หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ตอแหลนานๆ...เดี๋ยว ‘สันดาน’ มันก็โผล่!!!
หัวข้อ : ตอแหลนานๆ...เดี๋ยว ‘สันดาน’ มันก็โผล่!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ตอแหลนานๆ...เดี๋ยว ‘สันดาน’ มันก็โผล่!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ทความเรื่อง อันสืบเนื่อง มาจากเรื่อง...นายปรีดีฯ!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=389)ที่นำเสนอต่อท่านผู้อ่านเมื่อปลายกันยายน นั้น  
        ผมได้เขียนบทความเรื่องดังกล่าว โดยมีเจตนาพิเศษ คือต้องการสื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นว่า 
        ในการแสวงหา “ความจริง” นั้น เราต้องพิจารณาไตร่ตรองข้อมูลต่างๆให้รอบคอบ และก่อนตกลงปลงใจ ว่า 
        อะไรคือ “ความจริง” กันแน่!?

        หลายกรณีที่คนเราต้องใช้เวลายาวนานเสียเหลือเกิน ในการรอคอยกว่า “ความจริง” มันจะปรากฏออกมา ซึ่งบางครั้งการ “รอ”นั้น สร้างความเจ็บปวดรวดร้าว ให้กับผู้ที่ต้องเฝ้ารอยิ่งนัก 
        ทั้งนี้ เพราะ...
        กว่า “ความจริง” มันจะโผล่หน้า หรือปรากฏออกมา ให้ผู้คนได้เห็นกัน บางทีก็กินเวลา เนิ่นนานเสียเหลือเกิน จนผู้คนที่แม้จะอยู่ร่วมสมัย ยังแทบลืมเลือนเหตุการณ์ หรือเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว ส่วนคนรุ่นหลังย่อมไม่มีทางทราบได้เลย หากไม่ใช่ผู้สนใจใฝ่ศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องทาง “การเมือง”ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่าง ให้ดูเพียงบางกรณี คือ  

        1. การหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พยายามสร้างความ
เข้าใจให้ผู้คนว่า พวกเขาเป็น “พรรคเทพ” เช่น นายชวน หลีกภัย หาเสียงคราวใด ก็จะยกย่องเชิดชูพรรคของตัว ว่าเป็นพรรคเดียวที่ไม่เคย “ซื้อเสียง”เลยในการเลือกตั้ง 
        พูดหาเสียงอย่างนี้...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
        แต่...
        ความจริงที่ปรากฏออกมาภายหลัง พรรคดักดานนี้เป็น พรรคการเมืองพรรคแรก ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ผู้แทนราษฎร จ.ราชบุรี พรรคตัวเอง ถูกศาลลงโทษในความผิดฐาน “ซื้อเสียง”ในการเลือกตั้ง และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำเลย ซึ่งเป็นสมาชิกพรรค โดยให้... 
        จำคุก 1 ปี ตัดสิทธิเลือกตั้งอีก 10 ปี!
        ครับ...กว่าศาลฎีกา จะมีคำพิพากษาเรื่องนี้ ก็กินเวลานาน เกือบสิบปี....
        เป็นเวลาที่ “ยาวนาน” เอาเรื่องทีเดียวนะ!

        เรื่องการซื้อเสียง ที่ประชาธิปัตย์ชอบกล่าวหาคนอื่น นั้น ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ผู้ที่เป็น "กูรู" ทางการเงินการคลัง ออกมาเขียนคอลัมน์ "คนเดินตรอก" ในหัวข้อ  
       "ประชาธิปัตย์ ต้องการปฏิรูป"   
        ท่านอาจารย์วีรพงษ์ฯ บอกว่า พรรคนี้ต้องการ "การปฏิรูปอย่างรุนแรง" และที่คล้ายๆ กับที่ผมเขียนอยู่หน่อย ก็คือ อ.โกร่ง บอกเอาไว้ ตอนพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งว่า คงปฏิเสธกันไม่ได้ว่าพรรคเก่าแก่นี้...

        "หลอกตนเองว่าพ่ายแพ้การเลือกตั้ง เพราะฝ่ายตรงกันข้ามซื้อเสียง แต่ในกรณีที่ทหารและข้าราชการถูกสั่งให้มาช่วยอย่างเต็มที่ทั้งกำลังคน กำลังอำนาจ และกำลังเงินซื้อเสียงให้ แล้วยังแพ้อย่างยับเยิน ตนกลับไม่คำนึงถึง หลายคนบอกว่า แม้ฝ่ายตรงกันข้ามไม่ซื้อเสียงเลย ก็ยังชนะพรรคประชาธิปัตย์"

        นับแต่มีคำพิพากษาศาลฎีกาให้ลงโทษสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมสังเกตเห็นได้ชัดว่า นายชวน หลีกภัย ก็“หลีกพูด”หรือกล่าวถึงเรื่อง “ซื้อเสียง” อีก 
        ทั้งนี้ เพราะ... 
        แกคงกลัว...โดนสวนกลับนั่นเอง!

        2. เป็นเรื่องที่ผู้คนได้ยินแล้ว ต้องส่ายหน้าเป็นพัดลมโตชิบ้า ทุกครั้ง เมื่อคนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น มักจะพูดยกย่องพรรคตัวเรื่อง “ความซื่อสัตย์” ในการบริหารราชการงานแผ่นดิน โดยพยายามอย่างเหลือเกิน ในการสร้างภาพให้ดูดีนั้น แต่กลับไม่ประสพความสำเร็จ เพราะ
        ภาพลักษณ์ของ “ความไม่ซื่อ” ของพรรคดักดานนี้ทยอยออกมาให้ประชาชนเห็น จากการบริหารของพวกในทุกระดับ เป็นระยะๆ เช่น 
        การบริหารงาน กทม. คนที่ถูกเลือกให้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ อีกครั้ง ก็ต้องลาออก เพราะมีคดีความ เรื่อง ทุจริตคอรัปชั่น ขณะนี้ถูกฟ้องไปแล้ว 1 เรื่อง กำลังจะต้องไปขึ้นศาล
        ไม่ใช่เรื่องเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะยังมีกรณีอดีตปลัด กทม. คุณหญิง ณัฐนนท์ ทวีสิน ร้อง ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าฯคนนี้อีก เรื่องยังคาราคาซังอยู่ และในที่สุดก็คงไปสู่ศาลอีกนั่นแหละ
        ความจริงเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่คนของพรรค คือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นผู้ว่ากทม.ใหม่ๆ และ...
        เวลาผ่านไปนานถึง 4 ปี เต็ม! 
        จนกระทั่งมีการเลือกตั้งใหม่ กระบวนการดำเนินคดีในชั้น ป.ป.ช. ที่ดำเนินไปอย่างล่าช้า จึงค่อยๆเดินกะโผลกกะเผลก จนมาถึงจุด “ชี้มูล” ซึ่งนายอภิรักษ์ฯ ถึงกับต้องสะอื้น
        จำใจลาออกจากตำแหน่ง ผู้ว่า กทม.ไป!!

        กระบวนการสอบสวนเพื่อหา “ความจริง”ของ ป.ป.ช. มันกินเวลาถึง 5 ปี ตั้งแต่เริ่มมีเกิดเรื่องทุจริต กทม. เรียกได้ว่า มันเป็นเวลาที่ยาวนานเอาเรื่องทีเดียว  
        เวลากว่า 5 ปี ที่สูญเสียไปนั้น หากเราจะนำเวลาดังกล่าวนั้น ไปเปรียบเทียบกับเวลาของเด็กหนุ่มสาวคนหนึ่ง ที่เพิ่งเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จนเขาหรือเธอจบปริญญาตรีออกมา และมีงานการทำแล้ว 
        ป.ช.ป. ถึงจะชี้มูลความผิดได้! 
        ยาวถึงขนาดนั้นเลย!! 
        แต่ถึงกระนั้น...  
        จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ฟ้องร้องกัน ไม่รู้ขัดข้องเรื่องอะไร!

        ระบบที่แสนจะยืดยาว ของกระบวนการสอบสวนคดีทุจริตของ ป.ป.ช. นั้น มันเลวร้ายและไร้สมรรถภาพจริงๆ 
        ผู้คนที่โกงบ้านโกงเมือง มันถึงได้ไม่กลัว!!
        แต่...
        บางเรื่องก็ไม่ต้องคอยนาน เพราะประชาชนร่วมมือร่วมใจกันกดดัน ยกตัวอย่างเรื่องของพรรคดักดานอีกเหมือนกัน นั่นคือ
        เมื่อพรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์นี้ วิ่งราวอำนาจเข้ามาเป็นรัฐบาลได้แล้ว ความ ‘เน่าเฟะ’ ในเรื่องคอรัปชั่นก็ตามมาอีก แทบจะทันทีทันใด ไม่ว่าเรื่องปลากระป๋องเน่า หรือเรื่องในกระทรวงสาธารณสุข ที่รัฐมนตรีจากพรรคดักดาน ต้องจำใจลาออกไปถึง 2 กระทรวง ก่อนกลุ่มที่ปรึกษาผู้หิวโหย ต้องแห่ตามกันออกมา เพราะพิษความไม่โปร่งใส ที่พวกเขาเหล่านนั้น ไป “พ่น”เอาไว้ จนทั่วกระทรวงที่เข้าไปบริหาร        
        ครั้นพอผู้คนเขาจับได้ไล่ทัน ก็ทนด้านหน้าอยู่ต่อไปอีกไม่ไหว เพราะมิฉะนั้นข้าราชการในกระทรวงและประชาชน เขาจะสาปแข่งเอา
        เลยต้องยกโขยง...ลาออกกันไป!
        เรื่องระยำมันก็มีอยู่อย่างนี้แหละ...คุณโยม!!

        3. เรื่อง สปก.4-01 ซึ่งทางพรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์เอาที่ดินของหลวงไปแจกให้คนรวย พรรคพวกของตน เรื่องนี้เป็น “คัมภีร์แห่งความจังไร” โดยแท้ จนเป็นเหตุให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นรัฐบาลอยู่ ต้องประกาศ “ยุบสภา” และอัยการของรัฐ ต้องทำหน้าที่ทนายแผ่นดิน ฟ้องร้องเอาที่ดินคืนจากเศรษฐี ผู้ที่ได้รับแจกที่ดินไป
        ครับ...ต้องใช้เวลายาวนานอีก 10 ปี อีกเหมือนกัน กว่าที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา ให้พวกเศรษฐีคืนที่ดินให้กับรัฐได้ 
        นานครับ...นานจริงๆ!

content/picdata/394/data/photo9.jpg

        การพ่ายแพ้ในคดีสำคัญ ของพรรคดักดานในชั้นศาลสูงสุดของประเทศซ้ำๆกันอย่างนี้ ทำให้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า
        พรรคประชาธิปัตย์นั้น แพ้ทาง “ศาลฎีกา” จริงๆ!

        4.เรื่องสุดท้ายที่ผมจะยกมาให้ดูอีกเรื่อง เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆนี้ คือ 
        การที่ศาลลงโทษจำคุก ผู้เกี่ยวข้องคดี ปรส.!
        เรื่องเดิมมีอยู่ว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้ร้องทุกข์ต่อ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ขอให้ดำเนินคดีกับ คณะกรรมการองค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าขายสินทรัพย์ ปรส.ไม่โปร่งใส ทำให้รัฐเสียประโยชน์
        คดีนี้ต่อมา ประชาชนรับรู้กันในชื่อ ว่า “คดี ปรส.”

        ใน พ.ศ.นั้น (พ.ศ.2551) รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยยังบริหารประเทศอยู่ นายชวน หลีกภัยซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดแดกดันพวกที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี ในทำนอง... 
        ...รัฐบาลพรรคเพื่อไทย (ที่บริหารบ้านเมืองอยู่ในตอนนั้น) คงโดนเล่นงานเรื่องขายชาติ จึงหาทางทำอะไรแก้เก้อ ซึ่งนี่คือวิธีการของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งตนยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่ขอให้รีบไปแจ้งความ 
        โดยนายชวนฯ ทำเป็นพูดในทำนองยุส่ง ว่า

        "ขอให้รีบไปแจ้งเลย เพราะตอนนี้ คุณธารินทร์ยังไม่ตาย และผมคิดว่า 
        รัฐบาลคงโดนเล่นงานเรื่องขายชาติ เลยหาทางพูดอะไรแก้เก้อ ซึ่งเป็นวิธีการของรัฐบาลชุดนี้ ที่ใช้วิธีการส่งพวกมือปืนรับจ้าง ที่อยากหารายได้มาทำแทน ซึ่งผมไม่มีความกังวลกับกรณีนี้ เพราะ...
        มั่นใจในนโยบายการทำงาน ในสมัยที่ผมเป็นรัฐบาลว่า ทำถูกต้อง ถ้าทำผิดคงอยู่ไม่ได้ถึงป่านนี้ ถ้าผิดก็ดำเนินการได้เลย เพราะคนที่เกี่ยวข้องใน ปรส. ยังอยู่ทุกคน ดังนั้นต้องรีบไปจัดการเสียเดี๋ยวคนพวกนี้ตายไปแล้วทำอะไรไม่ได้"

        นายชวน หลีกภัย ตีฝีปากพูดจาท้าทายเหยงๆ เหมือนจงใจจะเย้ยหยันคนที่คิดจะดำเนินคดี กับพรรคและพวกของเขา ในคดี ปรส. 
        แต่....
        เมื่อเวลาได้เดินทางผ่านมาเนิ่นนาน คณะกรรมการที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แต่งตั้งขึ้น เมื่อ 15 ปี ก่อนหน้าโน้น นั้น
        บัดนี้ บางคนได้ถูกอัยการฟ้องร้อง ตามที่นายวีระฯได้กล่าวหา คือ นายอมเรศ ศิลาอ่อน อดีตรัฐมนตรี ซึ่งมาถึงวันนี้ เขากลายสภาพเป็น “ตาเฒ่า” ต้องเดินกระย่องกระแย่งขึ้นศาล เพราะอายุหย่อนอีกแค่ 1 ปี ก็ถึง 80 แล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งก็อายุ 65 ปี แล้ว จำเลยทั้งสองได้ถูกศาลสั่งลงโทษ...
        จำคุกไปแล้ว คนละ 2 ปี!
        นี่ไงครับ “ความจริง”... มันมาถึงช้า เพราะกินเวลายาวนานถึงสิบห้าปี...
        แต่ก็ยังอุตส่าห์...มาจนได้!!

        ตอนนี้คนที่ดูจะเป็นผู้ร้ายสำคัญ ตามท้องเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ มหากาพย์ ปรส. และเคยเป็นคนใหญ่โต ในพรรคประชาธิปัตย์ คือ
นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ออกคำสั่งตั้งกรรมการชุดดังกล่าว และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กำลังจ่อคิว ที่จะต้อง “ลากสังขาร” ที่แก่เฒ่าลงไปมากในขณะนี้ และเขาจะต้องเดินกะโผลกกะเผลก ขึ้นๆลงๆศาลอาญาต่อไปอีกหลายปี เหมือนอย่างนายอมเรศฯ หรือไม่? นั้น

        ต้องถามไปยัง ไอ้คณะกรรมการ ป.ช.ป. ที่ผมด่าพวกมันเช็ดเม็ดว่า เป็นแก๊งอิสระที่ไร้สมรรถภาพในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคนไทยที่ต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวง ต้องคอยจับจ้องกันให้ดีๆ ว่า

        ไอ้พวกเวร คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุด “ไอ้บัง กบฏ” โปรดกะโหลกแต่งตั้ง นั้น พวกมันยังครองเสียงข้างมากในคณะกรรมการ และยังมีเสียงมากกว่า กรรมการที่ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

        พวกมันจะทำให้คดี มูลค่าความเสียหายสูงหลายแสนล้านบาทนี้ จะขาดอายุความหรือไม่?

        ต้องคอยดูกัน...อย่ากระพริบตาเลยทีเดียว!!

        เขียนเรื่องนี้จบลงแล้ว ผมได้ลอง “อ่านทวน” ข้อเขียนของตัวเองดูหลายครั้ง ทำให้นึกไปถึง คำพูดของผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง ที่เคยสั่งสอน ว่า

        เรื่องที่เป็น “ความเท็จ” หรือ “โกหกพกลม” นั้น นานๆเข้า “ความจริง” มันมักจะปรากฏออกมา และสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คน

        ท่านใช้ “วลี” ที่ผมไม่เคยลืมเลือนเลย คือ...

        “ตอแหลนานๆ...เดี๋ยว ‘สันดาน’ มันก็โผล่!!!”

...................

ท้ายบท เห็นข่าวไอ้นาย “บุญเลิศ” ออกมาวางโตเรียกคนชุมนุม แต่กลัวมีคนน้อยหรือยังไงไม่ทราบ เลยไปขอแรง “ตาเถนรักษ์” เจ้าลัทธิ “สันติกะโปก” ให้นำเหล่าสาวกมาร่วม นั้น
        อยากให้แฟนๆของ “วาทตะวัน” กรุณากลับไปอ่านคอลัมน์
        “ไอ้พวก ‘เงี่ยน’ ปฏิวัติ...พวกกู ไม่กลัว พวกมึง!!!”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=349 
        ผมเขียนไว้ตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 ตอนที่ไอ้นาย “บุญเลิศ” มันออกมา ตีข่าวปล่อยเรื่องการปฏิวัติใหม่ๆ

        ไอ้หมอมันคุยโวโอว่าเป็น “ทหารมหาดเล็ก” แต่ผมจะเติมให้เต็มคำพูดของมัน ว่า 
        ไอ้ตัวนี้มันก่อกบฏ นำกำลังจากเมืองกาญจน์เข้ามายึด ศปก.ทบ. ทางการต้องเข้าปราบปราม จนสิ้นฤทธิ์ในเวลาแค่...
        นกกระจอก...ไม่ทันกินน้ำ!

        นอกจากพยายามยึดอำนาจในบ้านเมืองแล้ว ตัวหัวหน้ากบฏยังก่อเหตุฆ่า พล.อ.อรุณ ทวาทศิน ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 ขณะนั้น ด้วยอาวุธปืนสั้น จนถึงแก่กรรม
        แต่...พวกกบฏ มันต้องพายแพ้! 
        ตัวหัวหน้าโดน ปุ ปุ ตายคาหลักประหาร!!

        พล.อ.อรุณ ทวาทศิน อดีตผู้บัญชาการกองพลที่ 1 ที่ถูกหัวหน้าแก๊งกบฏของไอ้นาย “บุญเลิศ” สังหารนั้น ท่านเป็น “นายทหารของ...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่น้ำใจ
กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว องอาจ และจงรักภักดีต่อประเทศชาติและ
ราชบัลลังก์ยิ่งนัก แม้ความตายจะเผชิญอยู่ข้างหน้า ท่านก็มิได้หวาดหวั่น

        ฉะนั้น ถ้าไอ้นาย “บุญเลิศ” ไอ้ทหารกบฏ ที่อยู่ในขบวนการ
“ฆาตกร” ที่กระทำฆาตกรรม นายทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกมาคุยโอ่นักว่า จะก่อการยึดอำนาจ คงเป็น เพราะ...
        มันอยากตายในคุก!

        คนไทยที่รักชาติ รักบ้านรักเมือง อย่าไปกลัวมัน พวกเราต้องช่วยกันประสานเสียง ร้องตะโกนท้าไอ้นาย “บุญเลิศ” มันไป โดยพร้อมเพรียงกัน อีกครั้งว่า

        “ไอ้พวก ‘เงี่ยน’ ปฏิวัติ...พวกกู ไม่กลัว พวกมึง!!!”

        อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่แล้ว "สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 2) http://vattavan.com/detail.php?cont_id=392
        มีดังต่อไปนี้ครับ 

ความคิดเห็นที่ 1   
2 ลิงค์ที่ให้มาเปิดไม่ได้แล้วค่ะ 1. ตอนที่ 265 ‘มาร์ธา สจ๊วต’ กับ ‘พจมาน ชินวัตร’ ความ เหมือนที่แตกต่าง!?
http://mgr.manager.co.th/Columnist/ViewNewsaspx? NewsID=9490000155013) 2. ตอนที่ 266 ภาค ๒ (ตอนจบ) “มาร์ธา สจ๊วต กับ พจมาน ชินวัตร ความเหมือนที่แตกต่าง!?” http://mgr.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9490000157992
โดยคุณ
Alippreeya@yahoo.com  58.11.215.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
อ่านจบตอน2แล้ว บังเกิดความเข้าใจทุกอย่างครับ...แต่ไม่เข้าใจอยู่อย่างเดียวว่า เรายังยอมรับกับคำวินิจฉัยตะหวักกระบวยอะไรของ ปปช.ซึ่งไม่ทราบว่าทั้งคณะใช้หัวอะไรคิด...ถ้าจำไม่ผิด ในสถานการณ์รบ...ถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งการอันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ฝ่ายตนได้ ผู้ใต้บังคับบัญชามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธคำสั่งได้นะครับ เช่นเดียวกันกับคำวินิจฉัยที่แล้วๆมา ตามที่ท่านวาทฯยกตัวอย่างในบทความนี้ จะเห็นได้ว่าแต่ละกรณีนั้นเข้ารกเข้าพง ทำบาปทำกรรมกับผู้อื่นทั้งสิ้น ใครหน้าไหนที่ไม่ยอมซูฮก หรือขวางทางตีน ฯพณฯทั้งหลาย ย่อมต้องซวยทั้งหมด...เอ้อ...เมื่อไร ประเทศนี้จะเลิกยอมรับนับถือคนรวย คนที่มีอำนาจ แล้วหันมายอมรับนับถือ "คนดี"กันเสียที
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเข้าใจ  125.24.47.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เชื่อไหม ผมว่าไม่มีไอ้สื่อหนังคางคกตัวไหนที่ท่านอาจารย์เอ่ยถึงดังกล่าวออกมาเถียงหรอกครับ มันคงคิดว่าความชั่วี่ตนเองก่อไว้คงจะไม่มีใครรู้เห็น แต่มาเจอท่านเจ้ากรมข่าวกรองตัวจริงเสียงจริงอย่างท่านอาจารย์มันก็พูดไม่ออกได้แต่กรอกหน้าละครับ
โดยคุณ narong subsangar  125.24.54.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
จบสองตอนนอนหลับแล้วครับ ครั้งต่อไปขอให้ท่าน วาท ถลกหัวกบาลของปช.ให้หมดอย่าเหลือสักเส้น พวกปปช.จัญไรนี้ก็ช่างหน้าหนาจริง ๆ อบรมกฎหมยที่ รร.ริเวอร์ไซด์ ลาการศาลปกครองเล่าเรื่อง โก๋ สืบหก ให้ฟัง ถึงความไม่เข้าท่าของ ปปช.แล้วและส่วนตัวก็ติดามเรื่องนี้ ตั้งปปช.ชีมูล ไล่ออก จนกระทั่ง ตำรวจคนนี้ฟ้องศาลปกครองแล้วชนะคดี พร้อมนั้น คณะกตร.ก็มีความเห็นว่า โก๋สืบหกไม่ผิด และให้กลับเข้ารับราชการได้ ตุลาการผู้นี้กล่าวว่า ปปช.ใช้อำนาจบาดใหญ่เกินไป และเกือบทุกเรื่องจะใหญ่กว่าศาลอีก โก๋ สืบหกคือวีรบุรุษของผม ที่กล้านำคำดสินของ ปปช.ฟ้องต่อศาลปกครอง
โดยคุณ
suaksai@thaimail.com  101.51.235.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
จบสองตอนนอนหลับแล้วครับ ครั้งต่อไปขอให้ท่าน วาท ถลกหัวกบาลของปช.ให้หมดอย่าเหลือสักเส้น พวกปปช.จัญไรนี้ก็ช่างหน้าหนาจริง ๆ อบรมกฎหมยที่ รร.ริเวอร์ไซด์ ลาการศาลปกครองเล่าเรื่อง โก๋ สืบหก ให้ฟัง ถึงความไม่เข้าท่าของ ปปช.แล้วและส่วนตัวก็ติดามเรื่องนี้ ตั้งปปช.ชีมูล ไล่ออก จนกระทั่ง ตำรวจคนนี้ฟ้องศาลปกครองแล้วชนะคดี พร้อมนั้น คณะกตร.ก็มีความเห็นว่า โก๋สืบหกไม่ผิด และให้กลับเข้ารับราชการได้ ตุลาการผู้นี้กล่าวว่า ปปช.ใช้อำนาจบาดใหญ่เกินไป และเกือบทุกเรื่องจะใหญ่กว่าศาลอีก โก๋ สืบหกคือวีรบุรุษของผม ที่กล้านำคำดสินของ ปปช.ฟ้องต่อศาลปกครอง
โดยคุณ
suaksai@thaimail.com  101.51.235.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
เช้าวันเสาร์เปิดเว็ปวาทตะวันดอทคอมเป็นโอกาศแรก ไม่พบคอลัมน์ที่รออ่าน ใจหายหมดเลย ให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น คอลัมน์ท่านวาทโดนบอมบ์เสียแล้วหรือไร เปิดกลางวันก็ยังไม่มาอีก จนสามทุ่มจึงได้อ่านอย่างจุใจ สมที่รอคอย ข้อมูลที่ผมมีกับที่วิเคราะห์ไว้ ตรงกับท่านวาทฯหมด ไม่ต้องสงสัยอีกแล้วว่าผมได้ข้อมูลบิดเบีอน หนำซ้ำยังได้อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กรรมการ ป.ป.ช.สองคนที่ชอบแอ้คอาร์ทจนน่ายันด้วยเท้าหลาย ๆ ที แถมยังมีความโหดเหี้ยมแบบไร้ความเป็นธรรมเพิ่มเติมเข้าไปอีก (เนื่องจากไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีใครหรือกฎหมายใดย้อนมาเอาความผิดตัวเองได้ จึงกร่างกันไม่เลิก) ไม่ต้องพูดถึงการให้อภัย ต้องกำจัดให้พ้นไปลูกเดียว เพราะคนพวกนี้ไม่มีประโยชน์ ให้ทำหน้าที่ต่อไปก็รังแต่จะทำความเสียหายให้กับผู้อื่นไม่จบสิ้น ดูจากการกล่าวโทษนายตำรวจสองท่านนั้นก็รับไม่ได้แล้ว ไม่มีมโนธรรมเอาเสียเลย เพราะผมก็มีข้อมูลข่าวสารเหมือนท่านวาทฯ ทั้งหมด คนพวกนี้ไม่สมควรที่จะอยู่เป็นผู้อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนไม่ว่ากรณีใด ๆ ท่านวาทฯไม่ได้วิเคราะห์กรณีถอดถอนนายเทพเมือก ผมขอวิเคราะห์ต่อก็แล้วกัน กรณีนี้ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า อย่างไรเสียการลงมติถอดถอนโดยวุฒิสมาชิก ไม่มีทางออกมาเป็นลบอย่างแน่นอน ๑๐๐ % ก็เลยสมรู้ร่วมคิดกันสร้างภาพลักษณ์ เผื่อจะทำให้ดูไฉไลขึ้น จึงขอทำเป็นขึงขังเสียหน่อยว่า พวกข้าเอาจริงไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เลือกพรรคนะ ข้ายึดความเป็นธรรมเป็นสรณะ (เผื่อคนจะเชื่อ) คิดหลอกกันง่าย ๆ อย่างนี้เอง จึงกล้าประกาศ (เพราะบิดพลิ้วเป็นอย่างอื่นแล้วน่าเกลียด) ว่านายเทพเมือกแทรกแซงข้าราชการประจำ เพื่อนำไปสู่การถอดถอน ก็รู้กันอยู่ว่านายกล้านรงค์เคยมีความสัมพันธ์อย่างไรกับหม่อมเสนีย์ฯ เยื่อใยมีอยู่เท่าใด และกรรมการคนอื่นเป็นปฏิปักษ์กับพรรคเพื่อไทยอย่างไร เรื่องนี้จึงเป็นละครลวงโลกให้ละเหี่ยใจอีกเช่นเคย ท่านวาทฯว่ามะ ?
โดยคุณ ใจชื้น  124.122.125.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
ไอ้ ป.ป.ช. นี่มันทำให้คอรัปชั่นมากยิ่งขึ้น เพราะไร้สมรรถภาพ อย่างที่อาจารย์ว่าจริงๆ เอามันไว้ไม่ได้แล้ว ต้องด่าให้หนักกว่านี้อีก
โดยคุณ ประชาชน ต้องช่วยกันด่า  101.108.237.XXX 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตอแหลนานๆ เดี๋ยว ‘สันดาน’ มันก็โผล่!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 27 ตุลาคม 2554)
     


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER