอาญาที่มีโทษร้ายแรง ฐานค้าหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายใน หรือ Insider trading จึงเป็นเหตุให้ถูกฟ้องร้องต่อศาล และเธอได้ต่อสู้คดี ตามกระบวนการเต็มที่ อย่างทรหดอดทน แต่ในที่สุด ก็...
        ไปไม่รอด!
        คณะลูกขุนได้ลงความเห็นเป็น “เอกฉันท์” ว่าเธอกระทำความผิดอาญาจริง ซึ่งมาร์ธายังมีสิทธิ์อุทธรณ์ แต่เธอสละสิทธิ์นั้น 
        ขอ “ติดคุก” ไปเลยดีกว่า จะได้หมดเรื่องหมดราว ออกมาจะได้ตั้งหน้าตั้งตา ทำมาหากินกันต่อไป!

        สำหรับกรณี สรยุทธ สุทัศนะจินดา นั้น ผมขอบอกว่า แตกต่างจากกรณี มาร์ธา สจ๊วต โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเขายัง
“ยังไม่ถูก...ฟ้องศาล” เสียด้วยซ้ำไป แถมสรยุทธฯ ยังต่อสู้ด้วยการเป็นโจทก์ฟ้องร้องในศาลปกครอง ลักษณะเดียวกับกรณีของ“โอ๋ สืบหก” ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่า 
        การดำเนินการของ ป.ป.ช.นั้น...ขาดความชอบธรรม! 
        เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้แล้ว ทำไมพวกเราคนไทยที่มี “หัวใจเป็นธรรม” จะไม่โอกาส สรยุทธฯ ขวัญใจพี่น้องประชาชน สู้คดีเต็มที่เยี่ยงคนอื่น ตามกระบวนการบ้าง ไม่ได้เชียวหรืออย่างไร?

        ทำไมต้องใจดำอำมหิต ไป “ตัดรอน” อาชีพของเขาด้วย!!?

        ต้องถามต่อไปอีกด้วย ว่า
        ทำไมคนไทยเราถึงไม่ให้โอกาสสรยุทธ์ฯ อย่าง นายกษิต ภริมย์ ขณะยังดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขาถูกกล่าวหา ถูกฟ้องร้องวุ่นวายขายปลาบู่ แต่แกยังหน้าระรื่น โดยไม่อินังขังขอบ ต่อเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง โดยบอกว่า
        จะสู้คดีไปเรื่อยๆ จนกว่าศาลจะตัดสินว่ามีความผิด แล้วค่อยมาพูดกันใหม่!

        ไม่เห็นมีสื่อที่ไหน ตามไป “ตอแย” เหมือนกรณีสรยุทธเลย

        เอาอีกตัวอย่างก็ได้ ต่อไปได้ กรณีอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถูกชี้มูลโดย ป.ป.ช. นั่นไง นายเมือกแกไม่เห็นจะทุกข์ร้อนอะไร ลอยหน้าลอยตา ต่อสู้ต่อไปตามกระบวนการเหมือนกัน 
        ผมไม่เห็นไอ้สื่อพวกนี้ มันจะแห่แหนออกมา เรียกร้องแบบ “เอาเป็น เอาตาย” กับคนที่โชคดี (ได้เมียเพื่อนร่วมพรรค มาเป็นเมียตัวเอง) แต่อย่างใดอีกเหมือนกัน

        กรณีสรยุทธ์นั้น มีคนวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า ไอ้พวกสื่อขี้อิจฉาพวกนั้น ทำมาหาแดกสู้เขาไม่ได้ จึงสบโอกาส สมคบกันไล่ตี หวังให้สรยุทธปี้ป่นอย่างที่เห็นกัน ทั้งๆที่คดียังไม่ได้ส่งไปถึงอัยการด้วยซ้ำ
        ผมสงสัยจริงๆ ว่า
        ทำไมพวกเราคนไทย จะยินยอมให้ไอ้พวกสื่อตะหวักตะบวย ที่มองส่องแล้วส่องอีก ไม่เห็นว่าพวกมันมีคุณงามความดีอะไร ให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์กับผู้คน จนสามารถยกเป็นตัวอย่างได้ชัดเจน   
        ถึงกล้ามาแอบอ้าง...จริยธรรม! 
        แถมไอ้พวกเคลื่อนไหว ไปขึ้นเวทีจวกสรยุทธนั้น บางคนก็ริ้วรอยลายพร้อย สกปรกเลอะเทอะ ดอกดวงโสโครกผุดโผล่ให้เห็นจนทั่วตัว ผู้คนก็รู้เช่นเห็นชาติพวกมันทั้งนั้น 
        ผมจึงต้องตั้งคำถามสำคัญ ต่อไปอีก ว่า...

        จะให้ไอ้สื่อพวกนี้ มาชี้นำประชาชน คนมีปัญญา อย่างพวกเราได้อย่างไรกันนะ!?

        ต้องลุกขึ้นมา แสดงความไม่เห็นด้วยโดยพร้อมเพรียงกัน!!

        พวกเราต้องถามว่า ทำไมกรณีสรยุทธฯ พวกเอ็งจึงไม่ให้กระบวนยุติธรรม เดินไปตามแนวทางของมันก่อน เชนเดียวกับกรณี “มาร์ธา” ในเมืองมะกัน หรือเหมือนกับไอ้พวกนักการเมืองพรรคดักดาน ที่ผมสาธกยกให้ฟังเป็นตัวอย่างกันไปแล้ว
        ที่ร้ายกาจมากๆ คือ องค์กรที่สอบสวนสรยุทธฯ คือไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น พวกมันขาดความโปร่งใส สกปรกโสโครก มีหลักฐานให้เห็นกันได้อย่างชัดเจน ตามตัวอย่าง ที่ผมบรรยายให้ท่านผู้อ่านฟังแล้ว (สัปดาห์หน้าผมก็จะล่อไอ้ ป.ป.ช.ต่ออีก...หยุดไม่ได้!)

        ทำไมพวกเรา จึงไม่รอผลคดีจากศาลปกครอง ที่สรยุทธฯ กำลังฟ้องร้องอยู่ เพราะคำสั่งศาลปกครอง อาจนำไปสู่ผล “พลิก” คดี เฉกเช่นเดียวกันกับกรณี “โอ๋ สืบหก” 
        เป็นไปได้ทั้งนั้น!

        คำถามที่อยากส่งไปถึงไอ้พวกสื่อตาร้อน ที่ฉวยโอกาสกระวีกระวาด ไปขึ้นเวทีธรรมศาสตร์ ว่า

        ทำไมเจ้าพ่อสื่อค่ายสีเหลือง ที่โดนศาลจำคุกไป 80 ปี แต่คดียังไม่ถึงที่สุด ไม่เห็นคนในสมาคมหนังสือพิมพ์ รวมทั้งสื่ออุดมจริยธรรม หน้าไหน กล้าไปบอกให้แกเลิกทำมาหากินทางสื่อ 
        แต่ดันเสือก แห่แหนกันมา...รุมกระทืบสรยุทธ!

        การที่ไม่กล้าแตะเจ้าพ่อสื่อ เพราะกลัวใช่ไหม? พวกเอ็งกลัวถูก “ขุดเบื้องหลัง”  และ “ขุดโคตรเง่าสักกะหลาด” ขึ้นมาด่าใช่ไหมล่ะ? 
        ว่าไง...อีเสรี!...อีนังกะเทยนรกแตก!! เอ็งกับพวก ไม่กล้าจริงนี่หว่า!!!

        หวังว่า บทความทั้ง 2 ตอน ของผมนี้ คงจะสร้างความเข้าใจ ให้กับบริษัทที่เคยสนับสนุน “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” รวมทั้งพี่น้องประชาชน คนหัวใจเป็นธรรมทั้งหลาย นั้น

        โปรดร่วมกันยืนหยัด ในการสนับสนุน “สรยุทธ” ให้ได้ทำงานในหน้าที่ “สื่อ” ที่ดี ที่คอยแจ้งข่าวและให้ความช่วยเหลือประชาชน ยามที่พี่น้องตกทุกข์ได้ยาก เช่น เมื่อครั้งตอนน้ำท่วมใหญ่ ต่อไปอีกนานเท่านาน เหมือนดังที่ตัวสรยุทธเองเคยทำ และได้ทำติดต่อกันมายาวนาน เป็นเวลานับสิบๆปี
        พวกเราชาวไทย ก็ได้เห็นหน้าเขาในบ้านของเราทุกวัน 
        จนสรยุทธฯ เปรียบเสมือน...
        สมาชิกคนหนึ่ง ในครอบครัวของพวกเรา!

content/picdata/392/data/photo8.jpg

        ผมจึงขอชักชวนท่านทั้งหลาย ที่เห็นด้วย ช่วยส่ง “ไปรษณียบัตร” พร้อมกับเขียนข้อความ ไปให้กำลังใจกับ “สรยุทธ” ผู้ดำเนินรายการ ขวัญใจของครอบครัวพี่น้องผองไทยเรา

        หากท่านไม่รู้ว่า จะเขียนอย่างไรดี “วาทตะวัน” แนะนำให้เขียนสั้นๆ ว่า

        “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!!

....................

ท้ายบท อยากจะบอกกับ พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ ว่า ตั้งชื่อคอลัมน์ 
        จาก “เจ้าแม่มาร์ธา” ถึง “สรยุทธไร่ส้ม” ความเหมือนที่แตกต่าง?  
        ช่างตั้งได้คล้ายคลึง กับคอลัมน์เก่าของผม ที่เขียนใน Manager Online เมื่อ 6 ปี ก่อนมากจริงๆ 
        เหมือนกันกระทั่ง เครื่องหมายเควสชั่นมาร์ค เพราะคอลัมน์ของผม ชื่อ...

        ‘มาร์ธา สจ๊วต’ กับ ‘พจมาน ชินวัตร’ ความเหมือนที่แตกต่าง!?

        เหมือนกันโดย...อุบัติเหตุจริงๆ!...555
        เรื่องนี้ผมเขียนเอาไว้ ตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2549 หลัง “ไอ้บัง” ก่อการ “กบฏ” ได้เพียง 3 เดือน โดยเขียนเอาไว้ถึง 2 ตอน 
        คอลัมน์ดังกล่าว ผมเปรียบเทียบคดีของมาร์ธา สวจ๊วต กับ คดีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร คือ

        1. ตอนที่ 265  ‘มาร์ธา สจ๊วต’ กับ ‘พจมาน ชินวัตร’ ความ
เหมือนที่แตกต่าง!?     
http://mgr.manager.co.th/Columnist/ViewNewsaspx?
NewsID=9490000155013)

        2. ตอนที่ 266 ภาค ๒ (ตอนจบ) “มาร์ธา สจ๊วต กับ
พจมาน ชินวัตร ความเหมือนที่แตกต่าง!?”
http://mgr.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9490000157992

        ในตอนที่ 2 นั้น มีข้อความที่ผมเขียนเอาไว้ และคิดว่าเป็นความถูกต้องจนถึงวันนี้ เพราะผมเขียนเอาไว้ ดังนี้

        ...ท่านผู้อ่านอาจเดาไม่ออก แต่อยากจะบอกว่า สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงทั้งสองไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง คือ
        การพิจารณาคดีที่ มาร์ธา สจ๊วต ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ภายใต้ระบบกฎหมายที่เคร่งครัด ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่มีการยกเว้นให้แก่ใครทั้งสิ้น       
        แต่...
        ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีเมืองไทย ไม่ได้โชคดีอย่างนั้น
        คุณหญิงพจมาน ถูกพิจารณาอย่างไม่เป็นธรรมจากระบอบกฎหมายที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจมาจากประชาชน ที่โลกอารยะเขารับกันไม่ได้!...

        หากท่านได้เข้าไปอ่านแล้ว จะเห็นได้ชัด ว่า 
        ผมเขียนคอลัมน์ จวก “ไอ้บัง กบฏ” กับพวก โดยไม่ได้หวั่นเกรงหรือยี่หระ ตั้งแต่พวกมัน ก่อกบฏยึดพระเจ้าแผ่นดิน หลู่พระเกียรติยศ ได้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น 
        ถ้าท่านอ่านคอลัมน์ดังกล่าว จบลงทั้ง 2 ตอน จะเห็นได้ว่า การประมาณสถานการณ์ทางคดีของผม ที่เกี่ยวกับคดีคุณหญิงพจมานฯ ถูกต้องตรงกับ “ความจริง” ที่เกิดตามมาอีกหลายปี และมั่นใจว่า 
        เรื่องของสรยุทธก็ไม่แตกต่างกัน เพราะคดียังไม่ทันจะขึ้นโรงขึ้นศาลเสียด้วยซ้ำ

        ขอแนะนำให้เก็บคอลัมน์นี้ไว้...เพื่อศึกษากันต่อไป!

        นึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่แล้ว สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 1)   (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=391
        มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
บ้านเมืองเราไม่มีมาตรฐาน คนหนึ่งทำได้ อีกคนทำไม่ได้ /คนหนึ่งใช้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่ง อีกคนกลับไม่ใช้อย่างเดียวกัน กลับไปเลือกใช้มาตรการอื่นเสียดื้อๆ/พวกที่ออกมาค้าน ยังกะตัวมันดีตายห่าแล้ว หลังลายร้อยด้วยกันทั้งนั้น
โดยคุณ เห็นชาติ ไอ้พวกสื่อเลวชาติ  125.24.172.XXX

ความคิดเห็นที่ 2   
จากการที่ได้เกี่ยวข้องกับคนในวงการสื่อด้วยตนเองมาพอสมควร ได้ติดตามจากสื่อต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ได้อ่านหนังสือของอดีตนายกสมัครฯ ที่เขียนเกี่ยวกับสันดานหนังสือพิมพ์ และสักประมาณปีเศษมาแล้วได้อ่าน"ถลกหนังสื่อ"ที่เขียนโดยสื่อกันเองและเผยแพร่ในเว็ปอย่างจุใจ ทำให้ได้เห็นความเน่าเฟะของวงการนี้ค่อนข้างทะลุปรุโปร่ง ก็ได้แต่ทำใจว่า"มันเป็นเช่นนั้นเอง" วงการสื่อไม่ใช่แดนของพระอรหันต์ที่พอพึ่งพิงได้เลย (ทั้งที่โหมโฆษณาชวนเชื่อว่า เป็นกลาง โปร่งใส เชื่อถือได้ ฯลฯ) เป็นเรื่องผลประโยชน์ของตนเองและหมู่คณะแทบทั้งสิ้น แต่ก็ตั้งตาคอยอ่านตอนท่ีสองเพื่อทดลองปัญญาว่าวิเคราะห์ไว้ถูกต้องตรงกับของท่านวาทฯ หรือไม่
โดยคุณ ช่วยถลก  124.120.119.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
นอกดรื่แงไปหน่อยแต่สำคัญในความหมาย คุณวาทตวันช่วยปราบปรามให้สื่อถ่อย วิศาล ดิลก หน่อยครับดูถูกประชาชนแสดงความคิดเห็นอัปรีย์ เลือกข้างสถนพูดจาสำเนียงแข็งกระด้างเยาะเย้ยถากถาง ทำตัวกูดีคนเดียว นอกนั้นสวะหมด
โดยคุณ
ram@amardass.com  61.90.90.XXX   

ความคิดเห็นที่ 4   
รออ่านตอนที่ 2 ครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันรอคอย  101.108.69.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
อย่าไปถลกดตูดนังเสรีนะ ตูดเหี่ยวแล้ว ไม่มีราคาจ้ะ
โดยคุณ 555  171.6.170.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
อยากให้วาทตะวัน วิเคราะห์ใครอยู่เบื้องหลังฆ่าโหด6ตุลา19
โดยคุณ
Banbog2678@hotmail.com  58.11.213.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
ถูกใจจริง เชียร์สรยุทธีกคน
โดยคุณ อยากเตะไอ้พวกหมาหมู่  101.108.238.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8   
เคยเข้าอบรมผอ.โรงเรียนที่สวนสุนันทาฟังไอ้จิระมาบรรยาย มันโม้ชิบหายว่าตระกูลมันดี มันเก่ง ทุเรศสิ้นดี เล่าถึงโคตรพ่อโคตรแม่มันให้พวกเราฟังด้วย บรรยายด้วยคำพูดที่ตะคอกคนฟัง แถมขู่อีกต่างหากหน้าตาไม่มีมนุษยสัมพันธ์ไม่สมควรมี่จะมาเป็นวิทยากรให้ผู้บริหาร เพราะเป็นแบบอย่างของพวกเผด็จการ บอกมันด้วยว่า
มันเกิดอีกสิบชาติก็สู้นายกปูไม่ได้ ถ้ายังใช้สันดานยกตนข่มท่านแบบนี้
โดยคุณ tik  113.53.36.XXX 

ความคิดเห็นที่ 9   
เคยเข้าอบรมผอ.โรงเรียนที่สวนสุนันทาฟังไอ้จิระมาบรรยาย มันโม้ชิบหายว่าตระกูลมันดี มันเก่ง ทุเรศสิ้นดี เล่าถึงโคตรพ่อโคตรแม่มันให้พวกเราฟังด้วย บรรยายด้วยคำพูดที่ตะคอกคนฟัง แถมขู่อีกต่างหากหน้าตาไม่มีมนุษยสัมพันธ์ไม่สมควรมี่จะมาเป็นวิทยากรให้ผู้บริหาร เพราะเป็นแบบอย่างของพวกเผด็จการ บอกมันด้วยว่ามันเกิดอีกสิบชาติก็สู้นายกปูไม่ได้ถ้ายังใช้สันดานยกตนข่มท่านแบบนี้
โดยคุณ tik  113.53.36.XXX 

ความคิดเห็นที่ 10   
กรณีเดียวกับสุรยุทธ์ จุลานนท์ ณ เขายายเที่ยง คนหนึ่งคืนที่ เขายายเที่ยง คนหนึ่งคืนเงิน ถ้าสรยุทธผิด แล้วสุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง จะผิดไหม
โดยคุณ เขายายเที่ยง  27.130.174.XXX 

ความคิดเห็นที่ 11   
สื่อเมืองไทย แบ่งแยกชัดเจน ข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน สื่อให้ความสำคัญน้อยมาก เช่น ตามหาควายทองมา ออกข่าวเป็นวรรคเป็นเวร แต่ข่าวประชาชนเดือดร้อนน้อยมากๆ จำนำข้าวเทียบกับประกันราคา ไม่เห็นจะให้ความสำคัญสักเท่าไหร่ พอชาวนาได้ประโยชน์หน่อย ยังมีสื่อบ้าๆบอๆสนับสนุนการประกันราคาและอาจมจากมหาลัย ไม่อยากเอ่ยชื่อ ถ้ายังมีสื่อและอาจม แบบนี้ ประเทศไทยก้อคงย่ำอยู่กับที่และถอยหลัง อย่างไม่ต้องสงสัยบวกกับมีพรรคการเมืองที่มีวิสัยมากว่า 60 ปี ที่คิดได้แค่ไข่ชั่งกิโลขาย ราตรีสวัสดิ์พี่น้องขาวไทย
โดยคุณ คนนอกบ้าน  110.169.200.XXX 

ความคิดเห็นที่ 12   
คุณวาทตะวันทำเป็นเล่นไป ดูคดีกำนันเปาะซิ อยู่ๆ มือปืนโผล่ขึ้นมาสารภาพว่า"พยายามฆ่า""โดยกำนันเปาะจ้าง ..........และศาลก็ฟังนะครับ.....
โดยคุณ ๕๕๕๕  125.27.70.XXX 

ความคิดเห็นที่ 13   
คุณสรยุทธเด่นดังเกินพวกมันไงเลยหาวิธีเตะสกัดขาไว้ เชื่อเถอะถ้าพวกเขาทำลายเรื่องนี้ไม่ได้ก็จะหาเรื่องอื่นมาเล่นอีกดู ท่านทักษิณเป็นตัวอย่าง ทำใจซะเถอะนี้ละประเทศไทย
โดยคุณ เบั่อพวก ปชป  113.53.31.XXX

        (คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 2) ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER