หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2)
หัวข้อ : Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ยังไม่หมดเรื่องกับ วิทยุ คลื่น FM96.5 ขององค์กร “เนชั่ว สาขา 2” ที่เป็นปฏิปักษ์กับนายกฯปู และพรรคเพื่อไทย ทั้งๆที่เป็นสื่อของรัฐ เพราะผมได้เคยกล่าวหา นายวิสุทธิ์ คมวัชระพงษ์ ผอ.คลื่นนี้ และ นายพัชระ สารพิมพา ผอ.คลื่น
FM 100.5 ว่า
        ร่วมกัน “สุมไฟใส่เพลิง” นายกฯปู และรัฐบาลของเธออยู่เป็นประจำ ซึ่งท่านคลิกเข้าไปอ่านได้ในคอลัมน์ สื่อกะโหลก-กะลา!!! (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=385)
ซึ่งยังปรากฏอยู่บนหน้าเว็บ จนถึงขณะนี้ มีคนเข้าไปดูแล้ว กว่าครึ่งหมื่น คน/คลิก
        ที่ว่ายังไม่หมดเรื่อง เพราะมีเหตุดังนี้ครับ

        คลื่น FM 96.5 ขององค์กร “เนชั่ว สาขา 2” หรือ อ.ส.ม.ท. นั้น ได้มีการเผยแพร่รายการสั้นๆ ชื่อ “ค้น-คำ-ข่าว” ออกมาคั่นรายการบ้าง คั่นเวลาก่อนจะเข้าข่าวบ้าง โดยนำเอาคำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข่าวที่ปรากฏในระยะนั้น ออกมาอธิบายความหมายให้ผู้คนฟังกัน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง
        เมื่อเดือนที่แล้ว มีคำว่า “โซเชียล แซงก์ชั่น” ออกมาให้ผู้คนฟัง
        คลื่นสาขาของ “เนชั่ว สาขา 2” ได้อธิบายความของ “คำข่าว” ดังกล่าว ว่า

        ... “โซเชียล แซงก์ชั่น” social sanction หรือ สิทธานุมัติทางสังคม คือวิธีการสร้างระบบการควบคุม และลงโทษทางสังคม ที่สังคมสร้างขึ้นเพื่อให้คนในสังคมปฏิบัติตามบรรทัดฐานที่ถูกต้องดีงาม หากไม่ทำตามบรรทัดฐานที่สังคมยอมรับ แต่หลักฐานยังมีไม่เพียงพอจะได้รับผลบังคับทางกฎหมาย ก็จะถูกสังคมลง โทษ โดยมีวิธีการลงโทษหลายรูปแบบ ง่ายที่สุดคือ ถูกต่อต้านจากสังคม ไม่ยอมรับ ไม่ร่วมสังฆกรรม หรือ การคว่ำบาตรทางสังคม...

        ครับ...ถ้าอธิบายความกันแค่นี้ ผมคงไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องพูดถึงหรือต่อว่าต่อขานให้ยืดยาว แต่ไอ้สถานีไวตะเลนนี้ มันดันทะลึ่งไปยกตัวอย่าง ว่า
        ....เช่น กรณีที่ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือให้สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง แสดงจุดยืน หลังพิธีกรรายการถูกชี้มูลความผิดร่วมทุจริตค่าโฆษณา ซึ่งหากยังไม่มีการตอบรับ จะมีการใช้มาตรการ โซเชียล แซงก์ชั่น ถอนโฆษณาในรายการนั้น” ...

        ตรงนี้แหละครับ ที่ผมฟังแล้ว รู้สึกเหมือน “ถุงอัณฑะ” ตัวเอง โดนจี้จี๊ดเข้าให้ ขำจนต้องระเบิดหัวเราะออกมา อย่างกลั้นไม่ได้จริงๆ น่าจะเปลี่ยนชื่อรายการนี้ว่า เป็น  
        “ค้น-คำ-ขำ

        ที่มันน่า “ขำ” ก็ตรงไอ้คลื่นหอกที่มีนายวิสุทธิ์ฯ เป็น ผอ.นั้น มันไม่ได้เสนอข้อมูล ให้ท่านผู้ฟังอย่างครบถ้วน เพราะไม่มีความกล้าหาญพอที่จะพูดว่า
        “พิธีกรรายการถูกชี้มูล...” คือ นาย สรยุทธ สุทัศนะจินดา และความผิดที่ถูกกล่าวหา เกี่ยวกับค่าเช่าเวลา เกิดขึ้นระหว่างที่เขา 
        ทำธุรกิจร่วมกับองค์กร ที่ผมเรียกขานว่า เป็น“เนชั่ว สาขา 2” หรือ อ.ส.ม.ท. นั่นเอง! 
        ไม่ได้เกี่ยวกับช่อง 3 แต่ประการใด!!

        อีกทั้งพนักงานองค์กรของรัฐ ที่ถูกชี้มูลความผิดนั้น เป็นเพียงพนักงาน อ.ส.ม.ท. ตัวเล็กๆ ที่น่าสงสารเท่านั้น เธอไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ในการบริหารเลยแม้แต่น้อย
        แต่...ไอ้ตัวใหญ่ที่น่าจะเกี่ยวข้อง กลับหลุดรอดหมด!
        คดีนี้ ผมแจงไปแล้วว่า มีเงื่อนงำอย่างยิ่ง ในบทความถึง 2 ตอน คือ “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! ทั้งตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ท่านผู้อ่านสามารถติดตามได้จากหน้าเว็บนี้

        .ส.ม.ท.นั้น หากเราตามไปดูประวัติขององค์กรนี้ ในสายตาของผมแล้ว เห็นว่าเป็น “องค์กรคุณภาพต่ำ” มาตั้งแต่ในอดีต อาจเป็นเพราะมีความ “ระยำ” สะสมเอาไว้มาก ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็น “บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด” เสียด้วยซ้ำไป
        บริษัทดังกล่าว ได้จัดตั้งขึ้นมา โดยการระดมทุนของหน่วยงานในภาครัฐบาล และบริษัทเอกชนที่ค้าน้ำตาล เป็นต้น แต่ต้องประสบปัญหาทางการเงิน เพราะการบริหารที่ไม่โปร่งใส พนักงานจำนวนไม่น้อย มุ่งหาประโยชน์จากองค์กร จนทำให้ไม่มีทุนเพียงพอที่จะขยายกิจการให้ก้าวหน้าต่อไปได้
        บริษัทจึงตกอยู่ในฐานะยากลำบาก และตกเป็นรองสถานีโทรทัศน์ที่เปิดตามมาภายหลัง เช่น โทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และโทรทัศน์สี กองทัพบกช่อง 7 เป็นต้น

        รัฐบาลของท่านนายกฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้ให้รัฐมนตรี ดุสิต ศิริวรรณ แก้ไขปัญหา จึงมีการเลิกบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด และจัดตั้ง “องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย” หรือ อ.ส.ม.ท. ขึ้นมาแทนที่เมื่อปี พ.ศ.2519 และให้ นายประมุท สูตะบุตร อดีตข้าราชการจากสำนักนายกฯ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กรคนแรก 
        นายประมุทฯนั้น เป็นนักบริหารที่มีฝีมือ สิ่งที่เขาทำคือ การไม่รับบรรจุพนักงาน ผู้มีหนี้สินค้างชำระกับบริษัทเดิม (บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด) และแก้ไขในเรื่องการเงิน คือ 
        ใครจะมาซื้อเวลาจัดทำรายการ ต้องเป็นเงินสด หรือมีหลักประกันจากสถาบันการเงินเท่านั้น!

        ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวดอย่างนี้เอง ทำให้ อ.ส.ม.ท.พ้นจากปัญหาทางการเงิน และสามารถชำระหนี้สิน อันเกิดจากบริษัทเดิมได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งเก่าและใหม่ ไม่สามารถหาประโยชน์กันได้อย่างโจ๋งครึ่ม เหมือนเมื่อยังเป็นบริษัทไทยโทรทัศน์ฯ 
        ทำให้ ประมุทฯ อยู่ยงคงกระพัน ในตำแหน่งผู้อำนวยการ
อ.ส.ม.ท. นานถึง 8 ปี!

        ระหว่างที่นายประมุทฯ ดำรงตำแหน่งยาวนานนั้น อ.ส.ม.ท.
มีกำไรทุกปี และประมุทตัดสินใจให้ บริษัทแปซิฟิค อินเตอร์คอมมูนิเคชั่น เข้ามาช่วยเรื่องข่าว ทำให้กำไรสูงขึ้นถึงเกือบเท่าตัวคือ 156.992 ล้านบาท ซึ่งนับว่ามากมายแล้วในยุคนั้น
        แต่...ประมุทฯนั้น เกิดมีปัญหากับสหภาพแรงงานขององค์กร เพราะการทำข่าวของแปซิฟิค ได้ใช้พนักงานของ อ.ส.ม.ท. ในการดำเนินการ ถึงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ผลงานและผลกำไรส่วนใหญ่ที่ได้รับนั้น กลับไปตกอยู่กับบริษัทแปซิฟิก

        นอกจากนั้น ประมุทฯไม่สนับสนุนให้คนของ อ.ส.ม.ท. ทำรายการเอง แต่ใช้ยุทธวิธีการ “ขายเวลา” ให้คนอื่นทำ ซึ่งสร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ ให้กับ อ.ส.ม.ท. แต่พนักงานไม่ได้ทำงานอย่างที่ควร ความไม่พอใจจึงฟักตัวมากขึ้น
        การขายเวลานี้เอง เป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้ประมุทฯ โดนกล่าวหาว่า “งาบหัวคิว” ในการขายเวลา และต่อมาก็ต้องถูกสอบสวนเอาผิด เรื่องการจัดซื้อเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ จนต้องพ้นจากหน้าที่ไป 
        ผมจะไม่ขอเล่าทั้งหมด จะขอขยักไว้ แต่จะสรุปสั้นๆว่า เรื่องการ “หากิน” ในเรื่องการ “เช่าเวลา” นั้น 
        เป็นปัญหาขององค์กรนี้ มาโดยตลอด!

        ในปัจจุบันนี้ เจ้าหน้าที่ อ.ส.ม.ท. เอง หลายคน ยังมีกรณีถูกกล่าวหา มี “เอี่ยว” ในการเช่าเวลามิได้ขาด
        มีเรื่องที่ดัง และน่าทุเรศมาก เกี่ยวกับองค์กรนี้ ปรากฏในรายงานของ “นพ นรนารถ” ที่ตีพิมพ์ลงในผู้จัดการรายเดือน (เม.ย.2532) 
        คุณนพ นรนารถ ว่าเอาไว้อย่างนี้ครับ

        เคยมีกรณีที่ผู้เช่าเวลา มาจ่ายเงินค่าเช่า แต่จ่ายเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งนั้น ฝ่ายผู้เช่าขอให้ไปเก็บเอากับ เจ้าหน้าที่ในฝ่ายการตลาด อย่างนี้ก็มี!

        นั่นหมายความ ว่า 
        การคอรัปชั่นในองค์กร อ.ส.ม.ท.นั้น งอกทั้งรากแก้วและรากฝอยเต็มไปหมด เพราะขาดความโปร่งใส ไร้ซึ่งธรรมาภิบาลในการบริหารอย่างยิ่ง จนในระหว่างที่ยังเป็นบริษัทไทยโทรทัศน์นั้น ก็ได้รับฉายาว่า เป็น... 
        “แดนสนธยา”

content/picdata/396/data/photo9_02.jpg

        ารที่ได้รับฉายาดังกล่าว เพราะในตอนนั้น ภาพยนตร์โทรทัศน์ เรื่อง The Twilight Zone ที่พูดถึงความลี้ลับทางจิตวิญญาณ เรื่องผีๆสางๆ และมีชื่อในภาคภาษาไทย ที่ติดปากผู้คนว่า “แดนสนธยา” กำลังนำเสนอฉาย อยู่ทางทีวีช่องของบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ด้วย
        จึงมีการเรียกขานนามความคดโกง ฉ้อฉล ลึกลับอัปรีย์ ตรวจสอบไม่ได้ ขององค์กร อ.ส.ม.ท. เองว่าเป็น “แดนสนธยา” เหมือนกับชื่อหนังทีวีเรื่องฮิตในยุคนั้น  
        แต่...การหาประโยชน์จากการให้เช่าเวลานั้น ยังคงเป็นเรื่องยาวแบบรามเกียรติ์ สืบมาจนถึงยุคปัจจุบัน คำว่า“แดนสนธยา” ไม่ได้หายไปไหนเลย เพราะแม้จะกลายสภาพมาเป็นองค์กรของรัฐแล้ว คนในวงการ ยังเรียก อ.ส.ม.ท. ปัจจุบัน ว่าเป็น

        “แดนสนธยา ภาค 2”

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        เรื่องการคอรัปชั่น หรือ “ทำมา-หาแดก” ของคนในองค์กรอย่าง อ.ส.ม.ท.นี้ มีประวัติที่อื้อฉาวมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเรื่องการเก็บหัวคิว การรุมกันหาผลประโยชน์จากผู้จัดรายการ หรือจากองค์กรของตัว แต่คนขององค์กรนี้ กลับไม่สำนึก พยายามเฉไฉ ไปป้ายความผิดให้คนอื่นเขาเสียอีก แน่ะ!

        เท่านั้นยังไม่พอ ทะลึ่งไปชักชวนให้ “แซงก์ชั่น” คนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง โดยไม่ตระหนักถึงความผิดพลาด และความระยำตำบอนในองค์กรของตัวเลย

        มันน่าจะโดนด่า...สวนกลับไปบ้างว่า

        “...พวกมึงนั่นแหละ ที่... ‘โกง’

        ...พวกมึงนั่นแหละ ที่... ‘คอรัปชั่น’

        ...พวกกูนี่แหละ จะ... ‘แซงก์ชั่น’ พวกมึง!!!”

................

ท้ายบท นอกจากไอ้พวกอีแอบใน อ.ส.ม.ท. ที่แอบหยิก แอบกัดสรยุทธฯมาโดยตลอดแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ดันมีเลขาธิการองค์กรอย่าง “คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” ออกมา “เสือก” กับเขาด้วย

        เรื่องมันเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามสัปดาห์หน้ากันครับ รับรองว่า...มันหยดส์แน่ๆ!

        อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่แล้ว  “ แม่งงงง... ‘หัวหมอ’ ทั้งแก๊ง!”
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=395 ) มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
link=http://pntbywworiob.com/]pntbywworiob[/link],
http://cfsredumnuwf.com/
โดยคุณ ldzwwi  46.21.144.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ตอบข้อสอบของอาจารย์วาทตะวัน ดังนี้ครับ ฝ่ายอาจารย์ผิดครับ ตาม ป.วิ.เอาฮา(คล้ายๆป.วิ.อาญา) มาตรา 555 ที่ทำให้ผม หัวเราะ จนสำลักกาแฟ ครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันหัวขวด  125.24.21.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
อาจารย์เขียนได้ฮามาก ทั้งยังได้ความรู้อีกด้วย
โดยคุณ แก้วกัลยา  101.108.155.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
อาจารย์ไม่เห็นบอกว่าสถานที่เกิดเหตุน่ะอยู่ใน ร.ร.ม่านรูดที่ทั้งคู่อยู่กันสองต่อสองหรือว่าอยู่ในที่สาธารณะเช่นป้ายรถเมล์เป็นต้น ขอแยกตอบแยกตอบปัญหาดังนี้
ประการแรก หากทั่งคู่อยู่ในที่ระโหฐานเช่น ร.ร.ม่านรูด ฝ่ายชายไม่น่าจะมีความผิดทางอาญาเนื่องจากยังมิได้มีการล่วงละเมิดทางเพศใดๆกับฝ่ายหญิง(ยังมิได้เอานิ้วแตะที่ปลายอกฝ่ายหญิง) ส่วนฝ่ายหญิงจะสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้หรือไม่นั้นเห็นว่าไม่น่าจะเรียกได้ เพราะว่าความผิดทางอาญาที่ไปรวนลามกอนาจารฝ่ายหญิง(ยังมิได้ใช้มือแตะที่นมฝ่ายหญิง)ยังไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามเนื่องจากทั้งคู่ตกลงปลงใจเข้าไปใน ร.ร.ม่านรูดด้วยกันน่าจะมีเจตนาที่ล้ำลึกกว่านั้น หากฝ่ายชายชกไม่ครบยกปล่อยให้ฝ่ายหญิงไปไม่ถึงสวรรค์การแบล็กเมล์จากฝ่ายหญิงย่อมเกิดขึ้นได้ และฝ่ายชายอาจต้องหาคดีอาญาได้
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
ประการที่สอง หากทั้งคู่อยู่ในที่สาธารณะและมีพฤติการณ์เช่นว่านั้น ผมว่าทั้งคู่น่าจะมีความผิดทางอาญาฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกอย่างอื่น โดยฝ่ายหญิงเป็นตัวการกระทำความผิด ส่วนฝ่ายชายเป็นผู้สนับสนุน ต้องละวางโทษปรับคนละไม่เกิน 500 บาทคดีอยู่ในอำนาจพนักงานสอบสวนท้องที่สามารถทำการเปรียบเทียบปรับได้ เมื่อทั้งคู่ถูกลงโทษทางอาญาไปแล้วฝ่ายหญิงไม่น่าจะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายชายได้อีก. เชียงใหม่.
โดยคุณ
nirund8@gmai.com  118.172.129.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
ทั้งแก๊ง ทั้งก๊ก จริงๆอย่างอาจารย์ว่า สันดานนี้แก้ไม่หายจริงๆ
โดยคุณ ตามมานาน  125.25.143.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
อ่านแล้ว รู้สึกว่า บ้านเมืองนี้ น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นเมือง "หัวหมอ" 

โดยคุณ เรียนนิติศาสตร์กันทั้งประเทศ  125.25.11.XXX 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์  Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2) ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2555)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER